พระสนมมากเล่ห์

  • 0% Rating

  • 0 Vote(s)

  • 19,323 Views

  • 63 Comments

  • 607 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

จำนวนแชร์
0

  • Month Views
    989

    Overall
    19,323

ตอนที่ 14 : ผลของการกระทำ 2

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 2764
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 213 ครั้ง
    12 ก.พ. 62


          ไกลออกไปร่างสูงในชุดสีทองลวดลายมังกรกำลังก้าวตามทางที่ปูด้วยหินเข้ามาใกล้เรื่อยๆ ฮุ๋ยเหมยยิ้มรับก่อนจะลุกขึ้นจากเก้าอี้ที่นั่งอยู่ ใบหน้างดงามเต็มไปด้วยรอยยิ้มหวานใสเพียงเพราะเห็นว่าเอกบุรุษที่นางรอมาถึงแล้ว ฮุ๋ยเหมยยังคงไม่เข้าใจการกระทำของตนเองนักที่มักดีใจและมีรอยยิ้มเมื่อนึกถึงสามีในนามอย่างไม่รู้ตัว ทุกครั้งที่ใช้เวลาอยู่ด้วยกันแม้นางจะเตือนตัวเองอยู่เสมอว่าไม่ควรคิดอะไรเกินเลย การรักโอรสสวรรค์ก็เหมือนว่านางพ่ายแพ้เกมในวังหลังอห่งนี้แล้วแต่กลับไม่สามารถบังคับตัวเองให้หันหลังและปิดกั้นใจตนเองได้อย่างที่คิด นางมักยิ้มโดยที่ไม่รู้ตัวเลยด้วยซ้ำ

            “ถวายพระพรฝ่าบาทเพคะ”

            “ข้าบอกกี่หนแล้วว่าเจ้าไม่ควรออกมารอด้านนอกแบบนี้ อีกอย่างพึ่งจะหายจากพิษหากมีอาการกำเริบขึ้นมาอีกจะแย่กว่าเดิมได้ทำไมถึงได้ดื้อนักฮุ๋ยเหมย”

            ฮุ๋ยเหมยที่ได้ยินเสียงอ่อนโยนลงจากที่พบกันครั้งแรกทั้งยังใส่ใจนางไหนเลยจะสามารถใจแข็งอย่างที่คิดได้ นางเพียงยิ้มกว้างขึ้นกว่าเดิมก่อนจะปล่อยให้ร่างหนาโอบประคองเข้าไปด้านใน

            “วันนี้หม่อมฉันเข้าครัวทำขนมหวังว่าฝ่าบาทจะชอบเพคะ”

            เสียงหวานเอ่ยบอกก่อนจะขยับนำไปนั่งยังเก้าอี้อีกด้านของโต๊ะ

            หลี่ซือหมินสายหัวเล็กน้อยกับความดื้อรันของอีกฝ่ายที่เหมือนจะไม่ได้เดือดร้อนเรื่องการโดนวางยามากนักถึงได้ลุกขึ้นมาเข้าครัวจัดการทำของหวานซะอย่างนั้น

            ซือซือและมู่อิงยกอาหารมาวางบนโต๊ะและรอให้ไห่งกงกงตรวจสอบพิษตามที่ทำในทุกวัน ถึงอาหารจะถูกปรุงด้วยซือซือภายในตำหนักลู่แต่เรื่องการตรวจสอบพิษนั้นมองข้ามไม่ได้เพราะหากเกิดข้อผิดพลาดขึ้นสิ่งที่ติดตามมาคงไม่สามารถรับไหวเพราะอย่างไรอาหารทุกจานก็เป็นคนของนางที่ปรุงขึ้น

            “ลองชิมไก่ตุ๋นดูนะเพคะ”

            ฮุ๋ยเหมยเสนอเมนูที่ขึ้นโต๊ะก่อนจะคีบชิ้นเล็กไปไว้ในชามข้าวของคนฝั่งตรงข้ามที่เอาแต่จ้องมองนางตลอดเวลาเสมือนว่านางไปทำสิ่งใดผิดมาแบบนั้น แต่ถึงยังไงฮุ๋ยเหมยก็ไม่ได้ใส่ใจสายตาที่ตับจ้องนางยังคงคีบอาหารเข้าปากไม่หยุดเสมือนว่ามีความสุขในการกินอาหารมื้อนี้มาก

            หลี่ซือหมินที่มองอยู่เห็นว่าเรื่องอื่นๆ เขาควรคุยหลังจากมื้ออาหารจบลงจึงตัดสินใจลงมือจัดการกับอาหารที่สตรีตรงข้ามคีบมาให้จนล้นชามข้าว

            “ชอบหรือไม่เพคะ”

            ทั้งน้ำเสียงท่าทางตอนที่ถามยังคงความสดใสและแฝงด้วยน้ำเสียงเย่อหยิ่งเสมือนจะบอกว่าหากินอาหารอร่อยๆ แบบนี้ไม่ได้อีกแล้วนอกจากตำหนักลู่แห่งนี้

            “ดีกว่าที่พ่อครัววังหลวงทำให้บางเมนู ไม่นึกว่าในตำหนักลู่จะมีแม่ครัวที่เก่งกาจแบบนี้”

            “เพียงฝ่าบาทชมชอบก็ดีแล้วเพคะ”

            ทั้งสองคนร่วมโต๊ะสนใจเพียงอาหารหลากหลายจานด้านหน้า เมื่ออิ่มอาหารคาวมู่อิงจึงจัดบัวลอยที่ฮุ๋ยเหมยทำเข้ามาวางด้านหน้า หน้าตารวมถึงสีสันที่แดงสวยเรียกสายตาของเอกบุรุษที่นั่งอยู่ได้ดีเพราะจานนี้เป็นสตรีด้านหน้าที่ลงมือเข้าครัวทำ ไม่นึกว่านางจะทไออกมาได้หน้าตาน่ากินพอสมควรแต่เรื่องรสชาติคงต้องขอลองเสียก่อน

            หลี่ซือหมินตักบัวลอยสีสวยเข้าปากหนึ่งคำก่อนจะพยักหน้าในรสชาติอย่างพอใจ

            ฮุ๋ยเหมยที่มองอยู่ถึงกับหัวเราะน้อยๆ เพราะนางรู้อยู่แล้วว่าเขาต้องชอบถึงไม่ชอบยังไงเสียเขาคงไม่หักหน้านางอยู่ดีแบบนี้นางก็ไม่มีสิ่งใดเสียหาย แต่การที่นางกล้านำสิ่งที่ปรุงด้วยตนเองขึ้นโต๊ะนางย่อมมั่นใจในฝีมือตนไม่มากก็ไม่น้อย ถึงจะไม่ค่อยเหมือนสตรีทั่วไปแต่เรื่องเย็บปัก ทำอาหารคาวหวานเล่นดนตรีอะไรที่สตรีในห้องหอสมควรเรียนรู้นางก็ไม่เคยมองข้ามทั้งสิ้น

            “รสชาติฝีมือหม่อมฉันถูกปากฝ่าบาทหรือไม่เพคะ”

            “นับว่าเกินกว่าที่คิดเอาไว้ เห็นเจ้าไม่ค่อยสนใจงานเรือนเท่าไรจึงคิดว่าไม่ถนัดมากนัก”

            ฮุ๋ยเหมยที่ได้ยินเพียงยิ้มรับมองคนตรงหน้าที่จ้องนางตาหวานอยู่

            “หม่อมฉันมีอีกหลายสิ่งมากนักที่ฝ่าบาทยังไม่รับรู้ เอาเป็นว่าเราเรียนรู้กันไปก่อนนะเพคะ”

            “เช่นนั้นก็ดี” หลี่ซือหมินมองถ้วยขนมตรงหน้าก่อนลงมือจัดการเสียให้หมดพลางเงยหน้าขึ้นมองสตรีเจ้าของตำหนักที่ยิ้มบางเบาอยู่ก่อนแล้ว เขาชอบการที่นางไม่ต้องประทินโฉมแต่งแต้มใบหน้าด้วยแป้งพวกนั้นเพราะนางตอนนี้ดูเป็นธรรมชาติและมีเสน่ห์ที่น่ามองมากกว่า แต่ถึงยังไงนางก็คือสตรีที่เขาพึ่งใจอยู่ดี

            “ได้ยินว่าฝ่าบาทยังไม่ได้ตอบรับคำขอเลื่อนตำแหน่งให้ซีเจาหรงขึ้นเป็นเจาอี๋หรือเพคะ”

            “แล้วเจ้าคิดเช่นไร คิดว่าข้าควรเลื่อนให้นางหรือไม่หรือว่ามีความคิดจะเสนอที่เป็นอีกทางเลือก”

            ฮุ๋ยเหมยมองคนตรงหน้าด้วยสายตาเจ้าเล่ห์ก่อนจะเอ่ยบอกความต้องการเสียงเบา

            “หม่อมฉันคิดว่าให้นางเป็นเจาอี๋ก็ดีเพคะ เพราะถึงจะมีจุดประสงค์เพื่อคานอำนาจเรียกความโปรดปรานจากฝ่าบาทแต่เรื่องนี้ซีถิงนางไม่สามารถสู้หม่อมฉันได้อยู่แล้วไม่ว่าเรื่องอำนาจหรือเรื่องความโปรดปรานที่ได้รับจากฝ่าบาท สตรีผู้นั้นย่อมเป็นเพียงหมากที่ไร้ประโยชน์ ปล่อยให้ไทเฮากับฮองเฮาทรงชื่นใจเล็กน้อยกับเรื่องนี้แล้วค่อยดึงตกมาเผชิญความจริงคงเป็นเรื่องสนุกที่ทำให้เบิกบานใจไม่น้อย”

            หลี่ซือหมินที่ได้ยินความคิดของสนมคนโปรดที่เขาวางแผนอนาคตให้กับนางแล้วถึงกับไปไม่ถูก นางไปเอาความมั่นใจมาจากไหนเรื่องอำนาจว่าตนเองมีมากพอ ถึงจะมีมากก็เถอะแต่ในวังหลังแห่งนี้หากเดินผิดเพียงก้าวความตายก็เข้ามาหาถึงเรือนนอนเสียแล้วอย่างเป็นว่านไฉเหรินที่นางไม่ได้ทำสิ่งใดแต่กลับต้องแบกรับความผิด

            “เช่นนั้นพรุ่งนี้ข้าจะทำตามที่เจ้าต้องการ”

            “ขอบพระทัยฝ่าบาทเพคะ”

            หลี่ซือหมินลุกขึ้นจากเกาอี้ก่อนจะเดินมาประคองร่างฮุ๋ยเหมยเพื่อเข้าห้องนอนที่กลิ่นหอมอ่อนๆ ของกำยานดอกไม้ส่งกลิ่นหอมเบาบางไปทั่วช่วยให้โล่งสบายอย่างประหลาด

            ฮุ๋ยเหมยยังทำหน้าที่เดิมในวันที่สามของการเป็นสนมคือปรนนิบัติรับใช้สามีที่เป็นถึงเอกบุรุษได้อย่างไม่ขาดตก

            ร่างสองร่างนอนบนเตียงหว้างพลางหันหน้าเข้าหากัน แสงเทียนที่ส่องให้ความสว่างเล็กน้อยบ่งบอกถึงดวงตาสองคู่ที่จับจ้องกันในความมืดไม่ได้ยอมหลับตาลงพักผ่อน

            “เหตุใคสนมรักยังไม่นอนกัน”

            หลี่ซือหมินเอ่ยถามเพราะดวงตาที่สุกวาวกระทบเสียงเทียนของสตรีด้านข้างยังคงสดใส

            “หม่อมฉันนอนกลางวันมามากแล้วเพคะหากจะให้หลับง่ายๆ คงจะยาก”

            ฮุ๋ยเหมยนางไม่ได้โกหก เพราะวันนี้ตั้งแต่กลับมาจากตำหนักคุนหนิงนางก็เอาแต่นอนจนมาตื่นช่วงหัวค่ำไหนเลยจะหลับได้ง่าย ถึงจะข่มตาให้หลับมากเพียงใดแต่ความคิดในหัวยังคงโลดแล่นไม่หยุดการลืมตาอยู่ใต้ความมืดที่ร่วงโรยจึงเป็นทางเลือกที่ไม่ทำให้คิดเรื่องไม่เป็นเรื่อง

            “เช่นนั้นควรข้าที่เป็นสามีกล่อมภรรยาตนเองให้หลับใช่หรือไม่”

            “ฝ่าบาทจะกล่อมหม่อมฉันแบบไหนกันเพคะ”

            “นั้นสินะ แบบไหนดี”

            พูดจบร่างสูงก็ขยับตัวเข้ามาประชิดร่างบางของฮุ๋ยเหมย ใบหน้าของนางตอนนี้แนบชิดอยู่ที่ต้นคอของเอกบุรุษที่โอบกอดนางเอาไว้ ลมหายใจร้อนแผ่วเป่ารดต้นคอสร้างแรงอารมณ์ได้เป็นอย่างดี หลี่ซือหมินที่ตอนแรกคิดเพีงจะโอบกอดและลูบหัวนางให้หลับแต่ตอนนี้เขามีอารมณ์อื่นเข้ามาแทรกเสียจนตั้งตัวไม่ทันเพราะไม่ได้คิดถึงข้อนี้

            ฮุ๋ยเหมยเขินอายเล็กน้อยแต่ก็พยายามนอนนิ่งให้อีกฝ่ายกอดเอาไว้ นางไม่ได้คิดภาพเรื่องการร่วมหลับนอนแบบสามีภรรยาที่แท้จริงเพียงคิดว่าถ้านางต้องปรนนิบัติเขานางเองก็ไม่ขัด น่าแปลกที่การใกล้ชิดกันที่เกิดขึ้นนางไม่ได้รู้สึกรังเกียจแม้แต่น้อยกลับกันฮุ๋ยเหมยกลับชอบใจในอ้อมกอดนี้ที่ได้รับ

            หลี่ซือหมินพยายามอย่างมากที่จะอดกลั้นความต้องการที่เกิดขึ้นด้วยเขายังไม่อยากที่จะจัดการนางตอนนี้ ของมั่นใจเรื่องบางเรื่องเสียก่อนจึงจะลงมือกลืนกินสตรีร่างบางตรงหน้าลงท้องให้อิ่มไปเป็นเดือนอย่างที่ใจต้องการ

            น่าแปลกที่พอโดนโอบกอดฮุ๋ยเหมยกลับสามารถหลับลงได้แทบจะทันทีส่วนบุรุษที่เป็นผู้โอบกอดจำต้องอดทนข่มตานอนให้หลับเหมือนทรมานตนเองทั้งที่เป็นคนเริ่ม

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 213 ครั้ง

5 ความคิดเห็น

  1. #51 Oiljang89 (@Oiljang89) (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 13 มีนาคม 2562 / 00:26
    เราว่าจุดประสงค์ของนางเอกคืออะไรกันแน่บอกว่าถ้าจบแล้วจะไปแต่ไม่ขัดหากต้องเสียตัว...ถ้าได้มีอะไรกับฝ่าบาทนางก็จะเป็นเหมือนฮองเฮาต้องเจ็บช้ำทุกครั้งที่ฝ่าบาทเสด็จตำหนักอื่นตอนนี้พอเริ่มรักแล้วถ้าวันในฝ่าบาทไปตำหนักอื่นก็ต้องเสียใจเหมือนกันนั้นแหละเราว่านางเอกน่าจะช่วยฝ่าบาทให้บรรลุเป้าหมายก่อนนะแล้วค่อยตัดสินใจว่าควรขะรักใหม
    #51
    0
  2. #46 หนูเล็ก (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 22 กุมภาพันธ์ 2562 / 11:38

    กำลังสนุกเลยค่ะ และรออ่านต่ออยู่น่ะค่ะ

    #46
    0
  3. #45 r123123 (@r123123) (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 13 กุมภาพันธ์ 2562 / 21:45

    ขอบคุณๆๆๆๆๆๆ

    #45
    0
  4. #44 Nantanat_neung (@Nantanat_neung) (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 12 กุมภาพันธ์ 2562 / 22:19
    รอออออออออออออออออออออออออออออออออออออออออ
    #44
    0
  5. #43 ดิเดียร์ (@pdeer11) (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 12 กุมภาพันธ์ 2562 / 21:29
    สนุกดีจ้าาา
    #43
    0