Love Is Me รักนี้ไม่มีบังเอิญ

ตอนที่ 10 : ของๆฉัน (นาย)

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 5,276
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 440 ครั้ง
    22 พ.ย. 61

"ทำไมมึงพูดจาแบบนั้นกับผู้หญิงว่ะ" 

ตอนนี้เราสองคนมานั่งมุมเงียบๆอยู่ในร้านอาหารร้านนึง


"แบบไหน" ไอ้ติณณ์ทำท่าทางไม่ใส่ใจ


"ก็ไปพูดดูถูกเค้าแบบนั้น"

"ยังไงเค้าก็เป็นผู้หญิงนะเว้ยย"

ผมเริ่มรู้สึกไม่ชอบใจ กับนิสัยปากเสียของมัน


"ให้ฉันพูดตามตรงมั้ย ฉันเองจำไม่ได้ด้วยซ้ำ ว่าฉันรู้จักกับผู้หญิงคนนั้นตอนไหน"


"แต่เค้าบอกว่าเค้าเคยนอนกับมึงแล้ว ไอ้ติณณ์กูไม่ชอบเลยว่ะ มึงทำเกินไป" คราวนี้ผมคิดว่าไอ้ติณณ์มันทำเกินไปจริงๆ


"ไม่ชอบอะไร" มันถามกลับ จงใจยั่วโมโหผม


"ตั้งแต่กูรู้จักมึงมา กูไม่เคยเห็นมึงไปเที่ยวอะไรกับใคร จู่ๆมายด์อะไรนั้นก็โผล่มาบอกว่ามีสัมพันธ์ลึกซึ้งอะไรกับมึงก็คือยังไง มึงช่วยอธิบายมาที"


"แบบนี้คือหมายความว่าในระหว่างที่เราไม่ได้เจอกัน มึงไปเที่ยวละมึงก็มั่วกับคนอื่นเหรอ มึงเป็นคนแบบนั้นเหรอไอ้ติณณ์" ผมเริ่มมองไอ้ติณณ์ด้วยสายตาที่เปลี่ยนไป


สายตาที่ผิดหวัง....



"ฉันไม่เคยมั่วกับใคร ไม่เคยคิดจะทำ" 

ไอ้ติณณ์ย้ำน้ำเสียงหนักแน่น


"แล้วทำไมมึงชอบไปยุ่งกับคนนู้น คนนี้จังว่ะ" 


ไม่รู้เหมือนกันว่าเพราะอะไร

แต่ผมกลับเลือกที่จะเชื่อคำพูดจากปากมันง่ายๆแบบนี้


"นายไม่ชอบเหรอ"


ผมส่ายหน้า


"ไม่ชอบที่ฉันอยู่ใกล้คนอื่น"


"ไม่ชอบที่ฉันให้ความสำคัญกับคนอื่น แบบนั้นเหรอ"

ไอ้ติณณ์จ้องมาที่ผมไม่วางตา


"เออ กูไม่ชอบ" ผมหลบตา ไม่กล้าเงยหน้าขึ้นมอง


เคร้ง!!! เสียงช้อนกระทบจาน ดังขึ้น 

พร้อมกับมือข้างนึงจากคนตรงหน้า 

เอื้อมมาเชยคางผมขึ้นเพื่อให้เราสบตากัน


"งั้นนายคงต้องเป็นคนจัดการเองแล้วแหละ" 

ไอ้ติณณ์ยิ้มมุมปาก


"จัดการอะไรของมึง" 


"ทำให้ฉันสนใจนายแค่คนเดียวซิ"

มันเอามือรูปริมฝีปากผมไปมา


"ทำไมกูต้องทำด้วยว่ะ" ผมปัดมือมันออก 


ก่อนจะจิ้มอาหารตรงหน้าเข้าปากแก้เขิน


ไอ้ติณณ์เอามือมาจับมือผมไว้ ให้หยุดตักอาหาร

ผมเงยหน้ามองมันช้าๆ


"นายน่าจะมีคำตอบอยู่แล้วนะ"


"ถ้าไม่อยากให้ฉันใกล้คนอื่น ก็อย่าห่างจากฉันซิ"

"ถ้านายไม่อยากให้ฉันให้ความสำคัญกับคนอื่น ก็ใส่ใจฉันให้มากกว่านี้ซิ"

"ถ้าไม่อยากให้ฉันจูบคนอื่น......นายก็อย่าถอนจูบออกจากฉัน ในเวลาที่ฉันต้องการซิ"


เหมือนผมกำลังถูกมนต์สะกด 

ให้สบตากับไอ้ติณณ์อยู่อย่างนั้น


ไอ้ติณณ์เอื้อมมือมาเกลี่ยริมฝีปากผมที่เปื้อนซอสออก

ก่อนจะดูดนิ้วที่มันใช้เช็ดซอสจากผมอย่างไม่รังเกียจ


ผมรีบตั้งสติปัดมือมันออก

แล้วก้มหน้ากินอาหารตรงหน้า 

ไม่กล้าพูดอะไรออกมาอีก


ได้ยินแค่เสียงหัวเราะเบาๆจากคนตรงหน้า


"ซอสหวานเนอะ"


"ซอสมะเขือเทศบ้านมึงซิหวาน กินไปเลย ข้าวอะ"



ดูเหมือนไอ้ติณณ์มันจะชอบใจ

กับท่าทีที่ไม่เป็นตัวเองของผม


-----------------------------------------------------------------------------

"ครบแล้วใช่ม่ะ จะได้กลับกันสักที"

เราสองคนถือของพะรุงพะรังพอสมควร


"ก็คงครบแล้วแหละ เดี๋ยวเอาขึ้นหลังรถเลย เดี๋ยวฉันไปส่ง จะได้เลยเข้าไปที่ร้านเลย"


ติณณ์เดินไปเปิดท้ายรถ 

ก่อนที่เราสองคนจะช่วยจัดการเอาของที่ซื้อมา

ใส่ท้ายรถจนเต็ม


ครืดดดดด ตึกๆๆๆ ครืดดดด ครึ้กกกก

"รถเป็นอะไรว่ะ" 


ไอ้ติณณ์พยายามสตาร์ทอยู่สักพัก 

แต่ไม่มีทีท่าว่ารถจะสตาร์ทติด


ตอนขามายังดีๆอยู่แท้ๆ


"ไม่รู้เหมือนกัน ก็ขับมาดีๆ" ไอ้ติณณ์ถอนหายใจออกมาเบาๆ พยายามสตาร์ทรถอีก 2-3 ครั้ง แต่ก็อาการเหมือนเดิม


"ทำไงดีว่ะเนี้ยย ต้องรีบเข้าไปที่ร้าน วันนี้ทามลา ไม่มีคนช่วยดูร้าน กะว่าส่งนายเสร็จจะเข้าไปที่ร้านเลย" 

ดูท่าทางคุณชายปากร้าย จะเริ่มหงุดหงิด



"เอางี้มั้ย".. .....


ผมไม่รู้ว่าผมดีใจอะไร ถึงยิ้มไปแบบนั้น

เหมือนเป็นการชนะไอ้ติณณ์ได้ในรอบวัน


ผมลากไอ้ติณณ์มาป้ายรถเมล์หน้าห้าง 

ดูท่าทางมันคงยังไม่รู้ชะตากรรม


"นี่นายจะพาฉันไปไหน" ท่าทางคงเริ่มสงสัย


"ก็ไปร้านไง คุณหนูอย่างมึง ลำบากสุดคง Taxi ใช่ม่ะ มาลำบากแบบกูบ้างม่ะ เผื่อจะช่วยให้มึงคิดหรือพูดอะไรถึงคนอื่นได้ดีกว่านี้" ผมไม่รอให้มันถามอะไรต่อ


เป็นจังหว่ะที่รถเมล์ขับมาจอดพอดี 


ผมรีบลากมันขึ้นรถแบบไม่ทันตั้งตัว 

ถึงมันจะดูงงๆ แต่ก็ไม่ได้พูดอะไร


"เห้ยยยฉันจ่ายเอง" มันแย่งจะจ่ายเงินค่ารถแทนผม


แต่เล่นควักแบงค์พันออกมาแบบนั้น 

กระเป๋ารถเมล์คงไล่ผมลงแน่ๆ


เพี้ยะ!!!! ผมตีไปที่มือมันเต็มแรง

ก่อนจะหยิบแบงค์ยี่สิบ ยื่นให้กระเป๋ารถเมล์


มันทำหน้างงใส่ผม พลางเก็บกระเป๋าเงินเข้าที่เดิม


"ค่ารถแค่9บาท สิบบาท จ่ายแบงค์พัน เค้าได้เตะมึงออกทางหน้าต่างพอดี"


"มึงไม่เคยนั่งรถเมล์จริงๆซินะ" 

ผมเห็นไอ้ติณณ์มันคอยหันซ้ายหันขวาตลอดทาง


"ไม่อะ มันทั้งร้อน สกปรก แออัด น่ารังเกียจ มีแต่อะไรก็ไม่รู้ ฉันไม่จำเป็นต้องใช้ชีวิตอยู่กับอะไรพวกนี้" 

ไอ้ติณณ์มีท่าทางรังเกียจอย่างเห็นได้ชัด 


ทำเอาคนที่นั่งใกล้ๆที่ได้ยินที่มันพูดแทบจะลุกมากินหัวผม


"งั้นมึงดูไว้นะ ว่าเนี้ย ชีวิตของคนแบบกู คนที่มึงเพิ่งด่าว่าสกปรกและน่ารังเกียจ" ผมหันไปบอกกับมัน


ไอ้ติณณ์มีแววตาสั่นไหวเล็กน้อย 

ก่อนจะกลับมาแข็งกระด้างเหมือนเดิม


"รังเกียจชีวิตแบบนี้ของกูม่ะ" ผมถามต่อ


ไอ้ติณณ์ไม่ได้พูดอะไรออกมา

เราสองคนแค่สบตากัน

 ก่อนจะพากันหลบสายตาแล้วหันมองไปทางอื่น...



ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 440 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

505 ความคิดเห็น

  1. #289 พราว (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 21 ธันวาคม 2561 / 15:23

    ตลกอะ ข้าวของก็พะรุงพะรัง แล้วยังจะมาขึ้นรถเมล์ทำไม น่าจะเหมา Taxi ไป มากกว่า

    #289
    1
    • #289-1 Beside_11(จากตอนที่ 10)
      21 ธันวาคม 2561 / 16:50
      ก็ตามฟิวคนเขียนอะคะ อยากให้ขึ้นรถอะไร ก็ตามนั้นอะคะ
      #289-1
  2. #258 aoh19 (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 19 ธันวาคม 2561 / 20:47

    เเอาคืนหรอแคนตาลูป

    #258
    0
  3. #40 Ninewzee1996 (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 24 พฤศจิกายน 2561 / 23:40
    วิ่งตามให้ทันนะแคนตาลูป.. ติณเขาแค่อยากให้แกสนใจ.. เขาเพียงคนเดียวเท่านั้นแหละ.. 😉😉
    #40
    0
  4. #37 por26042525 (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 24 พฤศจิกายน 2561 / 11:58
    ชอบๆลงต่อนะค่ะ
    #37
    0
  5. #34 mornnut1125 (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 23 พฤศจิกายน 2561 / 15:09
    ชอบๆมาลงต่อนะค่ะ
    #34
    0
  6. #31 คนติดตาม (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 23 พฤศจิกายน 2561 / 07:15

    มาต่อๆ จะลงแดงแล้วค่ะ

    #31
    0
  7. #27 catlovetm55 (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 22 พฤศจิกายน 2561 / 21:47
    ชอบมากค่ะ
    #27
    0