สัมผัสรักต้องห้าม

ตอนที่ 32 : แต่งงาน

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 12
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 0 ครั้ง
    16 ก.พ. 62

ตอนที่32แต่งงาน

“หาวววว...ง่วงจังเลยผิง”

“ใจเย็นๆนะวาอีกไม่นาน...หันหน้ามาหน่อยจะเติมแป้ง”

“ทำไมต้องวุ่นวายจังอุส่าห์จะแต่งเงียบๆไหงมาเป็นโรงแรมหรูระดับเฟิร์สคลาสล่ะเฮ้อออ...มาร์คผลาญเงินชัวร์”

“ฮ่าๆใจเย็นๆเนอะคุณเจ้าสาวป้ายแดง ฮึบไว้เดี๋ยวก็เสร็จงานแล้วเนอะ”

“ว่าแต่ทำไมผิงมาช่วยแต่งหน้าให้ล่ะ??”

“รับงานหลายที่แหละมั้งเงินดี”

“แหม่ขาคล่องล่ะสิ แหม่ๆใจชื่นเลย”

“ฮ่าๆๆ..จ้าๆ”ระหว่างแต่งหน้าไปก็มีผิงมาช่วยคลายเหงาเพราะแต่งหน้ามันก็เหนื่อยใช่ย่อยนี่แต่งมาจะ2ชั่วโมงแล้วยังไม่ถึงครึ่งหน้าเลย อยากรู้จังว่าตัวเล็กเป็นไงน้อ

Partวูลฟ์

ฉันดีดดิ้นทุรนทุรายเหมือนคนบ้าในห้องแต่งตัวโดยมีพ่อมานั่งเฝ้าไม่ห่างไปไหนเลย

“แด๊ด...”

“จ๋าตัวเล็ก”

“ตอนไหนจะเสร็จล่ะคะโซเพลียไปหมดแล้วนะคะ..หาววว”

“ฮ่าๆไม่นานหรอกค่ะเดี๋ยวก็เสร็จ แล้วหลังจากนั้นก็จะทำพิธีต่ออีกไม่นานค่ะ”

“ค่ะ..แล้วแม่ล่ะคะแด๊ด”

“แม่...แม่เค้าเอ่อ..”

“โซขอโทษค่ะแด๊ด..โซไม่ได้ตั้งใจพูด”

“ไม่เป็นไรค่ะตัวเล็ก งั้นแด๊ดออกไปรอข้างนอกก่อนนะคะ..จุ๊บ”

พ่อพูดจบก็ลุกจากโซฟามาจุ๊บที่เหม่งฉันเบาๆแล้วเปิดประตูเดินออกไปข้างนอก ทิ้งให้ฉันนั่งคิดถึงแม่วาและเรื่องแม่จริงๆที่ไม่รู้ว่าทำไมถึงไม่มาหาฉันเลย

หลังจากแต่งหน้าได้ราว2ชม.กว่าก็ถึงเวลาเช็คความเรียบร้อยพร้อมกับใส่ผ้าคลุมปิดหน้า

“สู้ๆนะคะน้องวูลฟ์พี่เอาใจช่วย”

“ขอบคุณค่ะพี่มด”

เพียงไม่นานพี่มดก็เดินออกจากห้องไปอีกคน ทิ้งให้ฉันยืนถอนหายใจยาวๆกับตัวเองด้วยความตื่นเต้นปนกังวลนิดๆ

“ฟู่..ฟู่..ตื่นเต้นชะมัดฟู่...สู้ๆ”ยืนให้กำลังใจกับตัวเองถึงแม้จะรู้ว่าข้างในมันเต้นตุบๆอย่างกับระเบิดเวลาแถมตอนนี้ก็เริ่มสมองอื้อไปหมดคิดอะไรไม่ออกจริงๆ

“สู้ๆวูลฟ์แต่งงานไง...เป็นไงเป็นกัน”

นั่งจ้องตัวเองกับหน้ากระจกแล้วยิงฟันตรวจเช็คดู เมื่อพร้อมดีก็ดึงผ้าคลุมลงแล้วก้าวเดินช้าๆไปเปิดประตู เพียงแค่เปิดแง้มออกเล็กน้อยเสียงพูดคุยของคนอื่นๆก็ดังสนั่นไปหมด มีเพียงแค่พ่อที่ยืนยิ้มๆให้กับฉันเพราะฉันโผล่แต่หัวออกมาจากห้อง

“ยิ้มค่ะคนเก่ง...ชิ้ง”

“ยิ้มค่ะแด๊ด..คนเยอะจังคะโซกังวลจัง”

“โอ๋ๆไม่เป็นไรนะคะตัวเล็กแด๊ดอยู่นี่ทั้งคน”

“ค่ะแด๊ด..”
ใจดีสู้เสือเข้าไว้ ก้าวขาออกมาจากห้องในชุดเจ้าสาวฟู่ฟ่องและผู้คน คนอื่นเริ่มเบนสายตามาจับจ้องราวกับไม่เคยเจอ

“อ้าวสวัสดีครับคุณว่าเจ้าสาวคนใหม่ ขอเชิญผู้มีเกียรติทุกท่านนั่งประจำที่ได้เลยครับ”

สิ้นเสียงพิธีกรหน้าเวที ทุกๆคนก็เริ่มทยอยไปนั่งที่อย่างเป็นระเบียบทิ้งให้ฉันยืนตัวตรงเกาะแขนพ่อไว้อย่างวิตกเหมือนเดิม

“แด๊ด..โซกลัวจังเลยค่ะ”

“ไม่มีอะไรน่ากลัว...เชื่อแด๊ดนะคะ”

“ค่า..”

เพียงไม่ช้านักก็มีเพลงหวานๆขึ้นมาเป็นซาวด์ประกอบ เช่น ของขวัญ แค่คุณ จนกระทั่งมาถึงเพลงของ วัชราวลี

หลังจากทุกอย่างเริ่มมิกซ์เข้ากันลงตัวตามบรรยากาศได้พ่อก็ให้สัญาณว่าเริ่มเดินได้

“ค่อยๆเดินนะคะคนเก่ง...ฮึกๆ..”พ่อพยายามบังคับเสียงตัวเองให้สั่นเวลาที่พูดกับฉันได้เลย

“ค่ะแด๊ด....โซรักแด๊ดนะคะ..”

“ฮึกๆ...”

เราเดินทอดน่องกันไปช้าๆตามพรมที่ทอดยาวมาถึงใจกลางเวที จะมีบาทหลวงมายืนยิ้มเบาๆให้ แล้วพ่อก็เริ่มผละตัวจากไปแล้วปลีกมานั่งที่หน้าโซนแรกสุด แถมยังโบกมือบัยบายให้ฉันว่าไม่ต้องกังวลอะไรอีกนะ

ไม่น่ากลัวหรอกมั้งคะ

เพียงไม่ช้าพิธีกรก็เปิดไมค์ขึ้นอีกรอบ

“คราวต่อไปเชิญคุณเจ้าสาวป้ายแดงอีกคนได้เลยครับผม”

ไม่ช้าแม่วาก็เดินออกมาจากประตูในชุดสีครีมฟูฟ่องไปต่างกับฉัน แต่ชุดของแม่วาต่างออกไปจากฉันค่อนข้างมากตรงที่มีถุงน่องและถุงมือคลุมยาวถึงข้อศอก

ฉันทำได้แค่ยิ้มหวานๆให้แม่วาในผ้าคลุมหน้าที่บังซะมิด ไม่รู้ตัวว่าตัวเองยิ้มหวานหรือยิ้มแสยะให้แม่กันนะ

ฉันแทบกลั้นกริ๊ดกับตัวเองไม่ไหวเลยแหะที่ต้องมาเจอหน้าตัวเล็กอีกครั้งในชุดเจ้าสาวสุดน่ารัก แถมยังมีหมีน้อยตัวเล็กๆที่ถุงมือฉันอีก โอ๊ยฉันแก่เกินจะใส่ของกุ๊กกิ๊กๆแล้วนะ ใครกันน้อสรรหามาให้

ยิ้มหวานๆให้ตัวเล็กฉันได้แต่คิดแบบนั้นวนไปมาจนเดินมาถึงบาทหลวงที่ยืนยิ้มๆให้

“มีใครที่จะคิดคัดค้านพิธีของทั้งคู่หรือไม่”

“....”ไร้เสียงตอบรับใดๆ

“เอาล่ะทั้งสองพร้อมที่จะกล่าวคำสาบานหรือไม่”

“พร้อมค่ะ”

“พร้อมค่ะ”

“เจ้าจะรักกันจนแก่เฒ่า ไม่ว่าจะมีกินยามสุขหรือทุกข์เจ้าจะดูแลกันหรือไม่”

“รับค่ะ”

“รับค่ะ”

“นางวีรณากุณเจ้าจะรับนางโซเฟียวินโลว์ เป็นภรรยาที่ดีหรือไม่”

“รับค่ะ..และสัญญาว่าจะดูแลจนแก่เฒ่าค่ะ”แม่วาหันหน้ามาที่ฉันแล้วยิ้มหวานๆให้อีกครั้ง งื้อใจบางไปหมดแล้วค่ะ

“นางโซเฟียวินโลว์เจ้าจะรับนางวีรณากุณเป็นภรรยาที่ดีหรือไม่”

“รับค่ะ...”

“สวมแหวนได้...”

เพียงสิ้นคำพูดจากบาทหลวงแม่วาถือกล่องแหวนมาช้าๆและเปิดออกมาเป็นแหวนเพชรสีเงินรูปสลักเป็นตัวชื่อของเราทั้งคู่เล็กๆและมีเพชรเม็ดเล็กๆติดรอบๆไปหมด

“ใจเย็นๆนะคะคนเก่ง”

“ค่า..”

จังหวะที่แม่วาจะสวมแหวนไปที่นิ้วนางของฉันนั้นจู่ๆประตูห้องโถงก็เปิดออกดังปัง ปรากฏชายปริศนาเดินยิ้มแสยะมาแต่ไกล จนทำให้ทั้งงานเริ่มสับสน อลมานไปหมด

“แปะ..แปะๆๆแหม่ขอแสดงความยินดีกับหลานด้วยนะโซเฟีย”

“หุบปาก!!!โจนแกไม่มีสิทธิ์มาเหยียบที่นี่”พ่อลุกจากเก้าอี้แล้วเดินย่างก้าวไปหาชายคนนี้อย่างโมโหสุดขีด

“แหม่ๆแกกล้าดุพี่ชายของแกได้ลงคอหรอมาร์ค”

“แก....แกไม่ควรมาอยู่ตรงนี้ด้วยซ้ำไป...การ์ดมาลากไอ้บ้านี่ออกไปจากงาน”

“หว่าขอโทษด้วยว่ะฮ่าๆๆกูเป็นคนยิงแม่งทิ้งไปหมดแล้วล่ะ..ฟู่ว”ไม่สิ้นคำผู้ชายคนนี้ก็ยกปลายกระบอกปืนขึ้นมาแล้วเป่าฟู่ใส่หน้าพ่อ

“แก...แกไม่ควรมาอยู่ที่นี่”

“จริงหรอ...นี่มึงคิดจะข้ามหัวกูไปถึงไหนฮะมาร์ค...เรื่องที่แกกับลูกของแกพรากจากกันลองคิดดีๆสิว่าใครเป็นคนทำกันน้อ”

“แก...ไอ้สารเล---ปัง..”

“พ่ออออ”ฉันเผลอตะโกนออกมาอย่างสุดเสียงหลังจากปืนนัดนั้นลั่นไกลใส่ขาของพ่อ

“แหม่ๆไม่คิดจะทักทายลุงสักหน่อยหรอโซเฟีย”

“ฮือออ..พ่อ...”ฉันทำได้แค่ทนกลั้นเสียงสะอื้นแล้วกุมมือแน่นกับแม่วาไว้เท่านั้น

“แค่กๆ...ไอ้สารเลวเอ๊ย..ปัง..”และอีกนัดที่ยิงไปที่ขาพ่ออีกข้างจนพ่อต้องร้องทุรนทุรายไปกับพื้น คนอื่นๆพยายามจะเข้ามาช่วยแต่คุณลุงก็ทำการชี้ปลายกระบอกปืนไปที่ทุกคนจะเข้ามา

“ใครกันน้อเป็นผู้โชคดีที่มาได้หัวใจดวงเล็กๆหลานของลุงไปนะ..”

“ฮึก..หยุดนะอย่าเข้ามา..”

“หึ....คิดเรอะว่าเสียงสั่นๆนั่นจะทำข้ากลัวน่ะหึโซเฟีย”

“ทำไมคุณต้องทำแบบนี้ด้วยคะ....จะมาพังงานแต่งงานของเรางั้นหรอคะ”

“แหม่ๆใครกันน้อว่าที่ภรรยาป้ายแดงหนูวายุโอ๋ๆพูดมากไม่ได้สินะคะ”

“แก...กร็อดดด”

“มาเซ่...”

สิ้นเสียงคำลั่นแม่วาพุ่งใส่หมายจะดึงคอเสื้อของลุงขึ้น แต่กลายเป็นแม่วาโดนยิงอัดไปเต็มๆ2นัดจนชุดแต่งงานย้อมอาบไปด้วยสีแดงเลือด

“กริ๊ดดดดดดดดดด”

เสียงกรีดร้องของผู้คนในงานดังระงมไปหมดจนฉันแยกไม่ออกแล้วว่าเสียงใครเป็นใคร

“แล้วเจอกันนะหนูโซเฟีย..ฮ่าๆๆๆ”พูดจบลุงก็เดินหนีออกจากงานไปทิ้งให้ฉันดึงตัวมาวามากอดซบไว้จนชุดเปื้อนเลือดไปหมด

“ฮึกฮือๆๆ..แม่วาอย่าหลับตานะคะตื่นมาก่อนสิคะ...คุยกับวูลฟ์ก่อน”

“ใครก็ได้เรียกรถพยาบาลให้ทีเร็วเข้า”

“ฮืออออ...แม่วาฟื้นสิคะอย่าหลับตานะ..อย่าหลับนะ..”

“แค่กๆ...ฮ่า..ฮ่า...แม่ขอโทษนะคะ...แหวน..ตัวเล็ก...สวม...นิ้ว..”

“ค่ะวูลฟ์สัญญาค่ะว่าจะสวม..”

“แค่ก...ฮ่า..ฮ่า...เหนื่อ..ยจัง...”

“ฮือออออ...คนบ้าอย่าหลับนะ...”

“ไม่..แค่กๆ...หลับค่ะ...”

“หลีกหน่อยครับพยาบาลมาแล้ว”

“ฮือออออ...แฟนจ๋า...”

ฉันนั่งทรุดกับพื้นที่ถูกย้อมเป็นสีแดงฉานและแหวนที่ยังไม่ได้ถูกสวมยังอยู่บนมือของฉันและไออุ่นที่ยังกรุ่นจากแม่วา

“ไอ้สารเลว....มึงไม่ควรมีชีวิตอยู่ต่อ”

Partจอย

ฉันขับรถมาถึงงานในสภาพที่ข้างนอกค่อนข้างจะอลมานเพราะรถตำรวจและรถพยาบาลเกลื่อนไปหมด ฉันอดเสือกไม่ได้เลยต้องถามคนในงานที่เดินหน้าซีดออกมา

“ขอโทษนะคะไม่ทราบว่าเกิดอะไรขึ้นหรอคะ”

“มีคนยิงกันค่ะ...”

พอได้ยินดังนั้นฉันก็ออกแรงใส่ฝีเท้าวิ่งฝ่าคนเข้าไปในงานระหว่างนั้นเองฉันก็เห็นพยาบาลกำลังแบกร่างวายุในสภาพหายใจรวยรินและชุดแต่งงานสีแดง

“วา...”ฉันยืนสตั๊นไปพักใหญ่ก่อนจะออกแรงวิ่งไปหาวูลฟ์ที่นั่งทรุดร้องไห้แล้วกำมือแน่น

Partต้นข้าว

ฉันไม่รู้นะว่าเกิดอะไรขึ้นที่มีรถมาจอดเรียงคิวแน่นเอี๊ยดขนาดนี้ ฉันพยายามเดินฝ่าไปเรื่อยๆจนมาถึงรถพยาบาลที่กำลังปิดประตูดังปัง ฉันเหลือบสายตาไปเห็นทันทีก็รู้ได้เลยว่าไอ้วาไปนอนในรถพยาบาลอีกรอบแล้ว

“เรื่องบัดซบอะไรอีกวะเนี่ย”

ฉันทำได้แค่ทึ้งหัวตัวเองแล้วออกแรงวิ่งเข้าไปในงานเจอจอยกำลังนั่งปลอบตัวเล็กในสภาพจมกองเลือดอยู่

“ตัวเล็ก...”

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

1 ความคิดเห็น