สัมผัสรักต้องห้าม

ตอนที่ 35 : จุดเริ่มต้น2

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 10
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 0 ครั้ง
    6 มี.ค. 62

ตอนที่35จุดเริ่มต้น2

เพียงแค่รถจอดถึงหน้าบ้านคุณย่าได้แค่แป๊บเดียวก็มีสายด่วนแปลกๆโทรเข้ามาที่โทรศัพท์ของผมทันที

*ตรู๊ดๆ..ปิ๊บฮัลโหลมีอะไรครับ*

*คุณชื่อมาร์คใช่ไหมครับขณะนี้ภรรยาของคุณกำลังอยู่ที่ห้องไอซียูนะครับ*

“มาเรีย!!

*เกิดอะไรขึ้นครับคุณ*น้ำเสียงของผมร้อนรนไปหมดจนจับโทรศัพท์แทบไม่ไหว

*ผมไม่สามารถพูดได้ครับ แต่รีบมาให้ด่วนเลยนะครับที่โรงพยาบาลxxครับ*

*ครับผม ผมจะรีบไปเดี๋ยวนี้เลยครับ..ปิ๊บ*

ปิดโทรศัพท์ลงแล้วโยนไปที่เบาะรถข้างตัวแล้วบิดกุญแจเหยียบเกียร์ถอยหลังออกจากบ้านทันที

“มาเรียเกิดอะไรขึ้นกับคุณที่รัก..ผมขอโทษผมกำลังไปรอผมก่อนนะ..ผมกำลังไปแล้วที่รักอีกไม่นานผมจะถึงแล้ว พระเจ้าช่วยบอกอวยพรให้ภรรยาผมทีเถอะครับผมขอร้องล่ะ”

พยายามกลั้นเสียงสะอื้นให้ได้มากที่สุด เมื่อได้ข่าวว่ามาเรียเข้าโรงพยาบาล มันเริ่มทำให้ผมตะหนักตัวเองว่าเป็นพวกไม่มีความรับผิดชอบ

“ผมขอโทษมาเรีย..รอผมก่อนนะที่รักผมกำลังไปแล้ว”

ทำได้แค่สวดภาวนากับพระเจ้าไปเรื่อยๆระหว่างขับรถมาที่โรงพยาบาลเมื่อถึงแล้วผมก็แทบจะกระโจนลงจากรถไปในทันทีแล้ววิ่งฝ่าพยาบาลที่ยืนหน้าตื่นอยู่แถวเคาท์เตอร์

“หมอครับเห็นภรรยาผมรึเปล่า!!เธอ..เธอ..ฮึก..”

“ใจเย็นๆนะครับคุณใช่ไหมที่เป็นสามีของคุณมาเรีย”

“ครับผมเอง..เกิดอะไรขึ้นครับหมอ”ผมพยายามใช้แขนตัวเองเช็ดน้ำตาที่ไหลออกมา

“เธอ..ถูก..ข่มขืนมาครับและกำลังอยู่ในอาการช็อกและเสียเลือดมากมีสิทธิ์ที่จะแท้งสูงมาครับ ผมขอให้คุณทำใจเผื่อไว้นะครับ หมอจะพยายามช่วยอย่างเต็มที่เลย”

“มา..เรีย”

เพียงแค่หมอบอกผมก็ทิ้งเข่าทรุดลงกับพื้นเพราะเรี่ยวแรงที่มีอยู่ก็หายไปซะดื้อๆ เหลือแต่อาการที่ชาไปทั้งตัวมันลุกลามเรื่อยๆอย่างไม่มีทีท่าจะหยุดได้

“มาเรีย..มาเรีย..”

“พยาบาลมาช่วยหน่อยครับเดี๋ยวผมจะไปผ่าตัดต่อ”

“ค่ะ..คุณคะเป็นอะไรรึเปล่า”

ต่อให้มีเสียงเดินสวนกันไปมา หรือแม้แต่เสียงพยาบาลที่พูดคุยด้วยผมก็ไม่ได้ยินอะไรอีกต่อไปแล้ว มีแค่ลมที่ผัดผ่านตัวผมไปมาเบาๆจนเย็นยะเยือกไปทั้งตัว

“มาเรีย...มาเรีย”

รู้สึกแต่ว่าตอนนี้ไม่อยากจะขยับตัวไปไหนอีกต่อไปเลยเหมือนเวลามันหยุดหมุน

รู้สึกตัวอีกทีก็ตื่นมาบนเตียงพักฟื้น โดยมีคุณพยาบาลมาเจาะน้ำเกลือให้ที่แขน

“อึก..เกิดอะไรขึ้นครับ?คุณพยาบาล”

“อ้าวฟื้นแล้วเหรอคะ?? พอดีคุณมีอาการช็อกแถมยังเป็นลมด้วยก็เลยต้องมาพักฟื้นให้น้ำเกลือค่ะ”

“ขอโทษด้วยครับที่ทำให้ลำบาก”

“อย่าพึ่งลุกเลยค่ะนอนพักก่อนเถอะค่ะ”

“ภรรยาผมเป็นยังไงบ้างครับคุณพยาบาล”

อยากจะยันตัวลุกขึ้นนั่งแต่ก็ทำไม่ได้เลยต้องนอนนิ่งๆคุยกับพยาบาลแทน

“อาการยังไม่คงที่ค่ะ..แต่ไม่ต้องห่วงนะคะเพราะว่าลูกคุณปลอดภัยแล้วค่ะ”

“แล้วภรรยาผมล่ะครับ”

“กำลังทำการเย็บบาดแผลเพิ่มค่ะ..คุณหมอบอกว่าเธอเสียเลือดหนักเพราะว่าถูกทำร้ายร่างกายหลายแห่งจนบอบช้ำถึงภายใน”

“มา..เรีย”

ผมไม่สนใจจะถามพยาบาลต่อเลยเลือกที่จะดึงเข็มน้ำเกลือที่แขนออก แล้วพรวดพราดลงจากเตียงทันที

“คุณคะ!!..”

ดันทุรังเปิดประตูแล้วมุ่งหน้าไปที่ห้องไอซียูทันที ใช้เวลาค่อนข้างนานในการมองหาป้ายชื่อหน้าห้องของมาเรีย แต่ไม่ยากเท่าไหร่ก็เจอแล้วล่ะ

“มาเรีย..”ผมทำได้แค่ยืนมองประตูสีฟ้าที่ปิดสนิทและมีเสียงเครื่องมือแพทย์ดังไปมาอยู่แบบนั้นก่อนจะมานั่งลงที่เก้าอี้อีกโซนสำหรับรอ

ผมเลือกที่จะอยู่แบบนี้ราวๆ2-3ชั่วโมง ไม่นานนักประตูก็เปิดออกตามด้วยคุณหมอที่เจอเมื่อตอนสาย

“อ้าวคุณสามีนี่ครับ”
“ภรรยาผมเป็นไงบ้างครับหมอ”

“อาการปลอดภัยดีแล้วครับ..แต่ภรรยาของคุณคงจะ..สูญเสียความทรงจำน่ะครับ”

“ความจำเสื่อมหรอครับ?”

“ไม่ใช่ครับไม่ใช่..แต่เธอจะเสียความทรงจำเป็นช่วงระยะสั้นๆมีโอกาสที่ความทรงจำจะกลับมาเป็นปกติ แต่ว่าสภาพของจิตใจ..หมอไม่สามารถช่วยได้นะครับ”

“ครับ..ขอบคุณครับหมอ”

“งั้นหมอขอตัวไปก่อนนะครับ”

ยืนมองดูคุณหมอที่หายลับไปกับทางเดินก่อนจะหันหน้ามาสนใจห้องไอซียูต่อ

“มาเรีย..ผมเสียใจจริงๆที่รัก..”

ผมไม่มีทางเลือกนอกจากกลับมาที่บ้านอีกครั้ง สภาพภายในเละเทะไปด้วยโต๊ะไม้ที่แตกหักและเสี่ยงกระจกที่แตกกระจัดกระจาย ผมพยายามเดินเข้ามาเรื่อยๆจนถึงห้องนั่งเล่นที่มาเรียชอบมางีบตอนกลางวัน มันเต็มไปด้วยความเลือด และตุ๊กตาตัวโปรดที่เธอชอบนำมาถักไว้ให้สำหรับตัวเล็ก ขาดเป็นชิ้นๆไม่เหลือสภาพเดิม ผมยังคงเดินตรวจหาร่องรอยที่จะสาวตัวถึงไอ้สารเลวที่บุกเข้ามาที่บ้านต่อไปเรื่อยๆจนมาถึงห้องนอน ที่มีขาดเลือดขนาดใหญ่เป็นวงกว้างและเส้นผมสีทองขยุ้มหนึ่งที่ร่วงข้างเตียง

“หลักฐาน...”ผมเดินไปที่ครัวเพื่อหาถุงมาสวมกับมือแล้วเก็บใส่ถุงมัดปากให้แน่นหนา ก่อนจะไล่ตามเก็บชิ้นส่วนอื่นๆ

“ไอ้สารเลว ต่อให้มึงจะหนีกูไปถึงขอบโลกกูจะไล่ฆ่ามึงให้ได้”

ยืนตวาดลั่นกลางห้องนอนอย่างหมดความอดทนก่อนจะเดินเช็คตามส่วนต่างๆของบ้านจนแล้วทั่วถึงได้เบาะแสเพิ่มเติมคือ

“ใบขับขี่..โจนธาน..กึด..ไอ้สารเลว”

ตวาดลั่นห้องคนเดียวก่อนจะกำหมัดแน่นแล้วทุบลงไปที่พื้นอย่างเดือดพล่าน ต่อให้จะมีคนเห็นอกเห็นใจแค่ไหน แต่มันก็จะสามารถรอดทุกอย่างที่มันทำผิดได้เสมอ จนบ้างครั้งผมก็อยากจะชำแหละมันเป็นชิ้นๆแล้วโยนลงทะเลให้ฉลามกินไปซะ ผมเคยจะผูกมิตรกับคนแบบหมอนี้เสมอตั้งแต่ที่เข้าไปอยู่บ้านหลังนั้น แต่สิ่งที่ผมได้ตอบแทนคือการถูกกดขี่เหยียบย่ำ และการทยศสารพัดที่ไอ้คนสารเลวแบบหมอนั้นจะทำได้

“โจนนาธาน!!!!!!!!!!!!!!

หลายวันต่อมาผมก็เดินทางกลับไปที่โรงพยาบาลอีกครั้งเพื่อดูแลเฝ้ามาเรียอยู่ใกล้ๆในทุกๆวันจนกว่าเธอจะฟื้น จนเวลาล่วงเลยมาเกือบ1เดือนเต็มมาเรียเริ่มรู้สึกตัวเล็กน้อย แต่ก็ต้องมีเหตุร้ายเข้ามาอีกรอบเพราะหมอตรวจพบ ว่ามีเลือดคลั่งเหลืออยู่และกำลังจะกลายเป็นลิ่มเลือดก้อนขนาดเท่ากำปั้นในไม่ช้า แถมยังมีเรื่องตัวเล็กที่มีสิทธิ์จะได้รับผลได้ ถ้าหากไม่รีบผ่าคลอดก่อนกำหนด มันก็จะทำให้ผมต้องเสียคนทั้งสองในเวลาเดียวกัน ผมก็เลือกที่จะเสี่ยงและตัดสินใจเด็ดขาดให้มากที่สุด เพราะโอกาสรอดยังมีแค่50/50 เท่านั้น

“ผมขอผ่าตัดตอนนี้เลยได้ไหมครับหมอ”

“เอ่อ..หมอคงต้องขอตรวจเช็คอีกรอบแล้วจะรับทำการผ่าตัดทันทีเลยครับ”

“ขอบคุณมากๆครับคุณหมอ..”ผมทำได้แค่ยืนวนไปมาหน้าห้องผ่าตัดก่อนจะกลับไปนั่งทรุดลงที่เก้าอี้รับแขกด้านหน้า

“พระเจ้า..ได้โปรดเถอะครับผมขอร้องล่ะ..”

กว่าจะเสร็จสิ้นผมก็แทบจะนอนร้องไห้ด้วยความทุกข์ทรมาน ไม่ว่าจะเป็นเรื่องไหนๆผมก็ยังไม่พร้อมที่จะรับฟังมันเท่าที่ควร จนกระทั่งมีสายของใครคนหนึ่งโทรเข้ามานั่นก็คือสายของคุณย่า

*ตรู๊ด..ฮัลโหลสวัสดีครับคุณย่า...ฟึดๆ..มีอะไรรึเปล่าครับ*

*ย่าได้ข่าวเรื่องหนูมาเรียเมื่อไม่กี่วันก่อน..เกิดอะไรขึ้นมาร์ค*

*ผมพูดไม่ได้ครับ..ผมขอโทษจริงๆ*

*ไม่เป็นไรนะคนเก่งย่ายังคงอยู่กับพวกเราเสมอ..อย่าบอกนะว่าเรื่องนี้เกี่ยวกับโจนธาน*

*...คุณย่า..*

*เป็นอย่างนั้นจริงๆหรอมาร์ค ทำไมโจนนาธานถึงกล้าทำอะไรแบบนี้กัน*

*เรื่องนี้อาจจะเกี่ยวข้องกับผมก็ได้ที่ผม ปฏิบัติตัวกับเขาแบบนั้น*

*เรื่องเงินน่ะเหรอ..ย่าว่ามันไม่สมควรที่จะทำเรื่องแบบนี้ด้วยซ้ำ ทั้งๆที่พ่อกับแม่ของเขาก็ควรจะเคารพอะไรหรือไม่ก็ตักเตือนเขาบ้างสิ*

*ฟึด..ผมพยายามแล้วครับ..แต่ก็ล้มเหลว..ขอบคุณนะครับคุณย่าแมรี่ที่โทรมาหา...ผมขอบคุณจริงๆครับ*

*ต่อให้ย่าจะไม่ใช่ย่าแท้ๆของเธอ..ย่าก็รักเธอเสมอนะมาร์ค*
ปิดมือถือลงด้วยความห่อเหี่ยว มันอาจจะผิดที่ตัวโจนธานเองที่ไปพัวพันกับพวกยาแล้วก็โยงเรื่องทุกๆอย่างมาให้ทุกๆคนจนเดือดร้อน และต้องเจ็บปวดจากผลพวงที่ได้รับ ผมติดต่อประสานงานไปหาบอดี้การ์ดที่ไว้ใจที่สุดในการพาตัวโซเฟียน้อยหนีไป เพราะตั้งแต่หลังจากวันนั้นมาก็จะมีรถคันสำดำคันหนึ่งมาจอดเฝ้าทุกๆวันที่หน้าโรงพยาบาลตลอดจนอดเอะใจไม่ได้ว่าต้องเกิดเรื่องเลวร้ายขึ้นอีกครั้งแน่นอน

หลังจากใช้เวลาการรอคอยไปถึง4ชั่วโมงเต็ม ก็ถึงเวลาที่หมอออกมาพูดคุยเรื่องการผ่าตัดแล้ว

“เป็นยังไงบ้างครับหมอ..ภรรยาผมปลอดภัยรึยังครับ”

“ฟู่..ปลอดภัยทั้งแม่ทั้งลูกเลยครับ..แต่ว่า..ภรรยาของคุณอาจจะประสบปัญหาเกร็ดเลือดต่ำ..เพราะว่าเม็ดเลือดขาวเสื่อมน่ะครับ..อาจเพราะการติดเชื้อจากเชื้อที่หมอไม่เคยพบเจอมาก่อน แต่หมอจะพยายามสุดความสามรถในการรักษาขอให้คุณโปรดไว้วางใจได้เลยนะครับ”

“ขอบคุณมากๆเลยครับ..”

“งั้นหมอขอตัวก่อนนะครับ”

ทำได้แค่ยืนมองดูหมอที่เดินหายไปจากโถงทางเดินเรื่อยๆ ส่วนผมทำได้แค่ยืนมองประตูเหมือนเคยก่อนจะผละตัวกลับบ้านไปอีกครั้งเพื่อที่จะได้มาเฝ้าดูอาการของตัวเล็ก ทันทีที่ก้าวขาออกจากโรงพยาบาลได้ผมก็ต้องทรุดตัวลงกับพื้นอีกครั้ง เพราะว่ามีคนแปลกหน้าสวมหน้ากากสีดำใช้ศอกกระแทกเข้ากลางลำตัวจนต้องทรุดนอนลงกับพื้นอย่างหมดสภาพ

“แค่กๆๆ..อ็อก...แก..ไอ้สารเลว”

“อ้าว..สวัสดีน้องชาย..ไม่เจอกันซะนานตอนนี้เมียแกเป็นยังไงบ้างวะ..”

“กึด..ไอ้สารเลว..”

กำหมัดแน่นกับพื้นเตรียมตัวจะลุกขึ้นแต่ก็ต้องล้มลงอีกครั้งด้วยแรงยันจากเท้าของโจนนาธานที่เหยียบไว้กับหลัง

“อ๊ากกกกก..ไอ้สารเลว”
“กึด..กึด..ฮ่าๆสมใจมึงสินะที่กูช่วยสงเคราะห์ให้ครอบครัวมึงรักกันมากขึ้นไอ้เศษขยะ..ถุย”

“..อั๊ค..ไอ้ชาติชั่ว”

“แหม่ๆมีปัญญาแค่นี้ต่อให้มึงรวยจนล้นฟ้าแค่ไหนกูก็จะตายไปทุกๆที่ ที่มึงอยู่กูจะทำให้พวกมึงไม่มีความสุขอีกตลอดชีวิต”

“อ๊ากกกกกก..ไอ้สารเลวกูไปทำอะไรให้มึงโจน!!

“เพราะมึงทำให้กูต้องโดนไล่ออกจากบ้านทั้งๆที่กูก็อยู่เฉยๆแล้ว!!

“มันเป็นความผิดของมึงไม่เกี่ยวกับกู!!

“แต่มึง..ก็ยังคงยิ้มหน้าระรื่นทิ้งให้กูต้องกลายเป็นหมาหัวเน่าไร้คนรักไอ้สารเลว”

“แค่กๆ..ในเมื่อแกทำตัวของแกเอง..ฉันไม่เกี่ยวด้วยเพราะฉันกับแกไม่ได้เป็นพี่น้องกันแต่แรกแล้วไงวะ”

“พลั๊กๆๆ..พลัวะๆๆ”
“อ๊ากกกกกกกก..ไอ้สารเลว..”

มันยังคงใส่แรงกระทืบลงกลางหลังของฉันอย่างไม่ปราณีก่อนจะยกเท้าออกไปและเปลี่ยนมาเตะสีข้างอย่างแรงจนได้ยินเสียงกระดูกกระแทกกับรองเท้าสนั่น

“พลัวะ..ไอ้สารเลว..พลั๊ก..ไอ้ขยะ..”

“อ๊ากกกกกกกก..”

กว่าจะเป็นอิสระก็นานโข เมื่อมีคนมาเห็นเหตุการณ์เข้าโดยบังเอิญและออกแรงวิ่งไปแจ้งรปภ.ทันที

“ถุย..ฝากไว้ก่อนเถอะมึง..ไปเร็วไอ้พวกเวร” ยกคอขึ้นมาดูภาพที่ฉายสลัวค่อยๆมืดมัวเล็กน้อยก่อนจะค่อยๆหายลับทันที พร้อมกับสติที่หมดลงไปกับพื้นถนน

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

1 ความคิดเห็น