สัมผัสรักต้องห้าม

ตอนที่ 24 : การกลับมา?

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 14
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 0 ครั้ง
    9 ก.พ. 62

ตอนที่24การกลับมา?

Partวูลฟ์

ฉันทำได้แค่อยู่ที่บ้านพี่จอยไปวันๆระหว่างที่รอเฝ้าแม่วาให้ฟื้น ตอนนี้ฉันกำลังเตรียมตัวไปสอบที่เมืองนอกว่าจะลงสายภาษาเพิ่มถึงแม้ฉันจะเป็นลูกครึ่งก็เถอะ แต่ก็เพื่ออนาคตของฉันและแม่วาเองฉันอยากให้แม่ภูมิใจในตัวฉันบ้าง

“ค่าใช้จ่ายราวๆเทอมละ5แสนบาท...อืม..จะไหวไหมนะ?”

“ก๊อกๆ...ขออนุญาตค่ะน้องวูลฟ์”
“อ๊ะ...พี่ทับ”ฉันรีบหันควับไปที่ประตูเจอพี่ทับทิมกำลังยืนยิ้มตาหยี่ให้ฉัน

“อ่อ...เข้ามาเลยค่ะ”

“พี่กวนไหม?..”

“ไม่เลยค่ะ..วูลฟ์แต่กำลังเช็คมหาลัยที่จะไปต่อน่ะค่ะ”

“อ่อ...แล้วจะเรียนสายอะไรคะ?”

“ยังไม่แน่ใจค่ะ...แต่วูลฟ์อยากเรียนภาษามากกว่าค่ะเพราะจำเป็นมากถ้าวูลฟ์จะมาช่วยงานที่บริษัทของแม่วา..”

“ค่ะ...งั้นพี่ไม่กวนแหละค่ะ..”

“ค่ะพี่ทับ..”พูดจบพี่ทับก็เดินออกจากห้องไปทิ้งให้ฉันนั่งพิมพ์สำรวจข้อมูลของมหาลัยอื่นๆเพิ่มต่อ

“ตรู๊ด..ตรู๊ด..ปิ๊บ..ฮัลโหลค่ะพี่จอย”

“วูลฟ์มาที่โรงบาลด่วนพี่เรื่องให้ช่วย..เร็วเลย”

“ค่ะๆ..กำลังไปค่ะ”ฉันถึงกับลนลานทำอะไรไม่ถูกตอนที่พี่จอยโทรมาด้วยน้ำเสียงรีบเร่ง ฉันคว้ากระเป๋าได้ก็วิ่งออกบ้านพี่จอยไปจนมาถึงหน้าบ้านก็เจอพี่วินเอารถมาจอดรอแล้ว ราวๆครึ่งชม.ก็มาถึงโรงพยาบาลฉันถึงกับวิ่งตาตั้งไปที่ห้องแม่วาทันทีโดยมีพี่จอยยืนเดินวนไปวนมาหน้าห้องแบบเคร่งเครียด

“พี่จอย..”

“วูลฟ์..รอฟังข่าวพร้อมพี่นะ..”

“อึก...ค่ะ”พี่จอยบอกว่าแม่วาจะต้องผ่าตัดขั้นสุดท้ายน่าจะอาทิตย์หน้า แต่ทำไมถึงเลื่อนมาเป็นอาทิตย์นี้นะ เกิดอะไรขึ้นหรือเปล่า

“ปัง...เอ่อ...ใครเป็นญาติคนไข้ครับ”

“หนูเองค่ะ....มีอะไรหรอคะ?คุณหมอ”

“หมอขอแสดง...ความยินดีด้วยนะครับคุณไข้ปลอดภัยแล้วครับ..การผ่าตัดเป็นไปด้วยดีแล้วก็ต้องขอขอบคุณผู้ใจบุญที่มาบริจาคตับด้วยนะครับ..งั้นหมอขอตัวไปผ่าตัดต่อนะครับ..”

“ค่ะ...ขอบคุณค่ะ..”

“วูลฟ์..”

“พี่จอย..แม่ปลอดภัยแล้ว..ฮืออออ...ดีใจจัง..ฮือ...”

“ค่ะ..พี่ก็ดีใจด้วยนะคะ”

ในหัวฉันก็ได้แต่คิดไปมาว่าใครเป็นคนมาบริจาคตับให้แม่วาโดยที่ไม่ได้บอกแม้แต่ชื่อไว้

“งั้น...เราไปรอที่ห้องข้างล่างกันดีกว่านะคะ”

“ฮึกๆ..ค่ะ”

Partต้นข้าว

ใช่ฉันรู้ทุกเรื่องแล้วว่าวายุมันเข้าโรงบาลและกำลังอาการสาหัสขั้นหนักเพราะตับของมันกำลังจะติดเชื้อจนต้องถูกหมอตัดทิ้งไป ฉันไม่มีทางเลือกก็เลยมาเป็นคนดีขี่ม้าขาวมาช่วยตอนแรกๆก็ได้แต่ถามตัวเองวนไปมาว่ามาทำอะไรที่นี่ หลายวันมานี้จอยมันเฝ้าไอ้วาแทบไม่ขยับไปไหน มันไม่รู้ด้วยซ้ำว่าไอ้วายุมันอาการหนักถึงต้องตัดตับอีกข้างทิ้ง หมอกำลังร้อนรนไปมาที่ห้องผ่าตัดเมื่อคืนตอนฉันมาที่นี่พอดีก็เลยเข้าไปถาม

“หมอ...มีอะไรหรอคะ?”

“เอ่อ..พอดีคนไข้รายนี้อาการสาหัสมากเลยครับ..แถมไม่มีอวัยวะสำรองเหลือเลย”

“ค่ะ...เอาของฉันไปได้ไหมคะ?พอดีฉันเป็นญาติมัน”

“ครับ?..”หมอถึงกับเลิกคิ้วไปมาอย่างมึนงง

“ไม่เป็นไรหรอกหมอ..”

“ครับๆ..งั้นไปที่ห้องตรวจสุขภาพกับผมเลยนะครับ..”หมอก็ตอบรับคำบอกฉัน

สุดท้ายก็ต้องไปกับหมอและก็ได้เข้าห้องผ่าตัดสมใจ เชื่อไหมฉันนอนอยู่ห้องข้างๆไอ้วายุมันแต่ก็ไม่มีใครสังเกตเลยสักนิดว่าฉันนอนอยู่ที่นี่ ตอนนี้ก็มีแต่ยัยหมูตอนเมษามานั่งก่อกวนฉันแทบทุกวันไม่รู้จะมาทำซากขี้เรือนอะไรแถวนี้ ขอนอนอยู่เฉยๆไม่ได้หรือไงวะ

“คุณข้าว...หายไวๆนะ”

“เรื่องของฉันไปไกลๆเลย”

“ไม่เอา..เมษาไม่ปล่อยคุณข้าวไปไหนอีกแล้ว”

“ปล่อยให้ฉันนอนเงียบๆเถอะน่า...”

“อือ....ไม่เอาๆ”ยัยนี้ถลาตัวเข้ามาเขย่าแขนอย่างรุนแรงจนสายน้ำเกลือสะบัดไปมาตามแรงเขย่ายัยนี่ฉันถึงกับดีดดิ้นไปมาเพราะปลายเข็มมันเสียบเข้าออกๆจนเลือดซิบๆออกมาตามหลังมือของฉัน

“เจ็บๆ...อ๊ากกก...ปล่อยฉัน..”

“อ๊ะ..เมษาขอโทษค่ะคุณข้าว..”
“ไปตามพยาบาลมา..ไปเร็วๆ
!!!

“ค่ะๆเมษไปแล้วค่า”

ตั้งแต่เลิกกับวูลฟ์มาฉันก็แทบไม่เป็นอันทำอะไรได้เลยนอกจากทำแต่งานของครอบครัวต่อ...เหลือเวลาอีกไม่มากที่ฉันจะต้องกลับไปที่เดิมของฉัน ความโดดเดี่ยวและอ้างว้าง

ฉันยังคงคิดถึงเธอเสมอนะ...รินดา...ได้โปรดกลับมาหาฉันอีกครั้งได้ไหม..

ใช้เวลาที่มีให้คุ้มค่าที่สุด ก่อนที่ฉันจะหายไปพร้อมกับพายุที่เริ่มก่อตัวโหมกระหน่ำ..

ฉันรอหมอมาบอกอาการของแม่อีกรอบนึงระหว่างที่มานั่งรอข้างล่างจนเวลาผ่านไปหลายชั่วโมง จนตอนนี้ข้างนอกโรงพยาบาลเริ่มมืดครื้มไปหมด แถมคนก็เริ่มน้อยตาลงไปบ้างแล้ว

“กลับบ้านกันดีกว่าไหมคะ?”

“คะ?..ค่ะพี่จอยกลับกันก่อนก็ดีค่ะ..”

“ค่ะงั้นไปที่รถกับวินก่อนนะพี่มีเรื่องต้องไปจัดการต่อ”

“ค่ะๆ..”ฉันมองตามแผ่นหลังของพี่จอยที่ตอนนี้หายวับเข้าลิฟต์ไปอีกครั้ง ส่วนฉันก็ทำได้แค่เดินไปรอที่รถและนั่งถอนหายใจเฮือกใหญ่ยาวๆราวๆ10นาทีพี่จอยก็มา แต่กลับมาในสภาพที่แก้มด้านซ้ายแดงเถือกเป็นรอยยาว

“พี่จอย..”

“คะ?ไม่มีอะไรหรอกค่ะ..วินออกรถ”พี่จอยพยายามเบี่ยงประเด็นจากฉัน ถึงอย่างนั้นฉันก็อดสงสัยไม่ได้ว่าเกิดอะไรขึ้นกับจอยไปตลอดทาง

ถึงบ้านพี่จอยเราก็ไม่มีไรมากมายนอกจากมานั่งกินข้าวที่โต๊ะใหญ่กับพี่จอยและพี่ทับทิมโดยไม่มีใครพูดหรอถามอะไรกันสักคำ

เมื่อกินเสร็จก็พากันกลับเข้าห้องใครห้องมันตามปกติ ฉันมาอยู่ที่นี่ได้ราวๆเดือนกว่าระหว่างที่รอบ้านซ่อมเสร็จดีเพราะเสียหายยับเยินเกือบหมด คงหลังจากแม่วาฟื้นเราก็จะได้กลับกันสักที

“ไม่เกินปีนี้..ฉันจะได้ทำอะไรเพื่อแม่สักครั้ง”

ฉันลืมทุกสิ่งทุกอย่างเกี่ยวกับพี่ข้าวแทบจะหมดเพราะพี่ข้าวไม่ติดต่ออะไรฉันอีกเลยไม่ว่าฉันจะแชทไปถามมากมายแค่ไหนพี่แกก็ไม่เคยดูหรอแม้แต่ตอบฉันสักนิด ฉันสงสารตัวเองที่มาทำให้พี่ข้าวต้องเป็นแบบนี้และเป็นเพราะฉันเองนี่แหละที่ไปทำให้พี่ข้าวกับแม่วาต้องมีเรื่องราวกันถึงขั้นออกปากจะตัดความสัมพันธ์กันทิ้ง

หนึ่งอาทิตย์ต่อมา

ได้ข่าวว่าแม่วาเริ่มขยับร่างกายได้นิดหน่อยฉันก็ดีใจไม่อยู่จนต้องออกจากบ้านมาแต่เช้ามืดมาเฝ้าที่ห้อง สิ่งที่เห็นต่อหน้าของฉันคือแม่วาในสภาพที่ไม่ไหวติงแต่สายตาที่มองมายังคงอบอุ่นเหมือนเดิมไม่ต่างจากแม่วาคนเดิม

“แม่วา....”

“วูลฟ์....”

“....”

ฉันวิ่งถลาไปกอดแม่วาโดยไม่สนใจว่าตอนนี้ฉันจะร้องไห้แหกปากมากมายแค่ไหน ขอแค่ได้เห็นแม่วาอีกครั้งฉันก็ไม่ต้องการอะไรอีกแล้วขอเพียงแค่แม่วาฟื้นขึ้นมา..

“แม่วา..ฮืออออ...”ฉันยังคงซบหน้าไปกับฝ่ามือที่ไม่ขยับเขยื้อนใดๆมีเพียงแต่รอยยิ้มเบาๆที่ส่งมาให้ฉันที่ฉายอยู่บนหน้าแม่วาฉันก็ไม่สนใจอะไรอีกแล้ว

กว่าจะรู้สึกตัวอีกทีฉันก็มานอนหลับฟุบที่โซฟาโดยมีต้นข้าวมานั่งทำหน้าที่เป็นหมอนรองคอให้ฉันหนุนโดยที่ไม่มีการพูดคุยอะไรกับฉันมีเพียงแต่การลูบหัวเบาๆระหว่างที่ฉันนอนหนุน

“ตัวเล็ก..พี่แค่จะมาบอกว่า..พี่ไปก่อนนะคะ..”

“พี่ข้าว..”

ฉันถึงกับสะดุ้งตัวเฮือกหรือว่าฉันแค่ฝันไป เมื่อกี้มันก็แค่ความฝันสินะถึงฉันจะบอกกับตัวเองแบบนั้นแต่ในมือของฉันก็มีกระดาษเล็กๆเขียนไว้ว่า

ขอบคุณนะคะที่ให้พี่ได้มีโอกาสได้รักใครอีกครั้ง...แล้วก็ลาก่อนค่ะ จากต้นข้าว

ฉันไม่รอช้ารีบวิ่งออกมาจากห้องแม่วาทันทีก่อนจะวิ่งลงมาข้างล่างแล้วออกไปวิ่งมองดูตามถนนแต่ก็ไม่พบร่องรอยใดๆแม้แต่รถของพี่ข้าวฉันก็ไม่เห็น

“ฮือ...พี่ข้าว...วูลฟ์ขอโทษ..ฮือๆๆ”

ฉันถึงกับทรุดตัวปล่อยโฮอย่างไม่อายใคร ฉันยังคงรักพี่ข้าวเสมอแต่ฉันก็รักแม่วาเหมือนกันฉันไม่สามารถยอมรับความรู้สึกดีๆที่พี่ข้าวให้ฉันได้และฉันกลับทำมันพังไม่เป็นท่าด้วยความงี่เง่าเอาแต่ใจของฉัน ฉันรู้ตัวมาตลอดว่าฉันไม่สามารถรักพี่ข้าวได้เพราะทั้งหัวใจของฉันนั้นมีแต่แม่วาคนเดียวเสมอมาไม่เคยเปลี่ยนแปลง

“ฮึก..ฮืออออ..วูลฟ์เสียใจค่ะพี่ข้าว..ฮืออออ”

คงจะมีแต่พี่ต้นข้าวคนเดียวที่สามารถให้สิ่งดีๆเหล่านี้กับฉันโดยไม่หวังสิ่งตอบแทนใดๆ และฉันเป็นคนที่ทำให้พี่ข้าวเจ็บก็เพราะตัวฉันเอง หลังจากนี้ฉันจะยอมรับความจริงและฉันจะเป็นผู้ใหญ่ขึ้นเหมือนดั่งที่แม่วาบอกมาเสมอ ความรักที่ดีย่อมมีความสุขและทุกข์ปะปนดั่งตัวฉันในตอนนี้ที่ทำมันพังและสลายไป

“วูลฟ์..สัญญาค่ะ..ฮึกๆ..ฮือ...”

ฉันคือสิ่งของที่ไม่มีใครต้องการ..เป็นเพียงแค่ลูกหมาที่ถูกทอดทิ้ง..

อาการของแม่วาดีขึ้นเรื่อยๆจนกระทั่งครบกำหนดเดือนกว่า ฉันก็รับหน้าที่ไปรอต้อนรับแม่วากับบ้านระหว่างที่มีพี่วินมาทำหน้าที่ขับรถไปส่ง

แม่วายังคงเหมือนเดิมไม่เปลี่ยนแปลงมีเพียงแต่ร่างกายที่ซูบผอมไปมากกว่าครั้งก่อน

“แม่วา...”

“ตัวเล็ก...อื้อ..คิดถึงจังค่ะ”

“วูลฟ์ก็คิดถึงแม่วาค่ะ..อื้อ”เรากอดกันอยู่แบบนั้นก่อนจะคลายกอดแล้วขึ้นรถเตรียมกลับบ้านกัน คุณหมอบอกว่าความจำของแม่วาเริ่มดีขึ้นทีละนิดๆเพราะสาเหตุหลักมาจากรอยยุบจากบาดแผลเก่าเริ่มสมานตัวและอีกส่วนมากจากที่ฉันไปนั่งเฝ้าพูดคุยแม่วาทุกวันจนความทรงจำเริ่มกลับมาทีละนิดๆได้

“แม่วา...คิดถึงนะคะ”

“ค่ะ..แม่ก็คิดถึงตัวเล็กเหมือนกันนะคะ..จุ๊บ”ฉันหลับตาปี๋ระหว่างที่แม่วาก้มหน้าลงจุ๊บฉันด้วยความคิดถึงหลายครั้งจนแก้มฉันแดงแปร๊ดไปหมด

ในไม่ช้าเราก็มาถึงบ้านในสภาพที่ใหม่และสนามหญ้าที่เรียบเนียน หลังจากลงรถก็บอกลาขอบคุณพี่วินเรียบร้อยฉันก็ประคองแม่วาเดินเข้าไปในบ้านก่อนจะพามานั่งพักที่โซฟาระหว่างที่ไปเปิดตู้เย็นเอาน้ำมาให้แม่กิน

“เหมือนเดิม...ทุกอย่างไม่เคยเปลี่ยนไปเลยสินะคะ”

“ค่ะ...ไม่เคยเปลี่ยนไปเลย”

ฉันพาตัวเองมานั่งดูแม่วาข้างๆฉันยังคงไม่สามารถให้แม่วาเดินไปไหนคนเดียวได้หรอกเพราะสภาพร่างกายที่ยังไม่หายดีอาจทำให้เกิดอุบัติเหตุขึ้นได้ เลยต้องมาค่อยเฝ้าดูอย่างใกล้ชิด

ตอนเย็นฉันก็บอกแม่วาว่าจะไปห้างสักหน่อยเพราะจะไปซื้อของเข้าบ้าน แต่สิ่งที่แม่วาบอกคือจะเป็นคนขับรถพาไปเอง ฉันถึงกับเบรคแทบไม่ทัน

“แม่วา..ไปไม่ได้นะคะ”

“ทำไมล่ะคะ?..แม่แค่จะพาตัวเล็กไปส่งเอง”

“แต่แผลแม่ยังไม่หายดีนะคะ..”

“ไม่เป็นไรค่ะงั้นไปกันเถอะค่ะ..แม่หิวแล้ว”ยิ่งแม่วาบอกอย่างนี้แถมยิ้มกริ่มให้ฉันอีกด้วยฉันงี้ทำตัวไม่ถูกเลย แม่วาขี้แกล้งอ่า

“ค่า..ไปก็ได้ค่ะ”

“เย้...ไปค่ะขึ้นรถ”

ฉันมองดูแม่วายิ้มกริ่มแทบปริระหว่างเดินไปที่โรงรถแล้วก็ทำการปัดฝุ่นรถคันโปรดของแม่ที่พร้อมจะออกมากระหึ่มอีกรอบ

ฉันทำได้แค่ยิ้มเจื่อนๆให้กับตัวเองว่าทำให้แม่ต้องมาลำบากอีกแล้ว

พอขึ้นรถได้เท่านั้นแหละแม่วานี่เหยียบคันเร่งลองเครื่องอย่างดังจนกระหึ่มไปทั่วถนน ไม่ช้าแม่วาก็พาซิ่งไปด้วยความเร็วที่ค่อนข้างจะหัวใจวาย คงเพราะคิดถึงเจ้าV6นี่ที่ถูกทิ้งมานานเลยพามาออกกำลังกายกันสักนิดก่อนจะพาไปที่ห้าง

เราพากันเดินเล่นค่อนข้างนานและซื้อของไร้สาระค่อนข้างเยอะกว่าจะได้วัตถุดิบครบก็เล่นซะรถเข็นตัวจะแตก เพราะของกินพูนออกมามากมาย วันนี้ค่อนข้างจะสนุกสนานเพราะเป็นการต้อนรับการกลับมาครั้งยิ่งใหญ่จนฉันอดไม่ได้ที่จะไปแวะหาเครื่องดื่มมากระชุ่มกระชวยหัวใจให้แม่ แต่ก็จะเอาพวกน้ำพันซ์แทนเพราะคงไม่ดีถ้าจะซดอะไรแบบนั้นระหว่างแผลยังไม่ฟื้นตัว ก็เลยเอาน้ำผลไม้มาแทน

ถึงบ้าน ฉันก็จัดแจงทำสิ่งที่ได้ไปเรียนมากจากแม่บ้านที่บ้านพี่จอย และก็ฝีมือของฉันนั้นพอที่จะทำกินเองได้แล้ว ก็เลยจะทำพวกที่ไม่ค่อยย่อยยากให้แม่แทนก็เลยเน้นไปเป็นพวกเนื้อสไลด์นุ่มลิ้นกับน้ำจิ้มจัดจ้าน ตามด้วยสลัดผักของโปรดแม่ที่ฉันแอบไปดูทุกวันจนจำได้

การกินข้าวเย็นเป็นไปอย่างเงียบๆและอึดอัดพอสมควร

“แม่วา..”

“คะ?..”

“คืนนี้ดูหนังกันนะคะ...”

“ได้ค่ะ^^..แต่หลังจากทำอะไรเสร็จก่อนนะ”

“ค่ะ..”

ฉันถึงกับหุบยิ้มไม่อยู่ตอนแม่วายอมรับข้อเสนอของฉัน ปกติแม่แทบไม่ค่อยมาดูหนังกับฉันเลย แต่วันนี้จะได้ดูแล้วก็เลยหุบยิ้มไม่อยู่ตอนกินข้าวจนแม่วาอดสงสัยไม่ได้ถึงกับอมยิ้มแก้มป่องตามฉันไประหว่างที่เคี้ยวสลัดเข้าปาก

ฉันคิดไว้ในใจแล้วว่าอยากดูอะไร

พอกินข้าวเสร็จก็ทำการเก็บจานให้เรียบร้อยแล้วก็วิ่งเร็วจี๋ไปอาบน้ำก่อนจะเลือกชุดโปรดที่แม่วาเคยขอว่าอยากให้ฉันใส่ คือเสื้อนอนตัวเดียวที่ค่อนข้างจะหลวมโคร่งจนฉันต้องใส่กางเกงในซับอีกทีนึงแต่ก็ต้องเปลือยท่อนบนเพราะเวลานอนคือการปลดปล่อยที่แท้จริง

จัดการตัวเองเรียบร้อยฉันก็วิ่งหน้าตั้งลงบันไดมารอแม่วาที่ตนนี้กำลังนอนเท้าคางมองฉันตาปิ๊บๆ

“แม่วา..-///-)”

“ขาตัวเล็ก..มานั่งตรงนี้ค่ะ”

“ค่ะ..”ฉันหยักหน้ารับแต่ก็ยังคงหน้าแดงไม่หายตอนแม่วาจ้องขาฉันแถมเลียริมฝีปากล่างอย่างหยอกเย้าจนฉันถึงกับขนลุกพรึ่บๆเพราะสายตาเจ้าเล่ห์ที่วิบวับๆในนั้นกำลังทำให้หัวใจของฉันเลือดสูบฉันจนเสียงดังสนั่นไปหมด

ตอนนี้ทำได้แค่กลืนน้ำลายเหนียวๆลงคอเพราะตอนนี้ฉันกำลังมานั่งข้างแม่วาในสภาพที่ค่อนข้างจะล่อแหลม แม่วาก็ชอบแกล้งฉันเหลือเกินมีการเอามือตัวเองมาลูบขาฉันไปมาระหว่างที่มืออีกข้างกำลังกดรีโมทเลือกรายหารดู

“อื้อ...แม่วา”

“ขา..ตัวเล็ก”

“มือ...แม่วา..อื้อ”

“อะไรนะคะ...^^”แม่วาก็ยังคงลูบไล้หน้าขาของฉันไปมาเรื่อยๆจนเข้ามาถึงจุดกลางลำตัวฉันแม่วาก็ยังคงแกล้งต่อด้วยการใช้ปลายนิ้วชี้กดลูบไปมาตามชั้นในของฉัน

จนฉันถึงกับสะดุ้งเฮือกไปมาเพราะแม่วากำลังกดจุดขยี้ที่ชั้นในของฉันจนตอนนี้ร่างกายของฉันกำลังร้อนระอุไปหมดแล้ว

“หว่า...เอาเรื่องนี้ดีกว่าเนอะคะ..ฟิฟตี้เชดส์ออฟเกรย์...”

“อื้อ..แม่วา..”

เรานั่งดูหนังกันไปเรื่อยๆในขณะที่นิ้วของแม่วากำลังสาละวนกับการปั่นป่วนแกล้งฉันจนตอนนี้ฉันนั่งก้นแทบไม่ติดโซฟาแล้วเพราะ นิ้วของแม่วากำลังเริ่มซุกไซ้ไปมาก่อนจะแหย่เข้าๆออกๆอย่างแกล้งกันจนฉันถึงกับครางออกมาอย่างลืมตัว

“อ๊ะ...อื้อ..อ่า”

แม่วาก็ยังคงนั่งดูนั่งต่อไปทิ้งให้ฉันยกก้นถดถอยหนีแต่แม่วาก็ยังแกล้งไม่เลิก คราวนี้จับฉันยกตัวมานั่งทับที่หน้าตักของแม่วา

“หนังจะสนุกได้ไงคะ..ถ้าไม่มีคนช่วยดู^^

“อื้อ...อ๊ะๆ..อื้อๆ”

ถึงสายตาจะมองดูทีวีแต่มือของแม่วาก็ยังคงแกล้งฉันไม่เลิกแถมคราวนี้กำลังสอดมาเพิ่มและดึงชั้นในฉันออกไปโดยที่ฉันไม่มีทางดิ้นหนีได้เลยนอกจากจำใจยอมรับชะตากรรมตัวเอง ฉันกำลังเปลือยเปล่าทั้งข้างบนและล่างต่อให้สวมเสื้อเชิ้ตนี่ฉันก็ไม่ปลอดภัยอยู่ดี เมื่อทุกอย่างเริ่มเข้าที่แม่วากับหยุดการกระทำทุกอย่างลงแล้วก็สวมกอดโอบฉันเบาๆ ฉันถึงกับทำตัวไม่ถูกตอนนี้เพราะอีกนิดฉันจะถึงแล้วแท้ๆ

แต่แม่วากับแกล้งฉันด้วยการหยุดแบบนี้ฉันก็ค้างติ่งอยู่คนเดียวน่ะสิ

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

1 ความคิดเห็น