สัมผัสรักต้องห้าม

ตอนที่ 38 : ดักควาย

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 13
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 0 ครั้ง
    25 มี.ค. 62

ตอนที่38ดักควาย

ปิดโทรศัพท์ทันทีหลังจากทักไลน์ไปคุยกับวูลฟ์เมื่อกี้ เอาล่ะฉันจะทำอะไรต่อไปดีจอย คิดสิวะถ้ามึงเป็นไอ้วามันจะดักควายยังไงดี

“ถ้าหากมันตามไปจริงๆคงต้องดักกี่มุมถึงจะพอใจดีวะ..อืม..คิดดีๆไอ้จอย”

ถ้าคิดไม่ออกคงต้องใช้วิธีล่อเหยื่อเอาล่ะกัน มันคงต้องส่งพวกนักฆ่ามาบ้างแหละไม่น่าจะเกิน5คน

“คงต้องไปที่แออัดหน่อย ไม่งั้นจะโดนจับได้เอาล่ะไปตลาดไหนดีวะกูพูดไว้สิดีเลย..”

พอนึกแผนออกก็รีบวิ่งตรงรี่ไปขึ้นรถกลับบ้านทันที หลังจากวางแผนกับวูลฟ์เรียบร้อยเสร็จก็เตรียมจับควายกันแหละ

“น้องวูลฟ์แต่งเสื้อแบบนี้นะพวกพี่จะได้จำได้ แล้วก็พกนี่ไว้ด้วยนะคะ”หยิบปืนกระบอกหนึ่งยื่นใส่มือให้วูลฟ์

“เอ๊ะ??ปืน??ของจริงใช่ไหมคะพี่จอย อย่าบอกนะว่า”

“จ้าเอาไว้ยิงแสกหน้าพวกมันถ้าจนมุม ไม่ต้องห่วงนะพี่ติดเครื่องดักฟังพร้อมติดตามไว้เสร็จสรรพ เรื่องยิงปืนเดี๋ยวพี่จะบอกนะ”ใช้เวลาอธิบายการใช้ปืนแบบลวกๆให้วูลฟ์พอเข้าใจ

“ค่ะ..วูลฟ์จะระวังตัวไว้นะคะ”

“จ้า งั้นก็ไปกัน..เฮ้ยพวกมึงนั่นแหละไปขึ้นรถสิวะรอพ่อมาตัดริบบิ้นรึไงไอ้เวร เร็วๆ”

เดี๋ยวจะอธิบายแผนให้ฟังระหว่างขึ้นรถไปตลาดละกันนะ

อันดับแรกจะให้วูลฟ์เดินขนาบข้างไปด้วยกันก่อนค่อยแยกทางเอา ส่วนเรื่องของผู้ติดตามก็ให้แฝงตัวไปแล้วล่ะ ไม่ต้องห่วงเรื่องถูกยิงอัดเพราะใส่เสื้อกันกระสุนแบบพิเศษให้แล้วล่ะ ส่วนปลายกระบอกปืนก็ใส่ที่เก็บเสียงให้พร้อมไม่ต้องห่วงเรื่องคนอื่นวิ่งแตกตื่น

“เอาล่ะคงได้เวลาตามดักควายฝูงใหญ่กันล่ะ”

ราวๆชั่วโมงกว่าๆก็ถึงตลาดคนเดินขนาดใหญ่ วันนี้ก็ไม่มีอะไรหรอกแค่จะพามาเดินดูของทั่วไปแล้วก็เตรียมจับพวกนั่นมาค้นข้อมูลเพิ่ม

“ครืดดด..เอาล่ะน้องวูลฟ์จะไปไหนก่อนดีคะ”

“ไปร้านต้นไม้ก็ได้ค่ะพอดีวูลฟ์อยากซื้อดอกไม้ไม่ก็ต้นไม้ไปฝากแม่วา..”

“หื้ม??ยังติดเรียกแม่วาอยู่อีกหรอ??”

“ค่ะ..เพราะวูลฟ์ยังไม่ชินที่เรียกว่าพี่ มันดูเขินๆยังไงไม่รู้อ่ะค่ะ”

“อ๋อ..แบบนี้นี่เองป่ะๆไปร้านต้นไม้กัน”ได้แต่คิดไปตลอดทางนะว่าพวกเวรนั่นจะโผล่มาตอนนี้ เพราะว่าทุกฝีก้าวมีสิทธิ์โดนสอยร่วงได้เลยนะ เอาตรงๆแต่จะให้ทำไงก็ต้องล่อมันแบบนี้นี่แหละ

เดินดูของกินไปพลางๆระหว่างมาร้านต้นไม้ วูลฟ์ไม่รอช้าวิ่งตรงรี่ไปที่ต้นอะไรสักอย่าง

“อันนี้ขายยังไงคะ”

“อ๋อต้นละ120จ้า”

“เอาต้นนึงค่ะพี่”

“ได้จ้า”

“ต้นอะไรอ่าวูลฟ์หื้ม??”

“ต้นกระบองเพชรพันธุ์แคคตัสน่ะพี่จอย..เป็นพันธุ์เล็กๆวูลฟ์ว่าคงจะเหมาะกับ..พี่วาดี..”

“แหม่ๆหวานจังเลยอิจเบาๆ..”

“มาองมาอิจอะไรล่ะพี่จอยนี่ล่ะก็..ไม่คุยด้วยแล่ว”

“เดี๋ยวน้องพี่แซวเล่นเอง แหม่ทำเป็นเขินฮ่าๆๆ”

“0////0)..พี่จอยอ่า”

ทำไมวันนี้ยัยแมวป่ายังไม่โทรมาอีกสงสัยวุ่นๆกับงานมั้งนะถึงไม่ยอมโทรมา ให้ตายเถอะ

“หิวยังน้อง พี่โครตหิวเลยตอนนี้ป่ะๆหาไรกินนี่ก็เริ่มค่ำแหละ”

“ค่าพี่จอย..”เหลือบตาไปมองวูลฟ์เป็นช่วงๆสงสัยจะได้ต้นกระบองเพชรถูกใจสินะมิน่ายิ้มไม่หุบเชียว แต่ก็ดีแล้วที่ยิ้มออกดีกว่านอนร้องไห้แบบนั้นที่ห้อง

เดินวนไปทั่วระหว่างหาร้านค้าที่ถูกใจ ก็มีแต่พวกน้ำ ลูกชิ้น ไก่ทอด อะไรพวกนี้แหละเหมือนเดิม

“เอาน้ำอะไรดี..วูลฟ์??”

“เอาน้ำ..มะพร้าวก็ได้ค่ะ”

“ส่วนของหนูเอาน้ำส้มค่ะป้า”

“จ้า....”

ซื้อน้ำดูดกินจ๊วบๆแล้วก็เดินเล่นไปด้วยกันจนมาถึงกลางซอยถึงแยกทางกัน

“ข้างหลังมี2คนทางซ้ายอีก1 ระวังตัวด้วยนะวูลฟ์”กระซิบเบาๆกับใบหูวูลฟ์ก่อนจะผละตัวเดินแยก

ถ้างั้นฉันก็ต้องเผชิญหน้าคนเดียวสิเนี่ย

แอบชำเลืองดูพี่จอยนิดหน่อยแล้ววิ่งเยาะๆไปอีกฝากแทน จนเริ่มกลมกลืนไปกับคนทั่วไป แต่ก็ได้ยินเสียงรองเท้าที่ดังตุบตับไล่หลังมานิดๆก่อนจะหายไปเป็นเสียงเดินแทน จนกระทั่งเดินสวนเมื่อกี้

“แม่งเอ๊ยหายไปไหนวะ..”

“อึก...”อย่าบอกนะว่ามันอยู่ข้างหลังเรา ทำใจดีสู้เสือไว้พร้อมกำถุงที่ใส่ต้นกระบองเพชรไว้แน่น มือเริ่มชาตุ๊บๆเหงื่อไหลออกพรากๆจนหายใจแทบไม่ทัน

เดินซอยเท้าเร็วขึ้น จนได้ยินเสียงเดินตามเป็นจังหวะตลอดเวลาฉันอดใจไม่ไหวชำเลืองนิดหน่อยก็เจอพวกมันกำลังจ่อปืนจี้หลังฉันไว้

“เดินต่อไป..”

“อึก..”

กลายเป็นว่าฉันแผนแตกโดนรวบก่อนสินะ หวังว่าพี่จอยจะพอช่วยอะไรได้บ้างไม่มากก็น้อยแหละ

ฉันเดินก้าวขาแบบติดๆขัดๆจนมันเริ่มโมโหรวบแขนฉันมางอแล้วออกแรงผลักดันตัวฉันเดินนำไปเรื่อยๆจนเราเริ่มไกลห่างจากตลาดมาถึงซอยมืดๆด้านหลัง

“อึก...ปล่อยนะ”

“เดินไปสิวะ..เร็ว”

“โอ๊ย..ปล่อยฉันสิ”

“..”มันเงียบปากแน่น ก่อนจะออกแรงผลักตัวฉันเซคว่ำลงกับพื้นจนแขนถลอกแสบไปหมด

ต้นไม้..เร็วเท่าความคิดมันเดินย่ำมาเรื่อยๆก่อนจะกระแทกตีนลงกับต้นกระบอกเพชรน้อยๆของฉันจนเละคาตีนมัน

“หึ..ก็นึกว่าจะแน่ที่ไหนได้ก็แค่เด็กที่พวกฉันเคยไล่ฆ่าเมื่อตอนเด็ก”
“แก..ว่าอะไรนะ”

“แกร๊ก...อย่าจะบอกลาใครไมก่อนตายอีตัวแสบ”

มันยกปากกระบอกปืนเตรียมลั่นไกใส่ฉัน ทำไงดีๆสบสายตาไปที่เศษดินจากต้นกระบองเพชรที่เละเทะเกลื่อนพื้น พยายามใช้มือกระดึ๊บๆไปที่ดินในเงามีดพร้อมกำไว้แน่น

“อยาก..บอกว่า..รักนะแต่ไม่แสดงออก..พลัวะ..”สาดขี้ดินในมือปาใส่ลูกตามันก่อนจะตวัดขาฟาดใส่ข้อพับมันจนล้ม

“อ๊ากกกตากู...อีเวรเอ๊ย”

ตะเกียดตะกายยันตัวเองลุกยืนแล้วเตะกระบอกปืนของมันที่อยู่ในมือสไลด์ไปกับพื้นในความมืดจนหายไป

“อ๊ากกก..ตากูอีเวร..อ๊ากกก”มันพยายามคลานไปกับพื้นหาปืนกระบอกที่ฉันเตะทิ้งเมื่อตะกี้อีกครั้ง ทั้งๆที่ตัวเองลืมตาไม่ขึ้น

“เรื่องของมึงไอ้สารเลว..พลัวะ..”เตะอัดหลังมันจนล้มคม้ำกับพื้นตามด้วยเตะอัดย้ำๆที่ซี่โครงของมันดังหลายตุ๊บจนแสบเท้าไปหมด

“อั๊กกก..แค่กๆๆ..อ๊ากกกก”

“พลัวะ..พลั๊กๆๆ..”

“นี่สำหรับต้นกระบอกเพชร..พลัวะ..นี่สำหรับแผลที่มึงทำกูไอ้ชั่ว..”

ยำตีนอัดมันจนสลบเหมือด ไม่ช้าก็ได้ยินเสียงตุบตับไล่หลังมาฉันก็เลยวิ่งเข้าไปหลบที่ซอกตรงข้างหลังถังขยะในความมืด แอบชำเลืองตาดูนิดหน่อยว่าพวกมันแต่งตัวแบบไหน

“ไอ้เวรเอ๊ยคลาดสายตา เฮ้ยมึงน่ะช่วยกูแบกไอ้เหี้ยนี่หน่อย”

“เออๆแล้วรีบไปนะมึง”

“ไวๆสิวะไอ้เวร”

จะทำยังไงดีมันจะหนีไปแล้วคิดสิคิดไอ้วูลฟ์บ้า..

คิดไปคิดมาสุดท้ายต้องใช้แผนสิ้นคิด หยิบถุงดำใส่ขยะแถวนะมากำไว้แน่นก่อนจะปาอัดใส่พวกนั้นจนแตกดังโป๊ะ

“อ๊ากกกกกกก..เหี้ยอะไรอีกวะ”

“เหม็นโว้ยยยยย”

“พลัวะๆ..ฟิ้วๆๆ..”หยิบสารพัดทุกสิ่งทุกอย่างที่เจอมาโยนอัดใส่หัวไอ้สองตัวนั่นจนเหม็นอบอลวน

“ใครวะไอ้เหี้ย..มันอยู่ตรงไหนวะมึงเห็นมันไหม”

“กูว่าน่าจะมาจากถังขยะ ไปดูหน่อยสิวะไอ้เหี้ย..อ๊ากกกเหม็น”

แอบเห็นแสงลางๆจากหลอดไฟรถที่ขับผ่านเมื่อกี้ มันยกปลายกระบอกปืนขึ้นลำเรียบร้อยและเดินก้าวเท้ามาหาฉันในทันที ถ้างั้นก็ต้องเล่นให้หนัก

“ย๊ากกกกกกก”

“??”

กระโดดพุ่งตัวออกจากข้างที่ซ่อนเอาศอกกระแทกอัดใส่ไข่มันเต็มเหนี่ยวจนล้มตาเหลือกหน้าปูด

“อ๊ากกกกกกกกไข่กู..”

“ไอ้เวร...เอ๊ยยย”

ฉันหลบตัวหวืดไปหนึ่งทีตอนโดนหมัดสวนผ่านหน้าไป ตามด้วยส้นตีนเน้นๆอัดใส่ขามันดังพลัวะๆ

“อั๊ก..อีเวรเอ๊ยอย่าอยู่เลยมึง”

เห็นท่าไม่ดีฉันก็เลยใช้แผนสอง หยิบรองเท้าตัวเองที่ถอดเอาไว้ก่อนจะกระโดดพุ่งตัวออกมาจากที่ซ่อนเมื่อกี้ ฟาดใส่หน้ามันเน้นๆจนดังเพี๊ยะๆ

“อ๊ากกกกกกกก..เจ็บโว้ยยยย”

“เพี๊ยะๆๆไอ้ชาติชั่ว x..เพี๊ยะๆๆ”

“อ๊ากกก..อีเวร...เจ็บฉิบหายเลยไอ้เหี้ย...”

เอารองเท้าตัวเองตบปากไอ้บ้านี่จนเลือดสาดเต็มรองเท้าไปหมดตามด้วยหน้าแข้งอัดใส่หว่างขามันดังพลัวะ ถึงกับตาเหลือกมองฟ้ากันเลยทีเดียว

“อ๊ากกกกกกกก”

“อีเวร..อ๊ากกกเจ็บโว้ยย”

“สำหรับทุกอย่างๆที่มึงรู้บอกกูมา..”นั่งย่อตัวเอามืดขยุ้มผมของมันเป็นกระจุกขึ้นมาถาม

“ไม่บอกโว้ย...อั๊กกก”

“หรอ..ดีจังเลยนะที่ไม่ยอมบอก..งั้นมึงก็อย่าอยู่เลย”

ยืดตัวขึ้นตรงล้วงกระบอกปืนจากด้านหลังมาชักเตรียมลั่นไกใส่มัน

“หรอ..แน่ใจนะว่าจะไม่บอก”

“อ๊ากก..ให้ตายกูก็ไม่บอก..ปัง!!..อ๊ากกกกกกกขากู..อีเวรรรรร”

“บอกกูมาว่ามึงไอ้เหี้ยโจนไปซ่อนที่ไหน..แกร๊ก”

“..แม่น้ำ..อั๊กกก”

“แม่น้ำเหี้ยอะไร”

“แม่น้ำเจ้าพะยา..”

“..หรอ..แน่ใจนะ”

“เออ..กูจะหลอกมึง..ปัง!!อ๊ากกกกกกกกก”

“บอกกูมาชัดๆสิโว้ย”

“น้องวูลฟ์??..เกิดอะไรขึ้น”เสียงพี่จอยพูดทักขึ้นข้างหลังฉันอย่างงงๆกับเหตุการณ์นี้

“พี่จอย..อ้าวเสร็จแล้วหรอพี่”

“ค่ะ..แล้วได้ข้อมูลอะไรมาบ้างเนี่ย”

“ไม่ได้อะไรเลยค่ะพี่..งั้นวูลฟ์ขอไปหาซื้อต้นไม้ใหม่ก่อนนะคะ”

“ค่ะ..ระวังตัวด้วยนะ”

แอบสงสารไอ้พวกนี้เบาๆที่ริอาจมายุ่งกับของสำคัญของวูลฟ์สินะเนี่ย ฉันเห็นเหตุก่อนหน้านี้มาได้สักพักแล้วล่ะว่ามันเกิดอะไรขึ้นกับตรงนี้ แล้วก็เจ้ากระบองน้อยที่น้อยใกล้ตายอยู่ตรงนี้

“มานี่มาไอ้เขียวหนามดก เดี๋ยวกูเอาไปเลี้ยงมึงดีๆ”ย่อตัวเล็กน้อยตอนก้มเก็บเศษซากที่ยังเหลือนิดๆของต้นกระบองเพชรที่แตกเละเต็มพื้นเหม็นเขียวไปหมด

“พวกมึงเก็บซากแล้วก็เอาไอ้พวกเวรนี่กลับไปเค้นข้อมูลที่บ้านกูต่อ”

“รับทราบครับคุณจอย”

ไม่ต้องห่วงนะคะน้องวูลฟ์เดี๋ยวพี่จะเลี้ยงให้เจ้าต้นน้อยเนี่ยมันโตคืนปกติเดี๋ยวพี่จะเอาไปคืนให้นะ

พยายามกลั้นน้ำตาตัวเองไว้ให้ได้นานที่สุด แต่สุดท้ายก็ยื้อไม่ไหวจนมันไหลทะลักออกมาเรื่อยๆ

“ฮึก..ฮือออ..”สุดท้ายก็เดินร้องไห้ไปเรื่อยๆจนถึงร้านต้นไม้ที่ซื้อ แต่ว่าร้านดันปิดหนีไปซะแล้ว

“ฮืออออ..”เดินร้องไห้น้ำตาแตกไปหาพี่จอยที่ยื่นเกาหัวแกร่กๆรอที่รถ

“ฮืออออ..พี่จอย..ฮึกๆ..ฮืออออ”

“โอ๋ๆคนเก่งมานี่มา..”

ทรุดตัวลงกับอ้อมแขนนุ่มๆของพี่จอยอย่างหมดสภาพ มันไม่ง่ายเลยที่จะแกล้งทำตัวเข้มแข็งเหมือนใครสักคนที่นอนซมกับโรงพยาบาลสบายใจเฉิ่ม

“งั้นเรารีบกลับบ้านกันเถอะค่ะ พี่ว่าเราคงอยากกินข้าวแล้วใช่ไหมวูลฟ์”

“ฮึก...อือ..”

พยักหัวงึกงักกับหน้าอกพี่จอยเบา แล้วก็พากันขึ้นรถกลับบ้าน ฉันก็เอาแต่นอนคิดมาตลอดทางว่าเกิดอะไรขึ้นกับแม่ แล้วทำไมพ่อถึงปิดปากเงียบเรื่องแม่

มันคงไม่เป็นแบบที่ฉันคิดใช่ไหม..

ถึงบ้านก็ล้างหน้าตาใหม่กินข้าวอาบน้ำนอนหลับตื่นๆจนสุดท้ายก็ต้องตื่นมากลางดึก

“ทำไมฉันถึงหลับไม่ได้นะ..”อดใจไม่ไหวที่จะโทรหาพ่อตอนตี1กว่าๆ

*ตรู๊ด..ปิ๊บมีไรคะคนเก่งของป๋า*

*ป๋าคะ..แม่โซ..อยู่ไหน*

*แม่..*แล้วพ่อก็เอาแต่เงียบอยู่แบบนี้ในสายสักพักก่อนจะถอนหายใจเฮือกใหญ่แล้วเปิดปากบอกซะที

*แม่ของตัวเล็กน่ะ..อยู่กับท่านย่าที่อังกฤษ..ท่านชื่อแมรี่*

*แล้วทำไมโซถึงไม่เห็นแม่เลยล่ะคะตอนที่ไปเยี่ยมท่านย่า..*

*แม่ของตัวเล็กยังอยู่ตรงนั้นเสมอ*

*แล้วแม่อยู่ไหน..*

*แม่ของตัวเล็กน่ะ..*

“พ่อคะ??..เดี๋ยวสิทำไมโทรศัพท์โดนตัดไปซะดื้อๆแบบนั้นล่ะ..อย่าบอกนะว่า”

ฉันกระเด้งตัวลุกจากเตียงวิ่งไปที่ประตูทันที แต่ไม่ทันแตะประตูได้ทันพี่จอยก็กระโผล่หน้าตัวเองเข้ามา

“วูลฟ์..”

“ไปเลยพี่จอยอย่าถาม”

“ค่ะ..”

ขออย่าให้เป็นจริงเถอะฉันไม่อยากคิดถึงเรื่องนั้น ตอนนี้

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

1 ความคิดเห็น