สัมผัสรักต้องห้าม

ตอนที่ 34 : จุดเริ่มต้น1

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 9
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 0 ครั้ง
    20 ก.พ. 62

ตอนที่34จุดเริ่มต้น1

ย้อนกลับไป23ปีที่แล้วในอังกฤษ

ในย่านท่าเรือของเมืองJJมาร์คกำลังยืนเช็คเรือขนส่งของที่มาจอดเทียบท่าตอนเที่ยงคืน เวลานี้อาการเริ่มเย็นลงทำให้หิมะกำลังจะตกในไม่ช้า

“ฟู่..หนาวชะมัด..แกร่กๆ”เซ็นต์เอกสารตวัดๆไปมาท่ามกลางลมที่พัดมาจากทะเล

“แกร๊งๆ..เสร็จแล้วครับคุณมาร์ค”คนงานจากเรือเดินมาบอก

“ครับ..ตอนนี้ก็เหลือแค่ขนปลาอีกตู้หนึ่งนะครับทำได้..รึเปล่า”

“อืม..งั้นเดี๋ยวผมไปเจรจาต่อนะครับนี่ก็ดึกมากแล้ว”

“ครับ..ถ้าไม่ไหวค่อยมาทำพรุ่งนี้เช้าก็ได้ครับ”

“ครับผม”

มาร์คยืนดูคนงานที่เดินหายลับไปหลังจากนั้นก็เดินตรวจตาเช็คของที่พึ่งขนลงได้ รอบๆก็มีแต่พวกตู้แช่ปลาที่พึ่งมาถึงจากทะเลนอกที่อยู่อีกฟากของเขต บางครั้งเขาก็ทำหน้าที่เป็นนายหน้ารับซื้อปลาจากชาวประมงแถวนี้ๆมาแปรรูปทำอย่างอื่นต่อ

“หนาว..ฮัดชิ้ว..ตอนนี้มาเรียจะเป็นไงบ้างนะ..คิดถึงจังเลยโซเฟียลูกพ่ออีกไม่กี่เดือนลูกก็จะมาหาพ่อแล้วนะ..”

ยืนขำเบาๆกับตัวเองพอละจากการเช็คของเสร็จก็เดินไปคนงานต่อที่ตอนนี้กำลังส่งสัญญาณมือว่าไม่ไหวเพราะน้ำแข็งกำลังจะเกาะห้องเครื่อง เลยต้องเลื่อนมาทำตอนเช้าแทนไม่งั้นเครื่องจะพังได้ถ้าดันทุรังทำต่อ

“ครับ..เจอกันพรุ่งนี้เช้าครับ”

“บัยบายครับคุณมาร์คฝากทักทายคุณมาเรียด้วยนะครับ”

“ขอให้คุณมาเรียกับเจ้าตัวเล็กแข็งแรงดีนะครับ”

“ขอบคุณครับ!!

ค่อมตัวให้เล็กน้อยแล้วเดินจากมาจากที่ท่าเรือ ยกนาฬิกามาดูก็เกือบตี1แล้วทำไมเวลาเดินไวอย่างนี้นะเฮ้อ

“แค่กๆ..แค่กๆ..เจ็บคอชะมัด..เฮ้ออออออ”

ถอนหายใจยาวๆอย่างหงุดหงิดที่ตัวเองดันมาเป็นไข้ซะได้เพราะโหมงานหนักที่จะเก็บเงินซื้อของให้เจ้าตัวเล็กที่ใกล้ออกมาแล้ว

“ปิ๊บๆ..แอ๊ดปัง”

“กุญแจๆ..แกร๊กๆ”

เสียบกุญแจได้ก็เตรียมตัวจะเหยียบเครื่อง จู่ๆก็มีสายจากมาเรียโทรมาซะดื้อๆ

*ปิ๊บฮัลโหลคุณมีอะไรรึเปล่าโทรมาหาผมตอนดึก*

*มาร์ค..ฉันอยากกินอื้อ..หิวจัง*

*ใจเย็นๆนะผมอยู่นี่แล้วคุณอยากกินอะไรบอกผมมา*

*อยากกินสัปปะรด..เอาแบบฉ่ำๆเลยนะ*

หน้าหนาวจะพอมีสัปปะรดขายไหมนะ อีกนานเลยกว่าซุปเปอร์จะเปิด

*ก็ได้ครับผมจะรีบหาไปให้คุณเลยนะ รอผมก่อนนะ*

*ขอบคุณค่ะฉันรักคุณจัง..จุ๊บ*

*ผมก็รักคุณ..จุ๊บแล้วเจอกันครับ*

“สัปปะรด..ฉ่ำๆลูกโตๆจะไปหาจากไหนล่ะทีนี่”

ระหว่างขับรถไปมาร์คทำได้แค่ครุ่นคิดตลอดทางว่าจะทำยังไงดีกับเรื่องที่มาเรียขอมา นี่ก็พึ่งตี1กว่า ซุปเปอร์เปิดราวๆตี3ที่ไวที่สุดเท่าที่จะหาได้ ทำไงดีๆ

“รอผมก่อนนะที่รัก..ผมจะเอาของที่คุณต้องการมาให้ได้เลย”

ขับรถวนไปมาตามร้านสะดวกซื้อจากนั้นก็ไล่หาตามชั้นผลไม้ที่ไม่มีแม้แต่วี่แววของสัปปะรดที่ฉ่ำๆแบบมาเรียขอเลย
“โธ่เว้ยไม่มี..อยู่ไหนกันนะเจ้าสัปปะรดน้อยๆ”

เดินวนหาไปทั่วชั้นผักและผลไม้แต่ก็ไม่เจออะไรเลย

“อยู่ไหนนะเจ้าสับปะรดน้อย”

“เอ่อขอโทษนะครับ??ไม่ทราบว่าหาอะไรอยู่หรือครับ”พนักงานชายคนหนึ่งเดินเข้ามาถามมาร์คด้วยความเป็นห่วงเพราะเห็นเดินวนมาได้สักพักแล้ว

“ขอโทษครับที่ผมทำตัวแปลกๆไปสักหน่อย ภรรยากับเจ้าตัวเล็กอยากกินสับปะรดน่ะครับ แต่นี่ก็ฤดูหนาวมันไม่มีซะแล้วนี่สิ”

“อ่อ..ถ้าเป็นพวกแช่แข็งกับในกระป๋องพอจะได้ไหมครับ??”

“เอ๋??มีหรอครับ จริงใช่ไหมครับ”

“ครับๆใจเย็นๆนะครับคุณลูกค้าผมจะรีบไปเอามาให้เดียวนี้เลยครับ”

“ครับผมขอบคุณอีกครั้งครับ”

ผมทำได้แค่ยืนเขย่ามือพนักงานคนนี้ด้วยความตื้นตันเกินบรรยาย หลังจากได้เจ้าสับปะรดน้อยแล้วก็รีบบึ่งกลับบ้านทันที ไม่รอช้าผมจัดการชำแหละเจ้าพวกนี้เป็นชิ้นเล็กๆพอดีคำ ก่อนจะเดินไปเสิร์ฟให้มาเรียถึงเตียง

“แอ๊ด..สับปะรดหวานฉ่ำมาแล้วครับ”

“มาร์ค!!...ขอบคุณพระเจ้า”

“นี่จ้าสำหรับคนสวยของผมจุ๊บ..และก็นางฟ้าตัวน้อยๆของผม”

นั่งมองดูมาเรียใช้ส้อมจิ้มสับปะรดเข้าปากเคี้ยวด้วยความอร่อยจนเลอะไปหมด

“เดี๋ยวผมไปเอาผ้ามาให้นะ”

“แจ๊บๆ..ค่า”

เช็ดปากให้มาเรียเสร็จพร้อมกับเก็บจานสับปะรดเจ้าปัญหาไปล้าง พอมาถึงเตียงมาเรียก็หลับไปซะแล้ว

“ฮ่าๆ..ฝันดีครับคนสวย..จุ๊บ”

ต่อให้จะทำงานหนักแค่ไหน แต่ถ้ากลับมาแล้วได้จุ๊บคนที่รอเราอยู่แบบนี้มันชื่นใจดีแหะ

“งั้นผมก็ต้องไปอาบน้ำก่อนแหละ..ฟุดฟิดๆเน่าแล้วสิเนี่ย”

รุ่งเช้า ตื่นมาพร้อมกลิ่นหอมกรุ่นจากครัวที่ฟุ้งออกมา วันนี้มาแปลกลุกทำกับข้าวแต่เช้าเชียว

“หาววว..ที่รักคุณทำอะไรอยู่ครับ”ลุกจากเตียงเดินไปสวมกอดจากด้านหลังมาเรียแล้วหอมที่ขมับเบาๆ

“จุ๊บ..อรุณสวัสดิ์ค่ะ”

“ทำอะไรกินหรอครับหอมเชียว..ฟุดฟิด”

“แพนเค้กไงคะ..อยากจะราดอะไรไหมคะ??”

“ของผมขอเบค่อนกรอบๆกับไข่ดาวสุกเล็กน้อยครับ”

“งั้นไปนั่งรอเลยค่าคุณสามี”

“จ้าคุณภรรยาคนสวย”

ผมคลายอ้อมกอดออกแล้วเดินอ้อมมานั่งรอที่โต๊ะอาหารตามปกติโดยมีมาเรียมาทำหน้าที่แทน ไม่นานนักเบค่อนที่สั่งก็เสร็จแล้ว

เราทั้งคู่ใช้เวลากับการกินมื้อเช้าค่อนข้างจะนาน เพราะว่าผมถามไถ่เรื่องอาการของนางฟ้าตัวน้อยและคุณแม่คนใหม่ที่กำลังตื่นเต้น

“เป็นยังไงบ้างครับ??เจ็บไหม”

“ไม่เลยค่ะโซเฟียยังไม่ค่อยดิ้นแรง คงไม่นานก็จะดิ้นบ่อยขึ้นแล้วล่ะค่ะ”

“..งั้นพ่อขอคุยกับหนูได้ไหมจ๊ะนางฟ้าน้อยของพ่อ”

แนบหูกับท้องที่เริ่มใหญ่ขึ้นของมาเรียอย่างเบามือ จนได้ยินเสียงหัวใจเล็กๆกำลังเต้นเป็นจังหวะ ตุ๊บๆช้าๆ

“พ่อรักหนูนะคะ..จุ๊บ งั้นเดี๋ยวผมไปดูที่ไร่ก่อนนะครับ”

“ค่า..จุ๊บ”

ขับรถออกจากบ้านไปที่ไร่ก็ใช้เวลาค่อนข้างนานเพราะมีหิมะถมสูงถนนจนต้องมีเทศบาลมาตักออก

“ปริ๊นๆ..วันนี้ทางนี้ไปไม่ได้นะครับ”

“ครืดดดด..ทำไมล่ะครับ?”

“หิมะหนาเกินไปครับ”

“แล้วจะให้ผมไปทางไหนล่ะครับเนี่ย”

“ไปเส้นทางนอกตรงนั้นเลยครับ”มองดูนิ้วที่ชี้ไปอีกเส้นทางตามคำบอกของเทศบาลเป็นป้ายทางเลี่ยงหิมะ

“ครับ..ขอบคุณครับช่วยผมได้เยอะเลย”

“ครับผม..โชคดีครับ”
ขับรถวนออกนอกทางไปก็เลทไปอีก ยกนาฬิกาข้อมือมาดู 10โมงเช้าแล้วสายชะมัด

หิมะตกไม่หยุดเรื่อยๆแบบนี้ ตอนนี้คุณทำอะไรอยู่นะมาเรีย

กว่าจะถึงไร่ก็เสียเวลาไปอีกเยอะเพราะ ติดไฟแดงขับมาช้ากว่าปกติแบบนี้มีหวังแม่โกรธแน่เลยมาร์คเอ๊ย

Partมาเรีย

หลังจากมาร์คออกจากบ้านไป ฉันก็ใช้เวลาส่วนใหญ่ไปกับการนั่งถักไหมพรมเล่นและอ่านหนังสือนิทานสำหรับเด็กให้โซเฟียฟังเสมอ

“วันนี้แม่จะอ่านเรื่องลูกหมูสามตัวนะคะคนเก่ง”

นอนเหยียดขาเบาๆบนโซฟายาวและหมอนนุ่มที่มาร์คเตรียมมาไว้ให้สำหรับหนุนหลัง

“กาลครั้งหนึ่งนานมาแล้วมีลูกหมูสามตัว....”

“สุดท้ายแล้วหมาป่าก็ต้องหมดลมหายใจจนตายเพราะว่า เป่าลมใส่บ้านของลูกหมูตัวที่สามจนตัวเองไม่มีอากาศหายใจ..พรึ่บ”

ปิดหนังสือลงด้วยความเพลีย และเข้าสู่การนอนกลางวันอย่างเช่นเคย

ตื่นขึ้นมาอีกครั้งตอนช่วงบ่ายนิดๆกับลมหนาวที่พัดเข้ามาจากที่ไหนสักแห่งจนทำให้ขนลุกเกลียว

“อือ..หนาวจัง”

กระพริบตาเล็กน้อยให้ปรับคุ้นชินกับแสงแดดที่เริ่มแยงเล็กน้อยจนแสบไปหมด ยันมือกับโซฟาเล็กน้อยพลางขยับก้นลงช้าๆจนยืนได้ ตั้งตัวได้ไหวก็เดินช้าๆที่ประตูบ้านที่แง้มออกเล็กน้อย

“ทำไมประตูเปิดเองได้นะ”

“...สวัสดีมาเรีย...”

“ใครน่ะ..อุ๊บ..อือออออ”

มือใครสักคนที่ไม่รู้ที่มาอุดปากฉันแล้วลากไปกับพื้น จนมาถึงห้องนอนมันจับฉันฟาดลงกับเตียงจนตัวโยน

“อือ..แกเป็นใครไอ้ชั่ว”

“หึ..ก็คนที่เธอไม่เคยเคารพยังไงล่ะ แล้วจะทำไมห๊ะมาเรีย”สิ้นเสียงแห้งหยาบโลน โจนก็โผล่ออกมาจากมุมห้องในสภาพตาแดงก่ำ

“แก..ออกไปนะ..พลัวะ..อือ..ปล่อยนะ”คว้าทุกสิ่งทุกอย่างที่อยู่ข้างตัวมาฟาดใส่โจนที่เดินย่ำกายมาหาด้วยท่าทางสะอิดสะเอียน

“หมับ...ก็พวกมึงไม่เคยเห็นหัวกู..งั้นพวกมึงก็อย่ามีความสุขเลย”

“กริ๊ดดดดดดดด...”

โจนคว้าข้อเท้าของฉันไว้ได้แล้วกดลากลงมากับเตียงอีกครั้ง ตามด้วยน้ำหนักของตัวที่กดทับกับขาฉันไว้แน่นจนขยับไม่ได้

“ฮ่า..เมียมึงนี่น่าเย็..ดีว่ะไอ้มาร์ค..ฮ่าๆเห็นแกที่กูกับมึงเคยเป็นพี่น้องกัน มึงก็ควรจะแบ่งเมียมึงให้กูบ้างสิวะ”
“ฮือๆๆ..ปล่อยฉันไปเถอะโจน..ฉันขอร้องล่ะ..ฮือๆๆ...”

ต่อให้มาเรียจะวิงวอนทั้งน้ำตา โจนก็ยิ้มแสยะให้เท่านั้น

“ฮ่า..อยากได้แบบแรงๆก็ไม่บอกนะนังตัวดี..กึด”

“อือ..เจ็บ..ปล่อยนะโจน..ช่วยด้วยใครก็ได้ช่วยฉันด้วย”

“ถ้ามึงจะกรีดร้องหาแม่บ้าน มันไปนรกแล้วว่ะฮ่าๆๆ”

“อือ..ช่วยด้วยยย..เจ็บบบปล่อยนะโจน..”

มือหยาบด้านดึงเส้นผมของมาเรียแล้วกระชากอย่างสุดแรงจนมาเรียกรีดร้องทั้งน้ำตา โจนไม่รอช้าพลิกตัวมาเรียขึ้นแล้วตบเข้าไปฉาดใหญ่ที่แก้มเนียน

“เพี๊ยะ!!..มึงก็แค่อีกระหรี่แหละว่ะ..เพี๊ยะ!!

“ฮืออออ..ฉันขอร้องล่ะโจนปล่อยฉันไปเถอะ”

“มึงก็ต้องมาเป็นอีกระหรี่ให้กูเย็...สิวะ”

“ฮือๆๆๆขอร้องล่ะโจน”

“เรื่องมากฉิบหายจริงโว้ย..ตุ๊บ..หุบปากสักทีสิวะ”กำปั้นหนากระหน่ำทุบลงไปที่ท้องของมาเรียอย่างจังจนเธอจุกไปทั้งตัวจนขยับไม่ได้

“อุ๊ก..แค่กๆฮืออออ..ฉันข้อร้องล่ะโจน..แค่กๆ..”

“พรืดดด...”โจนไม่รอช้ารูดซิปกางเกงลงอย่างไม่ใยดีตามด้วยกางเกงซ้อน

“งั้นมึงก็ต้องไม่มีความสุขไอ้มาร์ค...”

“กริ๊ดดดดดดดด...ช่วยด้วย”

มาเรียตะเกียดตะกายพาร่างอันเจ็บหน่วงและโซเฟียน้อยที่เจ็บช้ำหลีกหนีจากอสูรกายที่กำลังคืบคลานมาหาเธอไม่ช้า

“มึงจะหนีไปไหนอีกระหรี่...แคว่ก..กึดดดด”โจนฉีกกระชากชุดมาเรียทิ้งจนขาดรุ่งริ่ง

“ฮือๆๆ..มาร์คช่วยด้วย..”

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

1 ความคิดเห็น