พระสนมมากเล่ห์

  • 0% Rating

  • 0 Vote(s)

  • 19,427 Views

  • 63 Comments

  • 608 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

จำนวนแชร์
0

  • Month Views
    1,093

    Overall
    19,427

ตอนที่ 1 : เรื่องวุ่นวายของฮุ๋ยเหมย 1

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 3968
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 246 ครั้ง
    12 ก.พ. 62

ฮุ๋ยเหมย 1

เรื่องวุ่นวายของฮุ๋ยเหมย

 

            "คุณหนู ฮุ๋ยเหมย อายุสิบแปดหนาวแต่งตั้ง ตำแหน่งเจาอี๋สนมเอกขั้น 2 ชั้นเอกในฮ่องเต้ หลี่ซือหมิงอีกหนึ่งเดือนเดินทางเข้าวังหลวงเพื่อรับตำแหน่ง"

            ประโยคเหล่านี้หลอกหลอนฮุ๋ยเหมยเป็นเดือนจนนางไม่มีความสุขสบายทั้งกายและใจ ฮึ ตำแหน่งสนมเอกขั้นสองชั้นเอกที่ได้รับมาเป็นเหมือนบ่วงผูกคอนางไม่ให้ก้าวขาออกไปสู่โลกกว้างดั่งที่ใจปราถนา ตั้งแต่ได้รับราชโองการและได้ตำแหน่งมาจากวันนั้นถึงวันนี้ที่นางต้องเข้าวังหลวงถวายตัวเป็นพระสนมขั้นเอกลำดับที่หนึ่งอย่างเป็นทางการโดยที่ไม่ได้มีความเต็มใจจากเจ้าตัวอย่างนางเลยแต่ก็ไม่สามารถขัดได้ นางรู้ดีที่ตัวนางเองขัดใจนั้นเพราะนางยังไม่ได้ทำในหลายสิ่งที่ต้องการจึงรู้สึกไม่ดีกับเรื่องเข้าไปเป็นสนมในวังหลัง การได้ตำแหน่งเจาอี๋มาแบบนี้ยิ่งเรียกสายตาเกลียดชังความริษยามากมายไหลหลากมาเหมือนน้ำป่าที่ไหลไม่หยุด

            ตำแหน่งเจาอี๋(ผู้งามเลิศ) เป็นตำแหน่งที่สนมในวังหลังที่เข้าไปอยู่ก่อนจ้องแย่งชิงกันตาเป็นมัน ชนิดที่เอาชีวิตเป็นเดิมพันเพื่อตำแหน่งนี้ด้วยซ้ำ แต่นี้นางที่ไม่มีใครเคยรู้จักหรือให้ความสนใจมาก่อนกลับได้รับราชโองการผ่าฟ้าได้ตำแหน่งนี้มาแบบ งงๆ ฮุ๋ยเหมยก็มีความสงสัยไม่น้อยว่าทำไมอยู่ดีๆ ถึงได้ตำแหน่งนี้มา ถึงจะได้เข้าถวายตัวก็จริงแต่ตำแหน่งนางไม่ควรโดดเด่นและสูงมากมายขนาดนี้ ตำแหน่งพระสนมเอกขั้นสองที่เป็นถึงเจาอี๋ที่ถือว่าเป็นลำดับสูงสุดของพระสนมเอกขั้นสอง คนที่ได้ตำแหน่งนี้ควรเป็นของพระสนมที่เข้าวังหลวงมานานและมีผลงานถึงมีสิทธิ์ได้ครองอย่างไม่มีคำครหา ส่วนผลงานที่ว่าถ้าไม่เป็นที่โปรดปรานก็คือมีโอรสหรือธิดาให้กับฮ่องเต้ ถึงตอนนี้ฮ่องเต้หลี่ซือหมินจะครองราชย์ได้เพียงแปดปีแต่มีความเด็ดขาดและสามารถรวมอำนาจที่เคยอยู่ในมือขุนนางให้กับมาอยู่ภายในมือพระองค์ตั้งแต่สิบปีแรกที่ครองราชย์กลับยังไม่มีบุตรธิดาสักคน สำหรับความคิดฮุ๋ยเหมยคงไม่ใช่เรื่องที่ไม่สามารถมีบุตรได้แต่เพราะเลือกแม่ของลูกมากกว่า การป้องกันโดยให้เหล่าสนมที่ถวายตัวดื่มยาห้ามครรภ์เป็นสิ่งที่เกิดมาหลายร้อยปีแล้วเพื่อป้องกันไม่ให้ฮองเฮาหรือสนมชายาที่ฮ่องเต้มีความเห็นว่าไม่สมควรที่จะให้กำเนิดโอรสธิดาเกิดมาก่อนเวลาที่สมควร แต่ยาห้ามครรภ์ที่ใช้มานานก็ส่งผลเสียต่อร่างกายจนอาจไม่มีโอกาสตั้งครรภ์ได้เลยด้วยซ้ำเพราะร่างกายเสียหายจากยาที่รับมามาก แต่สำหรับคนที่ดูแลตนเองดีรู้วิธีบำรุงร่างกายยาห้ามครรภ์จากฝ่ายในก็ไม่มีผลยังคงสามารถตั้งครรภ์ได้ตามปกติ

            ฮุ๋ยเหมยไม่อยากคิดอะไรที่ทำให้วิตกไปมากกว่านี้ เพราะตอนนี้นางเดาอารมณ์โอรสสวรรค์ไม่ออกจริงๆ ไม่เคยเห็นหน้า ไม่รู้จักนางมาก่อนด้วยซ้ำ แต่ทำไมถึงทำกับนางเหมือนเกลียดไม่ชอบหน้าโยนนางไปในที่แจ้งเรียกแรงอาฆาตให้คนอื่นที่ผิดหวังจากตำแหน่งเจาอี๋หันมาริษยานาง เรื่องที่นางฮุ๋ยเหมยหญิงสาวบ้านนอกได้รับตำแหน่งนี้แทนที่จะเป็นพวกนาง ทำแบบนี้มาฆ่านางเลยยังดีกว่า นี้นางจะไม่ตายตั้งแต่วันแรกที่เหยียบวังหลังแคว้นหยางเลยหรือ

            "ฮุ๋ยเจาอี๋ไม่ยินดีกับตำแหน่งที่ได้รับหรือเพคะ"

            สาวใช้นามซือซือที่มาทำหน้าที่แทนคนสนิทของฮุ๋ยเหมยแทนมู่อิงถามขึ้นเมื่อยิ่งเข้าใกล้เมืองหลวงใบหน้านายสาวก็ยิ่งเห็นถึงความยุ่งยากใจเหมือนมีความทุกข์สุ่มอยู่ในอก

            "หากเป็นคนอื่นคงพอใจกับตำแหน่งนี้ แต่ไม่ใช่กับข้าซือซือ"

            เสียงที่เกิดจากการกัดฟันพูดยิ่งส่งเสริมใบหน้างามดั่งนางจิ้งจอกที่เริ่มเปลี่ยนไปเป็นนางมารร้ายที่พร้อมทำลายทุกอย่างได้มากกว่าเดิมอีกเท่าตัว

            ฮุ๋ยเหมยเป็นบุตรีของอดีตราชครูแคว้นหลี่ที่ลาออกจากตำแหน่งไปใช้ชีวิตอยู่เมืองโจวที่เป็นเมืองหน้าด่านติดชายแดนแคว้นเจียงทางเหนือ นางจึงเกิดมาด้วยอิสระเสรีทั้งทางร่างกายและความคิดได้รับการสั่งสอนความรู้ในทุกด้านที่นางให้ความสนใจเพราะบิดามารดาไม่ได้เอ่ยห้าม ออกจะสนับสนุนเห็นดีเห็นงามด้วยกับทุกอย่างที่นางเลือก ด้วยบิดาเป็นถึงอดีตราชครูที่มีอำนาจในสมัยฮ่องเต้องค์ก่อนและถือว่าเป็นอาจารย์ของฮ่องเต้หลี่ซือหมินฮ่องเต้องค์ปัจจุบัน ตอนนี้เรื่องวิชาความรู้ในเรื่องการปกครอง กลอน บทกวี ความคิดเล่ห์เหลี่ยมทางการเมืองฮุ๋ยเหมยได้เรียนรู้มาทั้งสิ้น ส่วนมารดาเป็นชาวยุทธ์จึงได้เรียนรู้เรื่องวิชาความรู้การต่อสู้รอบด้านที่มารดาสอนให้ ตอนนี้ฮุ๋ยเหมยอายุสิบแปดหนาวเลยวัยเด็กสาวจึงไม่ตั้งตัวกับราชโองการแต่งตั้งที่ส่งมาถึงหน้าจวนที่อยู่ห่างจากเมืองหลวงเป็นหมื่นเป็นพันลี้ ปกติการเข้าวังเพื่อถวายตัวต้องเริ่มจากอายุสิบสี่หนาวถึงสิบห้าหนาวเพื่อคัดเลือกและถวายงานฮ่องเต้ แต่นี้นางอายุสิบแปดหนาวผ่านเวลาที่สมควรมาถึงสามปีแต่ก็ยังหนีไม่พ้น บิดามารดาที่รู้เนื้อหาราชโองการก็เพียงยิ้มรับไม่ได้แสดงออกว่าตกใจหรือประหลาดใจกับราชโองการฉบับนี้ มีเพียงนางคนเดียวที่รู้สึกหงุดหงิดถึงจะเคยอยู่เมืองหลวงก่นจะย้ายมาอยู่เมืองโจวแต่เพราะอายุยังน้อยจึงไม่มีความทรงจำใดเหลืออยู่เลยด้วยซ้ำ

            "อีกไม่นานก็จะถึงเมืองหลวงแล้วหม่อมฉันตื่นเต้นแทนฮุ๋ยเจาอี๋จริงๆ นะเพคะ"

            จบประโยคของสาวใช้คนสนิทคนที่สองอย่างซือซือที่ตามมาดูแลฮุ๋ยเหมยก่อนที่มู่อิงที่ใช้งานได้รู้เรื่องมากกว่าจะตามเข้ามาอีกที ฮุ๋ยเหมยก็รู้สึกทุกข์ใจมากขึ้นกว่าเก่าเพราะซือซือเป็นคนที่ไม่สมควรมาเหยียบวังหลังที่เป็นเหมือนนรกบนดิน ด้วยความหัวอ่อนไว้ใจคนง่ายและไม่ระวังตัวคงทำให้เจ้านายอย่างนางตายไวก่อนกำหนดแน่ๆ แค่ตอนนี้ได้แต่ภาวนาให้มู่อิงตามมาเร็วที่สุดเพราะชีวิตนางจะได้ยืนยาวขึ้นอีกวันหรือมากกว่าตอนนี้

            "ซือซือ หลังจากเราก้าวข้ามกำแพงนั้นเข้าไปจงเก็บปากเก็บคำและท่าทางทั้งหมดเสียเข้าใจหรือไม่ วังหลังไม่ใช่สถานที่สวยงามดั่งที่เจ้าคิดฝัน ความงดงามที่มีให้เห็นเป็นเพียงปลอกนอกเท่านั้น อย่าได้ไว้ใจใครนอกจากข้าและมู่อิงเจ้าเข้าใจหรือไม่ หากไม่จำเป็นอย่าได้พูดกับคนอื่นที่ไม่รู้จักและรับของสิ่งใดมาทั้งสิ้น ไม่ใช่ว่าข้าอยากห้ามแต่ถ้าเจ้ายังเป็นแบบนี้ชีวิตพวกเราตายก่อนที่สวรรค์กำหนดวันตายจริงๆ ให้แน่ๆ"

            พูดจบซือซือก็ยิ้มหวานพยักหน้าจนฮุ๋ยเหมยที่ลงทุนพูดอีกรอบเป็นรอบที่สิบเห็นจะได้ตั้งแต่เดินทางออกมาก็ได้แต่ถอดหายใจ เพราะซือซือเป็นแบบนี้นางถึงไม่อยากให้เข้ามาด้วย หากแต่บิดามารดาไม่บอกว่ามู่อิงจำเป็นฮุ๋ยเหมยยังมองไม่ออกว่านอกจากความตายเพราะไม่ระวังซือซือจะนำพาอะไรมาให้นางอีก แต่เพราะความสดใสมองโลกในแง่ดีและเป็นมิตรกับคนอื่นได้ง่าย ซือซือถึงได้น่ารักน่าเอ็นดูสำหรับฮุ๋ยเหมยมากกว่าคนอื่นนอกจากมู่อิงอีกคนที่นางไว้ใจให้มารับใช้ดูแล หวังว่าความสามารถอีกอย่างของซือซือจะเป็นประโยชน์กับนางจริงๆ

            "หม่อมฉันรับปากเพคะ เจาอี๋ไว้ใจได้ถึงซือซือจะไม่ค่อยระวังแต่ต่อไปนี้จะระวังให้มากตามที่ฮูหยินมารดาของเจาอี๋อบรมสั่งสอนก่อนออกเดินทางมาเพคะ"

            "ข้าจะเชื่อเจ้าสักครั้งซือซือ"

            นอกจากพูดแบบนี้ออกไปและเชื่อใจซือซือที่มาด้วยฮุ๋ยเหมยก็มองไม่เห็นทางเลือกอื่น

            สองนายบ่าวนั่งเงียบๆ ในรถม้าที่กว้างใหญ่หรูกราที่ฮ่องเต้ทรงประทานมารับนางถึงหน้าจวนเพื่อการเดินทางมาเมืองหลวงจะได้สะดอกสบายไม่มีเรื่องติดขัด จะขัดก็แค่ตลอดเส้นทางมีผู้ประสงค์ร้ายตามมาฆ่านางเกือบทุกเส้นทางที่ใช้ผ่านมา ดีหน่อยที่ฮุ๋ยเหมยไม่มองโลกในแง่ดีจึงสั่งให้คนของตนเองติดตามมาด้วยถึงสามสิบคนเผื่อว่ามีเหตุการณ์ที่เป็นอันตราย แล้วก็เป็นจริงตามที่คาดการณ์ซะด้วย เพราะราชโองการเฮงซวยนี้จริงๆ ชีวิตที่เคยง่ายถึงได้ยากขึ้นเท่าตัวที่ต้องมาพยายามรักษาชีวิตตนเองให้รอดแบบนี้

            ซือซือที่นั่งมองนายสาวที่หน้าตาอารมณ์เสียอย่างไม่เข้าใจว่าทำไมถึงต้องแสดงออกแบบนี้ ไม่ใช่ว่านางไม่รู้ว่าวังหลวงเป็นแบบไหนแงะอันตรายยังไงเพราะตั้งแต่โตมาเป็นสาวรับใช้ข้างกายนายสาวกับมู่อิงก็ถูกมารดาของคุณหนูตนสั่งสอนและอบรมแบบลับๆ มาตลอดแต่เพราะนางชอบที่จะมองในแง่ดีไว้ก่อนเท่านั้นเอง

            ตลอดเวลาบนรถม้าบรรยากาศเริ่มดีขึ้นเพราะใกล้ถึงวังหลวงตามที่ซือซือเอ่ยปาก เสียงด้านนอกที่คนพูดคุยกันเสียงดังเรียกความสนใจจากฮุ๋ยเหมยได้อย่างดีด้วยนางยังไม่เคยเข้ามาเที่ยวในเมืองหลวงเพราะว่าอยู่ห่างไกลเมืองโจวมากนัก เสียงการพูดคุยค้าขายเป็นเสียงที่สร้างสีสันตลอดการเดินทางก็ว่าได้เพราะพักที่ไหนฮุ๋ยเหมยจะลงไปเดินเที่ยวที่นั้น เมืองหลวงแห่งนี้ก็เช่นเดียวกันนางไม่ยอมเข้าวังโดยที่ยังไม่ได้เที่ยวเล่นในเมืองหลวงอย่างแน่นอน ผ่านไปครึ่งชั่วยามรถม้าก็หยุดลงก่อนที่ซือซือจะเข้ามาประคองนายสาวตนเองลงจากรถม้า

            ฮุ๋ยเหมยเงยหน้ามองจวนขนาดกลางที่นางต้องอาศัยอยู่ที่นี่สองคืนก่อนที่จะเข้าวังหลัง ใบหน้างดงามขยับยิ้มว้างขึ้นอีกเท่าตัวก่อนเดียวตามการประคองของซือซือเข้าไปด้านใน เหล่าบ่าวไพร่ที่กำลังรอการต้อนรับนายหญิงของจวนที่พวกนางไม่เคยเห็นหน้าต่างยืนเรียงแถวกันอย่างเป็นระเบียบใบหน้าแต่ละคนเลือกที่จะก้มต่ำมองพื้นด้านล่างแทนการทำตัวเสียมารยาทมองใบหน้านายหญิงที่กำลังก้าวเดินผ่านหน้าพวกนางแทน

            “ยินดีตอนรับคุณหนู”

            “เจ้ามารอข้าอยู่ที่นี้เองหรือมู่อิงใยไม่บอกกล่าวข้าสักคำ”

            ฮุ๋ยเหมยออกปากถามสาวใช้คนสนิทอีกคนที่ตอนนี้มายืนอยู่ด้านหน้านาง ใบหน้าเรียวเล็กแสดงออกมาไม่ค่อยชอบใจที่นางต้องรู้ทุกเรื่องช้ากว่าผู้ที่เป็นมารดาเสมอ แต่ถึงเป็นแบบนี้ฮุ๋ยเหมยก็ปฏิเสธไม่ได้อยู่ดีว่าทุกอย่างเกิดจากความหวังดีของผู้เป็นมารดาที่เตรียมการล่วงหน้าให้นาง

            ตลอดเวลาที่ผ่านมาฮุ๋ยเหมยนางรู้ดีว่านางมีทางเดินที่บิดามารดาเตรียมไว้ให้แต่เพราะนางยังเด็กจึงคิดว่าเมื่อเติบโตขึ้นเรื่องนี้จะสามารถจัดการได้ในอนาคตแต่เมื่อนางรู้เรื่องที่นางต้องทำจิตใจก็เกิดการคัดค้านถึงที่สุด ตลอดเวลาอิสระที่ได้รับหอมหวานเกินกว่าที่จะปล่อยไปได้ ไหนจะความสุขจากใจตนเองด้วยเช่นกันที่นางมี

            “ขออภัยคุณหนูด้วยที่มู่อิงไม่ได้บอกกล่าว”

            มู่อิงเอ่ยตอบสียงใสก่อนจะขยับยิ้มให้กับคุณหนูตนตรงหน้า

            “เอาเถอะๆ อย่างไรเจ้าก็ต้องตามข้ามาอยู่ดีเป็นข้าเองที่คิดมาก” ฮุ๋ยเหมยเอ่ยตัดเรื่องนี้เพราะถึงจะเอ่ยบ่นอะไรออกไปก็ไม่มีประโยชน์อยู่ดีด้วยเรื่องนี้มารดาบอกแล้วว่าถึงถามมู่อิงไปก็ไม่สามารถรู้ได้ถ้ายังไม่ถึงเวลาที่สมควร

            “เชิญคุณหนูเข้าไปพักผ่อนด้านในก่อนเพคะ”

            ฮุ๋ยเหมยเดินเข้าไปด้านในเรือนขนาดใหญ่ที่มีการตกแต่งที่งดงามลงตัวดูครั้งเดียวก็รู้ว่าเรือนลังนี้สร้างเพื่อมอบให้กับนางด้วยกาตกแต่งการออกแบบล้วนเป็นสิ่งที่นางชื่นชอบทั้งสิ้น ด้านหน้าก่อนที่จะเดินเข้ามาเต็มไปด้วยสวนสวยของดอกไม้และใบไม้ที่เขียวสดมีความเย็นสบายจากบรรยากาศรอบตัว

            “นี้คือสิ่งที่ทำให้คุณหนูสามารถรับรู้ทุกเรื่องที่เคยถามไว้”

            มู่อิงยื่นกล่องไม้ขนาดกลางให้กับคุณกนูตนเองก่อนจะเดินออกมาจากห้อง

            ฮุ๋ยเหมยมองกล่องในตะด้านหน้าก่อนจะตัดสินใจก้าวเดินไปที่โต๊ะตัวเตี้ย มืองามขาวเสมือนหยกเนื้อดีเอื้อมไปเปิดฝากล่องไม้ขึ้นเผื่อรู้คำตอบที่นางต้องการรู้มาตลอดการเดินทาง ฮุ๋ยเหมยไม่ใช่เด็กสาวที่เติบโตขึ้นมาด้วยความคิดด้านเดียวคือด้านที่ดี การที่นางใช่เวลาเติบโตภายนอกเป็นสิ่งที่ดีเพราะนางได้เรียนรู้เรื่องต่างๆ ได้หลายเรื่องยกตัวอย่างเช่นการเอาตัวรอดจากคนที่ยิ้มให้ต่อหน้าต่างจากเบื้องหลังที่หวังจะฆ่านางอย่างเลือดเย็น

            รอยยิ้มหวานสำหรับฮุ๋ยเหมยจะดูจริงใจก็ต่อเมื่อคนผู้นั้นพิสูจน์ให้นางเห็นจริงว่าเขาสามารถเชื่อใจได้

            ในกล่องไม้มีสมุดเล่มหนึ่ง ฮุ๋ยเหมยตัดสินใจเปิดหน้าสมุดเล่มขนาดกลางก่อนที่จะใช้สมาธิในการอ่านรายละเอียดต่างๆ ด้านใน

            ผ่านไปเกือบหนึ่งชั่วยามที่ฮุ๋ยเหมยตั้งสมาธิเพื่อจะทำความเข้าใจเรื่องราวต่างๆ ที่ผู้เป็นมารดาได้กล่าวบอกไว้ถึงต้นเหตุหมายเหตุเรื่องที่เกิดขึ้นรวมทั้งเหตุผลและคำตอบของทุกคำถามที่นางเคยถามกับบิดาและมารดาตัวเอง

            หลังจากที่มือขาวดุจหยกปิดสมุดหน้าสุดท้ายลงใบหน้างดงามที่แต่งแต้มออกมาสวยงามก็ถึงกลับทำสีหน้าสลดจากเรื่องที่นางกำลังจะพบเจอในอนาคตอันใกล้ที่สำหรับนางนั้นเป็นเรื่องยุ่งยากที่สร้างความเหน็ดเหนื่อยให้ทั้งกายและใจมากนัก

            “เหตุใดข้าฮุ๋ยเหมยต้องมาพบเจอเรื่องยุ่งยากแบบนี้ด้วยกัน”

            ฮุ๋ยเหมยบ่นออกมาคนเดียวเบาๆ พลางมองออกไปด้านนอกหน้าต่างที่ตอนนี้ใกล้ค่ำเต็มที่ ความเหนื่อยล้าที่สะสมมาตลอดการเดินทางเริ่มทำให้ฮุ๋ยเหมยโหยหาการพักผ่อน เรื่องที่นางต้องพบเจออย่างไรก็ไม่สามารถหลีกเลี่ยงได้ทำได้เพียงเดินหน้าเข้าหาเรื่องเล่านั้นด้วยรอยยิ้มหวานที่แสดงออกได้เพียงว่านางยินดี

            “ฮุ๋ยเจาอี๋รับอาหารเลยหรือไม่เพคะ”

            ซือซือเดินเข้ามาถามหลังจากที่แยกออกไปจัดการเรื่องเสื้อผ้าและอาหารของนายหญิงตนเอง ซือซือและมู่อิงแบ่งหน้าที่รับผิดชอบกันอย่างชัดเจนเพื่อทำงานได้ดีนั้นคือซือซือดูแลเรื่องเสื้อผ้าเครื่องประดับและอาหารส่วนมู่อิงจะดูแลเรื่องงานสาขาต่างๆ ที่เป็นชื่อของฮุ๋ยเหมยที่นางก่อตั้งขึ้นแต่ในเมืองหลวงแห่งนี้ยังไม่ได้มีสาขาก็ตามทีรวมถึงเรื่องการดูแลอื่นๆ ที่ซือซือไม่ถนัดที่จะทำ หากถามว่าใครเข้าใจฮุ๋ยเหมยที่สุดก็คงตอบเป็นผู้ใดผู้หนึ่งไม่ได้เพราะความจริงแล้วนางก็ขาดทั้งสองคนไม่ได้อยู่ดี

            “เหตุใดเจ้าจะต้องรียกข้าแบบนี้กันที่นี้ไม่ใช่วังหลังแต่เป็นจวนที่มีชื่อข้าเป็นเจ้าของเท่านั้นเจ้าควรเรียกข้าว่าคุณหนูซือซือมิใช่เรียกฐานะตำแหน่งตามราชโองการบ้าบอนั้น”

            ฮุ๋ยเหมยเอ่ยเสียงเหนื่อยๆ ออกมาเบาๆ เพราะตั้งแต่ออกมาจากเมืองโจวซือซือก็เรียกนางด้วยฐานะตำแหน่งสนมของฮ่องเต้แบบนี้เสมอ

            “ไม่ได้นะเพคะ หม่อมฉันเป็นคนที่ไม่ค่อยระวังการที่หัดพูดแบบนี้ไว้ถือว่าดีแล้วอีกอย่างฮูหยินฮุ๋ยมารดาของฮุ๋ยเจาอวี๋เองก็เห็นว่ากับการที่หม่อมฉันหัดไว้แต่เนิ่นๆ”

            ซือซือมองนายหญิงตนเองที่ชอบถามนางแบบนี้ทั้งที่ก็รู้อยู่แล้วว่านางเป็นคนไม่ระมัดระวังเลยต้องฝึกเอาไว้

            “เอาเถอะๆ ไหนๆ ก็เป็นการให้เจ้าฝึกแล้วเช่นนั้นก็ตั้งโต๊ะเถอะข้าอย่างพักผ่อนเต็มที่แล้วเช่นกัน”

            ฮุ๋ยเหมยเอ่ยปากตัดปัญหาก่อนจะขยับตัวเข้าไปหลังฉากกั้นเพื่อถอดชุดตัวนอกที่ใส่มาแล้วทั้งวันออกทำให้เป็นสาเหตุที่นางไม่ค่อยสบายตัวและสบอารมณ์มากนัก

            ซือซือเดินตามเข้าไปก่อนจะช่วยนายหญิงตนเองเปลี่ยนเสื้อผ้าเป็นชุดที่ใส่สบาย

            ฮุ๋ยหเมยเดินออกมาพร้อมใบหน้าที่ไร้การแต่งแต้มด้วยล้างหน้าเรียบร้อย ชุดที่สวมใส่เป็นสีฟ้าอ่อนเบาบางด้วยช่วงนี้เป็นฤดูร้อนอากาศไม่ได้หนาวเย็นการที่ใส่ชุดหลายชั้นจะเป็นเรื่องลำบากมากกว่าสำหรับสตรีที่ไม่ชมชอบใส่อะไรมากมายเช่นนาง

            บนโต๊ะอาหารที่เต็มไปด้วยของกินสามสี่อย่างแต่ว่าแต่ละอย่างกลับหน้าตาน่ากินยิ่งกว่าอะไร กินหอมที่ลอยเข้ามาเตะจมูกช่างยั่วน้ำลายเสียจริงฮุ๋ยเหมยที่หิวมาแทบทั้งวันจึงลงมือจัดการอาหารตรงหน้าทันที รอยยิ้มเบิกบานใจปรากฏขึ้นบนใบหน้างามแสดงออกว่าอาหารมื้อนี้นางพอใจอย่างมากกับรสชาติที่ได้รับ

            “มู่อิงจัดจัดเตรียมสื่งที่จำเป็นไว้เรียบร้อยแล้วใช่หรือไม่”

            “ทุกอย่างที่คุณหนูต้องการได้ถูกจัดเตรียมไว้แล้วรวมถึงบางสิ่งที่จำเป็นต่อเราในอนาคตอันใกล้”

            ฮุ๋ยเหมยพยักหน้ารับก่อนจะหันไปหาคนสนิทอีกคน

            “ซือซือทุกอย่างเรียบร้อยก่อนที่จะเข้าวังหลวงดีแล้วใช่หรือไม่”

            “ตามที่ฮุ๋ยเจาอี๋ต้องการเพคะ”

            “หากข้าไม่มีเจ้าทั้งสองคอยช่วยคงจะทำสิ่งใดไม่ทันเวลาแน่ๆ อย่างไรก็อดทนให้มากหน่อยก็ล้วกันยิ่งเข้าวังหลวงแล้วการทำสิ่งใดย่อมลำบากขึ้นเท่าตัว พวกนางคงไม่อยู่เฉยให้สตรีที่ไม่รู้ที่มาที่ไปได้ดีกว่าตนเองเป็นแน่”

            ฮุ๋ยเหมยคิดถึงเรื่องที่กำลังจะเจอก็ส่ายหัวให้กับตนเองเบาๆ สตรีมีมากมายแต่ทำไมต้องเป็นนางที่เข้ามายืนอยู่ในจุดนี้จุดที่หลายคนต้องการ เหตุใดจึงไม่ให้สตรีพวกนั้นทำกัน

            “พรุ่งนี้จะเข้าไปตรวจงานหรือไม่เจ้าคะ”

            มู่อิงเอ่ยถามนายหญิงตนที่ตอนนี้ล้างมือเตรียมเข้าไปพักผ่อนด้วยหากต้องการที่จะรู้เรื่องร้านเพิ่มเติมนางจะได้ให้คนเตรียมตัวแต่เช้า

            ฮุ๋ยเหมยนิ่งคิดก่อนจะตอบตกลง “ข้าไปจะก็แล้วกันบางทีอาจจะต้องรู้เรื่องอะไรไว้สักหน่อยก็ดี เรื่องต่างๆ ที่เหลือคงต้องฝากเจ้าสองคนช่วยจัดการแล้ววันนี้ข้าเหนื่อยกับการเดินทางคงต้องพักสักหน่อย”

            ซือซือก้าวเข้ามาพยุงนายหญิงที่กำลังลุกขึ้นจากเก้าอี้ก่อนประคองเข้าห้องช่วยล้างหน้าอีกรอบจึงดับเทียนและก้าวออกมาปล่อยให้นายหญิงตนเองพักผ่อนตามสมควร

            หน้าประตูเป็นมู่อิงที่ยืนรออยู่ วือซือจึงเอ่ยถามเรื่องที่นางสงสัยเสียงเบา

            “เรื่องที่อยู่ในกล่องคือสาเหตุที่ข้าและเจ้าต้องเรียนรู้เรื่องธรรมเนียมกฎในวังตั้งแต่เด็กใช่หรือไม่ อีกทั้งฮูหยินฮุ๋ยยังสั่งสอนเรื่องต่างๆ อีกหลายเรื่องที่ข้าไม่เคยคิดว่าแค่การต้องดูแลคุณหนูจำเป็นต้องเรียนรู้เรื่องพวกนี้ด้วยมู่อิง”

            ซือซือทำสีหน้าลำบากใจก่อนจะมองใบหน้าสหายที่เติบโตขึ้นมาด้วยกัน นางกังวลมาโดยตลอดว่าจะเป็นตัวสร้างปัญหาให้กับนายหยิงและเพื่อนสนิทเพราะความประมาทของตัวนางเอง ไม่ใช่ว่าไม่รู้ว่ามันอันตรายแต่นางก็ยะงเกรงว่าการกระทำบางอย่างอาจจะก่อเกิดปัญหาเช่นเดิม

            “เจ้าอย่าได้คิดมากไปเลยซือซือ เจ้าก็ได้รับการสั่งสอนมาอย่างดีแล้วเรียนรู้ได้เร็วในเรื่องที่ข้าไม่สามารถทำได้ ข้าเชื่อว่าเจ้าจะทำได้ดีเกินกว่าที่ตัวเจ้าคิดเพราะข้าที่มองอยู่ยังเห็นได้ชัดว่าเจ้าใส่ใจทุกเรื่องมากกว่าข้าเสียอีก วันข้างหน้าทั้งเจ้าและข้าจะต้องเป็นเกาะให้กับคุณหนูสมควรที่จะเชื่อมั่นในตนเองให้มากมิฉะนั้นคนอื่นที่ไม่หวังดีจะอาศัยเรื่องนี้มาเล่นงานคุณหนูได้”

            “จริงอย่างที่เจ้าว่าเป็นข้าที่คิดมากไปจริงๆ แบบนี้ช่างเป็นเรื่องที่ไม่สมควรทั้งที่ข้าและเจ้าต่างมีหน้าที่แตกต่างกันสมควรทำหน้าที่ตนเองให้ดีที่สุดเพียงเท่านั้น”

            ซือซือเมื่อคิดตามที่สหายอย่างมู่อิงพูดนางก็เบาใจลงมากก่อนจะแยกย้ายกันไปพักผ่อน

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 246 ครั้ง

6 ความคิดเห็น

  1. #42 Kuroko Pai (@paichiroko) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 10 กุมภาพันธ์ 2562 / 22:16
    คำผิดเต็มไปหมด ชื่อนางเอก ชื่อสาวใช้ มีหลายชื่อมาก อ่านแล้วรู้สึกสะดุด และ งง มาก เนื้อเรื่องน่าติดตาม ถ้าเรียบเรียงใหม่ แก้คำผิดจะดีมากค่ะ
    #42
    0
  2. #32 patdy (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2562 / 16:11

    น่าสนใจ

    #32
    0
  3. #7 jittnitee (@jittnitee) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 28 มกราคม 2562 / 17:51
    ขอแก้คำผิดค่ะ เกราะป้องกัน ไม่ใช่เกาะนะคะ
    #7
    0
  4. #4 vltine (@vltine) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 29 ธันวาคม 2561 / 20:38
    ขื่อสาวใข้สลับกันหรืออเปล่าค่ะ
    #4
    0
  5. #2 Nantanat_neung (@Nantanat_neung) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 29 ธันวาคม 2561 / 17:11
    รออออออออออออออออออออออออออออออออออออออ
    #2
    0
  6. #1 HighGirl (@Ammy_PMP) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 29 ธันวาคม 2561 / 16:25
    รออ่านตอนต่อไปนะคะ สู้ๆค่ะ
    #1
    0