Love Is Me รักนี้ไม่มีบังเอิญ

ตอนที่ 35 : ความรู้สึก

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 3,659
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 328 ครั้ง
    26 ธ.ค. 61

3-4 วันที่ผ่านมา ผมเอาแต่เก็บตัวอยู่แต่ในห้อง
ปิดมือถือ เครื่องมือสื่อสาร ปิดช่องทางการติดต่อทุกช่องทาง

ไอ้ติณณ์ มาเฝ้าผมที่หน้าบ้านทุกวัน
แต่ก็ถูกแม่ไล่กลับไปทุกครั้ง

วันนี้ก็เหมือนกัน

รถสีดำคุ้นตา มาจอดที่หน้าบ้าน
ผมแง้มม่านเปิดดู ก่อนจะปิดมันลง
ไม่กล้าแม้แต่จะมองลงไป



------------------------------


- เลม่อน Talk -

ตลอดหลายวันมา ตั้งแต่เกิดเรื่อง บ้านเราดูเงียบลงมากจริงๆ
ไม่มีเสียงโวยวาย งอแง ของไอ้พี่แคน
ไม่มีเสียงดุด่าของแม่

แม้แต่ไอ้เจ้ากุชชี่ ก็ซึมไปกับเค้าด้วย

แม่นั่งทำงานตามปกติ
แต่คอยเหลือบมองขึ้นไปบนบ้านแทบจะตลอดเวลา

ฉันรู้ว่าแม่เองก็เป็นห่วงพี่แคน เหมือนกัน

ทุกอย่างมันมีเวลาของมัน

ครืดดดดดด

เสียงรถขับมาจอดหน้าบ้าน
คงไม่ใช่ใครที่ไหน
นอกจาก พี่ติณณ์

"ไปไล่มันซิ แม่ขี้เกียจจะพูดละ บอกไปว่าบ้านเราไม่ต้อนรับ"
แม่เองก็พอจะเดาได้
ว่าเสียงรถที่มาจอดเป็นรถของใคร

โดยที่ไม่ต้องเงยหน้าขึ้นมาดู

"แม่...เลทนไม่ไหวแล้วนะ แม่อยากให้มันเป็นแบบนี้จริงๆเหรอ"

"เลถามแม่จริงๆนะ ว่าแม่แกล้งไม่ได้ยิน หรือแม่ไม่ได้ยินจริงๆ ไอ้เสียงร้องไห้ที่ดังก้องอยู่ในห้องของพี่แคนทุกคืนอะ"

"พี่แคนมันทำอะไรผิดอะแม่" ฉันเองก็สงสารแม่นะ

แต่ฉันว่า บางทีแม่ควรฟังกันบ้าง

"แกรับได้เหรอ ถ้าพี่ชายแกไปชอบผู้ชาย"

"ชาวบ้านเค้าจะมองบ้านเรายังไง"

"แม่จะมีหน้าที่ไหนไปเจอคนข้างนอก แล้วคนพวกนั้นเค้าจะพูดถึงพี่แกยังไง"

"ที่แม่ทำก็เพื่อพวกแกนะ"
แม่ดูโมโหจัด

ที่ฉันดูเหมือนจะต่อต้านการกระทำของแม่ขึ้นมาอีกคน

"แม่ทำเพื่อตัวเองต่างหาก"

"ทุกประโยคของแม่ ก็มีแต่คนข้างนอก คนอื่น แม่ไปแคร์คนข้างนอก ที่มันไม่ได้มามีส่วนสำคัญอะไรกับครอบครัวเราเลย"

"แม่แคร์คำพูดคนอื่น แต่ไม่แคร์ความรู้สึกคนในบ้าน แล้วเราจะมีบ้านทำไมละแม่!!"

เพี้ยะ!!!!!!

ทันทีที่ฉันพูดจบประโยค
แม่ตบเข้าที่หน้าฉันเต็มแรง จนฉันรู้สึกถึงคาวเลือดในปาก

"เนี้ยเหรอเพื่อพวกเราอะ"

"จริงๆแล้วพวกหนูยังสำคัญกับแม่อยู่มั้ย หรือแค่เพราะคนรอบข้างบอกแม่ ว่าพี่แคนมันเป็นแบบนั้นแล้วมันไม่ใช่คนดี แม่ก็เลือกที่จะเชื่อคนพวกนั้น มากกว่าครอบครัวงั้นเหรอแม่"

"แม่ดูอะไรนี่นะ แล้วช่วยบอกหนูหน่อย ว่าแม่เห็นอะไร"

ฉันเดินไปหยิบซองกระดาษสีน้ำตาล
ที่มีคนส่งรูปแอบถ่ายพี่แคน กับ พี่ติณณ์
เอามาแกะแล้วยัดรูปทั้งหมดใส่มือแม่

"ฉันเห็นหมดแล้วรูปพวกนี้ ฉันไม่อยากดู"
แม่ปารูปทั้งหมดลงพื้น

"ดี ถ้าแม่เห็นหมดแล้วก็ดี"

"งั้นหนูถามแม่หน่อยนะ รอยยิ้มพี่แคนแบบในรูป แม่เคยเห็นมันมั้ย ล่าสุดเมื่อไหร่"

"ท่าทางมีความสุขของพี่ชายหนู แบบในรูป แม่เห็นครั้งสุดท้ายตอนไหน"

"คนที่ยิ้มกว้างตลอดเวลา ร่าเริงตลอดเวลา ใช่พี่แคนพี่ชายหนูมั้ย แล้วตอนนี้มันหายไปไหน"

"แม่บอกว่าทำเพื่อพวกเรา คือเอาความสุขที่เคยมีออกไปจากบ้านเราเหรอแม่ เลถามแม่จริงๆ แม่มีความสุขกับตอนนี้เหรอ"

ฉันมองหน้าแม่ ด้วยความรู้สึกผิดหวังที่แม่ลืมนึกถึงความรู้สึกของคนในบ้าน เอาแต่แคร์คนรอบข้าง ที่เราแทบจะไม่ได้รู้จักคนพวกนั้นสักนิด

"ฝากบอกคนตรงหน้าเลตอนนี้ ว่าช่วยพาแม่ของเลคนเดิมกลับมาที คนที่เห็นความรู้สึกของเล กับพี่แคน สำคัญที่สุด ฝากพาเค้ากลับมาที"

ฉันยกมือขึ้นปาดน้ำตา ก่อนจะเดินหนีขึ้นห้อง
สวนกับพี่แคนที่ยืนอยู่ตรงบันได

ฉันเดาว่าพี่แคนคงได้ยินเรื่องทั้งหมดที่ฉันคุยกับแม่

"เล ไอ้เล..." เสียงพี่แคนเรียกชื่อฉัน

แต่ฉันยอมรับ ว่าตอนนี้ฉันคงคุยกับพี่ชายฉันไม่ได้จริงๆ

ถึงฉันจะชอบด่า ชอบว่า ว่าพี่แคนมันติงต๊อง ไร้สาระ
แต่ฉันรู้ว่ามันเป็นพี่ชายที่ดี
เป็นคนที่คอยดูแลฉันมาตลอด

ถ้าฉันมีโอกาส ฉันเองก็อยากเห็นพี่ชายตัวเองกลับมาเป็นคนเดิม

- End เลม่อน Talk -


--------------------------------


ผมยืนมองแม่กับน้องต้องมาทะเลาะกันเพราะเรื่องของผม
ผมยิ่งรู้สึกไม่สบายใจ

ผมแค่ต้องการเวลา
แต่ดูเหมือนเวลาที่ผมต้องการ
มันทำให้ครอบครัวผมต้องมาจมอยู่กับความทุกข์เหล่านั้นไปด้วย


แม่ก้มลงเก็บรูปที่ปาทิ้งที่พื้น เอาขึ้นมาวางบนโต๊ะทำงาน
ค่อยๆหยิบขึ้นมาดูทีละใบ


"แม่.." ผมเดินเข้าไปหา

แม่รีบยกมือขึ้นปาดน้ำตา แล้วหันกลับมามอง

"แคน ไม่โกรธแม่ใช่มั้ย ที่ทำแบบนี้"
ดวงตาที่กำลังสั่นไหว จ้องมองมาทางผม

"แคนไม่โกรธแม่หรอกแคนเข้าใจ" ผมเดินเข้านั่งข้างๆแม่

แว๊บนึงที่ผมแอบเหลือบมองดูบนโต๊ะ

"แม่...แคนลูกแม่นะ ถ้าให้แคนเลือกระหว่างครอบครัว กับ คนอื่น ยังไง ครอบครัวก็ต้องมาก่อน"
ผมส่งยิ้มให้แม่

อาจจะเป็นยิ้มที่เศร้าที่สุดเท่าที่ผมเคยยิ้มมา

"ถึงมันจะเป็นเรื่องที่แคนไม่อยากทำ เป็นสิ่งที่ทำให้แคนต้องเจ็บ แคนก็ยอมเหรอลูก" แม่ถามต่อ

"แม่...แคนมีครอบครัวอยู่ครอบครัวเดียว ก็คือพวกเรา ถ้าแม่กับน้องไม่สำคัญ แล้วแคนจะเรียกมันว่าครอบครัวได้ยังไง"

"แม่อย่าคิดมากนะ"

ผมบีบไปที่มือแม่เบาๆ ก่อนจะเดินกลับขึ้นห้องมา

ผมเริ่มจะสงสัย
ถ้าทางนี้มันดีแล้วจริงๆ
ทำไมทุกคนไม่มีความสุขเลย
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 328 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

505 ความคิดเห็น

  1. #504 WaraNi (จากตอนที่ 35)
    วันที่ 13 มีนาคม 2563 / 03:11
    ไม่ไหวแล้วมันอิน จนร้องไห้ออกมา😭
    #504
    0
  2. #350 manggabei (จากตอนที่ 35)
    วันที่ 27 ธันวาคม 2561 / 10:50
    เลม่อนเยี่ยมเลย
    #350
    0
  3. #341 aoh19 (จากตอนที่ 35)
    วันที่ 27 ธันวาคม 2561 / 00:30

    ยยังดราม่าได้อีกมั้ย นี่น้ำตาจะท่วมที่นอนแล้วนะ ทำไมมันอินได้ขนาดนี้ ????????????

    #341
    0