พระสนมมากเล่ห์

  • 0% Rating

  • 0 Vote(s)

  • 19,232 Views

  • 63 Comments

  • 605 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

จำนวนแชร์
0

  • Month Views
    898

    Overall
    19,232

ตอนที่ 11 : การวางแผน 1

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1864
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 162 ครั้ง
    6 ก.พ. 62

 

            เช้าที่สดใสมาพร้อมอากศที่เย็นสบายด้วยฝนที่ยังคงโปรยปรายเล็กน้อยในช่วงเช้าวันนี้ ฮุ๋ยเหมยตื่นขึ้นมาจัดเตรียมสิ่งของให้กับผู้เป็นสามีอย่างอารมณ์ดีหลังจากที่คืนที่ผ่านมานางนอนหลับเต็มอิ่ม ใบหน้างามมองไปยังเตรียงกว้างที่ตอนนี้ร่างหนายังคงนอนนิ่ง ถึงนางอยากปล่อยให้เขาพักอีกสักหน่อยแต่ว่างานประชุมช่วงเช้าที่ท้องพระโรงคงไม่สามารถเลี่ยงได้ หลังจากให้คนจัดเสื้อผ้าเตรีนมอาหารเช้าจึงคิดว่าสมควรปลุกอีกฝ่ายได้แล้ว

            “ฝ่าบาทเพคะ”

            เสียงหวานดังขึ้นก่อนจัขยับตัวเข้าไปหาร่างหนาที่นอนใต้ผ้าห่มอย่างสบายใจ มือบางเอื้อมไปแตะใบหน้าหล่อเหลาด้วยความแผ่วเบาไม่ได้ลงน้ำหนักมือมาก

            ขนตาที่หนาเกินบุรุษทั่วไปกระพิบถี่ขึ้นๆ เป็นสิ่งที่ย้ำเตือนว่าสามีนางได้ตื่นแล้ว ฮุ๋ยเหมยขยับตัวออกมายืนด้านข้างเตียงก่อนจะส่งยิ้มหวานเมื่อสามีหันมามอง

            “เดียวเข้าประชุมสายได้นะเพคะ”

            “ไม่นึกว่าการมานอนที่ตำหนักลู่จะทำให้หลับสบายถึงเพียงนี้”

            “หม่อมฉันว่าเป็นเพราะอากาศที่เย็นสบายมากกว่าเพคะฝ่าบาทถึงได้หลับสบายแบบนี้”

            “แต่ถ้าไม่มีเจ้าที่นอนร่วมเตียงข้าคงไม่หลับลึกถึงเช้าแบบนี้”

            “ทรงจะมาโทษหม่อมฉันได้อย่างไรกันเพคะ”

            ฮุ๋ยเหมยเอ่ยปนเสียงหัวเราะก่อนจะขยับตัวเข้าไปช่วยประคองร่างหนาที่กำลังก้าวลงจากเตียง มือบางเอื้อมไปรับผ้าเช้ดหน้ามาชุบน้ำเพื่อให้เขาได้เช็ดหน้าตาก่อนจะเข้าไปชำระกาย ร่างบางอยู่ด้านข้างเสมอคอยช่วยเหลือทั้งเรื่องการแต่งตัวทรงผมเช่นเดิมไม่เปลี่ยน ถึงจะอยุ่ด้วยกันเพียงสองคืนแต่กลับทำให้เขาและนางรู้สึกสบายใจได้อย่างน่าประหลาด อาจจะเพราะความเอาใจใส่ของฮุ๋ยเหมยที่มีและความสบายใจที่ไม่ได้ใส่หน้ากากเข้าหากัน

            “พระสนมเพคะ”

            เสียงมู่อิงที่ดังขึ้นด้านหน้าห้องเรียกความสนใจของฮุ๋ยเหมยที่กำลังจัดทรงผมให้สามีตนเอง

            “ว่าอย่างไรมู่อิง”

            “คนที่ตำหนักคุนหนิงมาแจ้งว่าฮองเฮาให้งดการเข้าถวายพระพรเพคะเนื่องจากฝนที่ตกหนักในคืนที่ผ่านมาฮองเฮาจึงล้มป่วยไม่สะดวกให้ผู้ใดเข้าเฝ้า”

            “ข้ารู้แล้วเจ้าออกไปเถอะ”

                ฮุ๋ยเหมยหันกลับมาใส่ใจร่างหนาที่นั่งอยู่บนเก้าอี้ด้านหน้า

            “ฝ่าบาท ฮองเฮาทรงล้มป่วยพระองค์น่าจะไปดูนางหน่อยนะเพคะ”

            “ข้าคิดว่าคนอย่างอินจางนางไม่ตายง่ายๆ เรื่องงานข้ายังคงมีมากหากต้องไปใส่ใจคนที่ข้าจะกำจัดอยู่แล้วคงไม่มีประโยชน์เท่าไรนัก หรือเจ้าคิดว่าอย่างรฮุ๋ยเหมย”

            หลี่ซือหมินลุกขึ้นก่อนจะหันมามองใบหน้างดงามที่ตามเขาไปถึงดินแดนในความฝันในคืนที่ผ่านมา ไม่รู้สิ่งใดที่ทำให้เขารู้สึกพอใจนางได้เสมอเพิ่มขึ้นตลอดเวลาทั้งที่พบหน้ากันเพียงสองวัน

            “อย่างไรนางก็เป็นฮองเฮานะเพคะ ถึงเรื่องที่นางทำหรือให้ความร่วมมือกับตระกูลจะผิดมากแค่ไหนแต่นางก็ขึ้นชื่อว่าเป็นภรรยาเอกของฝ่าบาท การที่ไปดูอาการนางหน่อยก็คงไม่ใช่เรื่องเสียหาย”

            “เช่นนั้นประชุมช่วงเช้าเรียบร้อยข้าค่อยไปดูนางก็แล้วกัน”

            “เช่นนั้นออกไปรับอาหารเช้าเถอะเพคะ อีกไม่นานต้องไปร่วมประชุมแล้ว”

            หลังจากที่มื้อเช้าจบลงร่างบางยังคงเดินออกมาส่งร่างหนาที่กำลังเดินห่างออกไปจากสายตาเรื่อยๆ เมื่อเห็นว่าวันนี้ไม่ได้มีสิ่งใดให้ทำอีกฮุ๋ยเหมยจึงคิดว่าจะกลับไปเอนหลังพักอีกสักหน่อยเพราะนางตื่นเช้าเกินไปจึงยังมีอาการง่วงนอนอีกเล็กน้อย

            “พระสนมเพคะ คิดว่าฮองเฮาทรงล้มป่วยจริงหรือเพคะ”

            ฮุ๋ยเหมยหันกลับไปสนใจซือซือที่เป็นคนเอ่ยถามเรื่องนี้ นางไม่ได้คิดจริงจังว่าใครจะเจ็บป่วยจริงหรือว่าทำลงไปเพื่อเรียกความเห็นใจจากบุรุษหนึ่งเดียวในวังหลังแห่งนี้ แต่ไม่ว่าอินจางฮองเฮาผู้นั้นจะมีจุดประสงคืเพื่ออะไรนั้นมันไม่ได้สำคัญเท่ากับว่านางต้องมีจุดจบที่ไม่สวยงามอยู่ดี

            “อย่าได้ใส่ใจเรื่องนี้มากนักซือซือ นางจะทำเพื่ออะไรเราไม่จำเป็นต้องสนใจ”

            “ก็ได้เพคะ”

            “ข้าไม่ได้พูดแบบนี้เพื่อตำหนิเจ้าแต่ให้เจ้าเอาเวลาไปใส่ใจอย่างอื่นมากกว่า อย่างไรเสียนางก็ถูกฝ่าบาทจัดการอยู่ดี เจ้าไปทำขนมมาให้ข้าสักอย่างแล้วกันวันนี้ยังไม่ได้รับรสของหวานเลยแม้แต่ชิ้นเดียว”

            “ได้เลยเพคะพระสนม”

            ฮุ๋ยเหมยมองด้านหลังของซือซือที่เดินออกไปก่อนจะกลับเข้ามาด้านในห้องที่กองเอกสารเพิ่มขึ้นเล็กน้อย มู่อิงช่างทำงานได้ดีเกินคาดเพราะนอกจากจะรวบรวมขอมูลสตรีวังหลังยังมีรายชื่อขันทีนางกำนัลที่เป็นสายให้กับสนมเหล่านั้น เงินทองเป็นสิ่งล่อใจให้คนเราสามารถทรยศนายตัวเองได้ง่ายเสียยิ่งกว่าที่ฮุ๋ยเหมยเคยคิด

            รายงานแต่ละฉบับล้วนแล้วแต่มีเนื้อหาน่าสนใจจนนางยิ้มกว้าง ไม่นึกว่าวังหลังจะเป็นแหน่งพนันขันต่อได้มากแบบนี้ พนันว่านางจะขึ้นเป็นฮองเฮาแทนที่อินจางงั้นหรือ ช่างเป็นการพนันที่มีความเป็นไปได้สูงมากเสียจริง แต่อ่านไปเรื่อยก้มาสะดุดที่ฉบับล่าสุด การเคลื่อนไหวของว่านซูเฟยคนงามนั้นเอง สั่งซื้อยาบำรุงงั้นหรือแล้วไหนจะมีรายชื่อยาพิษอีกสองสามชนิดเสียด้วยแต่เมื่อวื้อพากลับซื้อยาแก้เรื่องนี้คงเดาได้ไม่ยากว่านางคงใช้ยานั้นกับตัวนางเองเพื่อแสดงละครสัดฉากโยนความผิดให้กับคนที่นางไม่ชมชอบซึ่งตอนนี้มีความเป็นไปได้สูงมากกว่าคนผู้นั้นคือนางที่ต้องถูกเล่นงาน

            “ไม่นึกว่าซูเฟยอย่างเจ้าจะเอาชีวิตเข้ามาเสี่ยงด้วยตัวเองแบบนี้”

            มือบางเก็บรายงานฉบับนั้นไว้กับตัวก่อนจะเริ่มอ่านที่นางทิ้งไว้เมื่อวันก่อนด้วยอ่านไม่ทัน กู้จิงและมู่อิงหาข่าวรวดเร็วแม่นยำและมากมายหากต้องนั่งอ่านวิเคราะห์ทุกเรื่องคงเสมือนว่านางทำงานหนักกว่าฮ่องเต้ตรวจฏีกาเสียอีก

            “พระสนมหม่อมฉันมู่อิงเพคะ”

            “เข้ามาสิ”

            ฮุ๋ยเหมยเงยหน้ามองร่างของคนสนิทที่ไม่ได้สำรวมเหมือนปกติแต่กลับมีความหวาดวิตกอยู่ในตัว

            “เกิดสิ่งใดขึ้นมู่อิง”

            “คนของฮองเฮามาเพคะ พวกนางมาแจ้งว่าให้พระสนมเป็นผู้เข้าไปดูแลฮองเฮาในช่วงที่ล้มป่วยที่ตำหนักคุนหนิง หม่อมฉันเกรงว่าครั้งนี้คงเป็นแผนการของฮองเฮาเองอย่างแน่นอน”

            “อยากให้ข้าไปดุแลนางในฐานะเมียรองที่ต้องรับใช้เมียเอกเช่นนั้นหรือ ช่างเป็นความคิดที่ดีจริงๆ”

            ฮุ๋ยเหมยแย้มยิ้มลุกขึ้นจากเบาะนั่งที่นางใช้เวลานั่งอ่านรายงานแทนการไปเอนหลังพักอย่างที่คิดไว้ก่อนหน้านี้ น่าเสียดายเวลาพักของนางเสียจริง แบบนี้ซูเฟยคงลงมือง่ายแน่ๆ

            “พระสนมจะเสด็จไปหรือเพคะ”

            “ข้าคงไม่สามารถเลี่ยงได้มู่อิง เรื่องนี้อย่างไรก็ต้องเกิดขึ้น การที่เมียรองจะเข้าไปดูแลเมียเอกของสามีเป็นเรื่องที่ถูกต้องตามธรรมเนียมอยู่แล้ว”

            “แต่หม่อมฉันเกรงว่าจะเกิดเรื่องร้ายเพคะ”

            “อย่าได้วิตกไปเลย เจ้าก็รู้ข้าหาใช่สตรีโง่เขลาที่จะเดินเข้าหาความตาย ข้ายังสาวยังสวยยังใช้ชีวิตไม่คุ้มด้วยซ้ำจะเร่งรีบตายไปทำไมกัน”

            “อย่าได้พูดเล่นแบบนี้สิเพคะ อย่างไรพระสนมก็ควรหาทางออกเอาไว้ก่อน”

            มู่อิงใช่ว่าจะไม่เชื่อใจเจ้านายแต่ว่าการที่เอาตัวเข้าไปเกี่ยวในตำหนักของศัตรูหากเกิดเรื่องขึ้นนางคงไม่สามารถช่วยเหลือทัน แบบนี้มีแต่ต้องขอความช่วยเหลือจากคนด้านนอกกำแพงเท่านั้น

            “เจ้าลืมไปแล้วหรือว่าข้าไม่ได้อยู่ผู้เดียวมู่อิง อย่าลืมว่าฝ่าบาทอบคนไว้ให้ข้า พวกเขาไม่เคยไปไกลทั้งยังคอยดุแลข้าตลอดเวลาเรื่องพวกนี้จึงไม่จำเป็น แต่ถ้านางจะหาเรื่องใส่ร้ายข้ามันก็คงจะเป็นไปตามที่นางต้องการ ไปหายาที่ซูเฟยใช้มาเสียข้าจะใช้มันกับอินจาง ส่วนเจ้าก้ไปดูว่านซูเฟยเอาไว้อย่าให้นางออกมาจากตำหนักนางเข้ามายุ่งเกี่ยวเรื่องนี้ได้หากข้ายังไม่เอ่ยปากอนุญาติ จงใช้คนที่ฝ่าบาทให้มาเสียหรือใช้ยาสลบสักเล็กน้อยให้นางงีบหลับก็ดี ข้าอย่างรู้ว่าอินจางนางจะรอดได้หรือไม่”

            “มันจะไม่โจ่งแจ้งไปหรือเพคะ”

            “ข้าไม่ได้คิดไปที่นั้นคนเดียว ไปทูลเรื่องนี้กับฝ่าบาทเสียหากข้าไปถึงตำหนักคุนหนิงไม่เกินครึ่งชั่วยามฝ่าบาทต้องตามข้าไปที่นั้นเข้าใจหรือไม่”

            “เพคะพระสนม”

            “ไปเรียกซือซือเข้ามาช่วยข้าแต่งตัว หากชักช้านางจะหาเรื่องลงโทษข้าเพิ่มได้หวังว่าเจ้าจะกลับมาพร้อมยาที่ต้องการ”

            หลังจากที่มูอิงออกไปหาของที่นางต้องการ วือซือก็วิ่งหน้าตื่นเข้ามา

            “พระสนมจะไปตำหนักคุนหนิงหรือเพคะ”

            “ใช่แล้ว เจ้าอย่าได้ทำตกใจไปเรื่องเพียงเท่านี้ คนที่ต้องหวาดหวั่นไม่ใช่ข้าแต่เป็นเจ้าของตำหนักคุนหนิงนั้นมากกว่า เอาละมาแล้วก็มาช่วยข้าใส่ชุดเสียหน่อย”

            ซือซือเดินเข้ามาก่อนจะช่วยนายหญิงตนเองใสชุดที่ลากยาวทั้งยังเป็นสีชมพูอ่อนหวานเสียด้วย ใบหน้างดงามวาดคิ้วแต่งติมใบหน้าด้วยมือของตนเองอย่างสนุกสนามเป็นการแต่งหน้าที่เบาบางที่สุดก็ว่าได้ ฮุ๋ยเหมยไม่ได้มั่นใจในความงามของตัวเองแต่ว่านางก็ไม่ได้ปฏิเสธว่านางมีใบหน้าที่งดงามอยู่แล้วถึงจะไม่ได้แต่งหน้าเลยก็ตาม

            “เรียบร้อยแล้วเพคะพระสนม”

            ซือซือที่จัดการปักปิ่นชิ้นสุดท้ายลงบนมวยผมหนานุ่มเอ่ยออกมาก่อนจะก้าวถอยด้านหลัง

            ฮุ๋ยเหมยมองใบหน้าที่สะท้อนออกมาก้พอใจก่อนจะลุกขึ้น

            “พระสนมเพคะนี้คือสิ่งที่พระสนมต้องการเพคะ”

            มู่อิงก้าวเข้ามาก่อนยื่นของที่อยู่ในมือออกให้ฮุ๋ยเหมยเห็นขวดแก้วขนาดเล็กที่มีฝุ่นผงสีขาวอยู่เต็มสร้างความสำราญให้นางไม่น้อย มือบางเอื้อมไปหยิบขวดแก้วดังกล่าวมาไว้

            “ซือซือไปนำปิ่นไม้รูปเหมยแดงมา”

            เสียงหวานเอ่ยบอกความต้องการก่อนจะเดิมมายังโต๊ะน้ำชาด้านข้างเตียงก่อนจะวางขวดใบเล้กน้อย อีกมือก็รับปิ่นไม้ดอกเหมยจากซือซือที่นำมาให้ด้านข้าง

            ฮุ๋ยเหมยเปิดฝาขวดขึ้นก่อนจะจุ่มปลายปิ่ยแหลมลงไปในฝุ่นผงสีขาว นางรอให้เกาะติดเล็กน้อยก่อนจะจุ่มลงในถ้วยชาของตนเองที่เหลือไว้บนโต๊ะก่อนจะจุ่มกลับลงไปในฝุ่นผงนั้นอีกครั้ง

            “พระสนมจะวางยาฮองเฮาจริงหรือเพคะ” มู่อิงเป็นผู้เอ่ยถาม

            “ข้าก็ยังไม่แน่ใจ เอาเถอะอย่างไรเสียซูเฟยก็เข้ามายุ่งไม่ได้แล้วเป็นข้ากับนางที่ต้องพอเจอกัน นำไปด้วยก็คงไม่สร้างความเสียหายมากเท่าไร”

            ฮุ๋ยเหมยพูดจบก็นำปิ่นไม้เล่มนั้นปักลงบนมวยผมก็เป็นอันเสร็จสิ้น

            “ได้แจ้งเรื่องนี้กับฝ่าบาทแล้วใช้หรือไม่”

            “แจ้งแล้วเพคะ ฝ่าบาทตรัสว่าจะรีบไปหากงานที่ค้างอยู่เสร็จสิ้น”

            ฮุ๋ยเหมยพยักหน้าเข้าใจก่อนจะเดินออกไปด้านหน้าตำหนัก ดอกไม้ด้านข้างที่เห็นยังคงยืนต้นท้าลมฝนในคืนที่ผ่านมาได้ดีเป็นลางที่ดีให้กับนางเพราะดอกไม้พวกนั้นก็เหมือนนางที่เข้ามาที่นี้ใหม่ๆ ต้องใช้เวลาในการปรับดินเล็กน้อยแต่ไม่ตาย นับวันยิ่งจะออกรากหยั่งลึกเกินกว่าใครจะสามารถโคนล้มนางได้ เมื่อพบว่าดอกไม้ที่ลงดินยังอยู่สบายฮุ๋ยเหมยยิ่งอารมณ์ดีเพิ่มขึ้นอีกเท่าตัว

            “ไปตำหนักคุนหนิงกันเถอะ ฮองเฮาคงรอข้านานแล้ว”

            ฮุ๋ยเหมยเดินนำหน้าขบวนด้วยท่าทางไม่ทุกข์ร้อนทั้งใบหน้ายังเต็มไปด้วยรอยยิ้มเบิกบานใจ รอบกายมีเพียงนางกำนัลสามคนเท่านั้นที่ตามไปด้วย ตลอดเส้นทางเสียงพูดคุยรอบข้างดังเขามาให้ได้ยินเป็นระยะแต่ก็ไม่ได้ให้ความสนใจจับใจความฟังความคิดของนกกาเหล่านี้ คำพูดเป็นเพียงคำพูดที่เลื่อนลอยไร้ความจริงไหนเลยนางต้องไปเอาใจใส่กับคำพูดไม่มีประโยชน์กับตัวเองแบบนี้

               

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 162 ครั้ง

4 ความคิดเห็น

  1. #31 Wan-wan15 (@Wan-wan15) (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2562 / 01:59
    สนุกมากค่ะชอบ รอติดตามต่อค่ะ
    #31
    0
  2. #30 chatchaomn (@chatchaomn) (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 6 กุมภาพันธ์ 2562 / 14:47
    รออ่านนะคะ
    #30
    0
  3. #29 katty2017 (@katty2017) (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 6 กุมภาพันธ์ 2562 / 13:19

    ค้างงงงงงงงง
    #29
    0
  4. #28 Nantanat_neung (@Nantanat_neung) (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 6 กุมภาพันธ์ 2562 / 11:15
    รออออออออออออออออออออออออออออออออออออออออออออออออออ
    #28
    0