พระสนมมากเล่ห์

  • 0% Rating

  • 0 Vote(s)

  • 19,291 Views

  • 63 Comments

  • 605 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

จำนวนแชร์
0

  • Month Views
    957

    Overall
    19,291

ตอนที่ 10 : ข้อตกลง 2

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1898
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 180 ครั้ง
    5 ก.พ. 62


          หลี่ซือหมินมองใบหน้าของสตรีที่นั่งด้านข้างอย่างชั่งใจด้วยเรื่องที่นางร้องขอเขาก้เคยคิดไว้แล้วว่าเมื่อวันนั้นมาถึงนางควรได้รับอิสระอย่างที่เคยมีมา วังหลังแห่งน้ไม่เหมาะให้นางมาใช้ชีวิตอยู่และทนลำบากไปกับเขา

            “ทำไมเจ้าถึงร้องขอแบบนี้”

            “หม่อมฉันกลัวเพคะ กลัวว่าวันหนึ่งจะเป็นแบบพวกนางที่ต้องตามหึงหวงสามีตนเอง สตรีเป็นได้มากกว่าที่พระองค์จะคาดคิดนะเพคะ”

            “แล้วหากว่าเราสามารถจัดการเรื่องพวกนี้ได้เจ้ายินดีจะอยู่กับข้าเช่นเดิมหรือไม่ฮุ๋ยเหมย”

            ฮุ๋ยเหมยมองใบหน้าหล่อเหลาอย่างฉงนด้วยนางไม่สามารถตามทันความคิดของเขาได้เลย เรื่องนี้เป้นเรื่องเกี่ยวกับความรักคนสองคนถึงจะสามารถใช้ชีวิตอยู่ด้วยกันได้แต่ครอบครัวที่นางวาดฝีนย่อมต้องมีเพียงนางและเขารวมถึงบุตรที่จะเกิดมาในอนาคตไม่ใช่มีสองที่สองสามีเข้ามาวุ่นวาย

            “หม่อมฉันคงทนเห็นฝ่าบาทเสด็จไปหาผู้อื่นไม่ได้เพคะ กล่าวตามตรงหม่อมฉันเป็นสตรีใจแคบ”

            เสียงหวานที่ไม่ดังไม่เบาเอ่ยถึงความต้องการที่แท้จริงที่นางเก้บซ่อนเอาไว้

            หลี่ซือหมินเพียงนิ่งไปทำให้ร่างบางที่นั่งอยู่ด้านข้างยิ่งไม่เข้าใจมากขึ้นเพราะการที่ตลอดมาเขามีสตรีมากมายไม่ทำให้เบื่อหน่ายการที่ต้องละทิ้งแล้วหันกลับมาอยู่กับนางเพียงคนเดียวเป็นเรื่องยากเกินไปที่บุรุษทุกคนจะสามารถทำได้ง่าย สตรีมีมากเป็นร้อยพันทุกนางล้วนต้องการเข้าหาถวายตัวทั้งสิ้นเรื่องนี้นับมายากจนนางที่มองอยู่ยังถอนใจเหนื่อยแทนเขาที่ต้องเล่นละครว่าไม่บื่อหน่ายเข้าหาพวกนางตาที่พวกนางต้องการ

            “แล้วหากว่าข้าสามารถทำได้เจ้าคิดว่ายังไง”

            “หากฝ่าบาททรงทำได้หม่อมฉันจะคิดอีกทีเพคะ แต่เราไม่ได้รักกันการที่จะอยู่ด้วยกันก็มีอีกหนึ่งสิ่งที่เป็นไปได้คืออยู่แบบเพื่อนที่เป็นที่พึ่งให้กันและกัน”

            “เอาเป็นว่าข้าของเวลาจากเจ้าเพื่อจัดการเรื่องนี้ ข้าก็ไม่อาจบอกได้ว่าทำไมถึงอยากให้เจ้าอยู่ข้างกายต่างจากความคิดแรกเริ่มที่คิดว่าจะปล่อยเจ้าไปเช่นเดียวกัน”

            “พระองค์จะบอกว่าเริ่มชอบหม่อมฉันทั้งที่เราพึ่งรู้จักกันได้เพียงสองวันหรือเพคะ”

            “คงจะเป็นอย่างนั้น”

            ฮุ๋ยเหมยมองใบหน้าหล่อเหลาที่มองนางอย่างตรงไปตรงมา การที่เขาเอ่ยออกมาแบบนี้เท่ากับเป็นการร้องขอโอกาสจากนางอย่างชัดเจน หากนางไม่ให้โอกาสเขาย่อมเป็นเรื่องที่ด่วนตัดสินใจมากเกินไปวันเวลาของนางในวังหลังแห่งนี้ยังอีกนานก่อนที่จะรอดูท่าทีไปก่อนก็ไม่เสียหายแต่หากให้เขาหยุดไปตำหนักอื่นตั้งแต่ตอนนี้ก็ดูเหมือนจะเป็นไปได้ยากเพราะต้องจัดการคนเช่นกัน

            “หม่อมฉันจะรอเพคะ หากฝ่าบาทอยากให้หม่อมฉันอยู่และสามารถทำตามที่หม่อมฉันร้องขอได้หม่อมฉันจะไม่จากไปไหนไกลสายพระเนตรเด็ดขาด”

            หลี่ซือหมินจ้องเข้าไปยังดวงตาที่สุกวาวของร่างบางด้านข้างที่หันหน้ามามองเขาเช่นเดียวกัน ไม่รู้อะไรที่ดลใจให้เขาพูดแบบนี้ออกไปหรือร้องขอโอกาสจากนางแต่เมื่อได้ตัดสินใจไปแล้วคนอย่างเขาย่อมไม่คืนคำพูด การเป็นบุรุษที่ดีคือการรักษาสตรีที่รักเอาไว้ให้ได้และดีกับนางนี้คือสิ่งที่อาจารย์ตนสอนสั่งก่อนจะก้าวออกจากชีวิตเขาไปใช้ชีวิตดูแลบุตรสาวตัวน้อยที่เมืองโจว ตอนนี้เขายังไม่เข้าใจแต่เมื่อได้เห็นหลายสิ่งมากขึ้นการที่ตระหนักได้ว่าเรื่องความวุ่นวายในครอบครัวแย่งชิงความดีความชอบความโปรดปรานจะไม่เกินขึ้นหากเขามีสตรีเพียงคนเดียวและถนอมนางเอาว้ได้

            “ดึกแล้วเข้านอนเถอะเพคะ ตอนนี้ด้านนอกฝนตกหนักแบบนี้คงจะตกถึงช่วงเช้า”

            ฮุ๋ยเหมยเอ่ยออกมาก่อนจัดท่าทางให้ตนเองและคนด้านข้างที่ยังไม่เลิกจ้องมองนาง

            “เจ้าช่างเป็นสตรีที่ความคิดแปลกประหลาด”

            “หรือฝ่าบาทจะทรงถกเถียงเพคะว่าที่หม่อมฉันกล่าวมานั้นไม่ใช่เรื่องจริง การเมืองที่เกิดขึ้นส่วนหนึ่งย่อมเป็นผลมาจากความโปรดปรานต่อสนมที่มีเส้นสายพวกเขาทั้งสิ้น”

            ฮุ๋ยเหมยที่ล้มตัวลงนอนเท้าคางถามเสียงใส

            “ข้าคงเถียงเรื่องนี้กับเจ้าไม่ได้”

            “เช่นนั้นนอนได้แล้วเพคะ”

ตำหนักคุนหนิง

            อินจางนั่งปักถุงหอมท่ามกลางเสียงพายุฝนด้านนอกด้วยใจหวาดหวั่น นางต้องนั่งเพียงคนเดียวกินข้าวเพียงคนเดียวและเข้านอนเพียงคนเดียวมานอนเท่าไรแล้ว วันเวลาที่ผ่านไปช้าๆ ช่างกรีดแทงหัวใจของนางให้เจ็บช้ำเพิ่มขึ้นเป็นรายวัน แต่ละวันที่ผ่านไปมันทรมานยิ่งกว่ากลืนยาพิษลงท้องที่ต้องคอยมารับรู้ว่าสวามีตนเองวันนี้ค่ำนี้ไปพักกับสตรีนางใดบ้าง

            ตอนเข้ามาวันแรกนางดีใจจนลืมมองกฎของฮ่องเต้ข้อนี้ไปที่ว่านางไม่สามารถเป็นสตรีเพียงหนึ่งเดียวของบุรุษที่ชื่อว่าหลี่ซือหมินได้ เพราะอำนาจเหล่าสตรีคนอื่นๆ จึงตามเข้ามาถวายตัวเป็นเงาตามติดที่หลอกหลอนนางเสียงจนเกือบเสียสติ ถ้อยคำนินทาต่อว่าลับหลังถึงเรื่องที่ไม่ได้รับความโปรดปรานถูกทิ้งขว้างเป็นเพียงฮองเฮาที่แห้งเหี่ยวบนบัลลังก์หงษ์นางปฏิเสธไม่ได้ว่าเรื่องพวกนี้คือเรื่องจริง

            รอยยิ้มข่มปรากฏขึ้นบนใบหน้า ฝีเข็มที่ปักลงผืนผ้าช่างสร้างความเจ็บปวดทรมานจิตใจเกินกว่าจะแบกรับไว้ได้ ความอดทนทั้งหมดที่ใช้มาเริ่มหมดลงแล้วในเวลานี้ การต้องเสแสร้งเป็นมารดาแผ่นดินที่เมตตาใจกว้างกับภรรยาคนอื่นๆ ของสามีช่างยากขึ้นเรื่อยๆ เมื่อมีคนที่สามีโปรดปรานเพิ่มมากขึ้นเป็นเท่าตัว สิ่งที่นางอยากทำคคือฆ่าสตรีพวกนั้นให้หมดเท่านั้นเพื่อตอบสนองความสาแก่ใจที่เกิดขึ้นในสมกับความแค้นที่นางมี

            “ฮองเฮาเพคะ”

            เสียงเรียกจากด้านข้างดึงสติของอินจางกลับมา มือที่ถืกเข็มกดลงบนเนื้อผ้าจนการปักต้องแก้ใหม่เพราะลวดลายไม่คงเส้นที่วาดอาจเพราะนางไม่ได้มีสามธิมากพอกับงานในมือ

            “ว่ายังไม่”

            “เรื่องฝ่าบาทเพคะ”

            “ฝ่าบาทอยู่กับใครคืนนี้”

            อินจางกลั้นใจที่จะเอ่ยถามคำถามนี้ออกไปแต่นางต้องยอมรับว่าเพราะคำนี้เป็นคำที่นางใช้มันบ่อยมาก บ่อยมากจริงๆ เพราะนางใช้มันเอ่ยถามคนสนิททุกวันตั้งแต่แต่งเข้ามาเป็นฮองเฮาได้สามวัน สามวันที่หลังจากนางตื่นจากความฝันแสนหวานที่คิดว่าสามีรักใคร่และสนใจนางเพียงผู้เดียวเท่านั้น

            “เป็นตำหนักลู่ของเสียนเฟยเพคะ”

            “เป็นนางอีกแล้ว”

            เสียงกดต่ำเอ่ยออกมาอย่างใช้ความอดทนก่อนจะเขี้ยงถุงหอมที่ยังปักไม่แล้วเสร็จในมือทิ้งไป ก่อนจะซบหน้าลงบนมือบางสองข้างที่เคยคิดจะใช้จับจูงกับบุรุษผู้เป็นสามีเพียงสองคน หยาดน้ำตามากมายไหลรินลงมาไม่ขาดสายเสมือนว่าฝนที่ตกลงมาแรงเพียงใดยังไม่อาจเท่าใจร่ำไห้ของนางได้

            “ทรงหักห้ามพระทัยหน่อยนะเพคะ”

            อินจางพยายามห้ามกลั้นเสียงสะอื้นพร้อมอย่างหยุดหยาดน้ำตาของตัวเองแต่ดูเหมือนนางจะอ่อนแอเกินไป ความเข้มแข็งเก่งกาจเป็นพญาหงษ์ไม่มีเค้าเหลืออยู่มีเพียงสตรีที่ผิดหวังในตัวคนรักและครอบครัวเท่านั้น มือคู่นี้ของนางมีสิ่งใดที่เป็นของนางเหลืออยู่บ้าง ตำแหน่งฮองเฮาที่นั่งอยู่ก็ไม่รู้ว่าผู้เป็นสามีจะเรียกคืนยามใดด้วยซ้ำ

            “ข้าไม่ดีเช่นนั้นหรือ ข้าทำทุกเรื่องไม่ดีเลยหรือฝ่าบาทจึงไม่เห็นใจในความพยายามของข้า วันนี้พรุ่งนี้อาจจะเป็นชีวิตข้าก็ได้ที่ต้องหายไป วังหลังแห่งนี้น่ากลัวเกินไปแล้วข้าต้องมือเปื้อนเลือดอีกมากมายแค่ไหนเขาถึงจะหยุดอยู่ที่ข้าเห็นใจในความรักของข้าที่มีให้เขากัน”

            “อย่าได้พูดเช่นนี้เลยเพคะ ผู้หญิงพวกนั้นต่างหากที่ผิดที่เข้ามายั่วยวนฝ่าบาททั้งที่รู้อยู่แล้วว่าควรให้เกีรติฮองเฮาแต่ยังหน้าด้านเข้ามาแสดงบทสตรีมากเล่ห์แย่งความสนใจ”

            มี่ฮวาพยามพูดให้เจ้านายที่ทุกข์โศกอยู่คลายความทุกข์และสบายใจมากขึ้นเท่าที่นางจะสามารถทำได้

            “ข้าทั้งทุกข์ใจทั้งเจ็บปวดมี่ฮวา ฝ่าบาทไม่เคยเห็นใจข้าแม้แต่น้อยพระองค์เพียงทำตามสิ่งที่พระองค์ต้องการไม่ได้สนใจว่าข้าที่ต้องทนมองสามีตนเองไปนอนกับหญิงอื่นเอาใจหญิงอื่นนั้นต้องทนความเจ็บปวดมากแค่ไหน ทำไมข้าต้องมาหลงรักบุรุษที่ไม่ได้มอบรักตอบแทนข้ากับตระกูลข้าที่เป็นสะพานให้เขาขึ้นนั่งบัลลังก์เลยสักนิด”

            นึกถึงสายตาตอนที่นางเข้าไปร้องขอตำแหน่งให้กับคนในตระกูลความเย็นชาที่แฝงมากับน้ำเสียงยิ่งเด่นชัดมากยิ่งขึ้นเสียงจนใจหวาดหวั่นอย่างก้าวถอยหลังออกจากห้องที่นางเป็นผู้ก้าวขาเข้าไป ตอนน้างยังหวังอยู่หรือนี้คือคำถามที่วนเวียนอยู่ในจิตใจตลอดเวลา นางหวังสิ่งใดจากเอกบุรุษผู้นั้นกันแน่ ความรักหรือ ตำแหน่งฮองเฮาที่มั่นคงหรือ  ความเมตตาเห็นใจในฐานะสามีภรรยาหรือ อะไรที่ทำให้นางอดทนได้มาถึงวันนี้กันคิดไปแล้วก็ไม่เข้าใจการกระทำของตนเองสักนิด

            “วันนี้ฝนแรงมากฮองเฮาอย่าทรงคิดมากแล้วเข้านอนเถอะเพคะ”

            “คืนนี้ข้าคงนอนไม่หลับ เจ้าไปเอาเหล้ามาข้าอยากดื่มเสียหน่อย เหล้าอาจช่วยให้ข้าหลับได้ง่ายยิ่งขึ้น”

            “เพคะ”

            อินจางมองออกไปทางด้านหน้าตำหนักที่เปิดประตูค้างเอาไว้ ละอองฝนที่ลอบเข้ามาตามแรงลมที่มากระทบผิดขาวทำให้เย็นสะท้อนเข้าไปถึงอก อากาศวันนี้เย็นจัดเพราะมีฝนเหมือนจิตใจนางตอนนี้จริงๆ

 

ตำหนักอี๋คุน

            “ไทเฮาเพคะ”

            “มีเรื่องอะไร”

            เสียงแหบบ่งบอกว่าอายุมากแล้วเอ่ยตอบรับก่อนจะเงยหน้าขึ้นจากรูปวาดที่ได้รับมาเมื่อช่วงเช้าของวัน ใบหน้าเหี่ยวย่นมองนางกำนัลคนสนิทที่ทำสีหน้าไม่สู้ดีแต่ก็ยังไม่เอ่ยเรื่องที่เกิดขึ้น

            “เจ้าควรบอกมาได้แล้วว่าเกิดสิ่งใดขึ้นการที่เข้ามาแล้วนิ่งเฉยก็ไม่ควรเข้ามา”

            “คนของเราที่ทำหน้าที่ตามตำหนักต่างๆ ล้วนหายตัวไปเพคะ สายต่างๆ ที่วางเอาไว้หม่อมฉันล้วนติดต่อพวกเขาไม่ได้แม้แต่คนเดียวเรื่องนี้เกิดขึ้นหลังจากเมื่อช่วงเย็นที่ผ่านมา”

            จ้างอิงลี่ที่ได้ยินนางกำนัลคนสนิทรายงานเรื่องที่เกิดขึ้นมือที่ถือรูปวาดอยู่เปลี่ยนเป็นขยี้สิ่งของในมือทิ้งจาดรูปวาดทิวเขาที่งดงามกลับกลายเป็นเศษกระดาษในมือนางเท่านั้น เรื่องนี้เกิดขึ้นใต้จมูกแต่นางกลับไม่ทันรู้ตัวหรือตั้งตัวรับทันได้เลย คนพวกนั้นที่นางรวบรวมไว้เป็นสายข่าวใช่ว่าจะหามาแทนได้ง่าย งเงินทองความไว้ใจที่ทุ่มลงไปนั้นเกินกว่าที่จะยอมมาเสียเวลาแบบนี้ได้

            “แล้วทำไมคนของเจ้าพึ่งจะรู้เรื่อง ข้าเลี้ยงพวกเจ้าให้ทำงานไม่ใช้เอาแต่เกียจค้านเข้าใจหรือไม่”

            “ไทเฮาโปรดอภัยให้หม่อมฉันด้วยเพคะ”

            สายตาคมที่มองร่างอวบของนางกำนัลคนสนิทแทบจะจิกเนื้อกัดกินหนังหากสามารถทำได้

            “ไม่มีสายคนใดรอดเลยอย่างนั้นหรือ”

            “ไม่มีเลยเพคะพวกเขาต่างหายตัวไปทั้งสิ้น หม่อมฉํนได้ให้คนในตำหนักไปสืบหาแล้วแต่ว่าไม่พบเลยแม้แต่คนเดียว แบบนี้จะให้จัดการหาคนใหม่เข้ามาแทนเลยหรือไม่เพคะ”

            “เจ้าคิดว่าการซื้อคนง่ายสินะ คิดแบบนั้นก็ไม่ผิดนักเพียงหยิบยื่นเงินเล็กน้อยคนพวกนั้นก็ตอบรับข้อเสนอแต่เจ้าอย่าลืมว่าในวังหลังแห่งนี้ไม่มีใครที่ไม่มีนาย การที่เจ้าเดินไม่ดูทางเข้าไปยื่นข้อเสนอแต่พวกนางเอาเรื่องนี้ไปบอกนายมันอีกทีคงไม่ใช่เรื่องดี พวกนกสองหัวบ่าวหลายนายในวังหลังมีเยอะจนนับไม่ได้เป็นมดปลวกที่อยู่ได้ด้วยการประจบสอพลอ”

            จ้าวอิงลี่ฟังเสียงฝนที่ตกกระหน่ำลงมาอย่างกับฟ้ารั่วก่อนจะนึกขึ้นได้ถึงสาเหตุของเรื่องที่อยู่ๆ คนของนางก็หายไป ลูกชายที่นางเคยใส่ใจคงเป็นผู้ลงมือ คิดว่านางแก่แล้วจะยอมปล่อยให้ตนเองเป็นยายแก่ไม่มีพิษสงเช่นนั้นหรือ หากนางตายตอนนี้ตะกูลจ้าวคงล้มสลายตามนางไปแน่ๆ เพราะตั้งแต่ที่นางยังสาวจวบจนวันนี้เรื่องเลวร้ายที่ตระกูลทำนั้นมีมากเหลือเกินจะดีหน่อยก็ที่ช่วงนั้นมีอำนาจล้มมือการปิดบังเรื่องต่างๆ ถึงได้ทำง่าย บุตรชายคนสุดท้องนางกลับพยายาททำลายตระกูลมารดาตนเองเรื่องนี้คงยอมอยู่เฉยไม่ได้

            “วันนี้ฝ่าบาทไปค้างที่ตำหนักสนมคนใด”

            “เป็นตำหนักลู่เพคะ”

            “สตรีผู้นี้ที่มาน่าสงสัยทั้งยังเข้ามาในเวลาที่เหมาะสมถึงเพียงนี้คงไม่ใช่เข้ามาเพื่อถวายตัวอย่างเดียว ข้าอยากจะพบหน้านางจริงว่าจะเหมือนบิดาของนางมากขนาดไหน”

            จ้าวอิงลี่ย้อนกลับไปเมื่อตอนมีอำนาจใหม่ๆ ตอนนี้ก็มีราชครูฮุ๋ยผู้นี้ที่เข้ามาขว้างทางนางอยู่บ่อยครั้งและทำลายแผนการนางอีกนับไม่ถ้วน สติปัญญาและการวางตัวล้วนดีเกินไปทั้งสิ้นไม่นึกว่าจะเลี้ยงบุตรสาวให้เติบโตขึ้นมาเพื่อเข้ามาตายในวังหลังแบบนี้ เอาอะไรมามั่นใจกันว่าบุตรสาวตนเองจะมีชีวิตรอด

            “ได้ยินจากนางกำนัลที่เคยเห็นหน้าของฮุ๋ยเสียนเฟยต่างบอกเป็นเสียงเดียวกันว่ามีความงดงามเป็นเอกมากเพคะ ทั้งกิริยาท่าทางล้วนสง่าสูงศักดิ์ทั้งสิน นางกำนัลขันทีบ้างกลุ่มถึงกับลงขันพนันว่าต่อไปคงได้ขึ้นแทนที่อิฮองเฮาเมื่อสามารถตั้งครรภ์ได้เพคะ”

            “ฮึ เป็นฮองเฮาหรือ รอข้าผู้นี้ตายเสียก่อนนางถึงจะได้เป็นฮองเฮา แล้วเรื่องที่ข้าให้เจ้าไปแจ้งให้ซีเจาหรงนางเข้าหาฝ่าบาทนางไม่ได้ทำหรืออย่างไรฝ่าบาทถึงได้ไปหาฮุ๋ยเสียนเฟยได้”

            “นางไปดักรอแล้วเพคะแต่ว่าฝ่าบาทไม่ได้เลือกกลับไปกับนางแต่ยังเดินหน้าไปตำหนักลู่เช่นเดิม”

            “ช่างมีแต่คนไม่ได้ความจริงๆ เจ้าก็พยายามหาคนเข้ามาแทนก้แล้วกันแต่จงทำทุกอย่างให้เงียบที่สุดเข้าใจหรือไม่”

            ดูเหมือนว่านางจะประมาทบุตรชายตนเองมาจนเกินไปไม่เช่นนั้นคงไม่เกิดเรื่องแบบนี้ขึ้น ฮุ๋ยเหมยผู้นี้ก็เช่นกันเห็นทีต้องเร่งมือกำจัดก่อนที่นางจะตายจากไปไม่เช่นนั้นวิญญาณคงไม่สงบหากนางตายแล้วไม่ได้ช่วยตระกูลตนเอง

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 180 ครั้ง

0 ความคิดเห็น