☾ Nurarihyon no mago ☽ : ทะลุมิติไปเป็นจ้าวแห่งภูติพราย

ตอนที่ 37 : บทที่ 32 มุ่งสู่เกียวโต [ 100% ] [ -30% ]

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 2,232
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 204 ครั้ง
    18 มิ.ย. 62







บทที่32 มุ่งสู่เกียวโต


       

       ริคุโตะหยิบกล้องยาสูบขึ้นมาอัดยาก่อนจะกล่าวขึ้นมา"พวกเจ้าออกมาได้แล้ว"


        พรรคพวกของริคุโตะที่ประกอบไปด้วย ยูซากิ อิตากุ อาวาชิมะ อาเมะโซ โดฮิโกะ เรย์ระ ยูคาริ และน้องชายของเขา ริคุโอะ เดินออกมาจากป่าด้วยสีหน้าที่เคร่งเครียดและเป็นกังวล


        "ริคุโตะทำไมนายถึงไปปล่อยให้มันหนีไปกัน!"อาวาชิมะกล่าวด้วยอารมณ์ขุ่นเคือง

        "ฟู่—ก็เพราะว่าถึงยังไงก็ต้องได้เจอกันอยู่ดี แต่กว่าจะถึงตอนนัีนข้าต้องแข็งแกร่งขึ้นเสียก่อน ปีศาจแบบคิโดมารุมีอยู่ทุกที่ทั่วเกียวโต อึกอย่างที่พวกเจ้าไม่มาช่วยข้าแต่กับแอบดู นี่มันหมายความว่ายังไงกัน...อิตากุ?"ริคุโตะพ่นควันยาสูบพร้อมเอ่ยไปทางชายหนุ่มที่มีสีหน้าเรียบเฉยก่อนที่อิตากุจะพูดออกมา


        "ก็เพราะว่าข้ารู้ว่าเจ้าสามารถรับมือกับมันได้ ข้าเลยอยากรู้ว่าอย่างเจ้าต้องให้พวกข้าช่วยไหม"


        "เห…"ริคุโตะยกยิ้มสนในในคำพูดของอีกฝ่ายพรางเขาจะกล่าวต่อ"ถ้าอย่างนั้นเจ้าด้วยรึ? ริคุโอะ"


        "เอ่อ...คือข้า…"ริคุโอะบีบมือแน่นก่อนจะเอ่ยออกไป"ใช่...และเพราะเจ้าก็ทำให้ข้าได้รู้ว่าความเกรงขามของนูระริเฮียงเป็นยังไง"


        "งัันเหรอ….แล้วเป็นไงล่ะ?"ริคุโตะถามอีกฝ่ายกลับพร้อมหรี่ตามอง


        "ข้ารูัสึกว่าจะสามารถจัดการเจ้านั่นได้!"


        หลังจบประโยคนี้อิตากุก็เหลือบตามองไปยังริคุโอะ ริคุโตะยกยิ้มขึ้นมาก่อนจะหัวเราะขึ้น


        "ฮะ..ฮะ...ฮ่าฮ่าๆๆ"


        "......"


        ฉวิ้ง!


        "จัดการได้งั้นเหรอ ระวังคอของตัวเองก่อนเหอะ"ริคุโอะเบิกตากว้างเมื่อริคุโตะโผล่มาอยู่ด้านหลังพร้อมใช้ดาบสั้นจ่อคอของเขาอยู่


        "การต่อสูัทุกครั้งเจ้าอย่าประมาทเด็ดขาดทุกเวลาเจ้าต้องปล่อยความเกรงขามออกมาเสมอ...อิตากุข้าฝากดูแลมันด้วยล่ะ"พูดจบริคุโตะก็เก็บดาบสั้นเข้าฝักแล้วเดินออกไปพร้อมกับยูซากิ


        "ยูซากิเดี๋ยวเจ้าเริ่มฝึกกับข้าได้เลยปิดทางเข้าป่าให้หมดอย่าให้ใครขึ้นมาบ้านเจ้าได้เป็นอันขาด"


        "รับทราบครับ"


        5 วันต่อมา


        วูบ…


        เพล้ง! เพล้ง!


        ยูซากิและริคุโตะแลกกันโจมตีก่อนที่พวกเขาจะพุ่งเข้าหากันอีกครั้งพร้อมกับฟาดฟันดาบอย่างจริงจังไม่ห่วงว่าใครจะตายหรือไม่


        เพล้ง! ยูซากิป้องกันคมดาบจากอีกฝ่ายพร้อมหาจังหวะเข้าประชิดตัวก่อนที่ชายหนุ่มจะเห็นช่องโหว่ของอีกฝ่ายเขารีบเคลื่อนที่ไปยังด้านหลังของริคุโตะพร้อมแทงดาบเข้าไปที่ร่างอย่างรวดเร็ว


        ฉึก—! ยูซากิเบิกตากว้างขึ้นมาเมื่อมีปลายดาบแทงเข้ามาที่หน้าอกของเขา


        "รวดเร็วแต่ยังสะเพร่าไปหน่อย"ริคุโตะกล่าวก่อนจะดึงดาบออกจากตัวของยูซากิ


        "ท่านเองก็เหมือนกันนะ"ยูซากิหันไปพูดยิ้มให้กับอีกฝ่ายที่มีรอยแผลตรงแก้ม


        ตลอดห้าวันมานี้ริคุโตะและยูซากิตัดขาดจากหมู่บัานโดยสิ้นเชิงพวกเขาไม่ออกไปทักทายใครมุ่งแต่ทำการฝึกแล้วก็ฝึก หากมีเวลามากกว่านี้ ริคุโตะก็อยากจะฝึกเพิ่มอีกซักหน่อยกับยูซากิเพราะเขานั้นเป็นปีศาจที่รวดเร็วและแข็งแกร่งตนนึงที่ริคุโตะได้รู้จักมาเลย แต่มันก็หมดเวลาที่จะได้สนุกแล้ว


        'ช่วงเวลานี้เขตแดนที่กักตัวของฮะโกโรโมะ กิตสึเนะ คงจะพังไปอีกที่แล้วเป็นแน่ และถ้ามันไม่เหลือ เกียวโตไม่สิโลกใบนี้คงจะไม่มีแสงสว่างอีกเป็นแน่'ริคุโตะเอ่ยในใจด้วยความกังวลก่อนที่เขาจะหันไปมองยูซากิ


        "ไปกันเถอะ ยูซากิ ถึงเวลาออกไปสู่โลกภายนอกแล้ว"


        ทางด้านเดียวกัน


        เพล้ง! เพล้ง!


        "อย่างนั้นแหละริคุโอะ หน่วงฮัตสึเอาไว้ ระหว่างการต่อสูัห้ามปลดมันออกเด็ดขาด"อิตากุกล่าวไปทางเด็กหนุ่มที่พุ่งเข้ามาโจมตี


        เพล้ง!


        "ริคุโอะ! แย่แล้ว"อาวาชิมะวิ่งเข้ามายังสนามต่อสู้พร้อมกับ อาเมะโซ โดฮิโกะ เรย์ระและยูคาริ


        "มีอะไรอามาโนะจากุ?"ริคุโอะ


        "ข้าได้ข่าวว่าที่เกียวโตเขตแดนของมงเมียวจิได้ถูกทำลายลงไปอีกที่แล้วและครั้งนี้องเมียวจิก็ล้มตายก็เป็นเบือเลย นี่ไม่ใช่เวลามาทำแบบนี่แล้วนะ เพื่อนเจ้าก็อยู่ที่นั้นใช่มั้ย เกียวโตน่ะ"


        ริคุโอะที่ได้ยินก็ทำหน้าจริงจังขึ้นมาก่อนจะมีเสียงนึงดังขึัน


        "เจ้าจะเอายังไงริคุโอะ จะไปจัดการยัยจิ้งจอกนั่นด้วยกันไหม?"


        ทุกคนต่างหันไปมองบนต้นไม้ก่อนจะพบกับร่างของริคุโตะที่นั่งถือกล้องยาสูบอยู่


        "ริคุโตะนี่นาย โผล่ออกมาแล้วเหรอ?"ริคุโอะถามออกไปแต่ก็โดนสวนกลับมา


        "พูดอย่างกับข้าไม่ใช่มนุษย์แน่ะ อืม ข้าออกมาแล้วเพื่อมาฟังการตัดสินใจของผู้นำรุ่นที่สาม"


        สองพี่น้องต่างมองหน้ากันคนนึงผู้เป็นน้องชายผู้มีใบหนัาที่จริงจังต่างจากพี่ชายที่มีใบหน้าเปื้อนยิ้มออกมาตลอดเวลา


        ณ.ค่ำคืนของโทโนะ


        ปีศาจของโทโนะกำลังรับประทานอาหารค่ำกันโดยมีผู้นำคืออาคะกัปปะกำลังนั่งดื่มสาเกอยู่ก่อนจะมีร่างของเด็กหนุ่มสองคนเดินเข้ามาท่ามกลางบรรยากาศที่ตื่นตระหนก


        "เจ้าพวกนั้นมันเข้ามาจากทางไหนกัน!"


         อาวาชิมะ

        "เจ้าริคุโอะกับริคุโตะมัวทำบ้าอะไรอยู่? ทำไมไม่รีบไปซักทีล่ะ?"


         อิตากุ

        "เอาน่าดูไปก่อนเถอะ"อิตากุ


        "ข้านึกว่าพวกเจ้าสองพี่น้องจะหนีไปกลางทางเสียอีกที่ยังอยู่จนถึงตอนนี้ได้เพราะเก่งขึ้นมานิดหน่อยสินะ"อาคะกัปปะกล่าวไปทางสองพี่น้องก่อนจะตกใจขีันมา


        ทุกคนต่างมองไปยังร่างของพวกเขาที่นั่งคุกเข่าคำนับให้อาคะกัปปะ


        "ถึงจะเป็นเวลาเพียงสั้นๆสำหรับทุกตนในโทโนะที่คอยฝึกฝนพวกเรามาตลอด พวกข้าต้องขอขอบคุณจากใจจริงที่ให้การต้อนรับอย่างอบอุ่นถึงเพียงนี้"


        "โฮ…."ทุกคนในโทโนะที่ได้ยินก็ต่างอึ้งขึ้นมา


        "มารยาทหนอบน้อมแบบนี้ เป็นเคล็ดลับที่ใครสอนมาเพื่อผูกไมตรีกับโทโนะงั้นรึ?"อาคะกัปปะ


        "เปล่านี่เป็นวิธีของริคุโอะน่ะ ให้ตายสิอึดอัดชมัดต้องมาทำแบบนี้"ริคุโตะบ่นให้บุคคลตรงหน้าฟังก่อนจะโดนริคุโอะเตะไปที่ขา


        "ถ้าไม่ชอบก็อย่ามาทำตามเส่!"ริคุโอะตวาดออกไปก่อนจะหันกลับไปทางบุคคลเบื้องหน้า


        "เหอะๆพวกเจ้าคงได้ฟังวีรกรรมของปู่มาเยอะสิท่าแต่ในความเป็นจริงแล้วหลังจากรุ่นที่สองเสียไปกลุ่มนูระก็ตกต่ำลงเรื่อยๆ"นามาฮาเงะพูดเหยียดหยามไปทางทั้งสอง


        "ไม่ได้รู้เรื่องราวอะไรเลยสินะ?"อาคะกัปปะกล่าวเสริมนามาฮาเงะที่ได้ยินก็หัวเราะ


        ริคุโอะเงยหน้าขึ้นพร้อมกับใบหน้าจริงจังก่อนจะเอ่ยขึ้นมา


        "แปดปีก่อน...ตอนที่พ่อของข้าถูกฆ่าต่อหน้าต่อตาข้าเองก็น่าจะได้เจอกับ ฮะโกโรโมะ กิตสึเนะ แล้ว"ทุกคนที่ได้ยินก็ตกใจขึ้นมาริคุโตะเหลือบไปทางริคุโอะ


        "จากตอนนั้นกลุ่มนูระก็เริ่มอ่อนแอลงในขณะที่ปีศาจจากคันไซเริ่มขยายอิทธิพลหากทั้งหมดเป็นฝีมือของฮะโกโรโมะ กิตสึเนะ ทุกอย่างก็จะเชื่อมโยงกันได้พอดี ดังนั้นข้าจึงต้องไปพบเจ้านั่นอีกครั้งที่เกียวโต เพื่อตัดบ่วงกรรมแห่งโชคชะตานี้"


        "เจ้าแห่งปีศาจเมื่อสี่ร้อยปีก่อน?"


        "ฮะโกโรโมะ กิตสึเนะ คือศัตรูที่ฆ่าพ่อ?"


        "นายน้อยทั้งสองจะทำศึกกับเจ้าแห่งปีศาจงั้นรึ?"


        "น่าสนุกดีนี่! ข้าจะคอยดูหมากัดกัน อยู่ที่โทโนะนี่ให้เอง!"


        เสียงของเหล่าบรรดาปีศาจของโทโนะเริ่มออกเสียงขึ้นมาริคุโตะมองไปยังใบหน้าของริคุโอะก่อนจะนึกถึงคำพูดของนูระริเฮียงขึ้นมาเมื่อเขามาที่โลกนี้ครั้งแรก


        'ริคุโอะลืมเรื่องราวที่เกิดขี้นเพราะงั้นอย่าเล่นเรื่องนี้ให้เขาฟังนะ เมื่อถึงเวลาเดี๋ยวปู่จะบอกเขาเอง'


         'ครับ ผมจะไม่บอกน้อง'


        "ตาแก่จอมโกหกเอ้ย…"ริคุโตะยกยิ้มขึ้นมาก่อนจะกล่าวออกไปให้เหล่าบรรดาปีศาจโทโนะฟัง"อะไรกัน?ใม่มีใครอยากไปดูที่นั่งแบบเอ็กซ์คลูซีฟในยามที่น้องของข้าจะขึ้นเป็นเจ้าแห่งภูติพรายเลยรึไง?"


        "ริคุโตะ…"ริคุโอะหันไปมองพี่ชายของตน


        "เจ้าหมายความว่าไง?"ปีศาจตนนึงถาม


        "ในหุบเขาลึกลับแบบนี้ ถึงจะเก่งกล้าแค่ไหนก็เป็นได้แค่กบในกระลาไม่มีใครหนัาไหนกล้าพอที่จะตามพวกข้าไปเกียวโตเลยรึไง?"ริคุโตะกล่าวเสียงดูถูกเหยียดหยามไปทางปีศาจจากโทโนะ


        "หา…!!!"ปีศาจจากโทโนะที่ได้ยินก็ถึงกับลุกขึ้นยืนแล้วกล่าวเสียงไม่พอใจไปทางริคุโตะและริคุโอะ


        "พูดอะไรของแกวะ!? ดูถูกโทโนะอยู่รึไง!?"


        "ปากดีแบบนี้เดี๋ยวก็เล่นให้ออกจากที่นี่ไปไม่ได้อีกเลย!"


        ก่อนที่จะปีศาจตนนึงพุ่งเข้าไปโจมตีทั้งสองแต่เมื่อสัมผัสกับร่างที่นั่งอยู่พวกเขาก็สลายหายไปสร้างความประหลาดใจให้กับปีศาจโทโนะ


        "ความเกรงขามของนูระริเฮียง? มันหายไปไหนแล้ว!"


        จ๊อก~ อาคะกัปปะสังเกตไปที่จอกเหล้าที่มีเสียงน้ำไหลอยู่ก่อนที่ปีศาจทั้งหมดจะเห็นร่างของปีศาจสองพี่น้องช่วยกันเทสาเกลงจอกให้อาคะกัปปะอยู่


        "โอ…..!!!"


         ริคุโอะ

        "รบกวนท่านมามาก"


         ริคุโตะ

        "พวกข้าคงต้องขอตัว"


        กล่าวจบพวกเขาทั้งสองก็เดินออกไปก่อนที่ริคุโตะจะหยุดก้าวเดินเมื่อนึกอะไรขี้นมาได้ซักอย่าง


        "ท่านนามาฮาเงะ ท่านลืมของน่ะ"


        "หา?"


        ตุบ! ริคุโตะโยนกล้องยาสูบไปทางนามาฮาเงะเขาที่เห็นก็เบิกตากว้างขึ้นมา


        "นี่มันกล้องยาสูบของข้า!? เจ้าเอาไปตั้งแต่เมื่อไหร่?"


        "ขอบคุณท่านมากที่ให้ข้ายืมขอตัว"ริคุโตะกล่าวพร้อมส่งยิ้มให้ก่อนจะใช้เมย์เคียวชิซุยหายตัวไป


        "ขี้ขโมยเหมือนปู่มันไม่มีผิด!"


        ยามเช้าในวันต่อมาริคุโตะและน้องชายของเขายืนอยู่ที่ริมแม่น้ำที่มีหมอกยามเช้าปกคลุมไปหมด


         ริคุโอะ

        "หนาวชะมัด"


         ริคุโตะ

        "ข้ารู้ไอน้องชาย…นี่ขนาดหน้าร้อนนะเนี่ย"


        ฟิ้ว—! มั้บ!


        ริคุโตะและริคุโอะหันไปรับดาบที่ถูกเขวี้ยงเข้ามาเป็นดาบเนเนะคิริมารุที่เป็นฝักดาบเป็นสีขาวกับคาเงะโมโนตาริที่มีฝักดาบเป็นสีดำ


         ริคุโอะ

        "เนเนะคิริมารุ?"


         ริคุโตะ

        "คาเงะโมโนตาริ…"


        "ต้องคืนให้พวกเจ้าก่อนจะออกไปหมู่บ้าน"

        "ทีแรกก็ลืมไปซะสนิทเลย ถ้าจะขอบคุณก็รีบๆบอกมาซะตอนนี้เลย"ยักษ์ทั้งสองกล่าวขึ้นมา


        "พวกเจ้า…"ริคุโตะกำคาเงะโมโนตาริแน่นพร้อมกับใบหน้าดำเคร่งเครียด


        "....?"


        "กล้องยาสูบข้าอยู่ไหน!"


        โป๊ก—!


        "โอ้ย!"ริคุโตะหลังจากตะโกนออกไปก็โดนกล้องยาสูบที่ใครไม่รู้ เขวี้ยงมาอัดหน้าเต็มๆก่อนจะปรากฏร่างของอาวาชิมะยืนอยู่ด้านหลังของยักษ์ทั้งสอง


         อาวาชิมะ

        "ของแค่นี้ยังจะจำได้อีกนะ"


         ริคุโตะ

        "อาวาชิมะ"


        "ริคุโตะและริคุโอะจำเอาไว้พวกข้าน่ะไม่ยอมเป็นลูกน้องใครแต่หากเจ้าขาดคนแล้วออกปากขอร้องเองล่ะก็พวกข้าจะคิดดูก็ได้"อาวาชิมะกล่าวพร้อมกับยกยิ้มขึ้นมา


        "ใครเป็นคนบอกให้ยัยเจ๊นี่มากัน?"ริคุโตะพึมพัมแต่ก็โดนสายตาของอีกอย่างจ้องเขม็งทันที


         ริคุโตะ

        "ข้าพูดเล่น! ช่วยทีนะ!"


        อาวาชิมะอึ้งเล็กน้อยก่อนจะเดินออกมาพร้อมกับคนอื่นๆ

         ริคุโอะ

        "พวกปีศาจเกียวโตท่าท่างจะแข็งแกร่งไม่เบาข้าต้องการกำลังรบเพิ่มอีก ถ้าได้พวกเจ้ามาเข้าร่วมขบวนร้อยอสูร มันก็สมบูรณ์แบบเลย"


         ริคุโตะ

        "เจ้าพูดผิดแล้วริคุโอะต้องเข้ามาอยู่ในกลุ่มหวาดหวั่นของข้าตังหาก"


         อาวาชิมะ

        "เฮ้ย...กลุ่มไหนพวกข้าก็ไม่ไปทั้งนั้นแหละ แต่ถ้าพวกเจ้าพูดขนาดนี้จะปฏิเสธก็ถือว่าไร้เยื่อใยกันเกินไป ว่าไหม?"


         อาเมะโซ

        "อย่างที่พูดนั่นแหละ"


        ริคุโตะยิ้มขึ้นมาก่อนจะมองหาร่างของยูซากิแต่ก็ไม่พบเด็กหนุ่มที่เห็นแบบนั้นก็ถอนหายใจพร้อมกับถือดาบสั้นจ่อด้านหลัง


        "ตอนแรกที่ข้าไม่เห็นเจ้าใจหายวาบเลยนะ"ริคุโตะกล่าวไปทางยูซากิที่ยกดาบเตรียมฟันเขา


         ยูซากิ

        "...งั้นเหรอ"


        ริคุโอะหันไปทางด้านหลังแล้วพบกับอิตากุใบหน้าเรียบเฉย


         ริคุโอะ

        "อิตากุ"


         อิตากุ

        "รีบไปกันได้แล้วมัวอืดอาดยืดยาดอยู่ได้"


        "ริคุโอะฝากทีนะ ข้าเกรงว่าข้าทำจะไม่ถนัด"ริคุโตะกล่าวไปทางริคุโอะที่หยิบท่อนไม้ขึ้นมาพวกอิตากุที่เห็นก็แปลกใจ


         อิตากุ

        "จะตัดความเกรงขามไม่ใช่รึไง? ทำไมไม่ใช้เนเนะคิริมารุล่ะ?"


        "เนเนะคิริมารุน่ะเป็นดาบเอาไว้ฟันปีศาจตัวเบ้งๆกะอีแค่ความเกรงขามของหมู่บ้านแค่คู่หูข้าท่อนนี้ก็พอ"


        "ไปกันเถอะ! ลาก่อนนะ โทโนะ!"ริคุโอะกล่าวจบก็พุ่งไปพร้อมกับใช้ท่อนไม้ตัดความเกรงขามออกไปข้างนอกพร้อมกับพรรคพวกของเขา


        'รอก่อนเถอะ ปีศาจากเกียวโต'ริคุโตะกล่าวในใจก่อนจะยิ้มที่มุมปาก

        



        เวลา 12:39 น. ระหว่างทางไปเมืองโยคิโยเอะ


        ปีศาจจากโทโนะที่ตามสองพี่น้องยูระมาหยุดบนต้นไมัก่อนจะหันไปทางด้านล่างเมื่อเห็นริคุโตะและริคุโอะในร่างมนุษย์กำลังวิ่งไล่ตามอยู่


        "พวกเจ้าพอเป็นร่างมนุษย์ไร้ประโยชน์ชมัด"อาวาชิมะเอ่ยอย่างเหน็ดเหนื่อยเพราะว่าพวกเขาต้องคอยให้ทั้งสองวิ่งตามตลอดทาง


        "พูดมาได้นะ ร่างผู้หญิงของเจ้าก็ไร้ประโยชน์เหมือนกันแหละน่า!"ริคุโตะตะโกนออกไปอาวาชิมะที่ได้ยินก็หัวเสียทันที


         อาวาชิมะ

        "เจ้าว่าไงนะเดี๋ยวก็ฆ่าซักหรอก!"


         ริคุโอะ

        "ทั้งสองคนหยุดทะเลาะกันเถอะพวกนายทะเลาะกันมาตลอดทางแล้วนะ"


         ริคุโตะ

        "นี่นายเข้าข้างคนอื่นมากกว่าพี่ชายตัวเองงั้นเหรอ!!"


         ริคุโอะ

        "ไม่ใช่ซักหน่อยพี่! หว่า!"ขณะที่ริคุโอะกำลังห้ามปรามก็โดนอิตากุร่างพังพอนอุ้มแล้วพาขึ้นบนต้นไมั


         ริคุโอะ

        "นี่นาย...อิตากุ?"


         อิตากุ

        "แบบนี้ไวกว่าใช่มั้ยล่ะ? ตอนกลางวันร่างข้าจะกลายเป็นพังพอน"อิตากุบอกเหตุผลให้ก่อนที่อีกฝ่ายจะถาม


        ริคุโอะพยักหน้ารับรู้จึงหันไปทางพี่ชายของตนก่อนจะพบว่าพี่ของเขานั้นโดนยูซากิอุ้มอยู่


        "นี่นายอย่าทำเหมือนฉันเป็นเด็กนะ"ริคุโตะกล่าวพร้อมกับใบหน้าที่แดงเพราะความเขินโตมาจนปานนี้ยังต้องให้คนมาอุ้มให้อีก


         ยูซากิ

        "........"


        ตุบ! "โอ้ย!"ร่างของริคุโตะล่วงลงสู่พื้นดินก่อนที่เขาจะตะโกนออกไป"แกทำบ้าอะไรฟระ?ยูซากิ!?"


         ยูซากิ

        "ก็นายท่านไม่อยากให้เหมือนเด็กข้าจึงปล่อยท่านลง"


         ริคุโตะ

        "ถึงยังไงก็ไม่ใช่แบบนี้...โอ้ยหลังฉัน"


        จนแล้วจนรอดพวกเขาก็เดินทางมาถึงบ้านใหญ่กลุ่มนูระ


        ตูัม!


        ประตูบ้านใหญ่ถูกเปิดออกอย่างรุนแรงจนเกิดฝุ่นควันภูติผีในบ้านที่เห็นก็เดินออกมาดูด้วยความตื่นตระหนกกลัวว่าจะมีผู้บุกรุกเข้ามาแต่พวกเขาก็ต้องตกตะลึงเมื่อควันจางลงก็ปรากฏร่างของริคุโตะและริคุโอะในร่างภูติพร้อมกับกลุ่มคนจำนวนนึง


        "นั่นมันท่านริคุโตะและท่านริคุโอะนี่นา!"


        "นายน้อยทั้งสองกลับมาแล้ว!!!"


        กลุ่มขบวนร้อยอสูรของริคุโอะและกลุ่มหวาดหวั่นของริคุโตะที่ได้ยินก็วิ่งออกมาดูหญิงสาวนัยย์ตาสีชมพูมีน้ำตาแห่งความห่วงหาเอื่อล้นออกมาก่อนจะกระโจนเข้าสู่ร่างของผู้เป็นนายพร้อมกอดร่างของเขาแน่น


        "นายท่านข้าคิดถึงท่านเหลือเกิน…"


        ริคุโตะยิ้มออกมาพร้อมกับลูบหัวของหญิงสาวอย่างอ่อนโยนแล้วกล่าวออกมา


        "ข้าก็คิดถึงเจ้าเหมือนกัน สึซึโมะ"


        อาวาชิมะเหลือบมองไปทางทั้งสองพร้อมหรี่ตาลง"อะไรกันเจ้านั่นมันมีหญิงของมันอยู่แล้วงั้นรึ?"


         โมโมกิ

        "เจ้ามองนายของข้ามีอะไร?"


        ขณะที่คนในปีศาจโทโนะต่างก็ไปตรวจสอบสถานที่ในบ้านกลุ่มนูระอาเมะโซไปกระโดดลงบ่อน้ำอิตากุยืนบนต้นซากุระฮินาโกะหยิบก้อนหินขึ้นมาออกกำลังกายเรย์ระยืนอยู่เฉยๆขณะที่ยูคาริกำลังวิ่งหนีนัตโตะอยู่ ยูซากิก็ยืนมองเขม็งกับคุโรตะโบส่วนตอนนี้อาวาชิมะกำลังยืนต่อล้อต่อเถียงกับโมโมกิอยู่เรียกได้ว่าสถานการณ์ตอนนี้โคตรวุ่นวาย


         อาวาชิมะ

        "หาแกมีปัญหาอะไรวะ!"

 

         โมโมกิ

        "แกน่ะแหละสงสัยข้าจะต้องฉีกร่างของเจ้าให้มีสีแดงเหมือนข้าหน่อยแล้วมั้ง!"โมโมกิพูดจบก็จับคอเสื้อของอีกฝ่าย


         อาวาชิมะ

        "ถ้าแกอยากทำก็ทำเลยเจ้าหน้าตัวเมีย"


         โมโมกิ

        "ว่าไงนะ! เอ๊ะนี่เจ้า...ผู้หญิง?"โมโมกิเอ่ยเมื่อมองไปยังหน้าอกสองเต้าที่พันผ้าอยู่


         อาวาชิมะ

        "ที่นี้จะปล่อยได้รึยัง! เจ้าปีศาจลามก!"


        ผัวะ!! "เอื้อก!"


         คุโรตะโบ

        "เจ้าเป็นใครทำไมถึงได้มีจิตน่าขยะแขยงเช่นนี้ พระอย่างข้ารับไม่ได้!?"        


         ยูซากิ

        "......."


        คุบินาชิเดินตรงไปยังริคุโอะที่ยืนยิ้มอยู่ก่อนจะถามออกไป"ท่านริคุโอะพวกนี้คือ?"


        "ปีศาจจากโทโนะน่ะ ยังไงก็ฝากดูแลพวกเขาด้วยล่ะ ข้ากับริคุโตะว่าจะเข้าไปหาตาแก่หน่อยน่ะ"


        ฟึ่บ ขณะเดียวกันนูระริเฮียงก็เปิดประตูออกมาพร้อมกล่าวไปยังหลานทั้งสอง


         นูระริเฮียง

        "ไงกลับมาแล้วรึ?"


         ริคุโตะ/ริคุโอะ

        "ตาแก่"


        หลังจากเจอกันนูระริเฮียงก็บอกให้พวกเขาไปเปลี่ยนเสื้อผ้าก่อนที่จะนั่งรอในห้องของตัวเองก่อนที่ริคุโตะและริคุโอะจะเปิดประตูเข้ามาในห้องแล้วเห็นชายแก่นั่งดื่มชาอยู่


        ริคุโตะในร่างภูติสวมชุดยูกาตะลายทางสีทองที่สึซึโมะเป็นคนเย็บเองกับมือเมื่อเขากลับมาส่วนริคุโอะก็ใส่เหมือนกับในอนิเมะเป๊ะๆ



        "ได้อะไรกลับมาบ้างล่ะ?"นูระริเฮียงถามไปยังหลานทั้งสองริคุโตะที่ได้ยินก็ยักไหล่ก่อนจะตอบออกไป


  

        "พบจิตวิญญาณแห่งชีวิตล่ะม้้ง"นูระริเฮียงพยักหน้าเรียบๆก่อนจะหันไปทางริคุโอะ


         ริคุโอะ

        "จะว่าไงดีล่ะก็...คงเข้าใจถึงปีศาจที่ชื่อว่า'นูระริเฮียง'แลัวล่ะมั้ง"


         นูระริเฮียง

        "งั้นรึ...ถ้างั้นก็"


         ริคุโอะ

        "อือ พวกข้าพร้อมจะไปเกียวโตแล้ว"


        วูบ...นูระริเฮียงวาดดาบไปทางริคุโอะก่อนที่ร่างของเด็กหนุ่มจะสลายไปแล้วหลบมาอยู่ด้านหลังของอีกฝ่ายริคุโตะยิ้มขึ้นมาจึงยกกล้องยาสูบขึันสูบก่อนจะพ่นควันออกมาพร้อมกล่าว


         ริคุโตะ

        "ฟู่—ก็อย่างที่ท่านเห็นพวกเราพร้อมแล้ว"


         นูระริเฮียง

        "ก็นะ พอได้เรื่องได้ราวมาบ้าง เฮ้อ จะทำอะไรก็ตามใจเข้าเถอะ จะไปตายโหงตายห่าที่ไหนก็ไป"


         ริคุโอะ

        "เฮ้ยๆอันหลังนั่นมันแช่งแล้วมั้งตาแก่เฮงซวย"


         นูระริเฮียง

        "ก็นะยังไงก็ฝากซื้อยัตสึฮาชิมาฝากด้วยล่ะ"


         ริคุโตะ

        "เดี๋ยวซื้อมันจูมาฝากด้วยเอาล่ะไปกันเถอะริคุโอะ"ริคุโตะลุกขึ้นยืนพร้อมกับน้องชายแต่ก็ถูกเสียงของตาแก่รั้งไว้


         นูระริเฮียง

        "โอ้! จริงสิ! ถ้าถึงเกียวโตแล้วแวะไปหาฮิเดโมโตะหน่อยก็ดี


         ริคุโอะ

        "ฮิเดโมโตะ? ใครล่ะนั่น?"


        ริคุโตะยกยิ้มขึ้นมาเมื่อได้ยินก่อนจะตอบกลับออกไป"ได้เลยไม่ต้องห่วงนะตาแก่"


        ฮิเดโมโตะ เป็นหนึ่งในตัวละครที่เขาชื่นชอบมากภายในเรื่องนูระหลานจอมภูติเขาไม่มีทางพลาดอยู่แล้ว


        ริคุโตะเปิดประตูออกไปก่อนจะพบว่าปีศาจโทโนะและปีศาจจากกลุ่มนูระกำลังตีกันอยู่จึงได้กล่าวออกไป


         ริคุโตะ

        "อะไรกันสนิทกันดีแล้วนี่นา พวกเจ้า"


         อาวาชิมะ

        "โอ้! ริคุโตะ!"


         ฮิเดโกะ

        "จะไปกันแล้วสินะ"    


        ริคุโอะเดินออกมาจากหลังประตูพร้อมประกาศดัง"เอาล่ะ ไปกันเถอะทุก—"


         นูระริเฮียง

        "เดี๋ยวก่อน!"


        ริคุโอะหันไปทางชายชราด้านหลัง"อะไรอีกตาแก่?"


        "ข้าจะให้พวกเจ้าได้เห็นของดีซักหน่อยแค่เรียกปุ้ปก็มาทันทีเร็วทันใจยิ่งกว่าบริการเดลิเวอร์รี่"นูระริเฮียงกล่าวพร้อมกับยกนิ้วชี้ขึ้นเหนือฟ้าก่อนจะมีเรือเหาะยักษ์ลอยอยู่เหนือบ้านใหญ่


        ปีศาจทุดตนที่เห็นก็ต่างตากกันตกตะลึงรวมไปถึงริคุโตะด้วยเขาก็คิดอยู่แล้วมามันต้องมาแต่ไม่คิดว่ามันจะใหญ่กว่าตอนที่เขาเห็นในทีวีเสียอีก

       


        "อะไรฟร่ะเนี้ย!?"ทุกคนต่างกล่าวออกมาอย่างพร้อมเพรียงกัน


        "ของขึ้นชื่อของกลุ่มนูระ'ปราการลอยฟ้า ทาคาระบุเนะ ไงล่ะ หรือจะเรียกว่ามหาสมบัติก็ได้ และยังมีที่พักขนาดใหญ่จะต้องเดินทางไกลมันก็ต้องเป็นแบบนี้ล่ะนะ"นูระริเฮียงกล่าวพร้อมอธิบายสรรพคุณของเรือเหาะยักษ์ก่อนจะพูดต่อ"ริคุโตะ,ริคุโอะ...เวลาที่ได้มองเกียวโตจากทางด้านบนน่ะมันจะรู้สึกดีมากกว่าการที่พวกเจ้าจะมีสาวๆร้อมหน้าร้อมหลังเสียอีกนะ"


         อาเมะโซ

        "สมกับเป็นกลุ่มนูระไหนว่ากำลังตบอับไงล่ะ?"

         ริคุโอะ

        "ตาแก่...มีของแบบนี้ไม่เคยบอกกันเลย


         ริคุโตะ

        "ขอบคุณมากนะตาแก่อย่างน้อยท่านก็มีประโยชน์และตอนเท่ก็ตอนนี้เท่านั้นแหละ"


        


        ริคุโตะเอ่ยออกไปก่อนที่พวกเขาทั้งหมดนั้นจะขึ้นไปยังบนเรือเหาะลำใหญ่เพื่อมุ่งหน้าไปยังเกียวโต


        สมมุติว่าผ่านมาแล้ว 3 ชั่วโมง


        เหนือน่านฟ้าของเมืองเกียวโต ริคุโตะมองดูท้องฟ้าสีมืดที่เต็มไปด้วยดวงดาเขายกกล้องยาสูบขึ้นมาสูบยาก่อนจะพ่นควันออกไป


        ฟู่—


        "มาหลบอยู่ตรงนี้นี่เอง"ริคุโตะเหลือบตาไปมองผู้มาใหม่ที่มีเนื้อกายสีแดงเหมือนเลือด


        ริคุโตะ

        "เจ้าเองเหรอ?"


         โมโมกิ

        "นึกถึงเรื่องสมัยก่อนเนอะ ที่ข้าถูกลูกน้องของตัวเองหักหลังแล้วท่านก็เข้ามาช่วยแล้วยื่นข้อเสนอให้ข้าเป็นลูกน้องคนแรก


        ตอนนั้นงั้นเหรอ น่าคิดถึงจังแฮะ


        "จนมาถึงตอนนี้ท่านก็มีลูกน้องมากมายนับสิบนับร้อยตนในเวลาเพียงครู่เดียว"


        "แต่เจ้าก็ยังเป็นที่หนึ่งในใจของข้าอยู่ดีนั่นแหละโมโมกิ"ริคุโตะพูดพร้อมกับส่งยิ้มไปทางชายหนุ่มผิวกายสีแดง


        "ขอให้เป็นอย่างนั้นเหอะ ดูเหมือนคนที่ท่านโปรดปรานเป็นที่สุดเห็นว่าน่าจะเป็นนัตสึเมะนิขอรับ"โมโมกิเอ่ยพร้อมมองค้อนใส่อีกฝ่าย


        "หึหึ เจ้าอิจฉารึไง?"


        "หา? ข้าเนี่ยนะคิดถึงอย่ามาพูดให้ข้าขนลุกเลยนะ ว่าแต่เจ้ายูซากิมันเป็นคนยังไงกันแน่เนี่ย?"โมโมกิกล่าวอย่างสงสัยทำให้ริคุโตะเลิกคิ้วขึ้นมา


        "เจ้าหมายความว่าไง?"


        "ก็เจ้านั่นมันไม่พูดกับใครเลยสงสัยจะเป็นใบ้พอตอนที่ข้าจะรับน้องเจ้านั่นก็หายไปอย่างกับอากาศ"


        "ฮ่าฮ่าๆๆนั่นแหละคือยูซากิ"


        โครม!! เกิดเสียงโครมครามขึันมาพวกเขาทั้งสองต่างหันไปมองก่อนจะเห็นอิตากุกำลังทะเลาะวิวาทกับคุบินาชิอยู่











_______________________________________________________________

 เนี่ยแหละคิดได้เท่านี้แหละสมองทันตันจริงๆ

      








สาเหตุที่หายไป ครับ...ผมติดเรียน ชีวิตเฮ้อ...คือมีเรื่องที่อยากถามหน่อยน่ะครับสำหรับคนที่ตามอ่านเรื่องมายฮีโร่อันนี้ของจริงหรือแค่แฟนๆทำขี้นมาอ่ะ







ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 204 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

791 ความคิดเห็น

  1. #726 wasawat28 (จากตอนที่ 37)
    วันที่ 16 มิถุนายน 2562 / 09:08

    แฟนๆทำขึ้นครับ มันเป็นเเค่ทฤษฎีเฉยๆ (อุส่าตอบเเล้วตอนใหม่ต้องมาเเล้วละ)

    #726
    0
  2. #725 kacu (จากตอนที่ 37)
    วันที่ 15 มิถุนายน 2562 / 07:39
    รอน้าาา สู้ๆค่ะ
    #725
    0
  3. #722 kacu (จากตอนที่ 37)
    วันที่ 10 มิถุนายน 2562 / 11:44
    รออ่านนะคะ
    #722
    0
  4. #720 kza007 (จากตอนที่ 37)
    วันที่ 9 มิถุนายน 2562 / 20:06
    เอาแล้วววววววววววว
    #720
    0
  5. #719 Fot800 (จากตอนที่ 37)
    วันที่ 9 มิถุนายน 2562 / 20:05
    อ่านแล้ว ฮึกเหิม เหลือเกิน
    #719
    0