สัมผัสรักต้องห้าม

ตอนที่ 29 : ไร้ควมกังวล

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 10
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 1 ครั้ง
    9 ก.พ. 62

ตอนที่29ไร้ความกังวล

 ฉันยังคงทำใจไม่ได้เรื่องของตัวเล็กและพ่อตัวจริงขอต่อรองเรื่องนี้อีก ฉันเริ่มจนมุมแล้วไม่รู้จะทำไงดีก็เลยต้องพึ่งไอ้จอยมัน

“มึงกูจะทำยังไงดี”

“กูว่ามึงต้องไปหามันวะ...แล้วถามว่าจะเอายังไงต่อ”

“กูไม่รู้...กูไม่อยากไป”

“แต่มึงต้องไปนะวา...เดี๋ยวก็ช่วยยังไงลูกมึงก็จะไปนอกนี่เอาข้อนี้มาต่อรองเลยก็ได้ไหม”

“อือ...แล้วกูจะทำยังไงต่อ”

“แค่ให้กูคุยกับมันก่อนเดี๋ยวกูจัดการต่อให้เอง..เอาเบอร์มันมาดิ”

“เอ้านี่..”
ฉันจำใจยื่นมือถือให้จอยมันก่อนมันจะกดยิกๆลงมือถือมันต่อ อีกประเด็นฉันมีมือถือ2เครื่องเมื่อวานอันที่แตกก็พังไปเว้นซิมที่ไม่เป็นอะไรมาก ประมาณสักพักไอ้จอยก็คุยอะไรไม่รู้กันแล้วมันก็เดินมาบอกแล้วยิ้มแก้มบานให้ดู

“มึงๆมันแค่บอกว่า..ตกลงว่ะ..เยสสสสโครตง่าย”

“แล้วมึงจะให้กูเชื่อได้ไงวะ”

“เชื่อกูกูมีแผน ไปๆกลับบ้านไปหาลูกมึงป่านนี้ขี้มูกโป่งแล้ว”

“อือๆ”

ถึงบ้านฉันก็ยังคงไม่กล้าไปพบตัวเล็กอยู่ดี เพราะฉันยังคงอึดอัดไม่หายจากเมื่อคืน

“กล้าๆหน่อยสิวะไอ้วามึงมาถึงขนาดนี้แล้วนะเว้ย...”

“สู้ก็สู้วะ...”

ถึงจะบอกตัวเองแบบนี้แต่ก็ไม่กล้าเปิดประตูเข้าไปอยู่ดี อึดอัดชะมัดลังเลสักพักก็ผลักประตูเข้าไปเจอตัวเล็กที่นั่งสัปหงกรอที่โซฟาซะแล้ว

“ไหงมานอนรอตรงนี้เนี่ย”ฉันไม่รอช้าตรงรี่ไปอุ้มตัวเล็กเตรียมจะขึ้นบ้าน แต่หูก็ได้ยินเสียงงึมงัมที่ตัวเล็กบ่นออกมา

“แม่..วา..ไป..ไหน..ฮึก...”

“แม่อยู่นี่แล้วค่ะตัวเล็ก...”

ฉันอยากฆ่าตัวเองหลายๆรอบชะมัดที่ต้องมาให้ตัวเล็กเป็นห่วงแบบนี้อีกแล้ว อีกไม่นานค่ะตัวเล็ก ไม่นาน..แม่กับหนูก็คงไม่ได้เจอกันอีกแล้วล่ะค่ะ

พาตัวเล็กมาถึงเตียงได้ตอนที่วางกำลังวางตัวเล็กลงตัวเล็กกับตื่นซะงั้นแถมกำเสื้อฉันไว้ซะแน่นปึก

ทำไงดีวะกู

“แม่วา...หายไปไหนมาคะ..”

“แม่ไปหาจอยมาค่ะ..ทำไมตัวเล็กไปนอนข้างล่างแบบนั้นล่ะคะ”

“วูลฟ์..แค่..แค่..เป็นห่วงแม่วาจะนอนข้างบนก็นอนไม่หลับก็เลยไปรอแม่วาข้างล่าง”

เอาแล้วตัวเล็กเริ่มสะอื้นใหญ่เลย ทำไงดีๆ

“แม่ขอโทษค่ะ....ขอโทษนะคะที่ปล่อยตัวเล็กไว้บ้านคนเดียว”ฉันสวมกอดตัวเล็กหลวมๆระหว่างที่กำลังร้องไห้ตัวโยนและสะอื้นเรื่อยๆ

“ฮึกๆ..ฮืออออ..วูลฟ์...อุส่าห์..ฮึกๆ..ฮือๆ..เป็นห่วง..”

“ขอโทษค่ะ...แม่จะไม่ทิ้งหนูไปไหนแล้วนะคะ...”

“ฮือออออ...แงๆๆ..”

ฉันทำได้แค่อยู่เงียบๆให้ตัวเล็กกอดแล้วร้องไห้ไปเรื่อยๆโดยที่ฉันไม่สามารถทำอะไรได้นอกจากลูบหลังปลอบเบาๆ

พอหลังจากตัวเล็กร้องไห้เสร็จก็ผล็อยหลับไปอีกรอบฉันก็ทำการย่องเบาลงจากเตียงแล้วลงไปที่ครัวหาอะไรง่ายๆทำไว้ให้ตัวเล็กกินก่อนจะไปอาบน้ำแต่งตัวซะใหม่แล้วมานั่งซดกาแฟพร้อมออกไปหาต้นตอที่แท้จริง

“ขอเวลาอีกนิดให้ฉันได้ไหมมาร์ค...ไม่นานแค่นี้ที่อยากจะพูดแหละนะ”

ฉันขับรถแล้วรีบบึ่งไปที่ร้านเค้กของจอยทันทีเพราะ จอยมันบอกว่ามาร์ครออยู่นี่ก่อนแล้ว

“รอแม่ก่อนนะคะตัวเล็ก...ขอเวลาไม่นานก่อนที่ตัวเล็กจะกลับไปหาครอบครัวจริงๆ”

ฉันพยายามขับรถด้วยอารมณ์ที่สงบที่สุดเท่าที่จะทำได้เพราะไม่อยากจะบอกกับตัวเองเท่าไหร่เลยว่าต้องไปพบกับพ่อจริงๆของตัวเล็กและฉันในฐานะที่เป็นแม่บุญธรรมต้องมาร้องขออะไรแบบนี้อีกด้วย

ไม่นานก็มาถึงร้านจอยฉันเอารถไปจอดแล้วมุ่งหน้าเดินดุ่มๆไปหาผู้ชายผมสีบอร์น ทองที่อยู่โต๊ะด้านในสุดกำลังนั่งอ่านข่าวอย่างใจจดใจจ่อ

“ขออนุญาตค่ะ...”ฉันพูดด้วยน้ำเสียงที่นิ่งสงบเท่าที่จะทำได้เพราะตอนนี้ข้างในของฉันกำลังร้อนรนสุดๆไปเลย

“อ่อ...ขอประทานโทษครับคุณวาใช่ไหมครับ..เชิญนั่งครับ”

“ค่ะ..”

ฉันค่อนข้างจะแปลกใจนิดหน่อยเพราะฝรั่งคนนี้พูดไทยคล่องปรือมาก

ดึงเก้าอี้เล็กน้อยแล้วนั่งลงในท่าทีสงบกับสลับมองดูมาร์คคนที่ชื่อว่าเป็นพ่อที่แท้จริงของวูลฟ์ นึกว่าจะแก่กว่าแต่ไม่ใช่เลยอายุคงราวๆ40ปลายๆหน้าตาก็ไม่ได้ขี้เหร่แถมตีนกาก็ไม่ค่อยมีหนวดเคราเหลี้ยงเกลาสะอาด และยังมีตาสีฟ้าเข้มด้วย ทำไมตัวเล็กตาถึงสีน้ำตาลนะ

“เอ่อ...หน้าผมมีอะไรติดหรอครับ”

“อ่อ...เปล่าค่ะ...วาขอโทษด้วยที่จ้องคุณ”

“อ่อๆ..ไม่เป็นไรครับ..วันนี้คงจะมาพูดเรื่องต่อจากเมื่อวานสินะครับ”

“ค่ะ”

“ก็คือจะให้โซเฟียเรียนจบก่อนใช่ไหมครับถึงค่อยให้โซเฟียกลับมาอยู่กับผมได้”

“ค่ะ..ขอแค่ให้ตัวเล็กเรียนจบก่อน”

“ได้ครับงั้นผมตกลง..”มาร์คคลี่ยิ้มออกเล็กน้อยตอนที่ฉันตกลง

“อีกข้อนึงนะคะ..”

“ครับ??”

“จะเป็นอะไรไหมคะ...ถ้าฉันอยากจะขอตัวเล็ก.....”

“ครับ???”

ฉันอึดอัดใจชะมัดที่ต้องมาขอตัวเล็กกับพ่อจริงๆที่อายุไล่รุ่นเดียวกันกับฉันแบบนี้

“ขอเอ่อ..เอ่อ...ขอความกรุณายกลูกสาวคุณให้ฉันได้ไหมคะ”

พูดออกไปแล้วฉันค่อนข้างจะลังเลสุดๆไปเลยโอ๊ยประหม่าเว้ยยยยย

“ครับ???..คุณวาจะมาขอลูกสาวผมหรอครับ”

“ค่ะ....”

“เรื่องนั้นผมคงให้ไม่ได้หรอกนะครับ”

“คะ???...ทำไมล่ะคะ”

“เพราะโซเฟียคงเด็กเกินไปที่จะแต่งงานน่ะครับ...แต่ถ้า”

“ถ้าอะไรคะ....”ฉันแทบจะปีนโต๊ะข้ามไปอีกฟากแล้วดึงคอเสื้อมาร์คมาถามเลยล่ะ

“ถ้าหลังโซเฟียเรียนจบ...ค่อยว่ากันอีกทีนะครับ”พูดจบมาร์คก็ยิ้มๆให้ฉันซะงั้น แสดงว่าฉันแต่งได้สินะโอ๊ยดีใจจัง นึกว่าจะโดนยิงตายคาร้านซะอีกอุส่าห์ใส่เสื้อกันกระสุนมา โอ๊ยรอดแล้วเว้ยยยยย

“ขอบคุณจริงๆค่ะคุณมาร์ค...ขอบคุณจากใจจริงเลยค่ะ”

“ครับๆงั้นผมขอตัวก่อนนะครับแล้วเจอกันใหม่ครับคุณวา..หวังว่าผมคงได้ร่วมธุรกิจกับคุณสักวันนะครับ”

“ค่ะมาร์ค...เจอกันค่ะ”

หลังจากมาร์คออกไปได้ไม่นานนักจู่ๆก็มีพนักงานร้านของจอยวิ่งมาจากไหนไม่รู้มาร่วมเฮกับฉันซะงั้น จอยมันวางแผนอะไรไว้วะเนี่ย

Partจอย

“ฮัดชิ้ว..ใครนินทากูวะ..ฮัดชิ้ว”

ฉันยืนถูจมูกตัวเองไปมาระหว่างเดินสำรวจร้านอาหารของไอ้วามัน เพราะมันคงจะลืมแล้วจริงๆว่าร้านอาหารมันก็มี ไอ้เพื่อนเวร

“อ้าวคุณจอยหวัดดีค่ะ”

“ใครวะ..อ่ออรุณนี่เอง มาทำอะไรแถวนี้”

“อ่อแวะมาหาคุณวาค่ะพักนี้ไม่เห็นเข้าบริษัทเบย”

“ได้ๆเดี๋ยวบอกมันให้ งั้นฉันขอตัวก่อนนะ”

“แล้วเจอกันค่ะคุณจอย”

“เจอกันอรุณ”

บอกลาพนักงานของวายุเสร็จฉันก็บึ่งรถไปที่คอนโดของทับทิมทันที หวังว่าคงยังไม่เน่าคาคอนโดตายนะ

อ่ออยากรู้ใช่ไหมว่าฉันพูดอะไรกับพ่อของวูลฟ์น่ะ ฉันบอกไปเลยว่าไอ้วายุมันชอบลูกตัวเองที่เลี้ยงมาแล้วฉันก็เลยให้มาร์คแสดงบทละครทำหน้านิ่งๆใส่แต่มาร์คก็ทำไม่ได้เพราะมาร์คเป็นคนใจกว้างนิสัยดีมากตอนที่ฉันเจอแรกๆไม่นึกว่าจะเป็นคนแบบนี้นะเห็นบอกว่าเป็นมาเฟียนึกว่าจะเหี้ยมๆที่ไหนได้โครตพ่อพระมาโปรด คงจะบุญถึงมันจริงๆแหละที่พ่อของลูกมันไม่เอาปืนมายิงกบาลเพราะมันไปขอโต้งๆว่าอยากแต่งงานด้วย ฉันก็เลยบอกให้มันใส่เสื้อไปด้วย

แต่ก็นะคงไม่มีอะไรแล้วล่ะเรื่องของไอ้วา คิวต่อไปคงถึงคราวฉันล่ะเชื่อเถอะว่าของฉันไม่สวยหรูแบบไอ้วามันหรอกนะ

Partวายุ

ฉันยิ้มแก้มแทบปริตอนที่กลับไปถึงบ้านแล้วก็เจอตัวเล็กที่นั่งกินข้าวและดูทีวีไปพลาง ฉันไม่รอช้าวิ่งไปอุ้มตัวเล็กแล้วหมุนไปมากลางอากาศระหว่างที่ตัวเล็กเหมือนยังเหม่อๆเพราะไม่สางนอนสินะ

“แม่วาปล่อยวูลฟ์น้า....”

“ไม่ปล่อยค่ะ...”
“แม่วาคึกอะไรมาคะเนี่ย...ปล่อยวูลฟ์นะ”

“คึกอะไรน้อไม่รู้ค่ะ...แต่คืนนี้ไปร้านอาหารกันนะ”

“คะ??”

“ไม่มีอะไรทั้งนั้นค่ะ^_^”ฉันยังคงหมุนตัวเล็กต่อไปเรื่อยๆอย่างไม่เบื่อหน่าย

หลังจากนี้ฉันจะเป็นยังไงต่อนะ

เรือนริมน้ำหรืออีกนัยนึงคือร้านของฉันเองแหละ อุส่าห์ซื้อไว้แต่ก็ไม่ได้มาร้านตัวเองเลยแหะ แถมพักนี้หนีบริษัทอีก มีหวังโดนอรุณกินหัวแน่เลยเว้ย

วันนี้ค่อนข้างจะคึกคักเป็นพิเศษเพราะใกล้ปีใหม่แล้วมั้งคนก็เลยหาที่เที่ยวกินไปเรื่อย วันนี้อะไรดลใจไม่รู้ดันเจอกับจอยที่กำลังควงแขนกับทับทิมมาแต่ไกล

“จอย”

“วา”

เหมือนนางเอกกับพระเอกที่พลัดพรากจากกันมานานแล้วเจอกันที่ร้าน บรรยากาศรอบๆก็เงียบสงบไปหมดเหมือนมีเพียงฉันกับมันแค่สองคน ฉันไม่รอช้าเดินตรงรี่ไปดึงมือมันทันที

“แม่ขอตัวไปคุยธุระแป๊บนะ”

“ค่ะแม่วา”

“ไปนั่งกับทับมันก่อนก็ได้นะวูลฟ์”
“ค่ะพี่จอย..”

เพียงไม่นานก็ลากจอยมาที่นอกร้านได้สำเร็จสักที

“มึงเตรียมงานกับมาร์คมาหรอ”

“เปล๊า...”

“ไอ้จอยอย่าตอแหลกูพูดออกมานะมึง”

“กูไม่ได้เตรียมกูบอกโต้งๆเลย”

“ไอ้เวรรรรรรร”ฉันยกมือเตรียมทุบมันอย่างเต็มที่แต่ก็ต้องหยุดเพราะมันพูดออกมา

“แล้วเป็นไงล่ะมึง”

“ก็ได้...-///-)”

“ได้เชี่ยไรบอกกูมาก่อน..”กลายเป็นฉันต้องจนมุมเพราะไอ้จอยมันต้อนนี่แหละ

“ได้...แต่งเว้ย..พอๆกูหิวไอ้สัสไปๆเข้าไป”
“ว้ายๆได้จริงหรอ...คุณตำหนวดครับมีคนจะกินเด็----”

จัดการอุดปากไอ้จอยแล้วลากเข้าไปในร้านคืน

Partวูลฟ์

ฉันค่อนข้างจะเกร็งนิดหน่อยตอนที่แม่บอกจะพาออกมากินข้าวข้างนอกไม่นึกเลยต้องเจอพี่ทับอีก โอ๊ยทำใจไม่ลง

“วูลฟ์คะ”

 “ร้อนหรอคะดูเหงื่อออกเยอะนะ”

“เปล่าค่ะพี่ทับ...วูลฟ์แค่เกร็งนิดหน่อยเอง”

“กินอะไรไหมคะพี่จะสั่งให้”

“รอแม่กลับมาก่อนดีกว่าค่ะ”
“ค่ะ
^^

เพียงไม่ช้าแม่วาก็กลับมาพร้อมพี่จอยที่ถูกอุดปากแล้วดิ้นคลุกลักไปมาอย่างหนีไม่ได้

“ฮ่า..หิวแล้วค่ะมากินกันเถอะ..จอยมึงสั่งนะ”

“ฮ่าๆ...ได้ๆกูขอกินน้ำก่อนกูจะตายแล้ว”

“เออๆ”

ไม่ช้าอาหารก็มาเสิร์ฟ พอกินเสร็จของหวานก็ตามมาเรื่อยๆ และมีดนตรีสดให้ฟังด้วยวิวข้างๆก็เป็นแม่น้ำเจ้าพระยาที่ค่อนข้างจะสวยสุดๆเลยแหละนะ

ฟังเพลงไปเรื่อยๆจนมาถึงท่อนนึง

“ขอมอบเพลงนี้ให้กับสาวน้อยคนหนึ่งนะครับ เพราะมีคนขอมาให้...”

เธอคือทุกสิ่ง ในความจริงในความฝัน
คือทุกอย่างเหมือนใจต้องการ
เธอเป็นนิทาน ที่ฉันอ่าน ก่อนหลับตาและนอนฝัน

เธอคือหัวใจ ไม่ว่าใครไม่อาจเทียมเทียบเท่าเธอ
ช่างโชคดีที่เจอ ได้ตกหลุมรักเธอ
ได้มีเธอ เคียงข้างกัน

คงจะมีเพียงเธอทำให้โลกนั้นหยุดหมุน เพียงเธอสบตาฉัน
คงจะมีเพียงเธอที่หยุดหัวใจของฉันไว้ตรงนี้ ตรงที่เธอ

เธอเพียงคนเดียวและเพียงเธอที่ต้องการ
ฉันจะทำทุกๆ ทางด้วยวิญญาณและหัวใจ
นั่นคือฉันจะรักเธอไม่ว่าเป็นเมื่อไรสถานใด
ทั้งหัวใจฉันมีเธอเพียงคนเดียว

สักพักไฟก็ดับลงตามด้วยเสียงเดินเบาๆของแม่วาที่ออกมาจากมุมไหนไม่รู้และดอกกุหลาบสีแดงช่อโตที่ยื่นให้

“ตัวเล็กจะยอมตกลง..แต่งงานกับวายุไหมคะ”

แต่คราวนี้แม่วากับแทนตัวเองด้วยชื่อเล่นแบบนี้เล่นเอาฉันทำตัวไม่ถูกหัวใจเต้นรัวเหมือนจะระเบิดออกมาเลยอ่า

“ตกลงค่ะ..วูลฟ์จะแต่ง”

พอพูดไปแบบนั้นนะแม่วาก็คุกเข่าลงและสวมแหวนที่นิ้วนางให้ฉันก่อนจะดึงตัวฉันเข้าไปกอดหลวมๆ

“สัญญาแล้วนะคะ”

“ค่ะ....”

ฉันจะให้คำมั่นกับตัวเองได้นานแค่ไหนนะว่า จะรักผู้หญิงคนนี้ให้นานเท่ากับที่เลี้ยงดูฉันมาตลอด คงจะต้องทำใจปรับเปลี่ยนอะไรอีกเยอะเพราะฉันเล่นเรียกแม่มาตลอด ต่อไปคงจะมีแต่ ที่รัก คุณแฟน พี่วา อะไรแบบนี้สินะ

โอ๊ยจั๊กจี๋อ่า ทำใจไม่ลงกริ๊ดๆ

แล้วฉันจะทำไงต่อตอนมาถึงบ้านล่ะ

มีหวังโดนวายุกินจนจมไปกับเตียงแน่เลย ไม่อยากกลับบ้านแล้วเค้ากลัว ช่วยด้วยจะโดนวายุกินแล้ว

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 1 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

1 ความคิดเห็น