สัมผัสรักต้องห้าม

ตอนที่ 14 : ยัยหมูตอน

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 8
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 0 ครั้ง
    9 ก.พ. 62

ตอนที่14ยัยหมูตอน

Partต้นข้าว

ฉันจูงมือตัวเล็กเดินหนีจากนักข่าวที่กำลังต้อนไอ้จอยจนมุม หลังจากวางระเบิดลูกใหญ่ให้มันก็รีบชิ่งหนี

“สั่งอะไรดีคะ?^^”ตอนนี้ตัวเล็กกำลังหันซ้ายหันขวามองไปมาดูวิวรอบๆ พอตกกลางคืนแล้วบรรยากาศจะน่าดูขึ้นเป็น10เพราะมันเงียบสงบคนไม่พลุ่งพล่านเหมือนช่วงเช้าเท่าที่ควร

“คะ?..พี่ข้าว”

“พี่ถามว่า..จะสั่งอะไรกินดีคะ”

“ขอวูลฟ์ดูหน่อยสิคะ”

ฉันยื่นรายการอาหารไปยังหน้าคนตัวเล็กที่กำลังมองไล่ตาส่องไปมาตามรายการในสมุด

“อยากกินอะไรก็สั่งได้เลยนะคะ..เดี๋ยวพี่ขอไปคุยโทรศัพท์แป๊บนะ”

“ค่ะพี่ข้าว”

ฉันเดินเลี่ยงออกมายังฝั่งข้างนอกตรงรถตัวเองแล้วจกมือถือขึ้นมาส่องดูรายชื่อแชทที่เด้งขึ้นระรัว

“ยัยหมู...ดื้อจริงนะ”ฉันยืนบ่นงึมงำกับตัวเองด้วยท่าทีค่อนข้างจะแสนปวดหัวกับยัยตัวประหลาดนี่ ที่ชอบแชทมาหาฉันรัวๆทุกๆเวลาที่ฉันมีธุระ

*โอ๊ย..เธอจะทักแชทอะไรฉันมานักหนาเนี่ย*

*คุณข้าว..ฉันเงินหมดโอนให้ที*

*อะไรนะ?..ฉันเป็นตู้กดเงินเธอตั้งแต่ตอนไหน..*

*คุณ..ฉันไม่มีเงินแล้ว..ฉันไม่มีสักบาทจะจ่ายค่าห้องค่าไฟค่าน้ำค่ากินอีกล่ะ*

*เท่าไหร่ เร็วๆฉันรีบ*

“4หมื่น*

*บ้าเธอสิค่าห้องบ้าอะไรแพงขนาดนั้น*

*คุณช่วยฉันทีนะๆเห็นแก่ที่ฉันช่วยคุณไว้นะ*

*เออๆเดี๋ยวโอนให้*

*เย้คุณน่ารักจัง*

*ไปรักกับบานประตูห้องเธอไป๊*

“โอ๊ยยัยหน้าเลือด ฉันไปหลวมตัวให้เธอช่วยฉันได้ไงเนี่ยยัยหมู”ฉันตะโกนลั่นกับตัวเองก่อนจะเดินไปที่โต๊ะแล้วมองสอดส่องหาวูลฟ์ที่ไม่รู้หายไปไหนแล้ว ตอนนี้มีเพียงอาหารที่วางทิ้งไว้ยังร้อนๆและจานข้าวที่ถูกกินไปสองสามคำ

“วูลฟ์..อยู่ไหนคะตัวเล็ก”ฉันเดินเรียกหาวนไปรอบๆร้านอย่างใจเย็นแบบที่ฉันทำตามปกติธรรมดา

แต่ก็ไร้วี่แววของตัวเล็ก

“สงสัยไปเข้าห้องน้ำมั้ง”สุดท้ายฉันก็นั่งกินข้าวเงียบๆระหว่างมองดูวิวแม่น้ำเจ้าพระยาที่ตอนนี้กำลังซัดคลื่นไปมาตามกระแสลม

“ฉันคิดถึงคุณจัง..ริน..”ฉันพูดเบาๆเหมือนกระซิบกับตัวเอง นานแค่ไหนแล้วนะที่ฉันไม่ได้คิดถึงเธอริน

“ต๊ะเอ๋..พี่ข้าว..”

“ห๋า?..คะวูลฟ์ ไปไหนมาเนี่ยพี่หาตั้งนาน”ฉันถึงกับสะดุ้งเล็กน้อยตอนวูลฟ์มาแตะตัว

“วูลฟ์ไปตักไอติมมาค่ะ ขอโทษนะคะที่ไม่ได้บอก”

“ไม่เป็นไรค่ะคนเก่ง มากินข้าวเร็วค่ะจะเย็นหมดแล้วเดี๋ยวไม่อร่อยนะ”

“ค่าพี่ข้าว^^

ฉันยังจำตอนที่ขอวูลฟ์เป็นแฟนได้นะ มันคือความรักจริงๆความรักที่เกิดจากการที่ฉันดูแลเอาใจใส่วูลฟ์แบบที่ฉันมักจะทำแบบนี้เสมอ การตกหลุมรักครั้งที่สอง

การกินข้าวก็ผ่านไปเงียบๆพร้อมกับเสียงเพลงจากนักดนตรีที่มักจะมาร้องสดให้ฟังทุกๆช่วง3ทุ่มกว่าถึง5ทุ่ม

“อ่า..อิ่มจังค่ะพี่ข้าว^^

“ค่ะ..แล้วชอบไหม?หืม”ฉันนั่งท้าวคางมองดูตัวเล็กที่กำลังยิ้มแก้มปริให้

“ช้อบ..ชอบเลยค่ะ”

“ค่ะ..พี่ก็ชอบ^_^”กลายเป็นฉันที่ดันมาหยอดมุขหวานๆเลี่ยนๆหลังจากกินข้าวให้แทน เรานั่งมองกันแบบนี้ราว5นาทีฉันก็เรียกเก็บบิลจ่ายเงินแล้วพาตัวเล็กกลับบ้าน

“หาว...”

“ง่วงแล้ว?..กินอิ่มก็ง่วงปุ๊บเลยแหะ”

“หาว...ก็วูลฟ์..หาววว..ถึงเวลานอนแล้วนี่คะ”

“ค่ะ..เอ้าฮึบ”ฉันย่อตัวเล็กน้อยก่อนจะอุ้มตัวเล็กไปขึ้นรถ ฉันไม่รอช้าที่จะแอบจูบไล้ไปตามริมฝีปากล่างอย่างคุ้นชิน ความหยอกเย้าที่ไม่รู้ประสีประสาของวูลฟ์ยิ่งกระตุ้นฉันเป็นอย่างดี

“อื้อ...”วูลฟ์เริ่มทุบไหล่ฉันอย่างห้ามปรามแต่สุดท้ายก็อ่อนแรง

“ฮ่า...ขอบคุณนะคะสำหรับค่าข้าว”

“อื้อ..พี่ข้าวบ้ากาม..นี่แน่ๆ”
“ฮ่าๆๆ...บ้ากามแล้วรักไหมคะ หืม?”

“ไม่รักแล้ว..เชอะ”

“กลับบ้านกันค่ะ”ฉันเอี้ยวตัวไปรัดเข็มขัดให้วูลฟ์ก่อนจะเริ่มสตาร์ทรถบึ่งกลับคอนโดทันที

พอขับมาถึงคอนโดเสร็จตัวเล็กก็ผล็อยหลับหนีไปก่อนทิ้งให้ฉันนั่งขำกับตัวเองก่อนจะปลดสายเข็มขัดออกแล้วทำการอุ้มลูกหมาตัวน้อยขี้เซ้าขึ้นลิฟต์ไป

“คร่อก..ฟี้..คร่อกฟี้”

“หลับสบายเลยนะคะ...”

ฉันยิ้มกริ่มกับวูลฟ์ที่หลับสบายในอ้อมแขนของฉัน หลังจากไขประตูห้องได้ก็รีบเดินเอาขี้เซ้ามาขึ้นเตียงในทันที

“อือ..แง่มๆ”

“เฮ้อ..เดี๋ยวพี่มานะคะ..จุ๊บ”ฉันจุ๊บลาตัวเล็กก่อนจะจัดแจงเอาหัวหนุนหมอนพร้อมกับห่มผ้าให้เรียบร้อย สุดท้ายก็ต้องไปจัดการยัยหมูตอนนั้นให้เข็ดหลาบ

ฉันวิ่งตาตั้งออกจากห้องเข้าลิฟต์แล้วตรงดิ่งไปที่รถก่อนจะเหยียบเข็มจนแตะ200กว่าวิ่งหายไปกับถนน ฉันกำลังประสาทเต้นตุบๆไปหมดพอรู้ว่ายัยหมูตอนหน้าเลือดนั่นกำลังขูดเลือดเนื้อฉันอีก ขับรถมาราวๆ15นาทีก็ถึงฉันตีไฟเลี้ยวเข้าไปจอดที่ในหอพักแห่งนึงที่ยัยหมูตอนเมษาพักอาศัย

หลังจากดับเครื่องรถเรียบร้อยฉันก็ถกแขนเสื้อขึ้นแล้วเดินมุ่งหน้าดุ่มๆขึ้นบันไดไปเรื่อยๆจนมาหยุดชั้น3ห้อง032

“ปัง..ปังๆ..เปิดสักทีสิโว้ยยัยหมู”ฉันรัวมือเคาะประตูห้องยัยนี่อย่างกระหน่ำ

“รู้แล้วๆ..หาววว”เสียงง่วงนอนเปิดประตูรับดังออกมาแต่ไกล

“แอ๊ด...”พอเปิดประตูได้เท่านั้นแหละฉันผลักไหล่ยัยหมูนี่เข้าห้องแล้วรีบเดินก้าวเท้าดุ่มๆตรงไปที่ห้องนอนของยัยนี่อย่างเช่นเคย

“ไหนเธอบอกว่าจะเลิก..ซื้อของพวกนี้ไง”ฉันตวาดขึ้นเสียงกับยัยหมูนี่อย่างเหลืออดเพราะเธอเอาเงินที่ฉันส่งทุกๆเดือนมาซื้อของแบบนี้เข้าห้องไง กระเป๋าหรู รองเท้าของแรร์ที่ยัยนี่บ่นนักหนาว่าหลายหมื่นแต่ก็ยังซื้อมา

“คุณข้าว..ฉันขอโทษ”ยัยหมูเดินคอตกแล้วมาเขย่าแขนฉันอย่างออดอ้อนเช่นเคย

“ฉันไม่สนใจคนแบบเธอแล้ว..ปล่อยฉันเมษ”

“ไม่ค่ะ..เมษจะไม่ปล่อยตู้กดเงินสดแบบคุณข้าวเด็ดขาด”

“ปล่อยฉัน!!..”ฉันเริ่มกดเสียงต่ำอย่างหมดความอดทนของยัยนี่ที่ชอบซื้อของแพงๆเข้าห้อง พวกติดหรูต้องโดนดัดนิสัย

“ฮือ..ไม่ค่ะเมษไม่เหลือใครแล้วนอกจากคุณข้าว พ่อกับแม่ก็ทิ้งเมษไป”

“ช่างหัวพ่อแม่เธอสิ..ฉันไม่ใช่พวกนั้น”ฉันเริ่มขึ้นเสียงอย่างหมดความอดทนจนเผลอสะบัดแขนแรงไปหน่อยจนยัยนี่เซถลาไปชนกับผนังกำแพงดังโป๊ก

“อือ..ฮือๆๆๆ...คุณข้าว..แงงงง”

โธ่เว้ยปวดกระบาลอีกแล้ว ฉันต้องคลานเข่าไปโอ๋ยัยนี่อย่างด่วนก่อนคนข้างๆห้องจะลุกขึ้นมาด่า

“เงียบ..ฉันบอกให้เงียบ”ฉันใช้มือตัวเองอุดปากยัยนี่ให้เงียบลงแล้วก็ดึงมากอดหลวมๆอย่างปลอบประโลม

“อือ..อือๆๆ..”

“เงียบ..ก็ได้ฉันยอมแพ้ พอใจเธอยัง”

“อือ..อือๆๆ...”

กว่ายัยนี่จะหายร้องฉันก็นั่งหาวไปหลายที พอหลับสนิทได้เท่านั้นฉันก็รีบชิ่งหนีขับรถกลับไปคอนโดทันที สงครามที่ไม่จบสิ้นระหว่างฉันกับหมูตอนนี่

Partต้นข้าวจบ

Partจอย

ฉันนั่งกินข้าวเงียบๆระหว่างเช็คหุ้นในตลาดไปพลางๆพอเงยหน้าออกมาอีกทียัยทับทิมก็ฟุบหลับคาโต๊ะไปพร้อมแก้วไวน์ในมือที่ยังคงกำแน่นไม่ปล่อย

“เอ้าเฮ้ย..ทับตื่นสิเฮ้ย”ฉันเขย่าตัวยัยนี่เป็นการใหญ่เนื่องจากเธอหลับแบบน้ำลายไหลย้อยเต็มโต๊ะ

“เอ่อ..เก็บโต๊ะด้วยค่ะ”ฉันรีบเรียกพนักงานมาเช็คบิลไวๆจะได้แบกยัยนี่ไปขึ้นรถพากลับไปนอนบ้านฉัน ฉันอุ้มยัยนี่ขึ้นไหล่ในสภาพเมาเละจนหัวฟู่นิดหน่อยแถมยังนอนกรนน้ำลายไหลเปียกเต็มไหลฉัน

“โธ่เว้ย..ยัยขี้เมา..เธอกำลังทำสูทราคาหลายแสนเสียชื่อนะเว้ย”ฉันกัดฟันอย่างอดทนจนแบกยัยนี่ยัดลงรถได้

“โอโห้คนหรือหมูหนักกว่าที่คิดนะเนี่ย”ฉันยืนลูบคางตัวเองอย่างพิจราณาทับทิมในสภาพนอนหลับไม่ได้สติและกำลังนอนบิดขาไปมาอวดขาขาวๆนั้นอย่างเต็มตาฉัน

“โอ๊ย..ตาฉันจะบอดไหมเนี่ย”สุดท้ายก็ต้องจำใจถอดสูทที่ใส่คลุมออกห่มให้ยัยนี่ก่อนจะรีบบึ่งรถกลับบ้านให้ทันที

“ปริ๊น..ปริ๊นๆ”

“มาแล้วครับๆ”

วินรีบวิ่งติดจรวดมาเปิดประตูให้ฉันอย่างรวดเร็วก่อนจะปิดประตูตามหลังให้เสร็จแล้วก็วิ่งหนีหายไปในความมืดของสนามหญ้าหน้าบ้านต่อ

“เอี๊ยด..พรึ่ม”

“ตื่นสิเฮ้ย..ยัยขี้เมา”

“อือ..อ่า..คุณวา”

“เอ้า..ไม่ตื่นหรอ..เออๆช่างเธอแล้วกัน”

ฉันบอกเสร็จก็เดินเข้าบ้านไปห้องนอนอาบน้ำให้เรียบร้อยแล้วก็ใส่เสื้อกล้ามกับกางเกงวอร์มเตรียมเข้านอน ฉันเหลือบไปมองที่นาฬิกาบอกเวลาว่าเที่ยงคืนแล้วฉันทิ้งยัยนั่นให้ยุงกัดตายมาชม.กว่าป่านนี้ยุงบ้านฉันคงท้องแตกตายไปแล้วมั้ง

“โอ๊ย..ลำไยเว้ย”ฉันทึ้งหัวตัวเองอย่างคลุมคลั่งระว่างเดินลงบันไดไปโรงจอดรถ แล้วเปิดไฟตรวจตาสอดส่องหายัยขี้เมานี่ที่ไม่รู้กลิ้งหายไปนอนไหน

“อือ...อ่า”

ฉันตามเสียงครางประหลาดๆของยัยนี่มาจนมาเจอในสภาพเลอะคราบฝุ่นเต็มหน้า คนบ้าอะไรละเมอมานอนคลุกฝุ่นกับโรงรถคนอื่น

“หึๆฮ่าๆๆๆ..ยัยบ้าเอ๊ย”สุดท้ายก็ต้องแบกยัยนี้ขึ้นห้องไปด้วย

จัดการอาบน้ำให้หมดจดและก็จับแก้ผ้าแล้วโยนขึ้นเตียงอย่างเหนื่อยหน่าย

“โอ๊ย..ยัยคออ่อน ลำบากฉันนะเว้ยคอยดูเถอะฉันจะเล่นเธอให้หนักทับ”

หลังจากทำกำจัดภาระได้เสร็จสิ้นฉันก็ปีนขึ้นเตียงอย่างหมดแรงแล้วก็หลับไปข้างๆยัยขี้เมานี่ที่เริ่มกรนเบาๆตามด้วยมือที่ปัดป่ายไปมาอย่างวิสาสะ

ฉันนอนข่มตาหลับอย่างหมดความอดทนจนกระทั่ง...



**ชี้แจงเล็กน้อยเรื่องตัวละครหน่อยนะคะ เห็นงงกันเยอะ**

***เหล่าพ่อบ้านใจกล้า***

คนแรก วายุ รับหน้าที่เป็นแม่เลี้ยงวูลฟ์มา18ปีเต็ม อายุ33ปี สูง171ซม.

สถานะโสดสนิทและยังคง ซิง!!! อารมณ์ค่อนข้างจะเข้มงวดและขึ้นง่ายเป็นพวกใจร้ายแต่แพ้น้ำตาคนอื่น มีความเป็นผู้นำสูง

หน้าตาออกไปฝรั่งเล็กน้อย ตาคม คิ้วเรียว ตาสีน้ำตาลอ่อน ผิวออกน้ำผึ้งๆ หุ่นแบบนักกีฬาเพราะชอบเล่นกีฬาบ่อย เลยค่อนข้างจะมีกล้ามเนื้อเยอะ

คนที่สอง ต้นข้าว เป็นตัวละครลับที่มาปั่นป่วนทุกคนๆ อายุ32ปี สูง171ซม.

สถานะไม่ทราบ อย่างอื่นความลับหมด อารมณ์ค่อนข้างจะนิ่งๆและเป็นคนง่ายสบายๆ ค่อนข้างซ่อนอารมณ์ชอบเอาใจคนอื่น ทำอาหารอร่อย

หน้าตาสไตล์เอเชีย ผมสีควันบุหรี่ คิ้วบากข้างซ้ายเพราะโดนวายุต่อยมา ตาคม ขนตางอนหนา ผิวค่อนข้างขาว หุ่นมีกล้ามเนื้อเล็กน้อยจากการเล่นบาส

คนที่สาม จอย หญิงสาวเจ้าแม่ขาโหด อายุ32ปี สูง165ซม.

สถานะคลุมเครือแต่ซิง!!! ปากร้ายไม่ใจดี ดุและยังกัดเก่งเป็นพวกร้ายๆแต่ก็นานๆทีจะมีมุมหวานๆกับคนอื่นบ้าง เจ้าอารมณ์ไม่ยอมคนง่ายๆ

หน้าตาหวานแบบคุณหนู เป็นลูกครึ่งออกไปทางฝรั่งเศส หุ่นค่อนข้างเพรียวเพราะฝึกยิงปีนบ่อยและชอบปีนเขา เลยมีกล้ามเนื้อเล็กน้อย

*อันนี้เป็นส่วนแรกๆที่พึ่งแต่งนะคะ ส่วนคนอื่นๆคงจะมาช้าหน่อย*

***เหล่าแม่บ้านขี้อ้อน***

คนแรก วูลฟ์ เป็นลูกเลี้ยงของวายุที่ถูกเก็บมาข้างถังขยะในตะกร้า อายุ18ย่าง19ปี  สูง155ซม.

สถานะคบกับต้นข้าวแบบไม่รู้ตัว และยังคงไม่โดนเจาะไข่แดง อารมณ์แบบเด็กๆราวๆ9-10ขวบ ขี้อ้อนเจ้าน้ำตา ขี้เล่นแถมยังไม่รู้ประสีประสา โตแต่ตัวที่แท้จริง

หน้าตาไปฝรั่งยุโรปเกือบหมดเว้นตาสีตาที่ออกน้ำตาลเข้ม คิ้วเรียว แก้มป่อง ขนตาค่อนข้างหนาเล็กน้อย และชอบตัดผมสั้นประมาณต้นคอ รูปร่างนุ่มนิ่มมีพุงเล็กน้อย

คนที่สอง ทับทิม เลขาวายุ อายุ28ปี ส่วนสูง 159ซม.

สถานะคลุมเครือกับจอย แล้วก็โดนเจาะไข่แดงแล้วโดยวายุ เป็นพวกนิสัยแบบแมว เปลี่ยนไปเปลี่ยนมา ตามไม่ทัน

หน้าตาไปทางเอเชียผิวขาวตาโต คิ้วเรียว ปากเชิดๆคล้ายพวกหยิ่ง รูปร่างจัดว่านาฬิกาทรายได้รูป เพราะเป็นพวกชอบเข้ายิม

คนที่สาม เมษา ตัวละครลับ อายุ24ปี สูง155ซม.

สถานะตัวละครลับ มีความสัมพันธ์คลุมเครือกับต้นข้าวในทางปฏิบัติและแนวปรนเปรอในรูปแบบของ....

หน้าตาออกจิ้มลิ้ม แก้มป่อง คิ้วค่อนข้างบางเล็กน้อย ตาสองชั้นขนตางอนเด้งแบบกันสาดอาย ปากเชิด รูปร่างค่อนข้างเล็กและอวบ ก็เลยทำให้ส่วนบนมีขนาดที่มหึมา

และข้างล่างที่แน่นไปด้วยไขมันและก้อนเนื้อเล็กๆที่สลายหายไปกับกระดูก

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

1 ความคิดเห็น