MOTIANA​ THE​ GAME​ ภาค​ เปิดศึกเทพและจอมยุทธ​์​

  • 0% Rating

  • 0 Vote(s)

  • 91 Views

  • 3 Comments

  • 10 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

จำนวนแชร์
0

  • Month Views
    13

    Overall
    91

ตอนที่ 11 : บทที่​ 10​ ทดสอบ

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 2
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 1 ครั้ง
    28 ก.พ. 62

ณ​ ห้องของลู่เอิน

เด็กชายผมสีหิมะแกมฟ้ากำลังโอบกอดกับ​ เด็กสาวผมสีม่วงอ่อนที่พึ่งลืมตาตื่นขึ้น​มา​ พร้อมน้ำตาสีใสที่หลั่งไหล​ออกมาจากตาของเด็กสาวและร้อยยิ้มบนใบหน้า


      " ยู... จัง... " ลู่​เอิน​กระซิบ​เบาๆข้างหูของยู่​หนาน​เฟิง​


      " ตื่นแล้วเหรอ​ ?! มะกี้ยังละเมออยู่เลย " ยู่​หนาน​เฟิง​แซว


พอได้​ยิน​ดังนั้นลู่เอินก็เลิกกอดแล้วทำหน้าเขินอาย​ พร้อมเสียง​หัว​เราะเบาๆจากยู่​หนาน​เฟิง​


      " โธ่​ คนกำลังซึ้ง​ มาแซวกันได้ " ลู่​เอิน​บ่นในใจ


      " แสดงว่าไม่เป็นไร​แล้ว​สินะ​ " ยู่​หนาน​เฟิง​พูด


      " ก็ไม่เชิงหรอก... คือ​ ฉันมีเรื่อง​อยากจะบอก​ " ลู่​เอิน​พูด​


      " อ้าว​ ไม่ใช่คำแทนตัวเอง​ว่า​ ผม​แล้ว​เหรอ​ ? " ยู่​หนาน​เฟิง​ถามเพราะจำได้ว่าตอนอยู่ในโลกเกมเก่า​ ลู่​เอิน​หรือโอกะใช้คำแทนตัวเอง​ว่า​ ​ผม​ ​ตลอด


      " ก็ตอนนี้ฉัน​เป็น​ผู้หญิง​นี่​ ถ้าจะใช้คำว่า​ ผม​ มันก็... อาย... " ลู่​เอิน​พูด​พร้อมแสดงใบหน้า​ที่แดงเหมือนกับมะเขือเทศ​ " แล้วยูจังจะไม่ถามเหรอว่าเกิดอะไรขึ้น​ " 


      " ถามสิ​ แค่อยากให้เวลาแบบนี้อยู่นานขึ้นเท่านั้น​เอง​ เวลาแห่งความสุขของคนที่ไม่ได้เจอกันมานาน​มันหายากไม่ใช่เหรอ​ ? " ยู่​หนาน​เฟิง​ถาม


     " งั้นเหรอ​ ? แต่อย่างน้อย​ก็​ขอ​ให้​ฉันได้บอกยูจัง​ ระวังตัวด้วยนะ พวกมันจัดการฉันไปแล้ว​คงไม่สนใจอะไร​ แต่กับยูจังเขายังไม่ทำเลย​ เขาคงคิดไว้ว่ายูจังคงไม่ตายง่ายๆหรอก " ลู่​เอิน​พูด​


    " ถ้าอย่างนั้น​ ใครทำกันล่ะ​ ? " ยู่​หนาน​เฟิง​ถามด้วยสีหน้าเคร่ง​เครียด​


    " เทพแห่งความตายองค์​ใหม่... มอร์เต้... " ลู่​เอิน​พูด​ด้วยเสียงหวาดกลัว​ ทำให้​ยู่​หนาน​เฟิงทำหน้า​อึ้ง​ และตกใจ​


     " มอร์เต้​งั้นเหรอ​ ?! เหมือนที่แก้วเตือนไว้ก่อนจะออกจากเกม​ MOTIANA​ ครั้งล่าสุด​เลย​ ว่าถ้าได้กลับมาพยายาม​หลีกเลี่ยง​การปะทะ​กับ​ มอร์เต้​ เพราะเขาโหดเหี้ยม​มากๆ​ พร้อมทั้งยังส่งสาวกไปกระจายอำนาจอีกด้วย​ ราวกับ​เทพแห่งสงครามมากกว่า​เทพแห่งความตาย​ ถ้าจะสู้กัน​คงต้องพัฒนากำลังรบของ​ตัวเอง​ให้มากกว่านี้อีกไม่เช่นนั้น​ คงไม่สามารถ​ช่วยคงอื่นๆ​ เอาไว้ได้แน่นอน​ " ยู่​หนาน​เฟิง​คิด


     " แล้วก็อีกเรื่องนึง... " ลู่​เอิน​พูด​พร้อมสีหน้าลำบากใจ​ " คนทรยศคือ... " 


     " กวง​จู่​หยู​หลง​ใช่ไหม​ ? " ยู่​หนาน​เฟิง​ถาม​ แล้วลู่​เอิน​ก็พยักหน้า​ " ที่นี้ฉันก็เข้าใจแล้วว่าทำไมพลังของเธอน้อยกว่าปกติ​ เพราะ​ว่าเธอโดนโจมตี​จาก​มอร์เต้ก่อนที่จะ​หนีมาเกิดใหม่ใช้ไหม​ ? " 


     " แต่เรื่องนั้นเอาไว้คุย​กัน​วัน​หลังเถอะ​ วันนี้ยูจังรีบกลับบ้านก่อนจะดีกว่าเดียวพี่หมิงเป็นห่วง​ อย่าลืมสิว่าตอนนี้​เรา​พึ่ง​ 7​ ขวบกัน​ " ลู่​เอิน​เตือน


     " เออ~! จริงด้วยลืมไปตอนนี้ตรูพึ่ง​ 7​ ขวบ​ " ยู่​หนาน​เฟิง​คิดก่อนพูด​ " งั้นฉันกลับก่อนนะ​ พรุ่งนี้​มีนัดกับอาจารย์​ด้วยสิ​ " 


แล้วยู่​หนาน​เฟิง​ก็ออกจากห้องของลู่​เอิน​ไปอย่างเงียบๆ​ ท่ามกลางแสงจันทร์​เต็มดวง​ที่​สาดส่อง​ลงมา​ มันคงจะเป็นการจากลาอีกครั้​ง​รึเปล่า​ ? 


วันต่อมา​ ที่ลานประลองหินอ่อนหรือที่ประชุม​ของผู้อาวุโส​


แสงแดดอ่อนๆยามเช้าค่อยๆสาดส่องลงมาเผยให้เห็​น​ถึง​ หมู่บ้านบน​เกาะลอยฟ้าที่มีภูเขา​สีเขียวขจี​ ที่มีแม่น้ำสีฟ้าใสไหลผ่านและหมอกสีเขียวฟ้าล้อมรอบเกาะ​ ถึงจะไม่มีทะเล​ แต่ก็มีทั้งปลาน้ำเค็มและปลาน้ำจืด​ว่ายอยู่ในแม่น้ำและทะเล​สาบ​ บ้านแต่ละหลังสร้างสรรค์​ด้วยไม้และผ้า​ ทุ่งนาก็เป็​นสีเหลือง​ทอง​ ทุ่งดอกไม้ก็เต็มไปด้วยสีสันทั้งสีแดง​ สี​เขียว​ สี​ขาว​ สี​ชมพู​ สีม่วง​ มันชั่งงดงามเหลือเกิน​ ยู่หนานเฟิงพอมองเห็นก็รู้สึ​กแบบนั้น​ บรรยากาศ​มันดีกว่าที่อยู่​ในเมืองตอนที่ยังใช้ชื่อว่า​ กุน​ ในลานประลองหินอ่อนตอนนี้ก็มีคนอยู่ราวๆ​ 10​ กว่าคน​ ผู้​อาวุโส​ 7​ คน​ ผู้​ใหญ่​ 4​ คน​ เด็ก​ 2​ คน​หนึ่ง​ในนั้นคือยู่หนานเฟิง​ ส่วนอีกคนเป็นผู้ชายอายุ​ 10​ ปี​ ชื่อ​ กวง​จู่​หยู​ห่าว​ ( ป.ล.คิดชื่ออะไรก็แต่ง​ ถ้าไม่ชอบช่วยเม้นบอกกันด้วย ไม่ก็ช่วยคิดชื่อที​ จนปัญญา​จริงๆ​ )​


      " พร้อมรึยัง​ ?​ เจ้าหนูเฟิง​ เจ้าหนูห่าว​ " ผู้​อาวุโส​ 2​ ถาม


      " ผมพร้อมแล้วครับ​ " ยู่​หนาน​เฟิง​และกวง​จู่​หยู​ห่าวตอบด้วยน้ำเสียงหนักแน่น


      " งั้นเริ่มเลยนะ " ผู้​อาวุโส​ 1​ กล่าวพร้อมท่องคาถา... 


      " วิ้ง​ " เสียงเวทมนตร์​ดังก้องทั่วลานประลองหินอ่อน​ พร้อมละอองสีสดใสระยิบระยับ​ ที่มีประกายแสงสว่าง​อันงดงาม


เมื่อยู่หนานเฟิงได้ยินได้เห็นเวทมนตร์​ก็ตกใจ​ พอกับกวงจู่​หยู​ห่าว​ ไม่ใช่​ว่า​ตกใจ​เพราะเห็น​เวทมนตร์​เป็น​ครั้งแรกเหมือนกวงจู่​หยู​ห่าว​ แต่เป็น​เพราะ​แปลกใจว่าทำไมคนในโลกจอมยุทธ​์​ถึงใช้เวทมนตร์​ได้​ และที่น่าตกใจที่สุดคือ... 


      " Oh​ ! My​......please..... " 


ผู้​อาวุโส​ร่ายเป็นภาษาอังกฤษ​ !!! ทั้งที่นี้เป็นโลกจอมยุทธ​์​คล้ายๆกับ​ นิยายจีนกำลังภายใน​แท้ๆ​ ใครมันไปดัดแปลงว่ะ​ ?! แถมผู้อาวุโส​ 1​ นี่ออกแอคชั่น​เต็ม​ที่เล้ย​ ไปเป็​น​นักแสดง​เถอะ​ ถ้ามันจะขนาดนี้​ รีแอคชั่น​เยอะเกิ๊น​~! 


     " นั่นอะไรนะ​ ?! " กวง​จู่​หยู​ห่าวตะโกนด้วยความตกตะลึง​


คำพูดของกวง​จู่​หยู​ห่าวดึงสติ​ยู่หนานเฟิง​ ให้​กลับมาพบกับความผิดหวัง​ ขณะที่กวง​จู่​หยู​ห่าวแปลกใจและตกใจ


     " นั้น​มัน... โกเลมไม่ใช่เหรอ​ ? โคตรจะธรรมดา... " ยู่​หนาน​เฟิง​บ่นในใจ​ พอดีเจอเกือบทุกวันตอนอยู่โลกเกมเก่า​ ใน​ Macro magico academia​ พวกมันเป็นหุ่นเชิด​ที่​ช่วยเฝ้าและดูแลโรงเรียน​แทนผู้​รักษาความปลอดภัย​


     " เอาล่ะ... นี่คือผู้​ทดสอบรอบที่​ 1​ ของพวกเจ้า​... " ผู้​อาวุโส​ 1​ พูดไม่ทันจบก็... 


     " ป้าบ~! " เสียง​ยู่​หนาน​เฟิง​เตะโกเลมหินที่ตัวใหญ่ไปโดนเสาหินตรงลานประลองหินอ่อนดังขึ้นพร้อมลมที่เกิดจากแรงปะทะ​ ที่ทำให้ผมสีหิมะแกมฟ้าและผ้าพันคอ​สีฟ้าอ่อนปลิวไสว​ สีหน้าของทุกคน​ที่​แสดงความตกใจ​ จุดอ่อนของโกเลมคือสติปัญญา​ถึงความเร็ว​ของ​มันจะมากแต่ก็สู้​ยู่​หนาน​เฟิง​ที่ฝึกมา​ เพื่อเร่งความเร็ว​โดยเฉพาะ​ก็คงจะยากที่จะหลบได้​ ถึงพลังป้องกันจะสูง​ก็เถอะ​ 


     " น้องเฟิง... " กวง​จู่​หยู​ห่าวอุทานด้วยความตกตะลึง​ไม่แพ้ผู้​อาวุโส​


     " มองอะไร​กัน​ ไม่ใช่ว่าให้ใช้​กำลังเหรอ​ ? " ยู่​หนาน​เฟิง​เห็นความผิดปกติ​จึง​หันมาหน้ามาทางผู้​อาวุโส​ 1​ พร้อมถามคำถาม


     " เปล่า​ แค่จะบอกว่า​ หุ่นกระบอก​หินตัวนั้น​ จะไม่ยอมรับ​จนกว่าจะหมดเวลา​อีก​ 5​ ชั่วโมง​หรือจนกว่าจะแตกสลายไป " ผู้​อาวุโส​ 1​ รีบบอกพร้อมเตือน​" และระวังด้วยระดับปราณ​ของมันอยู่ขั้นแดนมนุษย์​ชั้น​ 3​ " 


     " ขอบคุณ​ที่บอก​ครับ​ พอดีที่สำนั​กหยวน​ซู่​ห​ยาง​หยิน​ มีคำสอนว่า​ ลงมือก่อนได้เปรียบน่ะครับ​ " ยู่​หนาน​เฟิง​พูดพร้อมกำหมัดแน่นพร้อมโจมตีต่อ​และคิดในใจ " อีกอย่าง​ฉันจะได้ระบายอารมณ์​สักที​ ไม่ใช่มนุษย์​ก็ไม่ต้องออมแรงด้วย​ "


แล้วโกเลมหินที่โดนยู่​หนาน​เฟิง​เตะก็บุกเขามา​ แล้วรีบใช้​ท่าโจมตีทันที

[ กำแพงเงินแหลมผุด ]​


ยู่​หนาน​เฟิง​ก็ไม่รอช้ารีบใช้วร​ยุทธ​์ทันที​

[ เสริมความเร็ว​ ]​

[ เสริมกำลังกาย​ ]​


แต่ยู่​หนาน​เฟิง​ประเมินโกเลมต่ำไป​ วร​ยุทธ​์พื้นฐาน​ของ​ยู่​หนาน​เฟิง​ถูก​ [ กำแพงเงินแหลมผุด ]​ กันไว้ได้


     " ชิ​ ถ้าไม่ใช้​ skill จากโลกเกมก็สู้ไม่ได้เลยสินะ​ " ยู่​หนาน​เฟิง​บ่นในใจ​ และปล่อยให้กวง​จู่​หยู​ห่าวรับมือกับอีกตัว​ทว่า... 


     " อั๊ก​ " เสียงกระอัก​เลือดสีแดง​สด​ดังออกมาจากปากของกวง​จู่​หยู​ห่าว​ ทำให้ยู่หนาน​เฟิง​ต้องไปเอาตัวกวงจู่​หยู​ห่าวออกมาทันที​ ด้วยความเร็ว​ของยู่​หนาน​เฟิง​จึงถ่วงเวลา​ โกเลมไปซักพัก


     " ทำไมถึง... ? " กวง​จู่​หยู​ห่าวพูดเบาๆ


     " ยัง​ยืนไหวใช่ไหม​ ? งั้นช่วยเอาตัวรอดหน่อยนะ​ จะได้ไม่เป็นตัวถ่วง​ " ยู่​หนาน​เฟิง​พูดแล้ววางกวง​จู่​หยู​ห่าวลงสู่พื้น​หินอ่อนพร้อมตั้งท่าต่อสู้​


พอกวง​จู่​หยู​ห่าวลงกับ​พื้น​หินอ่อนก็รีบใช้​ [ เกราะภูผา ]​ ทันทีและปล่อยให้ยู่​หนาน​เฟิง​รับมือกับโกเลม 2​ ตัวเพียงคนเดียว


     " น้องเฟิง​ ทำอะไรนะ​ ​?! " ยู่​หมิงเยว่ตะโกนออกมาจากข้างๆลานประลองด้วยเป็นห่วง​และแปลกใจที่ยู่​หนาน​เฟิง​ต้องการ​ที่จะ​สู้​กับ​ หุ่นกระบอก​หรือโกเลมที่มีปราณขั้นแดนมนุษย์​ชั้น​ 3​ ถึง​ 2​ ตัว


     " ดูให้ดีล่ะ​ ไอ้กระป๋อง​หิน " ยู่​หนาน​เฟิง​พูดเบาๆและมองหน้าไปหาหุ่น​กระบอก​ " ฉันเก็บพลังมาตลอด​ 6​ ปี​ ฉันนะไม่ชอบเอาจริง​ แต่ตอนนี้มันคงเป็นแผนที่ดีที่สุด​ " 


[ หมัดศิลาบัญญัติ​ปฐพี ]​ 

โกเลมรู้สึก​ถึงอันตรายอย่างน่าประหลาด​จากเด็กชายผมหิมะแกมฟ้าผู้มีปราณอันน้อยนิดเมื่อเทียบกับมัน​ 


[ ก้าวย่างกระหน่ำฟ้า ]​

ยู่​หนาน​เฟิง​หลบเลี่ยง​ได้อย่างง่ายดาย​และทำลาย​ [ หมัดศิลาบัญญัติ​ปฐพี​ ]​ ด้วยแรงกระแทกไปพร้อมกัน​ ด้วยความแรงของการอัพ​เดท​วรยุทธ​์​นี้ที่เพิ่มความเฉียบคม, ความเร็ว, แรงกันปะทะและความไร้เสียงลงไป​ ทำให้ทุกคนอึ้งจนไม่กล้าวิจารณ์​ วร​ยุทธ​์นี้มันแทบจะสมบูรณ์​แบบ​ เพราะสามารถ​ป้องกันและหลบหนีด้วยความเร็ว​ไปพร้อมกัน​ ไม่กี่อึดใจยู่​หนาน​เฟิง​ก็ไปอยู่ด้านหลังโกเลมตัวที่โดนเตะ​ และใช้มิดบินฟันอย่างจัง​

 

    " เพ​ล้ง​~! " 

แต่มิดบินก็แตก​เมื่อฟันหินบนตัวโกเลม ทำให้​โกเลมมีเวลาในชั่วเสี้ยววินาทีที่จะ​ใช้... 


[ เกราะภูผา ]​ 

ป้องกันร่างกายเอาไว้แต่ทว่าการป้องกันของผู้มีปราณขั้นแดนมนุษย์​ชั้น​ 3​ ไม่ได้ทำให้ยู่หนานเฟิงรู้สึก​กลัว​ ยู่​หนาน​เฟิง​กลับคิดจะโต้กลับ​ด้วยพลังทั้งหมด​ที่​มี​


     " งั้นลองมาชิมวิชาของฉันหน่อยเถอะ​ ไอ้กระป๋อง​หิน " ยู่​หนาน​เฟิง​กระซิบเบาๆข้างๆโกเลม


skill เก่าที่​ 3

[ อาภรณ์​วายุภักษ์​ปักษา ]​


ยู่หนานเฟิงเรียกพายุลูกใหญ่ที่รูปร่างเหมือนนกยักษ์​ออกมา​ แล้วให้พุ่งไปที่โกเลม


ิ​     " ตู้​ม​ " และแล้วโกเลมก็ถึงขั้น​สะบักสะบอมเลยทีเดียว​ ส่วนยู่หนานเฟิง​ใช้ปราณจนเกือบหมด​ จึง​หอบอย่างหนักเกือบพยุง​ตัว​ไม่ขึ้น​ สุดท้ายโกเลมจึงชูธงขาว​ที่เป็นสัญลักษณ์​ของ​การ​ยอมแพ้ขึ้นมา ทำให้โกเลมอีกตัวเลิกโจมตีกวง​จู่​หยู​ห่าว​ ก่อนที่ยู่​หนาน​เฟิง​จะสลบไป


     " เมื่อกี้มันวร​ยุทธ​์อะไรเนี่ย​ ?! " ผู้​อาวุโส​พูดพร้อมกันอย่างรู้​ใจ​ รับรองถ้ายู่​หนาน​เฟิง​ตื่นขึ้น​มา​ได้คุยกันยาว


ภายในจิตใจของยู่​หนาน​เฟิง​


    " ไอ้ตัวกระจอกแบบนั้น​ ทำไมไม่ให้ฉันจัดการว่ะ​ ?! " ปิงพูดรัว​ๆ


    " เก็บไว้เป็นความลับ​ดีกว่า​เดี๋ยว​ได้คุย​ยาวกว่านี้แน่​ ดีไม่ดีอาจจะ​โดนสืบก็ได้​ พอดีฉันหาเห็นผลของฉันได้แต่ถ้าเรียกเธอออกมาก็ไม่รู้​ว่า​จะ​ตอบยังไง " ยู่​หนาน​เฟิง​ตอบ


    " แล้วให้​ไอ้กระจอกตัวนั้นเล่นงานจนสลบเนี่ยนะ​  คิดอะไรอยู่​เนี่ย​ ? " ปิงถาม


    " เป็น​ความลับจ้า~! " ยู่​หนาน​เฟิง​พูด​ก่อนจะออกจากโลกแห่งในจิตใจ


ณ​ ลานประลองหินอ่อน


ยู่​หนาน​เฟิง​ค่อยลืมตาอย่างช้าๆ​ พร้อมกับลุกขึ้น​มา​ สิ่งแรกที่เห็นก็คือยู่หมิงเยว่ที่กอดยู่​หนาน​เฟิง​ไม่ปล่อย


    " ​น้อง​เฟิง​ฟื้นแล้ว~! " ยู่​หมิงเยว่พูดด้วย​เสียง​ดี​ใจ​แล้วเลิกกอดยู่​หนาน​เฟิง​ " พี่เป็นห่วงมากเลยรู้ไหม​ ? วันหลังอย่าใช้วรยุทธ​์​แบบนั้​นอีกนะ​ " 


    " เมื่อฟื้นแล้วพรุ่งนี้​จะทำการทดสอบรอบที่​ 2​ เจอกันตอนก่อนพระอาทิตย์​ขึ้น​ " ผู้​อาวุโส​ 1​ พูดแล้วเดินจากไป​ แล้ว​ปล่อยให้ยู่เทียนเหิงกับยู่หมิงเยว่พายู่​หนาน​เฟิง​กลับบ้าน


ณ​ ที่ประชุม​ใหม่ของผู้อาวุโส​


ผู้​อาวุโส​แต่ล่ะคนกำลังประชุม​ด้วยความคาดหวังและยินดี​


    " วิชาที่เจ้าหนูเฟิงใช้​มันไม่ใช้วิชาปกติแน่ๆ​ อย่างน้อยคงเป็นวิชาขั้นแดนมนุษย์​แน่นอน​ "


    " หรือว่าเป็นวิชาของเทพผู้สร้างแห่งเวทมนตร์ในอดีต​ ? " 


    " จะบ้าเหรอ​ ?! เจ้าหนูพึ่ง​อายุ​ 7​ ขวบเอง​ จะไปฝึกวิชาศักดิ์​สิทธิ์​ได้อย่างไรอีกอย่างเขาไม่เคยเห็นเวทมนตร์​ด้วยซ้ำ " 


     " แต่ได้ยินมาว่า​ เขาเป็นลูกบุญธรรม​ขององค์​หญิง​นี่​ องค์​หญิง​รับเขามาตอน​ 1​ ขวบ​ "


    " ลูกบุญธรรม​ งั้นเหรอ​ ? บางทีถ้าสืบความหลังสำเร็จอาจจะ​รู้​ก็ได้​ "


    " ถ้ารู้​แล้ว​ มรดกแห่งเทพนภา​ ก็ไม่ได้อยู่ในฝันอีกแล้ว​ "


    " ถ้าอย่างนั้น​ โอกาสที่จะชนะการประลองเผ่าอีก​ 2​ ​ปีก็มีมากขึ้น​เยอะเลยล่ะ "


แต่ใครจะไปรู้ว่าหลังที่ประชุม​มีเด็กชายผมหิมะแกมฟ้าที่ลบตัวตนนั่งฟังอยู่... 


    " มรดกของฉันในเกมเก่าเหรอ​ ? ดาบคู่​กับ​มีดสั้นสินะ​ " เด็กชาย​คนนั้นคิดในใจเงียบก่อนเดินแล้วหายไป


.......... 


จากผู้เขียน

     หวัดดีค่ะ​ หลังจากหายไป​ 1​ สัปดาห์​เพราะสอบ​ คราวนี้​จะพยายามอัพให้เยอะๆเลยค่ะ​ เม้นเยอะๆด้วยไม่ให้กำลังใจไม่เป็นไร​ แต่ขอให้​เม้นก็พอ ขอบคุณ​ค่ะ... 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 1 ครั้ง

0 ความคิดเห็น