Love Is Me รักนี้ไม่มีบังเอิญ

ตอนที่ 39 : ความเข้าใจ

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 3,790
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 303 ครั้ง
    3 ม.ค. 62

ตอนนี้เราสองคนมานั่งที่ห้องนั่งเล่นข้างล่าง
ไฟยังคงดับอยู่
แต่ฝนเริ่มซาลงแล้ว

"เมื่อไหร่แม่จะกลับ"
จริงๆผมก็บ่นไปงั้นแหละ
หลังจากที่เราเงียบกันมาสักพัก

ไม่รู้ว่าตัวเองกลายเป็นคนพูดน้อยไปตั้งแต่เมื่อไหร่

"ทำไม นายกลัวที่จะต้องอยู่กับฉัน 2 คนรึไง" ไอ้ติณณ์ถามผมกลับ

เอาจริงๆผมก็แอบระแวง กลัวว่ามันจะทำอะไรบ้าๆอีก

"กูไม่ได้กลัวอะไรมึงทั้งนั้นแหละ"

"กูแค่หิวข้าว"

ผมอ้าง..แต่ก็แอบหิวนิดๆนะ
นี่ก็เลยเวลาข้าวเย็นมาสักพักละ
เริ่มๆจะหิวเหมือนกัน

"ไม่กลัวแต่นั่งซะไกลเลยนะ"
ก็แค่นั่งลงตรงโซฟาคนละฝั่ง

ผมไม่ได้กลัวมันซะหน่อย
จริงๆนะ ==

ปริ๊นๆ
เสียงแตรรถดังขึ้นที่หน้าบ้าน แม่ กับ น้องสาวผมคงกลับมาแล้ว
ผมรับคว้าร่มเดินออกไปเปิดประตูให้ทันที

"ไงพี่แคน ฝนตกหนักมาก นึกว่าจะไม่ได้กลับบ้านซะละ"

ทันทีที่รถจอดสนิท
ไอ้สองสาวตัวดีก็ลงจากรถมาพร้อมกับบ่นไม่หยุด

แม่เดินลงจากรถมาเงียบๆ พร้อมกับส่งยิ้มให้ผม
ผมเดินเข้าไปหาแม่

โดยที่ไม่ต้องพูดอะไรออกมา เราสองคนโผเข้ากอดกัน

"แคนขอโทษนะแม่"


"ไม่ต้องขอโทษ..เราทุกคนมีส่วนผิด เรามาเริ่มต้นกันใหม่นะ"
แม่ลูบหัวผมเบาๆ

"พี่แคนแล้วนี่พี่ติณณ์อะ" เลม่อน ถามเสียงใส

"อยู่ในบ้าน ไฟในบ้านมันดับอะ ไม่มาสักที" ผมตอบ

"ไฟที่ไหนดับ แม่ขับรถเข้ามาก็เห็นปกติดี"
แม่มองหน้าเลม่อนที่กำลังยืนงงอยู่เหมือนกัน

"จริงป่ะเนี้ย" ผมมองหน้า 2 คน สลับกันไปมา

"จริงสิ ก็แม่ขับรถเข้ามาทุกบ้านก็เปิดไฟ ไฟจะดับได้ยังไง"

" นี่ก็กำลังงงอยู่ว่าทำไมบ้านเราถึงไม่มีจัง"
แม่บอกกับผม

ทัรที่ที่ผมได้ฟังแม่พูดผมรีบเดินตรงเข้าบ้านทันที

" มึงมีอะไรจะสารภาพกับกูไหม"
ผมยืนกอดอกถาม

"สารภาพ ให้ฉันสารภาพอะไรกับนาย"

" สารภาพรักหรอ นายก็ได้ยินไปหมดแล้วนี่"
โอ้ยยยย ไอ้ติณณ์ไอ้บ้า
มันใช่เวลาไหมเนี่ย

"แม่บอกว่าไฟไม่ได้ดับ ทุกบ้านไฟสว่างปกติดี"
ไอ้ติณณ์ทำสีหน้าเรียบเฉยราวกับว่า ไม่ได้ทำอะไรผิด

"แล้วใครบอกนายว่าไฟดับ"
ผมถึงกับพูดไม่ถูก ไม่รู้จะเถียงมันยังไงดี

เพราะจริงๆแล้วผมต่างหากที่เป็นคนโวยวายตอนที่ไฟในบ้าน
โดยที่ไม่ได้ถามอะไรเลย

แต่มันก็ควรจะบอกผมไม่ใช่หรอว่าไฟแค่ตกไม่ได้ดีดับ

"ล่ะสรุปที่ไฟดับลง เป็นฝีมือของมันใช่ไหม" ผมถามต่อ

"แคน ฉันไม่ได้บอกนายว่าไฟดับ นายเข้าใจผิดไปเอง"

" ฉันพูดถูกใข่ไหมแคนตาลูป"
ไอ้ติณณ์ยักคิ้ว พร้อมกับยิ้มมุมปาก

พร้อมมองหน้าผม ราวกับว่าครั้งนี้มันเป็นฝ่ายชนะอีกแล้ว

ก่อนที่มันจะจะเดินหายเข้าไปหลังบ้าน
เพียงไม่นานไฟทั้งบ้านก็สว่างขึ้น

"เห็นไหมพี่แคน เล บอกแล้วว่าไฟไหม้ไม้ได้ดับพี่แคนน่ะขี้โวยวาย"
ไอ้ ไอ้เลม่อนที่เดินเข้าบ้านมาพอดี
เป็นน้องที่ไม่เคยเข้าข้างพี่มันสักนิด

"พี่ไม่ได้ขี้โวยวายเลมอนไอ้ติณณ์มันแกล้งพี่ต่างหาก"
ผมไม่ยอมรับ ก็ผมไม่ผิดนิ


"ฉันแกล้งอะไรนาย"
"ก็นายโวยวายไปก่อนเองว่าไฟดับ ไม่ได้ถามฉันสักคำ"
เกลียดเวลามันชอบทำหน้ากวนประสาทชะมัด

"เอออออ มึงนะ ชอบแกล้งกูตลอด"
"ส่วนแก ไอ้เลไม่เคยเข้าข้างพี่แกเลย จำไว้"
ผมเริ่มพาล เพราะรู้ว่าเถียงก็ไม่มีใครเข้าข้างผมอยู่ดี
เถียงไปก็แพ้

"อ้าวๆเถียงอะไรกัน"

 แม่เข้ามาห้ามทัพ 


"ก็พี่แคนนะแม่ โวยวายว่าไฟดับ"


"ก็แค่ไฟมันตัดไปยกคัตเอาท์ในครัวขึ้นไฟก็ติดละ"


"โวยวายไปได้"

ไอ้เลม่อนได้ทีก็ฟ้องแม่ 


ไอ้น้องคนนี้สรุปมันรักผมจริงๆใช่ไหมเนี่ย 



"แคนตาลูป ทำไมไม่เลิกโวยวายซักทีละลูก ก็แค่ไฟมันตกไม่ใช่ไฟดับซะหน่อย บ่นมากไปได้"

 แม่ก็เป็นไปกับเขาด้วยอีกคน


สรุปบ้านนี้เนี่ยเขามีกันอยู่สองคนแม่ลูกใช่ไหม 

ผมชักสงสัยแล้วว่าผมลูกเก็บมาเลี้ยงจริงๆหรือเปล่า 


"ไม่ต้องมาทำหน้างอแงเลยแคนตาลูป ไปเดี๋ยวช่วยแม่ทำกับข้าว จะได้กินข้าวนี่ก็เย็นมากแล้ว"


"ติณณ์ไปนั่งรอนะลูกเดี๋ยวเสร็จแล้วเดี๋ยวแม่เรียก"

ที่พูดกับไอ้ตินเสียงอ่อนเสียงหวาน แม่นะแม่ 

ผมมองค้อนไอ้ติณณ์ก่อนจะเดินปึงปังเข้าห้องครัว


"งั้นเลขอไปอาบน้ำก่อนนะ เปียกฝนมาอะ เดี๋ยวไม่สบาย"

เลม่อนพูดจบก็เดินขึ้นบ้านไป


"ให้ผมช่วยนะครับ" ไอ้ติณณ์เดินตามมาที่ครัว


"ทำเป็นเหรอ มึงอะ" ผมถาม 

เพราะดูท่าทางลูกคุณชายอย่างมัน ไม่น่าทำอะไรเป็น


"ฉันอาจจะทำเก่งกว่านายก็ได้นะ"

"ให้ผมช่วยนะครับ"


ประโยคแรกมันพูดกับผมก่อนจะหันไปบอกกับแม่


"มาๆช่วยกันจะได้เสร็จไวๆ แคนเอาผ้ากันเปื้อนให้ติณณ์ด้วย" 

อยากให้มาช่วยทำไมไม่หยิบเองล่ะ


แต่ก็นั่นแหละผมทำได้แต่แอบบ่นในใจ ==




กับข้าว 3-4 อย่างถูกจัดเรียงบนโต๊ะ 

พวกเรา 4 คน พร้อมหน้าพร้อมตา


บรรยากาศอบอุ่นของบ้านผมกลับมาอีกครั้ง

ผมไม่รู้จะขอบคุณใครดี 

ที่ทำให้แม่เข้าใจเรื่องของผมกับไอ้ติณณ์


ตอนนี้เรากินข้าวกันเสร็จแล้ว 

แม่กับเลม่อนขอตัวขึ้นนอน 

คงเพราะออกไปซื้อของแล้วต้องติดฝนอยู่นาน

น่าจะเพลีย

ผมก็เลยอาสาเอาจานชามมาล้างให้


"นี่สรุปมึงจะยืนดูไม่ช่วยเลยรึไง"

ผมหันไปถามไอ้ติณณ์ 

 ที่มายืนพิงตู้เย็นดูผมล้างจานอยู่สักพัก


"นายอยากให้ฉันช่วยเหรอ" 

จะมีวันไหนไหม ที่มันจะตอบคำถามผมดีๆ


"ไม่ช่วยมึงก็ออกไปเลยยยยยย" 

ผมเอามือเปียกๆดันหลังมัน


"นี่แคนมือนายเปียก แบบนี้เสื้อฉันก็เปียกซิ"

ไอ้ติณณ์เอื้อมมือมาคว้าแคนผมอย่างเร็ว


ทำไมแขนมันยาวจังว่ะ!!


"ช่วยไม่ได้"


"ก็มึงกวนกูก่อน"

ผมเอาแต่ก้มหน้ามองพื้น


"แล้วทำไมไมมองหน้าฉัน"


"เขินเหรอ"


"เวลานายเขินนี่น่ารักดีนะ"

เสียงไอ้ติณณ์ขำในลำคอ


"เขินบ้านมึงซิ กูไปล้างจานต่อละ"


"มึงจะยืนจะทำอะไรก็เชิญ"


"ปล่อยมือกูด้วย"


ผมพยายามแกะมือมันออก 

แต่ก็ยังไม่กล้าสบตามันตรงๆอยู่ดี


เพราะไอ้คำสารภาพรักบ้าๆนั่นของตัวเองแท้ๆ

ที่ทำเอาผมเสียอาการขนาดนี้


"อ่ะๆโอเค"

"ฉันจะปล่อยนายไป"


มันบอกจะปล่อยผมแต่มัากับกระชากผมเข้าหาตัว

แถมยังเอามือโอบเอวผมไว้จนแน่น


ผมได้ได้ยืนตัวแข็งทื่อ ทำอะไรไม่ถูก


"แต่ถ้าขืนนายยังทำตัวน่ารักให้ฉันอดใจไม่ไหวแบบนี้"


"นายจะไม่ปลอดภัยนะ แคนตาลูป"

พรึ่บบบบบ


ทันทีที่มันพูดจบประโยคผมก็รีบเด้งตัวออกอัตโนมัติ


"ไปรอข้างนอกเลย" ผมรีบเอ่ยปากไล่


แล้วหันกลับมาล้างจานต่อ


ไอ้ติณณ์หัวเราะออกมาเบาๆ

ก่อนจะเดินออกไป


ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 303 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

505 ความคิดเห็น

  1. #374 ต้นกล้ากะใบชา (จากตอนที่ 39)
    วันที่ 4 มกราคม 2562 / 07:10

    ตามตลอด
    #374
    0