【 FIC ONE PIECE 】: ขอโทษครับที่ผมฆ่าไม่ตาย

ตอนที่ 9 : บทที่ 6 : ความโกลาหล (2 จบ)

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 2,735
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 330 ครั้ง
    11 เม.ย. 63

บทที่ 6 : ความโกลาหล (2 จบ)


ตู้มมมมมม!!!!


เสียงระเบิดนึงดังตึกตาบ้านช่องต่างกลายเป็นซากปรักหักพังภายในพริบตาพร้อมกับเหล่าผู้คนที่ล้มตายกันเป็นเบือบางคนตัวขาดครึ่งท่อนเด็กเล็กต่างร้องไห้โฮกันออกมา ภาพตรงหน้ากลายเป็นความโกลาหล


"ฮือๆๆ ท่านแม่...ท่านพ่อ"


"ช่วยด้วย!! ช่วยฉันด้วยยย!!"


"กรี๊ดดด!!!!"


"...." ดราก้อนได้แต่ดูภาพเหล่านั้นด้วยแววตาเรียบนิ่งพลางถอนหายใจออกมาด้วยความรู้สึกผิด รู้สึกผิดที่ห้ามอีกฝ่ายไม่ได้


"เป็นภาพที่สวยงามดีนะ ไม่ต้องห่วงฉันไม่ได้ทำลายพระราชวังไปยังไง ประเทศนี้ก็ไม่ล้มจมหรอก อ๋อ จริงด้วยสิ ฉันไม่รู้ว่านายคิดยังไงนะแต่ว่าสำหรับฉันแล้ว โลกนี้น่ะต้องทำลายทิ้งแล้วก็สร้างมันขึ้นมาใหม่ เหมือนกับเมื่อ100ปีแห่งความว่างเปล่ายังไงล่ะ"


อาคิระกล่าวออกมาพร้อมรอยยิ้มมุมปากดราก้อนทันทีที่ได้ยินก็หันไปมองร่างที่พูดทันทีก่อนจะถามออกไปด้วยใบหน้าจริงจัง


"นี่เธอรู้เรื่องหนึ่งร้อยปีแห่งความว่างเปล่างั้นหรอ?"


"จะบ้าหรอ? ฉันไม่รู้หรอกก็ฉันเพิ่ง10ขวบเองนะ ถ้าอยากรู้ก็ไปตามหามันซักสิ ฉันคิดว่าคำตอบมันคงจะอยู่ที่ไหนซักแห่งของโลกใบนี้แหละ งั้นเจอกันนะ"


อาคิระว่าพลางโบกมือลาอีกฝ่ายพร้อมเดินจากไปดราก้อนมองเด็กผู้ชายปริศนาที่จากไปด้วยแววตาเคลือบแคลงก่อนจะเดินออกจากที่นี่



"ข้างนอกเกิดอะไรขึ้นน่ะ?!" ซาโบ้ที่โดนขังอยู่ภายในห้องพยายามชะเง้อมองข้างนอกด้วยความสงสัย


แกร็ก!! 


"ซาโบ้ยังอยู่ในห้องใช่มั้ย?" พ่อของเขาเปิดประตูเข้ามาพร้อมกับถามออกไป


"คุณพ่อ นี่มันเกิดอะไรขี้น?" ซาโบ้ถามออกไป


"ตอนนี้ในเมืองเกิดระเบิดขึ้นดูเหมือนจะเป็นฝีมือของคนที่ปองร้ายอณาจักรนี้! ตอนนี้เราต้องอยู่ในบ้านห้ามออกไปไหนเข้าใจที่พูดไหม?"


เพล้ง!!


"ไม่เข้าใจคร้าบ~คุณพ่อ" อาคิระทำลายกระจกหน้าต่างในห้องซาโบ้และเอ่ยออกมาด้วยน้ำเสียงหวานพร้อมกับยิ้มแย้มสดใสขณะที่ก้าวขาเดินเข้ามา


"นะ..นี่แกเป็นใครกัน!?" 


"เอาล่ะซาโบ้เราไปกันเถอะ ฉันมาช่วยนายแล้วนะ พี่น้อง" อาคิระเอ่ยพลางส่งมือไปยังเด็กผู้ชายผมสีบอร์นตรงหน้า


"ซาโบ้อย่าไปนะ! ถ้าแกไปแกก็ไม่ใช่ลูกฉัน!!"


"ผมก็ไม่ใช่อยู่แล้วนี่ครับ พวกคุณน่ะก็แค่ขอให้ใครมีผลประโยชน์ก็ถือว่าเป็นลูกอยู่แล้วล่ะ" 


ซาโบ้หันไปเอ่ยกับบิดาด้วยใบหน้าจริงจังก่อนจะหันไปจับมือของเด็กชายเรือนผมยาวสีดำนัยน์ตาสีแดงแล้วก็กระโดดกันออกไป


"ซาโบ้!!? กลับมานี่เดี๋ยวนี้!!!!"


ทั้งสองวิ่งกันตามถนนด้วยใบหน้ายิ้มแย้มอย่างมีความสุขถึงแม้รอบด้านจะเต็มไปด้วยซากปรักหักพังและศพเกลื่อนกระจายก็ตาม


"พวกเธอคนที่เหลือรอดใช่มั้ย? หลงกับครอบครัวสินะ? มากับพวกเราพวกเรามีที่ปลอดภัย"


เหล่าทหารในเมืองกล่าวไปยังสองร่างที่วิ่งกันอยู่พลางพวกเขาจะหยุดอยู่กับที่ซาโบ้หันไปตามพื้นและเจอท่อแป๊ปส่วนอาคิระก็ชักดาบออกมา


"พวกเธอคิดจะทำอะไร!?" เหล่าทหารต่างยกปืนเล็งใส่ทันทีเมื่อเห็นท่าทีของอีกฝ่าย


ฉัวะ--!!


มือของเหล่าทหารโดนตัดขาดโดยอาคิระที่พุ่งเข้ามาก่อนที่พวกนั้นจะโดนซาโบ้ฟาดท่อแป๊ปเข้าที่หน้าอย่างหนักหน่วง


ทั้งสองลุยผ่านทหารพวกนั้นได้อย่างไม่ยากเย็นนักและกำลังจะถึงประตูใหญ่ก็มีกระสุนลูกนึงกำลังพุ่งเข้ามาที่ร่างของซาโบ้ เมื่ออาคิระรับรู้ด้วยฮาคิสังเกตก็รีบผลักร่างนั้นออกไปทันที


ปัง! 


ตุบ! ร่างของเด็กชายเรือนผมสีดำล้มลงไปนอนกับพื้นซาโบ้ที่เห็นก็เบิกตากว้างด้วยความตกใจก่อนจะพยุงตัวขึ้นและรีบวิ่งไปยังร่างของเขาทันที


"อาคิระนายเป็นอะไรรึเปล่า?!"


เจ้าของชื่อหันไปมองเหล่าทหารที่มากันเป็นกองทัพกำลังวิ่งกรูกันเข้ามาเขาก็รีบตะโกนบอกอีกฝ่ายทันที


"รีบหนีไปเร็วเข้า!! พวกมันมากันแล้ว!!"


"ไม่ฉันไม่ทิ้งนายแน่!!"


"นายต้องไปความฝันของนายคือออกทะเลไม่ใช่รึไง?" อาคิระเอ่ยพลางพยุงร่างของตัวเองลุกขี้นยืนขณะที่แสดงสีหน้าเจ็บปวดออกมา


"แต่ว่า---"


ปัง! ปัง! ปัง! ปัง! ปัง! ปัง! ปัง! ปัง! ปัง!

ปัง! ปัง! ปัง! ปัง! ปัง! ปัง! ปัง! ปัง! ปัง!

ปัง! ปัง! ปัง! ปัง! ปัง! ปัง! ปัง! ปัง! ปัง!


กระสุนนับสิบยิงกรูกันเข้ามาร่างของอาคิระมารับกระสุนแทนร่างเจ้าของผมสีบอร์น เขากระอักเลือดออกมาพร้อมกับเอ่ยด้วยน้ำเสียงแหบโหยให้อีกฝ่ายได้รับรู้


"ทำตามความฝันของตัวเองให้ได้ ฉันจะเอาใจช่วย"


"อาคิระ" น้ำตาใสไหลออกมาจากเบ้าของเด็กชายผมสีบอร์น


"ไป!!!"


ซาโบ้ที่ได้ยินก็กัดฟันแน่นและวิ่งออกประตูใหญ่ไปพร้อมกับน้ำตาและเสียงร้องที่ระเบิดออกมาอาคิระชักดาบออกมาขณะที่ลูกกระสุนภายในตัวค่อยๆดีดตัวออกมา


"พวกแกน่ะคือเหยื่อของฉัน ข้างหลังนี่คือคนที่อยู่ในเกรย์เทอร์มินัลฉันไม่ยอมให้พวกแกแตะต้องพวกนั้นแม้แต่รอยเล็บแน่"


"ทุกหน่วยเตรียมยิง!"


"ยิง!"


ปัง! ปัง! ปัง! ปัง! ปัง! ปัง! ปัง! ปัง! ปัง!

ปัง! ปัง! ปัง! ปัง! ปัง! ปัง! ปัง! ปัง! ปัง!


"ย๊ากกกกกกกก!!!!" อาคิระวิ่งฝ่ากระสุนเข้ามาอย่างบ้าคลั่ง


"เจ้าเด็กนี่มันเป็นตัวอะไรกระสุนทำอะไรมันไม่ได้เลยงั้น----"


----เฉือะ!! อาคิระพุ่งเข้ามาตัดหัวของทหารคนที่พูดก่อนจะเชือดเฉือนร่างของพวกมันอย่างบ้าคลั่งพร้อมกับรอยยิ้มที่ฉีกยิ้มแสยะออกมา


ฉัวะ! ฉัวะ! ฉัวะ! ฉัวะ! ฉัวะ! เฉือะ! เฉือะ! เฉือะ!


"คิฮ่าฮ่าฮ่าฮ่า เข้ามาอีกเส้!!! ทำให้ฉันเจ็บกว่านี้ คิฮ่าฮ่าฮ่า!!"


"ปะ...ปีศาจ" ทหารในขบวนเมื่อเห็นร่างของเด็กผู้ชายร่างเล็กตรงหน้าก็ขวัญผวาทันที


"อย่าไปกลัวพวกเรา เราจะต้องฆ่าศัตรูของอณาจักรให้---" หัวหนัาทหารที่ขณะกำลังให้ขวัญกำลังใจให้ลูกน้องของตนเข้มแข็งอยู่นั่นเองหัวของหัวหนัาทหารก็ล่วงตกพื้น


ตุบ!


"ว๊ากกกกกกก!!!!"


"ไม่เอาแล้วว!!!"


"ใครก็ได้ช่วยฉันด้วยยย!!"


"ไม่ฉันไม่อยากตาย!! ฉันขอโทษ!!"


ทหารนับสิบคนที่ยังเหลือต่างพากันวิ่งหนีกระเจิงกันออกไปก่อนที่พวกเขาจะถูกลูกกระสุนปืนใหญ่ยิงเข้ามากลางวง


ตู้มม!!!


"ทหารที่วิ่งหนีในหน้าที่สมควรไม่อยู่ในอณาจักรแห่งนี้!! ทุกหน่วยเตรียมปืนใหญ่ฆ่าไอ้เด็กปีศาจนั่นให้ได้!" ผู้บัญชาการทหารออกคำสั่งเหล่าลูกน้องก็ทำตามโดยทันทีกระสุนปืนใหญ่จำนวนมากยิงเข้ามา


"ดาบวายุ!" ลมที่เหมือนใบมีดขนาดใหญ่พุ่งออกมาจากดาบที่อาคิระฟาดออกไป ลูกกระสุนปืนใหญ่ขาดออกสองท่อนพร้อมกับระเบิดออกมาอย่างรุนแรง 


ตู้มมม!!


ฝุ่นควันหนากระจายขึ้นมาตามแรงระเบิดอาคิระที่เร้นกายอยู่ในม่านหมอกก็สังหารเหล่าทหารของพระราชวังอย่างรวดเร็ว


ม่านควันจางหายไปผู้บัญชาการที่เมื่อสักครู่สังการไปก็ตกตะลึงกับภาพตรงหน้าที่ลูกน้องของเขาตายเกลื่อนเต็มพื้นพร้อมกับภาพของเด็กชายเบื้องหน้าที่จ่อดาบมาทางเขา


"แกเป็นใครกันแน่?"


"ก็แค่คนเสแสร้งคนนึง" อาคิระตอบก่อนจะตัดหัวของอีกฝ่าย


ฉัวะ-!


เวลาล่วงเลยไปโดยที่เขาไม่รู้รู้อีกทีก็ตอนที่แสงตะวันสาดส่องมายังกองศพที่เกลื่อนเต็มถนนอาคิระนั่งพักที่ศพของผู้บัญชาการเมื่อครู่ด้วยความเหน็ดเหนื่อย


"เฮ้อ...ถือเป็นการออกกำลังกายฆ่าเวลาล่ะนะ"


"เธอเนี่ยน่าสนใจกว่าที่ฉันคิดเอาไว้มากเลยนะ"


ร่างของดราก้อนเดินเข้ามาอยู่ตรงข้ามกับร่างของอาคิระและเอ่ยออกไปพร้อมรอยยิ้มมุมปาก


"มีอะไร?"


"ตอนนี้เธออยู่ที่นี่ไม่ได้แล้ว มากับพวกเราเถอะ"


ดราก้อนยื่นข้อเสนอให้อาคิระเมื่อได้ยินก็หัวเราะในลำคอพร้อมพูดขึ้น


"หึหึหึ นึกว่าจะพูดอะไรซักอีกไปไกลๆซักไป๊ ถ้าไม่อยากโดนฉันฆ่าไปด้วยอีกคน"


"จริงอยู่ที่เธอมีฝีมือที่อันตรายแต่ว่าก็ยังสู้ฉันไม่ได้หรอกนะ"


"จะลองไหมล่ะ?"


ทั้งสองต่างมองกันด้วยแววตาจริงจังพร้อมกับบรรยากาศที่เริ่มกดดันขึ้นมาแต่ทันใดนั้นเองก็มีเสียงหอยทากโทรสารดังออกมาจากเสื้อคลุมของดราก้อน


"มีอะไร?" ดราก้อนหยิบหอยทากโทรสารขี้นมาแล้วกรอดเสียงถามออกไป


อีวานคอฟ:เธออยู่ไหนเนี่ยเรากำลังจะออกเรือกันแล้วนะ เพราะผู้คนในเกรย์เทอร์มินัลเราเองก็อพยพกันมาหมดแล้ว


"ไปที่หมู่บ้านชิโมสึกิก่อนเราต้องรับเสบียงให้พวกเขาเพิ่ม แล้วก็รอฉันที่นั่นด้วย พอดีฉันมีเรื่องที่จะต้องจัดการ" ดราก้อนกล่าวจบก็วางหอยทากโทรสารลง


อาคิระเมื่อเห็นก็ยิ้มมุมปากพลางเอาดาบขึ้นมาพาดบ่าตัวเองและลุกขึ้นยืนพร้อมกับมองอีกฝ่ายด้วยแววตากรุ้มกริ่ม


"เร้าใจกันหน่อย!"


















✤✤✤✤✤✤✤✤✤✤✤✤✤✤✤✤✤✤✤


ก่อนเที่ยงคืนจริงๆนะ ฮ่าฮ่าๆๆ ตอนนี้เป็นยังไงกันบ้างครับ หวังว่าคงไม่เอียนเกินไปนะเพราะมีแต่ฉากไล่ฟันของน้องอาคิทั้งนั้นเลย ซึ่งผมไม่ได้ตรวจทานอะไรเลยนะ ถ้ามีคำผิดก็ต้องขอโทรด้วยครับ 







ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 330 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

315 ความคิดเห็น

  1. #195 สีขาวผู้โง่เขลา (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 14 พฤษภาคม 2563 / 21:15

    SM!!!!//กีดร้องงง//
    ทำให้ฉันเจ็บมากกว่านี้สิ///ชักดิ้นชักงอค่ะ ณ จุดจุดนี้ตายอย่างสงบแล้วค่ะแม่
    #195
    0
  2. #169 Juko123 (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 12 เมษายน 2563 / 15:28

    น้องซาดิสอย่างงี้พี่ช๊อบชอบ
    #169
    0
  3. #168 Surasak1741 (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 12 เมษายน 2563 / 12:31
    เข้าร่วมกับดราก้อนเลยครับเป้าหมายคล้ายๆกัน 555
    #168
    0
  4. #167 hyun_park22 (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 12 เมษายน 2563 / 07:53
    เฉยๆนะไม่น่ากลัว น้องน่ารักออก แค่ฟันฉับๆเอง
    #167
    1
    • #167-1 Belphegor666(จากตอนที่ 9)
      12 เมษายน 2563 / 07:59
      555555 ผมก็คิดงั้น
      #167-1
  5. #166 narashura (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 12 เมษายน 2563 / 01:00
    ตอนนี้สนุกมากแอบจิตนิดๆ
    #166
    0
  6. #165 kandam007 (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 12 เมษายน 2563 / 00:07
    น้อนนน
    #165
    0
  7. #164 jirayut25403 (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 12 เมษายน 2563 / 00:04
    ชอบพลังคือฟื้นฟูถ้ามันตื่นมันจะไม่อมตะหรือรักษาคนได้หรอฟื้นฟูนอกร่างกายคงเป็นการรักษาคนอื่นหรือฟื้นฟูสิ่งของ
    #164
    1
    • #164-1 Belphegor666(จากตอนที่ 9)
      12 เมษายน 2563 / 08:02
      ไม่รู้ครับเพราะถ้ารักษาคนอื่นได้ความสามารถมันก็เหมือนมัลโก้ แต่ถ้าฟื้นฟูสิ่งของรอบข้างความสามารถจะเหมือนกับเจ้าหญิงของคนแคระในเดรสโรซ่า ผมยังคิดไม่ออกว่าตอนตื่นของผลปีศาจของอาคิระเป็นอะไรดีครับ
      #164-1
  8. #163 [Shiro-san] (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 11 เมษายน 2563 / 23:51
    ชอบน้องงงงชอบความเสแสร้งของน้องด้วยยยยย!~✨
    #163
    0
  9. #162 Rusty (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 11 เมษายน 2563 / 23:49
    ปวดตับเลย 55555
    #162
    0
  10. #161 โลลิค่อน (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 11 เมษายน 2563 / 23:47
    น้องสุดยอดดด
    #161
    0
  11. #160 LlOphfk (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 11 เมษายน 2563 / 23:43
    ก่อนเที่ยงคืนก็เล่นก่อนเที่ยงคืนแบบแทบจะเทียงคืนเลยนะครับ55
    #160
    0