พระสนมมากเล่ห์

  • 0% Rating

  • 0 Vote(s)

  • 19,394 Views

  • 63 Comments

  • 607 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

จำนวนแชร์
0

  • Month Views
    1,060

    Overall
    19,394

ตอนที่ 7 : เรื่องที่เกิดจากเสียนเฟย 1

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1991
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 177 ครั้ง
    3 ก.พ. 62


ห้องทรงอักษร

            “ฝ่าบาททรงตัดสินใจเลื่อนฐานะพระสนมฮุ๋ยเสียนเฟยรวดเร็วแบบนี้จะดีกับพระสนมหรือพะยะค่ะ”

            ไห่กงกงที่กลับมาพร้อมเจ้านายจากตำหนักคุรหริงเอ่ยถามขึ้นเพราะเรื่องนี้เขาพอจะรู้มาบ้างแต่ว่าการที่เปิดทางให้อำนาจก็เปรียบเสมือนเป็นมีดสองคม เพราะอำนาจที่ได้มารวดเร็วภายในวันเดียวย่อมแลกมากับการถูกพระสนมคนอื่นๆ นัวงหลังเพ่งเล็งจ้องที่จะจัดการด้วยกลัวว่าจะมาแย่งชิงความโปรดปรานมากยิ่งกว่าตอนนี้ ไม่เคยมีพระสนมคนไหนมาก่อนที่ถวายตัวเพียงคืนเดียวแล้วเลื่อนตำแหน่งแบบนี้ อีกอย่างพระสนมฮุ๋ยผู้นี้เข้าวังมาจากการเรียกตัวของฝ่าบาทเองทั้งฐานะเริ่มแรกในวังหลังยังสูงถึงเจาอี่ด้วย

            หลี่ซือหมินมองฏีกาในมือพลางคิดถึงใบหน้างดงามของสตรีที่รบกวดจิตใจเขามานาน นางเพียงเดินเข้ามาแบบเปิดเผยและจุดประสงค์คือเข้ามาช่วยเขาจัดการสายอาจวังหลัง เรื่องที่เกิดขึ้นใช่ว่าไม่มีการคิดคำนวณมาอย่างดีแต่เพราะวางแผนการมาดีแล้วเขาจึงยอมลงมือ ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมาที่ครองบัลลังกืการปล่อยให้พวกนางกอบโกยผลประโยชน์ให้ตระกูลตนเองก็ถือว่ามากเกินไปแล้วไหนจะกล้ววางกำลังคนของตนเองเข้ามาเป็นกำลังให้ตระกูลตนเองเพิ่มในราชสำนัก คนพวกนี้ไม่รู้จักพอในอำนาจที่มีนับวันมีแต่จะสรรหาเพิ่มให้ตนเองเพียงเท่านั้นเขาที่รู้อยู่แล้วก่อนขึ้นครองบัลลังกืถึงได้วางแผนการรัดกุมมากมายขนาดนี้ เวลานี้เพียงรอเวลาให้ทุกอย่างที่วางไว้เข้าที่เข้าทางเสียเท่านั้น

            “แล้วเจ้าคิดว่ามันไม่ดีหรือที่ข้าให้อำนาจกับนางเร็วๆ แบบนี้”

            “หม่อมฉันเกรงว่าพระสนมฮุ๋ยจะรับมือกับพระสนมคนอื่นๆ ไม่ไหวพะยะค่ะ”

            ไห่กงกงเอ่ยตามที่คิดเพราะดูจากท่าทางภายนอกพระสนมฮุ๋ยเฉลียดฉลาดก็จริงแต่ว่ามีกำลังน้อยกว่ามาก หากพระสนมคนอื่นร่วมมือกันอาจจะเสียทีให้ได้

            “อย่าได้ดูถูกนางไห่กงกง เจ้าก็อยู่กับข้ามานานเห็นสตรีวังหลังพวกนี้มาก็เยอะนับตั้งแต่รุ่นเสด็จพ่อของข้าด้วยซ้ำ ไม่มีเล่ห์เหลี่ยมสตรีใดที่ข้ายังไม่เคยพบเจออีก การอยู่บนบัลลังกืที่ต้องหวาดระแวงแม้แต่สตรีที่นอนอยู่ข้างกายเป็นสิ่งที่รบกวนจิตใจข้ามานานมากแล้ว ที่ผ่านมาเราได้บทเรียนเรื่องนี้มามากการที่ยิ่งมากคนยิ่งมากความแต่หากข้าต้องการอยู่อย่างสงบข้าต้องจัดการพวกนางที่เหลือให้ได้ก่อน แผนการที่สู้วางมาย่อมต้องส่งผลแต่เราจะต้องมีเหยื่อมากระตุ้นนั้นก็คือนาง ฮุ๋ยเหมยผู้นี้ นางจะเป็นผู้เข้ามาทำให้เรื่องที่ข้าวางไว้จบลงเร็วกว่าที่คิดไว้มาก”

            “กระหม่อมเพียงห่วงเท่านั้นพะยะค่ะ อีกอย่างพระสนมฮุ๋ยก็เป็นบุตรสาวของท่านราชครูฮุ๋ยหากเกิดเรื่องอะไรกับพระสนมเกรงว่าโทสะของราชครูฮุ๋ยจะมีมาก ถึงอำนาจในเมือยงหลวงนั้นไม่ได้มากมายแต่ถ้าฝ่ายนั้นไม่ยอมเรื่องยุ่งยากจะเกิดขึ้นเพราะฝ่ายนั้นมีอำนาจในยุทธภพมากกว่าที่เราคาดคิด”

            “อย่าได้ห่วงไปเลยเรื่องนี้ข้าได้พูดคุยตกลงกับท่านอาจารยืเรียบร้อยแล้ว ส่วนเรื่องฮุ๋ยเหมยเจ้าอย่าได้คิดว่านางธรรมดา หากนางไร้สามารถไหนเลยท่านอาจารย์จะยอมให้นางเข้าเหยียบวังหลังจัดการเรื่องพวกนี้ ข้าเชื่อว่าท่านอาจารย์สั่งสอนบุตรสาวออกมาได้เพียบพร้อมกว่าที่เราคาดแต่เราต้องรอให้นางแสดงฝีมือเพียงเท่านั้นถึงจะสามารถรับรู้ได้อย่างที่ต้องการ”

            “เป็นกระหม่อมที่คิดมากไปเองพะยะค่ะฝ่าบาท”

            “เรื่องนั้นช่างเถอะให้คนคอยจับตาดูพวกนางเอาไว้ให้ดีข้าไม่อยากให้เกิดเรื่องผิดพลาด ส่วนหน่วยอีกาดำข้าได้มอบให้นางแล้วขึ้นอยู่กับว่านางจะใช้งานพวกเขายังไงเท่านั้น เรื่องวังหลังปล่อยให้ฮุ๋ยเหมยนางจัดการเรายังมีเรื่องวังหน้าที่ต้องเร่งลงมืออีกมากหากต้องมาห่วงหน้าห่วงหลังเรื่องที่วางไว้คงเป็นไปได้ยาก”

            “แล้วแบบนี้บิดาของฮองเฮาจะไม่ยื่นฏีกาคัดค้านไม่เห็นด้วยกับการเลื่อนตำแหน่งพระสนมฮุ๋ยหรือพะยะค่ะ”

            นี้เป็นอีกเรื่องที่กงกงอย่างเข้ามีความกังวลอยู่เพราะที่ผ่านมาฝ่าบาทไม่ได้ทำสิ่งใดเป็นสัญญาณเตือนพวกขุนนางพวกนั้นจึงคิดว่าเรื่องในวังหลังอยู่ในมือบุตรสาวตนแต่เมื่อเกิดเรื่องนี้ขึ้นมีสนมขั้นเฟยเพิ่มอีกคนวังหน้าต้องวุ่นวายมากขึ้นเท่าตัว

            “ข้าก็อยากจะรู้เช่นเดียวกันว่าพวกนั้นจะทำอย่างไร แต่เรื่องวังหลังเป็นเรื่องครอบครัวฮ่องเต้อย่างข้าการที่จะกล้ายื่นฏีกาต้องใช้ความกล้าหลายอย่างนัก เอาเป็นว่าให้คนของเราปล่อยข่าวลืออกไปเรื่องความโปรดปรานที่ข้ามีให้พระสนมคนใหม่อย่างฮุ๋ยเสียนเฟย ข้าอย่างเห็นท่าทีของพวกเขา”

            หลี่ซือหมินที่คิดอ่านมาดีแล้วเลือกที่จะเร่งลงมือเพราะตลอดเวลาที่ผ่านมาเขาเหนื่อยกับเรื่องนี้มาจนไม่รู้ว่าจะสามารถทนต่อไปได้อีกนานแค่ไหน เรื่องแบบนี้เขาควรเร่งจัดการจะดีกว่า

            “ฝ่าบาท ตอนนี้ไทเฮาทรงมาขอเข้าพบพะยะค่ะ”

            เสียงแหลมของขันทีหน้าตำหนักเอ่ยถึงสตรีที่มีอำนาจในวังหลังอีกคนที่รออยู่ด้านนอก

            หลี่ซือหมินหลับตาลงช้าๆ ก่อนจะลืมตาขึ้นมาเอ่ยอนุญาต

            “ถวายพระพรเสด็จแม่”

            เสียงเรียบเฉยบวกกับใบหน้าหล่อเหลาที่ไม่ได้แสดงอารมณ์ยินดีเป็นเรื่องปกติที่เขาทำเสมอเมื่อพบเจอผู้เป็นมารดาอย่างจ้าวไทเฮา

            “ข้าเพียงมาถามไถ่ฝ่าบาทเท่านั้นไม่เห็นต้องมากพิธี”

            หลี่ซือหมินเพียงค่อมตัวก่อนจะนั่งลงยังเก้าอี้มองมารดาที่แก่ชราแล้วถูกนางกำนัลคนสนิทช่วยประคองนั่งลงยังเก้าอี้ด้านข้างอีกตัว

            “ไม่ทราบว่าเสด็จแม่มาเพื่อถามไถ่เกี่ยวกับเรื่องใดลูกจะได้เอ่ยบอกได้”

            จ้าวอิงลี่ที่มองไปยังใบหน้าหล่อเหลาของผู้เป็นบุตรชายเพียงยกยิ้มขึ้นมากกว่าเดิม นางมีบุตรหลายคนมากแต่บุตรคนนี้คือคนสุดท้ายที่นางให้กำเนิด ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมานางไม่ได้ให้ความสนใจบุตรตัวเองมากนักเพียงมองหาอำนาจให้ตนกับบุตรชายคนโตเท่านั้นที่นางทำตลอดชีวิตที่มีอยู่ การแสดงบทรักใคร่ระหว่างมารดาและบุตรเป็นเพียงละครที่เอาไว้ใช้ตบตาคนภายนอกให้เห็นตามที่นางต้องการเท่านั้น ไม่นึกว่าบุตรที่นางส่งเสริมจะตายจากกลายเป็นคนที่ไม่ได้อยู่ในสายตาอย่างบุตรชายคนสุดท้ายที่ได้นั่งบัลลังก์แทน

            “แม่เพียงมาถามเจ้าเรื่องสตรีนามฮุ๋ยเหมยเท่านั้น การที่เจ้าเลื่อนฐานะนางจากเจาอี๋ที่ว่าสูงอยู่แล้วขึ้นมาเป็นเสียนเฟยภายในวันเดียวนั้นถือว่าเกินไป นางเพียงรับใช้เจ้าคืนเดียวแต่ได้ตำแหน่งเสียนเฟยส่วนคนอื่นๆ ที่พวกนางถวายงานรับใช้เจ้ามาก่อนยังไม่มีการเลื่อนตำแหน่งด้วยซ้ำแบบนี้จะเป็นเรื่องเสื่อมเสียได้ว่าฝ่าบาทหลงใหลสนมใหม่จนละเลยฮองเฮากับสนมนางอื่นๆ แบบนี้แม่คิดว่าคงไม่ดีนัก”

            “นึกว่าเรื่องอะไร อย่าได้ห่วงไปเลยเสด็จแม่การที่ข้าตัดสินใจแบบนี้ย่อมต้องคิดมาดีแล้ว อีกอย่างที่ลูกเลื่อนตำแหน่งให้นางเพราะนางดูแลลูกได้ดียิ่งเป็นสิ่งที่สมควรแล้วจะมีการเลื่อนตำแหน่ง ส่วนคนที่อยู่มาก่อนที่ยังไม่มีการเลื่อนตำแหน่งต้องบอกว่าเพราะพวกนางไม่สามารถทำให้ข้าพอใจได้เท่านั้น ตำแหน่งฐานะของเหล่าสนมนอกจากอำนาจตระกูลที่เอาไว้ตัดสินยังต้องมีความโปรดปรานชมชอบจากข้าด้วยถึงจะได้เลื่อนตำแหน่ง ในตอนนี้พวกนางอยู่ในฐานะที่เหมาะสมกับตระกูลพวกนางแล้วพะยะค่ะ”

            “เจ้าบอกว่าเจ้าชอบใจที่นางปรนนิบัติได้ดีเช่นนั้นหรือ”

            จ้าวไทเฮาเอ่ยถามอีกรอบมองใบหน้าหล่อเหลาของบุตรชายที่ไม่ได้ยิ้มให้นางเลยตั้งแต่นางเข้ามาให้ห้องนี้

            ไม่ใช่ว่าไม่ชอบสตรีผู้มาใหม่แต่ว่ามันแปลกเกินไปที่อยู่ๆ ได้รับการเรียกเข้ามาถวายตัวและครองตำแหน่งเจาอี๋ที่นับว่าสูงที่สนมนางในคนอื่นๆ ต้องการตำแหน่งนี้จนเกิดการแย่งชิง

            “พะยะค่ะ นี้คือเหตุผลที่นางได้เลื่อนฐานะ”

            “แม่ชักอยากจะพบพระสนมฮุ๋ยคนนี้เสียแล้วที่เข้ามาเพียงวันเดียวได้รับความโปรดปรานมากมายชนิดที่ว่าไม่เคยมีผู้ใดได้รับมาก่อนแบบนี้”

            “หากเสด็จแม่ได้พบนางคงจะคิดว่าตำแหน่งที่ลุกให้ไปนั้นเป็นสิ่งที่เหมาะสมแล้ว”

            หลี่ซือหมินมองใบหน้ามารดาที่ให้กำเนิดแต่ไม่เคยเข้ามาสนใจทุกข์สุขในชีวิตตลอดเวลาที่เขาได้รับสักครั้งในความทรงจำไม่มีครั้งไหนเลยทีได้รับความอบอุ่นจากอ้อมกอดนั้นมีเพียงความว่างเปล่าเย็นชาเท่านั้นที่มีให้ เมื่ย้อนคิดไปแล้วเขาที่โตมาขนาดนี้ก็สงสัยเช่นกันว่าหยุดดหยหาอ้อมกอดของมารดาที่นั่งอยู่ด้านนี้มาได้นานแค่ไหนแล้ว หากไม่มีคำว่าผู้ให้กำเนิดคิดว่าคงปล่อยให้นางได้ชดใช้กรรมที่ได้ทำไปแล้ว

            “คงจะงดงามมากสินะฮุ๋ยเสียนเฟยผู้นี้ แล้วคงจะมีสติปัญญาไม่น้อยด้วยเป็นถึงบุตรสาวอดีตอาจารย์ของเจ้าด้วยสิ”

            “คงต้องบอกว่าท่านอาจารย์ช่างสั่งสอนบุตรสาวออกมาได้ดียิ่งเสด็จแม่ ดีเกินกว่าที่ข้าตาดการณ์เอาไว้ ในภายหน้านางคงสามารถช่วยงานลูกได้มากเลยทีเดียว”

            “ถึงยังไงนางก็เป็นเพียงเด้กสาวไหนเลยจะมีปัญญาเทียบอินจางได้ นางอยู่กับเจ้ามาก็นานคนที่เจ้าสมควรขอคำปรึกษาหรือหารือควรเป็นอินจาง นางเป็นฮองเฮามาก็นานแต่ยังไม่มีบุตรเรื่องนี้แม่คิดว่าเจ้าควรจะทำเสียอย่างไรบ้านเมืองก็ขาดผู้นำในภายภาคหน้าไม่ได้ คนที่สมควรเป็นมารดารัชทยาทที่จะเกิดมาคืออินจางเรื่องนี้หวังว่าฝ่าบาทคงจะรู้ดี”

            “เรื่องรัชทายาทเสด็จแม่อย่าได้มรงกังวล ข้านั่งบัลลังก์นี้มาได้เพียงแปดปีเท่านั้นอายุยังน้อยสามารถให้กำเนินบุตรได้แน่ อีกอย่างเวลานี้ยังไม่เหมาะสมแต่หากเป็นความต้องการของเสด็จแม่ข้าก็จะคิดดูอีกรอบว่าสมควรให้ทายาทเกิดกับสนมคนใดดีหรือไม่”

            หลี่ซือหมินเหยียดยิ้มให้กับผู้เป็นมารดาเรื่องนี้ไหนเลยเขาจะไม่รู้ เรื่องอินจางเป็นคนของมารดาเขาและค่อยแทรกแซงอำนาจเข้ามานั้นไม่ได้อยู่นอกเหนือสายตาที่เขาให้เฝ้าดูนาง มารดานี้ก็อะไรแก่ขนาดนี้ยังไม่ปล่อยวางอำนาจทั้งยังวางแผนอนาคตให้เขาซะด้วยแต่ดูเหมือนแผนมารดานั้นเขาจะไม่ชมชอบเท่าไรเพราะหากชอบเขาคงได้กลายเป็นศพจริงๆ

            “นึกว่าที่แม่พูดไปก่อนหน้านี้ฝ่าบาทจะเข้าใจเสียอีก เรื่องที่ฝ่าบาทจะชมชอบโปรดปรานผู้ใดนั้นแม่ไม่สามารถเข้าไปยุ่งได้แต่เรื่องรัชทายาทนั้นเป็นเรื่องใหญ่การที่มอบบุตรให้กับสตรีที่ไม่คู่ควรย่อมเป็นสิ่งที่ไม่ถูกต้องอย่างยิ่ง”

            “เสด็จแม่จะบอกว่าอินจางนั้นเหมาะสมที่สุดอย่างนั้นหรือ”

            “เพราะนางเป็นมารดาแผ่นดินเป็นหงษ์คู่บัลลังก์ของฝ่าบาท”

            จ้าวไทเฮายังคงมองใบหน้าบุตรชายถึงจะขัดใจมากก็ตามแต่อำนาจที่เคยมีไม่ได้มีมากเหมือนวันวานเพราะถูกคนตรงหน้าที่เป็นบุตรชายจัดการลดอำนาจลงหลายส่วน

            “เรื่องรัชทายาทปล่อยให้เป็นหน้าที่ข้าเสด็จแม่ เรื่องเหล่านี้เป็นเรื่องที่ข้าได้ตัดสินใจไว้แล้ว แต่มารดาแผ่นดินนั้นใช่ว่าจะไม่สามารถเปลี่ยนแปลงได้หากนางเหมาะสมเป็นหงษ์คู่บัลลังก์จริงนางต้องมีโอกาสได้อุ้มครรภ์มังกรอย่างแน่นอน”

            “เช่นนั้นแม่ก็คงไม่มีสิ่งใดจะพูด”

            จ้าวไทเฮาลุกขึ้นก่อนย่อกายให้บุตรชายก่อนจะเดินไปยังประตูด้านหน้าแต่ก่อนที่จะก้าวเท้าออกไปประโยคต่อมาก็ทำให้รอยยิ้มบนใบหน้าหายไปทันที

            “อย่าได้คิดว่าข้าไม่รู้เรื่องที่ท่านทำเสด็จแม่ ท่านแก่ชรามากแล้วควรปล่อยวางและอยู่นี่ทางของท่านตามที่ข้าจัดการให้จะดีกว่า อำนาจตระกูลจ้าวและอินนั้นไม่ได้มีมากเช่นกาลก่อน”

            หลี่ซือหมินมองด้านหลังผู้เป็นมารดาที่เดินออกไปพลางย้อนนึกถึงเรื่องที่เขาได้รู้มา การที่ทำเป็นปิดหุปิดตาไม่รับรู้มานานหลายปีสร้างภาระให้กับฮ่องเต้อย่างเขามากพอสมควร ตระกูลอินและจ้าวเป็นตระกูลที่เกื้อหนุนผลประโยชน์ทางการเมืองให้แก่กัน สาเหตุที่อินจางได้เป็นฮองเฮาก็เพราะเหตุนี้ แต่ตอนนี้ทุกอย่างเปลี่ยนไปแล้วใช่ว่าอำนาจที่มีมานานจะไม่สามารถล้มสลายลงไปได้ เขาไม่จำเป็นต้องเก็บอันตรายไว้กับตัวอีกต่อไปคนพวกนี้ควรถูกจัดการได้แล้ว ขุนนางที่มีอำนาจเทียบเคียงฮ่องเต้จะนำมาซึ่งความไม่สงบอำนาจในมือฮ่องเต้อย่างเขาจะไม่มีประโยชน์หากยังมีขุนนางพวกนี้อยู่อีก

            “ไห่กงกง”

            เสียงเรียกหาขันทีคนสนิทดังขึ้นก่อนไห่กงกงจะเร่งเข้ามาด้านในห้อง

            “ให้คนของเราจัดการคนของเสด็จแม่ข้าเสีย คนพวกนั้นจะได้ไม่สร้างปัญหาอีกแต่หากว่ามารดาของข้ายังมีความพยายามอยู่เมื่อขาดมือเท้าข้าก็อยากจะได้เห็นว่ามารดาผู้นี้จะสามารถสร้างเรื่องอะไรขึ้นมาได้อีก”

            “พะยะค่ะฝ่าบาท”

 

ตำหนักคุนหนิง

            อินจางมองปิ่นกระจกที่นางได้รับเมื่อครั้งเข้าถวายงานครั้งแรกในฐานะฮองเฮามารดาของแผ่นดินนี้ ใบหน้างามเต็มไปด้วยความเสียใจเศร้าหมองเสียจนหมดความสดใสที่สมควรมี ร่างบางนั่งเม่อลอยคิดถึงอดีตเมื่อแปดปีก่อนที่ได้รับการคัดเลือกจนแต่งเข้ามา ในวังหลังนี้เปลี่ยนแปลงนางให้กลายเป็นสตรีอีกคนที่โหดเหี้ยมได้โดยที่นางเองก็ไม่รู้สึกตัวจนมือคู่นี้เปื้อนเลือดเสียจนไม่สามารถล้างออกจากความทรงจำไปได้ บุรุษที่นางหลงรักเทินทูนไม่ได้ให้ความสำคัญนางเลยทั้งต่อหน้าลับหลังถึงจะยิ้มแย้มน้ำเสียงอ่อนโยนแต่นั้นก็มีให้กับสตรีทุกนางในวังหลังแห่งนี้เช่นเดียวกัน

            “ฮองเฮาเพคะจ้าวไทเฮามาเพคะ”

            “เร่งไปเชิญเข้ามาเร็วเข้า”

            อินจางที่ได้ยินชื่อของแม่สามีก็หลุดออกจากความคิดเบื้องหลึกพลางจัดเสื้อฟ้าท่าทางที่เหมาะสม

            “ถวายพระพรเสด็จแม่เพคะ”

            ร่างบางย่อกายลงดั่งสตรีที่ได้รับการอบรมสั่งสอนเหมาะแก่การเป็นผู้นำหวังหลังได้อย่างดี

            “ลุกขึ้นเถอะ”

            จ้าวไทเฮาเอ่ยปากอนุญาตลูกสะใภ้ก่อนจะเข้าไปนังยังเก้าอี้ด้วยการประคองของนางกำนัลคนสนิท ใบหน้าที่แก่ชราปรายตามองลูกสะใภ้ก่อนจะกักเก็บอารมณ์ความไม่พอใจเอาไว้

            “เสด็จแม่มาหาหม่อมฉันถึงตำหนักมีเรื่องอะไรกันเพคะ หากต้องการพบให้คนมาแจ้งไม่ดีกว่าหรือท่านแม่ต้องเดินมาไกลเป้นเรื่องที่ไม่ดีต่อสุขภาพนัก”

            อินจางเขาไปชงชาให้ผู้เป็นแม่สามีก่อนจะเอ่ยถามพลางยิ้มหวานเพื่อเอาใจแม่สามี เพราะที่นางได้เป็นฮองเฮาก้เพราะความช่วยเหลือจากหยิงชราด้านหน้าด้วยเช่นกันไม่เช่นนั้นคงไม่ได้ตำแหน่งนี้มา ตระกูลนางกับตระกูลจ้าวของจ้าวไทเฮานั้นอยู่ฝ่ายเดียวกันจึงวางใจได้ แต่ไม่รู้ว่านางทำสิ่งใดให้ฝ่าบาทไม่ชอบใจนางจึงไม่ได้รับความโปรดปรานเท่าที่ควรทั้งที่ตระกูลของนางกับฝ่าบาทนั้นเป็นมิตรต่อกัน

            “เรื่องฮุ๋ยเหมยผู้นั้นเจ้ายอมให้ฝ่าบาทเลื่อนฐานะให้นางได้อย่างไรกัน”

            น้ำเสียงที่แหบแห้งบ่งบอกว่าอายุมากเกินแล้วเอ่ยถามสะใภ้ตัวเองที่ยืนก้มหน้าอยุ่ด้านข้างอย่างขัดใจ เพราะอินจางเป็นแบบนี้บุตรชายนงจึงไม่ได้ให้ความสนใจ

            “เรื่องนี้เป็นการตัดสินใจของฝ่าบาทหม่อมฉันไม่สามารถเข้าไปยุ่งเกี่ยวได้เพคะ เพราะมีราชโองการลงมาแล้วส่วนฮุ๋ยเสียนเฟยนางก็ยังไม่ได้ทำสิ่งใดผิดหม่อมฉันจึงยังไม่มีเหตุผลที่จะเอาผิดนาง”

            “นางไม่ทำผิดก็ควรเป็นเจ้าที่จัดการโยนความผิดให้กับนาง หากต้องรอให้นางทำผิดเก้าอี้ฮองเฮาของเจ้าคงไม่มั้นคงแล้วอีกอย่างเรื่องให้กำเนิดทายาทข้าได้ช่วยเอ่ยกับฝ่าบาทแล้วเจ้าก็ต้องพยาบยามมากยิ่งขึ้น”

            “แต่ฝ่าบาทไม่ได้เสด็จมาตำหนักคุนหนิงนานแล้ว”

            “เรื่องนี้ไว้ข้าจะเป็นผู้หาทางเองคงจะต้องรอเวลาสักหน่อย”

            อินจางกำมือแน่นเพราะเรื่องบุตรนี้มำให้นางคิดมากมานานแล้วด้วยแต่งเข้ามาเป็นภรรยาถึงแปดปีแต่ว่าไม่สามารถให้กำเนิดบุตรธิดาได้เลยสักคนเดียวจะดีหน่อยก็ที่ถึงนางไม่มีบุตรคนอื่นๆที่เป็นสนมก็ไม่มีเช่นเดียวกัน แต่หากต่อจากนี้มีใครก็ตามตั้งครรภ์ขึ้นมาคนที่ลำบากที่สุดคือฮองเฮาอย่างนาง

            “เป็นเพราะหม่อมฉันไร้ความสามารถจึงต้องให้เสด็จแม่เข้ามาช่วยเสมอ”

            “เอาเถอะอย่างไรเรื่องก็เกิดแล้วคงทำได้เพียงหาทางป้องกัน ข้าไม่ต้องการให้คนอื่นตั้งครรภ์ก่อนเจ้าเรื่องนี้เจ้าคงเข้าใจดีว่าเพราะเหตุผลใด ตำแหน่งฮองเฮาไม่ได้มั่งคงมากขนาดที่ไม่สามารถเปลี่ยนแปลงได้อินจาง ยิ่งเรื่องบุตรยิ่งเป็นเรื่องที่สำคัญเจ้าที่เป็นสตรีย่อมรับรู้หากไร้สามารถมีบุตรให้สามีได้การที่จะโดนปลดก็เป็นเรื่องง่ายขุนนางที่ไม่ได้อยู่ฝ่ายเราในราชสำนักก็มีมาก นับวันฝ่าบาทยิ่งแสดงออกชัดเจนถึงจุดยืนว่าไม่ต้องการตระกูลจ้าวและอินอีกต่อปาหากฮองเฮายังฐานะไม่มั่นคงอีกเรื่องนี้เรายิ่งลำบากขึ้น”

            จ้าวไทเฮาที่คิดเรื่องนี้มาดีแล้วแต่ไม่สามารถคิดหาทางออกได้ด้วยไม่ได้รู้พื้นนิสัยบุตรชายคนนี้เลยการที่มองไม่ออกย่อมเป็นเรื่องปกติไม่นึกว่าปล่อยให้เติบโตมาเองจะฉลาดเกินตัวแบบนี้ การที่นางผู้เป็นมารดามองข้ามความสามารถบุตรแบบนี้ทำให้เสียดายเล้กน้อยแต่อย่างไรก็ไม่สามารถกลับไปเปลี่ยนแปลงอดีตได้อย่างที่ต้องการ

            “แล้วเรื่องฮุ๋ยเสียนเฟยหากหม่อมฉันจัดการจะไม่ยิ่งผิดใจกับฝ่าบาทหรือเพคะ”

            อินจางไม่ใช่ว่าไม่อยากจัดการแต่ว่าหากนางลงมือเรื่องนี้อาจยิ่งเป็นเรื่องที่ทำให้นางกับฝ่าบาทยิ่งแย่ไปอีก แต่ถึงจะแบบนี้นางก็เกลียดสตรีผู้มาใหม่ผู้นี้เช่นกันที่เย่อหยิ่งเสียจนนางแทบระงับอารมณ์ไม่อยู่

            “เรื่องนั้นหากเจ้าคิดมากก็ส่งเสริมให้ผู้อื่นจัดการนางก็สิ้นเรื่อง คนที่เกลียดนางก็ออกมากเช่นซีเจาหรงนั้นไง เจ้าควรใช้ประโยชน์คนให้เป็นมากกว่าอินจาง หรือเลื่อนตำแหน่งให้นางขึ้นมาเป็นเจาอี๋ก็ดีจะได้ขัดขากับฮุ๋ยเสียนเฟย ลองยื่นเรื่องนี้ให้ฝ่าบาทได้ทอดพระเนตรอย่างไรซีเจาหรงนางก็ได้รับความโปรดปรานมานานถึงสองเดือนการที่จะเลื่อนขั้นให้นางคงง่าย”

            “เพคะเสด็จแม่หม่อมฉันจะเร่งจัดการ”

            “เอาละ ข้ามาเพียงเท่านี้หากมีเรื่องใดจะส่งคนมาตามก้แล้วกัน เจ้าก็บำรุงตนเองให้ดีหากฝ่าบาทมาค้างด้วยจะได้มีข่าวดีเร็วขึ้นเข้าใจหรือไม่”

            “เพคะเสด็จแม่”

            หลังจากที่จ้าวไทเฮาออกจากตำหนักคุนหนิงใบหน้างามก็ยิ้มกว้างขึ้นเพราะนางได้หนทางที่จะจัดการกับสตรีอย่างเสียนเฟยเสียแล้ว นางไม่ได้ฉลาดมากนักเรื่องนี้นางยอมรับแต่ว่าบางเรื่องนางก็ไม่ด้อยเช่นกัน เรื่องที่ฝ่าบาทไม่ได้สนิทกับมารดาเช่นจ้าวไทเฮานั้นนางก็รับรู้เพียงแต่ว่าจ้าวไทเฮาก็มีผลประโยชน์ให้กับนางเช่นเดียวกัน บางครั้งการเลือกเป็นมิตรกับแม่สามีตนเองก็ดีกว่าการเป็นศัตรู

            “มี่ฮวาจัดการให้คนของเรายื่นเรื่องเลื่อนตำแหน่งให้ซีถิงขึ้นเป็นเจาอี๋ในวันพรุ่งนี้”

            หลังจากที่คิดดีแล้วถึงผลได้ผลเสียนางควรทำตามที่แม่สามีเสนอมา การที่ให้ซีถิงเป็นหมากจัดการกับฮุ๋ยเสียนเฟยผู้นี้ก็ไม่เสียหาย ถึงผู้ใดจะพลาดท่าตกตายแต่คนที่ได้ผลประโยชน์ก็ยังคงเป็นนางเช่นเดิมที่มีแต่ได้กับได้เท่านั้น

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 177 ครั้ง

1 ความคิดเห็น

  1. #59 kaewkkk (@kaewkkk) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 16 มีนาคม 2562 / 20:35
    ผู้"หญิง' ไม่ใช่"หยิง"นะ เห็นหลายตอนแล้ว มันขัดตาอ่าาาา
    #59
    0