พระสนมมากเล่ห์

  • 0% Rating

  • 0 Vote(s)

  • 19,371 Views

  • 63 Comments

  • 607 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

จำนวนแชร์
0

  • Month Views
    1,037

    Overall
    19,371

ตอนที่ 13 : ผลของการกระทำ 1

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 2069
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 167 ครั้ง
    9 ก.พ. 62


            ฮุ๋ยเหมยที่กลับมาถึงเพียงรับยาที่ซือซือต้มไว้รอก่อนจะเข้าไปพัก วนนี้นางเหนื่อยกับการคิดและเสียสละร่างกายตนเองเป็นเหยื่อคงต้องพักฟื้นร่างกายเสียหน่อย การรับยาพิษเข้าร่างไหนเลยจะไม่มีผลกระทบเพียงแต่ฮุ่ยเหมยคิดคำนวณมาแล้วอย่างดีถึงผลดีผลเสียไม่เช่นนั้นนางคงไม่เล่นวิธีนี้

            เมื่อนึกถึงสตรีอีกคนที่โดนทร้ายทั้งร่างกายและจิตใจอย่างอินฮองเฮานางคงเจ็บปวดมากกว่าการดื่มกินพิษเป็นอาหาร เพราะคำพูดที่ไร้ใจของคนรักย่อมสร้างบาดแผลได้มากกว่าเป็นพันๆ เท่า ความเจ็บปวดหรือก็มากเกินที่จะสามารถแบกรับเอาไว้ได้ ตอนนี้ฮองเฮานางไร้ที่พึ่งอย่างชัดเจนเพราะวันนี้ฝ่าบาทเลือกข้างนางแล้วอนาคตตระกูลอินย่อมต้องยากลำยากมากยิ่งขึ้น ความผิดทั้งหลายที่เคยทำล้วนส่งผลต่อความหวาดกลัวในจิตใจไม่รู้ว่าหากหาทางออกให้ตนเองและตระกูลไม่ได้สตรีอย่างอินฮองเฮานางจะเลือกทางไหน

            ร่างบางแช่อยู่ในอาบน้ำใบใหญ่กลิ่นสมุนไพรลอยขึ้นมาแตะจมูกให้รู้สึกสดชื่นอยู่ตลอดเวลา

            “พระสนมเพคะ”

            “ว่าอย่างไรซือซือ”

            “ฝ่าบาททรงตัดสินโทษลดฐานะอดีตว่านซูเฟยเป็นว่านไฉเหรินส่งเข้าตำหนักเย็นเพคะ”

            ฮุ๋ยเหมยเพียงพยักหน้ารับก่อนจะลุกขึ้นจากอ่างน้ำที่นางแช่มานานกว่าครึ่งชั่วยาม ด้วยการตัดสินด้านนอกนางไม่ได้รับรู้เพราะตอนนั้นได้รับผิดประสาทการรับรู้จึงยังไม่ทำงาน ความเจ็บปวดที่นางได้รับจากพิษที่ซึมเข้าสู่ปากงามยังคงจดจำได้ ก่อนเข้าตำหนักคุนหนิงฮุ๋ยเหมยกินยาชะลอพิษก่อนจะดึงปิ่นขึ้นมาลูบเล่น นิ้วมือที่ปื้อนพาย่อมผสมกับน้ำชาในถ้วยได้ดีก่อนจะกลืนลงท้องไป นับว่าครั้งนี้นางอดทนต่อความเจ็บได้ดีเกินกว่าที่คาดไว้มาก

            “ซือซือ”

            หลังจากใส่ชุดคลุมและล้มตัวลงบนเตียงนุ่มเรียกเรียกซือซือที่ยืนอยู่ข้างเตียง

            “เพคะพระสนม”

            “ส่งคนของเราไปจัดการซูไฉเหรินเสีย อย่าให้นางรอดเพราะว่าอนาคตหากนางสามารถกลับมาได้จะเป็นภัยกับเรามากกว่าเรื่องดี อีกอย่างตระกูลว่านคงไม่อยู่เฉยกับเรื่องนี้ เชื่อว่าอีกไม่นานคงมีสตรีแซ่ว่านคนใหม่เข้ามาอยู่ในวังหลังอย่างแน่นอน ไม่แน่อาจจะมีแซ่จ้าวด้วยเช่นกัน”

            “จะไม่รวดเร็วไปหรือเพคะ”

            “เร็วแบบนี้เหละดี สตรีที่เหลือจะได้รู้จักเก็บหางอยู่ในที่ทางตนเองมากยิ่งขึ้น”

            “หม่อมฉันจะออกไปจัดการให้เพคะ”

            “จัดการนางคืนนี้ สร้างเรื่องเสียหน่อยก็ดี”

            หลังจากที่ซือซือออกไปฮุ๋ยเหมยจึงยอมเข้าสู่ห้วงนิทราเพื่อพักผ่อน ยาที่ได้รับทั้งจากหมอหลวงและซือซือต้มช่วยนางไว้ได้มากรวมถึงการแช่สนุมไพรเพื่อดูดพิษที่ตกค้างในร่างด้วยเช่นเดียวกันที่ทำให้นางหลับสนิท

           

ตำหนักเฉียนชิง

            “ฝ่าบาท เรื่องพระสนมว่านตอนนี้ทางตระกูลว่านรู้เรื่องแล้วพะยะค่ะ”

            ไห่กงกงแจ้งเรื่องที่ได้รับมอบหมายให้ไปจัดการเมื่อแจ้งเรียบร้อยก็มองนายเหนือหัวที่ก้มหน้าตรวจฏีกาไม่ได้ใส่ใจเรื่องที่กงกงอย่างเขาแจ้ง

            “แล้วมีท่าที่เช่นไรบ้าง”

            หลี่ซือหมินถามออกไปโดยที่ไม่ได้ละสายตาจากงานด้านหน้า

            “เพียงแสดงความตกใจและเสียใจ ดูเมื่อฮูหยินว่านมารดาว่านไฉเหรินจะโวยวายพอสมควร แต่หากถามถึงท่าทีของเสนาบดีว่านผู้เป็นบิดาคงคิดหาทางมีอำนาจในวังหลังให้ตระกูลตนเองใหม่พะยะค่ะ”

            “คนพวกนี้ช่างไม่รู้ชะตาตัวเองจริงๆ”

            “แล้วเรื่องที่ฮองเฮาอยากเลื่อนขั้นซีเจาหรงขึ้นเป็นเจาอี๋ฝ่าบาทจะทรงอนุญาตหรือไม่พะยะค่ะ”

            ไห่กงกงถามถึงเรื่องเมื่อช่วงเช้าที่คนของฮองเฮาส่งเรื่องมาให้ฝ่าบาทได้พินิจแต่เพราะคนตรงหน้าที่เป็นนายไม่ได้ให้ความสนใจทั้งยังเอาแต่ตรวจฏีกาตรงหน้าจึงทำให้เรื่องนี้ตกไป

            “เจ้าคิดว่าควรเลื่อนขั้นให้นางหรือไม่”

            “กะหม่อมมิบังอาจพะยะค่ะ”

            หลี่ซือหมินเงยหน้าขึ้นจากฏีกาที่กำลังอ่านอยู่ก่อนจะหัวเราะออกมาเสียงเบาเมื่อนึกถึงหน้าสตรีที่เขาเคยโปรดปรานนางมานานถึงสองเดือน สตรีที่แซ่ซีคนนั้นนับว่าปรนนิบัติได้ใจอีกอย่างคือสามารถใช้มาตบหน้าเหล่าสตรีที่มั่นใจในตัวเองในวังหลังของเขาได้จึงมอบความโปรดปรานให้เป็นพิเศษเพื่อให้นางสร้างเรื่องเพิ่มความสนุกแต่ตอนนี้นางไม่จำเป็นกับเขาแล้วเพราะมีฮุ๋ยเหมยเข้ามา

            “เช่นนั้นก็อย่าได้ให้ความสนใจ ข้าต้องการให้ใครสักคนออกหน้าชัดเจนเสียก่อน อยากรู้ว่ามารดาข้าหรือเมียเอกที่จะเดือดร้อนกับเรื่องนี้”

            “ค่ำนี้ฝ่าบาทจะเสด็จตำหนักไหนพะยะค่ะ”

            “ข้าบอกกับฮุ๋ยเสียนเฟยไว้ว่าจะไปหานางเช่นนั้นคืนนี้ไปตำหนักลู่”

            หลี่ซือหมินนึกถึงสตรีใจเด็ดที่กล้ารับยาพิษเขาปากตัวเองและเล่นละครหลอกตาเพื่อลากสตรีอีกคนมาลงบ่อโคลนเสียจนปีนกลับขึ้นมาด้านบนไม่ได้ อีกเรื่องคือตบหน้าคนที่คิดจะกำจัดนางอย่างอินจางเสียจนหน้าชา

            “ฝ่าบาทเสนาบดีกรมพระคลังมาขอเข้าเฝ้าพะยะค่ะ”

            เสียงขันทีด้านนอกที่เข้ามาเพื่อแจ้งเรื่องเกี่ยวกับขุนนางของเขาอีกคนที่รออยู่ด้านนอก

            “บอกให้เขากลับไปข้ายังไม่ต้องการพบใคร แต่หากเขาอยากเข้าไปเยี่ยมหลานสาวอย่างอินฮองเฮาก็ให้เข้าไปเสีย”

            น้ำสียงที่ไม่ได้ให้ความสำคัญหรือแม้แต่ใส่ใจเพียงบอกปัดอย่างขอไปที เรื่องที่มาขอเข้าเฝ้าเมื่อเกิดเรื่องกับหลานสาวดูยังไงก็รู้ว่าต้องการอะไรจากเรื่องนี้ การที่ยิ่งให่เข้ามายิ่งเป็นการสร้างเรื่องปวดหัวกับข้อร้องขอต่างๆ มากกว่าอย่างเช่นให้พิจารณาเรื่องที่เขาตัดสินใจไปแล้วใหม่ หากไม่มีกฏที่ว่าห้ามขุนนางเข้ามาเกี่ยวข้องเรื่องวังหลังหรือครอบครัวของฝ่าบาทอย่างฝ่ายในโดยเด็ดขาดคงจะมีเรื่องยื่นเข้ามามากมายจนทับฮ่องเต้อย่างเขาตาย

            เมื่อคิดย้อนกลับไปช่วงที่ขึ้นครองบัลลังก์และออกกฏพวกนี้ก็มีปัญหาไม่น้อยเสียแต่ว่าอำนาจทหารในมือมีมากลงมือจัดการพวกที่ไม่ยิยอมโดยการฆ่าทิ้งแบบลับๆ ไปเสียเพื่อไม่ให้เกิดปัญหา ขุนนางมีไว้บริหารบ้านเมืองช่วยเหลือฮ่องเต้ไม่ใช่เข้ามายุ่งวุ่นวายจนเกิดตัวเกิดฐานะและชี้นำเขาที่เป็นฮ่องเต้ การที่ปล่อยให้ขุนนางขึ้นมามีบทบาทอำนาจมากเกินไปเรื่องกบฏจึงเกิดขึ้นได้ง่ายทั้งยังเป็นการสร้างความวุ่นวายเพราะเมื่อมีอำนาจก็มักใช้ในทางที่ผิด

            “ดูเหมือนท่านเสนาบดีกรมพระคลังจะไม่ค่อยพอใจนะพะยะค่ะ”

            “อย่าได้สนใจมากไห่กงกง คนที่ไกล้ตายไหนเลยต้องใส่ใจ”

ตำหนักลู่

            ฮุ๋ยเหมยรุ้สึกตัวอีกทีตอนพลบค่ำ ใบหน้าที่ไร้สีเพราะถูกพิษกลับมาอมชมพูสดใสตามเดิม สายตาสุกวาวกวาดมองไปรอบตัวเพื่อมองว่าเวลานี้คือเวลาใด เย็นนี้นางต้องรับหน้าสามีที่เป็นเอกบุรุษยังต้องตื่นขึ้นมาเตรียมตัวอีกมากฉะนั้นหากนางยังนอนหลับไม่รู้ตื่นคงจะเป็นการเสียมารยาทมากจนเกินไป

            เรี่ยวแรงที่หายไปกลับคืนมามากพอสมควรคงเพราะหลังจากกลับมาจากตำหนักคุนหนิงนางดูแลตัวเองดีพอสมควร ฟ้าที่ใกล้มืดสร้างรอยยิ้มให้ฮุ๋ยเหมยได้พอสมควรเพราะคิดถึงใบหน้าของเอกบุรุษที่นางกำลังจะได้เจอ เวลานี้หากจะลงครัวทำกับข้าวอาหารคาวคงไม่ทันแต่ถ้าของหวานนางน่าจะสามารถจัดการได้ทันเวลา

            ร่างงามก้าวไปหยิบเสื้อคลุมอีกตัวเพื่อให้ร่างงามไม่ถูกอาการศเย็นจนเกินไป มือบางหยิบจับปิ่นขึ้นปักบนมวยผมเพื่อไม่ให้เส้นผมหลุดลงมาบดบังสายตาและใบหน้า

            “พระสนมตื่นแล้วหรือเพคะ”

            เสียงที่ดังขึ้นหน้าประตูห้องคือเสียงของมู่อิงที่เดินเข้ามาดูอาการนายหญิงตนเองก่อนจะเร่งเข้ามาประคองร่างบาง

            “อย่าได้ทำเหมือนข้าผู้นี้อ่อนแอมากขนาดนั้นมู่อิง”

            “พระสนมพึ่งฟื้นตัวจากการสลายพิษร่างกายยังต้องพักฟื้นอีกเสียหน่อยนะเพคะ”

            ฮุ๋ยเหมยยิ้มให้กับคนสนิทที่ดูเหมือนจะเป็นห่วงนางเกินกว่าที่นางห่วงตัวเองเสียอีก

            “ตอนนี้ข้ารู้สึกดีขึ้นมากแล้ว อีกอย่างการนอนติดเตียงมากไปก็ใช่ว่าจพดี หากข้าต้องนอนอยู่อย่างนั้นเห็นทีคงจะล้มป่วยมากกว่าเดิมจนไม่สามารถลุกขึ้นมาหยิบจับสิ่งของได้อีก การออกกำลังบ้างคงช่วยให้ข้าสบายตัวขึ้นมากกว่าเดิม”

            “แต่ว่ายังไม่ถึงเวลาที่ฝ่าบาทจะเสด็จพระสนมสามารถพักอีกสักหน่อยก็ได้เพคะ”

            “ข้าพักมาเกิดพอแล้วมู่อิง ตอนนี้ซือซือเตรียมสำรับเรียบร้อยแล้วหรือยัง”

            “เห็นว่ากำลังจัดการอยู่เพคะ”

            “เช่นนั้นไปห้องครัวกันเถอะ ข้าอยากลงครัวทำของหวานเสียหน่อย”

            “พระสนมจะไหวหรือเพคะ”

            “เจ้าดูถูกข้าไปแล้วมู่อิง ร่างกายข้าไม่ได้อ่อนแอขนาดนั้น”

            ฮุ๋ยเหมยพูดจบก็เดินออกไปด้านนอกเพื่อตรงไปห้องครัวด้านหลังตำหนักที่ ระหว่างทางยังต้องมองรอบด้านเพื่อย้ำเตือนว่านางยังมีชีวิตอยู่ การกระทำที่บ้าบิ่นไปบ้างนางใช่ว่าจะไม่กลัวเพียงแต่นางคิดว่าทางนี้ดีที่สุด การที่นางลงมือโยนความผิดให้ว่านไฉเหรินอย่างเลือดเย็นแบบนี้เป็นสิ่งที่บ่งบกว่างคือสตรีวังหลังที่จิตใจโหดเหี้ยมลงเรื่อยๆ ที่แห่งนี้ช่างเปลี่ยนแปลงสตรได้จริงๆ และอะไรคือหลักประกันว่านางจะไม่ถูกเอกบุราผู้นั้นทิ้งกันเพราะตอนนี้นางก็กำลังก้าวขึ้นมาเป็นสตรีอีกคนที่มีอำนาจเหนือบัลลังก์หงษ์ด้วยซ้ำไป

            สิ่งรอบกายยังคงอยู่เหมือนเดิมใม่น่าเชื่อว่าเวลาเพียงสามวันนางจะฆ่าไปแล้วหนึ่งคน

            “พระสนม”

            เสียงซือซือที่ดังขึ้นพร้อมกับร่างบางที่กำลังจัดการอาหารบนเตาเดินออกมารับหน้าเป็นการเรียกสติที่กำลังหลุดลอยของฮุ๋ยเหมยได้อีกครั้ง

            “เจ้ากลับไปทำหน้าที่ตนเองได้แล้วข้าเพียงอยากทำขนมสักอย่างเท่านั้น”

            “หากพระสนมต้องการสิ่งใดบอกกล่าวหม่อมฉันก็ได้เพคะ ใยต้องมาเองแบบนี้พึ่งจะหายดีแท้ๆ”

            “เจ้านี้ช่างพูดเหมือนมู่อิงจริงๆ เอาเถอะอย่างไรข้าก็มาแล้วขอลงครัวทำขนมง่ายๆ คงไม่เกินกำลัง”

            “พระสนมจะทำขนมอะไรเพคะ หม่อมฉันจะให้คนเตรียมของไว้จะได้ไม่ยุ่งยาก”

            ซือซือเอ่ยเสนอขึ้นเพราะนางไม่ยากให้นายหญิงตนเองต้องเหนื่อยเพิ่มมากกว่านี้

            “ข้าทำเพียงบัวลอยน้ำขิงเท่านั้น แต่คิดว่าจะทำใส้ด้วยเอาเป็นงาดำก็แล้วกัน เตรียมงาดำ ดอกเหมยกุ้ยสีแดงสักสิบดอกแล้วก็ขิงก็พอนอกนั้นคงมีที่ชั้นปรุงแล้ว เจ้าเองก็กลับไปตั้งหน้าทำอาหารที่ค้างบนเตาได้แล้วไม่เช่นนั้นข้าจะไม่มีอาหารเย็นกันพอดี”

            ฮุ๋ยเหมยสั่งรายการสิ่งของที่ต้องการเรียบร้อยก็เดินไปเตรียมแป้งและส่วนผสมอย่างอื่นรอให้ของที่สั่งพร้อมจึงจะเริ่มลงมือ ใช้เวลาไม่ถึงครึ่งชั่วยามบัวลอยน้ำขิงไส้งาดำที่บัวลอยเป็นสีแดงออกชมพูเพราะใช้สีดอกเหมยกุ้ยเข้ามาเสริมกลิ่มหอมของขิงช่วยให้โล่งสบายขึ้นเยอะ

            “พระสนมไปอาบน้ำเตรียมตัวดีหรือไม่เพคะ”

            “เช่นนั้นทางนี้ข้าฝากเจ้าดูแลต่อแล้วกันซือซือ”

            ฮุ๋ยเหมยเดินกลับเข้าตำหนักก่อนจะปล่อยให้มู่อิงเป็นผู้ช่วยในการอาบน้ำผลัดเสื้อผ้าอาภรณ์ให้เรียบร้อย อีกไม่นานฝ่าบาทย่อมต้องมาถึงจึงเร่งมือมากกว่าเดิมเล็กน้อย ใบหน้างดงามที่ไร้การแต่งแต้มสวมเพียงชุดคลุมบางเบาสีฟ้าครามก้าวออกมาด้านนอกเพื่อนั่งรอที่ระเบียงข้างตำหนักเป็นการพักผ่อนไปในตัว

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 167 ครั้ง

4 ความคิดเห็น

  1. #41 ++Muses++ (@aanadarling) (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 10 กุมภาพันธ์ 2562 / 12:18
    รอตอนต่อไปปปปปป
    #41
    0
  2. #40 Nantanat_neung (@Nantanat_neung) (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 9 กุมภาพันธ์ 2562 / 20:02
    รอออออออออออออออออออออออออออออออออออออออออออออ
    #40
    0
  3. #39 Wan-wan15 (@Wan-wan15) (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 9 กุมภาพันธ์ 2562 / 19:53
    ชอบนางเอกเล่ห์เหลี่ยมแพรวพราว
    #39
    0
  4. #38 สิบลื้ (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 9 กุมภาพันธ์ 2562 / 18:03

    รอตอนต่อไปน้าาา

    #38
    0