สัมผัสรักต้องห้าม

ตอนที่ 33 : อาการหนัก

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 16
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 0 ครั้ง
    15 ก.พ. 62

ตอนที่33 อาการหนัก

ใครจะไปคิดว่ามีเหตุการณ์แบบนี้ขึ้นแล้วคนที่ทำก็ไม่ใช่คนอื่นไกลคือคนในครอบครัว ในฐานะที่ฉันเป็นเพื่อนกับไอ้วามานานแล้วก็สนิทกับวูลฟ์ตั้งแต่เล็กๆ แถมไพ่ใบสำคัญก็มาคลายต่อหน้าต่อตาว่าไอ้สารเลวที่ขึ้นชื่อว่าลุงเป็นคนทำให้ครอบครัวของวูลฟ์แตกแยกจนต้องถูกวามันเก็บมาเลี้ยงแบบนี้ เฮ้อสงสารชะมัดทำได้แค่ยืนดูวูลฟ์ที่โดนต้นข้าวอุ้มไปขึ้นรถพยาบาลเพราะหมดสติเมื่อกี้

“คุณลุงเป็นไงบ้างคะ..”เดินต้อยๆไปหาคุณพ่อของวูลฟ์ที่กำลังนั่งครุ่นคิดระหว่างพยาบาททำความสะอาดแผลให้

“อึก..ผมขอโทษด้วยครับที่ทำให้เกิดเรื่องนี้ขึ้น ทั้งๆที่ควรจะเป็นวันที่มีความสุขที่สุดในชีวิตลูกสาวผมแท้ๆ..”

เวรล่ะทำคุณลุงคิดหนักกว่าเดิม

“ไม่ใช่ค่ะ..ไม่ใช่..จอยเสียใจกับเรื่องนี้ด้วยจริงๆค่ะแต่จอยขอเสียมารยาทนิดหน่อยได้ไหมคะเรื่องของคนที่บุกมายิงในวันนี้”

“ครับ..นั่นพี่ชายผมเอง..ชื่อโจนาธานความจริงผมกับเขาเราไม่ได้เกี่ยวข้องกันสักนิดเพราะผมเป็นคนเด็กจรจัดคนหนึ่งแต่ได้ครอบครัวของเขามารับไปดูแลตลอดระยะเวลาที่อยู่ด้วยกันมาเขาพยายามจะเอาทุกๆอย่างจากชีวิตผมไปให้หมด ทุกสิ่งที่ผมรักก็ถูกเขาพรากออกจากอกผมไป ทั้งๆที่ผมก็ได้เจอกับลูกแต่ผมกับทำให้นางฟ้าตัวน้อยร้องไห้และงานแต่งงานที่เธอรอมาต้องพังทลายต่อหน้าต่อตา..ผมเป็นพ่อที่แย่ที่สุดในโลกเลย..”

“คุณลุง...”

“เอ่อขออนุญาตนะคะพอดีคนไข้ต้องไปโรงพยาบาลแล้วค่ะเพราะว่าบาดแผลเริ่มฉีกขาด..จะไปด้วยกันไหมคะ”

“เอ่อ..”ยืนชั่งใจนิดหน่อยแต่ก็เหลือบสายตาไปหาต้นข้าวกับวูลฟ์ที่โดนรถพยาบาลพาซิ่งไปต่อหน้าต่อตา เฮ้อเข้าๆออกๆโรงพยาบาลอย่างกับเขาจ้างมาโปรโมทแหนะ

“ไปค่ะ..”

“เชิญขึ้นมาเลยค่ะ”

พยาบาลปิดประตูดังปังแล้วจากนั้นรถก็เหยียบซิ่งไปตามด้วยเสียงไซเรนที่ดังแสบหู มองดูคุณลุงที่หัวเราะแห้งๆให้กับตัวเอง

“คุณลุงพอจะทราบไหมคะว่าทำไมคุณโจนถึงบุกมาที่ไทย”

“แค่กๆ..ทราบครับเพราะว่าเขาตามผมมาได้สักพักผมพยายามหลีกหนีแล้วแต่เขาก็แกะรอยตามผมมาเรื่อยๆจนสุดท้ายก็เป็นแบบนี้”

“จอยขอเสียมารยาทเรื่อยๆนะคะ จอยจะหาทางช่วยคุณลุงให้ได้ค่ะจอยสัญญา”

“ฮะๆ..ครับเรื่องหลักๆที่ผมกับเขาผิดใจกันน่าจะมาจากที่ผมมีตัวเล็กนี่แหละครับ ในขณะที่เขาเอาแต่เที่ยวเล่นไปวันๆไม่เคยทำงานเป็นชิ้นสักอย่าง..แถมเรื่องที่สำคัญที่สุดผมจะคอยไปขัดขวางงานเขาตลอดเพราะว่าเขาทำงานผิดกฎหมายกับพวกค้ายาในแถบนั้น..”

“ค่ะ..”

“หลังจากนั้นไม่นานนักพ่อก็เสียไปผมไม่อยากจะใช้ชีวิตแบบนี้ต่อไปเลยย้ายบ้านออกมาอยู่กับคุณย่าครับ..ผมทำงานเป็นคนดูแลคนแถวนั้นและงานหลักๆผมก็ทำเกี่ยวกับการประมงเลยมีเงินเก็บค่อนข้างเยอะก็เลยทำให้เขาแค้นเคืองมั้งครับ..ฮ่า..”

“เพราะว่าคุณโจนเขาเป็นพวกเกาะครอบครัวกินสินะคะ”

“ครับ..ฮ่า..”

“ขอให้คนไข้พักก่อนนะคะตอนนี้ชีพจรเลยเต้นช้าลงแล้ว”

“ขอโทษค่ะ..งั้นคุณลุงพักไปก่อนนะคะเจอกันที่โรงพยาบาลค่ะ”

“ครับผม..”

แล้วภาพก็ถูกตัดฟึบฟับๆมาโผล่โรงบาลแหละตามรถเข็นคุณลุงมาเรื่อยๆแล้วก็มาต่อคิวที่ห้องของวูลฟ์ที่มีต้นข้าวนั่งคิดหนักอยู่หน้าห้อง

“เป็นไงบ้างข้าว..นั่งด้วยนะ”

“อืม..ค่อนข้างแย่เพราะว่าหมอบอกไอ้วามันเสียเลือดเยอะแถมกระสุนก็ดันไปติดอยู่กับอวัยวะสำคัญเอาออกยากเกินไป มีความเสี่ยงสูงที่มันจะช้ำในตายหรือไม่ก็ต้องเสี่ยงที่จะผ่าตัดครั้งใหญ่..”

“...เชี่ย”

“สุดๆพอวูลฟ์ได้ยินข่าวก็ช็อกไปอีกรอบ..ชีวิตมันน่าสงสารฉิบหายเลยว่ะจอย..”

“อื้อ..กูก็สงสารมันแต่มีอีกหลายอย่างที่มึงจะช่วยกูได้”

“ช่วยไร”

“เตรียมคนให้พร้อมกูจะพาไปตามล่าไอ้เวรตะไลที่ริอาจมาทำงานแต่งเพื่อนกูล่มจมไปต่อหน้าต่อตา”

“แม้ร้ายๆแม่นางร้ายยย..กูตกลง”

“แจ่ม..งั้นเดี๋ยวก็ไปรับโทรฯแป๊บเมียแก่ที่บ้านโทรตาม”

“แม้ๆ..มึงจะแต่งงานอยู่อย่ามาแกว่งปากกวนตีแถวนี้”

“ขอโทษค่ะพ่องงงง”

“ไอ้จอยเดี๋ยวเถอะมึง”

“แบร่..”

เดินแอบๆมาตรงมุมแล้วกดรับสายเมียแก่ที่โทรจิกยังกับไก่

*ฮัลโหล..มีไรทับ*

*คุณจอยไปไหน..*

*มาโรงบาลเห็นข่าวยัง*

*เห็นแล้วค่ะ คุณวาเป็นไงบ้างคะอาการหนักรึเปล่า*

*หนักมากสุดๆอาการเสี่ยงตาย..ไม่ต้องกังวลนะฉันพร้อมที่จะดูแลทุกอย่างเพื่อมันเสมอ แล้วก็เธอไม่ต้องโทรจิกฉันอยู่โรงบาลมากวนคนอื่นเค้า*

*ขอโทษค่ะ..เย็นนี้อยากกินไรดีไหมคะ*

*อร่อยๆอะไรก็ได้เว้นปลาหมึกที่เธอชอบกิน*

*แงงงงงทำไมล่ะคะ..ปลาหมึกไม่ผิดนะอร่อยจะตายยยย*

*พอๆฉันจะไปดูคนอื่นต่อ*

*ค่า*

“เฮ้อรำคาญฉิบหาย เมียแก่สมชื่อจริงๆ”

“เป็นไงบ้างไอ้จอยเมียแก่กินหัวมาล่ะสิบ่นเป็นหมีกินผึ้ง”

“ต่อไปกูจะแดกหัวมึงต่อเอาหัวมานี่”

“อ๊ากกกกอย่ากัดหัวกู..ยอมแล้วๆ”

อ้าปากเตรียมแดกหัวมันเต็มคำ สักพักก็มีหมอเปิดประตูดังปังออกมาตามด้วยสีหน้าที่ซีดเผือก

“ใครมีเลือดกรุ๊ปAบ้างไหมครับ..”

Oค่ะ..”ฉันกับไอ้ข้าวประสานเสียงบอกหมอที่กำลังทำหน้าลุกลี้ลุกลน

“ใช้เลือดเยอะมากไหมหมอ..”

“4ถุงครับ..เลือดในคลังพึ่งหมดไปเมื่อกี้เพราะมีคนไข้อุบัติเหตุหนักมาผ่าตัดครับ”

“งั้นเอาเลือดเราทั้งคู่ก็ได้ค่ะ..”

“เอาไปได้เลยหมอไม่ว่าหรอก”

“ครับงั้นเชิญไปที่ห้องตรวจสุภาพกับผมสักครู่นะครับ”

คนอื่นมีแต่ขี่ม้าขาวมาช่วยฉันกับไอ้ข้าวขี่ถุงขาวมาช่วยมันไงเฟี้ยวป๊ะ ถุงใส่เลือดน่ะ

พอบริจาคเสร็จก็เดินไปดูอาการไอ้วาที่หน้าประตูได้ยินแต่เสียงหมอเดินไปมาอยู่แบบนั้นมาหลายชั่วโมงแล้วนะ เฮ้อเหนื่อยใจ

“ไปดูวูลฟ์ป่ะ”

“อื้อ..”

เดินตามกันต้อยๆไปดูวูลฟ์ที่นอนร้องไห้ตัวสั่นอยู่บนเตียง

“วูลฟ์..”

“ฮืออออ..พี่ข้าวพี่จอย..ฮือออวูลฟ์จะทำยังไงดีคะ..ฮือออออ”

ว่าจะเดินไปดึงวูลฟ์มากอดแต่ไอ้ข้าวมันขายาวกว่าเลยถึงก่อนจากนั้นก็ฟังเรื่องอัดอั้นต่างๆที่วูลฟ์ระบายมาให้ฟังไม่จบไม่สิ้น

น่าสงสารที่เด็กน้อยอายุ20กว่าๆต้องมาเจอเหตุการณ์ร้ายแรงต่อหน้าต่อตาแบบนี้จังๆ เป็นฉันคงคว้าไม้แถวนั้นมาฟาดหน้าไอ้บ้านั่นสักทีก่อนที่มันจะยิง เป็นลุงที่เลวสุดๆเลวโครตพ่อโครตแม่เลย แม่งเอ๊ยหงุดหงิดว่ะ

“งั้นขอตัวกลับบ้านก่อนนะ”
“อื้ม..ถ้าเจอยัยหมูตอนก็ฝากบอกด้วยล่ะว่าฉันจะยังไม่กลับบ้าน”

“หมูตอน??”

“ก๊อกๆ..แอ๊ดคุณข้าวววววววววว..ฮืออออเมษคิดถึงพี่”

ถึงกับชะงักไปแว๊บนึงเมื่อจู่ๆมีแขกไม่ได้รับเชิญที่ตัวอ้วนๆกลมบ๊อกกำลังวิ่งถลามากอดไอ้ข้าวมันแต่ไหงโดนมันดึงเสื้อมาบังตัวแล้วรับกอดนี่แทนมัน ไอ้ชั่ว

“อืออออ..ปล่อยพี่แป๊บสิน้องพี่จะหักแล้ว”

“ขอโทษค่ะ..”

“เมษากลับบ้านไป!!”ไอ้ข้าวกดเสียงแข็งใส่ยัยหนูนี่ที่ตัวสั่นดิ๊กๆ

“ฮืออออไม่กลับเมษไม่กลับๆๆๆ”

“เรื่องของเธอฉันจะงดค่าขนมเธอ1เดือน”

“กลับก็ได้ค่ะพี่ชื่ออะไรคะเดี๋ยวหนูไปส่ง”

“...”เชี่ยหน้าเงินสัสๆก็ได้ๆไปกับยัยหนูนี่จะได้ถามเรื่องพวกนี้กัน

“น้องเป็นใครพี่ไม่เคยเห็นหน้ามาก่อน”

เดินถามเอื่อยๆกับยัยหมูนี่ที่น่าหยิกพุงสักที มันเด้งล่อหน้าเกิน

“เป็นเด็กเลี้ยงต้อยคุณข้าวค่ะ..”

“เลี้ยงต้อย??”

“ค่ะ..เรื่องยาวไม่บอกล่ะค่ะบัยบายค่ะพี่”

“เออบายน้อง”

เหมือนคนบ้าเนอะคุยไรไม่รู้เรื่อง เออแปลกคนดีว่ะกูชอบ

ขึ้นแท็กซี่ไปเอารถที่งานแต่งไอ้วามันแล้วก็ไปขุดประวัติของไอ้ลุงxนั่นต่อ มึงเป็นใครไม่รู้แต่มึงไม่มีสิทธิ์มายุ่งกับเพื่อนกู

“มึงจะลองดีกับกูใช่ไหมได้..กูจะทำให้มึงล้มละลายซะไอ้เวร”

ขับรถกลับบ้านเหมือนจะลืมอะไรอีกแล้วแหะ

*ตรู๊ดดดด..ปิ๊บโหลพ่อ*

*ทำไรจอย*

*ขับรถ..แง๊นๆน่ะ*

*อ่าๆเรื่องหมั้นน่ะขอเลื่อนไปอีกได้ป่ะ*

*ทำไมล่ะพ่อ*

*พอดีฝั่งนั้นเขาบอกไปทำธุระที่ต่างประเทศยาวน่าจะกลับมาอีก2เดือนหน้าแหละ*

*อ่าๆแค่นี้ใช่ป่ะ*

*ไม่ๆคือพ่อจะเปลี่ยนจากหมั้นเป็นแต่งเลยแกล่ะว่าไง*

*ได้หมดแล้วแต่พ่อ จอยขัดไรพ่อไม่ได้แหละแค่นี้นะ*

*เออๆแค่นี้แหละ*

“ไม่อยากเชื่อเลยว่ากูจะแต่งไวขนาดนี้ หมดกันแผนที่วางไว้จะแต่งกับยัยแมวผีนั่น”

ทำไงดีๆคิดสิวะตัวกู ขอพักเรื่องนี้ก่อนดีกว่าอย่าคิดรกสมองๆ

“ไม่คิดๆรกสมองเอาทิ้งไอ้จอย..ฟู่..”

ตั้งสติได้ก็ขับรถไปแวะที่เซเว่นหาซื้อนมกินระบายความคิดซะหน่อย ก็ไม่ได้อะไรมากหรอกอยากเลิกเหล้าน่ะ เลยหันมากินนมแทน แต่กินไปกินมาก็คิดถึงนมจากเต้านุ่มๆนั่นแหละ อร่อยนะเวลาดูดจ๊วบๆ ลามกแหละๆ

“อึกๆ..ฮ่าแซ่บจ๊วด”

กระดกนมรัวๆแล้วก็แว๊นกลับบ้านทันที พอถึงห้องก็ต้องตะลึงเพราะว่า ห้องฉันมืดสนิทไปหมด ลืมจ่ายค่าไปเรอะกูจ่ายแล้วนี่ หรือว่ายัยแมวผีนั่นแอบแทะสายไฟฉันกิน

“ทับทิมเปิดไฟสิเว้ยยยยมันมืดนะยัยผีบ้า”

เดินไปคล่ำหาไฟแล้วเปิดก็เจอกับทับทิมที่นอนหน้าทิ่มกับพื้น

“ลุกๆ...”

“อื้อ..หาวววว”

แหนะมาหาวอัดหน้าเดี๋ยวต้องมีทำโทษแหละ

“ตื่นๆอย่ามานอนแถวนี้ อยากนอนไปนอนในครัวตรงนั้นเย็นกว่า”

“แงๆใจร้าย ทับทำข้าวให้แล้วนะ”

“อื้อ แค่นี้นะฉันจะไปอาบน้ำกินข้าวทำงานต่อ เธอจะทำอะไรก็ตามสบาย”

“ค่ะ...รักนะแฟนนนน..จุ๊บหน่อยยย”
ลำไยเว้ยยัยแมวน้ำขึ้นอืดปลากระโห้ท้องโต สรุปโดนยัยแมวบ้านี่อ้อนใส่ก็เลยจัดไปหลายๆดอกเลยเอาปากบวมเจ่อแหะ

“สมน้ำหน้า..”

“ใจร้าย..-*-)”ทับทิมทำหน้ามุ่ยใส่ตอนฉันเดินหนีไปเข้าห้องน้ำ เอาล่ะใครอยากจะรู้เรื่องอะไรไม่ต้องมาถามนะฉันเป็นแค่คนนอก โอเคไหมคะคุณพวกเธอ รอไปก่อนล่ะว่าฉันจะหาข้อมูลเจอไหมตอนนี้เหนื่อยใจจะขาดแหละ

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

1 ความคิดเห็น