สัมผัสรักต้องห้าม

ตอนที่ 36 : จุดเริ่มต้นตอนจบ

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 12
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 0 ครั้ง
    7 มี.ค. 62

ตอนที่36จุดเริ่มต้นตอนจบ

ฟื้นขึ้นมาในห้องพยาบาลอีกครั้งพร้อมกับผ้าพันแผลตามตัวที่ซึมไปด้วยเลือดจากแผลโดยมีคุณพยาบาลคนเก่ามานั่งคุมอยู่ใกล้ๆ

“อึก..คุณพยาบาล”

“อย่าพึ่งขยับตัวนะคะคุณได้รับบาดเจ็บสาหัส..ว่าแต่ไปทำอะไรมาคะถึงได้นอนโชกเลือดซะขนาดนั้น ยังดีนะคะที่ฉันไปเจอคุณเข้าระหว่างเลิกกะเมื่อวานก็เลยรีบไปตามคนมาช่วยไว้ทัน”

“ขอบคุณมากๆเลยครับ..แต่ผมไม่มีเวลา..”พยายามยันตัวลุกขึ้นนั่งแต่ก็ต้องสะดุ้งตัวเฮือกใหญ่จากอาการปวดร้าวที่สีข้าง

“อั๊ก...เจ็บ”

“ก็บอกว่านอนลงไงคะ..บาดแผลคุณสาหัสมากเลยนะที่โดนเมื่อคืน กระดูกซี่โครงเกือบร้าว”

“..ขอโทษครับ..ฮ่า”เอนตัวลงนอนกับเตียงอย่างว่าง่ายตามที่พยาบาลบอก

“รบกวนช่วยหยิบโทรศัพท์ให้หน่อยครับ..ขอบคุณครับ”

“งั้นฉันขอตัวไปทำงานก่อนนะคะ แล้วก็ห้ามขยับตัวมากนะคะเดี๋ยวแผลจะฉีก”

“ครับ...ฟู่”

เหลือบตามองดูพยาบาลเดินหายลับออกไปจากห้อง ค่อยกดเบอร์โทรหาบอดี้การ์ดที่สั่งงานไว้ทันที

*ตรู๊ด..ตรู๊ด..ฮัลโหลสวัสดีครับเอ็ด*

*สวัสดีครับคุณมาร์ค มีอะไรให้ผมช่วยครับ*

*ผมมีงานหนึ่งที่สำคัญมากๆคุณพร้อมที่จะรับข้อเสนอของผมรึเปล่าครับ*

*ว่ามาได้เลยต่อให้งานนั้นจะสกปรกแค่ไหนผมก็จะทำ*

*ผมจะให้คุณพาตัวโซเฟียไปที่ไทยหน่อยครับ..ผมมีผู้ช่วยที่จะดูแลตัวเล็กให้แล้ว ข้อสำคัญที่สุดคือคุณอาจจะถูกฆ่าได้ตลอดเวลาคุณพร้อมที่จะรับข้อเสนอรึเปล่า??*

*เป็นคำขอร้อง..ที่ยากมากเลยนะครับเนี่ย แต่คุณคือผู้มีพระคุณที่สุดที่ให้โอกาสคนไร้บ้านแบบผมมารับใช้ ก็ถือซะว่าเป็นงานที่ดีที่สุดในชีวิตแล้วครับ*

*ขอบคุณมากๆเลยนะเอ็ดงั้นพรุ่งนี้คุณมาที่โรงพยาบาลเลยล่ะกันผมติดต่อผู้ช่วยอีก2-3คนมารอรับคุณไปที่สนามบิน*

*ครับ..เข้าใจแล้วครับ งั้นผมลาล่ะครับ*

*ปิ๊บ..*

“เฮ้อออ..ต่อให้ผมจะดูเป็นคนที่ไร้ความรับผิดชอบแค่ไหนผมก็คงต้องรีบทำให้ไวที่สุดเท่าที่จะทำได้ ในเมื่อมันจะลงมืออีกครั้ง..”

ผมทำได้แค่นอนหายใจเบาๆกับเตียงก่อนจะตัดสินใจเด็ดขาด ลุกลงจากเตียงแม้จะรู้ว่าแผลที่ทำมาอาจจะฉีกได้ตลอด แต่ผมไม่มีเวลามานอนรอความตายบนเตียง แล้วปล่อยให้มาเรียกับโซเฟียต้องเสี่ยงไปด้วยแน่

“รอผมก่อนนะครับคนเก่ง..ผมจะทำทุกทางเพื่อช่วยคุณและลูก”

วันต่อมา ก็มาถึงซะทีหลังจากแอบออกจากห้องพักฟื้นเมื่อวานก็แทบรากเลือด แต่โชคดีหน่อยที่มียาปฏิชีวนะกิน มันอาจจะดูแปลกๆไปสักนิดแต่ถ้าผมไม่กินผมก็จะไม่มีแรงขยับตัว ผมนัดกับเอ็ดไว้ตอน2ทุ่มเพื่อที่จะมารออยู่แถวลานจอดรถ ไม่นานนักเอ็ดก็เดินมาพร้อมกระเป๋าดำใบหนึ่ง

“นี่คือข้าวของที่จำเป็นสำหรับตัวเล็กครับคุณมาร์ค..”

“ขอบคุณนะเอ็ด..อึก..ฮ่า”

“คุณไหวไหมคุณมาร์ค..”

“ไม่เป็นไร..ไม่ต้องห่วงผมนะ”ยกมือห้ามเอ็ดเบาๆก่อนจะพากันเดินเข้าไปในโรงพยาบาล สิ่งที่ทำได้ก็คือการซ่อนตัวเนียนไปกับคนอื่นๆ แต่เพราะว่าตัวเองยังเจ็บจึงใช้โอกาสเข้าไปพักตัวที่ห้องพักฟื้น เนื่องจากมีป้ายชื่อเดิมติดจึงไม่ต้องออกแรงเดินไปทั่ว

“แอ๊ด..ปึง เข้ามาเลยเอ็ด”

“ฮ่า...ขอให้เป็นคืนที่ดีนะครับ”

“ผมก็คิดเหมือนกัน..ฮ่า..อึก”

“ค่อยๆนอนนะครับ”เอ็ดประคองตัวมานอนลงบนเตียงอย่างเบามือ แล้วเอนตัวลงกับเตียงได้พอเหมาะ

“แผนของผมนะคุณมาร์ค..”

“พูดมาเลยครับ”

“ผมไปเตรียมเอกสารที่จะใช้ในการพาตัวคุณหนูออกจากประเทศและเตรียมคุณแม่ลูกอ่อนคนหนึ่งมาด้วยเนื่องจากเธอรับปากว่าจะเดินทางไปด้วย ผมก็เลยจ้างวานเธอให้ทำหน้าที่รับเป็นแม่คุณหนูระหว่างพาออกจากประเทศ แต่ถึงอย่างนั้นผมคงมีเวลาไม่มากจึงติดต่อเครื่องบินส่วนตัวของคุณไว้ ผมใช้ได้รึเปล่าครับ”

“ฮ่าๆ..ตามสบายเลยครับผมไม่ว่า”

“งั้นหรอครับ..หลังจากถึงไทยผมจะรีบพาตัวคุณหนูไปหา คนที่คุณมาร์คติดต่อไว้ทันทีเลยครับ”

“ฮ่า..ขอบคุณนะเอ็ด..ฉันเป็นหนี้นายจริงๆ..อึก..อั๊ค”
“คุณมาร์คนอนอยู่ที่นี่นะครับ ราวเที่ยงคืนพวกผมจะรีบลงมือทันที”

“ครับ...ผม.ฮ่า..ฮ่า..อือ”

หลังจากฟังแผนการของเอ็ดเสร็จผมก็หลับตาลงด้วยความเหนื่อยล้าบวกกับยาที่พึ่งกินเข้าไปเมื่อมานาน บางทีผมก็ต้องฝากความหวังไว้กับคนที่ไว้ใจได้ที่สุด เหมือนเรื่องโกหกเลยแหะที่จู่ๆจะมีคนบุกมาบ้านและทำชีวติครอบครัวพังพินาศแม้แต่ลูกหรือภรรยาผมทุกๆคนก็ล้วนได้รับผลกระทบจากคนๆเดียวที่ทำลงไป

Partเอ็ด

ผมนั่งงีบรอในห้องพักของคุณมาร์คระหว่างรอเวลาเดินจนถึงเที่ยงคืน ไม่นานนักก็ได้เวลา ผมย่องเบาออกจากห้องไปตามโถงทางเดินระหว่างนั้นก็เจอเข้ากับยามที่เดินตรวจตราไปมาเลยต้องแอบหลบซ่อนตามมุมเสาต่างๆก่อนจะวิ่งผ่านไป เมื่อเจอกล้องวงจรปิดผมก็พยายามแสร้งเดินผ่านไปในเงามืดของเสาไม่ก็กำแพงปูนที่ไม่มีแสงผ่านถึง

ผมเดินตามทางมาเรื่อยๆจนถึงห้องเด็กอ่อน ผมก็ควักกุญแจพิเศษที่สั่งทำมาไขห้อง ไขเข้าไปแล้วเดินไล่ชื่อตามเครื่องมาจนถึงป้ายของโซเฟีย ผมไม่รอช้าที่จะเปิดฝาครอบออกและอุ้มคุณหนูขึ้นมาบนมืออย่างช้าๆ แล้วทำการห่อด้วยผ้าขาวสะอาดก่อนจะทำการเดินออกไปด้วยความรวดเร็วจนมาถึงห้องคุณมาร์ค ผมก็ทำการเปิดกระเป๋าเป้ที่พกมาแล้วทำการวางคุณหนูลงไปในนั้นเบาๆก่อนจะทำการรูดซิปเล็กน้อยแล้วสะพายเป้ไว้ด้านหน้า

“ต้องรีบซะแล้วสิ..ผมจะทำทุกอย่างเพื่อคุณครับคุณมาร์ค..”

พูดสั่งลาคุณมาร์คเสร็จผมก็ออกวิ่งไปที่ประตูบันไดหนีไฟก่อนจะเดินลงมาเรื่อยๆจนทะลุกับลานจอดรถทันที ผมยืนกวาดสายตามองหาคนที่คุณมาร์ครับสั่งไว้ก่อนจะเห็นมือของใครสักคนโบกไปมากับความมืดให้

“คุณใช่ไหมครับที่เจ้านายผมสั่งไว้”
“งั้นคุณก็คือเอ็ดสินะ..รีบขึ้นรถมาเลยครับเพราะว่าตอนนี้มีคนกำลังแอบดักดูเรา..ปัง”

!!!..หมอบลง..แกร๊ก...ปังๆๆๆ”

สบโอกาสผมรีบหมอบต่ำลงก่อนจะคลานไปที่รถเก๋งสีดำแล้วกระชากประตูรถออกทันที

“ขับไปเลยไม่ต้องห่วงผม..ปังๆๆ..รีบไปที่สนามบิน..ไปเร็ว..นี่กุญแจ..เกร้ง..รีบไป!!

คว้ากุญแจจากเบาะพร้อมกับขับหนีไปทันที ใครจะไปคิดว่ามันตามมาไวขนาดนี้

“แอ๊...แอ๊ๆๆ”

“ใจเย็นๆครับคุณหนูผมกำลังไปแล้ว..ช่วยทนอีกนิดนะครับ”

คุณหนูนอนดิ้นไปมาเพราะว่าดันตื่นตอนได้ยินเสียงกระสุนปืนนี่แหละ ต้องรีบไปให้ไว

“ปัง..”

“..!!เอี๊ยดดด..เวรเอ๊ยพวกมึงมากันไวฉิบหาย”

เหยียบเบรกแทนไม่ทันตอนโดนยิง แต่ก็ต้องเพิ่มเกียร์เครื่องหนีไปอีกรอบตอนเห็นจำนวนปลายกระบอกปืนผ่านกระจกมองหลัง

“ปังๆๆๆ...เปรี้ยง..เพล้ง..เวรเอ๊ยยยยยยย..เอี๊ยดดดดดดด..บรืนนนนนนนนนน”
หักเลี้ยวตรงโค้งหักศอกก่อนจะเบิร์นยางเป็นรอยขนาดใหญ่แล้วเหยียบคันเร่งเพิ่มไปอีก พวกมันยังคงตามมาติดๆไม่เลิกยิงปืนสวนมาเรื่อยๆจนกระจกหลังแตกเป็นรอยกระสุนขนาดใหญ่

“ปังๆๆๆ..อ๊ากกกกกกกไอ้เวรเอ๊ยยยยยยย..บรืนนนนนน”

ผ่าทุกแยกและไฟแดงที่มีจนมาถึงสนามบิน ถีบประตูลงจากรถทันทีก่อนจะอุ้มร่างคุณหนูในเป้วิ่งไปยังเครื่องบินส่วนตัวด้านหลังลานเครื่องบิน ใครจะไปคิดว่าพวกมันยังตามยิงไม่เลิก

“แม่งเอ๊ย..ปังๆๆๆ”

ยิงสวนไปได้ไม่กี่นัดก็ต้องวิ่งจ้ำอ้าวไปยังเครื่องทันที ผู้ช่วยที่เหลือที่อยู่รอรับก็วิ่งออกมายิงสกัดไว้ทัน

“ปังๆๆๆ..เปรี้ยง..ไปเลยกัปตัน”

“ครับๆ..”

ปิดประตูเครื่องทันทีแล้วยืนมองผู้ช่วยที่กำลังยืนยิงสกัดให้ พวกมันมากัน6คนในขณะที่พวกผู้ช่วยมีกันแค่2คนเท่านั้น แต่ก็ยังยื้อเวลาให้ได้ตั้งขนาดนี้

“ขอบคุณมากๆเลยที่พวกนายคุ้มกันมาถึงขนาดนี้”

เพียงแค่บิดตัวได้เล็กน้อยก็ร้องเสียงหลง เพราะเจ็บแผลจากรอยยิงถากๆ

“อั๊ค..ไปโดนตอนไหนวะเนี่ย ไอ้สารเลวเอ๊ย..แคว่กกก..กึดดด”
ใช้แรงที่เหลือฉีกเสื้อตัวเองเป็นเส้นๆแล้วผูกเงื่อนรัดแผลไว้ อย่างน้อยๆก็แก้ขัดได้ล่ะนะ

10ชั่วโมงต่อมาหลังจากเครื่องออก จนลงจอดที่ไทย

*เข้าเมืองผิดกฎหมาย ไม่ดีๆ*

“คุณหนูเป็นยังไงบ้างครับเนี่ย..”แหวกหน้ากระเป๋าเป้ออกดูคุณหนูที่กำลังนอนร้องไห้งอแงไปมา

“แอ๋..แอ๊ๆๆ..”

“โอ๋ๆ..คุณหนูคงจะหิวสินะครับเดี๋ยวผมจะเอานมให้กินนะครับรอเดี๋ยว”

เปิดกระเป๋าเป้เอานมจากแม่ลูกอ่อนที่ให้มาด้วยระหว่างมาด้วยกัน แต่เธอมาไม่ได้เพราะว่ามีธุระ แต่ก็ยังดีที่เธอยังเสียสละมาถึงขนาดนี้โยไม่โดนยิงไปซะก่อน ขอบคุณพระเจ้าที่คุ้มครองพวกเรา เอเมน

เปิดถุงน้ำนมออกแล้วทำการเทลงขวดก่อนจะยกให้คุณหนูดื่มเบาๆ

“ถึงไหนแล้วกัปตัน”

“อีก5นาทีเครื่องจะลงจอด”

“ครับ..”

หลังจากเครื่องแตะถึงพื้นได้ก็รีบเก็บข้าวของทุกอย่างลงใส่กระเป๋าพร้อมอุ้มคุณหนูลงจากเครื่องทันที แต่ก็ไม่นานนักที่แตะถึงพื้นปืนราว10กระบอกก็จ่อมาที่ด้านหน้าและรอบข้างตัวอย่างรวดเร็ว

“แปะ..แปะ..แปะๆๆ..แหม่ๆพวกมึงเนี่ยเหมือนหมาเลยเนอะที่ไม่มีบ้านอยู่ก็รีบวิ่งหนีหางจุกตูด”

“กร็อดดด..โจนนาธานแกต้องการอะไรจากมาร์ค”

“แหม่ๆรักเจ้านายมึงจังนะไอ้ขยะ..แต่มึงรู้อะไรไหม..ครอบครัวของมันกำลังจะพังแล้วนะ..ฮ่าๆๆๆ”

“มึง..ไอ้สารเลว..”

“แกร๊ก..!!..แน่จริงก็เข้ามาสิ ถ้ามึงขยับตัวซักก้าวหัวนังเด็กเวรนี่กระจุยแน่”

“..ไอ้สารเลว..”

“ฮ่าๆๆต่อให้มึงจะก่นด่ากูจนตายแค่ไหน คิดหรอว่ากูจะปล่อยมึงไปง่ายๆ..เฮ้ยไปเอาตัวอีเด็กนั่นมาสิวะ”

“อย่าเข้ามานะเว้ย..แกร๊ก”ยกปืนจากกระเป๋าตัวเองขึ้นมาชี้ไปที่พวกบอดี้การ์ด ที่กรูเข้ามาเตรียมจะแตะตัวคุณหนู

“ปังๆๆๆๆๆ...หนีไปเอ็ด”

“กัปตัน!!!!!!”สบโอกาสที่กัปตันเครื่องยิงปืนมาสกัดไว้ทัน ผมก็รีบหอบตัวคุณหนูหนีไปด้านหลังเครื่องบินทันที

“ปังๆๆ..รีบตามมันไปสักทีสิวะไอ้พวกเวร”

“ตึกๆๆๆ..ปังๆๆๆ..ปัง!!..ปังๆๆ”

อุ้มคุณหนูไว้แนบอกแล้วออกแรงจ้ำอ้าวไปตามซอกซอยทันที ในขณะที่พวกเวรนั่นก็ไล่ตามมาติดๆจนเกือบประชิดตัว จึงยิงสวนเข้าใส่จนพวกมันร่วงไป1คน

“ปังๆๆ..แอ๊..แอ๋..แอ๋”

ทนอีกนิดนะครับคุณหนูรอผมก่อน..ผมกำลังไป

วิ่งหลบกระสุนและยิงสวนกลับไปด้วยความทุลักทุเลเนื่องจากคุณหนูเริ่มร้องไห้จ้า วิ่งมาเรื่อยๆจนถึงซอยตัน

“เวรเอ๊ยซอยตัน..”

“แกร๊ก..มึงหนีพวกกูไม่พ้นหรอก ส่งนังหนูนั่นมา”

“ต่อให้กูตายกูก็ไม่ยอม..ปังๆๆ...”กระโดดลงต่ำแล้วยิงสวนใส่กลางอกของพวกเวรนั่นจนตายคาที่ แต่แล้วก็มีกระสุนจากไหนไม่รู้วิ่งผ่านมากลางท้องจนเป็นแผลเหวอะขนาดใหญ่

“อ๊ากกกกกกก..แค่กๆ..ไอ้เวรเอ๊ย!!...ปังๆๆๆ”

ยิงกระสุนจนหมดแม็กใส่ไอ้เวรหนึ่งตัวที่ยังไม่ตาย แต่ดูจากสารภาพตัวเองก็คงจะไม่รอดพอที่จะทำงานของมาร์คให้เสร็จทันตามที่บอก

“แค่กๆ..คุณหนู..อือ..อ๊ากกก..คุณหนู..”

ลากสังขารโชกเลือดของตัวเองไปตามพื้นเพื่อหาร่างของคุณหนูที่กำลังนอนร้องไห้จ้าในห่อผ้าสีขาวที่เปื้อนเลือดโชก

“คุณหนู..อีกนิดเดียว..แค่กๆๆ..คุณหนู..รอผม..ก่อน”

ตะเกียดตะกายพาร่างใกล้ตายของตัวเองไปให้ถึงคุณหนู ถ้าหากผมตายไปอย่างน้อยๆก็อย่าได้มีใครรู้เลยว่าคุณหนูยังมีชีวิตอยู่

ใช้แรงเฮือกสุดท้ายคลานไปถึงคุณหนูก่อนจะถลกเสื้อตัวเองออกแล้วคลุมคุณหนูไว้ก่อนจะพามาหลบที่ข้างถังขยะ

“ขออย่าให้พวกมันมาเจอเลยนะครับ..ขอพระเจ้าทรงคุ้มครองคุณหนูด้วย..เอเมน”

“แอ๋..แอ๊..”

กลั้นใจเฮือกใหญ่พยุงร่างตัวเองให้ยืนขึ้นก่อนจะเดินไปหยิบปืนกระบอกหนึ่งตกอยู่ที่พื้นมาถือไว้แล้วออกแรงเดินกระเพลกไปที่ถนนก่อนจะตะโกนบอกที่อยู่กับพวกนั้นแล้วออกแรงวิ่งหนีไปด้วยความทุลักทุเล

เป็นช่วงเวลาที่คุ้มค่าซะจริงเอ็ด..อย่างน้อยนายก็ยังทำงานได้ดีที่สุด

ภาพสุดท้ายที่เอ็ดเห็นคือ กระสุนราว10นัดสาดใส่ร่างของตัวเองจนพรุน

เด็กทารกในวัยเกือบอาทิตย์กำลังนอนร้องไห้จ้าอยู่ข้างถังขยะตัวคนเดียวท่ามกลางซากศพมากมายที่นอนเกลื่อนถนน

“แอ๊..แอ๋ๆๆ..แอะ..”

หนูน้อยพยายามตะเกียดตะกายตัวเองดิ้นไปมาเนื่องจากโดนมดและยุงรุมกัดจนตัวแดงแล้วมีรอยบาดแผลหลายแห่ง หนูน้อยพยามร้องไห้อย่างสุดเสียงเพราะเจ็บปวดไปทั้งตัว แต่แล้วก็มีหมาจรจัดฝูงใหญ่เดินดมกลิ่นมาที่ทั้งขยะ เพราะพวกมันได้ยินเสียงโหวกเวกโวยวายของอะไรสักอย่างที่รบกวนพวกมันเข้าจนหงุดหงิด พวกมันเดินดมกลิ่นมาเรื่อยๆจนถึงถังขยะ ก่อนมันจะพากันแยกเขี้ยวสีเหลืองน้ำลายยืดยาวเตรียมขย้ำหนูน้อย

“กรอดดดด..แฮ่...ตุ๊บ...เอ๋งๆๆๆ..”

แต่แล้วก็มีขอนไม้ท่อนหนึ่งหล่นเข้ามากลางวงจนพวกมันพากันแตกตื่นวิ่งหนีหายไปทันที พร้อมกับใครสักคนหนึ่งเดินเข้ามาที่ถังขยะด้วยความใคร่รู้

“เด็กทารก??...โอ๋ๆน้าอยู่นี่แล้วลูกเกิดอะไรขึ้นทำไมมีแต่คนตาย..โอ๋ๆๆเจ็บหรอจ๊ะป่ะๆไปกับน้าดีกว่า..”

ชายหนุ่มอุ้มร่างของโซเฟียโอนเอนไปมาเพื่อที่จะกล่อมให้หลับแต่ก็ต้องทำใจลำบากเมื่อเห็นบาดแผลเต็มตัวไปหมด

“โอ๋ๆไปกันเถอะคนเก่ง...น้าจะพาหนูกลับบ้านตอนนี้เลย”

ชายหนุ่มอุ้มร่างทารกไว้แนบอกก่อนจะก้มลงกับพื้นเพื่อเก็บเป้ใบหนึ่งที่มีข้าวของเด็กทารกใส่ไว้เต็มเป้แล้วออกแรงวิ่งหายไปในความมืด

“ก๊อกๆๆ..เปิดบ้านให้พ่อหน่อยวา..ก๊อกๆ..อยู่ไหมเนี่ยฝนจะตกแล้ววา”

“แกร๊ก..แอ๊ดดด..อะไรอ่าพ่อฝนจะตกจะเติกอะไรกัน..เฮ้ยเด็กทารก..พ่อไปขโมยลูกใครมาเนี่ย”

“หลีกๆพ่อจะเข้าบ้าน..”

“เข้ามาๆๆ..ถ้าพ่อแม่เด็กคนนี้รู้เข้าจะทำไงเนี่ยฮะ”

“แม่แกล่ะอยู่ไหม”
“แม่ไปตลาดคงอีกสักพักจะกลับมา ถามทำไม”

“จะเอานมให้ตัวเล็กดื่ม..แต่ก่อนอื่นต้องพาไปล้างตัวซะก่อน น้องโดนแมลงกัดจนตัวแดงเถือกไปหมดแล้วเร็วๆไปเตรียมผ้ากับอ่างน้ำมาวายุ”

“รู้แล้วพ่อ..รอแป๊บสิ”
กว่าจะแล้วเสร็จดีก็นานมากถึงมากที่สุด เพราะว่ายัยหนูร้องไห้หิวนมตลอดเวลา จนต้องย้ายที่นอนมานอนนอกห้องแทน ก็เลยมอบหน้าที่สุดสำคัญให้เมียจ๋าทำ

“พ่อ!!!!!!!!ตอนไหนยัยหนูน้อยจะหลับเนี่ย”วายุเดินหัวฟูตาดำคล้ำออกมาบ่นพร้อมกับหนีบหมอนตัวเองมาด้วย

“ฮือออ..พ่อก็ง่วงเหมือนกันวายุ..มานี่มาแปะๆนั่งดูหนังกับพ่อ”

“..หาววววว..ง่วงฉิหายเลยพ่อ ฮืออออ..อยากนอนจะตายแล้วเนี่ย”

กลายเป็นว่าสองพ่อลูกต้องมานั่งตาดำโบ๋ไปทำงานแล้วก็เรียน เพราะว่าตัวเล็กนอนร้องไห้จ้าติดกันหลายคืน ลำบากแย่เลยแหะที่ต้องกลับมาเลี้ยงเด็กทารกอีกรอบเนี่ย

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

1 ความคิดเห็น