สัมผัสรักต้องห้าม

ตอนที่ 23 : เหยื่อล่อ

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 11
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 0 ครั้ง
    9 ก.พ. 62

ตอนที่23เหยื่อล่อ

Partวายุ

ฉันรู้สึกตัวอีกทีตอนที่ถูกโยนฟาดอัดกระแทกพื้น สัมผัสแข็งๆและน้ำที่นองพื้นเปียกแฉะ ตอนนี้ฉันไม่สามารถรับรู้อะไรได้นอกจากเสียงฝีเท้าที่เดินไปมาและการพูดคุยที่อู้อี้เพราะฉันถูกปิดตาและเอามือไพล่หลังไว้แบบนี้ยิ่งทำให้ฉันทำอะไรมากไม่ได้

“เฮ้อ....มึงไปดูหน่อยสิว่าเฮียมายัง”

“ครับพี่...ตึก..ตึก..แอ๊ดปัง..”

“กว่าจะมานะมึง..เฮ้ยตื่นดิว่ะ”

ฉันถึงกับสะดุ้งตัวโยนตอนมันเตะที่ขาของฉันและกำลังเหยียบขยี้เท้าไปมาบนแผลของฉันอย่างสนุกสนาน

“อือ...อื้อๆ...อืออออออออ”

“ฮ่าๆ...มึง...”

“เฮ้ย....ออกไปก่อน..”

“ชิ...ครับเฮีย..”

ฉันพยายามฟังเสียงปริศนานี่อย่างตั้งใจในสภาพนอนฟุบไปกับพื้นอย่างน่าเวทนา

“เฮ้อ...ถ้าเธอไม่พยายามเอาทนายมาฟ้องร้องฉันคงไม่เป็นแบบนี้นะ...เอาตัวเธอไป”

“ครับเฮีย...”

“อือ....อื้อๆ...”

สุดท้ายก็ถูกลากมากับพื้นโดนที่ฉันไม่สามารถทำอะไรได้นอกจากดิ้นคลุกคลักไปมาเพราะเจ็บแผลตามร่างกาย

“เข้ามา...ปึง...”

“ครืด....เคร้ง...แกร๊กๆ...”

“ถ้าเธอไม่ทำแบบนี้นะ....เอาเธอห้อยไว้”

“ครับเฮีย”

ฉันกำลังจะถูกทำอะไรกันแน่อยากดิ้นหนีแล้ววิ่งไปไกลๆแต่ก็ทำอะไรไม่ได้มากแล้วตอนนี้ฉันกำลังเสียเลือดค่อนข้างหนักและสภาพอาการบอบช้ำนี่อีก

“อือ..อื้อ...”

“แคว่ก....เธอตอบฉันมาตามตรง”เสียงกระชากเทปที่ปิดปากฉันออกอยากรวดเร็วจนฉันดิ้นสะบัดตัวไปมาเพราะอาการเจ็บที่วิ่งปราดไปทั่วริมฝีปากและเลือดที่ซิบออกมาหลังแผลเปิดเพราะเทปชิ้นนั้น

“นาย..ต้องการ..อะไร...อึก..”
“บอกฉันมาตามตรงว่าเธอ...ต้องการอะไรจากฉันกันฮะ
!!!

“อึก...นายพูดเรื่องอะไร”

“ไม่ต้องมาทำไขสือเล่นละครตบตาฉัน....เฮ้ย...ไปเอาเทียนไขมา”

“ครับเฮีย..”

ตอนนี้ฉันกำลังประสาทจะกิน หัวใจเริ่มเต้นระรัวด้วยความหวาดกลัวและวิตกกังวลเพราะฉันในตอนนี้อยู่ในสภาพที่ไม่สามารถหลบหนีได้เลย

“เธอก็แค่ตอบคำถามฉันมา...มันยากตรงไหนะฮะ!!!!!

“แค่กๆ....ฉันไม่รู้ว่าคุณพูดถึงเรื่องอะไร..”

“เธออย่ามาตอแหลกับฉัน..พูดออกมาความจริง...พูดออกมาสิวะ..เพี๊ยะ..เพี๊ยะ”

หน้าของฉันเริ่มชาดิกไปตามแรงตบที่กระหน่ำรัวแบบไม่ยั้งจนฉันสัมผัสได้ถึงความแสบที่กำลังกระจายตัวไปเรื่อยๆตามแก้มของฉัน

“แฮ่ก...เธอเลือกเองนะ..เอาเทียนมานี่...แล้วก็ไปเอาน้ำเกลือมา..เร็วสิวะ!!

“ปล่อย....อึก..”

“ฮ่า...เพียงแค่เล็กน้อยเธอก็จะพ่นความลับทั้งหมดสินะ..แปะ..แปะๆ..”

“อ๊ากกกกกก.....เจ็บบบบบ....อั๊ค..”

“ฮ่าๆ...ดิ้นต่อไปสิวะ....อีxระหรี่...ดิ้นเข้าไป...”

“อ๊ากกก....”

สุดท้ายฉันก็หมดสติไปทั้งแบบนั้นและตื่นมาอีกครั้งจากน้ำที่สาดใส่ร่างจนเปียกชุม

“ตื่นสิวะ...กึด...มึงยังไม่ได้ตอบคำถามกูเลยนะเว้ย..”

“อึก...ปล่อยกูสิวะ..”

“งั้นอีกข้อแล้วกันนะ...แกรู้อดีตฉันได้ยังไง...”

“ฉันไม่รู้..แกพูดบ้าอะไร...อึก..”

“ฮ่า..ปากแข็งจริงนะมึง..เอาน้ำเกลือมานี่...ฆ่าเชื้อกันสักนิดนะฮ่าๆ...อีตัวดี..”

“แปะๆ...จ๊อกกก...อ๊ากกกกกกกกกกกกกกกกกกกกก...”

ไอ้สารเลวนี่ราดน้ำเกลือไปมาตามแผลที่เปิดของฉันและยังใช้มืออีกข้างเอาเทียนมาไล่ลนไปมาตามแผลของฉันจนเริ่มผุพองแสบร้อนไปหมด

“อ๊ากกกกกกกกกกกก....ปล่อยกู...อ๊ากกก...”

“ฮ่าๆๆ...ร้องอีกสิวะ...มึงร้องออกมาเลย....ร้องดังๆสิวะนังตัวดี”

Partทับทิม

ฉันกำลังร้อนรนไปมาระหว่างนั่งรอที่โต๊ะข้างๆไอ้โบ้มือขวาของหลีเจ๊กที่ตอนนี้กำลังนั่งล่อผู้หญิงอย่างนัวเนีย ฉันหันไปมามองหาจอยอย่างลังเล

“เข้าไป...เข้าไปเลย..”ฉันเห็นจอยกำลังทำปากซุบซิบๆให้ฉันเข้าไปหาตัวโบ้ทันที

พอได้จังหวะฉันก็เริ่มแซะเข้าไปตีเนียนของนั่งข้างๆด้วย

“เอ่อ...ขอนั่งด้วยคนได้ไหมคะพี่ๆ”

“โอ้ว...มาสิจ๊ะน้องสาว..ข้างๆพี่เลยยิ่งดี”

“ขอบคุณค่ะ..วันนี้อยู่ดึกมากไหมคะ?”

“ดึกจ้า...ทำไมหรอจ๊ะ”

“พอดีทับเหงาน่ะค่ะอยากมีคนไปส่งจัง”

“พี่ว่างนะจ๊ะ..หึๆ..พี่ไปส่งได้ไหมคะ?”

“ได้ค่ะ...หว่าดึกแล้ว..ไปส่งทับหน่อยสิคะ”
ฉันพยายามแหวกหน้าอกแล้วประชิดตัวเอาหน้าอกไปแนบที่พุงย้วยๆของหมอนี่อย่างขยะแขยงแต่ก็ต้องทำเพื่อคุณวาทับทนได้ค่ะ

“อึก..ได้..ได้จ้า..งั้นพี่ไปส่งนะ”

“อื้อ..พี่ขาไปกันเถอะค่ะทับง่วงจัง..”ระหว่างพูดอ่อยเหยื่อไปฉันก็ถูไถหน้าอกไปมาขึ้นลงอย่างยั่วยวนจนหมอนี่เริ่มทนไม่ไหวมือนั่นก็เริ่มลูบไล้ไปมาตามหัวไหล่ฉันอย่างวิสาสะ

“มา..มาค่ะไปกันดีกว่าเนอะ..”

“ค่ะพี่...”

เมื่อเหยื่อตกเบ็ดฉันก็ทำการล่อหลอกให้หมอนี่ตามมาเรื่อยๆจนมาถึงจุดที่คุณจอยซุ่มดักก่อนจะโผล่มาพร้อมถุงกระสอบที่ครอบหัวหมอนี่ไว้ต่อด้วยการเตะอัดไปสองสามทีจนมันเซและสลบแหมะไป

“เฮ้ออออ....เหนื่อยจัง”

“ไม่มีเวลาแล้ว..วินเอามันไปเค้นคำตอบมาเดี๋ยวนี้..เร็ว”

“ครับ...เฮ้ยเอามันไปที่โกดังเร็ว..”

“ครับพี่..ฮึบ...”
ตอนนี้ฉันทำได้แค่ยืนกอดอกมองไปมาระหว่างบอดี้การ์ดของคุณจอยกำลังทำการขนย้ายไอ้โบ้ขึ้นรถตู้ก่อนจะหายลับไป

“หิวข้าว...ไปกินกัน”

“คะ???...”

“หิว...อย่าถามตามมา”

คุณจอยออกอากาศหงุดหงิดเล็กน้อยและกึ่งจูงกึ่งลากฉันไปขึ้นรถก่อนจะพาบึ่งไปที่ร้านก๋วยเตี๋ยวที่ห่างออกมาค่อนข้างจะไกลจากบาร์ที่เราไป

“ลงมา...ป้าคะเอาเล็กแห้งหมู...เธอกินอะไร”

“เอาเหมือนกันก็ได้ค่ะ..”

“มานั่ง...”

“ค่าๆ..คุณแฟน..”ฉันยิ้มอย่างกรุ่มกริ่มตอนเรียกคุณจอยว่าแฟนแล้วคือแบบคุณจอยจะชอบหยุดชะงักแล้วทำหูทวนลมแต่ก็หูแดงซะแบบนี้ไงฉันถึงชอบแกล้ง

“น้ำ...เอาเย็นไหม?”

“ไม่ค่ะ...ตอนนี้ทับหนาวแล้วคงไม่เอาน้ำเย็นค่ะ”

“อื้อ...”คุณจอยพยักหน้าระหว่างเดินถือแก้วน้ำมาให้ก่อนจะเดินดุ่มๆไปที่รถแล้วหยิบเสื้อเชิ้ตแขนยาวมาคลุมให้ฉัน

“เอาไป....”

“ค่ะ...-///-)”สุดท้ายเราก็นั่งกินก๋วยเตี๋ยวเงียบๆระหว่างที่คุณจอยนั่งดูแชทมือถือไปมาระหว่างรอข่าวจากวิน

“ตรู๊ด....ปิ๊บ..ว่ามาวิน”

“ไอ้โบ้มันบอกว่าคุณวาอยู่ที่ท่าเรือเก่าฝั่งใต้ครับ...จะมีโกดังสีน้ำเงินแล้วก็มีซากเรือเก่าข้างหน้าครับเดี๋ยวผมจะส่งคนไปรอก่อนนะครับแล้วจะรีบตามไป”

“คุณจอย..”

“ขึ้นรถ...ป้าคะไม่ต้องทอน”

Partจอย

ฉันพาทับทิมมาด้วยแต่ก็เลือกที่จะให้อยู่ในตัวรถอีกฝั่งนึงที่ซ่อนไว้ ขับรถมาไม่นานก็ถึงโกดังที่ว่ายังดีที่มีคนจากบ้านใหญ่มาค่อยรอ

“อยู่ในนี้..ห้ามออกมาแล้วก็ห้ามเปิดไฟ..เข้าใจไหม”

“ค่ะ..คุณจอย..ระวังตัวด้วยนะคะ”

“อื้อ...”

ฉันจัดการบอกทับทิมให้ซ่อนตัวเรียบร้อยฉันก็เอี้ยวตัวไปเอาเสื้อเกราะกันกระสุนกับปืนที่ฉันพกติดตัวออกมาเตรียมพร้อมไปสมทบกับฝั่งบ้านใหญ่

“มีความเคลื่อนไหวอะไรบ้างไหม?”

“ไม่เลยครับ...ตอนนี้ไม่มีการเคลื่อนไหวใดๆแล้วก็..เสียงร้องของคุณวายุเริ่มเงียบลงไปด้วยครับ”

“กร็อด...บุกเลยได้ไหม?ฉันทนไม่ไหวแล้ว”

“ครับ...รอฟังสัญญาณ..1..2..3..ไป..”

ฉันแอบหลบมุมก่อนจะวิ่งไล่ไปตามซอกมุมกล่องเก่าๆตามเศษซากเรือนี่ ฝ่ายบ้านใหญ่เริ่มบุกเข้าไปได้ทีละคืบๆจนมาถึงโซนครั้งในแต่ก็ไม่พบใครนอกจากวายุในสภาพนอนจมกองเลือดหายใจพะงาบๆกับพื้นใจกลางโกดัง

“พรึ่บ...แหม่ๆ..ใครมาล่ะเนี่ย..”

“แกร๊ก...แก..ต้องการอะไรวะไอ้หลี”

“แหม่ๆรู้จักชื่อกูด้วย..มึงใช่ไหมที่ส่งทนายมาฟ้องร้องกู!!

“เออ..กูเองทำไม”

“มึง..อีสารเลว..มึงทำให้กูต้องหนีหัวซุกหัวซุน...ยิงแม่งเลย”

“ปัง..ปังๆๆๆๆ”

ช่วงยิงกันค่อนข้างจะชลมุนยังดีที่ฉันกลิ้งหลบได้และพาวายุในสภาพใกล้ตายมาหลบที่หลังกล่องพัสดุนี่ได้ทัน

“เตรียมจัดชุดใหญ่ให้มันสิ”

“ครับคุณจอย...”

สงครามห่ากระสุนก็ยังคงมีต่อเนื่องมาเรื่อยๆอย่างไม่มีสิ้นสุด จนสุดท้ายฉันต้องโทรเรียกให้วินมารับตัววายุโดยด่วนเพราะตอนนี้วายุโดนตัดเส้นใหญ่จนเกือบขาดไปหลายเส้นตอนนี้ฉันทำได้แค่กดผ้าห้ามเลือดไว้แค่ชั่วคราว

“วา..กูขอโทษนะมึง...”

“ฝากให้ผมหามเธอออกไปข้างนอกก่อนไหมครับคุณจอย”

“ฝากด้วย..ล่ะกัน..ฉันจะไปไล่มันเอง..”

จัดการพาตัวเองถือปืนกลหนักแล้วเริ่มออกฝีเท้าวิ่งกวาดไปมาระหว่างยิงสวนกับพวกไอ้หลีเจ๊กจนตอนนี้ตายไปหลายคนแล้วเพราะมีมือดีจากพ่อมาช่วยด้วยก็เลยงานง่าย เพราะเสี้ยนหนามหมดฉันก็โยนปืนทิ้งแล้ววิ่งไล่กวาดตามหลังไอ้หลีเจ๊กที่วิ่งหนีหัวซุกหัวซุนระหว่างที่ฉันไล่กวาดมันมาเรื่อยๆมันก็หันมายิงสวนกลับฉันไปหลายนัดจนฉันต้องหามุมหลบยิงสวนมาอีกรอบ

“ออกมาสิวะไอ้สารเลว..”

“เรื่องของกูอีxxxxxxx...อย่าอยู่เลยมึง..ปังๆๆ..”เสียงกระสุนการยิงดังมาเรื่อยๆจนฉันแอบส่องถึงเห็นว่ามันเดินผ่าหมากยิงอัดซึ่งๆหน้าฉันมาเรื่อยๆ

พอได้จังหวะฉันก็ทำการสไลด์พื้นแล้วจ่อยิงไปเน้นๆที่ขาของมัน

“ปังๆ...อ๊ากกกกกกกก...”

“ชิ....ไอ้กาก...”

“อ๊ากกก...เจ็บโว้ย....ปัง...ปังๆๆ”ไอ้บ้านี่ก็ยังคงยิงกระหน่ำอัดช่วงท้องฉันจนเสื้อฉันทะลุโบ๋หลายรู ถึงจะจุกนิดหน่อยแต่ก็เจ็บเอาเรื่องฉันแกล้งทำเป็นทรุดแล้วทุรนทุรายต่อหน้ามัน

“อ๊ากกก...เจ็บ..แค่กๆ...มึงไอ้เลว..”
“ฮ่าๆๆ..มึงฆ่ากูไม่ได้หรอก..”

“อ๊ากก...ฮ่าๆๆ...ไอ้ควายเอ๊ย...”

“มึง...อ๊ากก...พลัวะ...”

“เฮ้อ...บอกให้อยู่ในรถแล้วออกมาทำไมฮะ?ทับ”

“คุณจอย....”

“ช่างเถอะ..ไปๆไปรอที่รถเดี๋ยวฉันตามไป”

“อือ..ค่ะ”ฉันถึงกับงงเป็นไก่ตาแตกตอนรู้ว่าทับทิมใจเด็ดแอบเอาร้องเท้าส้นสูงตัวเองมาทุบหัวไอ้หลีจนน็อคหลับไปเลย

“แม่งเอ๊ย...อะไรวะเนี่ย”
สุดท้ายก็ดีที่จับตัวมันได้กับลูกน้องฉันให้วินจัดการพามันไปที่โรงพักโดยว่องโดนไม่คิดจะทำแผลห่าเหวอะไรให้

“วา.....กูขอโทษ..”

วายุอาการโคม่าโอกาสรอดมี30%เพราะเสียเลือดหนักและร่างกายบอบช้ำจากกระดูกที่หักราวภายในและแผลที่กำลังจะติดเชื้อ

ฉันใช้เวลาทุกๆวันในการมาเฝ้าดูแลมันอยู่ข้างๆระหว่างที่กำลังส่งคนไปซ่อมบ้านมันให้ใหม่และให้วูลฟ์ไปซ่อนตัวที่บ้านฉันชั่วคราวระหว่างที่วายุยังไม่ฟื้น

“มึง...กูขอโทษนะ..”

“ปิ๊บ..ปิ๊บ..”

ตอนนี้อะไรๆก็น่าจะดีขึ้นแล้ว คงอีกไม่นานแล้วความจำมันคงจะกลับมาใช่ไหม? ฉันเฝ้ารอดูแลสุขภาพมันแบบนี้ทุกวันจนผ่านมาราวๆเดือนเศษอาการก็เริ่มดีขึ้นเพราะตอนนั้นฉันหมั่นมาถ่ายโอนเลือดให้มันเกือบทุกอาทิตย์ระหว่างที่การผ่าตัดมีทุกอาทิตย์อย่างไม่หยุดหย่อน

เวลาผ่านไปรวดเร็วจนวายุเริ่มรู้สึกตัวได้เพียงเล็กน้อยแต่ก็ยังทำอะไรไม่ได้ อาจเป็นเพราะการตอบสนองทางร่างกายจากกระแสไฟฟ้าเลยอาจทำให้วายุขยับนิ้วได้นิดเดียวก็เถอะแต่อาการก็น่าเป็นห่วงอยู่ดีเพราะกระดูกที่แตกร้าวต้องได้รับการผ่าตัดครั้งใหญ่อีกครั้งคืออาทิตย์หน้าจะเป็นตัวชี้วัดว่าวายุจะรอดหรือไม่

“สู้ๆนะมึง...กูรอให้มึงมาถีบยอดหน้ากูอยู่”

“ก๊อกๆ...ขออนุญาตตรวจร่างกายคนไข้หน่อยนะคะ”

“ค่ะ...”

สุดท้ายก็ต้องล่าถอยกลับไปที่บ้าน และรายงานสุขภาพอาการของวายุที่ค่อยๆดีขึ้นที่ละนิดๆจนเหลือแต่การผ่าตัดครั้งสุดท้ายคือการชี้วัดจริงๆของวายุมัน

เพียงเพราะความช่วยเหลืองี่เง่าของฉันที่จะพยายามจะไปช่วยเหลือจากตอนนั้น กลายมาเป็นเรื่องบัดซบแบบนี้ก็เพราะฉันคนเดียวที่เป็นคนเริ่มมันซะเอง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

1 ความคิดเห็น