พระสนมมากเล่ห์

  • 0% Rating

  • 0 Vote(s)

  • 19,434 Views

  • 63 Comments

  • 608 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

จำนวนแชร์
0

  • Month Views
    1,100

    Overall
    19,434

ตอนที่ 5 : เรื่องยามเช้า 1

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 2065
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 151 ครั้ง
    31 ม.ค. 62

 

            ฮุ๋ยเหมยรู้สึกถึงความอุ่นที่ได้รับก่อนจะลืมตาขึ้น สิ่งที่ปรากฏต่อหน้าคือสายตาคมที่จับจ้องนางอย่เช่นเดียวกันเรียกรอยยิ้มหวานได้ตั้งแต่นางตื่นทีเดียว ร่างบางที่ขยับใกล้ร่างหนามากจนชนิดที่ว่าเกือบร่วมเป็นร่างเดียวกันขยับตัวออกมาอีกหน่อยเว้นที่วางตรงกลางมากยิ่งขึ้น หากนางคิดไม่ผิดเวลานึคงป็นเวลาเช้ามืดด้วยนิสัยการตื่นอนที่เป็นเวลาของนางเองอยู่แล้ว

            “ฝ่าบาททรงตื่นบรรทมนานแล้วหรือเพคะ”

            ร่างบางลุกขึ้นนั่งบนเตียงพลางถามเสียงใสติดแหบเล็กน้อยออกไปด้วยตื่นมายังไม่ได้ดื่มน้ำแก้กระหายสักถ้วย

            “เห็นว่าสนมรักยังหลับสบายเลยไม่อยากทำให้ตื่นก่อนเวลาไม่คิดว่าสนมรักจะเป็นสตรีที่ตื่นเช้าได้แบบนี้เช่นกัน”

            เสียงเรียบเฉยดังตอบก่อนร่างหนาจะขยับลุกออกจากเตียงว่งเสียงเรียกขันทีคนสนิทเข้ามาดูแล

            “ให้หใอมฉันช่วยแต่งตัวดีหรือไม่เพคะ” ฮุ๋ยเหมยที่เดินมาด้านหลังมองแผ่นหลังกว้างที่เมื่อคืนนางได้เห็นทุกสัดส่วนในร่างกายของเขาเป็นที่เรียบร้อย

            “เจ้าเองก็แต่งตัวเถอะวันนี้ต้องเข้าไปคารวะฮองเฮาและคนอื่นๆ การเตรียมตัวที่ดีเป็นสิ่งที่จำเป็น”

            “เช่นนั้นตามที่ฝ่าบาทประสงค์เพคะ”

            ฮุ๋ยเหมยพยักหน้าให้ซือซือเข้ามาช่วยนางล้างหน้าและอาบน้ำที่มีฉากกั้นกลางระหว่างสนมอย่างนางและหลี่ซือหมินที่อยู่ด้านข้าง ตลอดเวลาในการแต่งตัวต่างคนต่างไม่สนใจกันและกันเพียงอยู่ในส่วนของตัวเองเพียงเท่านั้น ฮุ๋ยเหมยปล่อยให้วือซือจัดการสวมใส่อาภรณ์สีฟ้าครามตัดขาวพลางมองใบหน้าที่นางกำลังแต่งแต้มสีสันอย่างเบามือให้ตนเอง ใช้เวลาไม่นานใบหย้างดงามที่ไร้สีก็กลับมามีชีวิตชีวาเป็นหญิงงามที่เพียบพร้อมและเต็มไปด้วยเสน่ห์เย้ายวนใจ

            “ทรงจะเสด็จไปเข้าประชุมเช้าเลยหรือเพคะ ยังเหลือเวลาอีกกว่าครึ่งชั่วยามรับอาหารเช้าก่อนดีหรือไม่ เรื่องบ้านเมืองคงทำให้ฝ่าบาทต้องทนหิวหากไม่กินสิ่งใดไปก่อน ขุนนางพวกนั้นวันๆ เอาแต่หาเรื่องปวดหัวหม่อมฉันนับถือฝ่าบาทยิ่งนักที่สามารถจัดการพวกเขาได้”

            ฮุ๋ยเหมยเดินเข้าไปพูดไปก่อนจะช่วยจัดฉลองพระองค์สีทองปักลายมังกรที่งดงามให้เข้าที่ทำหน้าที่นางสนมได้อย่างครบถ้วน เมื่อพูดจบจึงเงยหน้ามองบุรุษที่นางถามไถ่ว่ามีความคิดเห็นเช่นที่นางเสนอไปหรือไม่เท่านั้น

            “เช่นนั้นก็ตามใจสนมรัก”

            หลี่ซือหมินเอ่ยตอบตกลงก่อนจะปล่อยให้ร่างบางช่วยในการจัดเสื้อผ้าและผม

            ผ่านไปไม่นานร่างสองร่างที่เหมาะสมดั่งสวรรค์สร้างมาเป็นคู่กันในความคิดของหลายคนที่ได้เห็นเดินออกมาจาห้องบรรทม สายตาของนางกำนัลขันทีต่างให้ความสนใจเพราะเรื่องนี้เป็นสิ่งที่ชี้ชะตาเจาอี๋คนใหม่ว่าได้รับความโปรดปรานจากฝ่าบาทมากน้อยแค่ไหน ฮุ๋ยเหมยยิ้มหวานหันไปอ้อนเอาใจคนด้านข้างที่เมื่อออกมาด้านนอกที่มีผู้คนกลับกลายเป็นบุราอารมณ์ดีที่เต็มไปด้วยรอยยิ้มละลายหัวใจหญิงสาว

            “นั่งก่อนเพคะ”

            ฮุ๋ยเหมยเลื่อนเก้าอี้ให้สวามีตนเองหลังจากคืนที่เปรียบเสมือนการเข้าหอเรียบร้อยก่อนจะเดินอ้อมไปนั่งยังเก้าอี้ตรงข้าม

            สายตาหวานฉ่ำของคนสองคนเรียกความสนใจของคนที่อยู่ร่วมห้องอาหารมื้อเช้านี้ได้อย่างดีเพราะไม่บ่อยนักที่ฝ่าบาทจะร่วมโต๊ะรับอาหารเช้ากับเหล่าสนม

            “สนมรักชอบอาหารรสมือพ่อครัววังหลังหรือไม่”

            “ย่อมต้องชอบเพคะ อาหารบนโต๊ะแต่ละอย่างช่างมีรสชาติที่เป็นเอกทั้งสินจนหม่อมฉันคิดว่าอีกไม่นานต้องอ้วนเหมือนแม่หมูเป็นแน่หากต้องกนของอร่อยแบบนี้ทุกวัน”

            “เพียงสนมรักชมชอบข้าก็คิดว่าดีทุ่ด เรื่องอาหารหากสนมรักชอบข้าจะให้ไห่กงกงจัดการต่อเติมเรือนด้านข้างเป็นโรงครัวขนาดเล็กเอาไว้ให้ดีหรือไม่”

            “หากเป็นสิ่งที่ฝ่าบาทประทานให้ย่อมดีเพคะ”

            ฮุ๋ยเหมยตอบน้ำเสียงหวานใสมองตาสวามีอย่างหลงใหลยั่วยวนก่อนจะตักนั้นคีบนี้ใส่ชามข้าวของอีกฝ่าย ตลอดเวลามื้ออาหารที่ผ่านไปอย่างรวดเร็วด้วยฝ่าบาทต้องเข้าประชุมเช้าทำให้มื้อนี้เป็นมื้อาหารที่จบลงเร็วที่สุดเท่าที่ฮุ๋ยเหมยเคยกินมาด้วยส่วนมากนางชอบที่จะกินช้าๆ ลิ้มรสชาติอาหารมากกว่า

            แต่ก่อนที่บุราผู้เป็นเจ้าของแผ่นดินจะก้าวออกพ้นเขตตำหนักคำสั่งที่เป็นสายฟ้าฟาดสำหรับขันทีนางกำนัลรับใช้ในตำหนัก็ดังขึ้น

            “ข้าคิดว่าขันทีนางกำนัลชุดนี้ยังไม่ดีพอ ช่วงสายจะให้ไห่กงกงนำชุดให้มาเปลี่ยนให้สนมรัก”

            “ขอบพระทัยฝ่าบาทเพคะ”

            ฮุ๋นเหมยยืนส่งร่างสูงที่ก้าวออกไปจนลับสายตาก่อนจะเดินหันหลังกลับเข้าตำหนัก

            “พวกเจ้าออกไปก่อน”

            เมื่อสั่งนางกำนัลหลายคนที่อยู่ด้านนอกออกไปใบหน้างดงามจึงกลับมาเรียบเฉยก่อนจะเล่นปิ่นบนมวยผมดำหนานุ่มที่เป็นปิ่นดอกไม้เข้าชุดสีขาวน้ำเงิน

            “ซือซืออีกนานหรือไม่จะถึงเวลาไปตำหนักคุนหนิง”

            “อีกไม่เกินครึ่งชั่วยามเพคะ เพราะพระสนมตื่นแต่เช้ามืดเวลาจึงยังเหลืออยู่มากนัก”

            “ให้มู่อิงเป็นผู้ติดตามข้าส่วนเจ้าซือซือจงจัดการคนที่มาใหม่แทนคนเดิมเสีย ส่วนนางกำนัลผุ้กล้าวางกำยานพิษกับข้าให้นางรอดไปเสียสองสามวันค่อยกำจัดทิ้งก้ยังไม่สาย นับว่าการเข้าวังครั้งนี้หนักหนาสำหรับข้ามากนักไม่รู้ว่าชีวิตนี้จะรอดพ้นออกไปได้หรือไม่”

            ใบหน้างดงามคิดหนักกว่าเดิมหลายเท่าก่อนจะหยิบหยกสีดำที่มีคำว่าหลี่ออกมาเล่นกับแสงแดดยามเช้าที่ส่องเข้ามาทางหน้าต่าง นางหลับตาลงเพื่อเรียกสติให้กับตนเองเตรียมพร้อมสำหรับการไปพบเจอคนอื่นๆ ที่ไม่ได้คิดว่านางเป้นมิตรแต่คือศัตรูที่พวกเขาจำเป็นต้องกำจัดทิ้งโดยเร็วเท่านั้น วันนี้ยิ่งฝ่าบาทอยู่รับอาหารเช้าที่ตำหนักลู่กับนางด้วยยิ่งส่งผลให้ความเกลียดชังที่นางจะต้องแบกรับมีเพิ่มมากขึ้นอีกเป็นเท่าตัวด้วยซ้ำ ไม่ว่าวันนี้จะมีเรื่องอะไรเกิดขึ้นหรือว่าไม่มีก็ตามนางจะต้องผ่านเรื่องวันนี้ไปให้ได้อย่างสวยงามที่สุดไม่เช่นนั้นการสร้างเรื่องให้ฝ่าบาทค้างที่ตำหนักและรับอาหารเช้าด้วยก็จะไม่มีประโยชน์อะไรกับนางเลย

            “มู่อิงส่งข่าวให้คนของเราจัดการส่งยาบำรุงและสกัดพาเข้ามาไว้มากหน่อยก็ดี เหล่าสตรีวังหลังนั้นชื่นชอบการเล่นพิษนักข้าคิดว่ายาพวกนี้คงช่วยเราได้ไม่มากก็น้อย ส่วนเรื่องการรักษาความปลอดภัยในตำหนักคนของฝ่าบาทจะเป็นคนรับมือเรื่องนี้เอง เราเพียงทำหน้าที่ของเราเพียงเท่านั้น”

            “เพคะพระสนม แล้วเรื่องครัวขนาดเล้กที่ฝ่าบาททรงประทานให้จะต้องขอเบิกพ่อครัวมาฟระจำหรือไม่เพคะ”

            มู่อิงเอ่ยถามเรื่องที่ต้องเร่งจัดการเพราะเรื่องอาหารเป็นเรื่องสำคัญมากหากถุกวางยา

            “เจ้าว่าอย่างไรซือซือไหวหรือไม่หากข้าให้หน้าที่นี้กับเจ้าเพิ่ม เพราะเรื่องอาหารเจ้าทำถูกปากข้าสุด ส่วนเรื่องเสื้อผ้าให้มู่อิงเข้ามาจัดการแทนก็แล้วกันเพราะถ้าไม่แบ่งงานกันพวกเจ้าจะเหนื่อยมากยิ่งขึ้น จงเลือกทำสิ่งที่ถนัดเสีย”

            “หม่อมฉันทำได้เพคะพระสนมอย่าได้กังวล”

            ซือซือยิ้มรับก่อนที่มู่อิงจะตอบรับเช่นเดียวกันด้วยพวกนางเติบโตมาด้วยกันเรื่องการทำงานร่วมกันย่อมสามารถจัดการให้ลงตัวได้อย่างสบายๆ ไม่ทำให้นายหญิงพวกนางต้องมาคิดมากตามไปด้วย

            “เมื่อคืนฝ่าบาททรงพอพระทัยมากหรือไม่เพคะ”

            ซือซือที่เป็นคนเอ่ยถามเมื่อฮุ๋ยเหมยหันไปมองก็ก้มหน้าลงด้วยรู้ว่าเรื่องนี้เป็นเรื่องที่นางไม่สมควรที่จะถามออกไป แต่ว่าอย่างไรเรื่องนี้ก็ต้องรู้ไว้บ้างไม่เช่นนั้นนางจะเตรียมยาบำรุงให้ไม่ถูก

            ฮุ๋ยเหมยหันไปมองซือซือก่อนะมองไปทางมู่อิงที่ดูเหมือนจะมีความสงสัยในเรื่องนี้เช่นเดียวกันเพียงแต่ไม่กล้าที่จะถามออกมาเท่านั้น

            “แล้วเจ้าคิดว่าฝ่าบาทจะพอพระทัยข้าหรือไม่ซือซือ”

            “ย่อมต้องพอพระทัยเพคะ ไม่เช่นนั้นคงไม่ค้างกับพระสนมถึงเช้าแบบนี้ ไหนจะอยู่รับอาหารเช้ากับพระสนมด้วยเช่นกันเรื่องนี้เป็นการบอกได้ว่าฝ่าบาททรงพอพระทัยในตัวพระสนมอย่างมาก” วือซือตอบออกมาน้ำเสียงสดใสและจริงใจเพราะนางคิดเห็นเช่นที่เอ่ยออกไปจริงๆ

            “แล้วเจ้าคิดเห็นเช่นไรมู่อิง”

            “หม่อมฉันก็คิดเช่นเดียวกับซือซือเพคะ ถึงภายนอกจะดูเป็นบุรุษเจ้าสำราญชมชอบหญิงงามเป็นบุรุษที่รักหยกถนอมบุปผาแต่ว่าช่วงเวลาที่อยู่เพียงลำพังกับพระสนมนั้นเป็นอีกด้านของฝ่าบาทที่ไม่ได้แสดงให้ผู้ใดพบเห้นนัก การที่ฝ่าบาททำแบบนี้แสดงให้เห็นว่าพอใจในตัวพระสนมไม่มากก็ไม่น้อยอย่างไรก็ยังมีน้ำหนักในพระทัยฝ่าบาท”

            ฮุ๋ยเหมยทำเพียงนั่งฟังความคิดเห็นของสาวใช้คนสนิททั้งสองคนเงียบๆ ก่อนจะเอ่ยสรุปเพื่อทำความเข้าใจให้กับซือซือและมู่อิงเรื่องต่อไปที่ทำจะได้ไม่ยุ่งยากเกินไป

            “พอพระทัยนั้นก็ต้องพออยู่แล้วส่วนเรื่องที่มู่อิงบอกว่าข้ามีน้ำหนักในพระทัยฝ่าบาทนั้นก็เป็นเรื่องจริง ข้าเข้ามาเป็นหมากตัวสำคัญให้ ให้เขาใช้เป็นแขนขาในการจัดการคนที่เขาไม่ต้องการมีหรือที่ข้าจะไม่เป็นที่โปรดปราน เสียดายที่ข้สยังไม่รู้ว่าเขานั้นมีความสามารถในเรื่องหญิงชายบนเตียงมากขนาดไหน มีสามีทั้งทีแต่ก็เป็นเพียงบุรุษไร้อารมณ์ช่างน่าเบื่อเสียจริง”

            “พระสนมเอ่ยออกมาแบบนี้ไม่ดีนักหากมีผู้ใดเข้ามาได้ยินจะเป็นเรื่องใหญ่ได้นะเพคะ”

            ซือซือตกใจเอ่ยเตือนเสียงเบาด้วยเรื่องแบบนี้ที่เกี่ยวกับฮ่องเต้คงไม่มีผู้ใดกล้าเอามาล้อเล่นแบบนายหยิงตนเองแบบนี้

            “เจ้าก็อย่าได้คิดมากนักเลยซือซือ เรื่องนี้ไว้เป็นหน้าที่ข้าเอง ข้าจะทำให้ฝ่าบาทโปรดปรานข้าชนิดที่ว่าไม่เคยมีนายหญิงตำหนักใดทำได้มาก่อน การสร้างรอยยิ้มเสียงหัวเราะที่เป็นเพียงเปลือกนอกนั้นจะไม่เกิดขึ้นกัยข้าเด้ดขาด การเข้าวังหลังข้าต้องได้อะไรมากกว่าผลประโยชน์อื่นๆ ไม่เช่นนั้นคงจะไม่คุ้มค่าสิ่งใดเลย”

            “เพคะพระสนม จะเสด็จออกไปเลยหรือหรือไม่เพคะ”

            ซือซือและมู่อิงต่างรอคำตอบของผู้เป็นนายส่วนเจ้าตัวที่นั่งนิ่งอยู่เพียงหมุนถ้วยชาในมือเล่นเท่านั้นก่อนจะถอนหายใจออกมาเสียงดังพอสมควร

            “เช่นนั้นก็ไปกันเถอะมู่อิง ไปดูว่าวันนี้พวกนางจะมาไม้ไหน ส่วนเจ้าซือซือข้าฝากที่นี้ด้วยอีกไม่นานคงมีกองช่างเข้ามาจัดการต่อเติมโรงครัวให้เราเจ้าก็ดูแลพวกเขาให้ดีก็แล้วกัน เรื่องคนข้าคิดว่าฝ่าบาทคงจัดการมาได้ดีแล้วคงจะไม่มีปัญหาใดเกิดขึ้นอีกต่อไปนี้ระวังเรื่องสิ่งของภายในตำหนักคงพอ”

            ฮุ๋ยเหมยลุกขึ้นจากเก้าอี้ก่อนจะให้มู่อิงเข้ามาประคองด้านข้างก้าวเดินออกจากตำหนักที่นางได้อยู่อาศัยมาหนึ่งคืนอย่างเสียดายเพราะยังไม่พร้อมจะออกไปรบกับเหล่าสตรีคนอื่นๆ ให้มากนัก

 

      





ไรท์

มาน้อยดีกว่าไม่มาขออภัยด้วยหากตอนนี้สั้นเพราะไรท์ติดธุระจึงไม่มีเวลามาก

ขอบคุณที่ติดตามนะคร้าบบบบบ

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 151 ครั้ง

0 ความคิดเห็น