สัมผัสรักต้องห้าม

ตอนที่ 13 : โป๊ะแตก

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 10
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 0 ครั้ง
    9 ก.พ. 62

ตอนที่13โป๊ะแตก

วันนี้เป็นวันที่ค่อนข้างจะสนุกสนานนิดหน่อยเพราะได้มาเที่ยวกับแฟนคนแรก คือพี่ต้นข้าวที่พาออกมาหาอะไรทำเห็นบอกว่าไปเยี่ยมแม่บ่อยเกินกว่าจะอึดอัดเลยพามาสูดอากาศข้างนอกบ้าง

“เย็นนี้ไปกิน..อาหารกันไหม?”

“ร้านไหนอ่าพี่ข้าว?..”

“ร้านที่ดีเหมาะสำหรับคนน่ารักแบบวูลฟ์ไงคะ”

“แหม่..ปากหวานจริงเชียว”

“อย่างอื่นก็หวานนะ..เคยชิมมาแล้วนี่”

“บ้า..(>///<)”

“ฮ่าๆๆ...”

“ไปตรงนู้นกันเถอะเดินตากแดดมากเดี๋ยวไม่สบาย..มาค่ะ”

“ค่ะ..”พี่ข้าวอาสาเป็นคนเดินนำแถมยังจูงมือฉันซะแน่นอีก เล่นเอาเหงื่อชุมไปเลย ก็นานๆทีอยากลองทำอะไรแบบนี้บ้างก็เลยตามใจพี่ข้าว แต่ถ้าขอมากเกินไปคงต้องมีลงโทษบ้างอะไรแบบนี้แหละไม่ไหวๆอ้อนเก่งเหลือเกิน

เราเดินกันจนมาถึงร้านอาหารญี่ปุ่นชื่อดังแถวโซนนี้พี่ข้าวพาเลี้ยวเข้าไปอย่างไว

“ยินดีต้อนรับค่ะลูกค้า เชิญนั่งได้เลยค่ะ”

“กินอะไรดีคะ”

“อืม..เอาที่พี่ข้าวชอบ”

“พี่ชอบทุกอย่างเลยอ่า..อร่อยนะ”ปากบอกว่าอร่อยแต่ก็มองตาฉันซะแบบนี้

น่าตีสักเพี๊ยะจริงเชียว

“วูลฟ์คะ..ก๊อซซิล่าเดินผ่าน”

“ไหนคะ..”

“จุ๊บ..”

“อ๊ายยย..พี่ข้าวชอบแกล้งอ่า...งือไม่คุยด้วยแล้ว”

“เอ้า..แต่อาหารอร่อยนะ..ไม่คุยจริงอ่า”

“คุยก็ได้...”

วันนี้เราก็ได้ประธานเปิดงานคือพี่ข้าวที่เสียสละเปย์เราแบบไม่บันยะบันยั้ง เล่นซะนั่งกินจนจุก ระหว่างนั่งรออาหารย่อยฉันก็หันหน้าไปทางบันไดเลื่อนและเห็นสองคนที่รู้จักกำลังทำท่าทางลับล่อๆ ลากจูงกันเหมือนคุณทับจะขัดขืนแฮะแต่ก็ยังโดนลากไปตามทางอยู่ดี

“คุณจอยคะ...เราจะไปไหนกันคะ”

“มากับฉันก่อนเถอะน่า”

“เอ๊ะ...นั้นคุณทับทิมนี่”

“เห็นอะไรหรอคะวูลฟ์?..”

พี่ข้าวรีบหันไปมองตามที่ฉันเห็น

“อ้าว..จอยนี่”

“พี่ข้าวรู้จักพี่จอยด้วยหรอคะ..”

“อ่อรู้สิมันเป็นเพื่อนสมัยเรียนเอาง่ายนะๆพวกเราทั้งหมดก็เป็นเพื่อนสนิทกันนั้นแหละนะ”

“ค่ะ..กินอิ่มแล้วงั้นเราก็ไปหาอะไรทำต่อเถอะค่ะ”

“ค่า..เก็บเงินหน่อยค่ะ”

สองคนนั้นมาทำอะไรแถวนี้กัน

วันนี้ทั้งวันเราก็เอาแต่เที่ยวเล่นเดินซื้อของไปเรื่อย พี่ข้าวก็อาสาเป็นคนออกค่าใช้จ่ายให้ทั้งหมดถือซะว่าตอบแทนเล็กน้อยๆที่ให้อยู่บ้าน

“ตั้งแต่วันนั้นนะคะ..วูลฟ์ก็ไม่ได้เจอหมอนั้นอีกเลย”

“สงสัยคงไปดีแล้วมั้งคะ..ผู้ชายสมัยนี้น่ากลัวจะตาย”

“คุณจอยคะ..ทับปวดขาไปหมดแล้วนะคะ”

“เร็วๆเข้าเธอมีงานที่ต้องทำอีกเยอะ”

สองคนนั้นเดินตัดหน้าฉันและพี่ข้าวไปอย่างรวดเร็ว ทิ้งให้พี่ทับทิมเดินขาลากเพราะปวดเท้าอย่างทรมาน ไม่ช้าพี่จอยก็วนกลับมารับพี่ทับไปแล้วเดินจูงมือไปต่อ

“อะไรกันวะเนี่ยสองคนนี้..ฮ่าๆๆ”

“เรารีบไปอีกฝั่งกันเถอะนะคะ”

“ค่ะ...”ฉันเป็นฝ่ายออกแรงจูงมือพี่ข้าวเดินหนีจากสองคนนั้นอย่างรวดเร็ว เดี๋ยวจะมีข่าวเสียๆหายเกี่ยวกับแม่ขึ้นมาอีก

เราเดินเลี่ยงกันมานั่งตรงโซนม้านั่งยาวตรงน้ำพุในห้าง เดินทอดน่องมานานเลยหาที่พักผ่อน

“กินไอติมไหมคะ?ตัวเล็ก..”

“กินค่ะ..วูลฟ์ขอช็อกโกแลตนะคะ”

“รอสักครู่นะคะ”

พี่ข้าวพูดจบก็รีบเดินไปร้านไอติมอย่างไวทิ้งให้ฉันนั่งตีขาเล่นไปมาอย่างสนุก

“คุณจอยคะ..ทับเหนื่อยแล้วนะคะ”

“แต่เธอต้องทำนะทับ..เธอเป็นของฉันแล้ว”

ห๋า?...อะไรวะเนี่ย

“คุณจอย..พูดอะไรในห้างแบบนี้คะ..-///-)”

“ก็เธออ่า..ไม่ทำแบบที่ฉันชอบ”

*หมายถึงเรื่องตัดผมนะ*

“ฉันไม่ชอบแบบนี้นี่คะ..”

“แต่เธอต้องทำ..เธอไม่มีทางเลือก”

เอาแล้วกำลังเกิดมวยในห้าง เชียร์ทีมไหนดีวะเนี่ย

“เธอ..ต้องทำนะ”

“ไม่ทำค่ะ..”

“เธอเลือกเองนะ..”พูดจบพี่จอยก็รวบตัวพี่ทับขึ้นหลังแล้วเดินมุ่งหน้าดุ่มๆมาที่น้ำพุตรงที่ฉันนั่งแล้วก็จับพี่ทับทิมทุ่มลงไปกับน้ำพุซะเต็มแรงจนน้ำกระฉอกเต็มตัวฉันไปหมด

“กริ๊ดดด...คุณจอย”

“อะไร..ก็เธอไม่อยากทำเองนี่..พอใจยังจะได้ไปต่อ”

“แต่ทับเปียกนะคะ”

“อ่าๆ...เดี๋ยวไปเปลี่ยนเสื้อผ้าในห้องน้ำ..ลุกขึ้นมา..”

“ก็ได้ค่ะ..”พี่ทับทิมยอมลุกขึ้นอย่างว่างง่ายสุดท้ายก็โดนพี่จอยรวบไปอุ้มอยู่ดี จนทั้งคู่เดินลับหายไปทางห้องน้ำ

“อ้าวตัวเล็กคะ..ทำไหมเปียกแบบนี้ล่ะคะ”

“อ่อ..อุบัติเหตุนิดหน่อยเองค่ะ”

“เดี๋ยวไม่สบายนะคะ..พี่ฝากถือไอติมก่อนนะคะ”

“ค่ะ”

แล้วพี่ต้นข้าวก็ทำการถอดเสื้อนอกแขนยาวให้ฉันใส่โดยพี่ต้นข้าวนั้นมีแค่เสื้อกล้ามเปล่าๆแทนซะงั้น

“ใส่ไว้นะคะ..เดี๋ยวไม่สบาย”

“พี่ข้าว...”

“คะตัวเล็ก..^^

“งื้อ..”

หลังจากพากันกินไอติมจนหมดพี่ข้าวก็พาไปดูหนังต่อ ไม่วายเจอสองคนนั้นเดินกัดกันไปมาวับแวมๆหน้าโรงหนังอีก

“สองคนนี้นี่มีพลังจิตหรือไงเจอเราไปซะทุกทีเลยอ่าพี่ข้าว..”

“ไม่รู้สิคะ..รอบฉายมาแล้วไปซื้อตั๋วกันค่ะ”

“ค่ะ”

หลังจากได้ตั๋วแล้วพี่ข้าวก็พาไปซื้อป๊อบคอนกับน้ำเข้าไปกินในโรงหนัง แล้วก็ยังเจอสองคนนั้นนั่งกินป๊อบคอนข้างๆอีกด้วยตอนเดินมาถึงที่นั่ง

“อ้าวน้องวูลฟ์...มาดูหนังหรอคะ”

“ค่ะพี่จอย..”

“อ้าวว่าไงคุณจอย..เป็นไงมาไงถึงมาสิงตรงนี้ได้วะ”

“โอโห้นั่นปากหรอวะ..เดินซื้อตั๋วเข้ามาเว้ยมีเงินพอ”

“ดีใจด้วยมีเงินค่าตั๋ว..แต่ไม่มีเงินค่ารถกลับบ้านสินะ”

“ระดับกูเดินเอาวะ5555”

“เออๆประหยัดๆบ้านมึงรวยเกินเดินเอาบ้างก็ดี”

“บ้านมึงก็รวยอย่ามาแหล”

“พี่คะ..หนังฉายแล้ว..เบาๆด้วยค่ะ”เป็นฉันที่ต้องทำหน้าที่ห้ามศึกสองคนนี้ที่กัดกันไปกันมาข้ามหัวกันอย่างสนุกสนานไม่เกรงใจคนอื่นๆที่นั่งเกินเลย โตแต่ตัวสินะ

นั่งดูไปกลางเรื่องพอหันมาดูก็เห็นว่าสองคนนี้หลับหมดแล้วเหลือแต่ฉันกับพี่ทับทิมที่นั่งหาวหวอดๆไปมา

“ไม่ง่วงหรอ..น้องวูลฟ์”

“ไม่ค่ะพี่...วูลฟ์ทนไหว..หาวว”

หลังจากหาวได้ไม่เกิน5นาทีฉันก็ตาปิดลงในไม่ช้า รู้สึกตัวอีกทีก็อยู่บนเตียงนุ่มๆในห้องพี่ข้าวแล้ว

“ตื่นแล้วหรอคะตัวเล็ก..”

“หาว..ตื่นแล้วค่ะพี่ข้าว ว่าแต่เกิดอะไรขึ้นหรอคะ”

“ไม่มีนี่ค่ะทุกๆคนพากันนอนหลับหมดรู้ตัวอีกทีหนังก็จบ พอปลุกไม่มีใครตื่นก็เลยต้องพากันอุ้มไปขึ้นรถกันหมด ส่วนจอยกับทับทิมนอนกอดกันหลับปุ๋ยจนบอดี้การ์ดต้องเอาเปลสนามมาแบกไปที่รถ คนงี้แตกตื่นกันนึกว่ามีคนตายคาโรงหนัง”

“5555สมควรแหละค่ะ ถ้าจะอลังขนาดนั้น”

“อาบน้ำแต่งตัวกันค่ะเราจะไปกินอาหารค่ะกันแล้ว..”

“ค่ะคุณแฟน..จุ๊บ”

หลังจากแต่งตัวเสร็จเรียบร้อยพี่ต้นข้าวก็รีบพาบึ่งรถมาที่ร้านอาหารเรือนริมน้ำทันที

“บรรยากาศร่มรื่นดีนะคะพี่ข้าว”

“ค่ะ..เรารีบเข้าไปกันเถอะ”

Partจอย

ฉันนั่งรอทับทิมแต่ตัวสักชม.กว่าเห็นจะได้ นั่นจะทำให้เราไปเลทนะ

“ทับเสร็จยัง..ฉันหิว”

“ยังค่ะคุณจอย..ทับรูดซิบไม่ได้”

“ไหน..”ฉันรีบเดินแหวกม่านเข้าไปหาทับทิมอย่างหงุดหงิดที่ตอนนี้เธอรูดซิบไม่ได้เพราะติดเนื้อผ้าที่กินกัน

“แค่รูดซิบ..ปรื้ดดด..เห็นม๊ะได้แล้ว..เธอแค่อ้ว---แค่กๆ”

“คุณจอยปากเสียจังคะ..”

“แหม่ๆ..เคยลองแล้วหรอถึงรู้ว่าฉันปากเสีย เดี๋ยวเถอะ”

“ไปค่ะ..ทับก็หิวแล้ว”

สุดท้ายฉันก็ต้องออกแรงจูงมือยัยตัวป่วนนี่ไปขึ้นรถ ทำไมเราถึงกัดกันดีขนาดนี้นะกินอาหารบูดหรือป่าวเลยกัดกันตลอดเวลาแบบนี้

วันนี้ฉันจับทับทิมแต่งตัวเป็นแฟนสาวปลอมๆไปที่ร้านของไอ้วามันร้านมันชื่อเรือนริมน้ำ ติดแม่น้ำเจ้าพะยาวิวดีจะตายคนเยอะแถมฉันยังโดนจองตัวไปสัมภาษณ์เรื่องแฟนอีก ก็เลยต้องหลอกว่าฉันกับทับทิมเป็นแฟนกันบังหน้าเรื่องที่พ่อจะจับคลุมถุงชน

“เร็วๆสิคะคุณจอย..ทับหิว”

“ใจเย็นๆสิแม่คุณ..ฉันก็หิวแต่รถมันติดจะให้ฉันทำยังไง”

“ทำไมคุณไม่ขี่เฮอร์ลิคอปเตอร์ล่ะคะ..จะได้ไปไว”

“ฉันก็มีแต่ขับไม่ได้..เพราะร้านไอ้วามันไม่มีที่จอด”

“โอโห้คุณรวยขนาดไหนกันเนี่ยคุณจอย”

“เสือก..”

คำเดียวและคำสุดท้ายที่พูดออกจากปากฉัน ถูกยัยทับตบซะหน้าแดงเถือกเป็นริ้วรอยมือเบ้อเร่อเต็มหน้าดังเพี๊ยะซะจนคนข้างๆหันมามองควับ ฉันคิดผิดสินะที่เปิดประทุนรถตัวเอง

“คุณจอย..ทับขอโทษ”

“ไม่ต้องๆ..พอเถอะ”

ฉันเริ่มรำคาญยัยนี่แหละเปลี่ยนอารมณ์ไปมาซะจนตามตัวไม่ถูกคนหรือแมววะ เดาทางยากฉิบหาย

กว่าจะถึงร้านคนก็เกือบเต็มยังดีที่โต๊ะประจำที่นั่งของฉันไม่มีใครเข้าไปแตะ

เพราะฉันใช้สิทธิ์ในการเป็นเจ้าของร้านชั่วคราวไง

ตอนเดินเข้ามาในร้านเท่านั้นแหละคนแตกฮือวิ่งรุมฉันจะเป็นจะตาย

“คนจอยครับเรื่องที่ว่าคุณจะหมั้นหมายนี่เรื่องจริงไหมครับ?”

“แล้วเรื่องที่คุณพึ่งเปิดร้านเค้กของตัวเองซะจนมีคนไปขอซื้อต่อเรื่องจริงไหมคะ”

“เรื่องที่คุณแอบคบกับแฟนสาวนี่เรื่องจริงไหมคะ”

“คุณจอยคะ..คุณจอยครับ”

ฉันแทบจะถูกไมค์ตีหน้าแตกตอนเดินเข้ามาในร้าน ไม่พอทับทิมยังไม่ยอมลงจากรถอีกจนฉันต้องแหวกทางนักข่าวไปจูงมือคุณหล่อนมาให้สัมภาษณ์ข่าวกับฉัน

“เอ่อ..ขอจอยพูดจากใจจริงนะคะ..นี่คือแฟนสาวที่จอยคบนะปัจจุบันนะคะและ..เรากำลังจะหมั้นกันในไม่ช้าค่ะ”

“คุณจอย...-0-)??”

“โอโห้..เรื่องจริงหรอครับเนี่ย”

อ้าวนั้นไอ้ข้าวกับวูลฟ์นี่มาทำอะไรแถวนี้วะ

“อ้าวไอ้จอย..ทำไรเปิดตัวแฟนหรอวะ”

“ใช่..สนใจไหม”

“พี่ทับทิมเป็นแฟนพี่จอยหรอคะ?”

“อ้าวสรุปยังไงล่ะครับเนี่ยคุณจอย”

เวรเอ๊ยวูลฟ์นี่ก็ชั่งปากเบาจริงๆเลย

“เรื่องจริงค่ะ..ใช่ไหมคะที่รัก”

“คุณจอย..-0-)???”ทับทิมก็ยังคงทำหน้างงเหวอหวาในดงนักข่าวไม่เลิก

“เอ้าเฮ้ย..ยังไงวะเนี่ยโป๊ะแตกหรอวะคุณจอยฮ่าๆๆ”

“สรุปยังไงกันแน่คะพี่จอย”

นักข่าวก็หันไปหันมาไม่เลิก โอ๊ยลำไย

“ที่รักคะ คนอื่นๆเค้าอยากรู้ความสัมพันธ์ของเราแล้วนะคะ”

“คะ?..อะไรนะคะ...อื้อ”

ฉันขี้เกียจตอบคำถามคนอื่นๆเลยจัดการจูบทับทิมโชว์ต่อหน้านักข่าวทุกๆคนที่กำลังยืนงงเหวอไปตามๆกันไม่ต่างกับทับทิมที่โดนฉันจูบแบบงงๆจนตัวแข็ง

“ฮ่า..เห็นไหมคะว่าเรารักกันมากแค่ไหนแล้วก็ขอตัวค่ะ..”พูดจบฉันก็จูงมือทับทิมไปในร้านโดยที่คุณหล่อนยังคงไม่หายงงจากอาการช็อกเมื่อกี้

“คุณจอยครับ..”

 “วินฝากกันนักข่าวให้ทีฉันจะไปกินข้าว”

“รับทราบครับคุณหนู..ตรงนี้ห้ามเข้านะครับเป็นที่ส่วนตัว”

“เฮ้อ..สองคนนั้นมันตัวก่อกวนของจริงสินะ”

“คุณจอย..เกิดอะไรขึ้นคะ”ทับทิมก็ยังคงนั่งงงๆแบบไก่ตาแตกที่ยังไม่รู้สึกตัวจากเมื่อกี้

Partจอยจบ

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

1 ความคิดเห็น