สัมผัสรักต้องห้าม

ตอนที่ 28 : ความจริง

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 13
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 0 ครั้ง
    9 ก.พ. 62

 ตอนที่28ความจริง

Partวายุ

ฉันรู้ข่าวเรื่องไอ้บ้านั่นมาหาวูลฟ์แล้วจากจอยที่ส่งแชทมาให้เมื่อกี้

“มึงเป็นคนทิ้งวูลฟ์แท้ๆ แต่มึงจะมาทวงสิทธิ์ความเป็นพ่อแม่จากกูไม่ได้”

ฉันทุบโต๊ะตัวเองดังปึงเพื่อระบายความอัดอั้นในใจที่กำลังเดือดปุดๆเพราะฉันอาจจะต้องไปก่อสงครามกับตัวเล็กต่อที่บ้านเรื่องของไอ้แก่เฮงซวยนั่น
“มึงจะเอาลูกกลับบ้านกี่สิบคนก็ได้ แต่ต้องไม่ใช่กับวูลฟ์”

ฉันกัดฟันกรอดๆกับตัวเองแล้วหมุนตัวลุกขึ้นหยิบเสื้อคลุมแล้ววิ่งออกจากห้องทำงานไปเพื่อที่จะรีบกลับบ้านให้เร็วที่สุดเท่าที่จะทำได้ เพราะไอ้จอยมันบอกมาว่าไอ้แก่นั่นเริ่มส่งคนมาสอดส่องแล้ว

ระหว่างนั้นวูลฟ์ก็...

ฉันยังไม่ค่อยแน่ใจเรื่องความสัมพันธ์นี่เท่าไร เพียงเพราะมีชายแก่แปลกหน้ามาส่งข้อความแปลกๆให้แล้วบอกว่าเป็นพ่อ มันก็คงจะตลกไปสักหน่อยแหละ ใครจะยอมรับได้ล่ะว่าคนที่เลี้ยงเรามาตลอดหลายสิบปีนี้ไม่ใช่แม่แท้ๆ ฉันคงต้องรอความจริงจากปากของแม่วาแล้วล่ะว่ามันคืออะไรกันแน่

เพียงไม่นานเสียงกระหึ่มของรถที่แม่วาขับมาก็มาถึงแล้ว

เอาล่ะตัวฉัน...ทำใจดีสู้เสือเข้าไว้

ฉันยังไม่อยากลงจากรถเลย เพราะฉันอาจต้องเจอตัวเล็กที่กำลังนั่งคอยอย่างใจจดใจจ่อเกี่ยวกับไอ้แก่นั่น หรือฉันอาจจะต้องกลายเป็นคนเลวในสายตาตัวเล็กไปเลยเพราะฉันไม่ใช่แม่แท้ๆของวูลฟ์น่ะ

“ฉันควรทำไงดี..โธ่เอ๊ย..ไอ้สารเลว”ฉันทำได้แค่ทุบกำปั้นตัวเองกับพวงมาลัย สุดท้ายก็ต้องไปจริงๆสินะ

ทำใจค่อนข้างนานตอนมาถึงหน้าประตู พร้อมสูดหายใจลึกๆแล้วผลักประตูเข้าไปหาตัวเล็กที่กำลังนั่งจ้องตาแป๋วที่โซฟา

ฮือออออ...ตัวเล็กคะอย่าทำตาแบบนั้นสิแม่ใจไม่ดีเลย

ฉันเริ่มทำตัวอึดอัดแต่ก็นะคงไม่มีอะไรเลวร้ายไปกว่านี้แล้วล่ะ ฉันยิ้มตามปกติให้กับตัวเล็กก่อนจะเดินน้วยไปนั่งลงข้างๆตัวเล็กที่ทำคิ้วขมวดเหมือนมีอะไรอยากพูด

“แม่วา...คือ...วูลฟ์..”

“คะ??...”

“วูลฟ์แค่..อยากถามอะไรน่ะค่ะ..”

“พูดมาได้เลยค่ะ...”ถึงจะพูดไปแบบนั้นแต่เสียงหัวใจของฉันเต้นระรัวยิ่งกว่าประทัดงานแต่งอีก

“แม่วา...กับวูลฟ์เราเป็นอะไรกันแน่คะ”

ว่าแล้วเชียวประเด็นนี้ต้องมา เฮ้อทำใจเถอะเรา

“ก็แม่ลูกไงคะ”

“แต่..แต่วูลฟ์ว่าแปลกๆนะคะ..”

“แปลกยังไงคะไหนลองอธิบายมาให้แม่ฟังก่อนสิคะ”

“หลายๆเรื่องเลยค่ะ..เรื่องที่แม่วาชอบจูบวูลฟ์แล้วไหนจะเรื่องที่เราทำ...กันล่ะคะ..แม่ลูกเค้าไม่ทำกันแบบนี้นี่คะ”

“...”ฉันถึงกับใบ้กินไปพักนึงเลยแหละ มันก็ถูกอย่างที่วูลฟ์พูดมา ใช่สิฉันมันเลวไงที่คิดไม่ดีกับลูกตัวเอง ถึงจะไม่ใช่ลูกจริงๆก็เถอะ

“ไหนจะเรื่องที่เราทำกันแบบนั้นบ่อยๆล่ะคะแม่วา....”

“แม่...”

“สรุปเราเป็นอะไรกันแน่คะ แม่ลูกหรือว่าคนรักหรือยังไง...”

“แม่วา...แม่..”

“แล้ววันนี้มีคุณลุงท่าทางแปลกๆมาหาวูลฟ์ด้วยแล้วเขียนจดหมายบอกว่าวูลฟ์เป็นของเขา...สรุปวูลฟ์เป็นลูกแม่วาจริงๆใช่ไหมคะ..ตอบวูลฟ์หน่อยค่ะแม่วา”

“ความจริงแล้ว...”ฉันเริ่มจุกกับคำพูดที่ตัวเล็กพูดมาทั้งหมดจริงๆนั่นแหละที่ทำให้ฉันเป็นตัวการทำให้วูลฟ์สับสนมาขนาดนี้

“ความจริง...เรื่องอะไรคะแม่วา”

“ถ้าแม่พูดไปตัวเล็กจะเกลียดแม่ไหมคะ”

“ไม่รู้สิคะ...แต่วูลฟ์จะลองฟังก่อนได้ไหมคะ”

“ค่ะ...ความจริงแล้ว..วูลฟ์กับแม่วา..เราไม่ได้เกี่ยวข้องอะไรกันทั้งนั้นนะคะ...”

“....”ไม่มีการเอ่ยปากถามใดๆจากวูลฟ์เลยในตอนนี้ ฉันได้ยินแต่เสียงสะอื้นเบาๆของตัวเล็ก

“ฮึก....งั้นที่..ผ่านๆมาล่ะคะ..ฮึกๆ...”

“ก็...ก็แค่...การแสดงไงคะ...”

“ฮึกๆ...แม่วา..ทำไมถึงใจร้ายกับวูลฟ์แบบนี้ล่ะคะ...”

“แม่ขอโทษค่ะตัวเล็ก...”ฉันอยากจะโอบกอดตัวเล็กนะ แต่ก็ไม่อยากทำเพราะตัวเล็กเริ่มทำท่าทีตีตัวออกห่าง

ถ้ารู้ว่าความจริงจะเจ็บแบบนี้ฉันขอเลือก เป็นคนโกหกดีกว่า

“แล้ว...วูลฟ์เป็นใครกันแน่คะ...ฮือๆๆ...”

“แม่..เจอวูลฟ์..ในตะกร้าข้างถังขยะค่ะ...”

“ฮือๆๆ...โฮ....”

ฉันทั้งกับทำตัวไม่ถูกตอนที่ตัวเล็กปล่อยโฮแบบนี้ ยิ่งทำให้ฉันรู้สึกผิดเข้าไปใหญ่เลย

ตอนนี้ฉันอยากจะเอื้อมมือเข้าไปคว้าตัวเล็กมากอดปลอบจัง แต่ก็ทำได้แค่กำมือตัวเองให้แน่นเข้าไว้

“ฮือๆ....ทำไมล่ะคะ...ทำไมถึงต้องเป็นแบบนี้...ฮือออออออ”

ฉันไม่กล้าแม้แต่จะมองหน้าตัวเล็กได้เลย

“คุณมันเป็นแค่คนโกหกแล้วก็มา ทำให้คนอย่างวูลฟ์ต้องหลงรัก...ฮือๆ”

“เดี๋ยวค่ะ...ตัวเล็ก..”

“ฮือๆๆ..คนหลอกลวง”

พูดจบทั้งน้ำตาตัวเล็กก็ลุกขึ้นแล้ววิ่งหนีขึ้นห้องไปทิ้งให้ฉันทิ้งหน้าซบลงกับมือตัวเองอย่างอ่อนแรง

“ไอ้สารเลว....”

ใครจะไปรู้ว่าเรื่องจริงมันต้องเป็นแบบนี้ล่ะวะ

“เพราะมึงคนเดียว....โธ่เว้ย...”

นั่งสงบสติได้แป๊บๆก็มีสายแปลกๆโทรเข้ามาจนสุดท้ายฉันก็ต้องกดรับด้วยความรำคาญ

*ฮัลโหล*

*สวัสดียามเย็นครับคุณวายุ*

*แกเป็นใครวะ*

*ก็น่าจะรู้ๆอยู่นี่ครับว่าผมเป็นใครแล้วมีความเกี่ยวข้องยังไงกับลูกของคุณ*

*มึงใช่ไหมที่ทำให้ลูกฉันเป็นแบบนี้...*

*ผมก็ไม่รู้สิครับ...แต่ขอให้คุณรู้ไว้อย่างหนึ่งนะว่าผมจะเป็นคนพาโซเฟียกลับมา*

*แกว่าไงนะ...ตรู๊ด..ตรู๊ด*

“ไอ้สารเลวเฮงซวยเอ๊ยยยยยยย....ว้ากกกก”ด้วยความโมโหจนเลือดขึ้นหน้าฉันปามือถือตัวเองลงพื้นจนแตกเป็นเสี่ยงๆตามด้วยแจกันที่วางข้างโต๊ะกระแทกแตกลงกับพื้นไม่เป็นชิ้นดี

“มึง...มึงไม่สมควรมายุ่งกับลูกของกู”

Partวูลฟ์

ฉันได้ยินทุกสิ่งทุกอย่างที่แม่วาพูดออกมา ว่ามันคือความจริง

“ฮึกๆ..ทำไมล่ะคะ...”ฉันร้องไห้กับตัวเองพร้อมซุกหน้าลงกับหมอนอย่างหมดแรง

เพียงไม่นานนักก็ได้ยินเสียงร้องตะโกนเอะอะของแม่ที่ดังมาจากข้างล่างตามด้วยเสียงของแจกันที่แตก

เกิดอะไรขึ้น

ฉันพยายามบอกตัวเองไม่ต้องสนใจแล้วเอาหมอนมาอุดหูตัวเองไว้จะได้ไม่ต้องได้ยินเสียงอะไรแบบนี้อีก

“ฮือๆ....ไม่อยากได้ยินแล้ว..”

ด้วยความอ่อนล้าที่สาสมมานานบวกกับการร้องไห้ของฉันก็เลยทำให้ผล็อยหลับไปทั้งแบบนี้ กว่าจะรู้สึกตัวอีกทีก็ดึกแล้ว ฉันตื่นขึ้นมาในสภาพที่หน้าผากเปียกแฉะจากผ้าอะไรซักอย่างที่วางแปะไว้

ฉันพยายามกวาดสายตามองไปรอบๆแต่ก็ไม่เจอร่องรอยของแม่วาเลยซักนิด

แม่วาหายไปไหนกัน...

ฉันพยายามยันตัวลุกขึ้นจากเตียงแต่ก็ออกอาการเซเล็กน้อยเพราะหัวที่มึนตุบๆและแขนที่ชาดิกๆเพราะแรงกดทับจากการนอนทับแขนตัวเองจนไร้ความรู้สึก สิ่งที่ฉันต้องทำในตอนนี้คือตามหาแม่วา

“อยู่ที่ไหนคะ...แม่วา”

ไม่ว่าความจริงจะเลวทรามแค่ไหนแต่ แม่วาก็คือแม่วาของฉันเสมอฉันจะไม่ยอมเสียแม่วาไปเพราะเรื่องงี่เง่าแบบนี้หรอก

พอยันตัวลุกได้ฉันก็ค่อยๆหย่อนขาตัวเองลงมาจากเตียงแล้วเดินช้าๆไปที่ประตูและคลำราวบันไดเดินลงมาช้าๆก่อนจะกวาดสายตามองไปรอบๆแต่ก็ไม่มีวี่แว่วของแม่วาแม้แต่น้อย เกิดอะไรขึ้นกับแม่วา

“แม่วาคะ....อยู่ไหม”

“...”

มีแต่เสียงลมที่ผัดผ่านไปมาเพระหน้าต่างที่เปิดไว้ แต่ก็ไม่มีเสียงใดขานรับเลยสักนิด ฉันพยายามเพ็งมองไปที่นาฬิกา ที่บอกเวลาว่าตี3กว่าแล้ว

“ไปไหนคะ...ทิ้งวูลฟ์อีกแล้วหรอคะ...”

ฉันทำได้แค่ยืนกอดอกกับตัวเองแล้วเริ่มร้องไห้อีกรอบ ทำไมใครๆถึงชอบทิ้งฉันกันหมดเลยล่ะ ทำไมถึงไม่ต้องการคนแบบฉันเลยนะ

“ฮึกๆ..ฮือออออ....แม่วาขา..แงงงงงง”
ฉันร้องไห้เหมือนคนบ้าอีกครั้งก่อนจะเดินเข้าห้องทั้งน้ำตาไป

Partวายุ

ฉันหนีออกจากบ้านอีกครั้งแต่คราวนี้ฉันมีเหตุจำเป็นจริงๆถึงได้ทิ้งตัวเล็กออกมา

หลังจากตัวเล็กหลับฉันก็แอบไปเช็ดตัวเปลี่ยนชุดและแปะแผ่นเจลให้เพราะตัวเล็กจะป่วยง่ายเวลาที่ร้องไห้บ่อยๆ

ตอนนี้ฉันกำลังขับรถมุ่งหน้าไปที่บ้านของจอย เพราะมีเหตุจำเป็นที่ต้องพึ่งกำลังจากมันแล้วล่ะถ้าอยากจะต่อกรกับไอ้แก่นั่น

เพียงไม่นานฉันก็มาถึงบ้านมัน แต่ยังดีหน่อยที่มันอาจจะรู้อยู่ก่อนก็เลยมายืนต้อนรับด้วยสีหน้าที่กวนตีนสุดๆ

“เข้ามาๆ”

“บรืน...บรืน”

เอารถไปจอดก่อนจะออกแรงเดินตามต้อยๆมันขึ้นไปบนห้องจนมานั่งแหมะที่เตียงต่อเพื่อคุยเรื่องที่จะทำ

“กู....บอกเรื่องนั้นไปแล้วว่ะมึง..”
“มึงไม่ผิดหรอกวา..กูเข้าใจดี”

“แล้วเรื่องที่ไอ้แก่นั่นจะมาเอาวูลฟ์กลับไป...”

“ไม่ต้องห่วง...กูจะช่วยมึงอีกแรง...”

“ขอให้เป็นแบบที่มึงบอกเถอะจอย..”ฉันจะยอมรับชะตากรรมได้หรือเปล่า ที่ต้องมายื้อแย่งวูลฟ์กับพ่อตัวจริงที่พึ่งโผล่มาตอนนี้

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

1 ความคิดเห็น