สัมผัสรักต้องห้าม

ตอนที่ 37 : ตามล่า

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 11
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 0 ครั้ง
    10 มี.ค. 62

ตอนที่37ตามล่า

ฉันนั่งกุมมือแม่วาที่นอนหลับตาพริ้มโดยมีเครื่องช่วยหายใจประคองไว้ตลอดเวลา มันเป็นเรื่องที่เลวร้ายที่สุดเมื่อได้รู้ความจริงจากปากพ่อว่าคนที่ขึ้นชื่อว่าลุงทำกับครอบครัวของฉันไว้ย่อยยับขนาดไหน หรือแม้แต่กับแม่วาคนที่ฉันรักมากที่สุดคนหนึ่งนอกจากพ่อและแม่แล้ว

“แม่วา..รีบหายไวๆนะคะโซเฟีย..ไม่สิวูลฟ์คิดถึงแม่วามากๆเลยนะ”

“เฮ้อออ..ถ้ามันฟื้นตอนนี้ก็คงดีอยู่หรอกนะน้องวูลฟ์แต่เอาตามตรงพวกเราจะไปล่าหัวมันได้จากที่ไหนล่ะหึ?”เสียงพี่จอยที่บ่นงึมงำอย่างชี้แนะ

“ลองเช็คดูจากแหล่งสำคัญๆกันไหม..อย่างกล้องวงจรปิด”

“เออๆใช่ทำไมกูคิดไม่ได้วะไอ้ข้าวววว..เดี๋ยวกูให้ทีมแฮ็กเช็คเอง งั้นกูรีบกลับก่อนนะมึงจะรีบไปจัดทีม”

“เดี๋ยวนะพี่จอยใจเย็นๆสิคะเราคงไม่ได้จะไปแบบเปิดเผยอะไรขนาดนั้นซะหน่อย”

“ก็มันทำกับไอ้วาซะยับขนาดแต่ยังทำหน้าตาลอยไปลอยมาแบบนี้ มันหงุดหงิดฉิบหาย อย่าให้กูรู้นะมึงจะเอาระเบิดยัดใส่ปากแม่ง”

“ใจเย็นๆดิจอยกูว่ามึงรีบกลับไปก่อนเดี๋ยวกูเฝ้าเอง”

“มึงไม่ไปต่างประเทศแล้วหรอวะไอ้ข้าว”

“ไม่ไป..กูไม่อยากไปอีกแล้วมันไม่มีความสำคัญเลยว่ะที่กูกลับไปในจุดๆที่ไม่มีประโยชน์”

“อือๆ..งั้นกูไปแหละบัยบายค่ะน้องวูลฟ์ว่างๆก็เช็ดตัวให้วาบ้างนะ..แอ๊ด..ปึง”

“เฮ้อออ..ไปซะที ว่าแต่อาการวาเป็นไงบ้างวูลฟ์”

แอบชำเลืองมองดูพี่ข้าวที่ลุกจากโซฟายืดตัวตรงเดินมาดูอาการแม่วาข้างๆ

“ก็เริ่มดีขึ้นแล้วค่ะ แต่ก็ยังต้องระวังเรื่องอื่นอีก..แม่วาพึ่งเป็นโลหิตจาง”

“หื้ม??”

“ก็เพราะว่า..ช่วงนั้นด้วยแหละค่ะ”

“อ๋อ..นั้นน่ะสินะโลหิตจาง..ใกล้หมดเวลาเยี่ยมแล้วเราไปข้างล่างกันเถอะวูลฟ์”

“บัยบายค่ะแม่วา..จุ๊บ”

เอื้อมตัวขึ้นจุ๊บเบาๆที่หน้าผากขาวก่อนจะผละตัวเดินออกจากห้องพร้อมพี่ข้าวที่ยืนถอนหายใจรัวๆใส่ บางทีมันอาจจะช็อกเกินไปสินะที่ใครต่อใครจะรับได้เรื่องที่แม่วาโดนทำแบบนั้นในงานแต่งของเรา ไม่อยากจะคิดถึงมันอีกแล้วลืมๆไปเถอะวูลฟ์

“แล้วเราน่ะจะไปไหนต่อคะ??”

“เอ่อกลับบ้านค่ะไม่ก็ไปหาแด๊ด”

“อ่อ..แต่พี่ว่าไม่ปลอดภัยแล้วนะ ทำไมเรากับแด๊ดไม่ไปพักที่บ้านจอยมันก่อนล่ะ”

“ก็ดีนะพี่ข้าว..งั้นวูลฟ์ไปหาแด๊ดที่ล็อบบี้ก่อนนะ”
“อื้อบัยบายค่ะน้องวูลฟ์..”

ต่อให้เรื่องมันจะผ่านมานานแค่ไหน เธอก็ยังลืมคนตัวเล็กแบบนี้ไม่ลงสินะไอ้ต้นข้าว

เดินตามโถงทางเดินเรื่อยๆจนมาถึงล็อบบี้โรงพยาบาลก็เริ่มหยุดเดินก่อนจะหันหน้ามองหาแด๊ดที่กำลังนั่งโบกมือเบาๆให้อยู่

“แด๊ด..อื้อคิดถึงจังค่ะ..หมับ”

“หมับ..ตัวเล็กของแด๊ด..ว่าแต่มีอะไรคะถึงรีบมาหาจัง”

“แด๊ด..เราไปพักที่อื่นกันก่อนเถอะค่ะ”

“หืม??ทำไมล่ะคะ..”แด๊ดผละกอดออกก่อนจะจับมือฉันให้นั่งลงข้างๆแทนเพื่อคุยกัน

“โซคิดว่ามันไม่ปลอดภัยแล้วล่ะค่ะที่เราจะกลับไปที่บ้าน ในเมื่อลุงยังทำได้ถึงขนาดนี้ถ้าหากเรากลับบ้านตอนนี้มีโอกาสที่จะโดนลักพาตัว”

“อืมงั้นสินะ..เราคงต้องกบดานไปซักพัก”

“ตกลงนะคะ..”

ยกโทรศัพท์ตัวเองมาเลือกรายชื่อหาพี่จอยก่อนจะกดโทรออกทันที

*ตรู๊ดดด..ปิ๊บ ฮัลโหลพี่จอย*

*มีไรคะน้องวูลฟ์มีอะไรให้พี่ช่วย*

*ขอไปอยู่ที่บ้านพี่จอยซักพักสิคะ วูลฟ์ว่าที่บ้านไม่ปลอดภัยแล้ว*

*อืมๆได้สิเดี๋ยวพี่จะส่งคนขับรถไปรับนะ รหัสคือ คุณจอยกินจุ*

*คะ??*

*ทวนสิเร็วๆพี่จริงจังนะเนี่ยยยยย*

*ฮ่าๆๆรหัสลับ คุณจอยกินจุ*

*ดีมากคนเก่งแล้วเจอกันที่บ้านค่ะ ปิ๊บ*

ที่พี่จอยบอกอย่างนี้ก็คงอยากให้ฉันอารมณ์ดีขึ้นสินะขอบคุณนะคะพี่จอยขอบคุณมากๆเลยค่ะที่ทำให้วูลฟ์หัวเราะได้อีกรอบ

“หัวเราะอะไรคะตัวเล็ก”

“เปล่าค่ะแด๊ดแค่พี่จอยหยอดมุขนิดหน่อย อีกสักพักจะมีคนมารับนะคะ”

“ค่ะ..คนเก่ง”

ราวๆ20นาทีก็มีรถตู้สีดำคันหนึ่งมาจอดรอรับที่หน้าโรงพยาบาลทันที

“ครืนนนน..รหัสลับครับ”

“คุณจอยกิน..จุค่ะ”

“ถูกต้องครับเชิญขึ้นรถเลย”

ประตูรถถูกเลื่อนอย่างง่ายดายก่อนฉันและพ่อจะขึ้นรถไปกับบอดี้การ์ดทันที ฉันกับแด๊ดเลือกที่จะนั่งเงียบๆไม่พูดคุยอะไรกันเลยสักคำ จนรถมาถึงบ้านพี่จอยถึงได้พูดคุยเรื่องอื่นต่อกันอีกที ไม่ช้าพี่จอยก็วิ่งหน้าตั้งออกมาจากบ้านมารับถึงที่

“เสื้อผ้าล่ะคะ?ทั้งคู่”

“อ่อ..คือให้บอดี้การ์ดไปเอามาแล้วล่ะครับ”

“งั้นเข้าไปข้างในกันเถอะค่ะ..”พี่จอยผายมือเชิญเบาๆ ส่วนฉันก็ควงแขนพ่อเดินตามเข้าไปด้วยกัน ข้างในบ้านพี่จอยเหมือนเดิมไม่เปลี่ยนแต่ที่แปลกตาก็คงมีแต่แม่บ้านที่เดินเผ่นพล่านไปมา

“จะไปนะอ่าพี่จอย??”

“อ่อพี่จะก็แค่ให้คุณแม่บ้านเตรียมห้องให้ทั้งคู่น่ะจ้า..ว่าแต่นอนได้ไหมคะ?ห้องอาจจะแคบไปหน่อยนึง”

“ได้หมดครับคุณจอย..ขอบคุณทุกเรื่องเลยครับที่คอยช่วยเหลือ”

“ไม่เป็นไรค่ะคุณมาร์ค..แค่เรื่องจิ๊บจ๊อย...งั้นจอยให้แม่บ้านพาไปพักก่อนดีกว่าเดี๋ยวแผลจะอักเสบเอา”

“ครับผม...”ยืนมองดูพ่อที่เดินต้อยๆไปกับคุณป้าแม่บ้านจนหายไปกับชั้นบน แล้วก็วกตากลับมาสนใจพี่จอยที่ทำตาเหลอหลาใส่อย่างกวนโอ๊ย

“อะรายอ่าพี่จอยมาทำตาเล็กตาน้อยใส่วูลฟ์ทำไมคะเนี่ย (-*-)”

“ก็เห็นเราทำตาแปลกๆไงพี่ก็ออดสงสัยไม่ได้ ว่าแต่เราน่ะเครียดเรื่องไหนอยู่หื้ม?”

“ไม่มีซะหน่อย..ขี้เกียยืนคุยแหละไปนั่งดีกว่า”

“จ้าๆนั่งก็นั่ง..ฟุ่บ..ว่าแต่เครียดเรื่องตอนนี้ใช่ไหมไม่ต้องห่วงนะพี่พร้อมช่วยเสมอ”

“ค่าพี่จอยวูลฟ์ขอบคุณพี่ม๊ากมากเลยที่ดูแลมาตั้งขนาดนี้ แล้วพี่ทับล่ะคะ”

“อ่อยัยแมวผีไปนั่งคุมร้านอยู่น่ะคงอีกนานกว่าจะเลิกงาน”

“งี้ก็เหงาแย่สิคะ”

“เหงา??ใครเหงาไม่มี..ไม่มีซะหน่อยน้องวูลฟ์พูดไรเนี่ย”

“(- -)..”เชื่อใจได้ไหมเนี่ย

“งั้นน้องวูลฟ์ไปพักผ่อนนนนนก่อนเถอะจ้าพี่ง่วงมากเลยยยยย”
“นี่พึ่งบ่ายเองพี่จะรีบนอนไปไหนนนน”

“ก็เมื่อคืนไม่ได้หลับไม่ได้นอนเลยน่ะสิคะ”

“แหนะๆแอบมีกุ๊กกิ๊กกันสินะคะ”

“กุ๊กกิ๊กอะไรกันล่ะน้องวูลฟ์พี่นี่โดนกวนทั้งคืนจนทำงานเกือบไม่เสร็จตาเหลือกไปหาน้องที่งานเลยนะ”

“โอ๋ๆคนเก่งของน้อง งั้นวูลฟ์ไปผักผ่อนก่อนกะได้ค่ะ..บัยบาย”

“บายจ้า..หาววววว”

มองดูพี่จอยที่นั่งปิดปากหาวหวอดๆด้วยความสงสาร แต่ก็เถอะเราไปนอนได้แล้วมั้งวันนี้เจอมาเยอะแล้วร่างกายเริ่มไม่ไหว

หายไวๆนะคะคนเก่ง รักเสมอค่ะแม่วา

หลับตานอนด้วยความอ่อนล้ามามาก แต่ก็ต้องสะดุ้งตื่นเป็นพักๆเพราะเห็นภาพของแม่วาฉายซ้ำวนไปมาจนทำให้นอนไม่หลับ

“ฮึกๆ..แม่วา”

งานแต่งคือสิ่งที่ใฝ่ฝันของผู้หญิงหลายๆคน และยังเป็นสิ่งที่สำคัญที่สุด แต่แล้วก็ต้องมาพังลงไปเพราะคนสารเลวคนหนึ่งที่บุกเข้ามา

ตื่นขึ้นมาด้วยสภาพที่เละไปหมด เพราะนอนไม่เต็มอิ่มบวกกับหลับไม่ลงยิ่งหลับตาลงมากแค่ไหนภาพเมื่อตอนกลางวันในงานแต่งก็ยิ่งชัดเจนมากขึ้นเรื่อยๆจนทำให้ฉันต้องสะดุ้งตลอดเวลา

“ฟึดๆ..”สูดน้ำมูกเข้าด้วยความเจ็บแสบไปหมด นอนร้องไห้จนตาบวมเป่ง มีหวังคืนนี้คงนอนไม่ได้กันพอดี ยันตัวลุกลงจากเตียงลงไปข้างล่างเพื่อมองหาใครสักคนที่จะมาปลอบได้ แต่ก็ไม่มีใครเลยนอกจากคุณป้าแม่บ้านที่ยืนเช็ดถูตามปกติ หน้าอายชะมัดที่ต้องเอาหน้าตายซากตัวเองมาให้คุณป้าดู

“คุณป้าคะเห็นพี่จอยไหมคะ”

“อ่อคุณจอยไปที่ตัวเมืองค่ะเห็นอกว่าเจอเบาะแสอะไรสักอย่างนี่แหละค่ะ”

“เบาะแส...หรอคะขอบคุณค่ะ..”

“ไม่เป็นไรจ้า ว่าแต่มีอะไรให้ป้าช่วยก็บอกได้เลยนะ”

“ค่ะ..”

หมุนตัวเดินกลับขึ้นห้องตัวเองไปอีกรอบแล้วนั่งลงบนเตียงอย่างวิตก จะเกิดอะไรขึ้นถ้าคุณลุงรู้ว่าพวกเราอยู่ที่นี่

“พี่จอย...”

ยกโทรศัพท์ตัวเองมากดเลื่อนหาไลน์พี่จอยแล้วทักไปถามทันที

*พี่จอยอยู่ไหนคะเนี่ย*

มีแค่รอยติ๊กว่าอ่านแล้วแต่ก็ยังไม่มีการพิมพ์กลับมาเลย

*อยู่แถวพระราม*

*ไปทำอะไรคะ*

*พี่เจอรถของไอ้พวกสารเลวนั่น คงทำได้แค่ให้พวกนักสืบตามติดไปก่อนจนกว่าจะเจอแหล่งกบดานพวกมัน*

*ระวังตัวด้วยนะคะ*

*สบายๆพี่อยู่คนละตึกกับมันสบายหายห่วงได้เลยน้องวูลฟ์..ว่าแต่อาการเป็นไงบ้างพี่ไปดูที่ห้องมาเห็นน้องวูลฟ์ร้องไห้สติแตกไปพักนึง..เป็นอะไรมากรึเปล่าคนเก่ง*

จะพิมพ์ตอบแบบไหนดี ตามตรงหรืออ้อมๆล่ะ

*ไม่ค่ะไม่เป็นอะไร..ว่าแต่พวกนั้นอยู่กันแบบไหนคะ*

*เป็นโรงแรม3ดาวประมาณ12ชั้น มีพวกบอดี้การ์ดเข้าออกตลอดเวลาการคุ้มกันค่อนข้างแน่นหนามากถึงมาก มีหน่วยสังเกตการณ์จากข้างบนแถมยังมีพวกสายตำรวจเดินตรวจตราให้อีกมีหวังพวกเราทำอะไรกันไม่ได้พอดีสิเนี่ย*

*ยัดเงินตำรวจน่ะหรอคะ*

*ใช่ แต่พวกพี่ก็ดูห่างๆไม่ต้องห่วงนะ คืนนี้อยากไปไหนไหม?*

*ไม่ดีกว่าค่ะ..มันยังอันตรายเกินไป*

*ไม่ต้องห่วงค่ะพี่จะพาไปที่ๆพวกนั้นคิดไม่ถึงเลยแหละว่าเราจะไปไหนกัน*

*จะรอนะคะ..*ส่งไลน์ไปให้พี่จอยก่อนจะกดปิดเครื่องตัวเองแล้วโยนลงข้างตัวบนเตียง

กว่าพี่จอยจะกลับมาก็ตีไปราว6โมงเย็น แถมคราวนี้ได้เอกสารอะไรมากมายเต็มไม้เต็มมือไปหมด

“พี่จอย??”

“อ้าวคนเก่งตื่นอยู่หรอคะ??..ทำไมไม่นอนล่ะหึ”

“นอนไม่หลับค่ะ...ว่าแต่เอกสารอะไรเหรอคะ”

“เราไปนั่งกันดีเกว่าเนอะเดี๋ยวคุยกันต่อ..”

“ค่ะ”นั่งลงบนโซฟาตัวเดิมก่อนเอกสารทั้งหมดจะถูกวางกระจายออกบนโต๊ะกระจกใส

“เท่าที่พี่ไปค้นหามาได้ก็มีแค่ไม่กี่ส่วนที่เจอนะน้องวูลฟ์ เนื่องจากข้อมูลบางตัวของมันมีรหัสพิเศษแฝงเลยเจาะเข้าไม่ได้”

“ค่ะ..”
“โจนาธานอายุ50ปี เป็นนักธุรกิจหนุ่มชอบลงทุนกับหุ้นไม่ก็เปิดบาร์ และยังมีการขนส่งของผ่านเรือ แต่มีบางส่วนที่ยังเป็นความลับพี่ไปขุดเจอมาว่ามันมีคดีหนึ่งที่โด่งดังเกือบ20ปีก่อน ได้ข่าวว่ามีหญิงสาวตั้งครรภ์คนหนึ่งได้ถูกนายโจนาธานข่มขืนและทำการฆาตกรรมคนใช้ของบ้านหญิงคนนี้ แต่มีสิ่งหนึ่งที่คาใจว่าทำไมข่าวมันถึงเงียบหายไป ยังมีข่าวอื่นอีกนะอยากฟังไหม”

“เล่ามาเลยพี่จอยวูลฟ์รอฟัง”

“คดียาเสพติดที่หมอนี่ครอบครองและยังทำการค้ามนุษย์ อีกข้อหนึ่งที่หนักสุดคือการฆาตกรรมพ่อแม่ตัวเอง แต่ไหงกับรอดตัวไปมาอย่างกับอากาศได้ล่ะ”

“เอ๋..โกหกน่าพี่จอย..”

“นี่ๆเอกสารอ่ะดูซะนะน้องจ๋า”พี่จอยเลื่อนเอกสารใบหนึ่งมาให้ดูเป็นเอกสารของอาญาที่ระบุเกี่ยวกับคดีความของลุงโจนาธานเต็มพรืดไปหมด

“แล้วทำไมถึงยังรอดได้ล่ะคะ..”

“อาจเพราะหลักฐานมูลความมันหายไปหรือไม่ก็ถูกลบหายไปจนตามสืบไม่ได้ หมอนั่นก็เลยรอดตัวยังไงล่ะน้องจ๋า”

“ทำไมถึงโหดร้ายแบบนี้”

“ก็นี่แหละนะเดนมนุษย์ที่แท้จริง เอาตรงๆมันไม่ควรเกิดเป็นคนแต่แรกด้วยซ้ำ”

“...ก็จริงอย่างที่พี่ว่าแหละค่ะ ความจริงหนูกับไอ้คุณลุงโจนาธานเราไม่ได้เป็นอะไรต่อกัน”

“เพราะ??”

“พ่อของวูลฟ์เป็นลูกบุญธรรมของบ้านนั้นค่ะ...ไม่ใช่ครอบครัวจริงๆ”

“อืมมม เป็นงั้นสินะ..หาววว”

“พี่จอย..”

“ไปอาบน้ำแต่งตัวนะเดี๋ยวพี่พาไปเที่ยว”

“ค่าๆงั้นวูลฟ์ไปก่อนนะคะ”
“บัยบายจ้าคนเก่ง”ยืดตัวลุกจากโซฟา แต่ก็อดไม่ได้ที่จะเดินคิดไปตลอดทางว่าแม่หายไปไหน แล้วทำไมถึงไม่ยอมมาหาฉันเลยล่ะ

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

1 ความคิดเห็น