สัมผัสรักต้องห้าม

ตอนที่ 40 : แฮปปี้

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 22
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 1 ครั้ง
    22 พ.ค. 62

ตอนที่40แฮปปี้

เหมือนโลกทั้งใบหยุดหมุนไปในช่วงระยะเวลาตอนนี้ แม้แต่เสียงพูดคุยทักทายคนอื่นๆก็ไม่ได้ยิน เพราะตอนนี้ตัวฉันหูอื้อตาลายไปหมด มันนานมากเลยนะที่ต้องแสร้งทำเป็นเจ็บปางตายทั้งๆที่อยากจะสวมกอดคนตัวเล็กที่อยู่ตรงหน้าใจจะขาดแต่ก็ทำอะไรไม่ได้นอกจากนอนดูหยาดน้ำตาที่ไหลออกมาตลอดเวลา หรือแม้แต่ตอนนอนตัวเล็กก็ยังร้องไห้และฝันร้าย

“..พี่วา..”ตัวเล็กเอ่ยเสียงสั่นเครือเบาๆ

“วูลฟ์..ตึกๆๆ..หมับ..ขอโทษนะคะตัวเล็ก..พี่ผิดไปแล้ว”ฉันไม่รอช้าที่จะวิ่งเข้าไปสวมกอดตัวเล็กในทันที ให้สาสมกับช่วงเวลาที่ขาดหายไป

“ฮือออ..โฮๆๆ..ฮือๆๆ..คนบ้า..ตุ๊บๆๆ..ฮืออออ..”มือเล็กๆนั่นทุบลงกลางหลังของฉันอย่างระบาย

“พี่ขอโทษ..พี่อยู่นี่แล้วนะคะคนเก่ง..อยู่ตรงนี้แล้ว”

“ฮือๆๆ..วูลฟ์..ฮือๆๆ..โฮๆๆ..คิดว่า..จะเสียพี่ไปแล้ว..ฮืออออออออออออ..”

“ฮึก..ขอโทษ..ขอโทษ..ฮือๆ..”

กลายเป็นเราสองคนยืนร้องไห้กันกลมหน้าห้องผ่าตัดพร้อมด้วยทุกคนที่ยืนยิ้มเบาๆให้ก่อนจะแยกย้ายเดินจากไป ทิ้งไว้ก็มีเพียงแค่ไอ้จอยที่ยืนหัวเราะแห้งๆใส่

“ฮ่าๆๆ..กูไปแหละง่วงนะเนี่ย อีกอย่างรถมึงน่ะกูเอาไปเติมลมให้แล้วนะ..”

“อืม..”ครางรับในลำคอเบาๆก่อนที่จอยจะเดินหายลับไปจากทางเดิน ทิ้งให้ฉันและตัวเล็กที่ยืนปล่อยโฮกลางดึกแบบไม่สนใจใครๆ

“ฮืออออ..ฮึกๆๆ..ฮือออออออ”

“โอ๋ๆๆ..ขอโทษนะคะ..โอ๋ๆ..เพี้ยงๆไม่ร้องนะคะ”

“ฮืออออออออออออออ..”

ยิ่งปลอบตัวเล็กมากแค่ไหน เสียงสะอื้นก็ยิ่งมีไม่ขาดสายหรือแม้แต่น้ำตาที่เปียกปอนเต็มหัวไหล่ฉันไปหมด กว่าตัวเล็กจะเลิกร้องไห้ได้ก็ปาเข้าไปนู้นเที่ยงคืน

“ฮึกๆ..ฮือๆๆ..”

“เพี้ยงๆไม่ร้องนะคะ..”

“ฮึกๆ..คะ..ค่ะ..ฟึดๆ”

พาตัวเล็กมานั่งที่โซนม้านั่งแถวๆนั่นพลางยกหลังมือตัวเองมาเช็ดน้ำตาที่ไหลลงมาเรื่อยๆมาหยุดจนกระทั่งตัวเล็กเริ่มหยดสะอื้นได้ก่อนจะเหลือเพียงรอยน้ำตาที่คลอหน่วย

“จุ๊บ..ขอโทษนะคะที่ต้องโกหก”จุ๊บลงไปที่หน้าผากเปียกชื้นของตัวเล็กเบาๆก่อนจะสวมกอดตัวเล็กอีกครั้ง ฉันคิดถึงคนที่อยู่ตรงหน้าใจจะขาดมากถึงมากที่สุด ที่ต้องแกล้งทำเป็นเจ็บทั้งๆที่สามารถสวมกอดตัวเล็กได้เสมอ แต่เพราะฉันต้องใช้แผนตัวล่อเพื่อที่จะลากคอไอ้สารเลวออกมาแล้วจัดการซะ

“คนใจร้าย..ตุ๊บ..ตุ๊บๆๆ”กำปั้นที่อ่อนปวกเปียกของตัวเล็กพยายามทุบหัวไหล่ของฉันอย่างโมโห ส่วนฉันทำได้แค่กอดตัวเล็กไว้ให้แน่นที่สุดเท่าที่คิดถึงมา จนกระทั่งกำปั้นน้อยๆแปรเปลี่ยนเป็นการขยำดึงเสื้อฉันไว้

“คนบ้า..คนใจร้าย”

“ขอโทษนะคะ..ขอโทษ..ขอโทษ..”

“ฮือออ..ไอ้คนใจร้าย..ฮืออออออออ”

พร่ำบอกคำขอโทษกับตัวเล็กต่อไปเรื่อยๆไม่หยุดจนกระทั่งตัวเล็กผล็อยหลับลงไปด้วยความอ่อนเพลียพร้อมขอบตาที่บวมปูดจากน้ำตาที่ไหลออกมาไม่หยุด

“ขอโทษ..สำหรับทุกอย่าง..วาขอโทษค่ะ..”

“..”

อุ้มร่างตัวเล็กที่ดูเหมือนจะซูบผอมลงไปเยอะจนเห็นรอยกระดูกที่ต้นคอได้ผ่านคอเสื้อ

“อึก..”ฉันถึงกับต้องลอบกลืนน้ำลายเอื้อกใหญ่ ตอนเห็นสภาพของตัวเล็กที่แย่ลงกว่าตอนนั้น เดินมาถึงรถได้ก็จัดการขึ้นขับพาทะยานกลับบ้านทันทีโดยไม่รีรอใดๆ รุ่งเช้าฉันถึงจะมาเยี่ยมอาการของมาร์คอีกที

“วากลับมาหาตัวเล็กแล้ว..ไม่ต้องกลัวนะคะ..ตอนนี้วาจะดูแลตัวเล็กให้ดีที่สุด”

 กุมมือข้างหนึ่งที่ฝ่ามือเล็กของวูลฟ์ที่กำลังนอนหลับอยู่บนเบาะรถอย่างสบายๆ

ถึงบ้านได้ฉันก็รวบตัวเล็กอุ้มเดินเข้าบ้านไปทันที วางตัวเล็กลงกับเตียงนอนด้วยความเบามือก่อนจะเดินวกไปในห้องน้ำออกมาพร้อมผ้าขนหนูนุ่มๆและน้ำอุ่นที่อยู่ในกะละมัง

“ต้องเช็ดตัวนะคะ..”

ปลดเปลื้องเสื้อผ้าของตัวเล็กออกจนหมด ตอนนี้ตัวเล็กกำลังนอนบิดตัวไปมาในสภาพเปลือยเปล่า

“ผอมลงไปเยอะเลยนะคะ..แปะ..”บรรจงค่อยๆเช็ดไปตามผิวกายนุ่มๆของตัวเล็กที่เริ่มขึ้นสีระเรื่อเพราะความหนาวจากแอร์ที่เปิดล่ะมั้ง ฉันจัดการเช็ดตัวเล็กจนสะอาดทุกซอกทุกมุมก่อนจะได้เวลาที่ฉันไปอาบน้ำซะบ้างล่ะเนี่ย

“ไปอาบน้ำบ้างดีไหมเนี่ยเรา..หาววว”

อาบน้ำเสร็จก็เดินมาที่เตียงก่อนจะค่อยๆแทรกตัวเข้าไปในผ้าห่มผืนหนาก่อนจะรั้งตัวเล็กเข้ามากอดหลวมๆไว้เพื่อให้ความอบอุ่น

“ฝันดีนะคะ..คนเก่งของวา ขอบคุณนะคะที่อดทนมาได้ถึงขนาดนี้..”

กระพริบตาเล็กน้อยเบาๆก่อนจะค่อยๆปิดเปลือกตาลงไปแล้วก็เข้าสู่ห้วงนิทรา

ตลอดช่วงเวลาที่มองดูตัวเล็กร้องไห้ไม่หยุดเหมือนหัวใจฉันจะแหลกออกเป็นเสี่ยงๆ ตอนนี้ฉันสามารถโอบกอดคนตัวเล็กได้นานที่สุดเท่าที่จะทำได้ โดยไม่จำเป็นต้องแอบซ่อนอีกต่อไป ต่อให้ฉันจะถูกไล่ฆ่าหรือถูกยิงอีกกี่ครั้ง ฉันจะไม่ทำเรื่องแบบนี้เป็นอีกครั้งที่สอง ไม่ใช่เพราะตัวฉันไม่ไหว แต่เป็นเพราะตัวเล็กจะอ่อนแอและเจ็บปวดอยู่ฝ่ายเดียวแบบนี้ ฉันจะไม่ทำเรื่องแบบนี้อีกครั้งแน่นอนฉันสัญญา

ตื่นขึ้นมาในตอนเช้าตรู่พร้อมด้วยร่างของคนตัวเล็กจิ๋วที่นอนซบบนหน้าอกของฉันอย่างสบายอารมณ์

“หาววว..อืมม..ตัวเล็ก??”กระพริบตาเล็กน้อยไปมาให้คุ้นชินกับแสงในห้องก่อนจะพบเข้ากับร่างของวูลฟ์ขี้เซ้าที่แอบนอนก่ายบนตัวของฉันสบายใจพริ้มคนเดียว โดยที่ฉันไม่รู้ตัวเลยว่าทำหน้าที่เป็นที่นอนให้ตลอดค่อนคืนจนเช้า

“หื้ม?..อะฮ่าๆ..นอนก็นอนค่า..ฮึบ”เอนตัวลงกับเตียงเหมือนเคยระหว่างที่ยกมือตัวเองขึ้นมาแอบลูบหัวของวูลฟ์เล่นไปพลางๆระหว่างที่เจ้าตัวยังไม่ตื่นขึ้นมา

“เช้าแล้ว..คิดถึงจังเลยนะคะเหมือนตอนเด็กเลย..”

“ฟี้..ฟี้”

“รู้ไหมคะว่าตอนเด็กๆเราน่ะ...ขี้แงมากเลยนะ”

“ฟี้...”

“แถมยังเอาแต่ใจเก่งด้วย..”

“ฟี้...ฟี้”

“แต่มีสิ่งหนึ่งที่ตัวเล็กไม่รู้มาตลอดนะคะ..ว่าแม่น่ะไม่ได้มองหนูเป็นลูกสาวมาตลอดเวลาเลยตั้งแต่ที่เจอกัน.."

“ฟี้..ฟี้..ฟี้”เสียงลมหายใจของวูลฟ์เริ่มแรงขึ้นตามการเอ่ยปากของฉันแล้วแหะ

“รักมาตั้งแต่ที่เจอกัน...กว่าแม่จะรู้ตัวว่ารักเราแบบไหนก็ตอนที่ตัวเล็กโตแหนะ..นานมากเลยนะกว่าที่จะรู้ใจตัวเองน่ะค่ะ..จุ๊บ”

ก้มหน้าลงไปเล็กน้อยก่อนจะขโมยจุ๊บจากหน้าผากเหม่งที่เด่นทิ่มตาแต่ไกล

“ล..แล้วทำไมพึ่งมาบอกล่ะคะ..คนบ้า”

“อื๋อ..อื้อออ”

ตกใจเล็กน้อยก่อนจะถูกจู่โจมจากคนดื้อขี้แกล้งที่กระโจนตัวดึงหน้าฉันเข้าไปจูบแต่เช้า ไม่หนำซ้ำยังกัดปากฉันใหญ่ประหนึ่งอดอยากมานานแสนนาน

“อื้อออ..”
“อื้มมม..จุ๊บ..อืออ”
เราทั้งคู่จูบกันค่อนข้างนานก่อนจะผละตัวออกจากกันเพื่อที่จะสูดอากาศเข้าปอด

“ฮ่า..ฮ่า..ตัวเล็ก??”

“แฮ่ก..แฮ่ก..คะ..คนบ้า”

“0///0)..ระ..เรื่องอะไรคะ”ยันตัวจากเตียงมาจ้องเขม็งตัวเล็กที่นั่งคร่อมรี่ตาอย่างกวนโอ๊ยใส่ที่ลำตัวของฉันอย่างยั่วเย้า ด้วยสภาพที่ล่อนจ้อนนั่งคร่อมเอวฉันไว้พร้อมกับอกนุ่มที่หอบขึ้นลงไปมาตามแรงหายใจก่อนจะไล่สายตาลงไปต่อยังข้างล่างจนเห็นทุ่งข้าวสีน้ำตาลอ่อนที่ขยับเบียดตามซอกขาด้านในวับๆแวมๆ

“อึก!!..ตื่นตอนไหนคะเนี่ย??”ยิ้มตาหยี่ให้อย่างน้ำขุ่นๆรู้แต่แรกแล้วล่ะว่าตัวเล็กไม่ได้หลับหรอกแต่แกล้งต่างหาก

“ตะ..ตื่นเมื้อกี้..อย่าจ้องเค้าน้า..”

“อึก..จ้อง??ทำไมวาต้องจ้องบี๋ด้วยล่ะคะ??”

“บะ..บี๋..0/////0)...อร๊ายยยยย”

“เอ๋...แอ๊ก...”

โดนจู่โจมอีกแล้วพร้อมด้วยแรงทับจากของตัวเล็กที่กระโจนเข้าใส่ ฉันผิดอารายแค่อยากลองพูดแบบคนรักเองฉันอายุก็ปาเข้าจะเลข4แล้วน้าเหอะๆ

“คนบ้าๆๆ..ตุ๊บตั๊บๆๆ”

“แอ๊กๆๆ..ดะ..เดี๋ยวตัวเล็ก..แอ๊กๆๆ...”
“คนบ้าๆๆ..ตุ๊บๆๆ”
กำปั้นเล็กๆระรัวกระหน่ำอัดใส่หน้าอกของฉันอย่างแรงจนจุกไปหมด เอาตรงๆไม่เจ็บหรอกพูดไปงั้นแหละกลัวคนเค้าไม่เชื่อ

“หมับ!!..พอได้ยังคะหื้ม?บี๋จ๋า”ได้โอกาสก็รวบมือไว้ซะ

“..คนบ้า..ปล่อยนะ”
“ไหนลองบอกหน่อยสิคะว่าวาบ้าตรงไหน..ฮึบ”

“อิ๊..”ตัวเล็กเซถลาไหลมาตรงกลางลำตัวของฉันพร้อมด้วยปลายจมูกเล็กๆที่แตะกันอยู่อย่างใกล้ชิด

“ไหนๆก็ไม่ได้ไปทำงานแล้ว...เรามาทำอะไรกันสองต่อสองดีไหมคะ?”

ยิ้มตาหยี่หวานๆให้ก่อนจะไล่ปลายจมูกเข้าไปใกล้เรื่อยๆจนถึงแก้มนุ่ม

“แต่..ยัง..เช้าอยู่เลย..”

“ไม่มีแต่หรอกนะคะ...จุ๊บ..”

ยาวมาเรื่อยๆจนถึงเที่ยงฉันถึงได้ลุกมายืดตัวไปมาก่อนจะทิ้งตัวลงกับเตียงอีกครั้งตามด้วยการดึงตัวเล็กเข้ามากอดซบจากด้านหลังโดยมีตัวเล็กนอนบิดก้นให้ดู

“ฟอดดดด..รักนะคะ”
“อึย...จั๊กจี้..คนลามก”

มองดูต้นคอขาวๆที่กำลังย่นหนีสัมผัสจั๊กจี๋จากฉันที่ไล่จุ๊บไม่เลิก

“จุ๊บ..จุ๊บๆๆ”
“ฮ่าๆๆ..ยะ..อย่านะ..อื้อออ”

อดใจไม่ไหวเลยเผลอตัวลูบไล้ไปมาตามหน้าท้องแบนราบก่อนจะไล่ขึ้นมาตามฐานอกนุ่มขึ้นมาเรื่อยๆจนถึงยอด..สีหวานที่กำลังร้อนฉ่ายังกับกาน้ำร้อนที่เดือดปุดๆ

“อ๊ะ..อือออ..”

“อื้ออ..ร้อนจังเลยค่ะคนเก่ง..งั่ม”

“เฮือก!!...”

กัดเบาๆที่ต้นคอเล็กก่อนจะใช้ปลายลิ้นตัวเองละเมียดเลียชิมเล็กน้อยก่อนจะไล่ต่ำลงมาผ่านหัวไหล่ขาวมน พร้อมกับปลายนิ้วทั้งสองกำลังทำหน้าที่ขยี้..สีหวานอย่างปลุกปั่นจนแข็งปึ๋งดันนิ้วร้อนฉ่า

“อ๊ะๆๆ..อื้มมมม..วะ..วาขา”

“งั่ม..แผล่บ คะคนเก่ง?..จุ๊บ..จุ๊บ”

“ระ..ร้อนจังเลยค่ะ..อ่า..อือออ”
“ร้อนหรอคะ..จุ๊บ..จุ๊บๆๆ”

“อื้อๆๆ...อ่า..อืออออ”
พอได้ยินคำอ้อนวอนหวานๆแบบนั้นมีรึฉันจะทนไหวต่อไปได้ ทำได้แค่ถลกผ้าห่มออกแล้วยันตัวขึ้นนั่งก่อนจะผลิกขาเนียนของตัวเล็กหันมาก่อนจะแหวกออกจากกันตามด้วยการดันสะโพกนุ่มขึ้นมาเล็กน้อยจนเสมอระดับเดียวกับหน้าอกของฉันในตอนนี้

“อ๊ะ..อืออ..วะ..วา”

“ว่าไงคะ??คนเก่ง..จุ๊บ”อดแกล้งไม่ไหวก็เลยจีบไปที่ต้นขานุ่มหนึ่งทีข้อหาตัวเล็กทำตัวน่ารักเกินไป

“น่าอาย..งื้อออ”

“ตรงไหนคะ?”ระหว่างที่ถามไปฉันก็ยกต้นขาเล็กขึ้นพาดบ่าก่อนจะถดตัวเองนั่งลงให้เสมอกับพื้นก่อนจะค่อยๆก้มหน้าลงต่ำมาเรื่อยๆจนถึง..เนื้อนุ่มพร้อมด้วยเหล่า..ที่ขึ้นมามากกว่าครั้งก่อน

“ยะ..อย่าหายใจนะ..อื๋อออ”

“ฟู่..แบนี้หรอคะ?”

“..อย่า..เป่านะ..อื้อออ”
“หว่า..ไม่เป่าก็ได้ค่ะ..”

“อื้อ..อ่า..”

“ฟึบๆ..ไหนขอชิมหน่อยสิคะว่า..จะ..หวาน..เหมือน..เมื่อเช้ารึเปล่า..”

“ละ..ลามก..เฮือก...อ่า..อื้อๆๆ”

“อื้อ..จ๊วบๆๆ..แผล่บๆๆ”

“อิ๊..เอื้อ...อื้อๆๆ”

กดปลายลิ้นไล่ตวัดเลียชิมรอบข้างอย่างเบาๆก่อนจะค่อยๆตวัดเลียขึ้นลงอย่างช้าๆ ระหว่างที่กดปลายจมูกเกลี่ยไปมาใกล้..ชมพูแจ๋ที่กำลังแข็งปึงอยู่ตรงหน้าระหว่างโหน-....ของตัวเล็กที่เริ่มสั่นระริกๆก่อนจะเริ่มมีน้ำสีใส่ไหลเยิ้-ออกมาทีละนิดๆจากอาการเสีย-ซ่านที่ไปกระตุ้น

“อ๊ะ..อื้ออออ”

“จ๊วบๆๆ..แผล่บๆๆ...”

สะโพกเล็กๆเริ่มบิดป่ายไปมาอย่างทรมานก่อนจะเกร็งหน้าท้องเป็นจังหวะตามด้วยอาการบีบรัดจากด้านในที่...ตุ๊บๆไม่หยุดหย่อน

ฉันไม่รีรอที่จะเกร็งลิ้นแล้วตวั-เลี-ขึ้นให้เร็วที่สุด ไม่นานนักตัวเล็กก็เสร็จและนอนแผ่หลากับเตียงอย่างหมดแรง

“แฮ่ก..แฮ่ก..อื๋อ”

“เก่งมากค่ะตัวเล็ก..จุ๊บ”

ก้มลงไปจุ๊บเบาๆที่หน้าผากร้อนชื้นก่อนจะผละตัวลุกจากเตียงไปจัดการตัวเองซะใหม่ราวๆบ่ายคงมีเรื่องให้ทำเยอะแยะแน่นอน

ณ โรงพยาบาล

“ก๊อกๆ..ขออนุญาตค่ะ..”เคาะประตูเป็นสัญญาณเบาๆก่อนจะผยักหน้าให้ตัวเล็ก

“แอ๊ดดดด..ป๊า..”

ตัวเล็กฉีกยิ้มหวานร้องหาคนที่เธอรักที่สุดในตอนนี้ในสภาพนอนหายใจบนเตียงแต่สามารถฉีกยิ้มรับได้แม้ร่างกายสาหัสขนาดนั้น

อยากรู้ชะมัดว่ามาร์คไปทำอะไรมาถึงถึกทนขนาดนี้นะ..อืม..ว่างๆค่อยถามดีกว่า

“ตึกๆๆ..เป็นไงบ้างคะอาการ”

“..ดี..ขึ้นแล้ว...ล่ะ..ครั..บ”

“ไม่ต้องพูดก็ได้นะคะป๊า..วันนี้โซเฟียมาเยี่ยมแล้วนะ..ทุกๆวันโซเฟียจะมาหาพ่อเลย”

^_^”นี่คงจะพอแทนการยิ้มของมาร์คได้แหละมั้ง ฉันทำได้แค่ยิ้มแล้วพยักหน้าเบาๆก่อนจะโอบตัวเล็ก

“งั้น..เดี๋ยวมาหาใหม่นะคะมาร์ค..พักผ่อนเถอะค่ะ”

“ครั..บ”มาร์คผยักหน้ารับเล็กน้อยก่อนจะหลับตาลง

“ฝันดีนะคะป๊า...”

พอออกมาจากห้องได้ก็โดนตัวเล็กหยิกแขนไปทีนึงข้อหาขัดความสุขของพ่อลูก

“กึดดด..ทำไมพี่ทำแบบนี้ล่ะคะ”

“อูยย..เจ็บนะคะตัวเล็ก”

ลูบแขนตัวเองปอยๆก่อนจะก้มลงมาเล็กน้อยเพื่อที่จะได้ดูหน้าตาของตัวเล็กให้ชัดๆ ตอนนี้รู้สึกจะกินได้เยอะขึ้นก็เลยดูอวบอิ่มมีน้ำมีนวลซะแล้วเนี่ย

“มองอะไรคะ!!เดี๋ยวกัดซะนี่”

“แหม่ๆ..กลัวแล้วค่าเมียจ๋า”

“..ลามก..>//<)”ตัวเล็กบ่นงุบงิบก่อนจะวิ่งแจ้นหนีไปจากหน้าห้อง

“เดี๋ยวสิคะตัวเล็ก...รอพี่ด้วย..ตึกๆๆ”
กลายเป็นการวิ่งไล่จับขนาดย่อมในโถงทางเดินของโรงพยาบาลโดยมีเหล่าคุณพยาบาลมองตาเขียวไปตลอดทางหลายคน แต่ก็นะทำไงได้คนที่เริ่มคือตัวเล็กไม่ใช่ฉันซักหน่อย

เอาล่ะเนื้อเรื่องเลยหวานแหละตัดจบเลยดีไหมนะ ล้อเล่นๆอย่ามองตาเขียวแบบนั้นสิเอาล่ะต่อไปจะมีอะไรน้ามาอ่านก่อนๆอย่าพึ่งเบ้ปากใส่

4เดือนต่อมา ณ โรงพยาบาล

“ถึงแล้ว..ทำไมเราต้อง..แค่กๆ..วิ่งมาด้วยล่ะคะ”

“ก็กลัวว่าจะไม่ทันสิคะ..ก๊อกๆขออนุญาตรอบที่ร้อยค่า...แอ๊ดดด”

“สวัสดีครับวา...ตัวเล็ก...อื้อออ”

“ป๊า..อืออออ..คิดถึงที่สุดเลยยยย”

“ฮ่าๆป๊าก็คิดถึงหนูที่สุดค่ะโซเฟีย..อื้มมม”

“อือออ..”

ยืนกอดอกหลวมๆมองดูสองพ่อลูกที่กระโดดกอดกันกลมก่อนจะผละตัวยกจากกันเพราะว่าตอนนี้คุณพยาบาลมาพร้อมรถเข็นแล้ว

“ป๊าจะไปไหนหรอคะ?”

“ไปเอ็กซ์เรย์ค่ะ...”คุณพยาบาลตอบเบาๆก่อนจะหันหน้ามายิ้มให้เราทั้งคู่ที่ผยักหน้ารับเข้าใจ

“ถ้างั้นเจอกันอีกทีตอนสายๆนะคะ”

“ค่า..”

“รอพ่อก่อนนะคนดี”

“ค่า..”

“ทำไมมาทีไรเจอแต่คุณพยาบาลขัดตลอดเลยง่าไม่เข้าใจๆๆ”

“ฮ่าๆใจเย็นๆดีกว่านะคะ..ถ้างั้นเราไปเดินเล่นสักหน่อยไหม”

“ก็ได้ค่ะ...เห็นแก่รอคุณพ่อเฉยๆหรอกนะ”

“คร้าบๆ..เชิญคร้าบคุณตัวเล็กของบ่าว”

“คิกๆ...ค่า”
เห็นม๊ะไม่มีอะไรน่าสนใจเลย ก็แค่..แอ๊กๆๆ..อย่ากัดคอวาสิคะคนเก่งวาพิมพ์ไม่ไปแล้ว..กงสดยจา..แค่กๆขอโทษค่าที่พิมพ์มั่ว..เดี๋ยวๆตัวเล็กอย่าพึ่งๆ..อ๊ากกกก

กลับสู่ปัจจุบันหลังจากที่มาร์คออกจากโรงพยาบาลได้2อาทิตย์เราทั้งสามคนก็ได้พากันอพยพไปที่อังกฤษทันที เพื่อที่จะได้พบกันคนสำคัญอีกคนนึงของตัวเล็ก

ณ หน้าบ้านของคุณย่าแมรี่ในสภาพอากาศที่เย็นสบายมีลมโกรกไปมาเพราะอยู่ในช่วงฤดูใบไม้ผลิแล้วนั่นเอง

“เอ่อ..เรามาหาคุณย่าทำไมหรอคะ..พ่อจ๋า”

“ฮ่าๆ...ไม่ได้มาหาคุณย่าหรอกจ้านางฟ้าของพ่อ...”แหงนหน้าขึ้นไปมาใบหน้าของพ่อที่ฉีกยิ้มอย่างมีความสุขโดยทิ้งท้ายปริศนาบ้านแตกให้ฉันงงไปหมด

“ถ้างั้นเราเข้าไปกันเถอะค่ะ”

“ครับผม..แอ๊ดดด..เชิญครับ”พ่อดันประตูรั้วเหล็กแง้มออกช้าๆก่อนที่จะพาเราทั้งหมดเดินเข้ามาด้านในตัวบ้านโดยมีคุณย่าที่นั่งจิบน้ำชาอุ่นๆที่โซฟายาวตัวโปรด

“คุณย่า!!!..หมับ..คิดถึงจังค่ะอื้อๆๆ”

“ฮ่าๆๆ..ย่าก็คิดถึงหลานนะจ๊ะโซเฟีย...มาร์ค??”

“ฮ่าๆ..สวัสดีครับแม่..อ่อผมลืมแนะนำแขกคนสำคัญอีกคนนะครับ นี่ครับหลานสะใภ้ของบ้านเรา”

“เอ่อ...สวัสดีค่ะคุณย่า..ฉันชื่อวายุค่ะเรียกสั้นๆว่าวาก็ได้ค่ะ”

“ยินดีที่ได้รู้จักนะแม่หนู..มาๆเชิญนั่งก่อน..แล้วหลานกินอะไรมายังคะหื้ม?”

“กินแล้วค่า..กินน้ำส้มมาบนรถ..”วูลฟ์ฉีกยิ้มทะเล้นให้ย่าอย่างเป็นกันเองก่อนจะคลายอ้อมกอดออกจากคนแก่ที่กำลังหัวเราะเบาๆกับท่าทีของหลานสาว

“ถ้างั้นเดี๋ยวย่าจะให้..แม่บ้านเอาอาหารมาเสิร์ฟให้นะ”

“อาหารๆเย้ๆ...หนูขอเนื้อเยอะๆเลยนะคะ”

“จ้าๆ...”

ระหว่างที่ตัวเล็กและคุณย่ากำลังนั่งคุยกันอย่างสนุกสนานวายุที่ยืนมองดูท่าทีของมาร์คมาตั้งแต่เมื่อกี้ก็เริ่มสงสัยในท่าทีที่แปลกไปของมาร์ค คือการกุมของบางสิ่งบางอย่างในเสื้อโค้ชสีเข้มก่อนจะเดินปลีกแยกไปยังห้องครัวคนเดียว ทิ้งให้ฉันวายุยืนขมวดคิ้วด้วยความสงสัยก่อนจะแอบย่องตามไปเรื่อยๆจนถึงห้องครัว ก่อนจะแอบหลบตรงมุมเสาเพื่อที่จะได้รู้ว่ามาร์คมาทำอะไร

“ผม..มีของมาฝากคุณ...หวังว่าคุณจะชอบนะครับ..เฮ้อ..ให้ตายเถอะฉันทำอะไรอยู่เนี่ย”

วายุเห็นเพียงมาร์คที่ยืนบ่นคนเดียวงึมงัมในห้องครัวคนเดียวก่อนจะผละตัวเดินออกมาเพื่อที่จะมานั่งร่วมวงสนทนากับสองสาวที่นั่งหัวเราะอย่างสนุกสานกลางวงน้ำชา

“อ้าวพี่วา..ไปไหนมาล่ะคะเนี่ย”

“อ่อ..พอดีไปเข้าห้องน้ำมาน่ะค่ะ...เดินหาตั้งนานไม่เจอก็เลยเดินกลับคืน”

“ฮ่าๆห้องน้ำหรอจ๊ะอยู่ระหว่างทางเดินไปห้องครัวนั่นแหละจ้า”

“ขอบคุณค่าคุณย่าที่บอก..”

“ว่าแต่พวกเราทั้งหมดมาทำอะไรที่บ้านย่ากันล่ะหึ??ฮ่าๆๆ”

“มาเยี่ยมคุณย่าไงคะ..โซคิดถึงม๊ากมากกกเลยนะ”

“จ้าๆ...ว่าแต่เราทั้งคู่ได้เจอกับมาเรียรึยังจ๊ะ”

“มาเรีย??..”

“ใครหรอคะ??”

“เค้าเป็นแม...ปิ๊งป่อง..ปิ๊งป่อง..”

“ใครมาหรอคะคุณย่า..”วูลฟ์รีบหันควับไปที่ประตูเพราะได้ยินเสียงจากแขกคนอื่นที่มากดออดอยู่

“ถ้างั้นเดี๋ยวพี่ปะ..ตัวเล็ก?”

“ไม่เป็นไรค่ะ..โซเปิดเอง..รู้แล้วค่าๆรอแป๊บนะคะ”

“ปิ๊งป่อง..ปิ๊งป่องๆ..”

“รอสักครู่นะคะ..แกร๊กๆ..แอ๊ด..ไม่ทรา..บ..ว่า”

ทันทีที่บานประตูเปิดออกวูลฟ์ก็ตกใจเล็กน้อยตอนพบเข้ากับใครบางคนที่ยืนยิ้มเล็กน้อยให้กับเธอ เป็นร่างของสาวอายุราวๆ40กว่าในสภาพผมยาวประบ่าสีบอร์นโดยสวมเสื้อโค้ชสีอ่อนอย่างลงตัวพร้อมด้วยตะกร้าผลไม้ตะกร้าเล็กๆถืออยู่ในมือ

“เอ่อ..คุณน้า..มาหาใครหรอคะ”

“มาหา..มาร์คค่ะ..”

“ตึกๆๆๆ...มาเรีย!!!

“ป...ป๊า”วูลฟ์ตกใจเล็กน้อยตอนที่ได้ยินเสียงตะโกนของพ่อตัวเองจากด้านหลัง

“คุณ...”

ด้วยอาการมึนงงต่างๆตอนนี้ฉันกำลังอยู่ในสถานการณ์แบบไหนกันนะโดยที่มีพ่อยืนซ้อนอยู่ด้านหลังพร้อมด้วยคุณน้ายังสาวคนนึงที่หน้าประตู

“เอ่อ...ใครหรอคะพ่อจ๋า”

“..มาเรีย...คะ...คุณหายไปไหนมา..รู้ไหม..ผมกังวลว่าจะเสียคุณไป..”

“ฉันขอโทษ..ที่ออกไปข้างนอกมา..นี่ค่ะผลไม้..ฉันไปเก็บมาให้”

“มาเรีย..”

“มาร์ค..”

“..??..”วูลฟ์ทำได้แค่ยืนงงๆก่อนจะค่อยๆใช้ความตัวเตี้ยของตัวเองหลบหนีจากช่องว่างของคนทั้งสองที่กำลังกอดกันกลมหน้าประตู

“คุณย่าขา..คุณน้าคนนั้นเป็นใครหรอคะ”

“อ่อ...หลานเจอแม่แล้วสินะ..ย่าดีใจจังเลย”

“มะ..แม่??”

“หื้ม?..คนที่มากดออดเมื่อกี้หรอคะ”

“ใช่แล้วจ้า..ย่าลืมแนะนำคนสำคัญที่สุดของหลาน..มาเรีย..แม่ของหนูไงล่ะจ๊ะโซเฟีย”

“แม่..มาเรีย??..”ฉันแทบจะทรงตัวไม่อยู่จนเผลอทรุดตัวใส่ตักของแม่วาทันทีที่ได้ยิน

“ถ้างั้นย่าจะค่อยๆเล่าให้ฟังทีล่ะขั้นก็แล้วกันนะจ๊ะ”

“ค่ะ..”

“มีเหตุการณ์ร้ายแรงเกิดขึ้นกับแม่ของหนูจนทำให้ถูกไล่ล่า มาร์คไม่มีทางเลือกเลยส่งหนูไปให้ญาติที่ไทยรับเลี้ยงแต่แล้วก็เกิดเหตุร้ายขึ้นบอดี้การ์ดที่ไปส่งหลานนั่นโดนยิงตายหมดรวมทั้งหนูได้หายไปจากที่เกิดเหตุ กว่าเรื่องจะแดงขึ้นก็นับ10กว่าปีที่มาร์คพยายามตามสืบร่องรอยเล็กๆจากเศษฝุ่นของข่าวที่เจอ จนกระทั่งมาร์คได้พามาเรียออกมาจากโรงพยาบาลหลังจากต้องรักษาตัวเป็นเวลานาน ในตอนแรกนั่นมาเรียมีอาการคลุ้งคลั่งเห็นภาพหลอนเพราะสาเหตุเกิดจากการโดนกระทำจากโจนาธานที่ทำร้ายไว้ แต่มาร์คก็พยายามทุกๆวันด้วยการใช้ทุกสิ่งทุกอย่างที่มีมาปลอบประโลมเรื่อยๆจนอาการของมาเรียเริ่มหายดี แต่แล้วมาร์คก็ดันบินไปไทยก่อนจะทราบข่าวว่ามาเรียกลับมาเป็นปกติแล้วทุกๆวันมาเรียจะคอยเฝ้ารออย่างใจจดใจจ่อ จนกระทั่งรู้ข่าวเรื่องมาร์คที่โดนทำร้ายก่อนจะเข้าโรงพยาบาล..แต่ก็นะทำไงได้ไอ้หลานคนนี้มันหนังเหนียวจะตาย มาร์คกลับมาพร้อมของขวัญชิ้นโตเมื่อ2-3ปีก่อน โดยที่ไม่ได้บอกให้มาเรียทราบแม้แต่น้อยเลยว่าเด็กสาวที่มาอยู่ด้วยนั้นคือใคร”

“เด็กคนนั้นก็คือหนู..แล้ว...แล้วแม่ไปไหนล่ะคะ”

“แม่หนูก็อยู่กับหนูตลอดเวลา..เพียงแต่หนูไม่สังเกตก็เท่านั้นเอง”

วูลฟ์ชะงักเรื่องราวทั้งหมดไว้สักพักก่อนจะค่อยๆเรียบเรียงเป็นฉากๆจนได้รู้ซึ้งว่าแม่บ้านสาวที่อยู่ด้วยกันมาตลอดก็คือแม่ของเธอ

“มะ..แม่คือคุณแม่บ้าน..”

“ใช่แล้วล่ะตัวเล็ก..ฟอดดด..”

“พ่อ...มะ...แม่??”

“ละ..ลูก...”

“แม่...”

ไม่ช้าแม่ก็ผละกอดออกจากพ่อตรงดิ่งมาหาฉันก่อนจะดึงตัวฉันเข้าไปกอดอย่างคิดถึง นี่สินะอ้อมกอดของแม่ที่ฉันโหยหามาตลอด

“ทำไม..แม่ไม่รู้สึกตัวให้เร็วกกว่านี้เลยนะ..ฮืออออ..”

“ฮือออ..แม่จ๋า...”

ฉันทำได้แค่นั่งกลั้นน้ำตามองดูฉากตรงหน้าด้วยความตื้นตัน ก่อนจะผละตัวเดินจากมายังข้างนอกเพื่อสูดอากาศเข้าปอดระหว่างใช้หลังมือปาดน้ำตาออก

“ใช่สิ..ฉันมันแม่ตัวปลอม..แถมยังจับลูกเลี้ยงทำเมียอีก..ฟึดๆ..เลวฉิบหายเลยกู”

“...พี่..วา”

“ตัวเล็ก??”รีบปาดน้ำตาออกอย่างไหวก่อนจะหันควับมาที่ต้นเสียงเจอเข้ากับตัวเล็กที่วิ่งหน้าตั้งเข้ามากอดฉัน

“เอ๋??เป็นอะไรหรอคะ?หื้ม”

“อยู่กับวูลฟ์นะ..อย่าหายไปไหนอีก”

“จ้าๆ..ไม่หายไปไหนแล้ว..สัญญาเลย”

“สัญญาแล้วนะ..”

“จ้า...”

“วา...ไม่ทราบว่าจะจัดงานแต่งอีกทีตอนไหนครับ”มาร์คตะโกนดังลั่นออกมาจากหน้าประตูบ้านตามด้วยคุณแม่ยายที่เดินดุ่มๆมาสวมกอดสามีทันที ก่อนจะเลิกคิ้วอย่างงงๆ

“แต่งงาน??..ตอนไหนหรอคะ”

“เชื่อผมเหอะน่า..จุ๊บ”

“อื๋อออ..คนบ้า..ตุ๊บ”

“ฮ่าๆๆ..ว่ายังไงครับ!!

เฮือก..เอาไงดีวะกู

“ตะ..แต่งค่ะ..อาทิตย์หน้าเลย”

“ก็ดีครับผมจะได้จัดงานทันที..”

“ดะ..เดี๋ยวสิคุณฉันยังไม่รู้อะไรเลยนะ..ตุ๊บๆๆ”
“โอ๊ยๆๆ..พอแล้วน่าคุณมาๆเข้าบ้านเดี๋ยวผมบอกเอง”

“พูดมาให้หมดเลยนะคนบ้า..ปึง”

“ที่บอกว่าจะแต่งงาน..เอาจริงหรอคะ??”

“จริงสิคะ..ก็เรายังไม่ได้เริ่มพิธีนี่จริงไหม?”ฉันผละอ้อมกอดออกจากตัวเล็กก่อนจะคลุกเข่าลงกับพื้นพร้อมกับยกแหวนแต่งงานวงเดิมขึ้นมา

“จะแต่งงานกับพี่อีกรอบไหมคะ?”

“คน..บ้า..ลุกขึ้นมานะอายชาวบ้าน”

“น่าอายตรงไหนคะเนี่ยแทบไม่มีคนเลยมีแต่ต้นหญ้า..”

“เร็วๆเถอะค่ะ..วูลฟ์อายนะ”

“ตกลงมาก่อนว่าจะแต่ง”

“ตกลงค่ะ..”

“ดังๆหน่อยสิคะพี่ไม่ได้ยินเสียงเราเลยยย”

“ต..ตกลง!!ค่ะ”

“ขอบคุณค่ะที่ยังรักพี่เหมือนเดิม...”

ยืดตัวจากพื้นก่อนจะบรรจงสวมแหวนที่นิ้วนางข้างซ้ายให้ตัวเล็กพร้อมด้วยจูบหวานๆเป็นคำมั่นสัญญา

“จุ๊บ..รับปากแล้วห้ามคืนคำนะ”

“ค่ะ...รักนะคะพี่วา”

“รักเหมือนกันค่ะคนเก่ง..จุ๊บ”

เหมือนเป็นจูบที่ดูไม่มีความรู้สึกใดๆแต่รู้ไหมว่ามันเต็มไปด้วยความอบอุ่นชะมัด ไวดีนะเรื่องราวต่างๆที่ได้เจอมามันชั่งเหมือนกันสายลมที่มาแล้วก็จากไป แต่อยากจะขอบคุณตัวเล็กมากเลยที่ยังยืนยันคำเดิมจะอยู่กับคนไม่ได้เรื่องแบบฉันในอายุที่ปาเข้าไปเฉียดเลข4 แต่รู้อะไรไหมกินเด็กแล้วเป็นอมตะก็จริง แต่กินคนแก่แล้วคงกระพันนะรู้ยัง อร่อยแถมยังมีประโยชน์สนใจคนมีอายุสักคนไหมล่ะ??

*ตอนจบจะมีสองแบบนะครับ เป็นแบบหวานๆและดราม่า*

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 1 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

1 ความคิดเห็น