พระสนมมากเล่ห์

  • 0% Rating

  • 0 Vote(s)

  • 19,183 Views

  • 63 Comments

  • 605 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

จำนวนแชร์
0

  • Month Views
    849

    Overall
    19,183

ตอนที่ 9 : ข้อตกลง 1

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1880
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 172 ครั้ง
    4 ก.พ. 62


ตำหนักเฉียนชิง

            รายงานเกี่ยวกับการจัดการกลุ่มอำนาจที่อยู่ในหัวเมืองอื่นถูกผู้ออกคำสั่งอย่างหลี่ซือหมินอ่านอย่างพอใจ ใบหน้าหล่อเหลาเพียงเขียนจดหมายแจ้งความต้องการอีกเล็กน้อยในงานที่ให้คนจัดการเพิ่ม เวลาในการตรวจฏีกาและจัดการงานเป็นไปอย่างรวดเร็วด้วยกฏที่เขาตั้งขึ้นทำให้ฏีกาไร้สาระไม่เคยปรากฏขึ้นบนโต๊ะทรงงานของฮ่องเต้อย่างเขาแม้แต่ฉบับเดียว

            “ฝ่าบาทกระหม่อมไห่กงกงพะยะค่ะ”

            “เข้ามา”

            เสียงเอ่ยอนุญาตไม่ดังไม่เบาเพียงพอให้คนที่อยู่ด้านนอกประตูก้าวเข้ามา

            “ฝ่าบาทกระหม่อมมีเรื่องที่ตำหนักคุนหนิงมาทูลพะยะค่ะ”

            หลี่ซือหมินเงยหน้าขึ้นจากกองเอกสารก่อนจะจับจ้องขันทีข้างกายที่เป็นมือเป็นเท้าเรื่องในวังหลังให้ถือได้ว่าเป็นคนที่เขาเชื่อใจคนหนึ่งได้โดยไม่มีข้องสงสัย

            “พูดมา”

            “หลังจากที่ไทเฮาทรงออกจากตำหนักเฉียนชิงก็ไปที่ตำหนักคุนหนิงของฮองเฮาสิ่งที่พูดคุยคือเรื่องทายาทมังกรที่ต้องเกิดในครรภ์ของฮองเฮาและอีกเรื่องคือการส่งเสริมซีเจาหรงให้ขึ้นมาอยู่ตำแหน่งเจาอี๋เพื่อจัดการกับฮุ๋ยเสียนเฟยพะยะค่ะ”

            หลี่ซือหมินไม่ได้คิดว่าเรื่องที่ได้ยินจะเกินคาดการณ์เพราะมารดาเขาปกติเป็นคนชอบช่วยเหลือคนอยู่แล้วการไปให้คำแนะนำอินจางก็เป็นเรื่องปกติ

            “แล้วท่าที่ฮองเฮานางเป็นเช่นไรบ้าง”

            เมื่อนึกถึงสตรีที่เป็นหงส์คู่บัลลังก์น้ำเสียงกลับยิ่งเย็นชามากกว่าเดิน ใช่ว่าเขารังเกียจหรือไม่ชมชอบนางแต่เพราะเมื่อคิดจะแสดงบทบาทสามีที่ดีความร้ายกาจของนางและตระกูลอินที่มีมากขึ้นก็ทำให้หมดอารมณ์นั้นไปทันที หากตระกูลอินและนางยอมที่จะอยู่เฉยเสียบ้างไม่เข้ามาวุ่นวายจัดการเรื่องในวังหลังและวังหน้ามามากมายแบบนี้เขาก็เคยคิดที่จะปล่อยให้นางมีชีวิตรอดแต่เมื่อคิดถึงผลดีผลเสียการตายของนางคงจะจบตระกุลอินได้ดีมากกว่า

            “ฮองเฮาทรงเห็นด้วยกับข้อเสนอไทเฮาพะยะค่ะ พรุ่งนี้เช้าจะมีคนของฮองเฮาเข้ามาทูลเรื่องนี้ต่อฝ่าบาท”

            “นางคงพยายามมามากทีเดียวกับการยืนอยู่จุดนั้น จุดที่ดูเหมือนจะไม่ใช่ที่ของนางตั้งแต่แรกเจ้าว่าหรือไม่ไห่กงกง”

            “กระหม่อมมิบังอาจพะยะค่ะ”

            “แล้วเรื่องที่ให้จัดการคนของเสด็จแม่เจ้าจัดการเรียบร้อยดีแล้วใช่หรือไม่”

            สาตาคมจับจ้องคนสนิทรอฟังคำตอบเพราะเรื่องนี้ที่เขาสั่งการใช้เวลาในการตัดสินใจมากพอสมควร ใจหนึ่งก็อยากตามใจมารดาให้เล่นสนุกแต่อีกใจก็เตือนตนเองว่าเวลานี้เขาควรเอาจริงได้แล้วเวลาที่ผ่านมานานเกินกว่าให้ผู้เป็นมารดากลับตัว ตั้งแต่พี่ชายทั้งสองตายไปเขาก็อยู่ในเงามืดมาโดยตลอดจนเวลาเหมาะสมจึงเผยตัวขึ้นนั่งบัลลังกืวันนี้เขายังจำสีหน้าผู้เป็นมารดาได้ดี สีหน้าที่ไม่ได้เห็นดีเห็นงามยินดีกับเขาแต่สายตาคู่นั้นเต็มไปด้วยความเกลียดชังและไม่ยินยอม คงเพราะเขาไม่ได้เป็นลูกรักและทำให้นางต้องเกือบตายหลังจากคลอดเขาออกมาท่าทีถึงได้เป็นแบบนี้ สตรีที่เห็นเพียงผลประโยชน์ของตนเอง

            “ทุกอย่างเรียบร้อยแล้วพะยะค่ะ”

            หลี่ซือหมินพยักหน้ารับก่อนจะเร่งอ่านฏีกาอีกฉบับให้แล้วเส็จก่อนจะไปหาสตรีอีกคนที่กำลังรอเขาอยู่

            “จะเสด็จไปตำหนักลู่เลยหรือไม่พะยะค่ะ”

            ไห่กงกงที่เห็นว่านายเหนือหัวจัดการงานตรงหน้าเรียบร้อยเอ่ยถามขึ้นเพราะเวลานี้ค่ำแล้วตอนนี้นายหญิงตำหนักลู่คงกำลังเตรียมตัวรออยู่แล้วเพราะเป็นยามซวี (เวลา 19.00 น. ถึง 20.59 น.) การเป็นกงกงคนสนิทของฮ่องเต้สิ่งที่เขาจำเป็นต้องแม่นยำคืออารมณืและความต้องการของผู้เป็นนายแต่ก็ไม่ควรรู้ใจมากเกินไปเพียงยืนมองและคอยเอ่ยถามเท่านั้น

            “นั้นสินะ ตอนนี้นางคงมารอหน้าตำหนักแล้วแบบนี้จเป็นการไม่ดีอากาศด้านนอกเหมือนคืนนี้จะมีพายุฝน”

            “เป็นเช่นนั้นพะยะค่ะ หากฝนตกจะทำใก้เดินทางลำบากมากยิ่งขึ้น”

            “เช่นนั้นก็ไปกันเถอะ”

            ขบวนที่มีเพียงเขาและกงกงคนสนิทและข้ารับใช้ที่ตามไปเพียงสองคนนั้นดูเล้กมากสำหรับคนเป็นฮ่องเต้แต่สำหรับหลี่ซือหมินเขาคิดว่าสิ่งนี้ดีแล้วการที่ยิ่งมากคนก็ยิ่งมากปัญหาไปไหนมาไหนลำบากเท่าตัวจึงไม่ชมชอบให้ใครตามมากนัก

            แต่ดูเหมือนว่าข่าวการไปตำหนักลู่จะรวดเร็มมาเพราะด้านหน้าคือสนมรักอีกคนที่เขาโปรดปราน ซีเจาหรง

            “ถวายพระพรฝ่าบาทเพคะ”

            เสียงเล้กแหลมหูดังขึ้นพลางแสดงท่าทีเอียงอายที่บังเอิญเดินมาเจอเขาได้อย่างพอดิบพอดีทั้งที่ตำหนักที่นางอยู่อาศัยนั้นอยู่อีกด้านของวังเลยก็ว่าได้ ต้องมีความบังเอิญแค่ไหนถึงเดินมาทางนี้กัน

            “สนมรักลุกขึ้นเถอะ”

            เสียงอ่อนโยนบวกสายตาห่วงใยทำให้ซีถิงที่มายืนดักรอนั้นสมใจและสบายใจขึ้นด้วยท่าทีของบุรุษตรงหน้าที่มีต่อนางยังคงเหมือนเดิมไม่เปลี่ยน

            “ฝ่าบาทจะไปที่ใดหรือเพคะ”

            ซีถิงเอ่ยถามราวสาวน้อยไร้เรียงสาไม่ได้รู้ความเท่านั้น ท่าที่น้ำเสียงเต็มไปด้วยความยั่วยวนเชิญชวนเพื่อหวังให้บุรุษด้านหน้าเปลี่ยนทิศทางการเดินไปอีกฝั่งที่เป็นตำหนักของเจาหรงอย่างนางแทน

            “พอดีกำลังจะไปตำหนักลู่สนมรักมีสิ่งใดสงสัยหรือ”

            หลี่ซือหมินใช่ว่ามองมารยาทหญิงตรงหน้าไม่ออกแต่นางรับใช้เขามาได้สองเดือนทั้งยังปรนนิบัติได้ถูกใจจึงยังไม่อยากตัดขาดเสียเท่าไร

            “ฝ่าบาทไม่ได้เสด็จหาหม่อมฉันนานแล้วนะเพคะ เมื่อวานก็ไปหาฮุ๋ยเสียนเฟยแล้ววันนี้ไปตำหนักหม่อมฉันเสียนเฟยคงไม่ว่าสิ่งใดหากฝ่าบาทจะเมตตาหม่อมฉันบ้าง”

            ซีถิงเอ่ยน้ำเสียงติดเศร้าใจเรียกร้องความสนใจตามที่นางเคยกระทำและได้ผลเสมอ

            “คงจะไม่ได้เพราะข้าได้รับปากเสียนเฟยไว้แล้วเอาเป็นวันหน้าดีหรือไม่แล้วข้าจะไปหาเจ้าเอง”

            “หม่อมฉันผิดเองเพคะที่ร้องขอเกินตัวโปรดฝ่าบาทอภัยด้วย”

            “ช่างเถอะข้าต้องไปแล้วเจ้าก็ดูแลตัวเองให้ดีอีกไม่นานคงมีพายุฝนหากยังมัวแต่เดินเที่ยวเล่นออกมาไกลตำหนักที่พักแบบนี้จะกลับไม่ทันเอาได้”

            หลี่ซือหมินเอ่ยจบก่อนจะเดินนำหน้าขบวนจากไปทิ้งไว้เพียงเจาหรงคนงามที่หน้างอด้วยไม่ได้ดังใจ

            “กลับกันเถอะเพคะพระสนม ลมเริ่มแรงแล้วอีกไม่นานฝนต้องลงเม็ดเป็นแน่เพคะ”

            นางกำนัลคนสนิทที่อยู่ด้านหลังเอ่ยเตือนเพราะตั้งแต่ออกมาจากตำหนักลมก็เริ่มแรงขึ้นเรื่อยๆ หากเป็นแบบนี้จะกลับตำหนักไม่ทันเอาได้

            “มาเสียเวลาจริงๆ นังจิ้งจอกเสียนเฟยนั้นมีอะไรดีกันฝ่าบาทถึงได้ให้ความสนใจมากนัก”

            “อย่าคิดมากเลยเพคะ ถึงยังไงพระสนมก็ยังคงเป็นที่โปรดปรานมากกว่าสนมคนไหนอยู่ดี”

            ซีถิงที่ได้ยินคำพูดของนางกำนัลคนสนิทก็รู้สึกดีขึ้นก่อนจะเดินกลับไปอีกทางเพื่อกลับตำหนักให้ทันก่อนฝนลงเม็ด

            ฮุ๋ยเหมยยืนอยู่ด้านหน้าตำหนักมาได้เกือบสองเค่อ ใบหน้างดงามที่ไร้การแต่งแต้มมีเพียงรอยยิ้มบางเบาประดับไว้ ด้านข้างเป็นมู่อิงที่ออกมายืนเป็นเพื่อนเพราะซือซือเป็นคนจัดการเรื่องอาหารอยู่ในครัวด้านหลัง เวลาที่ไหลผ่านไปช้าไม่ได้สร้างความรู้สึกใดๆ นอกจากเบื่อหน่ายที่ต้องมายืนรับลมแรงที่เหือนพายุจะเข้าหน้าตำหนักจนอาภรณ์บางสีแดงพลิ้วไหวไปตามแรงลมที่เกิดขึ้น

            “พระสนม ไปรอฝ่าบาทที่ด้านในดีหรือไม่เพคะตอนนี้ลมเริ่มแรงมากกว่าเดิมแล้วเดียวป่วยไข้เอาได้”

            มู่อิงที่ยืนอยู่ด้านข้างออกความคิดเห็นเพราะถ้าปล่อยนายตนเองยืนต่อไปต้องจับไข้แน่ๆ อีกอย่างไม่รู้ว่าฝ่าบาทจะติดงานมาได้เวลาใดกันแน่การเข้าไปรอด้านในคงไม่ผิดนัก

            “หากข้าเข้าไปรอด้านในคงถูกคนอื่นมองไม่ดีได้มู่อิง ให้ฝ่าบาทมาหายังไม่ออกมารับเรื่องนี้ไม่เหมาะสมอย่างไรข้าก็เป็นเพียงสนมคนหนึ่งของฝ่าบาทเท่านั้น”

            “แต่ลมแรงแบบนี้อีกไม่นานฝนคงตกนะเพคะ”

            “เอาอย่างนี้ดีหรือไม่มู่อิง หากเกิดฝนตกขึ้นมาข้าจึงจะเข้าไปรอด้านใน”

            “ก็ได้เพคะ”

            มู่อิงต้องเป็นฝ่ายยอมด้วยเรื่องนี้อย่างไรเสียนางก็ไม่มีสิทธิ์ในการตัดสินใจต้องให้นายหยิงตนเองตัดสินเท่านั้นและคนด้านหน้าก็เป็นสตรีดื้อรันไม่ค่อยฟังคนอื่นๆ เสียด้วย

            ผ่านไปอีกไม่ถึงครึ่งเค่อขบวนของบุรุษหนึ่งเดียวในวังหลังก็ปรากฏขึ้นในสายตาของฮุ๋ยเหมย ใบหน้าที่มีรอยยิ้มเล้กน้อยกว้างขึ้น

            “ถวายพระพรฝ่าบาทเพคะ”

            “สนมรักลุกขึ้นเถอะ”

            เสียงที่อ่อนโยนไม่พอเพราะร่างหนาที่เข้ามาประชิดตัวประคองนางลุกขึ้นด้วยท่าทีรักใคร่เสียจนคนรอบตัวต้องก้มหน้าชิดอกเพราะเกรงจะเห็นในสิ่งที่ไม่ควร

            “ขอบพระทัยเพคะฝ่าบาท”

            “ลมแรงแบบนี้ทำไมสนมรักถึงต้องออกมารอกันครั้งหน้ารออยู่ด้านในก็คงไม่มีใครกล้าต่อว่าได้ หากเกิดล้มป่วยขึ้นมาจะเป็นเรื่องใหญ่เข้าใจหรือไม่”

            “หม่อมฉันจะทำตามที่ฝ่าบาทรับสั่งเพคะ”

            ฮุ๋ยเหมยไม่ได้คิดปฏิเสธความสะดวกสบายที่ได้รับขึ้นสักหน่อยเพราะนางก็ไม่ได้มีความอดทนที่ต้องมายืนรอใครนานๆ เช่นกันแต่เพียงครั้งนี้เป็นครั้งแรกจึงต้องอดทนสักหน่อยหากว่าเขาไม่เอ่ยปากนางก็จะเป็นผู้ร้องขอเสียเองเพียงเท่านี้ในอนาคตก็ไม่ต้องมาเหนื่อยืนรอผู้ใดอีก

            ร่างสองร่างโอบประคองกันเข้ามาด้านในที่ตอนนี้บนโต๊ะกำลังจัดอาหารขึ้นวาง สีสันแต่ละจานเรียกว่ายั่วน้ำวายฮุ๋ยเหมยได้อย่างดีสมแล้วกับที่ให้ซือซือเป็นคนลงครัวจัดอาหารเองช่างไม่เคยทำให้ผู้เป็นนายอย่างนางผิดหวัง

            “ได้ยินว่าอาหารมื้อนี้เป้นเจ้าที่จัดการเพราะได้ครัวเรีบยร้อยแล้วหรือ”

            “เพคะฝ่าบาท พอดีตำหนักลู่มีเรือนเล็กด้านหม่อมฉันเห็นว่าไม่ได้ใช้ประโยชน์จึงได้ให้ช่างที่ฝ่าบาทส่งมาปรับแก้ไขเป็นเรือนครัวจะได้ไม่เสียเวลาจัดการมากนัก เมื่อไม่ได้สร้างใหม่เพียงปรับปรุงแก้ไขก็ใช้เวลาไม่นานก็แล้วเสร็จ อาหารวันนี้ได้ยินมาจากไห่กงกงว่าฝ่าบาทชอบอาหารรสจัดจ้านหม่อมฉันจึงให้คนของตัวเองลงครัวทำหวังว่าฝ่าบาทจะพอพระทัย”

            ฮุ๋ยเหมยพูดจบก็หยิบตะเกีบยคีบหมูผัดพริกไปไว้ในชามของบุรุษด้านหน้าอย่างเอาใจรียกว่าการปรนนิบัติสามีของนางไม่มีอะไรขาดตกบ่งบร่องเลยสักนิดออกจะทำได้ดีจนไห่กงกงที่ยืนอยู่ด้านข้างนายตนยังอดทึ่งไม่ได้กับความสามารถในการเอาอกเอาใจเอกบุรุษที่เรื่องมากแต่เมื่อเป็นฮุ๋ยเสียนเฟยจัดการกลับไม่ปริปากบ่นเมื่อครึ่งคำ เสียนเฟยตักคีบสิ่งใดให้ก็รับเข้าปากไปเสียหมดจนขันทีอย่างเขาต้องเสื่อมใส

            ฮุ๋ยเหมยสังเกตคนร่างหนาก่อนจะกินอาหารด้านหน้าด้วยท่าทางสบายใจ นางเพียงทำหน้าที่ตนเองให้สมกับการเป็นสนมหรือเรียกง่ายๆ คือภรรยาของฮ่องเต้ อย่างไรก็แต่งออกมาแล้วการดูแลสามีตนเองเป็นเรื่องที่สมควรไม่เช่นนั้นนางจะถูกผู้อื่นมองว่าไม่ได้รับการอบรมสั่งสอนที่ดี

            “อาหารมื้อนี้ถูกปากหรือไม่เพคะ”

            หลังจากจบมื้อาหารเสียงหวานใสของนายหญิงตำหนักลู่ก็เอ่ยถามเอกบุรุษด้านหน้าพลางยื่นมือรับผ้าเช็ดมือจากนางกำนัลด้านข้างเช็ดมือเรียวบางของตนเอง

            “นับว่าคนของสนมรักทำอาหารได้ถูกปากยิ่ง”

            “ฝ่าบาทชอบก็ดีเพคะ หากวันหน้ามาเยือนตำหนักลู่หม่อมฉันจะเป็นผู้ลงครัวแสดงฝีมือเองหวังว่าถ้าเป็นฝีมือการทำอาหารของหม่อมฉันฝ่าบาทจะไม่เบื่อกันเสียก่อนนะเพคะ”

            “หากเป็นฝีมือสนมรักข้าต้องชมชอบอยู่แล้ว ไม่คิดว่าตำหนักลู่จะมีหลายเรื่องให้สนใจมาบ่อยมากขนาดนี้วันนี้นับว่าข้ารับอาหารได้มากกว่าปกติด้วยซ้ำ”

            หลี่ซือหมินเอ่ยออกมาตามที่คิดเพราะนางและคนรอบตัวเป็นสิ่งที่ดึงดุดความสนใจของเขาเอาไว้ได้มากเกินกว่าที่จะนึกได้ทั้งเสน่ห์ยั่วยวน ใบหน้าที่งดงามไม่ว่าจะแต่งหน้าหรือไม่แต่งก็ตาม ความสามารถหลากหลายที่เขาได้รู้ว่าและอำนาจเบื้องหลังนางที่บิดามารดานางมีไว้ให้เป็นเครื่องมือที่เป็นหลักประกันว่านางจะรอดชีวิตช่างเป็นสตรีที่น่าสนใจและบุรุษทั้งหลายต้องการครอบครองจริงๆ

            “หม่อมฉันจะทำสุดฝีมือเพคะหากฝ่าบาทจะเสด็จมาให้ไห่กงกงมาแจ้งเท่านั้นหม่อมฉันจะลงครัวจัดอาหารมื้อนั้นเอง”

            “เข้าห้องกันเถอะวันนี้ข้าเหนื่อยมามากแล้วได้อาบน้ำเสียหน่อยคงรู้สึกดีขึ้น”

            “เพคะฝ่าบาท”

            ฮุ๋ยเหมยลุกออกจากเก้าอี้เดินเข้าไปจับมือร่างหนาก่อนจะหายเข้าไปด้านในห้องที่ฮุ๋ยเหมยจัดการเตรียมสิ่งของไว้ปรนนิบัตืสามีพร้อมเรียบร้อย ร่างบางยังคงทำเช่นเดิมคือเป็นผู้ถวายการปรนนิบัติเองทั้งสิ้นไม่ว่าจะถอดเสื้อผ้าช่วยถูหลังและใส่ชุดนอนที่นางได้เตรียมไว้ให้ ความเขินอายที่มียังคงมีอยู่เพียงแต่อาศัยความหน้าหนาของตัวเองเท่านั้นนางจึงยังยืนอยู่ได้โดยที่ไม่หื่นกระหายใคร่รู้มากนัก

            “ไม่นึกว่าสนมรักจะเก่งกาจเรื่องงานปรนนิบัติมากขนาดนี้”

            หลี่ซือหมินเอ่ยออกมาหลังจากที่ร่างบางเช็ดผมที่เปียกของเขาเรียบร้อย ร่างบางด้านหน้าในอารมณ์สีแดงช่างยั่วยวนอารมณ์ใคร่ในกายได้ดียิ่งมือนางถูไปตามร่างยิ่งเป็นการกระตุ้นให้เขาตื่นตัวมากขึ้นเพียงต้องระงับท่าทางความต้องการเอาไว้สุดความสามารถเมื่อตื่นตัวก้เพียงหันหลังให้นางเท่านั้น

            “หม่อมฉันสักวันต้องแต่งงานออกเรือนเรื่องพวกนี้ได้มารดาเป็นผู้อบรมสั่งสอนเพคะ การที่ต้องการให้สามีรักมคร่เรื่องพวกนี้ย่อมต้องเรียนรู้ให้มากเพราะเป้นการสร้างเสน่ห์ให้กับตนเองฝ่าบาทคิดเช่นนั้นหรือไม่”

            ฮุ๋ยเหมยพูดไปพลางหวีผมให้กับบุราที่นั่งอยู่ด้านหน้าไป

            “คงเป็นเช่นนั้นเพราะว่าข้าเองก็เริ่มชอบการกระทำของเจ้ามากกว่าเดิมทั้งที่เจ้าเข้ามาเพียงสองวันเท่านั้นแต่ข้าก้ไม่ได้รู้สึกอึดอัดและเบื่อหน่ายเหมือนที่เกิดกับสตรีคนอื่นๆ ที่พวกนางเอาดีเพื่อหวังผลให้ตระกูลและคนของตนเอง”

            “หม่อมฉันก็เพียงทำตามหน้าที่เพคะไม่ได้เกินเลยจากหน้าที่ภรรยาที่ควรจะทำแต่ที่ฝ่าบาทสบายใจมากกว่าเพราะว่าเราสองมีจุดหมายเดียวกันเสียมากกว่า หม่อมฉันเข้ามาเพื่อช่วยแบ่งเบาภาระเรื่องวังหลังให้กับฝ่าบาทและช่วยงานอื่นๆ เท่าที่หม่อมฉันจะมีความสามารถทำได้เท่านั้น”

            “เจ้าคิดว่าเรื่องที่ข้าให้เจ้าลงมือจัดการเป็นเรื่องที่โหดร้ายเกินไปหรือไม่ฮุ๋ยเหมย”

            การเรียกชื่อของนางบวกกับน้ำเสียงเหนื่อยล้าทำให้ฮุ๋ยเหมยชะงักมือที่ถือหวีอยู่ นางยิ้มออกมาเล้กน้อยกับคำถามที่ได้รับจากคนตรงหน้า

            “หม่อมฉันไม่คิดว่าสิ่งที่หม่อมฉันกับฝ่าบาทกำลังจำทำนั้นถูกต้องเพคะ แต่เรื่องนี้อย่างไรก็หนีไม่พ้นการนองเลือดอยู่ดี หากเราไม่เป็นฝ่ายลงมืออย่างไรเสียคนพวกนั้นก็ไม่รามือง่ายๆ อำนาจนั้นหอมหวานเกินกว่าที่ใครจะคาดคิดนัก ถึงหม่อมฉันก็เป็นคนหนึ่งที่ถือได้ว่ามีอำนาจแต่กลับเป็นอำนาจคนละแบบ ขุนนางพวกนี้ใช้อำนาจในมือมากเกินไปทั้งยังอยู่มานานหากฝ่าบาทต้องการสร้างรากฐานราชบัลลังกืให้กับรัชทายาทในอนาคตก็จำเป็นต้องจัดการให้สิ้นซากเพคะ”

            “นั้นสินะเรื่องนี้ช่างทำให้คิดมากจริงๆ หากจะถามถึงศีลธรรมข้ากับเจ้าคงไม่มีเหลืออยู่แล้ว”

            “หม่อมฉันก้เคยคิดมากเช่นกันกับเรื่องนี้เพคะ แต่ฝ่าบาทอย่าลืมว่าหากเรานิ่งเฉยอาจจะมีคนที่ต้องตายจากเรื่องนี้อีกมากขนบธรรมเนียมเก่าๆ เป็นสิ่งที่ฉุดไม่ให้บ้านเมืองเจริญก้าวหน้า การที่เรายึดถือธรรมเนียมปฏิบัตินั้นไม่ผิดแต่ก็ไม่ควรยึดติดมากเกินไปควรทำให้เข้ากับสังคมและยุคสมัยจะดีมากกว่า หม่อมฉันเติบโตขึ้นในที่ห่างไกลเรื่องที่สตรีมีอำนาจการตัดสินใจเทียบเท่าบุรุษนั้นได้มาจากมารดาและแคว้นเจียงที่เป็นแคว้นใกล้เคียงก็ให้สิทธิ์เสรีสตรีมากกว่าแคว้นเรามากนัก”

            “ข้าก้ได้ยินมาเช่นกันแต่หากต้องการแบบนี้คนที่ต้องเขี่ยทิ้งไปก่อนคือเหล่าขุนนางเก่าที่กัดกินบ้านเมืองมานาน”

            “หม่อมฉันคงช่วยงานฝ่าบาทในเรื่องวังหน้าไม่ได้นักแต่เรื่องวังหลังขอให้ฝ่าบาทสบายพระทัยได้ หม่อมฉันจะไม่ทำให้ผิดหวังเพคะ”

            “ได้ยินเจ้าเอ่ยแบบนี้ข้าก้เบาใจขึ้นมาก”

            “แต่หม่อมฉันมีข้อตกลงบางอย่างที่ต้องเอ่ยเพคะหวังว่าฝ่าบาทจะรับฟังและไม่โกธรเคือง”

            ฮุ๋ยเหมยหยุดมือหลังจากผมที่นางเช็ดหวีนั้นแห้งเรียบร้อย

            “เรื่องอะไรกันที่ทำให้เจ้าถึงกับคิดว่าข้าจะไม่พอใจ”

            “รับปากก่อนสิเพคะว่าจะทรงไม่โกธรเคืองหม่อมฉัน”

            “ข้ารับปาก”

            ฮุ๋ยเหมยยิ้มหวานออกมาก่อนจะรั้งร่างหนาให้ลุกออกจากเก้าอี้ก้าวตามนางไปนั่งบนเตรียงกว้าง

            “หม่อมฉันต้องการให้ฝ่าบาทปล่อยหม่อมฉันไปเมื่อทุกอย่างเรียบร้อยลงแล้วเพคะ เรื่องทุกอย่างที่ฝ่าบาททรงต้องการหม่อมฉันจะจัดการให้ไม่มีสิ่งใดที่จะจัดการแต่ขอเพียงหากเรื่องเหล่านี้จบลงขอให้หม่อมฉันได้กลับออกไปอยู่ยังโลกภายนอกที่ไม่ใช่วังหลังแห่งนี้”

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 172 ครั้ง

3 ความคิดเห็น

  1. #26 r123123 (@r123123) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 4 กุมภาพันธ์ 2562 / 21:09

    ขอบคุณมากๆๆๆๆๆ

    #26
    0
  2. #25 Nao Ng Sverige (@NaoNgSverige) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 4 กุมภาพันธ์ 2562 / 20:32
    ขอบคุณ​ค่ะ​
    #25
    0
  3. #24 Notty Home (@na-na08) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 4 กุมภาพันธ์ 2562 / 18:46

    พี่เต้ ให้โอกาสคิดก่อนรับปากนะเจ้าคะ

    #24
    0