【 FIC ONE PIECE 】: ขอโทษครับที่ผมฆ่าไม่ตาย

ตอนที่ 6 : บทที่ 3 : ถึงจะไม่ได้เกิดวันเดือนปีเดียวกันแต่จะตายวันเดือนปีเดียวกัน

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 3,155
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 400 ครั้ง
    7 เม.ย. 63

 

เด็กทั้งสี่เดินไปหาร่างของพอลเชมี่ก่อนจะพบว่ามันนอนแน่นิ่งไร้สติพร้อมกับใบหน้าที่ยู้ยี้

"แล้วเราจะทำยังไงกับเจ้านี่ล่ะ?" ซาโบ้ถามด้วยใบหน้าจริงจัง

"จะปล่อยเอาไว้ไม่ได้ด้วยสิถ้าเกิดมันเอาเรื่องนี้ไปบอกบูลแจมล่ะก็ พวกเราได้โดนฆ่าแน่" เอสเองก็กังวลเหมือนกัน

"งั้นฆ่ามันไหมล่ะ?" อาคิระเสนอขึ้นมาทั้งสามที่ได้ยินก็หันมองด้วยความตกใจ

"นี่นายเอาจริงหรอฆ่าคนเลยนะ!?" ซาโบ้เอ่ยออกไปด้วยสีหน้าซีเรียส

"ยังไงเจ้านี่ก็น่าจะโดนบูลแจมฆ่าตายอยู่แล้วเพราะกุ๊ยพวกนั้นต้องไปบอกกัปตันของพวกมันอยู่แล้ว สู้เราไม่ฆ่ามัน...ไม่สิขมขู่ให้มันบอกตำแหน่งของบูลแจมแล้วเราก็ไปปล้นสมบัติมันไม่ดีกว่าหรอ? ตัดไฟตั้งแต่ต้นลมไปด้วยไง" อาคิระกล่าวพลางเสนออีกความคิดขึ้นมาเขาคิดที่จะฆ่าบูลแจมก่อนที่พวกมันจะทำอันตรายต่อเขาและคนอื่นๆ

"ความคิดนี่น่าสนแฮะ…" เอสเอ่ยพลางเอามือกุมคางอย่างสนใจ

"ไม่ได้หรอก มันเสี่ยงเกินไปยังไงพวกนั้นก็เป็นโจรสลัดพวกมันต้องเยอะอยู่แล้วเราไม่มีทางเอาชนะมันได้แน่ ฉันคิดว่าเอาร่างของมันไปทิ้งไว้ที่เกรย์เทอร์มินัล น่าจะปลอดภัยกว่านะ พวกมันจะได้ไม่ตามขึ้นมาบนป่านี่ไง" ซาโบ้แย้งขึ้นมาด้วยใบหน้าจริงจังพร้อมกับเสนอความคิดอีกทางที่ปลอดภัยกว่า

"ฉันเห็นด้วย" อาคิระยอมรับในความคิดของซาโบ้รวมถึงตัวเอสที่พยักหน้าตาม ตราบใดที่ยังไม่ถึงภัยอันตรายเขาคิดว่าความคิดของซาโบ้นั้นก็ดูเข้าท่าไม่แพ้กัน

"แล้วไอ้เกรย์เทอร์มินัลอยู่ตรงไหนอ่อ?" ลูฟี่ถามพลางเอียงคอสงสัย

"ก็ตรงที่นายแอบตามฉันมาไง" เอสตอบออกไปด้วยใบหน้าตายด้าน

"รีบลงมือกันเถอะ" อาคิระกล่าวพร้อมรอยยิ้ม

ก่อนที่พวกเขาทั้งสี่คนจะแบกร่างของพอลเชมี่ไปทิ้งไว้ที่เกรย์เทอร์มินัลแล้วเดินทางกลับมายังในป่าบนภูเขาพลางจะนั่งพักเหนื่อยที่ลำธาร

"นายเห็นรึเปล่าที่เกรย์เทอร์มินัลน่ะดูเหมือนพวกมันกำลังตามหาตัวพวกเราอยู่น่ะ" ซาโบ้ขึ้นบทสนทนาพลางเอามือช้อนน้ำตรงลำธารขึ้นมาล้างหน้า

"อ่าเห็นสิ งั้นพวกเราควรทำไงดีล่ะ?" เอสกล่าวพร้อมขมวดคิ้วเข้าหากัน

"ทำตัวเฉยๆ ไม่ต้องตื่นตูมเกินไปหรอก ฉันคิดว่าพวกบูลแจมอาจยังไม่ทำอะไรตอนนี้หรอกจนกว่ามันจะเจอที่ซ่อนของพวกเรา จริงไหม?" อาคิระเอ่ยให้ทั้งสองใจเย็นและสาเหตุที่พูดกันแค่พวกเขาสามคนเพราะลูฟี่กำลังเล่นกับจระเข้อยู่

"เดี๋ยวนะ...ลูฟี่!!" อาคิระหันไปมองร่างเล็กกำลังโดนจระเข้ยักษ์ง้างปากเตรียมกินอยู่

"เจ้านั่น ให้มันได้อย่างนี้สิ!"

"ลูฟี่นายนี่ดูสถานการณ์ไม่ออกรึไงกัน!?" 

ก่อนที่ทั้งสามจะกระโจรใส่จระเข้พร้อมกับท่อแป๊ปในมือที่ฟาดออกไปส่วนของอาคิระคือดาบที่ยังอยู่ในฝักจระเข้ตัวนั้นเดี้ยงอยู่กับที่ส่วนพวกเขานอนราบอยู่กับพื้นในสภาพเหนื่อยหอบ

'เฮ้อ...เลี้ยงเด็กนี่มันเหนื่อยจริงๆ' อาคิระไม่ได้กล่าวออกมาเพียงแค่ถอนหายใจยาวขณะที่มองไปยังลูฟี่ที่ยิ้มร่าเริง

"พวกนายฉันมีเรื่องจะปรึกษาน่ะ...คือว่า" 

ซาโบ้เอ่ยพลางอธิบายว่าตอนนี้เขาคงจะอาศัยอยู่ในเกรย์เทอร์มินัลไม่ได้จึงอยากขอไปอาศัยกับเอสลูฟี่และอาคิระที่บ้านของดาดันซึ้งทั้งสามก็ไม่ปฏิเสธตกดึกพวกเขาทั้งสี่ก็เดินทางกลับและนอนหลับอย่างสบายอารมณ์

พอวันรุ่งเช้าดาดันก็บ่นออกมาอย่างหนักหน่วงที่พาตัวของซาโบ้มาอาศัยอยู่ที่นี่แต่เธอก็ให้เขาเข้ามาอาศัยอยู่ดีจากนั้นพวกเขาทั้งสี่คน ก็ร่วมกันออกผจญภัยในป่ารวมถึงจัดการกับพวกกุ๊ยและขโมยเงินในเกรย์เทอร์มินัลทำให้ชื่อเสียงของทั้งสี่คนเป็นที่เลื่องลือกันและสภาพแววล้อมเหล่านั้นก็ทำให้พวกเขาแข็งแกร่งยิ่งขึ้นเพราะแต่ล่ะวันนั้นพวกเขาก็เจอกับภัยคุกคามไม่ว่าจะเป็นผู้คนหรือสัตว์ป่าที่สุดแสนจะอันตรายในป่าก็ตามแต่ถึงกระนั้นพวกเขาก็สามารถเอาชนะมันได้เมื่ออยู่ด้วยกัน

รวมถึงครั้งนี้ก็ด้วยพวกเขาสามารถจัดการจระเข้ยักษ์ได้ตัวนึงและจะนำมันไปขายในเมืองทั้งสี่ต่อตัวกันก่อนจะสวมทับด้วยเสื้อคลุมสกปรกๆและเดินผ่านเกรย์เทอร์มินัลดินแดนไร้กฎหมายเพื่อเข้าไปยังในเมืองแต่ก่อนจะถึงจะต้องผ่านประตูใหญ่ซักก่อน

โกอาเป็นนครรัฐที่ปกครองด้วยระบอบกษัตริย์ และยังเป็นชาติสมาชิกของรัฐบาลโลก ทั้งเมืองมีกำแพงสูงล้อมรอบและมีท่าเรือออกสู่ทะเล บริเวณกำแพงด้านตะวันออกมี "ประตูใหญ่" อยู่ ซึ่งเป็นทางออกไปสู่เกรย์เทอร์มินัล ภูเขากองขยะมหึมาซึ่งเกิดจากการขนขยะจากในเมืองมาทิ้งด้านนอกของประตูแห่งนี้มันจึงได้ขึ้นชื่อว่าเป็นดินแดนไร้กฎหมายยังไงล่ะ

"อะไรอยู่ใต้นั้น?" ทหารตรวจคนเข้าเมืองถาม

"จระเข้ยักษ์" เอสกล่าวพลางซาโบ้ที่ต่อตัวรองลงมาจะเอื้อมไปดึงผ้าที่ปิดร่างของจระเข้ออก

"..!? เย้ย! งั้นรีบๆเลยเดี๋ยวมันฟื้น" ทหารรีบให้พวกเขาเข้าอย่างโดยเร็ว

ก่อนที่พวกเขาจะเดินเข้าไปในใจกลางเมืองซึ่งเป็นสถานที่ที่สามัญชนอาศัยอยู่กันแต่ก็มีพวกขุนนางจากเมืองชั้นบนชอบมาเดินเที่ยวเล่นกัน

หลังจากที่ขายหนังจระเข้แล้วพวกเขาก็ได้เงินมาจำนวนนึงซึ่งเอสก็เสนอว่าจะพาไปกินราเม็งกันจนมาถึงร้านราเม็งที่ผู้จัดการร้านทำท่าเหมือนจะไม่ให้พวกเขาเข้ามาแต่พอซาโบ้หยิบตราอะไรซักอย่างออกมาผู้จัดการก็เปลี่ยนท่าทีและขอโทษออกมาก่อนจะเชิญพวกเขาไปห้องVIP

"ราเม็งสี่ที่ค่ะ" ราเม็งสี่ถ้วยมาเสริฟที่โต๊ะก่อนที่พนักงานจะเดินออกห้องไปพวกเขาก็ถอดผ้าคลุมออกโดยทันทีและโซ้ยราเม็งตรงหน้าอย่างเอร็ดอร่อย

"อร่อยจังนี่หรือราเม็ง!" ซาโบ้

"เห็นไหมฉันบอกแล้วว่ามันอร่อย" เอส

"อ้าห์~ รสชาติที่คิดถึงไม่ได้กินมาชาติกว่าแล้ว น้ำตาไหลเลย" อาคิระ

"อร่อยใช่มั้ยล่ะ?" เอส

"เปล่ามันร้อนมาก น้ำตาไหลเลย T_T" อาคิระ

"โถ่ ไอ้เจ้าบ้าเอ้ย" เอส

"ขออีกชามม!!!!" 

ลูฟี่ตะโกนขึ้นมาเสียงดังลั่นก่อนจะถูกทั้งสามเอามือปิดปากพลางซาโบ้จะดัดเสียงและเอ่ย

"ขอราเม็งอีก 4 ชาม"

"ค่ะ"

"ขออีก4 ชาม"

"ค่ะ"

"ขออีกก"

"ค่ะ!"

"ขออีกกก!"

"คร้าาา!!

"เอามาอีกกก"

"คร้าาาาา!!!" พนักงานเปิดประตูเข้าไปก็เบิกตากว้างก่อนจะร้องตกใจเมื่อเห็นมือยาวเอื้อมมาหยิบราเม็งจากมือเธอไปต่อหน้าต่อตา

"ผู้จัดการค่ะ!" พนักงานรีบมาแจ้งหัวหนัาทันทีก่อนที่ผู้จัดการร้านจะเปิดประตูเข้ามา"คือท่านครับ เรามีอะไรอยากถามหน่อย…"

"แย่ล่ะโดนจับได้แล้ว!" ซาโบ้

"หนีเร็วว!" เอส

"สับตีนแตกเลยจร้าา!!" อาคิระ

"เอ๋!? ยังกินไม่เสร็จเลย!" ลูฟี่

เพล้งง!!!

ร่างทั้งสี่โดดลงมาจากตึกชั้นสี่ของภัตตาคารอาหารพร้อมกับเสียงของผู้จัดการที่ตะโกนเปล่าประกาศ

"พวกกินแล้วชิ่งง!! ใครก็ได้จับที!!!"

ร่างของพวกเขาล้มลงมาที่หลังคาผ้าก่อนที่ตัวของทั้งสามจะแลนดิ้งลงพื้นอย่างสวยงามเว้นแต่ลูฟี่ที่ล้มไม่เป็นท่าเพราะยัดราเม็งมาเต็มท้องเกินไป

"เจ้าสี่คนนั้นอีกแล้วหยุดเดี๋ยวนี้นะ!" ตำรวจเมืองตะโกนออกไปพร้อมกับบอกคนอื่นที่เดินแถวนั้น"ใครก็ได้ช่วยจับเด็กพวกนั้นที!"

"ซาโบ้!? ลูก...ลูกยังไม่ตายพ่อนึกว่าลูก...กลับมาหาพวกเราเถอะนะ!" ชายวัยกลางคนที่สวมเครื่องแต่งกายผู้ดีกล่าวเสียงดังไปทางร่างที่วิ่งอยู่

ร่างนั้นชงักและหันมองก่อนเอสจะกล่าว"เขาเรียกนายน่ะ รู้จักหรอ?"

"ไม่หรอก คงเรียกผิด ไปกันเถอะ!" ซาโบ้ตอบพลางวิ่งออกไป

อาคิระหรี่สายตามองผสานกับเอสทั้งคู่พยักหน้ากันก่อนจะวิ่งออกจากเมืองอย่างรวดเร็วและกลับไปยังป่าบนภูเขา

"นี่ซาโบ้นายมีอะไรปกปิดพวกเราอยู่รึเปล่า?" เอสถามขึ้นมาด้วยสีหน้าราบเรียบ

"ซาโบ้มีเรื่องปกปิดพวกเราหรอ?" ลูฟี่ถามพลางจ้องตรงๆไปยังร่างตรงหน้า

ซาโบ้ที่เห็นสายตาที่จ้องอยากได้คำตอบเขาก็รู้สึกกดดันและอึดอัดแต่ก็ยิ้มกลบเกลื่อนและกล่าว

"เปล่า ฉันไม่มีเรื่องปิดบังอะไรพวกนายซักหน่อย"

"โกหกชัดๆ เมื้อกี้คนคนนั้นเขาเรียกนายนี่นา ฉันกับอาคิระก็เห็น จริงไหมอาคิระ?" เอสหันไปถามร่างที่นอนแคะขี้มูก

"ไม่รู้"

"อ้าวเฮ้ย! ไหงแคะขี้มูกแล้วตอบว่าไม่รู้ล่ะ" เอสแย้งออกไป

"ถ้ามันเป็นเรื่องที่อีกฝ่ายลำบากใจก็ต้องไม่อยากบอกใช่มั้ยล่ะ นายก็ให้เวลากับเขาหน่อยสิเอส บางทีคนเราก็มีเรื่องที่ไม่อยากจะบอกให้ใครรู้อยู่เหมือนกันหรอกนะ"

อาคิระกล่าวออกมาด้วยแววตาว่างเปล่าและเสียงตัดพ้อเอสที่ได้ยินก็เบิกตากว้างขึ้นมาจริงอย่างที่อีกฝ่ายพูดเพราะขนาดตัวเขาเองก็ยังไม่อยากบอกคนอื่นเลยว่าตัวเองเป็นลูกของราชาโจรสลัด

"ขอโทษนะซาโบ้ที่ฉันคะยั้นคะยอให้นายพูด" เอสขอโทษอีกฝ่ายด้วยใบหน้ารู้สึกผิด

ซาโบ้เมื่อเห็นก็กัดฟันก่อนจะถอนหายใจแล้วเอ่ยขึ้นมาด้วยน้ำเสียงจริงจัง

"ฉันจะเล่าทุกอย่างให้พวกนายฟัง"

ซาโบ้เป็นเด็กร่าเริงสดใสเขาเกิดในตระกูลชนชั้นสูงมีฐานะร่ำรวยพ่อแม่ของเขามีความคิดที่จะให้เขาซึ่งเป็นคนในตระกูลได้แต่งงานกับชนชั้น สูงของอาณาจักรโกอา นั่นจึงเป็นแรงผลักดันสำคัญที่ทำให้ซาโบ้ต้องหนีออกจากบ้านไปอยู่ที่หุบเขา กองขยะ(เกรย์เทอร์มินัล)เพื่อจะได้หลุดจากตัวเลือกที่จะต้องไปข้องเกี่ยวกับพวกจอมปลอม และเริ่มทำงานเก็บรวบรวมเงินให้ได้มากพอที่จะนำเงินที่มีไปซื้อเรือและหนีไป ให้ไกลจากครอบครัวที่เขารังเกียจ และตอนนั้นเขาก็ได้เจอเอสที่เกรย์เทอร์มินัลเมื่อ 5 ปีก่อน

"เจ้าพวกขุนนางน่ะรังเกียจเกรย์เทอร์มินัลก็จริงแต่ก็ดีกว่าเมืองชั้นสูงที่หายใจแทบไม่ออกเพราะต้องอยู่แบบถูกบงการชีวิตไปอีกไม่รู้กี่สิบปีน่ะ"

"...." ลูฟี่อึ้งจนพูดไม่ออก

"เป็นอย่างนี้เองหรอ" เอสกล่าว

"ฉันน่ะ เกลียดพวกขุนนางและพวกมังกรฟ้าสุดๆเพราะพวกมันเห็นชีวิตอย่างพวกเราเป็นแค่ขยะชิ้นนึง…" 

ซาโบ้ที่ได้ยินก็เบิกตากว้างพลางแววตาจะวูบไหวเอสที่ได้ยินก็กระชากคอเสื้อของอาคิระขึ้นและกำลังจะตวาดใส่แต่อาคิระก็ว่าต่อพร้อมรอยยิ้มมุมปาก

"แต่กับเพื่อนฉันไม่เกี่ยง ต่อให้นายหรือพวกนายจะเป็นคนยังไง แต่เพื่อนก็คือเพื่อนอยู่ดี" 

"...." 

เอสเมื่อได้ยินก็ปล่อยมือจากคอเสื้อของอีกฝ่ายส่วนซาโบ้ยิ้มกว้างก่อนจะประกาศเกล้าขึ้นมา

"เอส อาคิระ ลูฟี่ พวกเราน่ะจะต้องออกทะเลให้ได้จะออกไปจากประเทศนี้และเป็นอิสระฉันอยากจะออกไปสู่โลกกว้างแล้วก็จะเขียนหนังสือถ่ายทอดมันออกมาถ้าศึกษาเรื่องการเดินเรือเราก็จะทำได้เราจะต้องเก่งขึ้นมากๆและไปเป็นโจรสลัดกัน!"

ทั้งสามที่ได้ยินก็ยิ้มกว้างออกมาก่อนที่เอสจะเดินไปที่ริมหน้าผาพลางเอ่ยกับซาโบ้และประกาศความฝันของตัวเองออกมา

"เรื่องนั้นน่ะต่อให้นายไม่บอกฉันก็จะเป็นอยู่แล้ว ฉันจะเป็นโจรสลัดแล้วสู้ชนะไปเรื่อยๆจนมีชื่อเสียงที่สุดในโลก นั่นแหละคือหลักฐานการมีชีวิตของฉันต่อให้คนทั่วโลกไม่ยอมรับตัวตนของฉันหรือเกลียดฉันซักแค่ไหนฉันก็จะเป็นโจรสลัดที่ยิ่งใหญ่ชนะทุกสิ่ง ฉันจะไม่หนีใครหน้าไหนไม่แพ้ใครทั้งนั้นจะกลัวฉันหรืออะไรก็ช่างแต่ฉันจะสร้างชื่อให้ดังกระฉ่อนไปทั่วโลกเลย!!"

"ฮี่ฮี่ฮี่ ดีล่ะ…ส่วนฉันนะ!!! จะเป็นราชาโจรสลัด!!!"

ลูฟี่ตะโกนความฝันของตัวเองออกมาพร้อมรอยยิ้มทั้งสองที่ก่อนหน้านี้บอกความฝันและความมุ่งมั่นของตัวเองออกไปก็แปลกใจ

"นึกว่านายจะพูดอะไรซักอีก.." เอส

"ฮ่าฮ่าฮ่า แล้วนายล่ะ อาคิระความฝันของนายน่ะคืออะไรหรอ?" ซาโบ้หัวเราะดังออกมาพลางหันไปถามร่างที่ยืนนิ่งอยู่ใต้ต้นไม้

"ความฝันของฉันหรอ…" อาคิระถามกลับพลางเดินไปที่หน้าผาที่ทั้งสามคนยืนอยู่ก่อนจะกล่าวต่อ

"ฉันจะต้องเป็นนักดาบที่เรียนรู้วิชาดาบจากทั่วทุกสารทิศของโลกและจะไปตบสี่จักรพรรดิในตำแหน่งนักดาบที่เก่งที่สุดในโลกแล้วก็จะฆ่าล้างพวกมังกรฟ้าให้มันหมดสิ้นจะเป็นชายที่ใครต่างก็เกรงกลัวและหลงเสน่ห์ จะไม่ให้ใครมาดูถูกอีกเด็ดขาด!!!"

ทั้งสี่ได้ประกาศความตั้งใจออกมาพวกเขายิ้มอย่างมีความสุขและมั่นใจว่าอนาคตต้องทำสำเร็จแน่ๆ

"พวกนายรู้รึเปล่า? พอแลกจอกกันก็จะถือว่าเป็นพี่น้อง" 

เอสกล่าวพลางเปิดขวดสาเกและเทลงไปในจอกทั้งสี่ใบบนตอไม้ลูฟี่และซาโบ้รวมถึงอาคิระก็ยื้มกว้างออกมา

"พี่น้อง จริงๆงั้นหรอ" ลูฟี่

"ตอนที่เป็นโจรสลัดพวกเราอาจไม่ได้เป็นพรรคพวกบนเรือลำเดียวกันแต่ว่าพวกเราจะผูกพันกันในฐานะพี่น้อง ไม่ว่าจะไปทำอะไรอยู่ที่ไหน สายสัมพันธ์นี้จะไม่มีวันขาด"

"ถึงพวกเราจะไม่ได้เกิดวันเดือนปีเดียวกันแต่จะตายวันเดือนปีเดียวกัน"

ขณะที่เอสและอาคิระกล่าวทั้งสี่คนก็ยกจอกเหล้าขึ้นมา

"เอ่อ ไม่ตายวันเดียวกันได้ไหมเดี๋ยวฉันก็ตายก่อนจะได้เป็นโจรสลัดกันพอดีน่ะสิ" ลูฟี่ขัดขึ้นมาพร้อมกับทำใบหน้าเซ็ง

"อย่ามาขัดสิ้เฟ้ย! ประโยคฉันมันไม่ดีตรงไหนถ้าจะโทษก็โทษเล่าปี่ กวนอูและเตียวหุย เส้!!" อาคิระตะคอกกลับไปอย่างหงุดหงิด

"เอาน่าๆ นายก็อย่าให้มันเวอร์เกิน อาคิระ" ซาโบ้ห้ามปรามและเตือนออกไป

"โทษทีแค่คิดว่าบทมันขาดๆหายๆน่ะ" อาคิระกล่าวพลางส่ายหน้าไปมาอย่างเศร้าสร้อย

ก่อนจะยิ้มร่าเริงออกมาพลางพวกเขาจะชนจอกกัน

เพล้ง!

"ตั้งแต่นี้ไปพวกเราคือพี่น้องกัน!"

"โอ้วว!!"

จากนั้นทั้งสี่ก็ดื่มเหล้าในจอกกันสำหรับอาคิระแล้วเขาไม่เคยรู้สึกแบบนี้มาก่อนตอนอยู่โลกก่อนเพื่อนซักคนเขาก็ไม่มีต้องอยู่ในกรอบของพ่อแม่มาตลอด แต่วันนี้คือวันที่เขาจะเริ่มต้นใหม่ไปพร้อมกับพี่น้องของเขา

"แล้วสรุปใครเป็นพี่ใหญ่สุดเหรอ?" อาคิระถามขี้นมา

"เรื่องนั้นก็ต้องเป็นฉันอยู่แล้ว" เอสเอ่ยขึ้นมา

"ห๊ะ? ทำไมต้องเป็นนายด้วย?" ซาโบ้แย้ง

"ก็ฉันเป็นคนคิดเรื่องพี่น้องแล้วก็คนที่แข็งแกร่งที่สุดก็คือพี่ใหญ่ยังไงล่ะ" เอสอธิบาย

"ถ้าพูดแบบนั้นฉันก็ต้องเป็นพี่ใหญ่น่ะสิ ก็ฉันชนะพวกนายสามคนมาตลอด--" 

อาคิระที่กำลังจะพูดเอสและซาโบ้ก็แย้งขึ้นทันที

"อะไรของนายมีสิทธิอะไรมาตัดสินกันหา!!" 

"ฉันจะเป็นพี่เองง!!" ลูฟี่ตะโกนขี้นมา

"นายน่ะเงียบไปเลยย!!!" ทั้งสามหันไปตวาดใส่ลูฟี่ทันที

"ถ้าดูตามความจริงแล้วฉันอายุมากกว่าพวกนายนะ เพราะงั้นตำแหน่งพี่ใหญ่น่ะคือฉัน" อาคิระเอ่ยออกมาด้วยใบหน้าจริงจัง

"พูดจาใหญ่โตซักจริงนะอายุเท่ากันแท้ๆ" เอสเถียงพร้อมขมวดคิ้วและมองค้อนใส่

"งั้นช่วยไม่ได้ มาทำแบบนั้นกันเถอะ" ซาโบ้เสนอวิธีขึ้นมาก่อนจะซุบซิบให้ทั้งสองฟัง

"ตกลง"

พวกเขาตัดสินกันด้วยการเป่ายิงฉุบทั้งสามเตรียมพร้อมกันด้วยใบหน้าซีเรียสก่อนจะวางมือไปพร้อมกัน

"แฮ่!!!" อาคิระส่งเสียงออกมาทำให้ทั้งสองเสียสมาธิไปชั่วขณะ

อาคิระ : กรรไกร

เอส : กระดาษ

ซาโบ้ : กระดาษ

"ขี้โกงนี่นาแบบนั้น!" ทั้งสองหันไปตวาดใส่ร่างที่ยิ้มหวานออกมา

"เอาล่ะน้องๆ เรากลับกันเถอะ ฮ่าฺฮ่าฺฮ่า" 

อาคิระกล่าวพร้อมรอยยิ้มและหัวเราะอารมณ์ดีพลางเดินออกไปโดยไม่ได้หันมองเอสและซาโบ้ที่ตอนนี้กำลังถือท่อแป๊ปเตรียมพุ่งเข้ามาฟาดใส่ด้วยความคับแค้นใจ

วันต่อมา

ยูกิโนะและผู้ใหญ่บ้านก็มาเยี่ยมลูฟี่และอาคิระที่รังของโจรภูเขาทันทีที่ลูฟี่เห็นหญิงสาวก็วิ่งเข้าไปกอดด้วยความคิดถึง

"นี่แล้วเธอล่ะ อาคิระ?" มากิโนะถามพร้อมมองร่างเล็กตรงหน้าที่ยืนนิ่ง

"ไม่ล่ะ แค่ความรู้สึกก็พอแล้ว" อาคิระตอบพลางเอานิ้วเกาแก้มอย่างเขินๆ

"งั้นหรอ คุณการ์ปไม่ค่อยใส่ใจเรื่องนี้เท่าไหร่แต่ฉันเอามาให้พวกเธอนะ" มากิโนะเอ่ยพลางหยิบเสื้อออกมาจากลังลูฟี่ที่เห็นก็ตาเป็นประกาย

"พวกเธอก็ด้วยนะ" มากิโนะเอ่ยไปทางสองร่างที่ยืนหลบอยู่หลังประตูบ้าน

ซาโบ้ที่เห็นก็ยิ้มร่าเริงและออกไปทันทีแต่เอสยังยืนนิ่งอยู่จนอาคิระต้องยั่วออกไป

"อย่ามาทำตัวซึนเดเระหน่อยเลย ออกมาเถอะน่าเอส"

"ฉันไม่ได้เป็นแบบนั้นซักหน่อย!" เอสเถียงกับพร้อมก้าวขาเดินออกมา

"พวกเธอลองใส่กันดูสิจ๊ะ" มากิโนะกล่าวพลางถอดเสื้อให้ลูฟี่และซาโบ้ก่อนจะใส่เสื้อใหม่ที่เธอเอามาแทน

"อาคิระก็ด้วยนะ" มากิโนะหันไปพูดกับร่างที่ถือเสื้อเชิ้ตสีดำลายไฟ

"เอ่อ คือเดี๋ยวฉันไปเปลี่ยนก่อนนะ" อาคิระพูดพร้อมรอยยิ้มบางๆและเดินออกไป

หมับ! เอสจับแขนของร่างที่กำลังเดินออกไปพร้อมกับกล่าวยั่ว

"อะไรไม่กล้าถอดเสื้อตรงนี้รึไง? จะว่าไปฉันไม่เคยเห็นนายตอนโป๊เลยนะ"

"เฮ...อยากเห็นฉันตอนโป๊ขนาดนั้นเลยหรอ? เสียใจด้วยนะไม่ว่าใครก็ไม่มีโอกาสได้เห็นถ้ามีคนเห็นมันล่ะก็คนคนนั้นคงต้องเป็นคนที่ไม่ได้อยู่บนโลกใบนี้แล้ว" อาคิระกล่าวพร้อมรอยยิ้มเลศนัยและผลักมือของเอสออกและเดินเข้าไปในบ้าน

ร่างบางถอดเสื้อที่ตนสวมอยู่ออกพลางหันไปมองแผ่นหลังที่สะท้อนในกระจกนิ้วเรียวสัมผัสกับรอยแผลที่เป็นอุ้งเท้าที่ได้รับมาในวัยเด็กตั้งแต่แรกเกิดพลางจะกัดฟันกรอดขึ้นมา

แผ่นหลังที่น่ารังเกียจนี่ เขาอยากจะตัดมันออกมาและเผามันแต่ก็ไม่สามารถทำได้ เพราะเมื่อสร้างบาดแผลใหักับร่างกายมันก็จะฟื้นฟูตัวเองกลับในสภาพก่อนที่จะกินผลปีศาจ หรือก็คือถึงจะทำแบบนั้นไปรอยแผลนี้ก็จะอยู่กับเขาไปตลอด เป็นรอยแผลที่ไม่มีวันหายถ้าเลือกได้ระหว่างการเป็นอมตะกับความตาย เขายอมตายยังจะดีกว่ามันมีอยู่บนร่างกาย

"อาคิระเสร็จรึยังจ๊ะ" เสียงของมากิโนะเรียกถามขึ้นมาเขารีบสวมเสื้อที่เธอให้มาและออกจากบ้านโดยทันที

เมื่อกลับมาเขาก็แปลกใจที่ไม่เห็นร่างของสามแสบจึงได้ถามยูกิโนะ

"พวกนั้นล่ะ?"

"อ๋อ เขาบอกว่าจะไปเข้าห้องน้ำน่ะ"

ทันทีที่เธอตอบเด็กทั้งสามก็วิ่งกลับมาอาคิระหันไปมองเอสและซาโบ้ที่หลบตาเขาเมื่อเห็นแบบนั้นดวงตาสีแดงก็หรี่ลงอย่างจับผิด

"นี่อาคิระรอยแผลบนหลังนายคืออะไรหรอ?" 

ลูฟี่ถามออกไปพร้อมรอยยิ้มก่อนจะถูกเอสและซาโบ้ปิดปากทันทีพลางทั้งสองจะหันไปมองอาคิระที่แสดงสีหน้าดำคร่ำเครียดขึ้นก่อนจะมือบางชักดาบที่อยู่ตรงเอวออกมา

"นายจะทำอะไรน่ะ จะฆ่าพี่น้องงั้นหรอ?" เอสถามออกไปด้วยใบหน้าซีดเผือด

"ตั้งแต่วันนี้ความเป็นพี่น้องของเราจบกัน ฉันจะฆ่าพวกนายแล้วฆ่าตัวตายตาม!" อาคิระประกาศเกล้าออกมาด้วยใบหน้าจริงจัง

"จะบ้าหรอ ว๊าก!!" ทั้งสามวิ่งหนีกระเจิงทันทีเมื่ออาคิระพุ่งเข้ามาพร้อมกับฟาดดาบใส่

"ฟุฟุ พวกเธอเล่นกันระวังด้วยล่ะ" มากิโนะพูดไปทางร่างทั้งสามที่ถูกไล่ฟันด้วยรอยยิ้มหวานและแววตาใสซื่อ

✤✤✤✤✤✤✤✤✤✤✤✤✤✤✤✤✤✤✤

พวกคุณกำลังคิดว่ามันเหมือนในอนิเมะอยู่สินะ แต่ก็ไม่เหมือนเลยซักทีเดียวนะ ถามหน่อยใครเบื่อการเล่าเรื่องตอนเด็กป่าว? ที่ผมยังไม่เขียนย่อแล้วให้อาคิระเป็นผู้ใหญ่เลยเนี่ยเพราะมันจะขาดอารมณ์ของตัวละครน่ะ มันดูเรียบๆเกิน เอาจริงๆผมก็เขียนย่อแล้วนะ เดี๋ยวอีกไม่กี่ตอนอาคิระมันก็ออกเกาะแล้วล่ะ อดใจรอกันหน่อยเด้อ

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 400 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

315 ความคิดเห็น

  1. #312 nwyxa529 (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 6 กุมภาพันธ์ 2564 / 19:14
    ถ้าน้องมีความฝันแบบนี้แล้วห้วมอสละ โซโลละจะทำยังไงจะต้องแพ้ไปงั้นเหรอม๊ายยยยยยยรับไม่ได้😭
    #312
    0
  2. #304 True_Jack-Chan (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 29 ตุลาคม 2563 / 17:35
    ไม่เบื่ออออ
    #304
    0
  3. #180 Tokemi (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 14 เมษายน 2563 / 21:10

    เราสงสัย ทั้งๆที่อาคิระใช้ฮาคิได้แล้วทำไมไม่รู้ว่าทั้งสามคนแอบดูอยู่

    #180
    2
    • #180-1 Patlamo(จากตอนที่ 6)
      23 มิถุนายน 2563 / 17:07
      เพราะน้องใจลอยอยู่ป่าว ไม่รู้อ่ะ555555
      #180-1
    • #180-2 456SATAN(จากตอนที่ 6)
      24 มิถุนายน 2563 / 22:13
      ฮาคิถ้านับเป็นสกิลคืดการเรียกใช้ แต่อาคิระไม่ได้เรียกใช้ ไม่เหมือนฟุจิโทระที่ตาบอด จนทำให้ฮาคิเป็นสกิลติดตัวแล้ว
      #180-2
  4. #142 kandam007 (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 8 เมษายน 2563 / 14:47

    ชอบบบรอนะ
    #142
    0
  5. #140 kissrin (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 8 เมษายน 2563 / 01:42

    ชอบตอนหลังไงไม่รู้555
    #140
    0
  6. #138 p_ice (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 7 เมษายน 2563 / 20:08
    แบบนี้ละดีแล้ว
    #138
    0
  7. #137 Mypari (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 7 เมษายน 2563 / 19:20
    ชอบคั้บบบบ สนุกมาก
    #137
    0
  8. #136 A'laska ' a (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 7 เมษายน 2563 / 18:58

    สนุกกกกกกก~~(↑ω↑)https://www0.dek-d.com/assets/article/images/sticker/yy-big-08.png

    #136
    0
  9. #135 MindDe (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 7 เมษายน 2563 / 18:42
    ค่อยเป็นค่อยไปอ่ะดีแล้ว ชอบแบบนี้555
    #135
    0
  10. #134 God_FAST (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 7 เมษายน 2563 / 17:52

    ตกลงคงจะไม่ฆ่าสินะ

    #134
    1
  11. #133 [Shiro-san] (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 7 เมษายน 2563 / 17:26
    ชอบบบบ!~✨
    #133
    0
  12. #131 Nanaso4450 (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 7 เมษายน 2563 / 16:31
    ชอบแบบนี่มากกว่า ค่อยๆเป็นค่อยไป ค่อยสนุก มีน้ำมีเนื้อหน้อย
    #131
    0
  13. #130 Juko123 (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 7 เมษายน 2563 / 16:01

    ความใสสื่อของคุณน้านี่มันอะไร!!!!!555555555
    #130
    0
  14. #129 ZinEiei TH (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 7 เมษายน 2563 / 15:51
    สนุกมากกกกกกกกกกกกกกกกกกกก
    #129
    0
  15. #127 โลลิค่อน (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 7 เมษายน 2563 / 15:26
    3 หน่อเห็นแล้วสินะ
    #127
    0
  16. #126 kangza45782 (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 7 เมษายน 2563 / 15:18
    สนุกมากกก
    #126
    0