สัมผัสรักต้องห้าม

ตอนที่ 15 : ขี้เมาละเมอ

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 10
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 0 ครั้ง
    9 ก.พ. 62

ตอนที่15ขี้เมาละเมอ

ฉันสะดุ้งตื่นขึ้นมาตอนตี3เพราะถูกยัยทับทิมกลิ้งทับและกำลังพยายามปีนป่ายขึ้นตัวฉัน

“ออกไป...ย๊ากกก”ฉันจัดการงัดหน้าทับทิมออกจากซอกคอฉันที่ตอนนี้เจ้าคุณหล่อนก็กำลังพยายามกอดฉันอย่างแนบหนึบราวตุ๊กแกเกาะผนัง

“ออกไป..ออกไปนะทับทิมมม”

“อือ..อ่า..แง่มๆ”

แม่งไม่ตื่นด้วยเว้ยเฮ้ย โธ่เว้ยห่านจิกนี่

“โอ๊ยยัยนี่..”ฉันตะครุบมือของทับทิมที่กำลังปัดป่ายไปทั่วตัวฉันไว้ก่อนที่อะไรๆจะตื่น อย่างเช่นอาการเลือดขึ้นหน้าแล้วจับยัยนี่โยนออกจากระเบียงบ้านชั้น3

“อื้อๆ..อ๊า”

“โวยจะครางทำส้นตีนอะไรของเธอ”ฉันจับพลิกแล้วถีบยัยนี่ลงอัดกระแทกกับพื้นปูนดังตุบอย่างแรงจนยัยนั่นสะดุ้งตื่นทันที

“โอ๊ย...”

“เออ..สม”ฉันชะโงกหน้าไปดูผลงานตัวเองที่ตอนนี้ทับทิมนอนโอดครวญกลิ้งไปกลิ้งมาในสภาพล่อนจ้อนอล่างฉ่างโชว์เต็มตาฉัน

“โอ๊ย...ตาบอดแล้วว”

“คุณจอย....ช่วยทับด้วยย”

“ไม่เอา..เรื่องของเธอฉันจะนอน”

ฉันรีบหันตัวพลิกหนีแล้วดึงผ้าห่มคุมตัวทันที เบื่อขี้หน้ายัยนี่ชะมัดว่าแต่ไอ้วามันจับยัยนี่คุมตัวยังไงวะ

“อือ..คุณจอยทับเจ็บขา”

“เรื่องของเธอเว้ย..ฉันจะนอน”

“คุณจอย..ทับเจ็บจริงๆนะ”

“โอ๊ยๆไหนมาดูแผลดิวะ”ฉันทนไม่ไหวกับเสียงโอดครวญจนต้องไปดูสภาพใกล้ตายของยัยนี่ที่นอนตัวงอเพราะเจ็บขา เจ็บขาเชี่ยไรนอนตัวงอกันวะแสรดดด

“อือ..เจ็บง่า”ฉันจับขายัยนั่นพลิกดูไปดูมาก่อนจะเห็นว่ามันช้ำจนแดง

“เออๆกูผิดเองเอ้ากอดคอกูดิวะ เร็วๆดิ”

“อือ..”ยัยทับยอมกอดคออย่างว่าง่ายระหว่างฉันกำลังจับยัยนั่นไปนั่งกับเตียงแล้วพลิกดูขอเท้าไปมา ที่แท้เสียงดังๆก็มาจากข้อเท้าเคล็ด โอโห้ห่านไรเนี่ย พอเงยหน้าขึ้นเท่านั้นแหละป่าดงดิบทิ่มตาแทบแตก

“ปิด..สิวะ..”ฉันรีบเบือนหน้าหนีด้วยความโมโหจากการที่ยัยนั่นนั่งห้อยขาให้ฉันดูแถมไม่ยอมปิดป่าละเมาะด้วย

“อ๊าย...”

แม่งกว่าจะรู้ตัว ไอ้ห่านเอ๊ย

สุดท้ายก็ต้องมานั่งทำแผลให้ยัยนี่ตอนตี3แล้วก็ค่อยได้นอนต่อ

“อือ..คุณจอย”

“เออ..อะไร..กูจะนอน”

“ทับปวดฉี่”

“โอ๊ยเหี้ยอะไรนักหนา มาๆ”ถึงฉันจะด่าบ่นว่ายังไงสุดท้ายก็ต้องแบกยัยนี่ไปเข้าห้องน้ำอยู่ดี จนฉันยืนสัปหงกรอหน้าห้องน้ำ

“อือ..คุณจอยทับเสร็จแล้ว”

“หาว..เร็วดิวะลำไยเว้ย”

ฉันต้องทำหน้าที่เป็นขี้ข้ายัยนี่อุ้มไปนอนบนเตียงอย่างเหลืออด

“อือ..คุณจอยขอบคุณนะคะ”

“เรื่องเหี้ยอะไรของเธอวะ”

“วันนี้ไง..ขอบคุณนะคะ...จุ๊บ”เอ้าเชี่ยทับทิมพูดขอบคุณงึมงำๆข้างหูฉันก่อนจะมาจุ๊บฉันที่แก้มเบาๆแล้วก็หนีไปหลับ

“ทับ..-*-)เธอเล่นเหี้ยอะไรเนี่ย”

“คร่อก..ฟี้..คร่อกฟี้”

โอ๊ยประสาทจะแดก ฉันข่มตานอนลงได้ตอนตี4กว่าเพราะยัยทับมาเล่นบ้าๆทำให้ฉันนอนไม่หลับ แถมยังมาจุ๊บแก้มฉันเล่นซะขนลุกขนชันไปหมด

“โอ๊ยง่วงโว้ย...หาววว”สุดท้ายก็ได้หลับสมใจอยากตื่นอีกทีก็บ่ายแล้ว

ตื่นมาก็ไม่เจอใครไม่เห็นทับทิมด้วย ยัยบ้านี่หายไปไหนอีกวะโว้ย

ฉันลุกจากเตียงในสภาพหัวฟู่เล็กน้อยก่อนจะเข้าไปจัดการธุระส่วนตัวให้หมดจดแล้วก็กับมาใส่ชุดสบายๆตามปกติเดินลงไปข้างล่างก็เห็นยัยนั่นกำลังไปทำบ้าอะไรในครัวก็ไม่รู้ วุ่นวายอะไรในบ้านฉันอีกเนี่ย

“ทับทิม!!”ฉันตะโกนลั่นบ้านแล้วจ้องเขม็งไปที่ยัยตัวแสบนี่

“คะ..คุณจอยย”ทับทิมหน้าเจื่อนเล็กน้อยตอนหันมามองฉัน

“เธอคิดว่าเป็นใครถึงมาทำอะไรในบ้านฉันได้ตามใจชอบหรอ”ฉันเดินสาวเท้าก้าวเดินไปเรื่อยๆจนมาถึงทับทิม

“ก็เรา..เป็นคู่หมั้นกันนี่คะ?..หรือไม่ใช่”

“....”

โอ๊ยฉันอยากจะบ้าตาย ก็ได้ถ้าเธออยากจะเป็นสมใจอยากจนคันซะขนาดนี้ล่ะก็

“ใช่ค่ะ..เราเป็นคู่หมั้นกัน ไปค่ะที่รักไปเล่นน้ำกันเถอะค่ะ”ฉันฝืนยิ้มอย่างหงุดหงิดจนเส้นเลือดในหัวเต้นตุบๆไปหมด ฉันพายัยบ้านี่จูงมือมาเรื่อยๆเดินช้าๆเพราะขาเจ็บจนมาถึงสระน้ำข้างบ้าน ฉันไม่รอช้ารวบตัวยัยนี้ขึ้นแล้วก็

“อ๊ายยยย..คุณจอยจะทำอะไรคะ..ปล่อยทับทิมลงนะ”

“ก็รับเธอเป็นคู่หมั้นไง^_^”ฉันฉีกยิ้มอย่างแสยะแล้วก็ตู้มเดียวจอด

ฉันนั่งย่อเข่ามองดูยัยนี่ตะเกียจตะกายว่ายน้ำไปมาเหมือนลูกหมา จนเริ่มจะจมลงก้นสระลงไปเรื่อยๆ

“เอ้าเฮ้ย..อย่าพึ่งตายสิวะ..ยัยนี่กระจอกชะมัด”สุดท้ายก็ต้องลงไปงมหาซากที่จมน้ำของทับทิมที่นอนจมดิ่งลงไปก้นสระอย่างแน่นิ่ง

“ฟู่ว....อย่าตายสิวะ”ฉันอุ้มร่างที่ไม่ได้สติของยัยนี่ขึ้นมาข้างสระแล้วค่อยจัดการปีนขอบสระมาดูอาการที่เริ่มไม่หายใจแล้ว

“โอโห้นางเอก...นางเอกไปอีก..”

นั่งมองทับทิมก่อนจะตั้งสติผายปอดนางอย่างเร่งด่วน ทั้งกดทั้งเป่าก็ไม่ตื่นสุดท้ายใช้ท่าประจำกายอย่างการตบดังเพี๊ยะนึงทีจนทับทิมหน้าหันจากนั้นก็พายปอดต่อจนนางฟื้น

“แค่ก..แค่กๆ...คุณจอย..ทำไมคุณเล่นแรงแบบนี้ล่ะ..เพี๊ยะ”พอฟื้นสติได้นางก็ด่าเป็นชุดต่อด้วยตบหน้าฉันอีกฉาดนึงจนเซ ก่อนที่นางจะลุกวิ่งกระเพลกหายเข้าบ้านฉันไป

“โอ๊ย..เหี้ยอะไรเนี่ย ทับทิม..”วันนี้ทั้งวันฉันต้องทำการตามง้อทับทิมให้สำเร็จก่อนเธอจะหนีไปแล้วไม่ยอมมาเป็นแฟนปลอมๆของฉัน

Partจอยจบ

Partวายุ

ฉันนั่งเหงาในโรงบาลมาได้ราวๆเดือนกว่าแล้ว วันนี้ผู้หญิงที่ชอบมาปลอกผลไม้ให้ฉันกินไม่มาอีกแล้ว

“ไปไหนนะ..ไม่เห็นมาหาเลย”

“สวัสดีตอนบ่ายค่ะคุณวา...”

“ดีค่ะคุณพยาบาล...”

“วันนี้แผลเป็นไงบ้างคะ เจ็บหรือป่าว”

“ไม่เลยค่ะ..ไม่ค่อยเจ็บแล้ว”

อาทิตย์แรกๆฉันอาละวาดเป็นหมาบ้าพอหลังๆฉันเริ่มคุ้นชิน แล้วก็เลยไม่ค่อยทำร้ายใครเหมือนตอนแรกๆ

“พลิกตัวหน่อยนะคะ”

“ค่า”ทุกๆวันคุณพยาบาลจะมาทำความสะอาดล้างแผลให้ตลอด แต่วันนี้ค่อนข้างดีหน่อยหมอบอกว่าแผลหายเร็วกว่าที่คิดอีกไม่เกินอาทิตย์หน้าจะทำการถอดเหล็กดามออกแล้ว

“เสร็จแล้วค่ะ...วันนี้ก็ไม่มีใครมาเลยนะคะ”คุณพยาบาลยืนข้างเตียงแล้วมองไปรอบๆ

“ค่ะ..ไม่มีหรอกค่ะ พวกเค้าคงติดธุระกันมั้งคะ”

“คุณวายุคงเหงาแย่เลยสินะคะ ให้ฉันอยู่เป็นเพื่อนไหมคะ?”

“อ่อ..ไม่เป็นอะไรหรอกค่ะ ขอบคุณค่ะ”

“ค่ะ...แอ๊ด..ปึง”มองดูคุณพยาบาลที่หายลับไปกับประตูช้าๆ

“เฮ้อ..หิวจัง”ฉันทำได้แค่นอนกลิ้งไปมาบนเตียงอย่างเบื่อหน่าย จนสุดท้ายก็ต้องกระเตงตัวเองลงจากเตียงไปพร้อมเสาน้ำเกลือ เดินออกจาห้องไปเรื่อยๆลงไปข้างล่างเพื่อหาอะไรดูกับพวกคนไข้คนอื่นๆ

“ฮ่า..ถึงสักที”

ฉันถ่อสังขารพาตัวเองลงมาจนถึงห้องรวมที่คนไข้และเหล่าพยาบาลเดินกันพลุ่งพล่านไปทั่ว

ฉันปลีกตัวเองมานั่งดูข่าวคนเดียวเงียบๆก่อนจะกลับห้องไปแล้วก็กินข้าวและอาหารก่อนจะนอน

ตื่นเช้ามาก็เห็นเพียงเอกสารกับกระเป๋าของฉันที่มาวางไว้ข้างเตียงฉันที่ไม่รู้ว่ามาตอนไหน

“ของทุกอย่างที่แม่ต้องใช้อยู่ในนี้นะคะ..จากวูลฟ์”

“ใครกัน..ไม่เห็นรู้จักแหะ”ฉันรื้อค้นเอกสารทุกอย่างที่มีในนั้นจนหมด มีกระดาษเล็กๆแนบมาให้ด้วยข้อมูลทุกอย่างที่เกี่ยวกับบ้านและถนนเส้นหลักกลับบ้านด้วย

“อีกไม่นานฉันจะได้กลับบ้านแล้วสินะ”

ฉันเฝ้ารอทุกๆวันอย่างใจจดใจจ่อจนถึงอาทิตย์ล่าสุดที่ฉันต้องมาผ่าตัดเอาเหล็กดามออกจากร่าง วันนี้ก็ไม่มีใครมาหาเลยสักคน การผ่าตัดผ่านไปด้วยดีฉันสลบไป2วันกว่าจะฟื้นได้ ก็นอนยาวๆกับโรงบาลไปอีกจนครบโควต้า แล้วก็ต้องไปทำกายภาพบำบัดต่ออีก2อาทิตย์

“คุณวาคะ..ค่อยลองเดินโดยไม่มีไม้ค้ำดูนะคะ..ค่ะแบบนั้นแหละค่ะ ใช้ราวเหล็กประคองตัวไปเรื่อยๆนะคะ..ช้าๆแบบนั้นเลยค่ะ”

“ค่ะ...”

วันนี้เป็นวันแรกที่ได้ฝึกกายภาพบำบัด ฉันอยู่นี่ราวๆสองเดือนกว่าแล้วอีกไม่นานเกินรอก็กลับบ้านได้

ฝึกกายภาพบำบัดราวๆชม.กว่าคุณหมอก็ให้ไปพักตามปกติ ทำอย่างนี้เรื่อยๆช้าๆค่อยเป็นค่อยไปจนขาฉันเริ่มเดินได้เกือบเต็ม100% ส่วนแขนก็ต้องเข้าเฝือกไปอีกเพราะกระดูกค่อนข้างจะแตกสาหัส

ฉันทำแบบนี้ๆทุกวันจนดินได้ปกติก็เหลือแต่ต้องรอแขนหายดี ผ่าเฝือกออกค่อยมาทำกายภาพบำบัดต่อ จนครบ3เดือนเต็มฉันเริ่มหายดีก็ได้เวลากลับบ้านเสียที

ฉันเปลี่ยนชุดคนไข้เสร็จเรียบร้อยเป็นชุดปกติที่อยู่ในกระเป๋าก่อนจะเดินมุ่งหน้าไปรอจ่ายเงินแต่พยาบาลก็บอกว่ามีคนออกให้หมดแล้วจึงไม่จำเป็นต้องจ่ายอีกและก็จ่ายยามาราวๆ3-4ชนิดกลับบ้านไปกินอีกด้วย

ฉันเดินสะพายกระเป๋ามารอโบกแท็กซี่กลับบ้านคนเดียวหลังจากออกจากโรงบาลแล้ว

กว่าจะถึงบ้านก็เกือบเย็น

ฉันเดินเข้าบ้านอย่างกล้าๆกลัวๆเพราะฉันจำอะไรสักอย่างไม่ได้เลยรู้แต่เพียงตัวเองชื่อวายุ

“แกร๊ก...แอ๊ดดดด”ฉันไขกุญแจเปิดประตูบ้านเข้าไปแล้วงมทางหาสวิทไฟเปิดขึ้น จนสว่างไปทั่วบ้าน

“ทำไม..เงียบจัง”

ฉันวางกระเป๋าลงก่อนจะเดินออกสำรวจไปรอบๆบ้านอย่างใคร่รู้ตามประสา

“มีใครอยู่ไหมคะ?..”

ฉันเดินตะโกนรอบๆบ้านแต่ก็ไม่มีใครตอบรับ ว่าแต่คนชื่อวูลฟ์นี่เป็นใครนะ

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

1 ความคิดเห็น