สัมผัสรักต้องห้าม

ตอนที่ 39 : ตอนจบ??

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 28
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 0 ครั้ง
    29 มี.ค. 62

ตอนที่39ตอนจบ??

กำลังจะอ้าปากบอกตัวเล็กว่ามาเรียอยู่ที่ไหน จู่ๆรอบๆตัวก็มืดลงพร้อมกับเสียงหายใจหอบๆข้างหลังที่สัมผัสได้

“มึง...ไอ้ชาติชั่ว”

“โจน..ปล่อยนะเว้ย”

“กูไม่ยอมให้มึงอีกต่อไปไอ้สารเลว..พลัวะ”หมัดหนักๆต่อยลงที่ข้างแก้มด้านซ้ายของผมอย่างจังจนเซไปพักหนึ่งตามด้วยแรงกระชากที่รัดลำคอดึงลงกับพื้นจนจุก

“อั๊ค..แค่กๆ”

“มึง..ทำให้กูต้องหนีหัวซุกหัวซุน..พลัวะๆๆ..พลั๊กๆๆ”

“อ๊ากกก..แค่กๆๆ”นอนขดตัวง้ออย่างหมดทางสู้ โจนกระหน่ำเตะอัดช่วงท้องของผมซ้ำไปซ้ำมาจนผมหายใจแทบไม่ออก

“กึดดด..มึงต้องไม่ตายดีไอ้สารเลว..”

“อั๊ค..อย่า..ยุ่..ง..กับเธอ”

มือหยาบด้านกำจุกผมแน่นดังกึดก่อนจะออกแรงลากตัวของผมครูดไปตามพื้นของโรงพยาบาลเรื่อยๆจนถึงลานจอดรถ จากนั้นมันก็ลงมือซ้อมผมต่อเรื่อยๆจนผมไม่สามารถลืมตาขึ้นได้ไหว

“ถุย..ไอ้กระจอก..พลัวะ”สิ้นเสียงคำก่นด่าจากโจน ตัวผมก็ทรุดลงกับพื้นปูนจากแรงเตะที่อัดแก้มอย่างแรงจนสลบ

สะดุ้งตื่นขึ้นมาในความมืดรอบตัวๆได้ยินแต่เสียงกับล้อรถที่กระแทกกับพื้นเป็นจังหวะเรื่อยๆ

“ปึกๆ..หายใจ..ไม่ออก..แค่กๆ”เตะปลายเท้าไปมาในช่องดำมืดที่ไม่มีแม้แต่อากาศที่จะหายใจออก

“แค่กๆ..”ยิ่งหายใจแรงมากแค่ไหนอากาศก็เริ่มหมดไปเรื่อยๆ ผมพยายามหาทางออกด้วยการคว้านหาโทรศัพท์ของตัวเองที่น่าจะหยิบติดตัวมาด้วยตอนถูกซ้อม แต่ก็ไม่เจออะไรเลยนอกจากความว่างเปล่าพร้อมกับเชือกอะไรสักอย่างที่มัดทั่วตัวไปหมดจนขยับแขนไม่ได้ดั่งใจ

ตัวเล็ก..อย่ามา..มันอันตราย

ได้แต่ภาวนาในใจบอกกับอากาศรู้ทั้งรู้ว่ามันเสี่ยง แต่ยังไงตัวเล็กก็ต้องมามันคงจะใช้เรื่องนี้ต่อรองกับทุกสิ่งทุกอย่างที่มันต้องการ มาเรียผมขอโทษที่ดูแลคุณและลูกไม่ดีพอ ผมเป็นพ่อและสามีที่แย่ที่สุดในโลก

“บรืนนน..พรึ่ม..แกร๊กๆ..พรึ่บ..ตื่นซะทีนะไอ้เวร”ไม่ช้ารถก็มาหยุดที่ไหนสักแห่งพร้อมกับโจนนาธานที่เปิดกระโปรงรถโผล่มา

“อั๊ค..แค่กๆ”กำปั้นหนักๆต่อยลงมาย้ำที่จุดถูกซ้อมตรงท้องน้อยของผมอีกครั้งจนจุกขยับตัวไม่ได้เพราะชาดิก โจนนาธานกำคอเสื้อผมแน่นกึดก่อนจะโยนกระแทกอัดลงกับพื้นปูนจนปลายคางแตกยาวเป็นแผลขนาดใหญ่

“กึดดด....อือออ”กัดริมฝีปากตัวเองแน่นกึดไม่ยอมเปิดปากร้อง เพราะรู้ว่ายังไงมันก็ไม่ยอมฟัง โจนลากปลายเชือกครูดตัวของผมไปตามพื้นปูนเรื่อยๆจนถึงท่าเรือไม้ผุๆ

“มึง..จะต้องไม่ตายดีทั้งคู่..”

“แค่กๆ..อือ..แกต้องการอะไรโจน”ประคับประคองตัวเองให้พอขยับปากถามได้เล็กน้อย เพราะตอนนี้เริ่มแสบแผลและปวดมากขึ้นเรื่อยๆ

“มึงอยากรู้จริงๆหรอวะ..มาร์ค”เสียงแหบๆก่นถามอย่างขบขัน ก่อนจะโผล่ตัวเองออกมาจากความมืดในสภาพตาซ้ายเป็นแผลเหวอะขนาดใหญ่พร้อมรอยแผลเป็นที่แดงแจ๋ตั้งแต่ต้นคอถึงช่วงไหล่โผล่พ้นปกเสื้อออกมาเล็กน้อย

“มึงเป็นคนทำให้กูต้องเจอแบบนี้..เข้าใจไหมมาร์ค!!

“ทำไม..เกิด..อะไรขึ้น”

“กึดดด..ก็เพราะมึงไงไอ้สารเลว..เพี๊ยะ”

ยิ่งถามคำถามมากเท่าไหร่ เหมือนแรงฟาดและแรงต่อยจากหมัดจะค่อยๆแผ่วลงเรื่อยๆจนถึงขั้นที่โจนไม่สามารถกำหมัดได้ไหว

“ฮึก..ก็มึง...ทำให้กูต้องกลายเป็นแบบนี้”

“...”เหมือนว่าโจนจะต้องการครอบครัวกลับมาแต่ก็ไม่สามารถทำได้เพราะตัวเองดันกลายเป็นแบบนี้เพราะการน้อยใจหรอ??

“ก็เพราะมึงนั่นแหละตัวดีไอ้สารเลว..พลัวะ”

“อั๊กกก..แค่กๆ”

สุดท้ายก็กลายเป็นว่าโดนซ้อมไปเรื่อยๆไม่หยุดจนถูกลากเข้าโกดังแถวนั่น พยายามลืมตามองดูรอบๆอย่างตั้งใจแต่ก็ไม่ไหวเพราะภาพเบลอไปหมด เนื่องจากตาซ้ายแตก

จนขุ่นมัวจึงทำให้ต้องนอนกัดปากตัวเองไปเรื่อยๆเพราะทำอะไรมากไม่ได้

ถูกกระชากลากถูมากับพื้นเรื่อยๆจนเข้าสู่โกดังมืดๆ ได้ยินแต่เสียงเดินไปมาของโจนตามด้วยเสียงเหล็กขนาดใหญ่ที่ครูดไปมากับพื้นสนั่น

“แกร๊งงง..ครืดดด”

“โจน??..”หันซ้ายหันขวาไปตามเสียงสะท้อนที่ฟาดกับพื้นไปมา แต่ก็มองอะไรไม่เห็นเพราะมันมืดมากไม่มีแม้แต่แสงของไฟที่ลอดผ่านเข้ามาได้

“มึงต้องไม่ตายดี...กึดดดด”สิ้นเสียงแหบพร่าโซ่เหล็กเส้นหนึ่งก็รัดผ่านลำตัวของผมก่อนจะดึงแน่นจนได้ยินเสียงของเนื้อกำลังดังและเสียดสีกับเหล็กเส้นจนเจ็บแสบ

“อ๊ากกกกกกกกกกกก...”

รู้สึกช็อกนิดหน่อยตอนที่สัญญาณของพ่อเงียบหายไปก่อนจะดับลง พร้อมกับพี่จอยที่อาสาพามาส่งถึงโรงพยาบาลกลางดึกด้วยเช่นกัน วิ่งกันตาตั้งเข้าไปหาพ่อโดยไม่สนใจใยดีพยาบาลที่มาห้ามปรามไว้

“ปัง..ป๋า!!”ตะโกนแกปากลั่นห้องแต่ก็ไม่เจอวี่แว่วของพ่อแม้แต่น้อย ไม่วาจะที่ไหนๆในห้องก็ไม่เจอตอนนี้ก็เห็นแต่ซากของโทรศัพท์ที่แหลกละเอียดไปกับพื้นแล้วก็หยดเลือดเล็กๆที่หยดอยู่แถวพื้น

“พี่จอย..พ่อ..พ่อ..”

“พี่น่าจะพอรู้ว่าไปที่ไหน..คุณพยาบาลขอเช็คกล้องหน่อยค่ะมีการลักพาตัวกันเกิดขึ้น”

“คะ???..ค่ะๆ”เหมือนคุณพยาบาลจะช็อกนิดหน่อยกับเรื่องเมื่อกี้แต่สุดท้ายก็ยอมพาพวกเราไปที่ห้องควบคุมเพื่อเช็คกล้องวงจรปิดทันที

“ถ้าช่วงเมื่อราวๆครึ่งชม.ก่อนน่าจะจับได้นะครับ นี่ไงครับ”พนักงานกำลังย้อนภาพที่เกิดเหตุให้ดูเรื่อยๆจนมาถึงรูปๆหนึ่งที่มีผู้ชายแปลกหน้าตัวผอมแห่งกำลังเดินทำท่าลับล่อๆไปที่โถงทางเดินก่อนจะขยุกขยิกกับอะไรสักอย่างในกระเป๋า

“ช่วยกรอไปหน่อยสิคะ”

“ครับๆ..ติ๊ดๆ”

ภาพในกล้องกำลังขยับเร็วขึ้นๆเรื่อยๆจนถึงตอนที่ผู้ชายแปลกหน้าบุกเข้าไปที่ห้องของพ่อทันทีราวๆ10นาทีต่อมาพ่อก็ถกลากออกมาจากในห้องในสภาพเลือดโชก

“พ่อ...”อุดปากแน่นเพราะภาพที่อยู่ตรงหน้ามันโหดร้ายเกินกว่าจะทนดูไหว

“น้องวูลฟ์..”พี่จอยทำได้แค่ลูบหัวปลอบประโลมฉันเบาๆ ก่อนจะดูภาพในกล้องไปเรื่อยๆจนถึงที่ลานจอดรถ ทุกสิ่งที่ฉันเห็นกับตาในตอนนี้มันเลวร้ายเกินกว่าที่จะทนดูไหวจนต้องซบอกกับพี่จอยแล้วร้องไห้ออกมาอย่างไม่อายใครๆ

“ฮึกกก..ฮือออออ”

“คนเก่ง..ไม่ต้องห่วงนะคะพี่จะตามล่ามันเอง..”

“ฮืออออ..พ่อออ..”

รู้ทั้งรู้ว่ามันต้องแวงกลับมาทำร้ายพ่อ แต่ก็นึกไม่ถึงว่ามันจะทำเรื่องชั่วๆแบบนี้ได้ลงคอแม้แต่ในโรงพยาบาล

ระหว่างนั้นที่ท่าเรือเก่าแถวแม่น้ำเจ้าพะยา เงาตะคุ่มๆอะไรสักอย่างกำลังเดินย่องๆไปในความมืดระหว่างที่แอบตามมาได้สักพัก

“อยู่ไหนนะ..มาร์ค”เงาตะคุ่มบ่นอุบอิบกับตัวเองระหว่างนั่งยองๆอยู่ในเงามืดข้างซากเรือเก่าที่ยักใยขึ้นพรึ่บ ไม่นานนักก็มีเสียงฝีเท้าเดินออกมาจากโกดังเก่าๆพร้อมกับเสียงของรถยนต์ที่สตาร์ทเครื่องออกไป

“ฟู่..อย่าพึ่งกลับมาเลยนะ”

เขาคนนี้ทำได้แค่ถอนหายใจเฮือกใหญ่ก่อนจะวิ่งออกไปที่ประตูโกดังเก่าทันที

“ครืดดดด..มาร์ค??”เขาพยายามลดโทนเสียงเป็นกระซิบสอดส่องสายตามองหาไปมาในความมืดอย่างตั้งอกตั้งใจ

“อือ..ใคร..”

“ฉันเอง..คุณไหวไหม”

“คุณ..ว..อ่า..ผม..อยู่..”

“ใจเย็นๆนะคุณพูดเบาๆไว้ฉันจะค่อยๆเดินไปหาคุณ..”

“อือ..อ่า”

เดินตามเสียงครางอื้ออือของมาร์คไปเรื่อยๆจนถึงตัวของมาร์คที่นอนทรุดตัวในพื้น ย่อตัวลงทันทีใช้มืองมตามร่างของมาร์คไปเรื่อยๆจนถึงโซ่เหล็กเย็นๆขนาดใหญ่ที่ทับลงกับลำตัวของมาร์คที่หนักอึ้ง

“ฉันจะเอาโซ่ออกให้..คุณกัดฟันให้แน่นที่สุดเลยนะ”

“อือ..”

“1..2..กึดดด..”

“อั๊กก..อ๊ากกก..เจ็บบบ..อืออออ”

“ทนหน่อยสิคุณ..แกร๊กๆ..แก๊ง..เร็วๆไม่มีเวลาแล้วคุณเอาแขนมานี่เดินไหวไหม..”

“อือ..คุณ..วา..”

“ฉันเอง..อดทนอีกนิดนะจะถึงข้างนอกแล้ว..”

ประคับประคองร่างไร้สภาพของมาร์คตามพื้นโกดังออกมาเรื่อยๆจนถึงข้างนอกแต่ยังไม่ทันที่จะก้าวขาออกไปไหนได้ ปลายกระบอกปืนก็หันมาที่ตรงฉันอยู่พร้อมกับเสียงปังที่ดังออกมาระรัวไม่หยุด บิดตัวหลบจังหวะกระสุนพร้อมกับร่างของมาร์คที่ทรุดลงพื้นอย่างหมดสภาพ

เวรเอ๊ยมันรู้ตัวได้ยังไงวะ

“แค่กๆ..”

“ทำใจดีๆไว้มาร์ค..มีทางไหนบ้างวะเนี่ย..”นั่งหลบกระสุนคิดอย่างมั่วๆเพราะความคิดตีกันมั่วจนคิดไม่ทัน มีอะไรที่เราพอจะทำได้บ้างวะ

“มึงอยู่ไหนวะไอ้สารเลว..กูอุส่าห์คิดว่าคนอย่างมึงจะตายไปตั้งแต่วันนั้นแล้วซะอีก..”

“แค่กๆ..คุณไปเถอะวายุ..”มือเย็นชืดของมาร์คพยายามแปะป่ายแตะตัวฉันออกไปให้ห่างๆซะงั้น

“ฉันจะไม่ปล่อยให้คุณตายหรอกมาร์ค..ฉันขอคิดทางออกหน่อยสิ”

“แค่กๆ..ไม่มีเวลาแล้ววา..อุ๊..แค่ก..ขอบคุณ..สำหรับทุกอย่าง..”

“มาร์ค..อย่ามาพูดบ้าๆนะเว้ย..ไอ้พ่อตาเฮงซวย..”

“แค่กๆ..ฮะ..ฮ่า..ผมเป็น..พ่อที่แย่..จังเลย”

หันซ้ายขวาเลิกลั่กไปหมดจนสะดุดตาเข้ากับฉมวกเหล็กสนิมเขรอะอันหนึ่งที่วางข้างๆซากเรือเก่าในสภาพเหมือนเศษเหล็กเน่าๆ

“ฉันคิดอะไรดีๆออกแล้ว..”หยิบฉมวกเน่าๆขึ้นมาเคาะเศษสนิมออกเล็กน้อย เตรียมพร้อมไล่เสียบคนแหละ ลากร่างใกล้พังของมาร์คมาซ่อนที่ใต้ท้องเรือเก่าแล้วเอาผ้ายางเน่าๆปิดตัวไว้ก่อนจะวิ่งออกไปล่อไอ้เศษเดนนั่น

“กูอยู่นี่เว้ยไอ้เหี้ยโจน”แหกปากตะโกนล่อไอ้ทุเรศแล้ววิ่งหนีไปอีกฟากของเรือเก่า

“ปัง!!..อย่าอยู่เลยมึงอีเวร”เสียงกระสุนไล่ยิงเฉียวหัวไปมาราวๆ2-3นัดก่อนจะเงียบไป พร้อมกับเสียงเดินกรอกแกร๊กดังไปมาช้าๆก่อนจะเงียบไป ตามด้วยท่อนเหล็กท่อนหนึ่งฟาดเข้ามาในเรือผุๆลำที่ฉันนั่งแอบอยู่

“พลัวะ..อย่าอยู่เลยมึงอีเวร..พลัวะๆๆ”

มันพยายามยัดท่อนเหล็กฟาดใส่หัวฉันให้ได้ แต่ฉันไหวทันก็คว้าเอาฉมวกที่ติดมือมาด้วยเสียบเข้าไปที่แขนของมันจนทะลุแล้วก็กระชากออกก่อนจะวิ่งหนีไปซ่อนอีกรอบ

“อ๊ากกกกกกกกก..อีกระหรี่เอ๊ยย..กูจะฆ่ามึงงงงงง”

“เรื่องของมึงสิวะบอกกูทำไม..”ตอนนี้มันแขนเจ็บคงจะขยับอะไรมากไม่ได้ งั้นก็คงมีแต่ต้องวิ่งไปประชิดตัวแล้วจัดการให้ตายไปในทีเดียว

“แฮ่กๆๆ..เพล้ง..มึงอยู่นะวะนังโสโครก..แน่จริงโผล่หัวออกมาสิวะ..แค่กๆ”

ได้ยินแต่เสียงหอบหายใจดังแฮ่กๆที่เดินเพ่นพล่านไปมาก่อนจะหยุดเดิน พร้อมกับเสียงกระสุนที่พยายามจะยัดลงแม็กปืน แต่ก็ร่วงลงพื้นระนาว

“แฮ่กๆ..อีสารเลว..แฮ่กๆ..”

ไม่มีเวลาเหลือแล้วนะเว้ยไอ้วายุมาร์คใกล้ตายแล้ว..กลั้นหายใจได้2วิก่อนจะกระโจนออกจากซากเรือจัดการเสียบฉมวกเข้าใส่ที่กลางท้องจากด้านหลังของโจนเต็มแรงจนทะลุไปอีกฟากของตัว

“อ๊ากกกกกกกกกกกกก”

“กึด..กึดดด..ฮ่า..”ดันฉมวกเข้าไปจนสุดทางก่อนจะถอยก้าวออกมา

“มึง..อีชั่ว..”โจนพยายามชี้นิ้วขึ้นมาแต่ก็ไม่มีแรงทรุดตัวลงกับพื้นพร้อมกับกองเลือดขนาดใหญ่

“..ตายซะได้ก็ดีไอ้เวร..ตึกๆๆมาร์ค..ฉันมาแล้วทำใจดีๆไว้”

“แฮ่กๆ..วา..ยุ”

“ห้ามตายนะเว้ย..”ร่างตัวของมาร์คออกมาจากซากท้องเรือ หันตาไปมาเลิกลั่กจนสะดุดเข้ากับรถขนของที่มีกล่องพะรุงพะรังทับถมอยู่แถวนั้นพอดี

“รอฉันแป๊บนะ..”

“อือ..อ่า”

วิ่งไปรื้อของลงจากรถเข็น แล้วเข็นมารับมาร์คขึ้นรถเข็น

“จับไว้ให้แน่นๆนะมาร์ค..”ออกแรงวิ่งเข็นรถออกจากท่าเรือเก่าวิ่งออกไปเรื่อยๆจนถึงถนนใหญ่ แหกปากร้องขอความช่วยเหลือแต่ก็ไม่มีใครกล้ารับ นี่ก็ดึกแล้วคงไม่มีใครกล้าจอดหรอกมั้งนึกว่าเป็นมิจฉาชีพ

“โธ่เว้ยไอ้พวกไร้น้ำใจ..ทำใจดีๆนะมาร์คคุณจะต้องปลอดภัย..อย่าหลับนะ”

“ฮ่า..ผ..มไม่..ไหว.แล้ว..แค่กๆ”

“อย่าหลับนะเว้ย..มาร์ค”อยากจะโทรหาไอ้พวกบ้านั่นแต่ก็ไม่มีโทรศัพท์เพราะพังไปตั้งแต่วันงานแต่งแล้วล่ะ

 “มึงไปตายที่ไหนกันหมดวะไอ้พวกเวรรรร

วิ่งเข็นร่างของมาร์คไปตามถนนเรื่อยๆจนถึงเซเว่น วิ่งพรวดพราดเข้าไปในร้านในสภาพโชกเลือด

“น้องใครก็ได้เรียกรถพยาบาลให้ทีมีคนเจ็บอยู่ข้างนอก”

“ครับๆ..รอแป๊บนะพี่..ติ๊ดๆ..ตรู๊ดดด”

“มาร์คทำใจดีๆนะห้ามหลับนะ”วิ่งออกไปเฝ้าร่างของมาร์คในสภาพยับเยิน โดยมีพนักงานเซเว่นวิ่งออกมาช่วยปฐมพยาบาลให้เบื้องต้นแถมยังมีพวกไทยมุงมายืนถ่ายรูปห่าเหวอะไรก็ไม่รู้

ไม่นานนักก็มีรถพยาบาลวิ่งเข้ามาทันที เปิดประตูแบกร่างของมาร์คใส่เปลขึ้นรถไปพร้อมกับตัวฉันที่นั่งเฝ้ามาร์คอยู่ใกล้ๆ

“ห้ามหลับเชียวนะพ่อตา..”

“ฟู่..ฟู่..”

ใครจะไปคิดว่าเรื่องมันพิลึกกึกกือขนาดนี้ เดี๋ยวจะเล่าให้ฟังระหว่างไปโรงพยาบาล เรื่องในงานแต่งงานน่ะ ตอนที่ฉันถูกยิงน่ะจำได้ป่ะคือตอนนั้นเอาโทรศัพท์เหน็บไว้ด้านในอีกชั้นเพราะว่ากลัวมันจะโดนลักไป ตอนถูกยิงโทรศัพท์รับทุกข์แตกกระจายเต็มท้องเป็นรอยกระสุน แถมพวกเศษกระจกยังทะลุชุดเข้าไปปักหลายแผลเลือดทะลักออก ส่วนแผลที่อื่นก็ไม่มีไรมากมันก็แค่การจัดฉากแหละมั้งล้อเล่น แผลจริงๆนั่นแหละ ส่วนตอนที่อยู่โรงพยาบาลให้เพื่อนที่เป็นหมอกุเรื่องให้หน่อยว่าเจ็บสาหัสใกล้ตาย ตอนที่นอนโรงบาลก็นอนจริงๆนะแค่ทำแผลนิดหน่อยที่ท้อง พอตัวเล็กออกจากห้องไปก็จัดของใส่กระเป๋าวิ่งแจ้นออกจากโรงพยาบาลไปทันที แอบซุ่มตามมาร์คตลอดเวลาจากแถวๆนั้นจนไอ้เดนมนุษย์มันเริ่มลงมือฉันก็ทำหน้าที่สะกดรอยตามไปเรื่อยๆแล้วก็จบแบบนี้ แต่ที่เป็นห่วงคือมาร์คจะไหวรึเปล่าเสียเลือดหนักเกินชม. แถมข้างในน่าจะสาหัสเอาเรื่อง มันไม่ง่ายที่จะรอด

“สาธุ..ขอให้พระคุ้มครองด้วยนะมาร์ค..ถึงคุณจะเป็นคริสต์ก็เถอะ”

ไม่นานนักรถพยาบาลก็เลี้ยวมาพร้อมกับหมอพยาบาลวิ่งแตกฮือมารับร่างของมาร์คพร้อมกับฉันที่โดนผลพวงมาด้วย ไปห้องทำแผล

“ไม่เป็นไรค่ะหมอ..หนูสบายดี”

โบกมือหยอยๆให้หมอก่อนจะวิ่งพรวดออกมาที่หน้าห้องพยาบาล เจอเข้ากับเหล่าบรรดาเพื่อนๆและคนที่ฉันอยากเจอที่สุด

“ตัวเล็ก..”

*ตอนหน้าตอบจบแย้ววว*

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

1 ความคิดเห็น