พระสนมมากเล่ห์

  • 0% Rating

  • 0 Vote(s)

  • 19,257 Views

  • 63 Comments

  • 605 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

จำนวนแชร์
0

  • Month Views
    923

    Overall
    19,257

ตอนที่ 15 : หลี่ซือหมิน

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1593
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 138 ครั้ง
    11 มี.ค. 62


            หลี่ซือหมินเติบโตมาในวังหลังที่เต็มไปด้วยการแย่งชิงอำนาจทั้งจากสตรีวังหลังและเหล่าองค์ชายร่วมสายเลือดที่หมายจะครองบัลลังก์ต่อจากพระราชบิดาตนเองเพราะมีสิทธิ์เท่าเทียบกัน เพราะฮองเฮาพระองค์ก่อนไม่มีบุตรที่เป็นองค์ชายการแข่งขันเอาหน้าสร้างผลงานหาผลประโยชน์เข้าพวกพ้องตนเองจึงเกิดขึ้น วันเวลาที่การแย่งชิงตำแหน่งรัชทายาทยิ่งดุเดือดแทบจะเปลี่ยนสถานที่แห่งนี้ให้เป็นสนามรบเลยก็ว่าได้ การยิ้มแย้มพูดจาเสียดสีและมุ่งร้ายเป็นเรื่องปกติที่พบได้ทุกวันอย่างเช่นการที่พบหน้ากันและยิ้มหวานให้กันก็เป็นอีกหนึ่งสิ่งที่เป็นเรื่องธรรมดาของวังหลวงแห่งนี้     

            ความลำบากที่พบเจอตั้งแต่เด็กจนเข้าวัยหนุ่มมีทั้งอันตรายที่เกิดรอบด้านรวมถึงอาหารการ สุขภาพเพราะไม่มีใครใส่ใจดูแลแม้แต่มารดาผู้ให้กำเนิด เพราะเกิดมาก็ร่างกายไม่แข็งแรงอยู่แล้วจึงถูกเลี้ยงแบบขอไปทีไม่มีแม้คนให้ความสนใจถูกมองข้ามเขาถึงได้เติบโตขึ้นมาได้ขนาดนี้จนได้เจอกับราชครูผู้หนึ่งที่บิดาไว้วางใจที่เกิดนึกสงสารจึงได้ช่วยเหลือสั่งสอนความรู้ที่จำเป็นในทุกเรื่องทำให้เขาก้าวเข้ามามีบทบาทมากยิ่งขึ้นแต่ก็ไม่ได้เปิดเผยตัวเพราะช่วงนั้นการแข่งขันแย่งชิงตำแหน่งรัชทายาทนั้นดุเดือดชนิดที่ว่าฆ่ากันตายไม่เว้นวันคนที่อ่อนแอไร้อำนาจหนุนหลังที่มากพอย่อมต้องตายเป็นรายแรกๆ คำแนะนำและสั่งสอนถูกนำมาใช้เพื่อให้ตัวเขาเองอยู่รอดก่อนจะบอกลาอาจารย์ที่ให้ความรู้และชีวิตเพราะราชครูฮุ๋ยลาออกไปใช้ชีวิตที่ชายแดนกับครอบครัวสิ่งที่ทิ้งไว้เขาที่อายุเพียงสิบปีคือกำลังคนและกิจการมืดที่เขาคิดสร้างและได้ราชครูผู้นี้ช่วยเหลือจนสำเร็จในเรื่องที่ต้องการ

            ผ่านไปห้าปีองค์ชายที่มีสิทธิ์ล้วนฆ่ากันจนเหลือไม่กี่คน ด้านวังหลังการแย่งชิงอำนาจก็ไม่ได้ลดน้อยลงเลยนับวันกลับยิ่งอันตรายมากขึ้นสำหรับสตรีทุกนางที่เป็นสนมธรรมดาแต่มีโอรส ในวันที่เขาอายุสิบห้าเต็มคนที่ตายไปก็มีพี่ชายแท้ๆ ถึงสองคน มารดาที่ผิดหวังและเสียใจที่สูญเสียบุตรที่ฝากความหวังจะให้บุตรชายทั้งสองขึ้นเป็นใหญ่ถึงขั้นเกือบเป็นบ้า แต่เมื่อคิดได้ว่าเหลือบุตรอีกคนคือเขาก็นับว่าสายเกินไปเพราะวันต่อมาเขาก็ก้าวเข้ามามีอำนาจเต็มตัวจนทุกคนที่เคยมองข้ามยังคิดไม่ถึง

            หลี่ซือหมินใช้เวลาอีกหนึ่งปีที่เหลือเพื่อเตรียมความพร้อมให้ตนเองไม่ว่าจะเรื่องอำนาจในที่มืดพรรคพวก เงินทองที่จะเข้ามาช่วยเขาได้ ก่อนจะก้าวขึ้นบัลลังก์ในวัยสิบหกปีเต็ม ก่อนขึ้นครองบัลลังก์มีขุนนางใหญ่หลายคนที่ถูกสั่งฆ่าเพราะหากเก็บไว้การเปลี่ยนแปลงในหลายเรื่องที่คิดจะไม่เกิดขึ้น เขาไม่ต้องการเป็นฮ่องเต้ที่ต้องทำตามความต้องการของขุนนางที่เอาแต่แสวงหาผลประโยชน์ แต่ต้องการเป็นฮ่องเต้ที่ให้ความอยู่ดีกินดีกับคนในแคว้นที่ปกครองได้อย่างแท้จริง การเก็บกวาดเริ่มขึ้นอย่างลับๆ เต็มไปด้วยความรอบครอบเสียจนรู้ตัวอีกที่เสาหลักของกลุ่มอำนาจในราชสำนักก็หายไปวันต่อมาก็มีคนใหม่เข้ามาแทนที่แบบรวดเร็วจนไม่มีใครไหวตัวทัน การถกเถียงที่มีกฎจำกัดขอบเขตมากยิ่งขึ้นเป็นสิ่งที่ส่งผลดีด้วยเรื่องไร้สาระจะไม่มีส่งเข้ามา ตัวอย่างของขุนนางที่ลืมกฏมีให้เห็นมากในช่วงปีแรกจนปีต่อมาทุกอย่างเริ่มเข้าที่ อำนาจบริหารบ้านเมืองในมือที่มีสิทธิ์จัดการเต็มที่เป็นเหมือนปราการที่เหล่าขุนนางต้องยอมถอย

            ระยะเวลาที่เหมือนจะไม่นานแต่ก็ไม่ได้เร็วจนเกินไปเกิดความเปลี่ยนแปลงหลายอย่างจนมารดาของเขาไม่สามารถเข้ามายุ่งวุ่นวายได้อีก ความเป็นแม่ลูกที่ไม่มีเยื่อใยกันอยู่แล้วยิ่งห่างมากขึ้นเมื่อเขาถูกบังคับให้รับอินจางเข้ามาเป็นฮองเฮาคู่บัลลังก์แต่เพราะจำเป็นจึงต้องเก็บตระกลูมารดาและตระกูลอินเอาไว้เสียก่อนเพื่อรอวันเวลาที่เหมาะสมค่อยหาทางลงมือ ใช้ว่าเรื่องเลวทรามที่มารดาและตระกูลอินทำจะไม่รับรู้ แต่เพราะยังไม่สามารถจัดการได้ ฮ่องเต้พระองค์ก่อนหรือก็คือพระราชบิดาของเขาก็ตายเพราะสองตระกูลนี้ที่ทำเรื่องก่อกบฏอย่างลับๆ แต่สุดท้ายที่ดูเหมือนจะสำเร็จเพราะบัลลังก์เป็นของเขาที่เป็นคนของตระกูลจ้าวแต่ระยะเวลาที่ผ่านมาหลี่ซือหมินทำให้ทุกฝ่ายเห็นชัดเจนว่าเขาไม่ได้ให้ท้ายสองตระกูลเลยออกจะหาเรื่องตรวจสอบให้สองตระกูลลำบากเรื่องการหาผลประโยชน์เข้าตัวเองเสียมากกว่า

            สำหรับหลี่ซือหมินการทำงานในฐานะฮ่องเต้ในช่วงปีแรกของการขึ้นครองบัลลังก์ เต็มไปด้วยความลำบากแต่ไม่ถือว่ามากมายด้วยวางแผนจัดการเรื่องราวเอาไว้มากพอที่จะรับมือ การที่ต้องทำงานกลางวันที่วังหน้าเข้าประชุมหารือเรื่องบ้านเมืองตรวจฏีกาแต่กลางคืนยังต้องมาให้ความสำราญกับเหล่าสตรีวังหลังที่ถูกส่งเข้ามาเพื่อผลประโยชน์ของตระกูลต่างๆ นับวันเขายิ่งเห็นธาตุแท้ของสตรีแต่ละคนมากยิ่งขึ้น จนคิดว่าใกล้เวลาที่ต้องจัดการหยุดเรื่องทุกอย่างแล้ว จดหมายจึงถูกส่งออกไปขอความช่วยเหลือจากผู้เป็นอาจารย์จนได้ฮุ๋ยเหมยเข้ามาช่วยเรื่องวังหลังที่เขาเองต้องการให้เกิดการเปลี่ยนแปลง

            การสร้างดุจอำนาจใช่ว่าไม่จำเป็น มันยังคงจำเป็นแต่ไม่ใช่ว่าต้องส่งสตรีที่เป็นบุตรหลานเข้ามาเข่นฆ่ากันเพื่อผลประโยชน์ตระกูลตนเอง สิ่งที่เขาเกลียดที่สุดคือการที่สตรีแย่งชิงความโปรดปรานใส่ร้ายกันซึ่งหน้าเพื่อให้ตนเองชนะไม่เคยมีความขาวสะอาดที่แท้จริงมีเพียงเล่ห์กลที่จะให้ตนเองและตระกูลได้ทุกอย่างตามที่ต้องการเท่านั้น หลี่ซือหมินจึงคิดว่ายิ่งมากคนก็จะยิ่งมากความการแตกแยกจะไม่เกิดขึ้นถ้าอำนาจไม่ได้กระจายออกไปมากนัก อำนาจในมือขุนนางมีมากยิ่งจะทำให้ทะเยอทะยานและแข็งกร้าวไม่ฟังแม้เขาที่เป็นฮ่องเต้ การเป็นฮ่องเต้ที่มีอำนาจไม่ใช่เป็นเพียงหุ่นเชิดที่ไร้อำนาจใช่ว่าฮ่องเต้แคว้นไหนจะเป็นได้หากขุนนางมีอำนาจมากกว่า

            “ฝ่าบาทตอนนี้คนของเราเริ่มจัดการแขนขาตระกูลอินแล้วพะยะค่ะ”

            “ไห่กงกงเจ้าคิดว่าจะใช้เวลามากน้อยแค่ไหนกับการเก็บกวาดคนที่อยู่ฝั่งตระกลูอินและตระกลูจ้าว”

            “ตามที่ได้รับข่าวมาเห็นว่าไม่เกินสามเดือนพะยะค่ะ”

            “สั่งการลงไปข้าให้เวลาพวกเขาสองเดือนในการจัดการ หากในวังหลังเกิดเรื่องคนพวกนั้นจะได้ไม่มีเวลามาให้ความสนใจมากพอ ข้าไม่ต้องการให้พวกเขายืดมือเข้ามาสอดเรื่องพวกนี้ได้”

            “พะยะค่ะ”

            หลี่ซือหมินคิดถึงใบหน้าสตรีอีกนางที่ได้เริ่มทำความรู้จัก แม้จะรู้เรื่องางมาบ้างเพราะตลอกระยะเวลาที่ผ่านมาให้ความสนใจแต่ข่าวที่ได้ไหนเลยจะจริงแท้เหมือนที่เข้าไปพูดคุยทำความรู้จัก นางเป็นสตรีที่เติบโตขึ้นมาโดยมีอิสรเสรี สตรีที่มีความคิดเปิดกว้างแตกต่างส้รางสีสันในวังหลังได้ไม่น้อย เรื่องความงามก็ไม่เป็นรองใคร ด้านความเฉลียวฉลาดยิ่งไม่อาจดูถูกได้

            “แล้วเรื่องในตำหนักของพระสนมเสียนเฟยเจ้าพอรู้สิ่งใดบ้าง”

            ไห่งกงกงลอบเงยหน้ามองนายเหนือหัวก่อนจะเอ่ยตอบเสียงเบาตามที่รับรู้มา

            “พระสนมจัดการคนได้ดีพะยะค่ะ ดูเหมือนคนที่ฝ่าบาทส่งเข้าไปจะเกรงกลัวพนะสนมไม่น้อย คนที่ติดตามมาทั้งสองก็รู้งานเป็นอย่างดีทั้งเรื่องความปลอดภัย การตรวจสอบพิษต่างๆ ล้วนทำได้รัดกุม การทำงานรับผืดชอบงานเป็นระบบมากทั้งที่พึ่งเข้ามาแต่จัดการได้ดี อีกเรื่องคือเส้นสายพระสนมที่เก่งกาจถึงขนาดเข้ามาอยู่ในรั่ววังหลังได้คอยให้ความช่วยเหลือเรื่องข่าวสาร”

            ไห่งกงกงยอมรับจากใจว่าสตรีที่เข้ามาใหม่มีความสามารถและฉลาดพอที่จะเอาตัวรอด การที่เข้ามาแล้วมีกำลังของตนอยู่ภายในอย่างไรก็มีผลดี ถึงจะเกิดเรื่องใดขึ้นแต่มีหลักประกันว่าสามารถรอดได้อย่างแน่นอน ช่างเป็นสตรีที่มองข้ามไม่ได้ ไหนจะเรื่องที่ทำให้ฝ่าบาทสนพระทัยได้นี้อีกที่เป็นเรื่องเกิดคาดหมาย ท่านราชครูฮุ๋ยเลี้ยงบุตรสาวมาได้ดีจริงๆ

            “นางเป็นสตรีที่ข้าคาดเดาไม่ได้”

            “พะยะค่ะ พระสนมคาดเดาได้ยาก ไหนจะกำลังในมือรวมถึงที่ฝ่าบาทมอบให้ตอนนี้พระสนมเสียนเฟยน่ากลัวที่สุดในวังหลังแห่งนี้แล้ว”

            “ข้าขอนางมาให้ช่วยงานหากนางเกิดเป็นอะไรข้าคงไม่สามารถมองหน้าอาจารย์ได้ ขอนางมาจากครอบครัวแล้วก็สมควรจะดูแลนางให้ดี”

            “ฝ่าบาทกระหม่อมมีอีกเรื่องที่อยากทูลถามพะยะค่ะ”

            หลี่วือหมินเงยหน้าจากงานก่อนจะมองใบหน้าที่ก้มต่ำของคนสนิท

            “หากสงสัยสิ่งใดจงถามออกมา”

            “เรื่องพระสนมฮุ๋ยเสียนเฟยฝ่าบาททรงคิดไว้ใจจริงหรือพะยะค่ะ”

            ไห่งกงกงเอ่ยเรื่องที่เขากังวลมาโดยตลอดเพราะพระสนมผู้นี้เดิมทีมีอำนาจในมือมากมายอบู่แล้วยิ่งได้เข้ามาเป็นพระสนมและตำแหน่งในอนาคก้าวหน้าหากเกิดเรื่องขึ้นคงยากจะแก้ไข อำนาจใครบ้างที่ไม่อยากได้มาครอบครอง วันนี้อาจจะเป็นสตรีที่ดีไม่มีสิ่งใดแต่เมื่อวันเวลาผ่านไปจิตใจคนเราย่อมเปลี่ยนกันได้

            “เรื่องนี้ข้าได้ตัดสินใจไปแล้ว ข้ามอบอำนาจให้นางเพื่อจะวัดใจ สตรีไม่มีคนไหนที่ไม่มีพากับตัวไห่กงกง พวกนางย่อมต้องมีเล่ห์เหลี่ยม แต่สิ่งสำคัญคือพวกนางจะใช้มันไปในทิศทางไหน แต่สิ่งที่ข้ามั่นใจนางจะไม่ทำร้ายข้าอย่างแน่นอน อย่าได้ถามว่าทำไมถึงได้เชื่อแบบนั้นข้าเองก็ไม่รู้ อาจจะเพราะว่าข้ากำลังหลงรักนางก็เป็นได้”

            “ฝ่าบาท”

            ไห่กงกงที่ฟังอยู่ถึงกับชะงักเพราะเรื่องความรักเป็นสิ่งต้องห้ามสำหรับคนที่เป็นฮ่องเต้ แบบนี้จะไม่ให้เขาตกใจได้ยังไงกัน ถึงจะสามารถรักได้แต่จะเกิดความเอนเอียงทันที คนอื่นๆ ที่ส่งบุตรสาวเข้ามาคงไม่ยอมนิ่งเฉย อีกอย่างพระสนมฮุ๋ยเสียนเฟยจะกลายเป็นเป้านิ่งที่หลายคนให้ความสนใจและลงมือกำจัด

            หลี่ซือหมินขบขันกับท่าทางคนสนิทตรงหน้า เขาเข้าใจถึงเรื่องที่ไห่กงกงกังวลเป็นอย่างดีแต่ตอนนี้ด้วยมั่นใจในหลายเรื่องจึงได้ตัดสินใจแบบนี้ ก่อนหน้าที่ไม่ได้คาดหวังต่างจากตอนนี้สิ้นเชิง

            “ข้าไม่ใช่ชายหนุ่มที่โง่งม ข้ารับรองว่าหากจะปลงใจรักสตรีใดสักคนข้าจะดูให้ถ่องแท้เสียก่อนอย่าได้กังวลให้มากนัก เท่าที่ดูและใช้เวลาอยู่ด้วยกันสตรีผู้นี้แตกต่างจากสตรีที่ข้าเคยเจอมา ใช้ว่าไม่รู้ว่าเจ้าเป็นห่วงแต่คนเราเรื่องความรักไม่สามารถห้ามกันได้ สิ่งที่ทำได้คือเรียนรู้ให้มากก่อนจะตัดสินใจมอบความรักที่มาพร้อมอำนาจให้เท่านั้น”

            “ที่กระหม่อมตกใจเพียงคิดไม่ถึงเท่านั้นพะยะค่ะ”

            “อีกไม่นานวังหลังแห่งนี้จะเปลี่ยนไปแล้ว เจ้าก็รู้ว่าอย่างไรเสียต้องมีสตรีหนึ่งนางก้าวขึ้นเป็นใหญ่ ข้าจำเป็นต้องเลือกและข้าเชื่อว่าฮุ๋ยเหมยเป็นสตรีนางนั้น”

            “แต่พระสนมต้องรับมือกับเสียงวิจารณ์ทั้งจากวังหน้าและวังหลัง กระหม่อมเกรงว่าพระสนมจะไม่สามารถรับไหว”

            “แต่ข้ากลับคิดต่างจากเจ้า ฮุ๋ยเหมยนางสามารถรับมือได้อย่างแน่นอน”

            หลี่ซือหมินมั่นใจในสตรีที่เขาเลือก หากนางยอมแพ้เพียงเพราะคำคนเท่านี้หนทางข้างหน้าย่อมยากลำบากขึ้นมาก เสียงนกเสียงกาไหนเลยควรเก็บมาใส่ใจ อีกอย่างเขาเป็นฮ่องเต้ถ้าไม่สามารถปกป้องคนรักได้ก็นับว่าไร้ความสามารถ ความรู้สึกที่เริ่มก่อตัวและขยายวงกว้างในจิตใจตอนนี้ต้องยอมรับว่าหลงรักนางเข้าแล้วจริงๆ ทั้งที่นางยังไม่ได้ทำสิ่งใดด้วยซ้ำ เขาช่างเป็นฮ่องเต้ที่หลงรักสตรีได้ง่ายเสียจริง

 

เมืองโจว

            “ท่านพี่”

            เสียงหวานที่ดังขึ้นด้านหลังเรียกความสนใจจากฮุ๋ยชงหยวน  ใบหน้าที่บ่งบอกว่าอายุมากแต่ยังคงหล่อเหลาหันกลับมายิ้มอบอุ่นให้กับผู้เป็นภรรยา

            จางจิวซินที่เห็นรอยยิ้มผู้เป็นสามีเพียงยิ้มตอบก่อนจะก้าวเข้ามาใกล้ขึ้น มือบางที่เริ่มเหี่ยวย่นยืนไปข้างหน้าให้ผู้เป็นสามีกุมไว้ก่อนทั้งสองจะเข้าไปนั่งในศาลาที่อยู่ใกล้ๆ

            “ออกมาหาพี่น้องมีเรื่องอะไรกัน เห็นว่าออกไปข้างนอกแต่ช่วงเช้านึกว่ายังไม่กลับจวนเสียอีก”

            “น้องออกไปซื้อของเล็กน้อย อีกอย่างคือหาข่าวเรื่องลูก ฮุ๋ยเหมยจากบ้านไปเกือบครึ่งเดือนแล้วไม่รู้ว่าตอนนี้เป็นอย่างไรบ้าง ถึงจะรู้ว่านางเก่งกาจสามารถเอาตัวรอดได้แต่คนเป็นแม่ไหนเลยจะอดห่วงไม่ได้”

            ฮุ๋ยชงหยวนยิ้มให้กับคำพูดของภรรยาเพราะเรื่องนี้เขาที่เป็นบิดาย่อมต้องกังวลเช่นกัน ถึงจะวางแผนเตรียมความพร้อมทุกอย่างให้แล้วก็อดห่วงอยู่เช่นเดิม

            “พี่ก็กังวลเช่นกัน แต่เรื่องนี้อย่างไรก็เลี่ยงไม่ได้ ฮุ๋ยเหมยไม่ใช่เด็กสาวที่มองโลกในแง่เดียวนางต้องผ่านเรื่องนี้ไปได้อย่างแน่นอน อีกอย่างคนของเราที่อยู่รอบตัวลูกมากฝีมือถึงเพียงนั้น อย่าได้คิดให้มาก”

            “น้องรู้ หากจะย้อนเวลากลับไปได้ก็คงไม่สามารถแก้ไขสิ่งใดได้อยู่ดี คำสัญญาที่เราให้ไว้ว่าจะคอยช่วยเหลืออย่างไรก็ต้องทำ ฝ่าบาทเป็นบุรุษที่มองการณ์ไกลเรื่องที่วางแผนต้องสำเร็จแน่นอน แต่ก่อนจะถึงเวลานั้นบุตรสาวเราต้องอดทนต่อทุกเรื่องที่จะเข้ามาอีกเช่นกัน”

            “พี่เชื่อว่าลูกสามารถทำได้ นางเติบโตมากแล้ว หากอนาคตนางจะเลือกทางเดินทางไหนเราที่เป็นบิดามารดาย่อมต้องตามใจ เราเลี้ยงนางมาไม่เหมือนบุตรสาวบ้านอื่น ให้ทั้งความรู้ อิสระทางความคิดและร่างกายไหนเลยนางจะเหมือนคนอื่นได้”

            “ที่น้องห่วงก็เรื่องนี้ บุตรสาวเราความคิดอ่านแปลกไปมาก ฝ่าบาทจะทรงคิดเห็นเช่นไรกับเรื่องนี้กัน”

            “ถึงฝ่าบาทจะพอใจกับนิสัยบุตรสาวเราหรือไม่ก็ตามแต่ฝ่าบาทไม่มีสิทธิ์ทำร้ายฮุ๋ยเหมย ถึงพี่จะยอมให้ลูกเข้าไปแต่อย่าได้คิดว่าจะไม่เตรียมแผนรับมือ”

            ฮุ๋ยชงหยวนนึกถึงต้นเหตุเรื่องทั้งหมดที่ต้องให้บุตรสาวเข้าไปเป็นหมากได้เพียงปลงตกเท่านั้น เรื่องที่เกิดปแล้วย่อมแก้ไขไม่ได้ทำเพียงยอมรับและคอยช่วยเหลือ

            “แต่ยังไงน้องก็อดเป็นห่วงไม่ได้อยู่ดี ข่าวสารถึงจะรวดเร็วแต่ก็ไม่เหมือนอยู่คอยช่วยเหลือใกล้ๆ”

            “น้องจะบอกว่าอยากไปเมืองหลวงเพื่อคอยช่วยเหลือฮุ๋ยเหมยงั้นหรือ”

            จางจิวซินพยักหน้าเบาๆ เพื่อเป็นคำตอบ นางมีบุตรสาวเพียงคนเดียวแล้วจะไม่ให้กังวลได้ยังไงกัน ถึงจะยอมให้บุตรสาวไปแต่ก็ยังกังวลอยู่ทุกวัน เมืองหลวงอยู่ไกลถึงเพียงนี้ถ้าบุตรสาวเป็นอะไรขึ้นมาคงยากแก้ไข ไหนจะเรื่องในวังหลังอีก นางเป็นสตรีที่ไม่ได้ยุ่งเกี่ยวกับเรื่องพวกนั้นแต่เมือแต่งกับสามีเรื่องพวหนี้จำเป็นต้องเรียนรู้จึงเข้าใจความดำมืดในนั้นได้ดี บุตรสาวที่พึ่งเติบโตจะไปเข้าใจสิ่งใดมากนัก เล่ห์กลหรือจะสู้คนที่อยู่ภายในนั้นมานานแรมปี

            “แต่ถ้าเรากลับไป ฮุ๋ยเหมยจะเป็นจุดสนใจมากยิ่งขึ้น สายตามากมายจะมองไปที่นาง อีกอย่างนางจะทำสิ่งใดยังต้องมาคอยกังวลว่าบิดามารดาจะได้รับอันตรายหรือไม่อีกด้วย”

            จางจิวซินที่คิดตามคำพูดสามีก็ให้ยอมรับ จริงอย่างที่สามีนางพูด การกลับไปยิ่งจะทำให้บุตรสาวเป็นอันตรายเพราะคนพวกนั้นหวงอำนาจในมือ ใบหน้าที่มีความหวังจึงสลดลงเล็กน้อย

            “เอาเถอะท่านพี่ น้องจะพยายามไม่คิดมาก บุตรสาวเราเก่งกาจนางต้องผ่านมันไปได้”

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 138 ครั้ง

3 ความคิดเห็น

  1. #50 Wan-wan15 (@Wan-wan15) (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 12 มีนาคม 2562 / 19:47
    รอติดตามต่อค่ะ
    #50
    0
  2. #49 หมูหวาน (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 11 มีนาคม 2562 / 21:11

    รอหายนะของวังหลังค่ะ 5555+ชอบค่ะเรื่องนี้ถูกใจจริงๆ

    #49
    0
  3. #48 monprapai (@monprapai) (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 11 มีนาคม 2562 / 20:29
    รอคอยความเถิดเทิงวังหลัง
    #48
    0