สัมผัสรักต้องห้าม

ตอนที่ 16 : พายุ

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 9
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 0 ครั้ง
    9 ก.พ. 62

ตอนที่16พายุ

ฉันนั่งเล่นคนเดียวกับโซฟากลางบ้านระหว่างนอนกลิ้งไปมาอย่างเบื่อหน่าย

“เฮ้อ...ฉันอยู่คนเดียวมาตลอดหรอเนี่ย?”

“ปิ๊งป่อง..ปิ๊งป่อง”

“ค่า?..”ฉันพยุงตัวลุกจากโซฟาไปเปิดประตูดูคนที่ริอาจมากดออดยามวิกาล

“ต๊ะเอ๋..แม่วา..อือคิดถึงจังค่ะ”หญิงสาวปริศนาโผตัวเข้ากอดฉันแน่นหนึบหน้าประตูแบบที่ฉันยังยืนงงอยู่

“คะ?..เอ่อขอโทษค่ะ..คุณจำคนผิดหรือเปล่าคะ”ฉันพยายามดันตัวเด็กคนนี้ออกจากฉันเพราะเธอเกาะฉันหนึบเลยอ่า

“อือ...ไม่ปล่อยๆ..วูลฟ์ไม่ปล่อยแม่วาอีกแล้ว”

“ฮัลโหลวา..หายดีแล้วหรอ?”ฉันเบนสายตาไปด้านหลังเด็กคนนี้เจอผู้หญิงอีกคนหัวหงอกขาวโพลนแต่ไกลกำลังยืนโบกมือทักทายฉัน

“ออกไปนะ..ฉันไม่รู้จักพวกคุณหรอกค่ะ”ฉันงัดมือเด็กคนนี้ออกแล้วผลักออกห่างจากตัวฉันก่อนจะปิดประตูลงกลอนอย่างแน่นหนา

“ฟู่ว..รอดแล้วคนพวกนี้อะไรกันเรารู้จักกันด้วยหรอ”ฉันอดไม่ได้ที่จะชะเง้อไปมองดูผ่านหน้าต่างดูว่าพวกนั้นไปยัง พอรู้ตัวว่าไปแล้วฉันก็รีวิ่งชิ่วไปแบกกระเป๋าหนีขึ้นบ้านเพราะกลัวว่าสองคันนั้นจะวกกลับมาอีกก็ได้

“กว้างจัง...”

ฉันเดินทอดน่องลากกระเป๋าไปกับพื้นระหว่างเดินสำรวจบ้านหลังนี้ไปเรื่อยๆ จนมาถึงห้องๆนึงที่เปิดอ้าไว้ฉันถือวิสาสะเดินเข้าไป ฉันถึงกับปล่อยมือวางกระเป๋าลงหน้าห้องทันทีตอนเดินมาเจอรูปๆนึงที่มีผู้หญิงวัยรุ่นกำลังอุ้มเด็กทารกในห่อผ้ากับผู้หญิงและผู้ชายที่ยืนข้างๆกันน่าจะเป็นพ่อแม่คนผู้หญิงวัยรุ่นคนนี้กำลังยืนยิ้มแฉ่งให้กล้องถ่าย

ฉันใช้มือลูบไปมากับรูปนี้ราวกับความคุ้นเคยที่ฉันรู้จัก ความรู้สึกอุ่นๆข้างในนี้คืออะไรนะ

ฉันมองสำรวจไปรอบๆห้องนี้อย่างคิดถึง อาการแปลกๆนี่คืออะไรนะ

ห้องนอนที่ว่างเปล่ากับโต๊ะทำงานมุมห้องและตู้หนังสือมากมาย กับตู้เสื้อผ้าตู้นึง

“โดดเดี่ยวจัง..”ฉันมองไปรอบๆแต่ก็ไม่เจออะไรที่รู้สึกคุ้นเคยได้สักอย่าง

“กว่าความจำจะกลับมาอีกนานแค่ไหนนะ..”

วันนี้ฉันก็เลือกที่จะนอนโซฟาตัวข้างล่างแทนเพราะกลัวเจ้าของบ้านจะมาว่าเอา ฉันถือวิสาสะเปิดตู้หาวัตถุดิบมาทำอะไรกินง่ายๆอย่างข้าวพัดแล้วก็มานั่งเปิดดูทีวีคนเดียว อยู่เงียบๆระหว่างนั่งกินข้าวไป

“อ่า..อิ่มจัง”นั่งรออาหารย่อยสักพักก็ล้างจานเก็บให้เรียบร้อยแล้วก็เดินมานั่งดูทีวีไปเรื่อยจน3ทุ่มกว่าก็ได้เวลาไปอาบน้ำ

“เสื้อผ้าล่ะ..อือทำไงดี ขอยืมหน่อยนะคะ”ฉันยกมือไหว้กับอากาศอย่างกังวลระหว่างเดินขึ้นไปหาชุดเสื้อผ้าจากห้องแรกที่เข้าไปก่อนจะถือลงมาอาบน้ำชั้นล่างต้องห้องครัว

“ขอยืมชุดหน่อยนะค่า”ฉันเดินพูดขออนุญาตคนเดียวตลอดทางไปอาบน้ำ

พออาบน้ำเสร็จเท่านั้นแหละไปดับพรึ่บต่อด้วยฟ้าร้องดังเปรี้ยง

“กริ๊ดดดดดดดดด”ฉันวิ่งกริ๊ดกร๊าดออกมาจากห้องน้ำระหว่างกำลังเช็ดตัว

ฉันงมทางไปเรื่อยๆจนมาถึงขอบราวบันไดได้ค่อยอุ่นใจขึ้นมาหน่อย ตัวก็โป๊แถมยังไฟดับทำอะไรต่อไม่ได้เลยง่า

นั่งกอดเข่าตัวเองสั่นริกๆกับขั้นบันไดระหว่างรอไฟติดฟ้าร้องก็ตลอด ฉันทำได้แค่กริ๊ดคนเดียวลั่นบ้านเพราะตกใจ

“ฮือๆ..ฟ้าจ้าหยุดร้องหน่อยนะ”

“เปรี้ยง..เปรี้ยง”

“แง..ไม่หยุดเลย”

“ก๊อกๆ..ก๊อก..แม่วา..ปัง..ปังๆ”เสียงทุบประตูดังลั่นมาแต่ไกลตามด้วยฟ้าร้องเป็นระยะๆจนฉันต้องกรีดร้องวิ่งหนีไปเรื่อยจนสะดุดขอบโต๊ะหน้าไถลลงกับพื้นดังตุบ

“โอ๊ย...เจ็บจัง”

“แม่วา..ปังๆ..แม่วาเป็นอะไรไหมคะ”

“รอก่อน..แป๊บค่ะ..อูยเจ็บจัง”ฉันพยายามใช้มือคล้ำพื้นไปเรื่อยๆจนมาถึงหน้าประตูจัดการงมหากลอนแล้วปลดออกจากนั้นก็ดึงประตูดังปัง ทั้งลมทั้งฝนสาดเข้าบ้านไปหมดตามด้วยเด็กผู้หญิงตัวเล็กๆที่กำลังยืนกอดอกหนาวสั่นตัวเปียกเทิ้มอยู่หน้าประตู

“แม่วา..”

“เข้ามาก่อนค่ะ..ข้างนอกมันหนาว”

เด็กคนนี้ยังคงยืนลังเลสักพักจนฉันทนไม่ไหวต้องดึงแขนเธอเข้ามาแล้วปิดประตู

“หนาวไหม..ไปอาบน้ำก่อนสิ”

“แม่วา...ค่ะ..วูลฟ์ไปอาบก็ได้..”เด็กคนนี้ยืนลังเลสักพักก่อนจะเดินขึ้นบ้านไปในสภาพเปียกแฉะ

“ทำไหมต้องวนกลับมาด้วยนะเด็กคนนี้แปลกจัง”

ฉันยืนบ่นงึมงำกับตัวเองก่อนจะงมทางไปเรื่อยๆจนถึงห้องน้ำก่อนจะใส่เสื้อผ้าเพราะตากฝนมาจากเมื่อกี้เริ่มหนาวแล้ว

“ฮัดชิ่ว..หนาวง่า”ฉันเริ่มยืนกอดอกแบบสั่นๆในห้องน้ำ

“ตึก..ตึก.ตึกๆ”เสียงวิ่งลงบันไดอย่างมาราทอน

“ปังๆๆ...แม่วา”

“คะ?..ขามีอะไรหรอคะ?”

“อาบน้ำ..ไม่สิ..เฝ้าวูลฟ์อาบน้ำหน่อยค่ะ”

“คะ?..แอ๊ด”สุดท้ายก็ต้องแง้มประตูมาดูเด็กคนนี้ที่กำลังยืนสั่นริกๆหน้าห้องน้ำกับเสื้อผ้าแล้วก็ผ้าขนหนู

“เข้าไป..เลยค่ะฉันจะยืนรอข้างนอก”

“ค่ะ..”

เธอยอมทำตามอย่างว่าง่ายเดินเข้าไปโดยไม่ร้องขออะไรเพิ่มสักนิด

“แม่วา...อยู่ไหมคะ”

“อยู่ค่ะ..ฉันไม่ทิ้งคุณหรอกนะคะ”

“อย่าทิ้งวูลฟ์นะ...”

“ไม่ทิ้งหรอกค่ะ..ฉันไม่กล้าไปไหนหรอกมืดแล้วน่ากลัวจะตาย”

“ค่า”

ฉันเริ่มรู้สึกว่าเสียงฟ้าร้องเงียบไปมีแต่ฝนที่สาดมาไม่ยั้งแทน

“ซ่า..ซ่าๆๆๆ”

“แอ๊ดดดด...เสร็จแล้วค่ะ”

“จ้า..งั้นไปนอนก่อนนะง่วงแล้ว”

“ค่ะแม่วา..”

“อ่ออีกเรื่องนะ..ฉันยังไม่รู้นะว่าเธอมีความสัมพันธ์กันแบบไหนแต่ตอนนี้ฉันรู้ว่าเธอเป็นแค่ลูกฉันใช่ไหม?หืม?”

“ค่ะ..วูลฟ์เป็นลูกคุณ”

“แล้วทำไมคุณต้องวนกลับมาที่นี่ด้วยล่ะคะ?”

“พอดี..พี่ต้นข้าวต้องมีธุระ วูลฟ์ก็เลยให้วนรถกลับมานี่ค่ะ”

“อ่า..งั้นกู๊ดไนท์นะคะ..ฝันดีค่ะคนแคระ”

“คะ???”

บอกลาฝันดีเด็กคนนี้เสร็จฉันก็ลาสังขารพาตัวเองมานอนฟุบกับโซฟาอย่างเหนื่อยหน่าย

“หาวววว..ง่วงจัง”ฉันนอนกระพริบตาปิ๊บๆในความมืด อีกใจก็ระแวงกลัวว่าผีจะออกมา

“ถ้ามีผีออกมาฉันควรทำไงดีนะ”

“ต๊ะเอ๋..”

“กริ๊ดดดดดดดดดดดดดด....ออกไปนะ นี่แนะๆไอ้ผีบ้า”ฉันคว้าหมับไปที่หมอนรองแล้วกระหน่ำฟาดแบบไม่ยั้ง

“เดี๋ยวแม่วา..วูลฟ์..วูลฟ์เองค่ะ”

“แกจะมาหลอกกินตับฉันหรอ นี่แน่ๆพัวะๆๆ”

“หยุดค่ะ..อ๊ะๆๆ..แม่วาอย่าตีวูลฟ์”

ฉันหลับตาปี๋แล้วก็ตีหมอนไปมั่วๆจนมันคว้าหมับเข้าที่แขนของฉัน ด้วยมือเล็กๆนี่

แถมยังเย็นเจี๊ยบด้วย ฮือตายมากี่ปีแล้ว

“แม่วา..แม่วา..ลืมตาก่อนค่ะ”

“เอ๊ะ?...ผีไปแล้วหรอ”ฉันกระพริบตาปิ๊บๆให้คุ้นชินกับไฟในบ้านหลังจากไฟเริ่มกลับมาทำงานแล้ว ก็เจอเด็กคนนี้นั่งคลุกเข่ากำแขนฉันไว้แน่น

“ค่ะ..ผีไปแล้ว^^

“ฟู่ว..โล่งอกไปที..แล้วทำไมไม่ไปนอนล่ะคะ”

“ไม่เอา..วูลฟ์อยากนอนกอดแม่วา ตลอดเวลาที่ไปหาแม่วาไม่ชอบอยู่ห้องเลยค่ะที่โรงบาล”

“อะฮะ..ก็สมควรนี่ เพราะฉันเหงาก็ต้องหาอะไรทำถูกแล้วล่ะ”ฉันเบนสายตาหนีเด็กคนนี้ที่กำลังทำน้ำตารินๆออกจากตาซะงั้น

“ฮึก..วูลฟ์ขอโทษ..วูลฟ์น่าจะไปหาแม่ให้บ่อยกว่านี้”พูดจบเด็กคนนี้ก็คว้าหมับดึงตัวฉันเข้าไปกอดอย่างแน่น

“ปล่อยได้ไหม...”

“อือ..ไม่ปล่อย”

“อะเคตามใจนะเพราะฉันง่วงแล้วจะนอน”

“อือ..”เด็กคนนี้ก็ยังคงก้มหน้างุดกับอกฉันไม่ยอมปล่อยอยู่ดี

จนสุดท้ายก็ต้องนั่งหาวนอนรอไปเรื่อยๆจนหลับคาอกฉันซะงั้น

“น้องคะ..ตื่นค่ะ”

“อือ..แง่มๆ..แจ๊บๆๆ”

“อ้าวหลับแบบนี้จะนอนไงเนี่ย...น้ำลายหกด้วย”ฉันงัดหน้าเด็กคนนี้ออกจากซอกอกก็เห็นว่านอนหลับคอพับแถมน้ำลายไหลย้อยเต็มอกฉันไปหมด

“แง..อย่าน้ำลายไหลสิเดี๋ยวเจ้าของบ้านจะว่า..”

“คร่อก..ฟี้..แจ๊บๆ”

“เฮ้อเป็นไงเป็นกัน..ฮึบบบ”ฉันย่อตัวลงแล้วก็อุ้มเด็กคนนี้ขึ้นมานอนบนโซฟา ส่วนฉันก็เสียสละความนุ่มนี่แล้วมานอนกับพื้นแทนเพราะเกรงใจ

“นอนบนนั้นคงอุ่นสินะ..งื้อ..”ฉันชะเง้อมามองดูตลอดว่าเด็กคนนี้จะนอนกลิ้งตกไหม

“นอนแบบนี้ก็ได้..กระซิกๆ”ฉันลากกระเป๋าตัวเองมานอนแทนหมอนแล้วก็นอนขุดคู่กอดเข่าตัวเองแล้วก็หลับไป

“ตุบ...”

“หือ..ห๋าอะไร”

ฉันเผลอสะดุ้งตื่นขึ้นอีกครั้งตอนเกือบเช้าราวๆตี5นิดๆเจอเด็กคนนี้นอนกลิ้งไหลตกโซฟามาทับฉันดังตุบเล่นซะจุกจนนอนต่อไม่ได้

“เฮ้อ..ไม่นอนก็ได้”ฉันลุกขึ้นจากการนอนกับพื้นแบบเหนื่อยหน่ายเพราะโดนเด็กคนนี้กวนเลยนอนต่อไม่ไหว เลยจัดการแบกขึ้นโซฟาอีกรอบ

“หาวว..กร็อบๆ..”ฉันลุกขึ้นมาบิดขี้เกียจไปมาก่อนจะเดินไปหยิบร้องเท้าตัวเองแล้วลองออกไปเดินเล่นข้างนอกดู  พอส่องหน้าต่างก็เห็นได้ว่าฝนหยุดไปแล้วแต่ข้างนอกก็ยังมีน้ำค้างปรายๆตามถนนจนเปียกแฉะ

“ออกไปเดินเล่นสักนิดคงดี เผื่อความจำจะกลับมา”

เดินไปวิ่งไปสลับกับเดินดูรอบๆหมู่บ้านที่นี่อย่างช้าๆแต่คุ้นเคย คงต้องใช้เวลาค่อนข้างนานความทรงจำถึงจะกลับมา แต่อีกนานแค่ไหนกันนะ

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

1 ความคิดเห็น