สัมผัสรักต้องห้าม

ตอนที่ 20 : ลูกหมาผู้หลงผิดNC

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 44
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 0 ครั้ง
    12 มี.ค. 64

ตอนที่20ลูกหมาผู้หลงผิดNC

ฉันทำได้แค่สะกิดเบาๆผู้หญิงที่นอนข้างๆให้ตื่น

“คุณคะ?..”

“คะ..กริ๊ดดดด...ไอ้วา..มึงทำอะไรกู”

“อ้าว..ข้าว?..”

“เออกูเอง..มึงทำอะไรกูวะวา..”

“เอ๊ะ??..ใครผิดลองมาเรียบเรียงให้ฟังก่อนสิ”

“ฉันจำได้ว่ามาส่งวูลฟ์ที่ห้องแล้วก็บังเอิญมาเจอแกนอนหลับคาพื้นก็เลยใจดีพามาส่งเตียง แต่ไหงแกกับฉันมานอนโป๊วะ...”

“ไม่รู้สิ..ฉันก็โป๊แค่ท่อนบนนะ..ไม่ได้มีอะไรเสียหาย”ฉันถกผ้าห่มออกดูก็ยังอยู่ครบส่วนล่างมีแต่ส่วนบนที่หายไป

“ส่วนฉัน..ไม่รู้สิวะ..ก็ครบนะโป๊แต่ท่อนบน..เดี๋ยวก่อน..ขอย้อนแป๊บว่ะ..”

“อือ..”ฉันพยักหน้ารับแล้วเท้าคางอย่างตั้งใจรอต้นข้าวพูดต่อ เห็นจอยบอกว่าต้นข้าวเป็นคู่กัดของฉันมานาน

“นึกออกแล้ว..เมื่อคืนแกอ้วกใส่ฉัน..ฉันก็เลยต้องปลอกเปลือกแกส่วนฉันก็โดนลูกหลงไป ถือว่าฟาดเคราะห์ล่ะกันวา เออๆไปแต่งตัวก่อนนะวะ”

“อือ”ฉันพยักหน้ารับกับต้นข้าวก่อนที่จะหายไปแต่งตัวในห้องน้ำแล้ววิ่งออกไป

ฉันนั่งกุมหัวตัวเองไปมาเพราะตอนนี้อาการแฮงค์เริ่มเล่นงานฉันซะแล้ว กว่าจะลุกได้ก็ปาไป9โมงกว่าเพราะดันหลับน็อคไปอีกรอบดื้อๆ

ฉันพยุงตัวเองไปเข้าห้องน้ำจัดการซะใหม่ก่อนจะเดินกุมขมับที่ปวดจี๊ดๆเดินออกจากห้องมาแล้วเดินตรงรี่ไปที่เคาท์เตอร์โรงแรมทันที

“ขอยา..แก้เมาค้าง...หน่อยค่ะ”

“รอสักครู่นะคะ”

ฉันยืนนวดขมับไปมาระหว่างรอยา พอได้ยาก็รีบเดินดุ่มๆไปที่ตู้กดน้ำทันทีแล้วจัดการกินยาซะ

“อ้าว...วาเป็นไงทำไมหน้าตาดูเน่าๆจัง”

“แค่กๆ...พรูด...”ฉันกำลังกินน้ำถึงกับพ่นกระจายเป็นน้ำพุกลางทางเดินเพราะคำทักทายตอนเช้าจากจอย

“ฮ่าๆๆ...ไอ้วาพ่นน้ำ”

“แค่กๆ..จอยไมแกล้งเราแบบนี้ล่ะ”

“เปล๊า..ไปกินข้าวเถอะเดี๋ยวฉันมานะ”

“อือๆ..”

ฉันหยักหน้าเล็กน้อยให้จอยก่อนจะเอาแก้วไปทิ้งแล้วเดินรี่มุ่งหน้าไปที่ห้องครัวทันที

Partวาจบ

ฉันเดินเลาะริมหาดไปเรื่อยๆระหว่างคิดอะไรเรื่อยเปื่อย

ตั้งแต่มาที่เกาะฉันก็แทบไม่ได้คุยกับแม่วาสักคำเดียว คงเพราะฉันทำตัวงี่เง่าใครๆก็เลยพลานเกลียดฉันไปด้วย ไม่ว่าจะเพราะนิสัยหรือการกระทำฉันก็ดูเด็กมาก ลองมาคิดๆดูแล้วฉันแทบไม่ได้คิดถึงเรื่องการเรียนต่อเลยสักนิดเดียวฉันจบม.6มาก็นานแล้วแต่ไม่คิดจะว่าแผนอนาคตตัวเอง เอาแต่ทำนู้นนี่เป็นเด็กๆ

“อยากเรียนต่อ...แต่ยังไม่มีอะไรในใจเลยแหะ...เฮ้อ”

ฉันทำได้ตอนนี้ก็แค่คิดเรื่องเรียนไประหว่างเดินเท้าเปล่าเลาะริมน้ำไปเรื่อย

“ต๊ะเอ๋..ทำไรคะตัวเล็ก..”เสียงพี่ข้าวถามดังมาจากข้างหลัง

“คิดเรื่องเรียนต่อค่ะพี่ข้าว...วูลฟ์ยังไม่รู้อนาคตตัวเองเลย”

“ค่อยๆคิดดูนะคะว่าตัวเล็กถนัดอะไร”

“ไม่มีค่ะ..ไม่มีเลย”

“อืม..งั้นอะไรคือสิ่งที่ตัวเล็กชอบล่ะค่ะ”

“กินค่ะ..กับเล่น”

“อืม..งั้นลองเดินสายเป็นพวกศิลป์ไหมคะ?..หรือจะทำอาหารแบบพี่ก็ได้นะ”

“ได้หรอคะพี่ข้าว..”

“ได้ค่ะ..แต่ตัวเล็กต้องรักในสิ่งนั้นจริงๆนะคะ”

“ค่า..วูลฟ์จะพยายาม”

“ดีค่ะ..”พี่ข้าวเดินมาใกล้ๆก่อนจะขยี้หัวฉันไปมาอย่างเอ็นดู

ฉันรักพี่ข้าวในสถานะแฟนแต่แม่วาฉันยังไม่รู้ ฉันรู้แต่รักมากรักจนอธิบายไม่ถูก ทุกๆครั้งที่เข้าใกล้หัวใจเต้นระรัวเหมือนมันจะระเบิดออกมา แต่กับพี่ข้าวฉันก็ยังคงมีความผูกพันเล็กๆที่พี่ข้าวมาเติมเต็มให้ในบางส่วน

ฉันควรจะทำยังไงดี..ฉันมันเป็นคนหลายใจสินะ

“พี่ข้าว..วูลฟ์จะทำยังไงต่อดีคะเรื่องของเรา”ฉันหันมามองหน้าพี่ต้นข้าวอย่างจริงจังกับเรื่องความสัมพันธ์ที่ฉันยังดื้อดึงจะเอามาคิดต่อ

“พี่ได้หมดค่ะตัวเล็ก..พี่ก็มีส่วนผิดเต็มๆ..ตัวเล็กคิดจะทำยังไงต่อไปคะ”

“วูลฟ์คิดว่า..เราเลิกกันได้ไหมคะ”

“ค่ะ..พี่ไม่ได้โทษตัวเล็กหรอกนะคะ...พี่เองนี่แหละค่ะที่ผิด...”

“พี่ข้าว..”

“ฮึก..ฮือ..ไม่มีอะไรค่ะแค่ฝุ่น..”ถึงพี่ข้าวจะพูดแบบนั้นแต่ก็ยอมให้ฉันรั้งตัวเข้ามากอดโดยดี เสียงสะอื้นเบาๆที่ผิดกับลักษณะภายนอกของพี่ข้าว พี่ข้าวกำลังอ่อนแอและฉันคือต้นตอของปัญหานี่ เราควรทำแบบนี้มานานแล้วสินะคะ

“วูลฟ์ขอโทษนะคะ..ที่ไม่ดีพอให้พี่ข้าวมารักเด็กงี่เง่าคนนี้”

“ฮึก..ไม่เลยค่ะ..พี่ผิดเอง..ฮืออ”

“โอ๋ๆ..ไม่ร้องนะคะ”

“ฮืออออ...”สุดท้ายพี่ข้าวก็กอดฉันร้องไห้อยู่แบบนั้นราวๆ10นาที

จนสุดท้ายพี่ข้าวก็ขอตัวไปสงบจิตใจตัวเองก่อน ก็เลยผละตัวออกห่างแล้ววิ่งหนีไปที่บ้านพัก

“พี่ข้าว..วูลฟ์ขอโทษค่ะ...ฮึกๆ”ฉันพยายามกลั้นน้ำตาตัวเองไม่ให้ไหลลงมา แต่มันก็ยังคงรินออกมาเรื่อยๆจนฉันต้องนั่งทรุดกับหาดแล้วกอดเข่าตัวเองจนตัวโยนอยู่แบบนั้นเงียบๆ

กว่าจะทำใจตัวเองให้หยุดร้องได้ก็เผลอนอนกลิ้งไปบนหาดซะงั้นกลายเป็นพะยูนน้อยคลุกทรายไปซะ

“ฮือๆ..”

“อ้าว..ทำไมมานอนแบบนี้ล่ะตัวเล็ก”

“ฮึกๆ..ฮือออแม่วาขา..”

ฉันนอนกลิ้งไปมาระหว่างชูมือขอกอดกับแม่วา แต่แม่วาก็ยืนลังเลสักแป๊บก่อนจะวิ่งตรงรี่ลงไปในทะเล

“แม่วา....”

“ซู่ม..ซ่า...คะ??”ฉันนอนกลิ้งดูแม่วาที่ตอนนี้กำลังเดินขึ้นจากทะเลสะบัดผมเป็นนางแบบบีกินีชุดแจ่มขึ้นมา ผิดกับฉันที่นอนตาปูดเป็นสัตว์ประหลาดคลุกฝุ่นแบบนี้

“มาค่ะตัวเล็ก..ไปอาบน้ำกันเอ้าฮึบ”แม่วาย่อตัวข้างหน้าฉันก่อนจะรวบตัวฉันขึ้นอุ้มไปแบบนี้

“แม่วา..เปื้อนนะคะ..ฮึกๆ..สูด..”

“ไม่เป็นไรค่ะ..พอดีไปเล่นน้ำทะเลมาเปื้อนอีกนิดหน่อยจะเป็นไรไปคะ?”

“แง..แม่วา”

“โอ๋ๆไม่ร้องสิคะ..ตาปูดน่าเกลียดแบบนี้เดี๋ยวก็ไม่มีแฟนนะคะ”

“ฮึกๆ..ไม่เป็นไรค่ะ”
สุดท้ายฉันก็ร้องไห้งอแงไปมากับแม่วาอยู่แบบนี้จนสุดท้ายก็โดนเอามาปล่อยหน้าห้องไล่ไปอาบน้ำแต่งตัวใหม่ เดี๋ยวแม่วาบอกจะมารับไปหาไรทำอย่างตกเบ็ด??

ผ่านไปราวๆครึ่งชม.แม่วาก็มาเคาะประตูเรียก

“ก๊อกๆ..เสร็จยังคะ”

“เสร็จ..แล้วค่า”

ฉันรีบวิ่งออกไปหาแม่วาทันทีหลังจากใช้เวลาในการทาครีมกับหาเสื้อแขนยาวนานไปหน่อย แม่วาก็ยังเหมือนเดิมเพิ่มเติมคือมีตาคล้ำนิดหน่อย

“แม่วา..ตาคล้ำจังคะ”

“อ่อ..พอดี..เอ่อ..อ่านข่าวดึกค่ะ”

“อ่อ..ค่ะแล้วจะไปตกเบ็ดที่ไหนหรอคะ?”

“พอดีจอยเตรียมให้แล้วรีบไปกันเถอะค่ะ”

“ค่ะ..”ฉันพยักหน้ารับคำแล้วเดินตามแม่มาเรื่อยๆ ถึงจะเดินช้าแค่ไหนแต่แม่วาก็ยังคงหยุดรอและกุมมือฉันเดินไปด้วยตลอดทาง

ฉันรักกับแม่ตัวเองไม่ได้หรอก...ฉันควรบอกกับตัวเองสิ

ถึงแบบนั้นหัวใจเจ้ากรรมก็ยังเต้นระรัวไม่หยุดตลอดเวลาๆที่เดินจูงมือกันไปที่ท่าเรือ

“อ้าวว่าไงจ๊ะวูลฟ์..แล้วหลัวไปไหนล่ะคะ??”เสียงตะโกนเจี้ยวจ้าวของจอยที่กำลังโหนไปมากับเสาท่าเรืออย่างสนุกสนาน

“ไม่มีค่ะ..ไม่มีแล้วค่ะ”ฉันก้มหน้างุดแล้วพูดเบาๆ

“อ่อ..งั้นชั่งเถอะ..นึกว่าจะได้จับคนถ่วงน้ำซะอีก”

“คะ?..อะไรนะคะพี่จอย??”

“ไม่มีๆ..ขึ้นๆจะพาไปตกเบ็ดเร็วๆแดดจะเผาแล้ว”

“คร้าบๆจอย..รอก่อนสิเด็กๆยังไม่รู้อะไรเลยนะ”

“ใครบอกให้ลากมาวะ..กูจะไปตกเบ็ดกับมึงเว้ยวา ตกเบ็ดไงแจ๊ะๆไงมึง”

“0.0)?????แจ๊ะๆ??..อะไรอ่าพี่จอย”

“-///-)ไม่มี...ไม่มีเว้ยไปขึ้นเรือ”

“-///-)...จอยหน้าไม่อายอ่า”

“โอ๊ยพอๆ..กูอายเว้ย..ขึ้นเรือเร็วทับทิมมัวแต่ดูทะเล เดี๋ยวก็ถีบลงแม่งซะนี่”

“ขอโทษค่า..คุณจอยย”

สุดท้ายพวกเราทั้ง4คนก็พากันขึ้นเรือด้วยความอีรุงตุงนังมากมาย จากการที่พี่ทับทิมเมาเรือเลยทำให้ทริปตกเบ็ดค่อนข้างหรรษา

พอมาถึงกลางจุดที่ปลาชุมก็ไม่เห็นมีใครทำอะไรนอกจากแม่วาที่มานั่งตกคนเดียวส่วนฉันก็ยังทำอะไรไม่ค่อยเป็นส่วนพี่สองคนนั้นก็หายไปไหนไม่รู้

“แดดร้อนนะตัวเล็ก..นี่ค่ะหมวก”

“ขอบคุณค่ะแม่วา..”

ฉันนั่งมองแม่วาที่กำลังตั้งอกตั้งใจกับการตกปลาในครั้งนี้ มุมข้างๆที่อ่อนโยนไม่ดุดันเหมือนเมื่อก่อน จะเป็นแบบไหนฉันก็ชอบหมดขอแค่เป็นแม่วาคนนี้ก็พอ

“ตัวเล็กคะ?...เป็นไรคะ?..หน้ามืดหรือเปล่า??”

“ไม่ค่ะ..แม่วาสอนวูลฟ์ตกปลาหน่อยสิคะ”

“ได้ค่ะ”

เราทั้งคู่ใช้เวลาค่อนข้างนานไปกับการตกปลา นานๆทีปลาจะกินเบ็ดทีแต่ก็ได้ตัวไม่ค่อยใหญ่ ส่วนสองคนนั้นก็หายเงียบไปในห้องเรือแล้วไม่รู้แอบหลับหรือเปล่าเงียบเชียว

“แกร๊ก...ปริ๊ดดดดดด...แม่วา..”

“ฮึบ....ดึงๆ..สนใจมาช่วยเย่อไหมคะ?”

"ค่าแม่วา..เอ้าฮึบบบ”

เราเย่อปลากันเกือบๆ10นาทีฉันก็เริ่มเห็นตัวปลาว่ายมาที่กราบเรือแล้ว

“แม่วา..ปลาค่ะ”

“ค่ะปลา...มาค่ะเดี๋ยวเย่อต่อเอง”

ฉันทำได้แค่ไปหยิบตะข่ายมารอตักปลาที่กราบเรือจนแม่วาเย่อมันได้มันก็ค่อยๆดิ้นไปมาอย่างอ่อนแรงจนในที่สุดเราก็ได้ปลา

“เดี๋ยวขอไปตามกัปตันก่อนนะคะ”

“ค่ะ..”ฉันยกตะข่ายนี่กับปลาที่กำลังเกี่ยวเหยื่อไว้ในปากเอาใส่ถังน้ำแข็งใบใหญ่ที่อยู่บนเรือกับเหล่าปลากเล็กๆที่จับมาได้

“อือ...อ่ากลับกันดีกว่า..หาววว”

“พี่จอย???..”

“คะ?วูลฟ์..หาวว..”

“พี่จอยลิปสติกเปื้อนน่ะค่ะตรงต้นคอ”

ฉันชี้จุดต้นคอตัวเองให้พี่จอยดูว่ามันเปื้อนเลอะค่อนข้างมาก

“เอ๊ะ..ค่ะ..อย่าไปสนใจเลยไปๆกลับโรงแรมกัน”ฉันแอบเหล่ตาไปมองพี่จอยที่ตอนนี้กำลังเขินจนหูแดงแปร๊ด

ส่วนแม่วาตอนนี้ก็นั่งกินลมชมวิวไปเรื่อย ส่วนฉันก็ทำได้แค่นั่งดูห่างๆจนมาถึงท่าเรือคุณจอยบอกยกปลาให้ชาวบ้านเอาไปซะหลังจากนั้นก็พากันไล่ทุกคนไปอาบน้ำใหม่บอกจะพาไปเที่ยวตลาดแถวนี้สักหน่อย ฉันก็เลยถูกต้อนแบบงงๆมากับชาวบ้าน ตั้งแต่เมื่อเช้าฉันก็ไม่เห็นพี่ต้นข้าวอีกเลย

หายไปไหนคะ...พี่ข้าว

ตกค่ำริมถนนจะเต็มไปด้วยชาวต่างชาติที่มาเดินควักไขว่ไปมาตามท้องถนนเป็นปกติ เพียงแต่วันนี้มีแม่วามาด้วยเริ่มทำให้การมาเดินตลาดครั้งนี้ดูแปลกไปกว่าทุกครั้งเพราะแม่แทบไม่มีเวลาให้ฉันฉันเลยเลือกที่จะหาความสุขใส่ตัวเองด้วยของเล่นหรือการเล่นเกมไม่ก็อ่านหนังสือ

“แม่วาคะ..จับมือหน่อยได้ไหมคะ..”

“คะ?..ได้ค่ะ”
เราเดินกุมมือกันไปแบบนี้เรื่อยๆจนมาถึงตลาดขายของที่คนกำลังเดินกันแน่นหนาแออัดค่อนข้างมาก

“มาอยู่ข้างหน้าสิคะตัวเล็ก..เดี๋ยวหลงนะ”

“ค่ะแม่..วา”

กลายเป็นฉันที่เดินนำแม่วาซะงั้นแต่ก็ดีหน่อยตรงที่ไม่ต้องหลงทางกัน เราซื้อขนมกับน้ำปั่นนิดหน่อยกลับไปกินระหว่างทางเดินริมถนน จนสุเท้ายก็ต้องแวะเข้าเซเว่นไปหาของกินต่อ

“แม่วา...”

“คะตัวเล็ก?..”

“วูลฟ์อยากดื่ม?..”

“คะ???”

สรุปก็คือกลายเป็นฉันที่แอบแม่วาซื้อ...มาดื่มเพราะอารมณ์ไหนก็ไม่รู้ ฉันรอแม่วาออกไปก่อนถึงจะรีบวิ่งตรงรี่ไปที่ตู้เครื่องดื่มทันทีซื้อมาค่อนข้างเยอะหลายขวดคงหนักเอาเรื่อง วันนี้คือวันเกิดฉันแม่วาคงจะลืมไปแล้ว แต่ฉันก็ไม่ถือสาหรอกเพราะแม่ยังจำอะไรไม่ได้ฉันอายุ19 วันที่15กย.ซึ่งตรงกับวันนี้ จ่ายเงินเรียบร้อยก็รีบวิ่งตรงรี่ไปที่แม่วาทันทีก่อนจะพากันเดินกลับบ้านแถมแม่วาก็แอบถามตลอดว่าในถุงคืออะไร

ระหว่างทางค่อนข้างจะมืดฉันก็เลยแอบเนียนๆไปก่อนว่าเป็นน้ำอัดลม

พอมาถึงห้องได้ก็รีบวิ่งรี่เอาบรรดาน้องๆสุราทั้งหลายไปแช่ตู้ทันที

“ฮ่า..คืนนี้พี่จะพาหนูไปเที่ยว..555”

ฉันยืนยิ้มกรุ่มกริ่มอยู่คนเดียวกับตู้เย็น จนแม่วาถึงกับมาเคาะประตูถาม

“ก๊อกๆ..ตัวเล็กทำไมรีบกลับห้องจังคะ”

“อ่อค่ะ...พอดีปวดฉี่ก็เลยรีบมาค่ะ เดี๋ยววูลฟ์ออกไปหานะคะ”

“งั้นไปเจอกันที่ห้องครัวนะคะแล้วมากินข้าวกันนะ”

“ค่า”

ฉันได้แต่ถอนหายใจกับตัวเองที่ยังกลบเกลื่อนทันก่อนจะรีบวิ่งเร็วจี๋ไปกินอาหารอย่างรวดเร็ว

พออิ่มได้ทีก็เริ่มเดินย่อยอาหารไปมาสุดท้ายก็ต้องมานั่งแหมะกับบาร์ที่นี่ พออดใจไม่ไหวก็สั่งแบบพั้นซ์มากิน1-2แก้วพอเริ่มกรึ่มๆได้ที่ก็เริ่มกลายเป็นหมาบ้าออกเดินไปทั่ว แถมยังไม่รู้ตัวด้วยซ้ำว่าตัวเองเดินห่างมาจากฝั่งที่พักของพี่จอยแล้วมาที่โรงแรมอีกฝั่งนึงแทนแถมตอนนี้กำลังเดินส่ายร่อนไปมากับตัวเองไม่พอ กำลังออกลายอ่อยผู้ชายที่เดินผ่านไปมาอย่างลืมตัวอีก

“อื้อ...สาวน้อยสนใจอีกสักแก้วไหมครับ”

“ค่า..ได้ค่ะ”ฉันรับแก้วจากผู้ชายพวกนี้หน้าตาเฉยแถมกำลังกอดนัวเนียเต้นไปมากันริมหาดด้วย

สัมผัสจากมือที่หยาบกร้านพวกนี้กำลังจุดไฟความหรรษาฉันอย่างเต็มเหนี่ยว จนในไม่ช้าดีเจก็ส่องไฟมาที่ฉัน

“โอโห้สาวน้อยคนนี้เธอเป็นใครมาจากไหน...ไม่ทราบว่าสนใจมาเต้นบนเวทีนี้ไหมครับ”

“ค่ะ..”ฉันตอบรับอย่างว่าง่ายเดินก้าวขาขึ้นเวทีพร้อมกับเต้นส่ายก้นไปมาอย่างหน้าไม่อายเผลอตัวอีกทีก็เริ่มรูดเสาอย่างสนุกสนานกลายเป็นจุดสนใจในทันทีของคนรอบบริเวณนั้น

Partวา

ฉันไม่เห็นตัวเล็กเลยไม่รู้หายไปไหน พอออกมาจากกินข้าวเสร็จก็หายไปเลยสุดท้ายก็ต้องมาถามบาร์

“อ่อผู้หญิงตัวเล็กๆน่ารักๆหรอครับ..ตอนนี้ออกไปปาร์ตี้กับหนุ่มๆฝั่งนู้นแล้วครับ”

ฉันมองตามนิ้วชี้ของบาร์เทนเดอร์ไปก็เจอตัวเล็กที่กำลังเปลืองผ้ารูดเสาอย่างคึกคะนอง ฉันไม่รอช้าออกวิ่งสุดฝีเท้าไปที่นั่นโดยว่อง พอฝ่าคนไปเท่านั้นแหละฉันก็ไม่เจอตัวเล็ก เห็นเพียงแค่รองเท้าแตะข้างนึงที่วางบนเวที ฉันเดินตามหารอบๆจนมาถึงมุมอับของโรงแรมเห็นผู้ชายคนนึงกำลังนัวเนียกับผู้หญิงอย่างเร้าอารมณ์ ฉันแสร้งทำเดินผ่านแต่ก็ออดใจไม่ได้ต้องเฉลียวมาอีกทีเป็นตัวเล็กกับผู้ชายคนนึงกำลังกอดฟัดนัวเนียอย่างถึงพริกถึงขิง

“เอ่อ..ขออนุญาตนะคะ”ฉันดึงไหล่ผู้ชายคนนั้นออกจากซอกคอของตัวเล็กพร้อมเหวี่ยงหมัดสวยๆให้หนึ่งตุบจนผู้ชายคนนั้นทรุดลงไปกองกับพื้น ทิ้งให้ตัวเล็กกำลังดิ้นทุรนทุรายไปมากับกำแพงอย่างอึดอัด

“ตัวเล็กคะ...กลับกันนะคะ”

“อือ...อ่า..”

ฉันรีบรวบตัวขึ้นมาแล้วออกเท้าเดินกลับไปที่พักโดยด่วน ดูจากท่าแล้วตัวเล็กคงจะโดนมอมยาค่อนข้างหนักจนตัวสั่นเทิ้มขนาดนี้ ทำไงดีนะตัวเราคิดสิๆ

รู้ตัวอีกทีก็พาตัวเล็กมาที่ห้องแล้ว ตอนนี้ทำได้แค่พยายามลดอาการของยาให้เบาลงโดยการเช็ดตัวและเฝ้าดูอาการต่อไปเรื่อยๆเพราะมันอาจจะร้ายแรงขึ้นมาก็ได้

“อื้อ...อ่า...อืมมม”

ตัวเล็กก็ยังคงรางอื้ออึงไม่ได้สติ แต่ก็ยังรู้สึกได้นิดหน่อย แต่ตัวเล็กก็พยายามสู้กับฤทธิ์ยาด้วยการถูขาไปมาของตัวเอง

ฉันตอนนี้ทำได้แค่นั่งเฝ้ามองตัวเล็กที่กำลังดิ้นทุรนทุรายอยางไม่รู้จะแก้ยังไง

**18+**

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

1 ความคิดเห็น