【 FIC ONE PIECE 】: ขอโทษครับที่ผมฆ่าไม่ตาย

ตอนที่ 8 : บทที่ 5 : ความโกลาหล (1)

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 2,812
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 314 ครั้ง
    11 เม.ย. 63

บทที่ 5 : ความโกลาหล (1)


การ์ปได้สอนเทคนิควิชาหกรูปแบบให้อาคิระก่อนจะจากไปเนื่องจากต้องไปทำภารกิจที่ศูนย์ใหญ่กองทัพเรือ เขาเริ่มจะเรียนได้ครึ่งนึงแล้วแต่ก็ยังแค่เริ่มต้น ตอนนี้เขาสามารถใช้วิชาโซลกับเดินชมจันท์ เท่านั้น


เด็กผู้ชายเรือนผมสีดำยาวยืนอยู่ตรงข้ามหุ่นไม้ที่ทำขึ้นก่อนที่ร่างนั้นจะหายวับไปอยู่ด้านหลังหุ่นก่อนจะฟันดาบตัดมันอย่างรวดเร็ว ร่างเล็กแสดงใบหน้าเซ็งออกมาพลางจะทิ้งตัวนอนพื้นแล้วบ่นออกมา


"ไม่ได้ มันยังไม่เร็วพอ ยากแฮะ"


ซิกๆ*


เสียงขยับตัวดังขึ้นมาในพุ่มไม้ทันทีที่ได้ยินเขาก็ใช้วิชาโซลไปโผล่ข้างหลังคนที่หลบซ่อนอยู่พร้อมกับเอาดาบจ่ออีกฝ่าย


"นายเป็นใคร...อ้าว? เอสกับลูฟี่เองหรอ?" ขณะที่กำลังถามก็เห็นร่างคุ้นตาสองร่างหันมามองเขาด้วยแววตาตกตะลึง


"ใช่ ฉันก็นึกอยู่ว่านายหายไปไหนมาฝึกวิชานี่เอง" เอสกล่าวด้วยสีหน้าราบเรียบ


"ถ้างั้นพวกเราก็ไปช่วยซาโบ้กันเถอะ!" ลูฟี่ตะโกนขึ้นมาพร้อมรอยยิ้มฉีกกว้าง


"ซาโบ้มีอะไรงั้นหรอ?" อาคิระถามพลางขมวดคิ้วขึ้นอย่างสงสัย


"เมื่อสองวันก่อน...ตอนที่นายไม่อยู่พวกเราถูกกลุ่มบูลแจมเล่นงานพ่อของซาโบ้จ้างพวกมันมาแล้วซาโบ้ก็ถูกพาตัวไปโดยพ่อของเขาที่เป็นขุนนาง" 


เอสตอบพร้อมอธิบายให้เขาฟังอาคิระเมื่อได้ยินก็แสดงใบหน้าเรียบนิ่งออกมาก่อนจะเก็บดาบเข้าฝักด้วยท่าทีนิ่งเฉย


"งั้นหรอ" อาคิระเอ่ยสั้นๆแค่นั้น


"นี่นาย รู้อยู่แล้วงั้นหรอ?" เอสขมวดคิ้วถาม


"พ่อที่เจอตัวลูกชายยังไงก็ต้องออกตามหาอยู่แล้วนี่นา เจ้านั่นกลับไปหาพ่อของเขาแล้ว งั้นชั่งเหอะ"


ผัวะ!!


ลูฟี่เบิกตากว้างด้วยความตกใจเมื่อเห็นหมัดของเอสชกไปที่หน้าของอาคิระเจ้าของดวงตาสีแดงล้มลงไปกับพื้น


"เอส?!" ลูฟี่


"ชั่งงั้นหรอ? เจ้านั่นเป็นพี่น้องของเรานะ ตอนที่นายหายตัวไปเจ้านั่นก็ออกตามหานายตลอดจนถูกจับไปนั่นแหละ!" เอสตวาดใส่อีกฝ่ายอย่างเกรี้ยวกราดพร้อมกับถลึงตามองด้วยความโมโห


'ถูกจับไปเพราะเราหรอ?' อาคิระตกใจกับสิ่งที่ได้ยินแต่ก็เก็บอาการและแสดงสีหน้าเฉยชาออกมาก่อนจะพูดขึ้นมา


"เจ้านั่นโง่รึเปล่า?"


"หึ้ย!!" เอสที่ได้ยินก็กัดฟันกรอดก่อนจะถูกพุ่งเข้าไปต่อยอีกแต่ลูฟี่ก็กอดร่างของเขาเอาไว้


"เอสอย่านะ พวกเราเป็นพี่น้องกันนะ" ลูฟี่เอ่ยห้ามอีกฝ่ายพร้อมกับกอดร่างของคนที่กำลังเกรี้ยวกราด


"ไม่ใช่ เจ้านี่ไม่ใช่ คนเห็นแก่ตัวแบบนี้ฉันไม่เห็นเป็นพี่น้องเด็ดขาด!" เอสตะโกนเสียงดังพร้อมกับถลึงตามองใส่ร่างที่นอนนิ่งอยู่บนพื้น


อาคิระพยุงตัวเองลุกขึ้นยืนและมองเอสด้วยแววตาเย็นชาก่อนจะพูดออกไป


"งั้นเราก็คงไม่มีอะไรจะต้องพูดกัน"


พูดจบอาคิระก็เดินออกไปทันทีเอสที่เห็นก็กัดฟันกรอดด้วยความโมโห เพราะสิ่งที่อีกฝ่ายแสดงนั้นแม้แต่ความเป็นห่วงยังไม่มีแสดงมันออกมาเลยแม้แต่น้อย


"ทำไมอาคิระถึงพูดแบบนั้นด้วย เจ้านั่นไม่ใช่คนแบบนั้นหรอก!" ลูฟี่โต้ออกมาด้วยสีหน้าจริงจัง


"...." เอสขมวดคิ้วเข้าหากันเมื่อได้ยินคำพูดจากน้องชายก่อนจะแสดงสีหน้าครุ่นคิดสักครู่ก่อนจะเอ่ยต่อ"หรือว่าเจ้านั่น…"


ดวงตาคู่งามสีแดงสอดส่องไปยังลูกน้องของบูลแจมที่เดินยกลังไม้ไปวางจุดต่างๆของเกรย์เทอร์มินัล


'มันกำลังวางลังไม้ที่บรรจุน้ำมันไว้ตามจุดต่างๆของเกรย์เทอร์มินัล ตามที่ได้ยินที่เอสบอกซาโบ้ถูกพาตัวไปเมื่อสองวันก่อน งั้นแสดงว่าคืนนี้ตอนเที่ยงคืน ที่นี่จะถูกเผาสินะ' 


อาคิระคิดในใจก่อนจะสะกดรอยตามหนึ่งในลูกเรือของบูลแจมแล้วจ่อดาบไปที่มัน


"นะ..นี่แกเด็กที่อยู่กลุ่มเดียวกับเอส--"


"--หุบปากแล้วบอกทางไปเรือของพวกแก"


"คิดว่าฉันจะ--ยึ๋ย!" 


ลูกเรือของบูลแจมร้องเสียงหลงเมื่อดาบของเขาจิ้มคออีกฝ่ายอาคิระแสยะยิ้มพร้อมถามเสียงเย็นออกไป


"จะลองดูก็ได้นะ"


เมื่อมาถึงเรือของบูลแจมก็เห็นเหล่าลูกเรือพากันยกลังไม้กันออกไปอย่างเป็นระบบดวงตาสีแดงหรี่ลงครุ่นคิดว่าจะเข้าไปยังไงดี


"ตกลงจะปล่อยฉันใช่มั้ย?" คนที่โดนจับเป็นตัวประกันถามเสียงสั่น


"แน่นอน" อาคิระตอบเสียงเย็นพลางปาดคอของอีกฝ่ายแต่ทันใดนั้นเลือดจำนวนมหาศาลก็พวยพุ่งออกมามันเกินกว่าที่เขาคิดไว้ เขากะจะปาดคอแต่คมดาบนั้นคมเกินไปจนกลายเป็นว่าหัวของลูกเรือของบูลแจมนั้นขาดไปเสียแล้ว


"นั่นมันอะไรนะ?!" เสียงเอะอะดังขึ้นอาคิระกัดฟันก่อนจะกระโจนออกจากที่กำบัง


"ชั่งแม่งแล้วกัน!" 


เด็กชายดวงตาสีแดงสบทออกมาพร้อมกับใช้ดาบในมือฟาดฟันร่างของเหล่าลูกเรือของบูลแจมอย่างรวดเร็วเพียงพริบตาเดียวที่นั่นก็เต็มไปด้วยกองศพที่กระจัดกระจายไปทั่ว


"เกิดอะไรขึ้น?!" บูลแจมวิ่งออกมาแล้วต้องชงักกับสิ่งที่เห็นศพเกลื่อนพื้นไปหมด


"กัปตันถอยเร็วเข้า! มีคนบุกเข้า--" 


ลูกเรือของเขาขณะที่กำลังรายงานส่วนหัวก็ขาดออกจากลำตัวดวงตาของบูลแจมสั่นไหวพลางร่างนั้นจะทรุดลงกับพื้นและมองไปยังร่างเล็กที่เดินเข้ามาพร้อมกับเสียงร้องที่ขนลุก


"ด๋าดาด๊าดา~"


บูลแจมรีบตั้งสติแล้ววิ่งเข้าไปในห้องที่ตัวเองออกมาพร้อมกับล็อคกลอนประตูอย่างแน่นหนา


"ใครกัน? มันเป็นใคร?"


"อิส...จอนนี่!!!" อาคิระฟันประตูขาดเป็นสองท่อนพลางหันหน้าไปมองร่างที่กำลังสั่นทั้งตัว


"นี่แก...เพื่อนของเด็กขุนนาง" บูลแจมเมื่อเห็นดวงตาก็สั่นไหวด้วยความหวาดกลัวปนความสับสน


"ถูกต้องแล้วจ้า! แต่น่าเศร้าจังที่นายจำชื่อฉันไม่ได้  เอ๊ะ? แล้วจะจำได้ไงกันก็เราไม่เคยเจอกันนี่นา? แล้วรู้เรื่องที่ฉันเป็นเพื่อนกับซาโบ้ได้ไง? อ๋อออ งี้เองๆ คงจะสืบมาสินะ" 


อาคิระว่าพลางถามเองตอบเองด้วยใบหน้ายียวนขณะที่ร่างของบูลแจมก็ทรุดลงไปกับพื้นและขอร้องเขา


"ได้โปรดอย่าฆ่าฉันเลยนะ! ฉันมีเงินที่ปล้นมาได้"


"จุ๊ๆ สักปะเดี๋ยวนะ" อาคิระว่าพลางส่งเสียงเป็นสัญญาณให้อีกฝ่ายเงียบก่อนที่เด็กชายร่างเล็กจะเดินไปเปิดเครื่องเล่นเพลงภายในห้อง


ดึ๋งดึงดึ๋งดึ่ง~♪


เมื่อเสียงเริ่มขับร้องร่างของเขาก็ขยับตามเพลงพลางส่งมือไปทางร่างที่นั่งทรุดเข่าอยู่และถามออกไป


"มาเต้นด้วยกันสักเพลงไหมครับ คุณผู้หญิง?"


"ว๊ากกกกกก!!!" 


ร่างนั้นร้องเสียงหลงพร้อมกับสาวเท้าวิ่งออกห่างจากเขาทันทีใบหน้าของเด็กชายเบ้ออกมาอย่างเศร้าสร้อย


"คุณผู้หญิงปฏิเสธผมงั้นหรอ? มันน่าเศร้ามากเลยนะ...ถ้าอย่างนั้นผมก็ขอบรรเลงต่อล่ะนะ~"


อาคิระแสยะยิ้มพลางใช้วิชาโซลเคลื่อนที่ตัวเองมาอยู่ตรงหน้าของบูลแจมและตัดหัวของมันด้วยคิโยมิสึในมือพร้อมกับแสดงสีหน้าร่าเริงออกมา


"เอาล่ะงั้นทำอะไรต่อดีนะ~? จริงด้วยทำลายอณาจักรนี้ไงล่ะ"


ณ.เมืองชั้นในที่ๆพวกชนชั้นสูงอาศัยอยู่และตอนนี้ทุกคนก็ต่างเฉลิมฉลองกันเนื่องจากเที่ยงคืนนี้จะมีการเผาขยะที่เกรย์เทอร์มินัลรวมถึงผู้คนที่อาศัยอยู่ที่นั่นด้วยเพื่อกำจัดจุดด่างพล้อยของอณาจักร


"จะเป็นอะไรไหมนะถ้าฉันอยากฉลองด้วยน่ะ" อาคิระพึมพำขึ้นขณะที่เดินบนถนนในยามค่ำคืนขณะที่มองแต่ละบ้านกำลังจัดปาร์ตี้กัน


"จริงด้วยงั้นเราก็ต้องจุดพลุสินะ" อาคิระกล่าวพร้อมแสยะยิ้มอย่างชั่วร้ายพลางยกรีโมทกดระเบิดขึ้นมา


หลังจากจัดการกลุ่มของบูลแจมเขาก็รวบรวมลังไม้ที่บรรจุน้ำมันไปวางจุดต่างๆทั่วเมืองโดยเขาได้ใส่ดินปืนลงไปด้วยเพื่อจะทำการระเบิดมันผ่านการกดปุ่มใจจริงเขาอยากจะวางมันไว้ที่พระราชวังของอณาจักรนี้ด้วยแต่น้ำมันมันดันไม่พอ แต่การสร้างรีโมทคอนโทรลนี้ก็ทำเอาเขาเสียเวลาไปมากอยู่ และตอนนี้ก็ถึงเวลาที่จะได้ใช้มันแล้ว


ขณะที่นิ้วเรียวกำลังเลื่อนไปกดปุ่มสีแดงทันใดนั้นเองก็มีมือหนามาจับมือของเขาเอาไว้เด็กชายนัยน์ตาสีแดงหันไปมองเจ้าของมือและเขาก็ต้องเบิกตากว้างอย่างตกใจเมื่อเห็นคนในชุดผ้าคลุมสีดำเหลือบเขียวมีฮู้ดปกปิดใบหน้า


"คิดจะทำอะไร ไอ้หนู?"


"กำจัดขยะ"


"เธอมีความแค้นกับอณาจักรนี้งั้นหรอ?"


"ไม่เชิง แต่เมืองนี้กับผู้คนที่นี่น่ะคือเศษสวะที่เห็นคนที่ต่ำต้อยกว่าตัวเองเป็นแค่ขยะชิ้นนึง เพราะงั้นแล้วนายมาร่วมมือกับฉันไหม? มังกี้ ดี ดราก้อน"


อาคิระถามออกไปด้วยรอยยิ้มมุมปากขณะที่คนในผ้าคลุมก็แปลกใจเล็กน้อยก่อนจะถามกลับ


"รู้จักฉันงั้นหรอ?"


"แน่นอน หัวหน้าของคณะปฏิวัติกลุ่มกำลังที่อันตรายที่สุดในโลกที่เป็นศัตรูกับรัฐบาล"


"...จริงอยู่ที่เมืองนี้กับผู้คนที่นี่เป็นสวะแต่ว่าถ้าเกิดเธอทำแบบนี้ผู้คนที่นี่ก็จะตกอยู่ในความลำบากถ้าอณาจักรนี้ถูกทำลายเรือโดยสารจะไม่โดยสารมาที่นี่เมื่อเสบียงไม่มาส่งผู้คนที่นี่ก็จะหิวโหยและกลายเป็นประเทศนึงที่ถูกทอดทิ้งในอิสท์บูล"


ดราก้อนอธิบายให้เด็กตรงหน้าฟังอาคิระเมื่อได้ยินก็ยิ้มยียวนพลางหลิ่วตามองใส่และกล่าว


"เหอะ ทั้งที่กลุ่มของตัวเองก็ทำลายอณาจักรต่างๆเหมือนกันแท้ๆ แล้วมาพูดจาเป็นพระเอกเพื่ออะไร? คิดว่าสิ่งที่ฉันทำมันผิดรึไง?"


"ไม่ผิดแต่ลูกชายฉันอาศัยอยู่ที่นี่ ฉันไม่อยากให้เขาต้องทนอยู่ในสภาพแบบนั้นหรอก"


เมื่อได้ยินใบหน้าของเขาก็กระจ่างขึ้นมา ลูฟี่เอสรวมถึงกลุ่มโจรของดาดันและคนในหมู่บ้านฟูซาอาจตกอยู่ในสถานการณ์ลำบาก ถ้าเกิดเขาทำแบบนี้ เขาลืมคิดถึงเรื่องนี้ไปเพราะความรู้สึกที่เคียดแค้นต่อพวกชนชั้นสูงและเผ่ามังกรฟ้า


"แต่ว่า...พรุ่งนี้เหยื่อของฉันจะมาที่อณาจักรนี้ เมื่อก้าวขาเดินออกมาแล้ว เราก็หยุดเดินไม่ได้ใช่มั้ยล่ะ?" 


อาคิระกล่าวพร้อมยิ้มหวานออกมาดวงตาของดราก้อนก็เบิกกว้างทันทีก่อนที่นิ้วเรียวจะเลื่อนไปกดปุ่มรีโมทในมือ


ตู้มมมมมมม!!!!














✤✤✤✤✤✤✤✤✤✤✤✤✤✤✤✤✤✤✤


เดี๋ยววันนี้ผมจะอัพสองตอนนะครับ อีกตอนจะอัพก่อนเที่ยงคืน เนื่องจากผมหายไปสองวัน ต้องขอโทษจริงๆครับ พอดีติด GTA V RP ของจ่าตีฟมากไปหน่อย











ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 314 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

315 ความคิดเห็น

  1. #233 Soluger (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 21 มิถุนายน 2563 / 13:28
    โครตมัน
    #233
    0
  2. #159 Juko123 (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 11 เมษายน 2563 / 23:17

    เป็นพรุที่สวยงามมาก//สับน้ำตา//
    #159
    0
  3. #158 โลลิค่อน (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 11 เมษายน 2563 / 19:39
    ระเบิดให้หมดเลยยยย
    #158
    0
  4. #157 Nanaso4450 (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 11 เมษายน 2563 / 19:37
    จบละเปิดด้านมืดกันละที่นี่
    #157
    0
  5. #156 Nanaso4450 (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 11 เมษายน 2563 / 19:35
    -ดดดดดดดดดดด
    #156
    0
  6. #155 [Shiro-san] (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 11 เมษายน 2563 / 19:31
    โถ่ซึนเดเระจริงๆน้าาาาอากิจังเนี่ยยย~
    #155
    0
  7. #154 MindDe (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 11 เมษายน 2563 / 19:26
    น้องนี้มันร้ายจิง555
    #154
    0