รักสุดใจยัยมาเฟียตัวร้ายNC20+

ตอนที่ 6 : ความทรงจำ

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 57
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 0 ครั้ง
    10 ก.พ. 62

ตอนที่6ความทรงจำ

ที่ประเทศไทย เมื่อประมาณxxปีที่แล้ว

Part ปอมเปย์

hello Thailand,I’m here”เสียงทักทายเบาๆจากเด็กน้อยคนหนึ่งที่อายุ13ปี เธอเป็นนักท่องเที่ยวที่มาจากสเปน เธอเลือกที่จะพูดอังกฤษแทนภาษาบ้านเกิด

like here”เสียงทุ่มใหญ่หนักแน่เอ่ยถามลูกสาวคนโตของเค้า ผู้ชายคนนี้ชื่อ

...

I love it a lot”หนูน้อยตอบผู้เป็นพ่อด้วยอารมณ์สดใส

จู่ๆก็มีเด็กสาวคนนึงชี้มาที่เธอ แล้วพูดกับพ่อแม่ของหล่อนว่า

“พ่อจ๋าแม่จ๋า ทำไมมีภาษาต่างดาวด้วยล่ะ ตุ๋นไม่เคยได้ยินเลย”

“หมูตุ๋นลูกมันไม่ใช่ภาษาต่างดาว เค้าเรียกว่าภาษาอังกฤษ”แม่ของหล่อนเอ็ดลูกสาวตัวเองเบาๆ แต่เธอก็ไม่เข้าใจว่าทั้งคู่พูดอะไร สักพักก็มีชายหนุ่มอายุราวๆ30ต้นๆเดินมาพูดคุยกับพ่อของฉันและตัวฉันเอง

I’m sorry for my daughter

เมื่อพูดจบคุณลุงคนนั้นก็ก้มลงแถมลูบหัวแล้วชมฉันอีกด้วยก่อนเดินกลับไปหาลูกสาวและภรรยาของเค้าและเดินจูงมือกันไปที่โรงแรม

คุณลุงคนนั้นน่ากลัวจังแหะ แต่อบอุ่นดีชะมัดเลยฉันยืนคิดในใจ

Part หมูตุ๋น

ทำไมแม่ต้องดุฉันด้วยล่ะ ก็จริงนี่ฉันไม่เคยได้ยินภาษาต่างดาวเลยนี่น่า ฉันไม่ผิดนี่

แล้วทำไมพ่อต้องไปหาคนพวกนั้นด้วยล่ะ แถมลูบหัวผู้หญิงตัวสูงๆคนนั้นด้วย อายุเขาคนนั้นอาจจะ12-13ขวบมากกว่าฉันนิดหน่อย

“ทำไมพ่อต้องไปหาคนๆนั้นด้วยล่ะแม่จ๋า”

“ก็ไปขอโทษเขาน่ะสิ แกเล่นว่าเสียๆหายๆแบบนั้นนะตุ๋นเอ๊ย”

 เอ๋ก็ฉันพูดจริงๆนี่ แม่ไม่เข้าใจตุ๋นเล้ยยย

“พ่อตุ๋นอยากไปสวนน้ำๆ”ฉันยืนอ้าแขนรอรับอ้อมกอดพ่อ

“เอ้าฮึบ ไปสวนน้ำกานนน”พ่อรับตัวฉันขึ้นไปอุ้ม ก่อนจะพากันเดินไปที่โรงแรม

ลืมบอกไปอย่างวันนี้เรามาเที่ยวที่พัทยา กริ๊ดดด ดีใจอ่า

“สวัสดีค่ะ มีอะไรให้รับใช้หรอคะ?”พนักงานสาวคนนึงเดินออกมาต้อนรับ

“พี่ฉาววฉวยจังเยย แต่หน้าเทาไปหน่อยยย”ฉันเผลอปากพูดออกมา

“หมูตุ๋น ลูกทำไมปากเสียอย่างนี้เนี่ย”แม่ตีขาฉันทีนึง

“ผมขอโทษแทนลูกสาว ผมด้วยนะขรับเธอยังเด็กอยู่เล้ย”

ลืมบอก พ่อของฉันเป็นมาเฟียที่ญี่ปุ่น พ่อเคยเล่าให้ฟังน่ะตอนนี้ก็เป็นอยู่นะ

“ฉันไม่ถือโทษหรอกค่ะ เด็กๆก็งี้แหละค่ะ”พี่สาวฉีกหน้ายิ้มหวาน แต่ถลึงตาใส่ฉันซะงั้นแหะ

“พอดีผมจองห้องพักไว้แล่ว ก็เลยจะมาขอรับกุนแจน่ะขรับ”

พ่อพูดไทยไม่ค่อยชัด แต่ก็หัดได้ดีกว่าแต่ก่อน ตอนั้นนะโอ๊ยเอเลี่ยนกับต่างด้าวชัดๆ

“ห้อง 307 ชั้น4นะคะ ขอให้สนุกกับการเที่ยวนะคะ”

“ขอบคุณค่าพี่ฉาววววว”ฉันโบกมือให้พี่สาวก่อนจะขึ้นลิฟต์ไปกับพ่อจ๋าและแม่ยักษ์

เมื่อถึงห้องพ่อก็ปล่อยฉันลง หมูตุ๋นจะไม่ทนกริ๊ดดด ฉันวิ่งกริ๊ดกระโดดโล้ดเต้นตีลังกา3ตะหลบ แล้ววิ่งไปส่องที่สระว่ายน้ำตรงระเบียง

“แม่ๆ มีสระด้วย จะมีไอ้เข้ออกมาป่าว”

“ไม่มีหรอกตุ๋น มีแต่ไอ่เขี้ยมตัวใหย่ แฮ่”พ่อวิ่งขู่ฉันแล้วไล่จับ

“เฮ้อ ปัญญานิ่มทั้งพ่อทั้งลูกเลย”แม่ยืนกุมขมับพร้อมส่ายหัวยิกๆ

สรุปวันนี้ยังไม่ได้ไปเล่นน้ำทะเล แต่ก็เล่นน้ำกับพ่อที่ห้องแทน พ่อบอกว่ามาพักร้อน4วัน3คืน

“พ่อๆแล้วตุ๋นจะเป็นมาเฟียแบบพ่อได้ป่าว”

“ได้สิคนเก่ง พ่อสันยาเล้ย”พ่อบอกกับฉันตอนที่นั่งเช็ดผมให้แห้งในห้อง

อีกราวๆครึ่งชั่วโมงต่อมา แม่มาตามไล่ลงไปกินเลี้ยงที่ชั้นล่างของโรงแรม

“อาหารๆ”ฉันดี๊ด๊า กระโดดไปทั่วเหมือนลิง

“ไปกันเถอะทั้งสองคนแม่หิวนะเนี่ย”แม่เอ็ดเบาๆ

Part ปอมเปย์

ฉันมาที่งานเลี้ยงในโรงแรม ผู้คนหลากหลายเชื้อชาติเดินกันมากมาย วุ่นวายจังแหะ ไม่ชอบเลย

I do not like it here.”ฉันบอกพ่อ

we just eat it. I did not ask for time.”พ่อบอกขอเวลาไม่นาน

ok dad”ฉันบอกพ่อด้วยหน้าเซ็งๆ

ด้วยที่ฉันเบื่อหน่ายกับงานเลี้ยงนี้ จู่ๆสายตาฉันก็เหลือบไปเห็นผู้หญิงคนนั้นอีกครั้ง เธอ อีกแล้วเรอะยัยตัวแสบ

I’m not sure what to say.

do not go too far.

เมื่อขอพ่อเสร็จฉันก็เดินดุ่มๆไปที่ยัยแสบ

“สวัสดีค่ะคุณลุงและคุณน้า”ฉันพูดภาษาไทยทักทาย

“ว้าวคุณหนูเมื่อเช้านี่ พูดไทยเก่งจังเลยคุณ”

“สหวัดดีขรับ คุนหนูคนเมื่อเช้า”

สวัสดีค่ะ คุณลุงเป็นมาเฟียใช่ไหมคะ หนูไม่ได้คิดไปเองสินะ

ฉันถามคุณลุงเป็นภาษาญี่ปุ่น

หนูรู้ได้ยังไงว่าลุงเป็นมาเฟีย”คุณลุงถามฉันกลับบ้าง

“ความลับน่ะค่ะ หนูขอคุยกับลูกสาวคุณซักเดี๋ยวนะคะ”

ฉันจูงมือยังเปี๊ยก ออกมาที่สวนข้างๆโรงแรมทีมีไฟส่องสว่างสุดๆ

“เฮ้ๆ เดี๋ยวๆนะยัยต่างดาวอย่าเอาฉันไปผ่าพิสูจน์นะ”

“ฉันไม่ผ่าเธอหรอกยัยบ๊อง เพี๊ยะ”ฉันตีหน้าผากยัยแคระนี่ทีนึงข้อหาหมั่นไส้

“โอ๊ยเจ็บนะยัยเปรต”ยัยเตี้ยกุมหน้าผากเถิกของตนที่ตอนนี้กำลังแดง

“ปากหมาแบบนี้ดีจังที่ยังไม่ตาย”ฉันด่ายัยเตี้ยข้อหามโนเก่ง

“นี่เธอด่าฉันนี่”

“ไม่เรียกว่าด่าคงเรียกว่า เทศฟังธรรมมั้งฮ่าๆ”

สักพักยัยเตี้ยก็เอาศอกกระทุ้งใส่ท้องฉัน เล่นเอาจุกเลยแหละตามด้วยหมัดมาประเคนถึงหน้า

“โอ๊ยๆใจเย็นๆยัยเตี้ย ฉันเจ็บนะ”

“ตายๆไปซะยัยเปรตไม่มีศาลาสิง”

ฉันทนไม่ไหวเลยคว้าหมับเข้าที่แขนทั้งสองข้างของยัยเตี้ย จนนางดิ้นไม่หลุด

“ปล่อยฉัน ฉันไม่เคยเข้าวัดไม่มีบุญให้หรอก”

“ฉันไม่ได้จะขอบุญเธอสักหน่อย แค่จะขอให้เธอมาเป็นเพื่อนแค่นั้นเอง

“อือ..ตกลง”ยัยเตี้ยตอบง่ายๆ ทำไมมันง่ายจังวะคะ ฉันล่ะจะบ้าตาย

หลังจากพักร้อนที่พัทยาอย่างบ้าดีเดือด ฉันก็บินกลับมาที่เชียงราย ซึ่งบ้านเกิดฉันอยู่นี่ ส่วนพ่อน่ะหรอบินกลับญี่ปุ่นแล้ว เห็นบอกไปดูแลกิจการต่อเดี๋ยวปีใหม่จะส่งพี่เลี้ยงมาให้ ส่วนยัยต่างดาวนั่นนางบอกจะมาเที่ยวเล่นด้วยนางเลยบินตามมาด้วย เอาง่ายๆนางตามมาจองเวร เนื่องจากฉันไม่ให้ส่วนบุญนาง วิญญาณอาฆาต น่ากลัวอี๋

“นี่ยัยเปรต อ่ะนี่บ้านฉัน”ฉันยื่นชี้ทางเข้าบ้านให้นางดู นางมองดูเล็กน้อยก็ผยักหัวหงึกๆเป็นการส่งสัญญาณว่าฟังนะ

“อืมๆ สวยดีนี่ยัยเตี้ย”

“ฉันก็มีชื่อนะ ฉันชื่อหมูตุ๋น แล้วเธอล่ะยัยเปรต”

“ฉันชื่อ..ปอม”

“หมาปอม?”

“ไม่ใช่เว้ย ปอมเปย์อี แปลว่าภูเขาไฟที่อิตาลี แต่เปย์นี้ในชื่อฉันมาจากการจ่ายว่ะ55”

“เจริญล่ะแม่คนรวยยยยยยยยย”

“แล้วพ่อแม่เธอล่ะ ไม่มาอ่อ”ฉันถามยัยหมาอีกรอบ

“แม่ไปเที่ยวต่อกับญาติๆคนไทย ส่วนพ่อบินกลับไปหาท่านปู่ที่สเปน เลยส่งสเน็กมาเฝ้าน่ะ”

“อ่าๆ มาๆเข้าบ้านกันเดี๋ยวพาไปเที่ยวในไร่ แล้วเธอจะติดใจยัยหมาปอม”

“-..- เฮ้อ ยัยหมูผีเอ๋ย”

ฉันนำทางยัยนี่เข้าโถงทางเดิน ก่อนจะรีบวิ่งถลาไปกอดป้านวล แม่นมของฉันเอง

“นี่วิญญาณตามติดหนูมาค่ะ นางชื่อปอม”

“ยินดีที่ได้รู้จักค่ะคุณป้า”ปอมเปย์ยืนไหว้สวยๆให้ป้านวลชื่นใจ ผิดกับฉันที่วิ่งทั่ว

“คุณป้าชื่ออะไรหรอคะ หนูจะได้เรียกถูก”

“ป้าชื่อป้านวลค่ะคุณหนู น่ารักจังเลยปากหวานด้วย”

ฉันถึงกับมองแรงจิกยัยหมาบ้า มีสิทธิ์อะไรมาแย่งแม่นมฉัน ฉันจะดักตีหัวยัยนี่ให้ตายๆไปซะได้ก็ดี

“แล้วๆ ทำไมเธอพูดไทยเก่งชะมัด เธอไม่ใช่คนไทยนี่”

“ใช่ฉันไม่ใช่คนไทยแท้ ฉันเป็นลูกครึ่ง สเปน ไทย ฝรั่งเศสมีเชื้อสายคุณปู่ด้วยคือ ญี่ปุ่น”

“เดี๋ยวๆๆ นี่คนหรือลูกหมาวะ ผสมเยอะจังเลย”

“เธอนี่ปากเสียชะมัดเลยยัยหมูผี”เสียงพึมพำจากยัยหมาบ้า

“โอ๊ยจะบ่นอีกนานไหม ไปๆขึ้นห้องกัน”

ฉันรำคาญยัยหมาบ้านี่เลยเผลอจูงมือลากนางขึ้นห้องไปด้วยซะงั้น

Part ปอมเปย์

ทำไงดีจู่ๆโดนยัยหมูผีแอบแต๊ะอั๋งด้วย มือไวนะเนี่ย

“เฮ้ๆใจเย็นๆฉันไม่หนีหรอก”

“เดี๋ยวเธอก็บ่นว่าฉันดูแลไม่ดีอีก ตามมาอย่าบ่น”

ฉันทำได้แค่หุบปากแล้วเดินตามยัยเตี้ย ที่พาเดินขึ้นบันได แล้วเลี้ยวผ่านมาสองสามห้องก่อนหยุดที่ห้อง (ไม่เสือกเดี๋ยวปืนลั่น)

โอ้วนี่อะไรฟะ โหดชิบหาย

“อ่ะห้องเธอ เข้าไปซะ”

ยัยเตี้ยผลักฉันหรือถีบวะ แรงเยอะชิบ เมื่อเข้าห้องฉันก็เหวอเบาๆแม่เจ้าโครตดี ห้องเป็นแบบเปิดกว้างรอบๆมีกระจกบานยักษ์และระเบียงด้านหน้า เตียงแบบคู่ มองเห็นไร่องุ่นด้วย เชี่ยดีเกินไปแล้ว

“สวยชะมัด เธอเป็นใครกันแน่ยัยเตี้ย”

“เป็นคนที่น่ารักสุดๆไปเลย”ยัยหมูผียืนยิ้มแฉ่งหน้าบาน เท่าล้อรถสิบล้อแหละ

แต่ฉันยอมรับจริงๆว่ายัยนี่นางรักจริงๆ แก้มจ้ำม้ำ ปากเชิดๆสีชมพู หุ่นอวบเล็กน้อยเหมือนตุ๊กตายัดนุ่น แล้วเสือกตัดผมหน้าม้า แถมตาสองชั้นขนตางอนชะมัด

คนหรือตัวไรวะ น่ารักเกินไปแล้วแม่งเอ๊ย

“คือฉันขออาบน้ำสักพักนะ เสร็จแล้วจะตามลงไป”

“อือแล้วเจอกันยัยหมา”

เมื่อประตูปิดลง มีเพียงแค่ฉันและห้องว่างเปล่าที่ตอนนี้ช่างเงียบสงบ มีเพียงเสียงลมที่พัดผ่านผ้าม่านเบาๆ

“ฉันไม่ใช่เด็กผู้หญิงใสๆแบบที่เธอคิดนะ ยัยหมูผี” ฉันบ่นกับตัวเองในความเงียบ มีเพียงเสียงหายใจหอบๆของฉันแทนคำตอบ

เมื่อฉันอาบน้ำเตรียมของเข้าตู้เสื้อผ้าเสร็จ ฉันจึงลงไปข้างล่างตามสัญญา

“ฉันมาแล้วยัยเตี้ยไปเที่ยวกันเถอะ สเน็กรออยู่นี่นะ”

“ครับคุณหนู”

Partปอมเปย์

ฉันนั่งรอยัยนี่สักพัก นางก็เดินลงมาปานเทพธิดาหรือยัยขี้ข้าในห้องโถงใต้ถุนบ้านฟะ

“ฉันมาแล้วยัยเตี้ยไปเที่ยวกันเถอะ สเน็กรออยู่นี่นะ”

ยัยนั่นออกคำสั่งกับผู้ติดตามอายุราวๆ14-15ปี ยัยนี่รวยชะมัด

“ครับคุณหนู”ชายคนนั้นคำนับแล้วเดินจากไป

“มานี่มาฉันจะให้คนงานขับรถไปส่งในป่า”

ยัยนั่นยืนเอ๋อสองวิ แล้วผยักหัวหงึกๆเดินตามมาเงียบๆขึ้นรถไปด้วยกัน

ขับรถเข้าป่ามาสักราวๆครึ่งชม. รถมาจอดในบ้านกลางป่า

“ขอบคุณนะคะลุงโป้ง ถ้าจะกลับบ้านเดี๋ยวตุ๋นจะโทรไปหานะคะ”

“ครับผมคุณหนู ขอให้สนุกนะครับเด็กๆ”

เมื่อโบกมือล่ำลาลุงโป้งเสร็จฉันก็ยื้อลากกระชากถูยัยหมาให้ตามมาด้วย

“ทำไมยัยนี่ชอบให้ฉันออกกำลังลากจังวะคะ”ฉันบ่นกับตัวเอง

“นี่หมูผีเราจะไปไหนกันหรอฮะ?”

“ไปไหนก็ได้ ยังไม่โตมีไรป่ะ”

เมื่อลากกันได้สักพัก ฉันก็พามาที่น้ำตกข้างๆบ้านในป่าของฉัน จะบอกไรให้ฉันน่ะอนาคตคนขายข้าวเกรียบ รู้แล้วกราบซะสิหึๆ

“ว้าวน้ำตกนี่ เธออยากเล่นน้ำไม่บอก”

“ใครบอ----ตู้ม??”ไม่ทันขาดคำยัยนั้นอุ้มฉันแนบอกแล้ว เหวี่ยงฉันลงน้ำตก โอ๊ยเชี่ยไรเนี่ย กูตายค่ะช็อตนี้

“โอ๊ย..ยัยหมา..แค่กๆฉัน—ว่ายน้ำไม่เป--”

Part ปอมเปย์

จู่ๆคันมือเลยจับยัยนั่นโยนลงแม่น้ำ บ่นไรนักหนาแม่คุณ

เฮ้ยๆยัยนั่นสำลักน้ำ ตาเหลือกแล้ว

“อย่าตายนะเว้ยยัยหมูผี..ตู้ม”ฉันกระโดดน้ำลงไปลากคอยัยนั่นขึ้นมาบนฝั่ง

“เฮ้อยัยผีเอ๊ย แม่งน่ารักเสือกปากหมาชิบหาย”ฉันสบถนิดหน่อยก็ลงมือผายปอดยัยนี่

“ฟู่ๆ...อือ..แค่กๆ”ยัยเตี้ยสะลักน้ำ น้ำพุ่งพรวดๆทั้งจมูกและหู

“แค่กๆเธอ..จะฆ่าฉันหรือไง เพี๊ยะ”เสียงของฝ่ามือหมูตุ๋นตบหน้าอย่างแรง

“อึก..เธอตบฉันอีกกี่รอบก็ได้นะ...”ฉันพูดด้วยเสียงสำนึกผิด

“เธอมันบ้า...ฉันเกลียดเธอ”หมูตุ๋นลุกขึ้นวิ่งหนีเข้าป่าไป

“เฮ้อ...ฉันไปตกหลุมรักคนอย่างเธอได้ไงกันยัยหมูผี”

Part หมูตุ๋น

ฉันโมโหจนเลือดขึ้นหน้าเผลอตบยัยหมาไปทีนึง แล้ววิ่งหนีเข้าป่ามา

“เฮ้อออ ที่นี่ที่ไหนเนี่ย”ฉันยืนถามตัวเองซึ่งตอนนี้ไม่รู้ว่าอยู่ที่ไหนแล้วด้วย หลงป่าให้ตายๆไปซะจะได้ไม่เจอยัยนั่น

“แปะ...แปะๆ..ซ่า”จู่ห่าฝนตกกระหน่ำอย่างไม่มีสาเหตุ อ๊ากเปียกหมดแล้ว

“ที่หลบฝนๆเจอแล้ววววกริ๊ดดด”ฉันวิ่งผ่าฝนไปใต้ต้นไม้ใหญ่ซึ่งกันฝนได้ไม่มากก็เถอะ แต่ดีกว่ายืนเปียกฝนแล้วกัน

“ฮัด...ฮัดชิ่ว”หนาวง่า แงๆหนูอยากกลับบ้าน

Part ปอมเปย์

ยัยหมูผีวิ่งหายไปไหนแล้วนะ

“ยัยหมูผี ยัยแคระ ยัยเตี้ย อยู่ไหนนนน”ฉันตะโกนไปทั่วป่าระหว่างเดินตามหายัยนั้น

ฉันไม่ลืมทำสัญญาลักษณ์ตอนเดินผ่านมาด้วยกันหลงป่า เฮ้อฉันล่ะปวดหัวกับยัยนี่จริงๆ

“แปะ..แปะๆ..ซ่า”เชี่ยฝนตก ช่างแม่งไม่เป็นไรหรอกแค่ฝน แต่ถ้ายัยนั่นเป็นอะไรขึ้นมาความผิดฉันเต็มๆ

ฉันไม่สนใจทำสัญญาลักษณ์แล้ว ฉันวิ่งผ่าฝนตะโกนแหกปากตามหายัยนั่นอย่างบ้าคลั่งกลางสายฝนที่กำลังตกดังสนั่นแข่งเสียงฉัน

“หมูตุ๋นนนนนนนนนนน อยู่ไหนนน”

ไร้ซึ่งเสียงตอบรับมีเพียงเสียงฝนที่ตกอย่างไม่หยุดหย่อน เชี่ยเอ๊ยยัยบ๊อง

วิ่งมาได้สักพักฉันเริ่มหยุด เดินผ่านต้นมะม่วงยักษ์มา โดยไม่ทันสักเกตว่ามีอะไรอยู่ที่นั่นด้วย ด้วยความฉุกคิดเห็นไรแว่บๆเลยเดินกลับที่เก่า เจอยัยหมูผีนอนซีดกับรากมะม่วง

“ยัยหมูผีตื่นสิ อย่าไปนอนคุยกับรากมะม่วงนะ”ฉันเขย่ายัยนั่นก่อนจะทนไม่ไหวจนแบกขึ้นหลังและแกะรอยทางที่วิ่งผ่านจนมาถึงบ้านพักที่เดิม เลยไม่รอช้าจะบุกบ้านยัยนี่ซะเลย ข้อหาทำให้ฉันจะคลั่งตาย

น้ำก็อาบให้เสื้อผ้าก็หามาเปลี่ยนให้นอนกกทั้งคืนก็นอน ตื่นเช้ามาเสือกมานั่งแหกปากไล่ทุบฉันอย่างกับไปเผาบ้านยัยนี่ซะวอด

“เฮ้ๆใจเย็นเดี๋ยวดิ เป็นบ้าไรขึ้นมา”
“ก็..เธอมาพราก....ฉันไป”

“เดี๋ยวๆฉันแก่กว่าเธอไม่กี่ปีนะยัยบ๊อง”
“เชอะ”ยัยนี่สะบัดบ๊อบใส่ฉันซะงั้น เหอะๆ ไม่น่าหลวมตัวไปชอบยัยนี่เลยยย

ฉันเริ่มเบื่อยัยนี่เลยหนีลงไปข้างล่าง ฝนตกเมื่อคืนก็ดีจะได้ทำให้ที่นี่มีอะไรที่สะอาดๆ ยกเว้นปากยัยหมูผีนี่สกปรกเหลือเกินแต่ล่ะคำที่พ่นเนี่ย

“แต่งตัวให้เรียบร้อย ฉันจะลงไปดูว่าคุณลุงมายัง ตกลงนะ”

“อะอือ”

ฉันเดินลงมาข้างล่างก็เห็นรถจิ๊บที่คุณลุงขับมาส่งเมื่อวานจอดอยู่รอ ดีใจจนวิ่งเปิดประตูด้วยความเร็ว

“ปัง... คุณลุงหวัดดีค่ะ”เสียงกระแทกประตูพร้อมทักทายคุณลุง

“ดีครับเด็กๆ ลุงมารับแล้วนะ เมื่อวานฝนตกน้ำท่วมถนน ลุงขอโทษด้วยครับที่มารับไม่ได้”

“ไม่เป็นไรค่ะ พวกหนูไม่คิดมากเดี๋ยวหนูไปตามน้องก่อนนะคะ”

“ครับผม”

ฉันวิ่งพรวดขึ้นไปตามหมูตุ๋นที่ตอนนี้เริ่มจะขึ้นอืดอีกครั้งแล้ว

“หมูตุ๋น กลับบ้านกานนนนนยัยขี้เซ้านี่”

“งั้นอุ้มไปหน่อยสิ คร่อก”

เฮ้อสุดท้ายฉันก็อุ้มนางไปขึ้นรถด้วยกัน

“บรืนนนน”

ฉันนั่งสังเกตตลอดทางเสมอ ว่าแรงน้ำฝนที่ไหลผ่านป่า น้ำหลากพวกนี้แรงขนาดไหน ต้นหญ้ากับกิ่งไม้เท่าท่อนซุงเกลื่อนไปหมด

“บรืนนนน เอี๊ยด”

เสียงลากเบรกล้อรถจิ๊บ มาจอดหน้าบ้านแล้ว ยัยหมูผียังนอนอืดเป็นศพอยู่เลย

“ฝากคุณปอมอุ้มคุณตุ๋นไปนอนหน่อยนะครับ พอดีลุงต้องไปตรวจถนนที่น้ำท่วมเมื่อคืนน่ะครับ”

“เข้าใจแล้วค่ะคุณลุง”

พูดจบฉันแบกยัยหมูไว้ในอ้อมแขน คุณลุงก็ขับรถจิ๊บออกไปเลยทันที

“ภาระทางสังคมจริงๆเลยยัยนี่”ฉันถึงกับส่ายหัวรัวๆ

“คร่อกกก”

เดินเข้ามาในบ้านป้านวลไม่อยู่ ไม่เจอใครเลย สเน็กก็หายไปไหนนะ เฮ้อ ฉันอุ้มยัยนี่ไปไว้ที่ห้องนอนของนางแล้วก็เดินลงมา เจอกับสเน็กที่ต้องนี้หน้าซีดเผือก กับในมืออีกข้างถือโทรศัพท์ค้างไว้

 “เฮ้ มีอะไรรึเปล่าสเน็ก”

“อึก...คือคุณหนูมารับโทรศัพท์ก่อนเถอะครับผมขอล่ะ”

ฉันคว้าโทรศัพท์มาฟังเสียงปลายสายคือ คุณหมอที่รพ.แห่งหนึ่งในประเทศสเปน

“เอ่อ ใช่คุณปอมเปย์หรือเปล่าครับ พอดีผมเป็นหมอนะครับ ผมมีข่าวร้ายจะแจ้ง คือพ่อของคุณท่านประสบอุบัติเหตุเครื่องบินตกตอนนี้อาการโคม่า โอกาสรอดมีแค่10ต่อ90นะครับ ขอให้คุณทำใจไว้เผื่อนะครับ”

สมองของฉันตอนนี้เหมือนหยุดทำงาน ทุกสิ่งรอบตัวฉันหมุนเค้งคว้างไปหมด ใจเต้นรัวราวกับจะระเบิด น้ำตาของฉันไหลลงอาบแก้ม เสียงมันแหบไปหมด จุกในคอไม่สามารถพูดออกมาได้สักคำ ฉันถึงกับทรุดตัวลงนั่งกับพื้น ร้องไห้ทั้งน้ำตากรีดร้องราวกับคนบ้า ก่อนฉันจะลุกวิ่งหนีออกไปข้างนอกราวกับคนคลั่ง

สเน็กในตอนนี้ทำได้เพียงแค่ยืนก้มหน้า ซ่อนน้ำตาที่ไหลลงอาบแก้มไว้ ความขมขื่นที่ต้องแบกรับไว้คือการดูแลคุณหนูของคุณท่านอย่างดีที่สุด

“ผมเสียใจครับคุณท่าน ฮึก..ผมจะ..พยายามไม่อ่อนแอเหมือนที่ท่านบอก แต่ ตอนนี้ผมทนไม่ได้หรอกนะครับ ฮือๆๆ”สเน็กพึมพำกับตัวเอง

ปลายสายโทรศัพท์ที่คุยกับคุณหมอ ตอนนี้มีเพียงความเงียบ และเสียงสะอื้นรำไห้ของสเน็กไปเสียแล้ว

ฉันวิ่งออกมาที่ทุ่งกว้าง จู่ๆห่าฝนก็ตกอีกครั้ง เหมือนแทนความเจ็บปวดที่อัดอั้นของฉัน ท้องฟ้าสีเทาทำมึน เสียงฟ้าร้องครืนๆ ฝนที่ตกไม่ขาดสาย ฉันพยายามวิ่งไปให้ไกลที่สุดจนสะดุดล้มหลายต่อหลายครั้ง

“อ๊ากกกกกกกกกกกกกก ฮือๆๆ...พ่อ ทำไมถึงทิ้งปอมไป ทำไมล่ะ ปอมยังไม่ทันได้บอกลา หรือแม้แต่สวมกอดเลยนะ ฮือๆ”ฉันทำได้เพียงนั่งร้องไห้แข่งกับฝนที่ตกและเสียงฟ้าร้อง เป็นช่วงๆ

“ปอมเจ็บไปหมดเลยนะ มันเจ็บในนี้ พ่อทำไมล่ะ ทำไม ฮือๆ”ฉันกำกำปั้นทุบกับอก มันอธิบายไม่ได้หรอกว่าการเสียคนที่รักที่สุดในชีวิตเป็นยังไง เหมือนร่างกายจะแหลกสลาย  ฉันไม่รู้ตัวว่านั่งร้องไห้ไปนานเท่าไหร่ ผ่านมากี่ชั่วโมงแล้ว ฉันรู้เพียงว่า น้ำตาของฉันไม่สามารถไหลออกได้อีกแล้ว มันแห้งเหือดไปหมด

“สุดท้ายฉันก็มานั่งอ่อนแอ ฉันมันเป็นคนที่ใช้ไม่ได้”ฉันสะอื้นเบาๆยันตัวลุกขึ้น เดินไปหาสเน็ก

“สเน็ก พรุ่งนี้เช้าฉันจะกลับสเปน นายเตรียมรถกับเครื่องบินให้เรียบร้อย”

“รับทราบครับคุณหนู”สเน็กคร่อมตัว แล้วเดินจากไป

“ฉันทำได้แค่เพียงต้องเข้มแข็งขึ้น”

ฉันเดินขึ้นชั้นบนไปเพื่อไปหาหมูตุ๋นที่นอนหลับหายใจพริ้มเข้าออกไปมาช้าๆอย่างสม่ำเสมอ

“ตุ๋นพี่ขอสัญญา..ว่าถ้าโตขึ้น...พี่จะกลับมาแต่งงานกับตุ๋นเลยนะ แล้วก็อีกข้อตุ๋นห้ามมีคนอื่นก่อนที่พี่จะกลับมาสัญญาได้ไหมคะ..พี่มีแค่แหวนวงเล็กๆวงนี้คงจะแทนคำสัญญาของพี่ได้ใช่ไหมคะ...จุ๊บ”

เพียงสัญญาเล็กๆในวันนั้นก่อเกิดรอยหลุมโบ๋กลางใจของฉัน เพียงเพราะฉันจำอะไรไม่ได้ลืมทุกอย่างไปหมดเพียงเพราะคำสัญญาบ้าๆนี่ที่ทำให้ฉันวิตกกังวลมาตลอด

ฉันรอพี่มานานมากเลยนะรู้ไหม ตอนไหนพี่จะมาหรือจะรอให้ฉันเหี่ยวบนคานก่อนค่อยมาฮะ

ฉันถึงกับชะงักไปพักใหญ่ตอนที่มานึกเรื่องนี้ออกเวลานี้

“ปอม....คุณจะมาหาฉันใช่ไหม?”

กว่าจะรู้สึกตัวอีกทีฉันก็มานั่งร้องไห้ฟูมฟายกับตัวเองไปมา ตอนเด็กฉันเจออะไรมาบ้างและยัยหมาบ้านี่ก็ดันมาสัญญาพิลึกๆนี่ไว้กับฉันจนฉันลืมทุกอย่างไปหมดแล้ว

“ฮึกๆ...ยัยหมาบ้าเธอมันเป็นหมา..ฮึกๆที่ทิ้งเจ้าของตัวเองได้ยังไง”
และแล้วฉันก็ต้องมานั่งร้องไห้ฟูมฟายใหญ่เพราะดันไปคิดถึงเรื่องยัยหมานั้นเอ่ยปากสวมแหวนที่นิ้วให้ฉัน ยิ่งทำให้ฉันสติแตกไปใหญ่และร้องหนักกว่าเดิม

 

 

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

0 ความคิดเห็น