Love Is Me รักนี้ไม่มีบังเอิญ

ตอนที่ 51 : บทส่งท้าย

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 2,518
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 227 ครั้ง
    23 ม.ค. 62

ผมเดินอย่างคนหลุดลอย
มารู้ตัวอีกทีก็มาโผล่ที่สวนสาธารณะใกล้บ้าน

ไม่รู้เลยว่าเดินมาถึงได้ไง

"ไอ้แคนนน"เสียงเรียกคุ้นหูดังขึ้น

เสียงทั้งยานและลากยาวขนาดนี้คงไม่มีใคร
นอกจากเพื่อนกู๊ดของผม

"ไอ้กู๊ด มึงหายไปไหนมา"

"มึงมาที่นี่ได้ไง"

"มึงรู้ไหมว่ากูคิดถึงมึงมากเลย"

"มึงมาได้ถูกเวลาเลยไอ้กู๊ด"

"เพื่อนมึงกำลังเจ็บ เพื่อนมึงต้องการกำลังใจ"

ผมพูดรัวจนแทบไม่หายใจ

ยอมรับว่าถึงไอ้กู๊ดมันจะดูเป็นคนแปลกๆ
แต่มันก็เป็นเพื่อนที่ดีที่สุดของผมคนนึง

"ใจเย็นๆนะมึง"

"มีอะไรค่อยๆเล่า"
ไอ้กู๊ดทำท่าเหมือนเหนื่อยแทน
ที่เห็นผมพูดแทบไม่เว้นช่องหายใจ

ผมมองหน้าเพื่อนรักแล้วถอนหายใจออกมา
ตั้งแต่รู้จักมันมา ไม่เคยเห็นมันมีแฟนสักคน
ผมจะปรึกษาอะไรมันได้


"ไม่มีอะไรหรอกมึง"

"กูแค่คิดถึงมึงอะ"

"เรื่องของกูบอกไป มึงก็คงไม่เข้าใจ"
ผมเหม่อมองออกไปรอบๆ

สวนสาธารณะนี่ก็สงบดีนะ ผมไม่เคยมาเลย
ทั้งๆที่มันก็อยู่ไม่ไกลบ้านผมเท่าไหร่

"เรื่องไอ้ติณณ์ใช่มั้ย"

"มันทำอะไรมึง"
สีหน้า น้ำเสียง
ของไอ้กู๊ดดูเปลี่ยนไปทันทีที่พูดถึงไอ้ติณณ์

"มึงรู้...เรื่องกูกับ..ไอ้ติณณ์ด้วยหรอ"
ผมเองก็อดสงสัยไม่ได้
ว่าไอ้กู๊ดไปรู้เรื่องผมกับไอ้ติณณ์ตอนไหน

"เอออ รู้แล้วกัน"

"สรุปว่าเรื่องไอ้ติณณ์จริงๆใช่มั้ยมึง"
นานๆผมจะเห็นเพื่อนผมพูดแบบคนปกติสักที

จะว่าไปพอพูดแบบนี้ก็ดู้ป็นคนดีนะ
ไม่รู้มันจะพูดลากยาวไปเพื่อ

"ก่อนกูจะเล่าเรื่องของกู"

"ขอถามอะไรมึงอย่าง"
ผมหันไปมองหน้ามันพลางทำสีหน้าจริงจัง

"อะไร"


"มึงก็พูดปกติได้นิ แล้วทำไมต้องพูดลากกกยาววววด้วยยย"
ผมแกล้งทำเสียงล้อเลียน

"ขี้เกียจ"
เป็นคำตอบที่ไม่ช่วยอะไรเลยจริงๆ

"เล่าเรื่องมึงมาเหอะ"
แล้วมันก็พาผมกลับเข้าสู่โหมดดราม่าอีกครั้ง

"กูก็ไม่รู้จะเริ่มตรงไหน"

"กูกับไอ้ติณณ์ตกลงคบกัน ที่บ้านกูรับรู้ ทุกอย่างโอเค ไม่ศิเหมือนจะโอเค"
ผมพยายามเล่าให้เข้าใจง่ายที่สุด

"แต่วันนี้จู่ๆมันก็เงียบหายไป โทรไปไม่รับ พอกูเอาเบอร์แปบกโทรไปมันกลับรับบอกไม่ว่างอยู่กับที่บ้านทั้งๆที่กูเห็นตำตา ว่ามันอยู่กับคนอื่น"
พอพูดถึงเรื่องนี้ขึ้นมา น้ำตามันก็พาลจะไหลให้ได้

ผมกลายเป็นคนอ่อนแอไปแล้วกับเรื่องแบบนี้

"มันก็อาจจะทำธุระ ที่เป็นเรื่องสำคัญไง คนนั้นก็อาจจะเป็นเพื่อนกัน มึงคิดมากไปหรือเปล่า"
ผมกะไว้แล้วว่าไอ้กู๊ดมันต้องตอบออกมาแบบนี้

"แต่คนที่มันอยู่ด้วย คือคนที่เคยสารภาพรักกับมันนะมึง ให้กูคิดไง บางทีไอ้ติณณ์อาจจะกำลังรู้สึกดีกับคนนั้นก็ได้"
ผมอธิบายให้มันฟัง เผื่อมันจะเข้าใจมากขึ้น

"ก็แค่คนเคยมาสารภาพรักกับมัน มึงต้องใจเย็นๆ มันไม่มีอะไรหรอกเชื่อกู"
ไอ้กู๊ดเอื้อมมือมาจับไหล่ผมเบาๆ

"เห้อออ มึงไม่เข้าใจหรอกกู๊ด เวลาเรารักใครสักคนบางทีความรู้สึกมันก็อธิบายยาก"

"อย่างไอ้ติณณ์เองตอนนั้นที่มันปฏิเสธคำสารภาพรักนั้นไป มันอาจจะแค่ไม่รู้ตัวเองก็ได้ ว่าจริงๆแล้วมันก็ชอบเค้าเหมือนกัน"

"พอมันได้ผ่านอะไรมาร่วมกัน ไอ้ความรู้สึกนั้นก็..."


"เห้อออออ มึงไม่เข้าใจหรอกกู๊ด"
ผมถอนหายใจออกใจเบาๆ

"เข้าใจดิ คนเราเวลาจะรักใครสักคนมันยากนะมึง"

"เลิกรักก็ยากเหมือนกัน"

"การที่ไอ้ติณณ์มันรักมึง พยายามทำทุกอย่างเพื่อมึง แล้วจะมาเปลี่ยนไปรักคนอื่นชั่วข้ามคืนเป็นไปไม่ได้หรอก"


"บางคนขนาดผ่านมาเป็นปี...ยังเปลี่ยนไปรักคนอื่นไม่ได้เลย"
ผมหันไปมองหน้าไอ้กู๊ดทันทีที่มันพูดจบประโยค

แอบเห็นความเสียใจที่ซ่อนอยู่ในดวงตาคู่นั้น
แต่มันก็เป็นแค่ช่วงสั้นๆ

"ป่ะกลับบ้านเหอะ"

"เมื่อกี้กูไปหามึงที่บ้านแล้วไม่เจอ ก็เลยเดินหามาเรื่อยๆก็มาเจอมึงที่นี่แหละ"

"นี่ก็จะเย็นละ ไปมึง"
ไอ้กู๊ดลุกขึ้นยืนแล้วเดินนำผมออกไป

เปลี่ยนโหมดไวจังว่ะ
ไอ้เพื่อนคนนี้

จริงๆจากคำพูดและสายตาของไอ้กู๊ดเมื่อกี้
ผมก็พอจะเดาออก ว่ามันกำลังหมายถึงใคร
แต่ผมเลือกที่จะเก็บไว้
เพราะผมไม่อยากเสียเพื่อนไป
เพียงเพราะเพื่อนดันมาแอบชอบตัวผมเอง



เราสองคนเดินกลับมาถึงที่บ้าน

มีรถสีดำคันเดิมที่คุ้นตาจอดอยู่


"พี่แคนมาแล้วววว"

เสียงไอ้เลม่อนน้องสาวตัวแสบดังมาก่อนเพื่อน



"อ้าวพี่กู๊ด มาๆๆๆๆ"

พอเห็นผู้ชายมาผมก็กลายเป็นธาตุอากาศไปทันที



ผมมองไปรอบๆบ้าน

นี่จัดปาร์ตี้อะไรกันเนี้ย


"มานั่งซิแคน รอใครอัญเชิญ"

แม่เดินลงมาจากด้านบนห้อง


ผมเดินไปนั่งบนโต๊ะอย่างงงๆ


"ติณณ์กับเพื่อนเตรียมอาหารอยู่ในครัว"


"วันนี้สบายแม่เลย ไม่ต้องทำกับข้าว"

ดูท่าทางทำไมทุกคน happy กันจัง


ดูเหมือนผมจะไม่รู้อะไรอยู่คนเดียว



"มาแล้วคร้าฟฟฟ"

เสียงดังออกมาจากในครัว


ทาม


สรุปวันนี้ทั้งวัน เค้า 2 คนอยู่ด้วยกันงั้นเหรอ

นี่เห็นผมเป็นตัวตลกรึไง


ครืดดดด

ผมเลื่อนเก้าอี้ออก

ตั้งใจจะหนีขึ้นห้อง


ไม่อยากเห็นหน้าคนโกหก


ไอ้กู๊ดจับไหล่ผมกดเอาไว้แล้วส่ายหัวไปมา

ในจังหว่ะที่ทุกคนยังไม่ทันสังเกตุ


ผมได้แค่สูดลมหายใจระงับอารมณ์โกรธของตัวเอง

แล้วเลื่อนเก้าอี้กลับเข้ามานั่งช้าๆ


"แคน ฉันโทรหานายตั้งหลายสาย"


"มาถึงบ้านถึงรู้ว่านายลืมมือถือไว้"

ไอ้ติณณ์เดินถือจานอาหารออกตามมา

แล้วมานั่งลงข้างๆผม



"อ่ะนี่มือถือพี่แคน เลเก็บไว้ให้"

ก่อนที่เลม่อน จะส่งมือถือคืนมาให้ผม


"ก็ถ้ามีไว้ในติดต่อใครไม่ได้ กูก็ไม่จำเป็นต้องใช้"

ไม่พูดเปล่าแต่ผมรับมือถือจากน้องสาว

แล้วหย่อนมือถือลงถ้วยซุปร้อนตรงหน้า


"แคนนนนน/ไอ้แคนนนน/พี่แคนนนน"

ทุกคนต่างอุทานเรียกผมเป็นเสียงเดียวกัน



"แคนตาลูปทำแบบนี้ทำไม"

บรรยากาศบนโต๊ะตึงเครียดขึ้นมาทันที

หลังจากเหตุการณ์เมื่อกี้



เลม่อนรีบยกถ้วยซุปที่ผมหย่อยมือถือวิ่งเข้าไปในครัว


"ก็แค่คิดว่าแคนไม่จำเป็นต้องใช้"


"เพราะโทรหาใครก็ไม่ติด ติดก็ไม่รับสาย"


"ข้อความก็ไม่อ่านไม่ตอบ"


"มือถือแคนคงไม่จำเป็น"

ผมพูดจบก็เตรียมลุกหนีทันที


ผมไม่อยากทนมองหน้าคนสองคนนี้อีกต่อไป

ทำกับผมขนาดนี้ ยังกล้ามาให้ผมเห็นหน้าอีก


ผมไม่ทน



โป๊กกกกกกกก

ยังไม่ทันจะระเบิดอารมณ์โมโห

แม่ก็ยกมือทุบหัวผมเต็มแรง



ผมทำอะไรผิด????





ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 227 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

505 ความคิดเห็น