สัมผัสรักต้องห้าม

ตอนที่ 11 : การแตกหัก

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 21
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 0 ครั้ง
    9 ก.พ. 62

ตอนที่11การแตกหัก

ระหว่างที่แม่วากำลังกลับมานั้น

วูลฟ์กับต้นข้าวก็พากันไปเที่ยวเล่นอย่างสนุกสนาน ส่วนลึกๆของต้นข้าวนั้นก็ยังคงยืนยันคำเดิมเสมอว่ารักวูลฟ์

“วูลฟ์คะ..พี่มีอะไรจะบอก”

“อะไรหรอคะพี่ข้าว?”วูลฟ์เลิกคิ้วขึ้นสูงเล็กน้อยตอนต้นข้าวถามประเด็นนี้

“พี่รักวูลฟ์นะ”ต้นข้าวพูดออกไปแล้ว ส่วนข้างในของเธอกำลังเต้นรัวสั่นระริกราวกับจะระเบิดออกมา

“ค่ะ..วูลฟ์ก็รักพี่ต้นข้าว..กอดกันๆ”วูลฟ์คิดว่าต้นข้าวกำลังเล่นตลกกับเธอ อาจจะเพราะเธอเป็นเด็กเลยทำให้ต้นข้าวเอ็นดูเธอเหมือนน้องสาวรักแบบพี่น้อง

“วูลฟ์..มันไม่ใช่แบบนั้น แต่พี่...รักวูลฟ์แบบคนรักนะ”

“คะ?”

“แบบนี้ไง”ต้นข้าวตัดสินใจเด็ดขาดก่อนจะจูบวูลฟ์แบบไม่ทันตั้งตัว

เป็นช่วงเวลาเดียวกับวายุกลับมาถึงบ้านพอดี ภาพที่เธอเห็นคาตาคือต้นข้าวกำลังจูบลูกของเธออย่างดูดดื่ม

วายุเดือดจัดพุ่งเข้าไปกระชากไหล่ของต้นข้าวออกจนเซแล้วก็ชกรัวไม่ยั้ง วูลฟ์ทำได้แค่ร้องขอให้แม่หยุด แต่เหนือสิ่งอื่นใดวายุรักวูลฟ์มาตลอดรักมาตั้งแต่ครั้งแรกที่เห็น

แต่วายุเลือกที่จะซ่อนความรักนี้แล้วแทนที่ด้วยคำว่าแม่

“แก...ไอ้ข้าว..ไหนมึงบอกจะไม่ยุ่งกับวูลฟ์ไง”

“เออ..กูผิดเอง..แต่วากูรักลูกมึงจริงๆนะเว้ย”

“ไอ้ข้าว..”วายุระงับสติตัวเองไม่อยู่อีกต่อไปแล้วเลยรัวหมัดใส่ต้นข้าวแบบไม่ยั้งจนเลือดกบปากและคิ้วที่แตกเป็นทางยาวจนเลือดอาบ

“ไป..ออกจากบ้านกูไป”

“กูขอโทษด้วยว่ะ..วา”

ต้นข้าวทำได้แค่กอดขาพร่ำบอกแต่ขอโทษกับวายุ

“มึง..ทำลายสิ่งที่กูเคยยอมรับมึง..กูอุส่าห์คิดว่ามึงจะเป็นเพื่อนของกู”วายุสะบัดขาออกจากต้นข้าวที่นั่งจับไว้แล้ววิ่งหนีออกไปทางโรงรถก่อนจะขี่รถหนีไป

“พี่ข้าว..เจ็บไหมคะ”

“ไม่หรอกค่ะ..คนเก่งพี่ผิดเอง”

“พี่ข้าว...”

ในส่วนของวายุนั้นตอนนี้กำลังระงับความเดือดพลานของตัวเองไม่อยู่แล้วก็บิดดูคาติจนเข็มแตะที่100กม.ต่อชม.เธอบิดรถโดยไม่สนใจว่าเธอจะเป็นอะไรต่อจากนี้

แต่ดูเหมือนฟ้าจะเล่นตลกมีกระบะคันนึงแหกโค้งพุ่งชนข้ามเลนถนนมาปะทะเข้ากับรถของเธอจนถูกกระแทกอัด รถของเธอกระเด็นไถลไปใต้ท้องรถกระบะส่วนตัวของเธอพุ่งกระแทกทะลุข้ามมาอีกฝั่งตกลงกับพื้นหญ้าในสภาพแขนขาหัก และเสื้อผ้าที่ฉีกขาดตามรอยครูดกับรถ เลือดที่ไหลทะลักออกมาเป็นวงกว้าง

พร้อมกับสภาพท้องของเธอที่ตอนนี้ถูกเศษเหล็กจากกระบะคันนั้นเสียบทะลุช่วงท้องเป็นแผลขนาดใหญ่

ผู้คนที่เห็นเหตุการณ์ต่างพากันรีบวิ่งมาช่วยสภาพโคม่าของวายุในสภาพใกล้ตาย ส่วนคนขับรถกระบะคันนี้รอดเพราะมีถุงลมนิรภัยทำงานแต่ก็มีแผลเลือดออกเล็กน้อยพร้อมหลับคาพวงมาลัยในสภาพมึนเมา

“คุณคะ...ใครก็ได้โทรเรียกรถพยาบาลที”ผู้คนระแวกนั้นต่างพากันวิ่งแตกตื่นอลมานไปหมดทั้งเสียงหวอรถพยาบาลตำรวจที่กำลังทยอยมายังที่เกิดเหตุ

ในส่วนของต้นข้าวนั้นกำลังทำการเช็ดแผลที่เลอะเลือดออกโดยมีวูลฟ์เป็นผู้ช่วย

“ข่าวด่วนค่ะเกิดอุบัติเหตุกระบะพุ่งชนข้ามเลนชนมาประสานงากับรถบิ๊กไบค์ที่ขับมาด้วยความเร็วขณะนี้ตำรวจกำลังสอบสวนคนขับกระบะที่ตอนนี้อยู่ในสภาพมึนเมาให้การวกไปวนมา ส่วนหญิงสาวอายุราวๆ30กว่านอนโคม่าอาการน่าเป็นห่วงตอนนี้รถพยาบาลกำลังนำออกไปนะคะ ทะเบียนรถ กน3228 รถบิ๊กไบค์สีดำ ไม่ทราบชื่อของหญิงสาวคนนี้นะคะ”

“พี่ข้าว..นั่นป้ายทะเบียนรถแม่นี่คะ...”

“วา..”

“ฮือ...แม่วา”

สุดท้ายแล้วก็ไม่มีใครได้รับผลที่ดีจากเหตุการณ์ในครั้งนี้เลย มีเพียงแต่การสูญเสีย

ต้นข้าวรีบพาวูลฟ์ไปหาวายุที่โรงพยาบาลในสภาพหมดแรงหลังจากทราบข่าวว่าวายุประสบอุบัติเหตุร้ายแรง

เมื่อถึงโรงบาลได้ต้นข้าวก็ทำการอุ้มวูลฟ์ขึ้นหลังแล้วรีบวิ่งเร็วจี๋ไปทางรถเข็นทำกำลังเข็นร่างไม่ได้สติของวายุเข้าไป

วิ่งตามไปเรื่อยๆจนมาหยุดที่ห้องผ่าตัดก่อนจะโดนคุณพยาบาลห้ามไว้

“ห้ามคนนอกเข้าไปนะคะ”

“ค่ะ..”

“ฮือ..แม่วา..”

“วูลฟ์ค่ะแม่วาไม่เป็นไรหรอกนะคะ นั่งลงรอแม่วากันค่ะ”

พากันลงรอวายุผ่าตัดที่กินเวลาเกิด4ชม.เต็มกว่าคุณหมอจะเดินออกมาบอก

“เอ่อ..ใครเป็นญาติของผู้ป่วยกันครับ”

“วูลฟ์ค่ะ...ฉันเป็นลูกสาวของผู้หญิงคนนี้”

“เอ่อ..อาการเบื้องต้นปลอดภัยแล้วนะครับ แต่กระดูกในร่างกายหักหลายท่อนพร้อมกับมีเลือดคลั่งในสมองและสมองได้รับการกระทบกระเทือนค่อนข้างหนักอาจจะทำให้มีการสูญเสียความจำไปชั่วเวลาหนึ่งแต่หมอยังบอกไม่ได้หรอกนะครับว่าจะกลับมาเป็นปกติได้หรือเปล่า ขอให้คุณทำใจเผื่อไว้ด้วยนะครับหมอขอตัวไปเตรียมการผ่าตัดเลือดคลั่งในสมองต่อนะครับ”

“ค่ะ..”

“ข้าว..แม่วาจะหายดีใช่ไหมคะ..ฮือออ..พี่ข้าว..แม่วา”

“ค่ะ..แม่วาจะหายดีค่ะคนเก่ง”ต้นข้าวทำหน้าที่ปลอบประโลมวูลฟ์ในสภาพเจ็บช้ำ

เราทั้งคู่นั่งรอกันค่อนข้างนานจนเริ่มจะเช้าแล้วส่วนวูลฟ์ก็ฟุบหลับไปแล้วกลายเป็นฉันต้องมานั่งเฝ้าตัวเล็กที่น้ำหลับไปสะอื้นไป

“เอ่อ...คุณครับใครมีเลือดกรุ๊ปAบ้างไหมครับ”คุณหมอวิ่งเปิดประตูออกมา

“ฉันค่ะมีกรุ๊ปO..”

“งั้นขอเชิญไปห้องบริจาคเลือดด่วนเลยครับคนไข้กำลังเสียเลือดอย่างหนัก”

“ค่ะ”

ฉันวางตัวเล็กลงกับโต๊ะยาวที่นั่งรอก่อนจะออกแรงวิ่งไปตามคุณหมอ ระหว่างวิ่งไปก็ไม่ลืมที่จะส่องไปในห้องเห็นเพียงแต่ร่างไม่ได้สติของวายุในสภาพกำลังผ่าตัดสายเต็มตัวไปหมด

วายุมึงต้องรอดนะเว้ย..ไอ้หนังเหนียว

หลังจากนอนบริจาคเลือดนิ่งๆในห้อง กว่าจะเสร็จเล่นซะแขนพรุนหมอแทงไปหลายรูมากเพราะหาเส้นเลือดไม่เจอเจ็บจริงไรจริง

“เอ่อ..จะทำแผลที่หน้าต่อไหมคะ?เลือดคุณออกน่ะค่ะ”

“คะ?..อ่อค่ะ”

ยังงงๆกับตัวเองตอนโดนพยาบาลทักให้ทำแผลเพราะเลือดซึมออกอีกแล้ว สิ่งที่ได้คือการมานั่งให้หมอเย็บคิ้วสดๆให้ โครตเจ็บแถมเสียวโครตเย็บไป8เข็ม พยาบาลบอกไม่ต้องจ่ายเงินเพราะคุณหมอกลับบ้านหมดแล้วเหลือแค่ไม่กี่คน

แบบนี้ก็ได้เรอะ

เคสผ่าตัดยาวยันเช้าคุณหมอถึงออกมาบอกอีกรอบว่าวายุพ้นขีดอันตรายเรียบร้อยแล้ว

ส่วนเราทั้งคู่ก็นั่งง่วงหาวนอนกันหวอดๆหน้าห้องทั้งคืน

“ไปดูแม่กันไหมคะตัวเล็ก”

“ค่ะ..”

ฉันเป็นคนเดินนำแล้วจูงมือวูลฟ์ให้เดินตามเข้าห้องมา สภาพของวายุตอนนี้ ค่อนข้างจะดีขึ้นกว่าตอนแรก แต่ก็ยังคงมีสายระโยงระยางเต็มตัวไปหมดส่วนหัวก็โดนพันด้วยผ้าก็อตที่มีเลือดซึมออกมาเล็กน้อย บางส่วนของแขนถูกเย็บรอยไหมเข้าที่โดยการดามกระดูกที่หักด้วยเหล็ก

“แม่วา..วูลฟ์อยู่นี่แล้วนะคะ”

“ติ๊ด..ติ๊ด..ติ๊ด..”มีเพียงเสียงชีพจรดังแทนการตอบรับจากวายุเท่านั้น

“งั้นกลับบ้านกันก่อนนะคะเดี๋ยวค่อยมาเยี่ยมวาอีกทีกันเนอะ”

“ค่ะพี่ข้าว..”

ระหว่างกำลังเดินออกจากโรงพยาบาลก็มีผู้หญิงคนนึงลงมาจากแท็กซี่พร้อมวิ่งเข้าไปในโรงพยาบาลทันที อ๋อนึกออกแล้วคนที่ชื่อทับทิมนี่เอง จากนั้นไม่ช้าก็มีพนักงานอีกราว3-4กว่าคนวิ่งตามลงมาจากแท็กซี่แล้ววิ่งเข้าไปในโรงพยาบาลรวมทั้งจอยที่พึ่งมาถึงในสภาพหัวกระเซิงวิ่งตาตั้งเข้าไปด้วย

“เอาเข้าไป..ไม่ให้คนไข้พักบ้างรึไงวะ”

Partจอย

ฉันวิ่งตาตั้งเข้ามาโดยลืมสนใจไอ้ต้นข้าวที่กำลังจูงมือวูลฟ์ออกไป กำลังจะทักทันก็พากันขึ้นแท็กซี่หนีไปก่อน อย่าบอกนะว่าพากันมาเฝ้าตลอดคืน เออห้องไอ้วาอยู่ตรงไหนวะเป็นไงเป็นกันวิ่งตาเหลือกตามพนักงานบริษัทมันเข้าไป

วิ่งเรื่อยๆจนมาถึงห้องของวายุในสภาพนอนนิ่งบนเตียงกับสายเต็มตัว รู้ข่าวเมื่อเช้าว่าไอ้วาโดนรถกระบะชน

ซวยซ้ำซวยซ้อนจริงเว้ยไอ้นี่ มองดูพนังงานมันยืนเกาะขอบกระจกดูไม่กล้าเข้าไป

“เอ่อ..ไม่เข้าไปกันหรอคะ”

“ไม่หรอกค่ะ เป็นห่วงคุณวา”

“เอ่อ..ฉันชื่อทับทิมสวัสดีค่ะคุณเป็นเพื่อนคุณวาหรอคะ?”

“อ่อค่ะ ฉันชื่อจอยงั้นฉันขอเข้าไปดูอาการมันก่อนนะคะ”

“ค่ะ”

ฉันทำได้แค่ยืนดูไอ้วามัน

“วา..มึงไปขี่รถอีท่าไหนวะให้ไอ้สารเลวนั่นสวนเลนมาชนมึง บอกกูมากูจะให้ทนายฟ้องจนแม่งล้มละลายไปข้างเลย”

“เอ่อ..รบกวนญาติช่วยออกไปก่อนได้ไหมคะพอดีจะทำความสะอาดแผลน่ะค่ะ”

“ค่ะ..”

หลังจากออกมาจากห้องได้พนังงานเหล่านั้นก็พากันไปกินข้าวที่โรงอาหารหมดทิ้งไว้ให้ฉันมองดูทับทิมที่กำลังนั่งรอ

“ไม่ไปกินข้าว?หรอคะ”

“ไม่ดีกว่าค่ะทับกินมาแล้ว”

“ค่ะงั้นไว้เจอกันนะคะ”

“ค่ะ”

ฉันรีบเดินออกมาจากโรงพยาบาลแล้วโทรให้พ่อส่งคนขบรถมารับ

ฉันกำลังเช็คข้อมูลตามหาประวัติของไอ้ขี้เมาเมื่อคืนที่มาขับรถชนวา เห็นมีคนยื่นหลักเงินประกันตัวออกไปแล้ว

“อะไรวะ..แค่นี้แม่งก็ยังให้ยื่นประกันตัว”

“คุณหนูจะให้พวกผมไปเก็บมันเลยไหมครับ”

“เดี๋ยวรอก่อนวิน..รอขุดประวัติมันได้ก่อนค่อยไปลากตัวมันมา”

“ได้ข่าวว่าเป็นผู้มีอิทธิพลลูกสส.หรืออะไรสักอย่างนี่แหละครับ”

“หื้ม...งั้นดีเลยสิ”

ผิดหลายกระทง ดื่มสุราขณะขับรถ ขับรถโดยประมาท ทำให้ผู้อื่นอาจถึงแก่ความตาย ทำลายทรัพย์สินของรัฐแถมยังติดสินบนเจ้าพนังงาน

“อยากรู้ว่ามึงจะรอดไปได้สักกี่น้ำไอ้เวร”

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

1 ความคิดเห็น