สัมผัสรักต้องห้าม

ตอนที่ 7 : แขกผู้มาเยือน

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 19
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 0 ครั้ง
    21 ม.ค. 62

ตอนที่7แขกผู้มาเยือน

ตื่นเช้ามาในสภาพงัวเงียสุดๆ คว้านหาแม่วาที่นอนกอดข้างๆแต่ไม่เจอ เหลือแต่รอยยุบจากการนอน

“อือ...แม่วาไปไหน”

ฉันยันตัวเองขึ้นมามองกวาดตาไปรอบๆห้อง แต่ก็ไม่เจอเลยออกจากห้องลงมาข้างล่างก็ไม่เจอแม่วาเห็นแต่ข้อความเล็กๆกับข้าวต้มปลาที่วางไว้ตรงโต๊ะกินข้าวแถมยังอุ่นๆอยู่เลยแสดงว่าแม่พึ่งออกไปไม่นาน

“ตัวเล็กกินข้าวกินยาแล้วก็พักผ่อนเยอะๆจะได้หายไวๆอีกสองสามวันนี้แม่จะไม่ได้อยู่บ้านนะคะแต่แม่จะให้ใครบ้างคนมาอยู่เป็นเพื่อนด้วย อย่าดื้ออย่าซนกลับมาแม่จะพาตัวเล็กไปซื้อของที่ตัวเล็กอยากได้ รักจากแม่วา"

"แม่วา...ปิ๊งป่อง..ปิ๊งป่อง”

ใครกดออด? สุดท้ายก็แอบย่องไปส่องที่ประตูเห็นผู้หญิงคนนึงตัวสูงๆแล้วก็สะพายกระเป๋าอะไรไม่รู้

“เฮ้อ..เป็นไงเป็นกัน”ตัดใจได้ก็เปิดประตูรับแขกปริศนาเข้าบ้าน

“เอ่อ..ใช่ลูกวาปะคะ? พี่ชื่อต้นข้าวเป็นเพื่อนสนิทวามัน มันไหว้วานมาให้ดูแลวูลฟ์”

“อ่อ...ค่ะวูลฟ์เอง สวัสดีค่ะ”

“จ้า...งั้นพี่ขอเอาของไปเก็บก่อนนะ”

“เชิญเลยค่ะ”

ฉันถอยตัวหลีกทางให้พี่ต้นข้าวเข้ามาในบ้านอย่างงๆนิดหน่อยแต่ก็ไม่ได้อะไรมากก็เดินกลับไปนั่งกินข้าวต้มต่อ

“เอ่อ..พี่ขอนั่งด้วยได้ไหม?”

“ได้ค่ะ..เอาเลย”

“จ้า”

พี่ต้นข้าวเดินลงมาจากข้างบนในสภาพรวบผมขึ้นสูงใส่เสื้อเชิ้ตธรรมดาๆกับเกงยีนต์ขาดๆตามสไตล์ ผมสีออกจะควันๆเทาๆ สีควันบุหรี่น่าจะใช่แหละ มองดูทุกอย่างที่พี่แกทำ ค่อนข้างจะสุภาพเรียบร้อยไม่เรื่องเยอะจู้จี้ อีกสักพักคุณป้าแม่บ้านจะมาแล้ว

“เอ่อ..ปกติวูลฟ์ทำไรบ้างคะ”

“ไม่มีไรมากค่ะพี่ กินนอน เล่น ดูหนัง เล่นเกม อ่านหนังสือไปวันๆ”
“แล้วเบื่อบ้างไหม?”

“ก็มีบ้างค่ะ”

“วันนี้พี่ว่างโดยเฉพาะยิ่งอยู่กับคนน่ารักๆพี่ยิ่งว่างเป็นพิเศษเลยแหละ”

พี่ต้นข้าวยิ้มกริ่มให้ฉันเป็นนัยว่าอยากพาไปเล่น

แต่เล่นที่ว่าเนี่ยเล่นแบบไหนกัน

“ค่า..”

ฉันไม่สนใจพร้อมตักข้าวต้มใส่ปากระหว่างนั้นก็หันไปดูการ์ตูนที่เปิดทิ้งค้างไว้ในทีวีต่อ บ้างครั้งเราก็ต้องหัดยอมรับอะไรใหม่ๆบ้างสินะ

Partแม่วา

ฉันพาตัวเองหลบหน้าหลบตาตัวเล็ก ฉันเผลอทำแบบนั้นกับวูลฟ์ด้วยความลืมตัว แถมวันนี้ก็ยังหนีออกมาไม่บอกไม่กล่าว

“โดนเกลียดแน่เลย...โว้ยย”ฉันนั่งทึ้งหัวตัวเองไปมาในห้อง

“เป็นไรหรอคะ?คุณวา”ทับทิมถามระหว่างนั่งบอกงาน

“ไม่..ไม่มีไรแล้ว ฉันก็แค่..เฮ้อ..ช่างมัน”

“ทริปที่จะไป3วัน2คืนที่ภูเก็ต เป็นการประชุมหารือกับบริษัทต่างประเทศที่สนใจในผลิตภัณฑ์ของเรานะคะ แล้วก็มีประชุมเรื่องการเปิดตัวเจ้าของบริษัทใหม่ที่พึ่งจะเริ่มมาลงทุนในประเทศ ก็มีแค่นี้แหละค่ะ”

“ไปวันไหน?”ฉันบอกปัดๆกับทับทิมระหว่งนั่งเช็คข้อความในมือถือ คิดถูกหรือเปล่าให้ยัยต้นข้าวไปเฝ้าวูลฟ์มันจะหื่นกามใส่แหงๆก็ไม่มีใคนสนิทเท่ามันอีกแล้วถ้าจอยไปก็ใช่เรื่องคงปู้ยีปู้ย้ำแน่ แต่ต้นข้าวมันติดนิสัยลวนลามแบบแนบเนียนนี่สิ โอ๊ยตายๆ

“ตายๆ..ฉันตายแน่ๆ”

“ใครตายหรอคะ?”

“แล้วสรุปเราไปวันไหน ทับทิม”ฉันเริ่มหงุดหงิดกับท่าทีของเธอที่ดูจะมากวนแปลกๆ

“พรุ่งนี้ค่ะ ขอตัวก่อนนะคะคุณวา”

ฉันมองตามการทำตัวแบบขอไปทีของทับทิม เธอยังถือเรื่องที่ฉันทำวันนั้นว่าเราเป็นแฟนกันหรอ?

“อะไรกันวะเนี่ย”

นั่งปวดหัวเรื่องวูลฟ์ไม่พอต้องมาทุกข์ใจเรื่องทับทิมอีก วันซวยอะไรของฉันวะ สุดท้ายฉันก็ต้องออกไปเดินตามหาทับทิมที่ไม่รู้วิ่งหนีหายไปไหน เดินมาเรื่อยๆจนมาถึงห้องเก็บของได้ยินเสียงสะอื้นดังออกมาข้างนอก ชัดเลยยัยเหมียวนี่

“เธอนี่ขี้แยชะมัด”

“อึก...คุณวา..”

เฮ้อฉันดูใจร้ายขนาดนั้นเลยหรอ สุดท้ายก็ต้องเข้าไปกอดปลอบทับทิมที่ร้องไห้ขี้แยเป็นเด็กๆ

“อือ...คุณวาปล่อยนะคะ..ฮือ”

“ไม่..ฉันไม่ปล่อย”

ทับทิมยอมหยุดดิ้นงอแงแล้วก็สงบขึ้นตอนถูกฉันกอด ฉันไม่ได้ใจร้ายแต่ก็แค่ไม่ชอบเห็นน้ำตามันคือความอ่อนแอ

“หยุดร้อง..ฉันจะกลับบ้าน”

“ฮึก...อึก”

“มาฉันจะไปส่ง รีบไปเตรียมเสื้อผ้าไว้ล่ะ”

“ค่ะ”

ฉันจูงมือยัยขี้แยนี่ไปที่รถ ก่อนจะไล่ขึ้นรถไปส่งที่คอนโด พอส่งเสร็จก็รีบบึ่งกลับบ้านไปหาตัวเล็กทันที

ถึงบ้านเสร็จก็รีบกระชากประตูรถออกแล้ววิ่งแจ้นเข้าบ้านทันที

“ตัวเล็ก...”

“คะแม่วา?”

ฉันกวาดสายตาสอดส่องไปทั่วมองหาต้นข้าวที่อาจจะเป็นสาเหตุหลักของการลวนลามตัวเล็กแต่ก็ไม่เจอตัว

“ต้นข้าวไปไหนละคะ?”

“อ่อ..พี่ต้นข้าวออกไปซื้อเครื่องปรุงที่ห้างบอกจะทำสเต็กให้กิน”

“จ้า...งั้นแม่ขอหอมหน่อยสิคะ..จุ๊บ”

“งือ..แม่วา”

“ก๊อกๆ...ขัดจังหวะป่ะทั้งคู่”

เสียงของตัวก่อกวนเข้ามันแทบจะทันที ตายยากจริงเว้ยไอ้นี่

“พี่ต้นข้าว..”

“ต้นข้าวแกมีเรื่องต้องเคลียร์กับฉัน”

“อะเค..ขอเอาของไปเก็บแป๊บ”

“แม่วา..พี่ข้าว”

ฉันปลีกตัวออกมานั่งรอที่ห้องรับแขก ส่วนตัวเล็กบอกว่าเดี๋ยวจะกวนเปล่าๆเลยขึ้นห้องไปรอแล้ว

“เฮ้อ..ว่าไง”

“แก..จะไม่ทำอะไรตัวเล็กใช่ไหม?”

“หึ..มันก็ไม่แน่วะวา ลูกแกออกจะน่ากินขนาดนี้”

ไอ้ข้าวนั่งลงตรงข้ามไม่พอยังมาพูดกวนโอ๊ยอีก น่าตีสักทีจริง

“ฉันจะโอนเงินให้วันสุดท้าย ฉันมีประชุมต้องไปที่ภูเก็ต3วัน2คืน แล้วก็ขาดเหลืออะไรก็โทรมานะ”
“อือๆ...ได้เสมอ แล้วข่าวเรื่องการตามหาครอบครัวจริงๆของวูลฟ์ล่ะว่าไง”

“เบาะแสมีน้อยเกินไป แต่ก็ได้ข่าวมีนิดหน่อยว่ามันหนีไปที่ยุโรปเป็นเจ้าของบริษัทอะไรสักอย่าง ส่วนแม่จริงๆของวูลฟ์ก็หนีกลับไปที่บ้านไร่”

“อะฮะ...แต่มันก็สมควรแล้ว ไม่ต้องไปตามหามันหรอกยังไงวูลฟ์ก็เชื่อจริงๆว่าแกน่ะเป็นแม่”

“ฉันรู้ แต่ถ้ามาถึงจุดสิ้นสุดแล้วฉันดันก้าวข้ามความสัมพันธ์นี่ล่ะวะ”

“วา..แกบอกว่าแก..กับวูลฟ์แล้วนะเว้ย”

ต้นข้าวมันเดือดพลานแปลกๆ แถมกระชากคอฉันซะแน่นจุก

“ไม่..หรอกฉันไม่ทำ”

“เออ..แล้วไป”พูดจบมันก็คลายมือออก

อย่าบอกนะว่าไอ้ข้าว มันเล็งวูลฟ์

“ข้าว..มึงชอบลูกกูหรอ?”

“เออ..กูชอบ ทำไมมึงจะให้กูหรอ”

“ฝันไปอีกร้อยปีเหอะมึง..ข้าวกูมีอะไรให้มึงช่วยอย่างดิ กูมีผู้หญิงคนนึงที่โครต

ซื่อบื้อแถมติดกูแจเป็นแมวเลย มึงชอบไม่ใช่หรอคนซื่อๆปั่นหัวสบาย”

“เออ...สวยไหมวะ”

“ระดับนางเอก...กูให้แต่รอกูกลับมาจากไปภูเก็ตกูจะติดต่อให้”

“เออๆ..มีรูปป่ะอยากเห็น”

“นี่ๆคนนี้”ฉันเปิดแชทแล้วกดจิ้มรูปทับทิมให้ต้นข้าวมันดู

“เออๆ..ใช้ได้ แล้วมึงไม่ชอบหรอวะ?”

“ไม่..กูมีคนที่ชอบแล้ว”ฉันพูดไปยิ้มไปตอนมองขึ้นชั้นบน

“เออๆ..ไอ้คุณแม่ผู้หวงลูก”

“ตามใจวะ”

“งั้นกูไปทำสเต็กก่อน..เดี๋ยววูลฟ์จะงอแง บ่นอยากกินเนื้อๆ”

“เออๆทำเผื่อด้วย”

“มึงเลี้ยงลูกหรอหมาวะเชื่องเกิน”ต้นข้าวเดินไปบ่นไปในห้องครัว

ฉันลุกจากห้องรับแขกเดินมุ่งหน้าไปหาตัวเล็กที่ตอนนี้กำลังนอนกลิ้งไปมาบนเตียงสลายใจเฉิ่ม

“ไปรอกินสเต็กกันค่ะตัวเล็ก”

“ค่าแม่วา....อุ้มวูลฟ์หน่อยสิคะ”

ฉันยิ้มนิดๆให้กับความขี้อ้อนแล้วจัดการรวบมาอุ้ม พาเดินลงไปนั่งลงดูเชฟต้นข้าวกำลังทำการโชว์ทำสเต็กแบบไฟลุก

สมกับการรอคอย ต้นข้าวถือจานตะวัดๆไถลไปตามโต๊ะแบบมือโปรจัดการคนซอสไปมาในกระทะแล้วเทราดตวัดขึ้นลง

“ขอตั้งชื่อว่า สเต็กเนื้อแบบประหยัด”

“5555 งบไม่พอหรอคะพี่ข้าว”

“ไม่พอค่าคนเก่ง”

นั่งกินกันแบบสามคนหัวจุ่มโต๊ะ ติดกันเป็นเทปสองหน้าเลย

“คือ..จะนั่งเบียดกันอีกนานป่ะข้าว?”

“กูชอบ..อบอุ่นๆ หึๆ”

“เออๆให้ไวๆ เดี๋ยวกูบอกอะไรบางอย่างให้ฟัง”

“ครับๆขุ่นแม่”

เริ่มจะประสาทกินกับไอ้ข้าว กลับมาจากยุโรปได้เอาใหญ่เลยนะเอ็ง เดี๋ยวเถอะจะเล่นให้หนัก

“วูลฟ์อิ่มแล้วขอตัวขึ้นห้องก่อนนะคะ”

“จ้า”

“ค่าน้องวูลฟ์”

ฉันนั่งมองตามตัวเล็กจนหายลับไปบนบ้าน ก่อนจะหันมาตีเพี๊ยะมือของไอ้ข้าวตอนมันกำลังจะมาจิ้มเนื้อฉันเข้าปาก

“อะไรวะ อุส่าห์ทำให้กิน”

“พอเลยอ่ะมึง ทำกินเองบ่อยจะตายแค่นี้ทำมาบ่น”

“เออๆ..แล้วมีไรจะบอก”

“มึง ห้าม แตะ ลูก กู แม้ แต่ ขี้เล็บ มึง ก็ ห้าม”

“เออๆ..ก็ไม่จับหรอก”มันพูดแบบนั้นแต่ก็ทำตากรุ่มกริ่ม ฉันอดไม่ได้ที่จะตีมันอีกดอกไปที่แขน

“โอ๊ย..กูยอมแล้ววา กูรอทับทิมก็ได้วะ”

“ดี..”

เมื่อกินอิ่มก็จัดการเอาจานชามไปเก็บลงอ่างให้เรียบร้อย พาตัวเองวิ่งหนีไอ้ข้าวที่กำลังนั่งดูหนังข้างล่างจากนั้นก็จัดการไปล็อคห้องมัน แล้ววิ่งหนีเข้าห้องตัวเองไปพอดึกๆก็จะได้ยินเสียงโหยหวนของมันเมาเคาะหน้าห้อง จนสุดท้ายก็ต้องไปไขให้มัน ส่งท้ายก่อนฉันจะไปที่อื่นต้องแกล้งให้ยับ

พอเช้าตรู่ก็จัดการเตรียมเอกสารให้เรียบร้อย บอกลาตัวเล็กและขับรถไปรอที่สนามบิน ก่อนที่ทับทิมจะตามมาติดๆและจัดการดำเนินเรื่องไปภูเก็ตทันที

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

1 ความคิดเห็น