MOTIANA​ THE​ GAME​ ภาค​ เปิดศึกเทพและจอมยุทธ​์​

  • 0% Rating

  • 0 Vote(s)

  • 91 Views

  • 3 Comments

  • 10 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

จำนวนแชร์
0

  • Month Views
    13

    Overall
    91

ตอนที่ 23 : บทที่​ 22​ ป่ากงมู่เซินหลิน

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 3
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 1 ครั้ง
    16 มี.ค. 62

ณ​ สำนักหยวน​ซู่​ห​ยาง​หยิน

วันนี้ก็บรรยากาศ​ดี​๊ดี​เหมือนเคย​ เพิ่มเติมคือ​ วันนี้ฉันหรือยู่หนานเฟิงจะเล่าเรื่องของนิยายแทนจร้า ก็ปกติผู้เขียนจะเล่าเองใช่ไหมล่ะ​ ?


แดดวันนี้ก็แรงเหมือนเมืองไทยแต่ดีหนอยที่อากาศ​เย็น​ อุณหภูมิ​ประมาณ​ 25​ องศาเซลเซียส​ ฉันบิดขี้เกียจ​ก่อนจะลุกออกจากเตียง​ บอกให้ก็ได้ตอนนี้ฉันโคตรขี้เกียจเลย​ แต่มาอยู่ที่นี่ก็ยังดีกว่าฟังแม่บ่นอ่ะนะ​ วันนี้เป็นวันไปหาสมุนไพร​ธรรมชาติ​ตามที่นัดไว้กับผู้อาวุโส​ของสำนัก​ กลุ่มประกายดาราจะไปด้วยกันทุกคนนั้นแหละ


" อรุณสวัสดิ์​คุณ​ขี้เซา​ " 


นั่นไงไอ้ป่วนอันดับ​ 1​ มาแล้ว​ มันทำซะ​ ยูโน่กับปิงหยุนไม่มีบทเลย​ ดังนั้น​ฉันเลยจะแกล้งมันกลับซักหน่อย


   " ตู๊ด​ ตรู๊ด​ ตู๊ด​ ไม่มี​สัญญาณ​ตอบรับ​จาก​หมายเลข​ที่​ท่าน​เรียก​ " ฉันตอบพร้อมกับตัดสัญญาณ​เคลื่อนเสื่อสารทางจิต​กับวิญญาณ​ดาบสุดป่วน​ แก้ว​ ก่อนจะไปอาบน้ำ


................. 


10​ นาทีผ่านไป... 


การอาบน้ำเป็นอะไรที่สดชื่นมาก~~ สงสัยจิตใจตอนเป็นผู้หญิงที่เชื่อ​ กุน​ ยังอยู่ แต่ก็หวังให้เป็นแบบนั้นแหละ​ เพราะถ้าเรื่องทั้งหมดจบลงฉันก็จะกลับไปเป็นผู้หญิงเหมือนเดิม​ล่ะนะ


   " ฮ้าว~~ " หลินหยางหาวยาวๆก่อนจะทักฉันด้วยท่าทางงวงมากกกกก... " ตื่นเช้าจังน้องเฟิง​ วันนี้มีอารายเหรอ... " 


มีอารายเหรอ​ ​?! ความจำเสื่อมรึไงรุ่นพี่หลาง​ เมื่อวานย้ำตั้ง​ 10​ กว่ารอบ​ !!!!! 


   " วันนี้มีการล่าสมุนไพร​ไง​ รุ่นพี่​ อีก​ 5​ นาทีจะรวมตัวกันที่ห้องสมุด " ฉันตอบอย่างเรียบ ไอ้รุ่นพี่มันลืมได้ไงฟ่ะ​ ? หรือว่าเพราะสายเลือดอสูรอีกครึ่งนึง​กันนะ... 


   " จริงเหรอ​ ?! ข้าลืมอีกแล้ว​ ขอบใจน้องเฟิงที่ช่วยเตือนนะ " หยินหลางอุทานก่อนวิ่งไปผลัดเปลี่ยน​เสื้อผ้า​ ถ้าถามว่าทำไมไม่อาบน้ำ​ ? ใครอาบน้ำแต่งตัว​ กินข้าวได้ภายใน​ 5​ นาทีคงเป็นพระเจ้าแล้วมั้ง​ เว้นแต่ว่ากินข้าวไปอาบน้ำไปล่ะนะ​


5​ นาทีผ่านไป​ ไวเหมือนโกหก​... ถุย... ก็ไวอยู่แล้วสิว่ะ


   " น้องเฟิง​ ให้รอนานไหม​ ? " หยินหลางพูดเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น​ น่าหมั่นไส้ชะมัด​


   " ไปกันเถอะ​ รุ่นพี่ " ฉันเองก็ขอเล่นตามน้ำไปก่อนก็ล่ะกัน​ ถ้าเกิดถีบรุ่นพี่ขึ้นมารับรองจบแบบศพไม่สวยแน่


   " ฮัดเช้ย~! " หยินหลางจาม​พร้อมพึมพำเบาๆ​ " ใครนินทาเนี่ย​ ? " 


สงสัยต้องระวังแล้ว​ ลืมไปว่าสัตว์​อสูรมีประสาทสัมผัส​ด้านหูที่โคตรดี​ แต่ก่อนอื่นเพื่อหลีกเลี่ยงการเป็นจุดสนใจเพราะน่าตาที่สวยกว่าผู้หญิงทั่วไปต้องเอาผ้าพันคอสีฟ้าอ่อนมาคลุมหน้าไว้ซะก่อน


ณ​ ห้องสมุด


ไม่ได้มาตั้งนานยังให้ความรู้สึกอยู่ในโลก​ ยุคโบราณ​ไม่เปลี่ยนเลย ทีแรกก็สงสัยอยู่ว่าทำไมผ่านมาตั้งพันปียังไม่โผล่​ IT ให้เห็น​ เรียนไปเรียนมาเลยได้คำตอบถูก​ เมื่อ​ 500 ปีที่แล้วไอ้เทพxxxบางตนมาระเบิดดินแดนนี้เอง​ ทำให้อารายธรรมขาดหายเกือบหมด​ เหลือเพียงแค่ตำนานที่เสือบทอดจากปากสู่ปาก​ รุ่นสู่รุ่น​ มิน่าล่ะ​ถึงจำผิดว่า​ ตรูกับเพื่อนๆเป็นเทพโดยกำเนิดจากวิหารศักดิ์​สิทธ์​ทั้ง​ 5​ แถมเสริมเติมแต่งว่า​ เทพแห่งความตายของโลกนี้​ มอร์เต้​ เป็น​เพื่อนกับโอกะ​ เทพน้ำประกายจันทรา​อีก มันน่าถีบลงส่งลงนรกจริ๊ง​จริง​ พอดีเทพในโลกนี้บางตนใช้ฉายาที่องค์​เทพสูงสุดของแต่ละที่ตั้งให้​ ซึ่งเทพสูงสุด​บนโลกนี้มีอยู่​ 4​ องค์​ คือ​ เทพเวหา​สวรรค์​ หรือเรียกสั้นๆว่าเทพนภา เทพมหานทีธาราหรือเทพสมุทร์​ เทพดิแดนผืนปฐพี​ หรือเทพ​พสุธา​ เทพเพลิงพิภพ​โลกันตร์​ หรือเทพนรก​ ซึ่งฉันกับคิริสก็ควรจะเป็นองค์​เทพสูงสุดเพราะพลังที่สืบทอดต่อกันมา แต่ด้วยความที่ไม่ใช่เทพแต่กำเนิด เนื่องจากเป็นมนุษย์​มาก่อนจึงไม่ได้รับการแต่งตั้ง​ แต่ไม่ได้เป็นก็ดีแล้วถ้าเป็นคงไม่ได้กลับไปเจอหน้าพ่อหน้าแม่แน่เพราะอาณาเขตของเทพนภานั้นเยอะที่สุดบนดาวดวงนี้​ ไหนจะจัดนู่น​จัดนี่สมองคงระบมก่อน​ ดังนั้นตอนนี้คนที่เป็นแทนฉันก็คือ​ เทพวายุแดนเหนือ​ และคนที่มาแทนคิริสคือ​ เทพเพลิงโลกา​ แต่ล่ะคนก็ปฏิบัติ​งานได้ดี๊ดี​ ทำให้มนุษย์​ผู้เคารพเทิดทูนบูชาเดือดร้อน​ เนื่องจากต้องหาเครื่องไปบูชายัญ​มิเช่นนั้นจะมาถล่มโลกที่มนุษย์​อาศัยอยู่​ เขาเรียกพวกนี้ว่ายังไงน่ะ​ ปกครองด้วยความกลัวและใช้อำนาจในทางมิชอบมิดีล่ะมั้ง​ ? คอร์รัปชั่น​ ??? หรืออะไรซักอย่างนี้แหละ​ น่าเขกกระโหลกเป็นที่สุดเลย


   " อรุณสวัสดิ์​ น้องเฟิงน้องหลาง " เซี่ย​เสี่ย​ทักด้วยความอารมณ์ดี​ " เหมือนว่าวันนี้เราจะมากันแค่​ 3​ คนน่ะ​ คนอื่นเขาไม่ว่างกันแล้วล่ะ " แหม​ ขนาดคลุมหน้ายังอุตส่าห์​จำได้อีกเนอะ​


   " ไม่เป็นไรหรอกครับ " ฉันตอบอย่างเรียบง่ายพร้อมมองไปที่ผู้อาวุโส​ " ผู้อาวุโส​มาแล้วนะครับ​ " 


   " อะแห่ม " ผู้​อาวุโส​กล่าว​ " สวัสดี​ จอมยุทธ​์​ตัวน้อยทุกคน​ที่มาสมัครล่าสมุนไพร​ในวันนี้​ ก่อนอื่นขอกล่าวรายละเอียดก่อน​ ก่อนอื่นเราจะไปกันเป็นกลุ่มๆ​ กลุ่มละประมาณ​ 4​ หรือ​ 5​ คนเป็นอย่างน้อย​ โดยเจ้าสำนัก... " บลาบลาบลาผู้อาวุโส​กล่าวยาวเหลือเกินนี้ไม่ไช่พิธิปฐมนิเทศ​นะเห้ย~! 


   " ... และตอนกลับมาจะต้องหาสมุนไพรระดับต่ำมา​ 5​ อันเป็นค่าเข้าร่วม​ มิฉนั้นจะจำกัดการเข้าหอ​ ส่วนสถานที่ก็คือ​ ' ป่า​ 公墓森林 กงมู่เซินหลิน ( ป่าสุสาน )​ '​ ให้ทุกคนไปเจอกันที่หน้าป่าตอน​ 9​ โมง​ ที่จะพูดก็มีแค่นี้แหละ​ ​" ผู้อาวุโส​พูดก่อนจะกลับไปที่พัก​ แต่เหมือนว่าหลังจากประกาศ​สถานที่ก็มีเสียงดังจากการคุยกันออกมา​ แล้วก็คุยเรื่อง... 


   " จะบ้าเหรอ​ ? ไปหาสมุนไพร​ที่ป่าสุสาน "


   " ใช่แล้วที่นั่นมัน "


อะไรประมาณ​นี้... สุดท้ายฉันเลยตัดสินใจ​ที่จะถามคำถามเกี่ยวกับป่าไป


   " ป่าที่นั่นมันมีอะไรเหรอครับ​ ? "


   " เปล่าหรอกเพียงแต่... " หยินหลาง​ตอบแบบลังเลใจ​ แหมดูคนเขาพูดกันเป็นนกแก้ว​นก​ขุน​ทองสิ​ ไม่มีอะไรก็บ้าแล้ว


   " ... เขาลือกันว่า​ ' มันมี ผี​ นะสิ​ '​ " 


ได้ยินแบบนี้ก็อึ้งเลย​ ขนาดไปตอนกลางวันนะเฮ้ย​ คนยังซุบซิบ​กันขนาด​นี้​แล้ว​ ถ้าตอนกลางคืนล่ะ​ ?! แต่ยังดีนะที่สรุปสมุนไพร​ธรรมชาติ​จากตำรามาก่อนและคัดลอกลงในสมุดบันทึก​ที่ตอนนี้เก็บอยู่ในคริสตัล​ ไม่งั้นคงจะไม่พร้อมสำหรับการเดินป่าแน่​ แต่ว่าตอนนี้ขอถามความสมัครใจของรุ่นพี่ก่อนล่ะกัน


   " แล้วพวกรุ่นพี่จะไปไหม​ ? " ฉันถามด้วยน้ำเสียงเรียบง่าย


   " ไปอยู่แล้วล่ะ​ แค่ไปป่าเองนี่​ ก็​เหมือนอยู่บ้านอยู่แล้ว " หยิน​ห​ลาง​ตอบแบบไม่คิดอะไร​ อันนี้พอเดาได้ก็ลูกครึ่งอสูรนี่เนอะ


   " ไปอยู่แล้ว​ล่ะ​ ข้าชอบการทดสอบความกล้าที่สุดอีกอย่างจะได้ฝึกการเผชิญหน้า​กับ​จิตสังหารของนักฆ่าด้วย " เซี่ยเสี่ยตอบพร้อมนึกถึงตอนเจอนักฆ่าที่ห้องเสี่ยว​หมิง​หมิง​และปล่อยอารมณ์​เจ็บ​แค้น​ แบบว่า​ ถ้าเจออีกรอบฉันต้องทนให้ได้


   " งั้นออกเดินทางกันเถอะ​ครับ​ เราจะได้มีเวลาสำรวจป่าคราวๆด้วย " ฉันเสนอความเห็นออกไป​ ก่อนที่รุ่นพี่ทั้ง​สองคนจะตอบตกลงและมุ่งหน้าไปที่ป่ากงมู่เซินหลิน หรือป่าสุสาน


.................... 


ณ​ ใจกลางป่ากงมู่เซินหลิน


   " แฮ่​ ฉัวะ​ ฉูด แฮ่​ " เสียงฆ่าฟันกันของสัตว์อสูรและปีศาจร้าย​เกิดขึ้นในใจกลางป่า​​ ทำให้บรรยากาศ​ที่ดำทมิฬ​ชวนให้หวาดผวา​นั้นคลุ้ง​ไปด้วยกินคาวของเลือดสีแดงที่น่าสยงสยองและสยองขวัญ​ ใบไม้ก็เปื้อนเลือดราวกับถูกย้อมด้วยสีแดงฉาน​เกิดเป็นบรรยา​กาศที่น่าสะอิดสะเอียน​เท่าทวีคูณ​ มันเป็นดั่งโศกนาฏกรรม​ของเหล่าอสูร​ในป่านี้​ และตอนนี้ปีศาจร้าย​พร้อมกับโซ่สีเงินก็กำลังเคลื่อนที่​ไป​ยัง​ป่าภายนอกเพื่อดื่มด่ำการฆ่าฟันต่อไปโดยที่ยู่​หนาน​เฟิง​และเพื่อนๆยังไม่รู้​ตัว​... 

 

   " ฆะ... อา... ฆ่า... " ปีศาจร้าย​พึมพำอย่างน่าสยดสยอง​ " ละ... อาง... ล้าง... คะ​... แอน... แค้น... ผะ... นึก... ผนึก​ " 


   " ฉัวะ​ แฮ่ " 


................... 


ติดตามตอน​ต่อไป​


ขอโทษค่ะ​ ที่ลงช้า​ เอาเป็นว่าช่วงนี้ขี้เกียจ

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 1 ครั้ง

0 ความคิดเห็น