พระสนมมากเล่ห์

  • 0% Rating

  • 0 Vote(s)

  • 19,183 Views

  • 63 Comments

  • 605 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

จำนวนแชร์
0

  • Month Views
    849

    Overall
    19,183

ตอนที่ 2 : เรื่องวุ่นวายของฮุ๋ยเหมย 2

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 2395
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 136 ครั้ง
    28 ม.ค. 62

          ฮุ๋ยเหมยตื่นแต่เช้าตรู่ขึ้นมาด้วยความสดชื่นเพราะอาการปวดล้าตามร่างกายหายไปมากด้วยการดื่มยาที่มู่อิงเป็นคนต้มให้ก่นนอน ใบหน้างดงามมองไปทั่วห้องก่อนจะสังเกตเห็นหยกสีดำแผ่นหนึ่งที่วางอยู่บนโต๊ะน้ำชาข้างหัวเตียง สายตาจับจ้องหยกสีดำก่อนจะยื่นมือออกจะหยิบเข้ามาพินิจดูให้ชัดเจน ลวดลายในหยกไม่ได้มีสิ่งใดมากนอกจากคำว่าหลี่คำเดียวที่ปรากฏออกมา ฮุ๋ยเหมยที่เห็นก็สามารถเข้าใจได้ทันทีว่าหยกนี้เข้ามาอยู่ในห้องนางได้ยังไงเมื่อดูจนพอใจก้เก็บไว้ใต้นอนพลางเรียกให้คนที่อยู่ภายนอกห้องเข้ามาช่วยนางแต่งตัว

         ซือซือก้าวเข้ามาก่อนจะช่วยนายหยิงตนเองล้างหน้าชำระร่างกายและสวมใส่เสื้อผ้า ฮุ๋ยเหมยก้าวออกมาจากหลังฉากกั้นโดยอยู่ในชุดสีเขียวอ่อนดูเป็นคุณหนูในมืองหลวงตามปกติการจะนั่งลงบนเก้าอี้แต่งหน้าตนเองด้วยความบางเบาเพราะนางไม่ชอบให้ผู้ใดมายุ่งวุ่นวายกับการแต่งหน้ามากนัก

          เมื่อออกมาด้านนอกก็พบว่าอาหารถูกจัดขึ้นโต๊ะเรียบร้อย ร่างบางในอาภรณ์สีเขียวอ่อนก้าวเข้าไปนั่งยังเก้าอี้ก่อนจะจัดการกับอาหารตรงหน้า วันนี้เป็นวันสุดท้ายที่นางจะได้ใช้ชีวิตอยู่นอกวังฉะนั้นนางต้องทำทุกสิ่งด้วยความรวดเร็วใช้เวลาที่เหลืออยู่ให้เป็นประโยชน์กับตนเองมากที่สุดเท่าที่จะสามารถจัดการเวลาได้ ผ่านไปไม่ถึงสองเค่อฮุ๋ยเหมยก็อิ่มท้องพอดีตามด้วยการรับยาบำรุงจากซือซือที่อยู่ข้างกาย

         “เตรียมรถม้าเรียบร้อยแล้วหรือไม่ซือซือ”

         “รถม้ารอฮุ๋ยเจาอี้ที่ด้านนอกเรียบร้อยแล้วเพคะ”

        ฮุ๋ยเหมยพยักหน้าเข้าใจก่อนจะลุกออกจากห้องอาหารตรงไปยังประตูหน้าจวนที่มีรถม้าขนาดกลางจอดรอนางอยู่

        “อย่าได้ห่วงข้าซือซือ เจ้าเตรียมสิ่งของรอเถอะเดียวข้าจะเร่งกลับมา”

         ซือซือพยักหน้ารับก่อนถอยห่างออกมาจากรถม้า

        ฮุ๋ยเหมยที่นั่งอยู่ด้านในไม่ได้ให้ความสนใจเรื่องรอบตัวหรือเสียงของคนอื่นไ ที่อยู่ในถนนนางเพียงนั่งนิ่งเงียบรอเวลาให้รถม้าที่นางนั่งไปถึงที่ที่นางต้องการ ผ่านไปสองเค่อรถหน้าก้หยุดลงก่อนที่มู่อิงจะเป็นผู้ช่วยนายหยิงตนเองลงจากรถม้าเพราะนางยืนรอหน้าร้านเป็นเวลาที่นานพอสมควรแล้ว

          ใบหน้างดงามสอดส่ายสายตาคมไปรอบๆ ก่อนจะมองไปยังป้ายหน้าร้านที่ปรากฏคำว่าดอกเหมยอยู่ ตามที่มารดาได้บอกกล่าวในสมุดบันทึกร้านนี้เป็นร้านที่ตกทอดมาจากทางตระกูลบิดาป็นร้านเก่าแก่ขึ้นชื่อของเมืองหลวงในเรื่องการค้าขายวัตถุดิบในการปรุงยาและยาพาก้เช่นเดียวกันแต่ว่าไม่มีผู้ใดรู้ว่าเบื้องหลังของร้านดอกเหมยแห่งนี้เป็นร้านที่อยู่ในการดูแลของบิดาและมารดาของนางเอง ซึ่งตอนนี้นางนี้ก็ตกเป็นของนางเรียบร้อยตั้งแต่นางอายุได้สิบห้าหนาว

            ร่างบางของหญิงงามก้าวเข้าไปในร้านที่ตอนนี้ไม่ได้มีผู้คนอื่นเข้ามา ฮุ๋ยเหมยสังเกตร้านโดยรอบก่อนจะขอดูบัญชีทางร้านที่จัดเก็บเอาไว้อย่างละเอียดก่อนจะแสดงออกทางสีหน้าว่านางพอใจกับการทำงานของคนตัวเองอย่างมาก การซื้อขายยาเป็นความลับของทางร้านที่จะเก็บเอาไว้ทั้งยังไม่ได้ขายให้กับคนที่ไม่รู้จักด้วยคนที่จะซื้อหายาจากร้านต้องเป็นลุกค้าประจำที่มีหยกชื่อร้านแสดงตัวตนเท่านั้นถึงจะซื้อขายได้ หากเป็นคนธรรมดาทางร้านจะขายเพียงยาบำรุงทั่วไปเท่านั้นไม่ได้ขายยาหายากราคาแพงหรือยาพิษที่รับมาจากผู้ปรุงยาในตระกูลของนางเอง

              ใช้เวลาในการทำความเข้าใจระบบงานต่างๆ ภายในร้านหนึ่งชั่วยามกว่าๆ ฮุ๋ยเหมยจึงยื่นสมุดบัญชีคืนให้ชายชราที่ทำหน้าที่ดูแลเรื่องบัญชี

              “ต่อไปนี้การซื้อยาพิษจกตระกูลใหญ่หรือตระกูลสายรองต้องจกบันทึกอย่างละเอียดโดยเฉพาะตระกูลที่มีส่วนได้ส่วนเสียเรื่องในวังหลังอย่าได้ให้เกิดการผิดพลาดเด็ดขาด ส่วนเรื่องการดูแลร้านท่านก็ทำหน้าที่ตามที่ได้รับต่อไปเพียงส่งบัญชีไปให้ข้าตรวจสอบเพียงเท่านั้น”

                ฮุ๋ยเหมยแจงรายละเอียดและเรื่องที่นางให้ความสำคัญการจะก้าวขึ้นรถม้าตามด้วยมู่อิงที่เข้ามาปรนนิบัติ

                 “คุณหนูคิดว่าพวกนั้นจะลงมือกับคุณหนูรวดเร็วขนาดนั้นเลยหรือเจ้าคะ”

                มู่อิงที่นั่งอยู่อีกด้านของรถม้าเอ่ยถามขึ้นพลางมองนายหญิงตนเองที่นั่งทำสีหน้าเรียบเฉย

                “ข้าคิดว่าสิ่งที่คิดนั้นถูกต้องมู่อิงเพราะการที่ข้าเข้าวังโดยที่ไม่ได้ผ่านการคัดเลือกใดๆ แต่ว้าเข้าไปเพราะราชดองการเรียกตัวของฝ่าบาทนั้นเป็นสิ่งที่ทำให้สตรีพวกนั้นตื่นตัวได้ดี ทั้งตำแหน่งที่ควรเริ่มเพียงไฉเหรินยังสูงเกินที่ใครจะคาดเพราะตำแหน่งข้าคือเจ้าอี๋ที่เป็นรองเพียงสี่ตำแหน่งเฟยเท่านั้น”

               “แต่พวกนางยังไม่ได้รู้เรื่องเกี่ยวกับคุณหนูการที่ลงมือรวดเร็วเกินไปย่อมเกิดผลเสียได้”

               “เชื่อข้าสิมู่อิง การที่เข้าไปเป็นหนึ่งสตรีของฝ่าบาทนั้นใช่ว่าจะชาญฉลาดเสมอไป พวกนางบางคนน่อมต้องโง่งมแต่ด้วยความงามและชาติตระกลูเท่านั้นที่ช่วยเหลือพวกนางให้สามารถอยู่รอดได้ในตำแหน่งที่ได้รับ หญิงงามในวังหลังมีเป็นร้อยนางการที่ฝ่าบาทจะเสด็จไปหาได้ทั่วถึงย่อมเป็นเรื่องที่เป็นไปไม่ได้ พวกนางย่อมต้องคิดมากและร้อนรนจนลืมคิดถึงสิ่งพวกนี้ไปจะมีเพียงสตรีที่ฉลาดจริงๆ เท่านั้นจึงจะมองเห็นว่าการที่คุณหนูนอกสายตาอย่างข้าได้เข้าวังหลังเป็นเรื่องแปลกเกินไป”

               ฮุ๋ยเหมยนางสามารจิตนาการออกได้ถึงแรงอารมณ์สตรีในวังหลังแห่งนั้นที่รู้เรื่องว่าวันพรุ่งนี้จะมีสตรีอีกนางก้าวเข้าไปและอยู่ในฐานะที่สูงกว่าตนที่เข้าถวายตัวก่อน อารมณ์ของสตรีเป็นเรื่องที่คาดการณ์ไม่ได้และเอาแน่เอานอนไม่ได้เช่นกันหากทำให้พวกนางพอใจผลที่ได้คือการที่พวกนางยอมนิ่งเฉยแต่หากว่าวันหนึ่งถูกทิ้งขว้างลบเลือนผลที่ได้คือวุ่นวาย ฮุ๋ยเหมยไม่ใช่สตรีที่ไม่รู้เรื่องรู้ราวการเติบโตภายนอกและห่างไกลเป็นจุดที่นางได้เปรียบเรื่องการเรียบรู้สิ่งรอบตัวทั้งความสามารถนางเองก็ไม่ได้อ่อนด้อยในเรื่องใดๆ ทั้งงานบ้านงานเรือนงานเย็บปัก วาดภาพแต่งกลอนของสตรีที่ควรเรียนรู้นางก็แตกฉานทั้งสิ้น การต่อสู้เอาตัวรอดมองผู้คนและตัดสินใจเรื่องต่างๆ นางก็ได้รับการอบรมสั่งสอนมาอย่างดีไม่ด้อย บิดามารดานางไม่ได้จำกัดเรื่องการเรียนรู้เพราะฉะนั้นนางไม่ได้รู้สึกเกรงกลัวเมื่อต้องเข้าไปอยู่ในดงดอกไม้งามที่เต็มไปด้วยพิษหลากชนิด

              “แต่อย่างไรเสียวกนางก็ต้องพ่ายแพ้ด้วยคุณหนูไม่ได้อยู่ตัวคนเดียวในวังหลังแต่มีฝ่าบาทที่เป็นเกาะคุ้มภัยอยู่”

             ฮุ๋ยเหมยที่ได้ยินสาวใช้คนสนิทพูดขึ้นก็หัวเราะออกมาเสียงใสส่ายหน้าเบาๆ ให้ความคิดนั้นเพราะนางไม่คิดว่าบุรุษผู้นั้นจะช่วยนางได้จริง

               “ข้าคิดว่าการเอาชีวิตตนเองไปฝากไว้กับคนอื่นเป้นเรื่องที่ไม่สมควรมู่อิง ยิ่งข้าได้รับความโปรดปรานมากเท่าไรความตายก้ยิ่งเข้ามาหาข้าเร็วเท่านั้น บุรุษที่ยืนอยู่เหนื่อผู้คนนั้นเป็นคนที่คาดเดาความคิดไม่ได้ใครกันจะไปหยั่งรู้ความคิดของโอรสสวรรค์กันมู่อิง ข้าเองก็เช่นกันข้าไม่คิดฝากความปลอดภัยของชีวิตข้าไว้กับเขาเช่นกัน ในวังหลังที่เต็มไปด้วยแผนการเอาตัวรอดเข่นฆ่าแย่งชิงความโปรดปรานนั้นอันตรายยิ่งกว่าสนามรบที่เราเคยเดินผ่านเสียอีกจงอย่าได้ฝากชีวิตตนไว้กับใครเรื่องนี้ข้าคิดว่าข้าคิดถุกต้อง”

                “เป็นมู่อิงเองที่คิดน้อยไป”

              “แต่ที่เจ้าพูดมาก้ใช่ว่าจะไม่เป็นประโยชน์ต่อข้าเรื่องที่ว่าเอาฝ่าบาทมาเป็นเกาะนั้นก็สามารถเป็นไปได้อยู่แต่ว่าจะต้องได้พบหน้าพุดคุยกันเสียก่อนข้าจึงจะสามารถตัดสินใจได้ว่าควรที่จะเลือกเส้นทางใด”

              ฮุ๋ยเหมยพยายามจิตนาการถึงสวามีที่นางจะได้พบหน้าเร็วๆ นี้แต่ว่านางก้ไม่สามารถนึกภาพออกได้อยู่ดีจากข่าวที่ได้รับและภาพเหมือนนางรู้เพียงว่าเป็นบุรุษที่รูปงามน่าดูชมแต่เรื่องความคิดสติปัญญาก็คงจะสูงมากด้วยผลงานการดุแลบ้านเมืองจัดการขุมอำนาจที่ผ่านมาเป็นสิ่งยืนยัน

              “คุณหนูเสียใจหรือไม่ที่ต้องเข้าวังหลังเป็นสตรีที่อยู่ในกรงแห่งนั้น”

              มู่อิงเอ่ยถามเสียงเบาเพราะเรื่องนี้นางเอกก็คิดมากด้วยคุณหนูตนเคยมีอิสระมาทั้งชีวิตแต่ต้องมารับหน้าที่เข้าวังหลังเป็นตัวประกันในมือฝ่าบาทแบบนี้ การที่เป็นขุนนางที่ดีก้ใช่ว่าฝ่าบาทจะเชื่อใจอะไรมากมาย

              “เสียใจหรือ คงไม่มู่อิงข้าเป็นสตรีที่เห็นอะไรมาก็มากพอสมควรไม่ใช่สตรีในห้องหอที่จะวาดฝันสิ่งใดลมๆ แล้งๆ อายุข้าตอนนี้ก็สิบแปดหนาวเข้าไปแล้วเรื่องพวกนี้ล้วนเป้นเรื่องที่ต้องเกิดขึ้น เขาต้องการให้ข้าเข้าไปคานอำนาจฮองเฮาคู่บัลลังก์ข้าก็ยินดีที่จะทำให้ตามที่เขาต้องการแต่บุรุษผู้นั้นต้องจ่ายค่าตอบแทนที่เหมาะสมให้กับข้าเช่นเดียวกัน”

                 ฮุ๋ยเหมยคิดถึงเนื้อหาในหน้าหนึ่งของสุดเล่มบางก้ยิ้มเย็นขึ้น ฝ่าบาทสู้วางกับดักตั้งแต่นางปักปิ่นอายุสิบห้าหนาวเพื่อขอกำลังจากบิดานางเข้ามาช่วยเรื่องในราชสำนักเป็นบ่วงที่นางไม่อาจจะหลีกหนีได้ ตั้งแต่ที่ได้อ่านนางก็คิดเสมอว่าบิดาตนเองที่เป็นเพียงอดีตราชครูจะมีกำลังอะไรมากมายขนาดนั้นถึงกับสามารถต่อกรคานอำนาจกับตระกูลอินของฮองเฮาได้กันแต่พอคิดให้ดีตั้งแต่ที่นางเกิดมานางก็ไม่ได้อยู่กับบิดามารดาตลอดเวลาอย่างที่บุตรบ้านอื่นได้รับด้วยบิดาและมารดาต้องออกไปจัดการงานทั่วทั้งแคว้นอยู่เสมอ นางที่ยังเด้กไม่ได้รับรู้สิ่งใดมากรู้เพียงแค่ว่าเป็นงานของครอบครัวจนโตขึ้นถึงได้รู้ว่าข่าวสารต่างๆ ล้วนอยู่ในมือของบิดาและมารดาตนเอง มีพรรคที่ได้รับการช่วยเหลือและเป็นมือเท้าให้มารดานางใช้สอยอยู่มากหลายพรรคทั้งใหฐ่และเล็ก

            เมื่อคิดว่านางเองที่เป็นบุตรสาวไม่ได้ด้อยกว่าตระกูลในเมืองหลวงหากคิดถึงอำนาจที่ตระกูลนางมีก้สบายใจไปได้มากจนคิดว่าการเข้าวังครั้งนี้ไม่ได้มีผลเสียอะไรกับนางมากนัก

              เวลาที่ผ่านไปไม่นานรถม้าก็หยุดลงอีกครั้ง มู่อิงก้าวลงไปก่อนจะยื่นมือรับมือบางของนายหญิงตนเอง เบื้องหน้าฮุ๋ยเหมยเป็นหอข่าวสารระหว่างแคว้นที่นางเคยเข้าไปเหยียบแล้วหลายครั้งแต่เป็นสาขาต่างเมืองเท่านั้นยังไม่เคยที่จะมาหอข่าวสารที่เมืองหลวง ใบหน้างานยกผ้าบางขึ้นมาปิดใบหน้าก่อนจะเดินนำเข้าไปด้านในที่เต็มไปด้วยผู้คน

                “ข้าต้องการขึ้นไปยังชั้นห้า”

                 เสียงหวานเอ่ยบอกความต้องการกับผู้ที่อยู่หน้าบันไดก่อนจะยื่นหยกพกที่นางนำมาให้กับบุรุษที่ยืนคุ้มกันอยู่ สายตารอบด้านเริ่มที่จะใความสนใจสตรีที่กำลังก้าวขาขึ้นไปด้านบนเพราะหากไม่ใช่ลุกค้าคนสำคัญก็คงจะเป็นผู้ที่มีความสำคัญด้านการเมือง

               ฮุ๋ยเหมยไม่ได้สนใจสายตามากมายที่มองมาด้วยนางคิดว่าเรื่องนี้อย่างไรก็ไม่สามารถนำมาเป็นปัญหาให้กับนางได้มากมายนัก จากชั้นที่หนึ่งมาถึงชั้นที่ห้าใช้เวลาไม่นานเพราะฮุ๋ยเหมยเร่งฝีเท้าด้วยวิชาตัวเบาทั้งเวลาและความเหน้ดเหนื่อยจากการเดินขึ้นบรรดมาจึงไม่มีอาการใดๆ ให้เห็น

                  ร่างบางที่ก้าวขึ้นมาหยุดบนชั้นห้ามองหาห้องที่นางต้องการก่อนจะก้าวไปถึงหน้าประตู มือบางหยิบหยกชิ้นเดิทออกมาก่อนวางไปที่ประตูเป็นการเปิดสลักกลไกให้ประตูทำงานเปิดออก ภายในห้องเป้นห้องกว้างที่มีตะที่นั่งเตรียมเอาไว้

                    “ให้ตามเขามาพบเลยหรือไม่เจ้าคะ”

                     มู่อิงเอ่ยถามเสียงเลบาพลางขยับตัวเข้าไปชงชาที่เตรียมไว้บนโต๊ะ

                   “ตามมาเลยก้ได้มู่อิงข้าอยากจะได้คำตอบของบางเรื่องที่คิดว่ามีความจำเป็น”

                   ฮุ๋ยเหมยเอ่ยตอบก่อนจะหันไปสนใจเอกสารต่างๆ บนโต๊ะที่ถุกจัดเตรียมเอาไว้ในนางโดยเฉพาะ ผ่านไปไม่ถึงหนึ่งเค่อบุรุษผู้งามผู้หนึ่งก็เข้ามาด้านในห้อง ฮุ๋ยเหมยเงยหน้าพินิจร่างสูงก่อนจะเอ่ยเชิญผู้เข้ามาใหม่

                     “เชิญนั่งก่อนท่านกู้จิง”

                   ฮุ๋ยเหมยที่ได้ยินชื่อผุ้ดูแลหอข่าวสารสาขาเมืองหลวงมาบ้างเอ่ยนามของบุรุษผู้มาใหม่ขึ้นมา มือบางเอื้อมไปปลดผ้าบางที่ปกปิดใบหน้างดงามให้เผยออกมา

                  “ยินดีที่ได้พบคุณหนูฮุ่ยเหมยเช่นเดียวกัน” กู้จิงมองสำรวจสตรีที่นั่งอยู่หลังโต๊ะกว้างพลางชื่มชอบอยู่ในใจด้วยทั้งใบหน้าน้ำเสียงท่าทางที่แสดงออกเห็นได้ชัดว่าไม่ใช่สตีในห้องหอทั่วไปแต่แฝงไว้ด้วยความสามารถที่มากล้นเกินกว่าบุรุษเช่นเขาจะสามารถคิดได้ สมกับเป็นบุตรสาวของผู้ที่ก่อตั้งหอข่าวแห่งนี้ขึ้นมาจริงๆ บิดามารดาคงจะอบรมวั่งสอนมาอย่างดีไม่มีขาดตก

                ฮุ๋ยเหมยเองก็มองสำรวจบุรุษตรงหน้าที่หล่อเหลาเสียจนนางอยากหยอกล้อแต่ด้วยงานและหน้าที่เรื่องนี้จึงต้องพับเก็บไปทันที

               “ข้าอยากรู้เรื่องภายในวังหลังช่วงนี้ว่ามีเรื่องใดเป็นพิเศษหรือไม่”

               “ข่าวในวังหลังตอนนี้หลังจากคุณหนูเข้าวังถวายงานจะมีการคัดเลือกสาวงามเข้าไปอยู่ในตำแหน่งที่เหลืออยู่เพิ่มเติมด้วยตั้งแต่ฝ่าบาทขึ้นครองบัลลังก์ก็ยังไม่ได้มีการคัดเลือกสักครั้งเป็นเวลาแปดปีแล้ว สนมชายาในวังเองก็ไม่ได้มีมากมายอะไรนักเพียงเป็นสตรีที่เข้ามาด้วยความชอบของตระกูลเท่านั้น ฮองเฮาจึงเสนอเรื่องนี้ขึ้นแต่ว่าฝ่าบาทยังไม่ได้อนุญาตเป็นเพียงสิ่งที่ฮองเฮาต้องการเท่านั้นขอรับ”

               “ช่างเป็นฮองเฮาที่ฉลาดใช้ได้หวังจะหาสตรีใหม่มาให้ฝ่าบาทเพื่อลืมเลือนข้าที่แต่งเข้าเป็นเจาอี๋เช่นนั้นหรือ”

              “ใช่ขอรับ เรื่องที่คุณหนูจะเข้าวังตอนนี้เป็นประเด็นที่ถกเถียงกันอย่างมากทั้งในวังและนอกวังด้วยเป็นสตรีที่เป็นเพียงบุตรสาวอดีตราชครูแต่แรกเริ่มก็ได้ตำแหน่งที่สูงมากอย่างเจาอี๋อีกอย่างฝ่าบาทก้แสดงออกมาชมชอบคุณหนูอย่างมาก”

               ฮุ๋ยเหมยหัวเราะเสียงหวานใสกับการได้รู้ว่าตอนนี้มีสตรีมากมายที่เกลียดนางตั้งแต่ยังไม่ได้เห็นหน้ากันแบบนี้

               “มีใครที่ข้าควรระวังเป็นพิเศษหรือไม่กู้จิง”

               “หากจะบอกว่าทั้งหมดคงจะมากเกินไปแต่นั้นคือความจริง พวกนางอยู่กันเป็นสายอำนาจหากคุณหนูเข้าไปพวกนางที่นั่งตำแหน่งเฟยรวมถึงฮองเฮาต้องกดดันให้คุณหนูเลือกข้างทันที”

                “แล้วหากข้าไม่เลือกพวกนางจะทำเช่นไร เจ้าว่าอย่างไรกู้จิงกับคำถามนี้ของข้า”

                 “เช่นนั้นข้าขอแนะนำให้คุรหนูตั้งตนป็นใหย่และพวกมือเท้าใช้สอยแทนขอรับ”

                 กู้จิงมองใบหน้างดงามที่ยิ้มกว้างก่อนจะบอกเรื่องที่เขาเองก็คิดไว้แล้ว เรื่องนิสัยเล่นสนุกของคุณหนูตนเขาได้ยินมาก็มากเรื่องที่ให้นางไปอยู่ในอำนาจผู้อื่นคงเป็นไปไม่ได้ ฝ่าบาทเองก็คงต้องการให้การคานอำนาจนี้ส่งผลต่อการเมืองจึงเป็นเรื่องจำเป็นที่ต้องออกมายืนอยู่ในที่สว่างเพียงผู้เดียวไม่เข้ากับใคร

              “ข้าก็คิดเช่นนั้น หากพวกนางรู้ว่าอำนาจเบื้องหลังข้านั้นมีมากกว่าย่อมเป็นธรรมดาที่พวกนางยิ่งหวาดระแวง แต่อย่าได้ให้เรื่องของข้าหลุดออกไปมากนักกู้จิงเจ้าจะทำอย่างไรก็ได้ส่งข่าวเท็จออกไปว่าข้าเป็นเพียงเด็กสาวบ้านนอกคนหนึ่งเท่านั้น ข้าอยากจะเห็นใบหน้าที่เต็มไปด้วยความผิดหวังโกธรแค้นชิงชังที่พวกนางมีให้”

            ฮุ๋ยเหมยที่เพียงคิดก็รู้สึกสนุกมากแล้วยิ้มให้ตัวเองอย่างมีความสุข หวังให้นางคานอำนาจนางก็จะทำแต่นางจะไม่ยอมอยู่ใต้อำนาจผู้ใดแม้แต่สวามีของตนเองอย่างฮ่องเต้ นางไม่ได้เสียดายอิสระมากนักเพราะหากนางต้องการมันจริงๆ ผู้ใดก้ไม่สามารถบังคับนางได้

           “เรื่องการคัดเลือกข้าจะช่วยให้ฮองเฮาสมหวังฉะนั้นรบกวนท่านกู้จิงจัดการรายชื่อสาวงามที่จะเข้าร่วมการคัดเลือกด้วย ข้าคิดว่าให้ผ่านเพียงสองคนก็เพียงพอ”

               “เรื่องนี้ฝ่าบาทจะเห็นด้วยหรือขอรับคุณหนู”

             จิงไห่มองคุณหนูตนเองอย่างไม่เข้าใจด้วยครั้งนี้พบหน้ากันครั้งแรกแต่ทั้งความคิดและนิสัยเขานั้นไม่สามารถคาดเดาได้เลย

              “หากฝ่าบาทต้องการให้ข้าคาดอำนาจของเส้นสายสนุกอินที่กำลังมากขึ้นเรื่อยๆ เขาจะต้องยอม”

             หลังจากพุดคุยเรื่องงานจนบ่ายฮุ๋ยเหมยจึงเลือกที่จะกลับจวนทันทีเพราะตอนนี้มีคนที่สนใจนางมากจนเกือบตามเส้นทางที่นางใช้ทันฉะนั้นกลับไปเล่นละครสตรีในห้องหอให้คนพวกนั้นดูจึงเป็นทางเลือกที่ดี

            “ซือซือข้าจะพักผ่อนสักหน่อยเรื่องเตรียมข่าวของฝากเจ้าด้วย”

             หลังจากกลับมารับอาหารเรียบร้องฮุ๋ยเหมยจึงกลับเข้าห้องปิดประตูหน้าต่างลงกลอนเพื่อจัดการงานเอกสารบางอย่างที่จำเป็นรอเวลาเข้าวังหลังพรุ่งนี้









ฝากเรื่องนี้ด้วยนะคร้าาาาามุกคน อิอิ

หากมีคำผิดขออภัยไว้ด้วยนะคะเพราะแต่งสดยังไม่ผ่านการแก้ไขใดๆ ทั้งสิ้น

เรื่องนี้เป็นเรื่องที่สองที่แต่งฉะนั้นเป็นกำลังใจด้วยน๊าาาาา

ชอบไม่ชอบติชมได้ไรท์แต่งสนองความต้องการตัวเองด้วยอย่างให้นางอกฉลาดๆ 55555

 

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 136 ครั้ง

8 ความคิดเห็น

  1. #35 ดิเดียร์ (@pdeer11) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2562 / 21:37
    สาวใช่ดูไม่เฉลียวเท่าไหร่เนาะ ติดตามอยู่นะจ๊ะ
    #35
    0
  2. #16 sujitrapiapon37 (@sujitrapiapon37) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 30 มกราคม 2562 / 18:07

    ชอบค่ะ​ สนุกดี​ ลงบ่อยๆเลยน่ะค่ะ​ จะรอจ้า
    #16
    0
  3. #12 RapBiT_DoLl (@rapbitdoll) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 29 มกราคม 2562 / 21:42
    สนุกดีค่ะ แต่คำผิดเยอะจนอ่านสะดุดหมดมู้ดเลยค่ะ
    #12
    0
  4. #11 Loogpad\'z Intharaphan (@loogpadzii) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 28 มกราคม 2562 / 21:08
    ชอบค่ะ สนุกดี ลงบ่อยๆนะคะ
    #11
    0
  5. #10 Hawl (@Hawl) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 28 มกราคม 2562 / 18:49
    สนุก ค่ะ แต่ คำ ผิด เยอะ มาก ทำให้อ่านแล้วสะดุด
    #10
    0
  6. #9 HighGirl (@Ammy_PMP) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 28 มกราคม 2562 / 18:17
    สู้ๆนะคะ รออ่านตอนต่อไปค่าาา
    #9
    0
  7. #8 Nantanat_neung (@Nantanat_neung) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 28 มกราคม 2562 / 18:15
    รอออออออออออออออออออออออออออออออออออออออออ
    #8
    0
  8. #6 whatmynam3z (@whatmynam3z) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 28 มกราคม 2562 / 17:38
    รอค้า ไรท์มาไวๆนะคะ
    #6
    0