☾ Nurarihyon no mago ☽ : ทะลุมิติไปเป็นจ้าวแห่งภูติพราย

ตอนที่ 33 : บทที่ 29 การยอมรับของ เคย์คะอิน ยูระ [ 100% ]

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 3,144
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 311 ครั้ง
    29 พ.ค. 62







บทที่ 29 การยอมรับของ เคย์คะอิน ยูระ



       "ในที่สุดก็เผยตัวจริงออกมาจนได้ มาหลอกลวงน้องสาวฉันได้นะ ไอปีศาจ!"


       ริวจิกล่าวไปทางริคุโตะที่ยืนเอาดาบมาผาดบ่าด้วยใบหน้าเฉยชายูระมองไปทางเด็กหนุ่มตรงหน้าของเธอด้วยแววตาสั่นไหว


       'อีกแล้ว ช่วยเราไว้อีกแล้ว ทั้งหมดคือฝีมือของริคุโตะคุงสินะ เอาจริงๆเราก็สงสัยมาตลอดแต่ว่าคิดไม่ถึงเลยจริงๆ'


       ริคุโตะหันไปมองเด็กสาวจากทางด้านหลังพร้อมกับแววตาเฉยชาก่อนจะพูดขึ้นมา


       "รอก่อน เดี๋ยวก็จบแล้ว"


       "......"


       มามิรุที่เห็นร่างของปีศาจตรงหน้าก็เตรียมจะพุ่งไปแต่โดนริวจิห้ามไว้ก่อน


       "ช้าก่อน มามิรุ ปล่อยฉันจัดการมันเอง"


       ชายหนุ่มกล่าวขณะที่ในมือถือกระบอกไม้ไพ่ที่บรรจุน้ำออกมาก่อนที่น้ำในนั้นจะลอยออกมา


       "ผสาน ชิคิงามิ เกียวเก็น!"


       กล่าวจบก็มีคลื่นน้ำพัดมาทางริคุโตะและยูระเด็กหนุ่มยกดาบขึ้นมาป้องกันก่อนที่จะเห็นดอกไม้น้ำลอยอยู่กลางอากาศ เด็กสาวที่เห็นก็ตกใจขึ้นมา ต่างจากเขาที่หรี่ตาลงรู้ว่าสิ่งที่จะเกิดต่อไปนี้คืออะไร


       "อะ...อะไรน่ะ? ดอกไม้? สร้างจากน้ำเหรอ?"


       "ไม่ใช่ดอกไม้ธรรมดาหรอกนะ เกียวเก็น ฝังรากลงในผืนดินแล้วผลิบานซะ!"


       หลังจากที่ชายหนุ่มกล่าวจบดอกไม้พวกนั้นก็ล่วงลงพื้นเมื่อพื้นดินโดนมันสัมผัสก็ละลายหายไปเหมือนกับน้ำกรด ยูระที่เห็นก็ตกตะลึงพร้อมเอ่ยออกมา


       "ชิคิงามินี่มันอะไรกัน?"

       

       "สิ่งใดที่ถูกดอกไม้นี้สัมผัสเข้าจะถูกกัดกร่อนจนละลาย ต่อใหัเป็นปีศาจก็เถอะ ไม่เคยมีใครได้รับมือ เกียวเก็น ได้ถึงสามนาทีมาก่อน เพราะชิคิงามิแข็งแกร่งขนาดนัันเลยไงล่ะ"


       ริคุโตะที่ได้ยินคำพูดของอีกฝ่ายก็ยิ้มที่มุมปากขึ้นมาพรางเอ่ยในใจ


       'ก็ได้ฉันจะเล่นด้วยก็ได้ ให้เหมือนกับฉากละครไปเลย'


       "สามนาที?" ริคุโตะถามด้วยใบหน้าใสซื่อ


       "ใช่แล้ว ขีดจำกัดคือสามนาทีไงล่ะ สำหรับทั้งสองฝ่าย น่าเสียดายที่ฉันไม่มีพรสวรรค์เทียบเท่ายูระและมามิรุ ดังนั้นชิคิงามิที่ทรงพลังขนาดนี้ จึงสามารถใช้ได้เพียงสามนาทีเท่าน้้น"


       "พูดสั้นๆก็คือถ้าข้าอยู่ได้ถึงสามนาทีก็ชนะเจ้าสินะ"


       "แน่นอน แต่ว่าฉันจัดการนายก่อนก็ชนะ มาวัดกันเลยว่า ใครจะเป็นฝ่ายที่ถูกฆ่า!"


       ว่าจบริวจิก็ผสานมือพร้อมกับกล่าว


       "สุดยอดกระบวนท่าของข้า! เกียวเก็น บุปผาคอนโจซุย!"


       ทันใดนั้นดอกไม้หลายดอกก็พุ่งมาริคุโตะเด็กหนุ่มเอียงตัวหลบอันแรกก่อนจะใช้ดาบฟันที่เหลือเศษน้ำแตกกระจายออกก่อนจะโดนแก้มของเขา


       "เอ้าจะไปต่อแล้วนะ!  คราวนี้ทางขวาบน!"


       ริคุโตะที่ได้ยินก็ฟันดาบไปทางข้างล่างเมื่อมีดอกไม้น้ำขึ้นมาจากบนพื้นดิน ริวจิที่เห็นก็สะเดาะลิ้นหงุดหงิด ก่อนจะตาเบิกกว้างเมื่อเห็นปีศาจตรงหน้ากระโจนเข้ามา


       "เกียวเก็น!"


       ดอกไม้หลายสิบดอกพุ่งมาทางริคุโตะยูระที่เห็นก็ตกตะลึงก่อนจะตะโกนออกไป


       "ริคุโตะคุง! ระวัง!!"


       "เคียวกะ ซุยเง็ตสึ"


       ริวจิเบิกตากว้างอย่างสุดขีดเมื่อดอกไม้น้ำทั้งหลายต่างทะลุผ่านร่างกายของริคุโตะไปเหมือนกับว่าเขานั้นเป็นเพียงแค่อากาศ


       "เจ้าน่ะ แพ้ข้าแล้ว!"


       เสียงของเด็กหนุ่มดังขึันมาอย่างไม่รู้ตัวพร้อมกับดาบในมือที่แทงร่างของริวจิ ชายหนุ่มตกตะลึงก่อนจะกระอักเลือดออกมา


       "ค่อกๆ"


       "พี่ชาย!"


       ริคุโตะดึงดาบออกมาจากร่างของชายหนุ่มพร้อมมองด้วยสายตาที่เย็นชายูระที่ได้เห็นการกระทำของเด็กหนุ่มก็เกรงกลัวขึ้นมา


       'ไม่ใช่ ต่างกับริคุโตะคุงตอนเป็นมนุษย์เลย"


       "อย่าคิดว่าข้าจะโดนหลอกได้เชียวนะ สามนาทีน่ะไม่ใช่ขีดจำกัดแต่เป็นเวลาที่เจ้าจะตั้งค่ายกลได้สำเร็จ"


       ริคุโตะเอ่ยด้วยเสียงเรียบเฉียบก่อนจะเอียงตัวหลบมือที่พุ่งเข้ามาของมามิรุ


       วูบ!


       "ปีศาจต้องถูกกำจัด!"


       เด็กหนุ่มเอียงคอหลบมือที่พุ่งเข้ามาอย่างรวดเร็วแต่สะเก็ดสายฟ้าก็ทำเขาเจ็บได้เหมือนกัน ริคุโตะหรี่ตาลง ก่อนที่ร่างของเขาจะหายไป ชายหนุ่มที่เห็นแบบนั้นก็ ตกตะลึง


       ริคุโตะปรากฏร่างขึ้นมาที่ด้านหลังของอีกฝ่ายพรางยกดาบขึ้นมา ก่อนที่มามิรุจะหันหลังพร้อมติดยันต์ไปที่หน้าของเด็กหนุ่ม


       ตึง!


       "พินาศ!"


       ตู้ม!


       "อั๊ก!"


       ร่างของริคุโตะกระเด็นออกไปยูระเห็นก็ตกตะลึงขึ้นมาก่อนจะตะโกนออกไป


       "ริคุโตะคุง!"


       'ริคุโตะคุงล้มแล้วต้องถูกฆ่าแน่ๆ แต่ว่านั่นมันอะไรวิชาองเมียวจิเหรอ? มันเหมือนกับได้พบเห็นสิ่งที่ไม่อาจหยั่งรู้ได้…'


      .ยูระเอ่ยในใจพร้อมกับดวงตาที่เบิกกว้างก่อนที่มามิรุจะพูดขึ้น


       "จำเอาไว้ มามิรุ ปึศาจคือสีดำ เราคือสีขาว"


       "หมอนี่...เป็นใครน่ะ? เป็นตัวอะไรกันแน่?"


       มามิรุที่ได้ยินก็ชักดิ้นชักงอขึ้นมาเมื่อได้ยินคำพูดของเด็กสาวที่แทงใจ ก่อนที่เสียงของริวจิจะดังขึ้นมา


       "พูดอะไรอยู่น่ะ ยูระ? หมอนี่ก็มามิรุไงล่ะ"


       ยูระที่เห็นร่างของชายหนุ่มพยุงตัวขี้นมาก็เอ่ยปากถาม


       "พี่...ยังไม่ตายเหรอ?"


       "เมื่อก่อนก็เคยเล่นด้วยกันบ่อยๆนิ คราวนี้หมอนี่จะมาเป็นพี่ชายคนใหม่ของแกและก็คู่มั่นยังไงล่ะ"


       ริคุโตะและยูระที่ได้ยินก็เบิกตากว้างขึ้นมาเด็กสาวรีบพูดออกไปทันที


       "พูดบ้าๆอะไรน่ะพี่!?"


       'คู่หมั้น...คู่หมั้น...คู่หมั้น...คู่หมั้น...คู่หมั้น…'ริคุโตะที่ได้ยินก็งงเป็นไก่ตาแตกทันทีเมื่อกี้เขาได้ยินไม่ผิดใช่มั้ย ริคุโตะส่ายหน้าไม่ยอมรับทันที


       "ผู้มีพรสวรรค์จะถูกส่งไปยังบ้านใหญ่ และผูัที่มีพรสวรรค์จะถูกให้จับคู่กัน นั่นคือวิถีของเคย์คะอิน"


       "แค่กๆ"


       ริวจิพยุงตัวขึ้นพร้อมกับไอขึ้นมายูระที่เห็นก็ตกใจขึ้นมา


       "พี่ชาย!"


       "องเมียวจิจะพ่ายแพ้ต่อปีศาจไม่ได้และจะไม่ปล่อยให้มันหนีไปได้ด้วย"


       ยูระที่ได้ยินคำพูดของพี่ชายก็ตกใจขึ้นมาก่อนจะเอ่ยอย่างตะกุกตะกัก


       "มะ...หมายความว่าจะฆ่างั้นเหรอ?"


       "แน่นอนอยู่แล้ว ก็เห็นแล้วนี่ ที่มันแทงพี่ด้วยดาบของมัน..."


       ริวจิกล่าวพร้อมกับหยิบดาบของริคุโตะขึ้นมาชายหนุ่มที่เห็นตัวดาบอย่างใกล้ชิดก็ตกตะลึงก่อนจะกล่าวในใจ


       'นี่มัน คาเงะโมโนตาริ ไม่ใช่เหรอ ดาบแห่งองเมียวจิที่ใช้ควบคุมเงาของปีศาจ ทำไมเจ้านี่ถึงมีสิ่งนี้ได้?'


       "คู่หมั้น…"


       ริวจิที่ได้ยินเสียงจากอีกฝ่ายก็หลุดจากผวังก่อนจะออกคำสั่งออกไป


       "ลงมือซะ มามิรุ รีบๆดับลมหายใจของมันซะ"


       มามิรุที่ได้ยินก็พุ่งไปทางริคุโตะทันทียูระที่เห็นก็ตกตะลึงก่อนจะตะโกนออกไป


       "ริคุโตะคุง!"


       "สลายไปในความมือซะ!"


       มามิรุเอ่ยขณะที่มือของเขากำลังสัมผัสใบหน้าของริคุโตะ แต่ก็ต้องชงักเมื่อโดนรากไม้กลีบซากุระดึงแขนตึงจนสุดเอาไว้


       พวกเขาทั้งหลายหันไปทางด้านหลังก่อนจะเห็นหญิงสาวใบหน้ารูปไข่ผมสีน้ำตาลยาวนัยย์ตาสีชมพูบนหัวของเธอมีเขาแหลมสีขาวพร้อมกับในชุดยูกาตะสีชมพูทรงเสน่ห์ เธอมองไปยังชายหนุ่มผมสีส้มด้วยแววตาเย็นยะเยือก


       "หากพวกเจ้าสัมผัสร่างกายของนายท่านอีกข้าจะฆ่าพวกเจ้าด้วยความตายที่ไม่มีวันที่พวกเจ้าจะได้ลืมเลือน"


       "อะไรน่ะ? ปีศาจอีกตัวงั้นรึ?"


       ริวจิกล่าวพรางหยิบกระบอกน้ำออกมาแต่ก็ต้องชงักเมื่อได้ยินบทสนทนาจากด้านหลัง


       "ท่านกิวคิ นั่นมันอะไรน่ะขอร้บ?"


       "นั่นน่ะเรียกว่าองเมียวจิ เจ้าพวกนั้นมีพลังที่ใช้ปกป้องมนุษย์จากพวกปีศาจ จำไว้ให้ดีล่ะ"


       "ขอรับ"


       "แข็งแกร่งรึเปล่าพวกนั้น?"โกซึมารุกล่าวพร้อมกับชักเล็บยักษ์ออกมาจากด้านหลัง


       "โกซึมารุเก็บเล็บของเจ้าไปก่อน"


       "เฮ้...ทางนี้ก็ด้วยงั้นเหรอ?"


       ริวจิเอ่ยด้วยน้ำเสียงแปลกใจก่อนที่บริเวณรอบตัวพวกเขาจะเกิดหมอกและแสงสีม่วงกลางคืนขี้นมา เมื่อหมอกจางลงก็ปรากฏร่างของปีศาจนับร้อยๆตัวขึ้นมา


       "หา? นี่มันเกิดอะไรขึ้นกันแน่? จำนวนไม่ใช่น้อยๆเลย"


       "พี่...พวกนี้แหละ ขบวนร้อยอสูรล่ะ!"


       "ขบวนร้อยอสูร?"


       ริวจิที่ได้ยินก็แปลกใจขึ้นมาการที่จะมันได้ก็ต้องมีหัวหน้าขบวนก่อน เมื่อคิดได้อย่างน้้นริวจิก็เบิกตากว้างขึ้นมา ก่อนจะหันไปทางริคุโตะที่มี เหล่าบรรดาลูกน้องเรียงราย ไม่ว่าจะเป็น โมโมกิ โชเฮย์ นัตสึเมะ มาดาระ คุโรตะโบ อาโอตะโบ คุบินาชิ เคะโจโร กัปปะ


       ก่อนที่จะมีร่างของเด็กหนุ่มผมสีขาวแซมดำยาวไม่ตกพื้นนัยน์ตาสีแดงเดินเข้ามาท่ามกลางฝูงปีศาจพร้อมกับยื่นมือไปทางริคุโตะที่ล้มอยู่


       เขายกยิ้มขึ้นมาพรางจับมือของอีกฝ่ายก่อนจะลุกขึ้นยืนแล้วมองไปรอบๆ ขบวนร้อยอสูรของริคุโอะมาทุกตน ส่วนขบวนหนึ่งพันอสูรของริคุโตะมาได้ เพียงสามร้อยตน ที่เหลืออยู่กับ โทบาริ โมคุโย


       เด็กหนุ่มเสยผมขึ้นพร้อมหันไปทางน้องชายของตนแล้วกล่าวออกมา


       "มาช้าจริงนะ"


       "ข้ากำลังสงสัยกับรหัสที่เจ้าส่งมาตังหาก"


       "แต่ก็ยังดีกว่าไม่มาล่ะนะ"ริคุโตะเอ่ยขึ้นนี่คือแผนของเขาที่วางไว้ เขาจะไม่ส่งข้อความหาริคุโอะก็ได้ แต่ที่เขาทำเพื่อให้องเมียวจิเห็นการเปิดตัวของกลุ่มนูระ มันจะได้ดูยิ่งใหญ่อลังการ


       "แก...เป็นใครกันแน่?"


       ริวจิเอ่ยถามด้วยใบหน้าจริงจังริคุโตะที่เห็นก็จะตอบจริงจังไม่เล่นเหมือนตอนที่แล้วอีก


       "ข้าคือรองหัวหน้ารุ่นเยาว์ของกลุ่มนูระและเป็นถึงผู้บริหารกลุ่มตระกูลปีศาจอันยิ่งใหญ่แห่งคันโต หลานของนูระริเฮียง นูระ ริคุโตะ"


       "นูระริเฮียง?"


       "หลานงั้นเหรอ!?" ยูระกล่าวด้วยใบหน้าที่ตกใจอย่างคาดไม่ถึง






       'ถ้าเขาเป็นหลาน งั้นก็แสดงว่า…'ยูระคิดในใจพร้อมเลิกคิ้วก่อนจะหันไปทางเด็กหนุ่มผมสีขาวแซมดำยาวนัยย์ตาสีแดง


       "นูระคุง!"


       "หึ รู้แล้วสินะ"ริคุโอะในร่างภูติเอ่ยไปทางเด็กสาวผมสั้นสีดำที่ดวงตาโตเพราะตกตะลึง


       และท่ามกลางความเงียบนั้นก็มีร่างของหญิงสาวผมสีฟ้ายาวนัยย์ตาสีน้ำเงินวิ่งเข้ามาพร้อมตะโกนว่า


       "รอด้วยสิ! ทุกตน! มาทิ้งกันแบบนี้ได้ยังไง—ว๊ากกก"


       ตึง!


       ร่างของเธอล้มลงเพราะวิ่งสะดุดก้อนหินก่อนที่หญิงสาวจะเอ่ยออกมาด้วยเสียงเนือยๆ


       "ทำไมถึงมีกับดักอยู่แถวนี้ได้"


       "เจ้าน่ะยังอยู่ในร่างมนุษย์อยู่เลยนะ ภูติหิมะ"


       คุบินาชิกล่าวไปทางเธอด้วยสายตาเอือมระอาพร้อมกับยูระที่เห็นเธอก็เลิกคิ้วขึ้นมา'หรือว่า'เด็กสาวเอ่ยในใจมันคงจะใช่อย่างที่เธอคิด


       "คะ...คุณโออิคาวะ?"


       "อื้อ...ยัยองเมียวจิทำไมถึงมาอยู่ที่นี่ได้ล่ะ!?"ซึราระสะดุ้งพร้อมกับตะโกนออกไป


       'โออิคาวะ ซึราระ ที่แท้เป็นปีศาจนี่เองถึงว่าได้เกาะแกะนูระคุงนัก'ยูระพูดในใจด้วยสายตาระอา


       ตึง!


       เกิอสายฟ้าขึ้นที่รอบมือของมามิรุพร้อมกับนัยย์ตาที่ส่องแสงขึ้นมาก่อนที่ร่างของชายหนุ่มจะพุ่งไปทางริคุโตะที่ยืนยิ้มอยู่


       "อะไรกัน? เจ้านั่น!"


       "ปีศาจนูระริเฮียง...ต้องจัดการซะ"


       ทุกคนที่เห็นก็ตกตะลึงขึ้นมาเมื่อเห็นร่างของมามิรุกำลังจะเข้าใกล้ตัวของริคุโตะแต่ก็ต้องชงักเมื่อโดน โมโมกิ และ อาโอตะโบ จับตัวไว้ได้


       "ถ้าเจ้าเข้าใกล้ท่านริคุโตะอีกก้าวเดียวข้าจะเฉือนเนื้อของเจ้าให้เหมือนกับผิวของข้าเลย สนใจไหม?"ปีศาจผิวกายสีแดงกล่าวพร้อมกับแสยะยิ้มมามิรุเหลือบตาไปมองโมโมกิ


       "หยุดได้แล้ว! มามิรุ! พอแค่นั้นแหล่ะ"เสียงของริวจิดังขึ้นมา


       "หยุดไม่ได้...จะปล่อยให้ปีศาจหนีไปไม่ได้"มามิรุหันหน้าพร้อมกล่าว


       "สงบใจหน่อยคิดว่าจะชนะจำนวนปีศาจขนาดนี้ได้รึไง?"


       "แน่นอน"


       "ค่อกๆๆ"


       กล่าวจบก็มีน้ำทะลักออกมาจากปากของมามิรุชายหนุ่มสลักน้ำที่เข้ามาก่อนจะล้มตัวลงกับพื้น


       "ก็บอกว่าให้พอได้แล้วจำนวนของพวกมันมากเกินไป อีกอย่างที่เรามาที่นี่ก็เพราะจะแจ้งข่าวกับยูระ"


       ยูระที่ได้ยินก็หันไปทางริวจิด้วยความแปลกใจก่อนที่ชายหนุ่มตรงหน้าเธอจะพูดขี้นมา


       "ข่าวร้ายน่ะ ยูระ"


       "ข่าวร้าย?"


       "ชูจิกับโคเรโตะน่ะตายแล้ว"


       ยูระเกิดอาการตัวสั่นพรางทวนคำพูดอีกทีในถ้อยคำที่แผ่วเบา


       "พี่ชูจิ...กับพี่โคเรโตะ น่ะเหรอ"


       "พวกมันเริ่มเคลื่อนไหวแล้ว"


       "พวกมัน…? ไม่จริงน่า!"ยูระเบิกตากว้างขึ้นมา


       "อา...ศัตรูเก่าของเคย์คะอิน จ้าวแห่งปีศาจที่รวบรวมปีศาจแห่งโตเกียวไว้ทั้งหมด ฮะโกโรโมะ กิตสึเนะ"


       หลังจากกล่าวจบสายตาของปีศาจในกลุ่มนูระก็เคร่งเครียดเมื่อได้ยินชื่อนี้ขึ้นมา รวมถึงริคุโตะที่รู้อยู่ก่อนแล้วด้วย


       "ความจริงสินะ"คิริโตะพึมพัมก่อนที่ในมือจะหยิบกล้องยาสูบออกมาจากเสื้อยูกาตะ


       "ฮะโกโรโมะ กิตสึเนะ งั้นรึ?"กิวคิเอ่ยด้วยเสียงจริงจัง


       "พวกมันทำลายค่ายมนต์ทั้งแปดที่ตระกูลเคย์คะอินผนึกไว้ที่เกียวโต"


       ริวจิพูดต่อยูระแทบไม่อยากจะเชื่อกับสิ่งที่ได้ยินเลย


       "ท่านผู้นำ เคย์คะอิน ฮิเดโมโตะ จึงมารับมามิรุเข้าบ้านใหญ่และเรียกตัวกระทั่งแกที่ยังฝึกฝนอยู่ กลับเกียวโตซะ ยูระ"


       'ฮะโกโรโมะ กิตสึเนะ? ทั้งๆที่เพิ่งเคยได้ยินชื่อนี้เป็นครั้งแรก...แต่'


       ฉวิ้ง!


       ริคุโอะหลุดจากภวังเมื่อได้ยินเสียงดาบที่ริวจิโยนไปให้ริคุโตะที่พื้น ก่อนที่ชายหนุ่มจะพูดขึ้นพร้อมกับขยับหน้าไปใกล้ร่างของเด็กหนุ่มที่นั่งสูบกล้องยาสูบอยู่


       "ถ้าได้เจอนูระริเฮียงล่ะก็มีข้อความจากปู่ฝากไว้ด้วยว่า อย่าโผล่มาที่บ้านอีกล่ะ! ถึงมาก็ไม่มีข้าวให้กิน!"


       ฟู่—"งั้นเหรอ"ริคุโตะพ่นควันไปที่หน้าของเขาก่อนจะเอ่ยออกไปริวจิปัดควันที่เข้ามาพรางหันหลังกลับแล้วเอ่ยต่อว่า


       "อา..จริงสิ ดูแลดาบเล่มนั้นให้ดีด้วยล่ะ มันเป็นดาบที่ทำยากมากเลยล่ะ"


       กล่าวจบริวจิและมามิรุก็เดินออกไปแต่ก็ถูกปีศาจตัวน้อยขวางเอาไว้ ก่อนที่ตัวของชายหนุ่มจะเรียก "เกียวเก็น" กลับเข้ากระบอกน้ำ พวกปีศาจและ ยูระที่เห็นก็ต่างตกใจขึ้นมา


       ริคุโอะมองไปที่ทั้งสองที่เดินจากไปก่อนจะพึมพำขึ้นมา


       "เจ้าพวกนั้นเป็นใครก้น?"


       "ฟู่—ก็แค่มือโปรด้านการหลอกลวงและก็พี่เขยในอนาคตล่ะมั้ง"ริคุโตะตอบคำถามให้น้องชายขี้สงสัยของตนพร้อมกับลุกขึ้นยืน


       "พี่…"ยูระพึมพำออกมาก่อนที่พวกบรรดาปีศาจจะวิ่งเข้ามาทางเด็กสาว เธอที่เห็นก็ตกใจ


       "อื้อ!"


       "ไง! เธอก็เป็นองเมียวจิด้วยงั้นเหรอ?"


       "ที่เห็นมาเที่ยวบ้านใหญ่เมื่อวันก่อนไง"


       "ใครจะไปคาดติดได้นะ"


       ยูระที่ได้ยินปีศาจทั้งสามตนพูดก็โกรธขึ้นมาก่อนจะตวาดออกไป


       "พูดอยู่ฝ่ายเดียวเลยนะ!"


       กล่าวจบเธอก็วิ่งไปทางอื่นแต่เธอก็ดันเจ็บแผลที่เกิดจากการต่อสู้ขึ้นมาซักก่อน ริคุโอะที่เห็นก็ออกคำสั่งออกไป


       "ซึราระ"

 

       "ค่า!"


       "ช่วยพากลับบ้านแล้วไปทำแผลให้ด้วย"


       "พากลับบ้าน นี่หมายความว่า…"ซึราระเบิกตากว้างด้วยความตกตะลึงพร้อมกับหันไปทางยูระที่ทำหน้าเหว๋อไม่แพ้กัน


       "สึซึโมะ เจ้าก็ไปช่วยด้วย ซึราระดูท่าจะไม่ไหว"ริคุโตะเอ่ยออกไปหญิงสาวนัยย์ตาสีชมพูก็ยิ้มพยักหน้าให้กับเขาก่อนจะหันไปทางเด็กสาวผมสั้นสีดำ


       "เดี๋ยวข้าจะช่วยเองค่ะ!"


       ริคุโตะหันไปทางภูติสามร้อยตนของตัวเองก่อนที่เด็กหนุ่มจะเอ่ยถาม


       "แล้วพวกเจ้าจะทำยังไง? กลับพร้อมกับข้าไหม?"


       "แล้วแต่ท่านเลยเจ้าค่ะ" *300


       ปีศาจสาวสามร้อยตนว่าออกมาพร้อมกันริคุโตะที่ได้ยินก็แขะขี้หูออกทันที เขาลืมไปว่า กลุ่มปีศาจ โทบารินั้น เคร่งครัดในกฎระเบียบมาก และจะซื่อสัตย์ ต่อเจ้านายของตน


       "งั้นพวกเจ้าก็มาพักอยู่กับพวกนูระก่อนแล้วกัน บอกว่า เป็นเด็กของริคุโตะก็ไม่มีใครว่าพวกเจ้าแล้ว"


       "ค่ะ" *300


       "ฮี่ฮี่ โอ๊ย!" ริคุโตะร้องออกมาเมื่อสัมผัสได้ว่าเท้าของตนเองนั้นโดนหนามทิ่มตำ เขามองไปรอบๆก่อนจะถามไปยังสึซึโมะ


       "สึซึโมะเจ้าเห็นใครทำข้าไหม?"


       "ไม่ค่ะ ไม่เห็น"


       "งั้นเหรอ…"


       "ท่านจะกลัวทำไม ในเมื่อมีคนดูแลถึงสามร้อยคน ข้าไปรักษาให้ยูระจังก่อนนะคะ"สึซึโมะเอ่ยด้วยน้ำเสียงแข็งๆพรางเดินไปที่ร่างของยูระ


       ปล่อยให้ริคุโตะยืนงงก่อนจะยักไหล่แล้วพูดขึ้นมา

  

       "พวกเรา กลับบ้าน!"


       บ้านใหญ่กลุ่มนูระ


       "ฮึ่ย! ไม่มีทาง!"


       "อย่าหนีสิเจ้าคะ!"


       สึซึโมะกล่าวขณะที่วิ่งไล่ตามร่างของยูระก่อนที่ซึราระจะดักแล้วจับตัวของเธอ


       "หนีไม่ได้แล้วยัยองเมียวจิ!"


       "เป็นอะไรรึเปล่าคะ?"


       "หยุดนะ!ทำไมฉันต้องให้ปีศาจมาทำแผลให้ด้วย!?"ยูระเอ่ยพร้อมกับดิ้นตัวพยายามออกจากพวกเธอทั้งสอง


       "ก็พวกเราเป็นห่วงเธอนิยูระจัง"


       ยูระหันไปทางสึซึโมะพร้อมกับกล่าวด้วยสีหน้าไม่พอใจบวกงอน


       "หึ เป็นห่วงเหรอ คำพูดนี้ฉันได้ยินเธอพูดตั้งแต่ ตอน ยัตสึฮาระแล้วนะ มาหลอกฉันได้ยังไงกัน!"


       "ไม่ได้หลอกนะคะ"


       สึซึโมะพูดขึ้นมาพรางน้ำตาซึมซึราระที่เห็นก็ตะโกนขึ้นมา"อย่ามาทำสึซึโมะจังร้องไห้นะ ยัยองเมียวจิ ปีศาจ!"


       "พวกเธอตังหากปีศาจ แล้วปีศาจที่ไหนเขามาทำแผลให้มนุษย์กัน!?"


       "หยั่งกับพวกฉันอยากทำนั่นแหละแต่เพราะนายน้อยกับท่านริคุโตะขอมา เลยไม่มีทางเลือกตังหาก!"


       "นายน้อย ท่านริคุโตะ อะไรกัน!? เป็นปีศาจแท้ๆแต่ยังหน้าด้านมาโรงเรียนซะได้!"


       ซึราระที่ได้ยินก็โมโหขึ้นมาก่อนจะเอาก้อนน้ำแข็งยัดใส่ปากคนตรงข้ามพร้อมกล่าวว่า


       "เงียบได้แล้วน่า! เป็นเด็กผู้หญิงประสาอะไร มีแต่แผลเต็มตัวแบบนี้!"


       ยูระที่ได้ยินก็ลุดขึ้นยืนพร้อมเดินออกจากห้องก่อนจะเอาก้อนน้ำแข็งออกแล้วเอ่ยด้วยน้ำเสียงไม่พอใจ


       "มันเกี่ยวอะไรกับหล่อนเล่า! ช่างฉันเถอะน่า!"


       "เดี๋ยวสิ ยูระจัง จะไปไหนน่ะ!?"


       สึซึโมะพูดไปยังร่างของเดฺ็กสาวที่เดินออกไปอย่างรวดเร็ว ยูระวิ่งหนีมาตรงต้นซากุระใหญ่ซึ่งเป็นที่โปรดปรานของริคุโตะ


       "ดื้อด้านจังเลยนะ ยัยพวกนั้น บ้านนี้มีแต่ปีศาจแบบนี้รึไงเนี่ย?"


       "เจ้าบ่นอะไรตัวคนเดียวน่ะ บ้ารึเปล่า?"


       เสียงคุ้นหูดังขึันมาจากบนต้นซากุระเห็นร่างของริคุโตะที่นั่งสูบกล้องยาสูบอยู่ เด็กสาวที่เห็นร่างของเขาก็ปีนต้นไม้ขึ้นมาพร้อมกับแขนที่เปลี่ยนเป็นชิคิงามิปลาคราฟท์


       "ไง มันอันตรายนะ"


       ริคุโตะกล่าวไปทางยูระที่ทำหน้าตาจริงจังก่อนที่เด็กสาวจะเอ่ยออกมา


       "ถ้าเกิดฉันยอมรับไม่ได้ล่ะก็…ฉันจะยิง"


       "......"


       "ตอบมาทีสิ ริคุโตะคุง นายน่ะเป็นมนุษย์หรือว่าปิศาจ?"


       ริคุโตะที่เห็นใบหน้าจริงจังคู่นั้นก็ยกยิ้มขึ้นมาก่อนจะสูบยาแล้วกล่าวออกไป


       "ฟู่—ข้ามีเวลาแปลงเป็นปีศาจแค่ 16 ชั่วโมง เพราะว่าเป็นลูกครึ่ง ส่วนตอนนี้ถามว่าเป็นมนุษย์หรือปีศาจ ก็ขอตอบ ตอนนี้ข้าเป็นปีศาจ"


       "นูระคุงด้วยงั้นเหรอ?"


       "ใช่หมอนั่นแปลงได้เฉพาะตอนกลางคืน"


       "นายตอนเป็นมนุษย์กับตอนเป็นปิศาจเป็นคนเดียวกันงั้นเหรอ?"


       "คิดว่าไงล่ะ ตอนที่ข้าอยู่กับเจ้าตอนเป็นมนุษย์กับตอนที่ข้าอยู่กับเจ้าตอนเป็นปีศาจ ต่างกันใช่มั้ย?"


       ริคุโตะพูดออกไปพร้อมรอยยิ้มแต่ดวงตากับเศร้าเขาไม่เหมือนริคุโอะนี่ไม่ใช่อนิเมะนี่คือความจริง ยังไงมันก็ต้องเปลี่ยนอยู่แล้ว บางทีเธออาจจะไม่ยอมรับเขาก็ได้


       "ไม่หรอก ไม่ต่างกันหรอก ฉันก็คิดมาก่อนว่าทำไมปีศาจถึงคอยช่วยเหลือฉันอยู่บ่อยๆ ริคุโตะคุงยังเป็นริคุโตะคุงคนเดิมที่ฉันรู้จัก ปีศาจน่ะทำเรื่องเลวร้ายถึงเรียกว่าปีศาจ แต่ถ้าเป็นริคุโตะคุงล่ะก็...ฉันก็ยอมรับได้ล่ะนะ ขอบใจที่คอยช่วยเหลือมาตลอดเลยนะ ใจดีจังเลยนะ ริคุโตะคุงเนี่ย"



       ยูระกล่าวพรางหน้าขึ้นสีก่อนที่เธอจะโดนริคุโตะถีบลงบ่อน้ำไป


       "ว๊ากกกก!!!"


       จ๋อม!


       ยูระโผล่ขึ้นมาจากผิวน้ำก่อนจะตวาดไปทางร่างสูงที่อยู่บนต้นซากุระ


       "ทะ...ทำอะไรน่ะ!?"


       ริคุโตะเบือนหน้าไปทางอื่นเป็นสัญญาณว่าเมินเธอแต่ที่เขาเบือนหน้าหนีไม่ใช่เพราะหลบหน้าเธอแต่เขาเขินจนหน้าแดงตังหาก


       'ยูระ...เธอยังคงเป็นผู้หญิงที่อ่อนโยนเสมอเลยนะ'


       "เลวที่สุดเลย! ชั่วร้ายที่สุดเลย!"


       ริคุโตะยิ้มแห้งความคิดกับคำพูดมันดูสวนทางกันสุดๆก่อนที่เด็กหนุ่มจะหันไปทางเธอพร้อมรอยยิ้มแล้วเอ่ยออกไป


       "ยังดูมีแรงอยู่นิคงไม่เป็นไรแล้วมั้ง"


       "หา…?"


       "รีบๆกลับบ้านที่เกียวโตซะ"


       ยูระมองไปที่หน้าจริงจังของอีกฝ่ายที่พูดขึ้นมาก่อนที่เธอจะทำหน้าจริงจังแล้วกล่าวออกมา


       "เมื้อกี้น่ะ นับว่าเป็นเรื่องชั่วร้าย ถ้าฉันกลับมาเมื่อไหร่ ฉันจะต้องเอาคืนแน่!"


       "เห?"ริคุโตะที่ได้ยินก็หรี่ตามองไปทางเธอพร้อมรอยยิ้มสนใจ"จะคอยอย่างตั้งใจก็แล้วกัน"


       เมื่อได้ยินคำพูดของอีกฝ่ายยูระก็ลุกออกจากบ่อน้ำก่อนจะเดินออกไป แต่ก็มีเสียงของริคุโตะรั้งเธอไวัซักก่อน


       "เฮ้"


       "อะไรอีกล่ะ?"


       "ระวังตัวด้วยล่ะ"


       "เอ๋"ยูระหันหน้าไปทางริคุโตะที่ทำหน้าจริงจัง


       "ยัยจิ้งจอกนั่นนะ ร้ายใช่เล่นเลย"


       "เรื่องนั้นฉันรู้หรอกน่า ไม่ต้องให้คนอย่างนายมาบอกหรอก"กล่าวจบเธอก็เดินออกจากบ้านใหญ่กลุ่มนูระไป


       ริคุโตะยกยิ้มที่มุมปากก่อนจะมองไปยังพระจันทร์ที่เต็มดวงพร้อมกับหมู่ดาวและก้อนเมฆบาง เด็กหนุ่มยกกล้องยาสูบขึ้นมาสูบก่อนจะกล่าวออกมา


       ฟู่—

       

"แสงจันทร์หม่นคนหมองเหม่อมองจันทร์

แล้วใจหวั่นเหว่ว้าหวนละห้อย

น้ำค้างพรมลมเงียบงันดาวพลันพลอย

แสงอ้อยสร้อยซึมเศร้าดวงร้าวราน"


       ริคุโอะที่แอบฟังมานานก็ลืมตาขึ้นมาก่อนจะเดินออกไป





       ณ.เกียวโต


       เมืองแห่งการท่องเที่ยวแสงไฟจากตึกช่วยประดับให้เมืองนี้ดูเจริญหูเจริญตายิ่งขึ้น และที่นี่มักจะมีเรื่องเล่ามากมายเกี่ยวกับภูตผีปีศาจที่คอยออกมาหลอกหลอนคนอยู่เป็นประจำผู้คนในอดีตจึงได้คิดเพลงนึงขึ้นมาเพื่อขับไล่ภูติปีศาจออกไปและช่วยให้โชคดีเข้ามายังพื้นที่ เป็นบทเพลงที่เอาชื่อถนนของเมืองเกียวโตมาต่อกัน


มารุ ทาเคะ เอเบสึ นิ อาชิ โออิเค อาเนะซัน รคคาคุ ทาโกะ นิชิคิ ชิายะ บุตทากะ มัสสึมัน โกะโจ

เซ็ตตะ จาระ จาระ อุโอโนะ ทานะ ~ ♪


      หญิงสาวร้องเพลงขณะที่เดินมายังวัดเร็นจิเป็นวัดที่เก่าแก่ขององเมียวจิและที่นั่นก็มีองเมียวจิคอยคุ้มกันอยู่หนึ่งคน เขาที่ได้ยินเสียงเพลงพร้อมเห็นร่างของหญิงสาวผมสีดำยาวนัยย์ตาสึเหลืองทองที่ดูน่าค้นหาแต่ก็น่ากลัวในเวลาเดียวกันในมือของเธอถือหัวกระโหลกที่มีงูอยู่ข้างใน



       "แกน่ะเป็นปีศาจรึ?"ชายที่เป็นองเมียวจิถามไปยังหญิงสาวผู้เดินเข้ามาด้วยความหวั่นเกรง


       "อ๊ะ! เมื้อกี้เจ้าน่ะกลัวข้าสินะ?"


       กล่าวจบก็เกิดการสั่นสะเทือนขึ้นมาองเมียวจิมองไปรอบๆก่อนจะเห็นหัวกระโหลกที่มีงูอยู่ข้างในล้อมรอบตัวของเขา เขาที่เห็นก็ตกใจกับสิ่งที่เห็น


       "เมื่อใดที่แสดงความหวาดกลัวต่อปีศาจออกมานั้นก็คือความพ่ายแพ้ ขอแล้วกันนะ ลูกตานั่น"เอาจบร่างของหญิงสาวหายไป


       "หายไป?"องเมียวจิพึมพำขึ้นมาก่อนที่ดวงตาด้านขวาของเขานั้นจะถูกชิงไป


       "นี่มันอะไรกัน? ดะ...ด้านขวามองไม่เห็นเลย! บัดซบ!"


       "ลูกนัยย์ตาของเจ้าน่ะ...มาอยู่ในโลกฝั่งนี้แล้วไงล่ะ"หญิงสาวในชุดกิโมโนเอ่ยพร้อมกับยกหัวกระโหลกขึ้นมาก่อนที่เขาจะพบว่าลูกตาของเขาจะอยู่ในกระโหลกนั่นแล้ว


       "อย่ามาดูถูกกันนักนะ!เจ้าปีศาจ ชิคิงามิ ง้าวเบ็งเคย์"องเมียวจิพูดเสร็จก็มีหอกเล่มหนามาอยู่ที่มือเมื่อได้อายุมาแล้วเขาก็วิ่งตรงไปยังร่างของหญิงสาว


       แกร็บ!


       เท้าของเขาวิ่งทับกระโหลกที่อยู่บนพื้นจนแตกกระจักกระจายทันใดนั้นก็มีงูผิวกายเขียวจะลอยทะลุเข้าตาขวาก่อนจะออกมาทางตาซ้ายพร้อมกับลูกนัยย์ตาที่ปาก เมื่อโดนชกตาทั้งสองข้าวไปร่างหนาขององเมียวจิก็ล้มลง


       "โลกแห่งกระดูก ยินดีต้อนรับ"หญิงสาวกล่าวพร้อมกับรอยยิ้มก่อนจะมีเสียงเดินเข้ามาจากทางด้านหลัง เธอรีบหันไปทันทีแล้วเอ่ยออกมา


       "เอ๊ะ! ท่านพี่! เชิญค่ะ! นี่เป็นเครื่องในขององเมียวจิอันดับหกไงคะ!"


       "บุตรสาวของเคียวคตสึเอ๋ยเจ้านี่คาดหวังได้มากกว่าบิดาซะอีกนะ ฮะฮะๆ"หญิงสาวในชุดนักเรียนสีดำกับผิวกายขาวซีดผมตรงยาวสีดำเอ่ยชมไปยังหญิงสาวตรงหน้า


      

       วันต่อมา


       ยูระก็ได้เดินทางกลับเกียวโตบ้านเกิดไปเพื่อไปหารือว่าจะเอายังไงกับ ฮะโกโนโมะ กิตสึเนะ ก่อนที่เธอจะได้เข้าร่วมเป็นตัวแทนของ "ผนึกแห่งเคย์โจ" เพื่อออกตามหาร่างเกิดใหม่ของ ฮะโกโรโมะ กิตสึเนะ เพื่อกำจัดในฐานะองเมียวจิแห่งตระกูลเคย์คะอิน


       ร่างของชายสวมยูกาตะสีเขียวนอนอยู่กับพื้นในสภาพนอนจมกองเลือดพร้อมกับร่างของเด็กสาววัย9ปีที่ถือดาบที่อาบด้วยเลือดอยู่


       'พี่สาว...เป็นใครเหรอครับ?'


       เด็กสาวหันมาทางต้นเสียงก่อนจะแสยะยิ้มขึ้นมา


       "อ๊ะ!"ริคุโอะหลุดออกจากภวังตอนนี้เขาพากัปปะออกมาว่ายน้ำเล่นที่ริมแม่น้ำแต่เขาดันนึกถึงเรื่องนั้นขึ้นมา


       'นึกถึงเรื่องเมื่อตอนนั้นอีกแล้ว พี่ชายของคุณเคย์คะอินพูดเอาไว้ว่า พวกมันเริ่มเคลื่อนไหวแล้ว จะว่าไปแล้ว ฮะโกโรโมะ กิตสึเนะ นี่มัน...ริคุโตะรู้เรื่องนี้รึเปล่านะ?'


       "นูระคุง!"


       ขณะที่ริคุโอะกำลังนั่งคิดอยู่นั่นเองเสียงของคิโยสึงุก็ดังขึ้นมาจากทางด้านหลัง เด็กหนุ่มหันไปมองก่อนจะพบกับกลุ่มคิโยจูจิและริคุโตะที่เดินเข้ามา


       "นูระคนพี่บอกว่านายมาอยู่ที่นี่น่ะ"


       "คิโยสึงุคุง?"ริคุโอะเดินไปหาพวกเขาพรางสบตากับริคุโตะ


       "ได้ยินว่า ยูระคุงไปเกียวโตแล้วสินะ"


       "เอ๋ ก็ใช่"ริคุโอะพยักหน้าพร้อมตอบออกไป


       "ให้ตายสิ ปิดเทอมหน้าร้อนทั้งทีแต่ดันกลับเกียวโต ยูระคุงล่ะก็"คิโยสึงุเอ่ยพร้อมกับรอยยิ้มพรางนึกถึงยูระขึ้นมา


       "มันก็เป็นเรื่องในครอบครัวไม่ใช่รึไง"โทริอิว่าออกมา


       "นี่...ก็อยู่พร้อมหน้ากันแล้ว มีอะไรจะคุยเหรอ?คานะเอ่ยขัดขึ้นมาก่อนที่คิโยสึงุจะหันไปทางพวกเธอ


       "ใช่! ยูระคุงอยู่ที่เกียวโต และเกียวโตก็เป็นศูนย์รวมของตำนานปีศาจ และ ปิดเทอมที่ยังเหลืออยู่นี้ ก็ต้องทำวิจัยอิสระใช่มั้ย"


       ทุกคนที่ได้ยินสิ่งที่คิโยสึงุพูดก็ต่างมองหน้างงกันก่อนที่คิโยสึงุจะว่าต่อ


       "เพราะงั้นไปเกียวโตกันเถอะ!"


       "มันก็ไม่ได้ต่างจากทุกทีไม่ใช่รึไง"โทริอิกล่าวเมื่อได้ยินสิ่งที่คนเบื้องหน้าพูด


       "ใช่ แล้วก็เราเพิ่งไปยัตสึฮาระไม่ใช่รึไง?"มากิพูดเสริม


       "เอาอีกแล้วเหรอ คิโยสึงุคุง"อิเอนากะว่าพร้อมถอนหายใจ


       "นี่พวกเธอ! นี่อุส่าปิดเทอมยาวนะ แล้วก็เกียวโตไม่เหมือนยัตสึฮาระซักหน่อย!"คิโยสึงุหันกลังเพื่อกล่าวไปทางพวกเธอทั้งสาม



       ริคุโอะเหลือบมองริคุโตะที่มีใบหน้าที่เฉยชาก่อนที่เด็กหนุ่มจะกระซิบไปทางพี่ชาย


       'ริคุโตะ ผมมีเรื่องอยากจะพูดด้วยน่ะ'ริคุโตะที่ได้ยินก็หันไปทางน้องชายของตนพรางเอ่ยถาม


       'อะไรล่ะ'


       'คือ…'ริคุโอะเหลือบไปทางกลุ่มคิโยจูจิที่คุยกันอย่างสนุกสนานก่อนที่คิโยสึงุจะหันมาทางเขา


       "นูระคนพี่กับนูระคุงก็คิดเหมือนกันใช่มั้ย?"


       สองพี่น้องต่างมองหน้ากันก่อนที่ริคุโอะจะกล่าวออกไป"เอ่อ..คือว่าคงต้องไปปรึกษาปู่ก่อนน่ะ"


       "เอ๊ะ!"


       "งั้นไว้เจอกันนะ!"ริคุโอะว่าพรางจับมือของพี่ชายวิ่งกันออกไปกลุ่มคิโยจูจิที่เห็นท่าทีของริคุโอะที่แปลกไปก็สงสัยขึ้นมา


       "ไหงต้องไปบอกปู่ด้วยล่ะ?"

       "คงเพราะต้องไปหลายวันล่ะมั้ง"


       ริคุโตะมองไปยังน้องชายของตนที่วิ่งออกมาพร้อมจับมือเขามาด้วย เขาหยุดวิ่งตามคนตรงหน้าก่อนที่ริคุโอะจะหันกลับมามองเขา


       "ริคุโตะ"


       "นายมีอะไรอยากจะพูดกับฉันใช่มั้ย? ถึงได้หนีพวกคิโยสึงุออกมาแบบนั้น"


       ริคุโอะได้ยินก็พยักหน้าก่อนจะปล่อยมือของริคุโตะพร้อมด้วยใบหน้าจริงจัง เด็กหนุ่มผมสีดำที่เห็นก็เริ่มสงสัยเรื่องที่ริคุโอะอยากจะถาม


       "พี่จำเรื่องที่สวนยามาบุกิได้มั้ย?"


       ริคุโตะเบิกตากว้างขึ้นมาเมื่อได้ยินคำพูดของอีกฝ่าย ก่อนที่เขาจะเอ่ยออกไปด้วยเสียงเย็นชา


       "นายพูดเรื่องอะไร?"


       "วันนั้นตอนผมเด็กๆผมจำได้ว่ามีเด็กผู้หญิงคนนึงถือดาบ—"


       "—ฉันว่านายคงจะหลอนแล้วล่ะ หัดเล่นยาตอนไหนเนี่ยริคุโอะ ไม่ไหวเลยนะนายเนี่ย"ริคุโตะพูดขัดพร้อมกับตีไหล่ของน้องชายแล้วเดินออกไป


       "ริคุโตะฟังฉันพูดให้จบก่อนเส่!"


       ริคุโตะหลับพร้อมกับยิ้มชื่นมื่นก่อนจะลืมตาขึ้นด้วยแววตาที่เย็นยะเยือก


       'ทำไมเราไม่สังเกตุเห็นเลยนะว่าหมอนี่ เมื่อได้ยินชื่อของนางจิ้งจอกแล้วกลับนึกถึงความทรงจำที่เลวร้ายนั่นขึ้นมา ยังไงมันก็ปิดไม่ได้ให้เจ้าตัวรู้เองน่าจะดีกว่า'


       บ้านใหญ่กลุ่มนูระ เวลา 18:45 น.


       นูระริเฮียงหยิบกล้องยาสูบออกมาจากกล่องก่อนจะกล่าวพร้อมแววตานึกถึงความหลัง


       "เฮ้อ...หาเจอจนได้"


       "ปู่"


       เสียงของหลานรักดังขึ้นมานูระริเฮียงที่ได้ยินก็ตอบกลับไป


       "มีอะไรรึ ริคุโอะ?"


       "ผมว่าจะไปเกียวโตน่ะปู่"


       "......"


       "คุณเคย์คะอินน่ะ...ปู่รู้จักสินะ?"ริคุโอะกล่าวพรางเดินไปหาปู่ของตน"เพราะอย่างนั้น…"


       "คิดจะไปตายรึไง เจ้าน่ะ?"นูระริเฮียงเอ่ยพร้อมหันไปมองริคุโอะด้วยสายตาเย็นชา


       เด็กหนุ่มตกใจเมื่อได้ยินก่อนจะมองหาร่างของชายแก่ที่หายไป"เอ๋? ปู่"


       "ชิ แค่นี้ก็กลัวซักได้"


       "เอ๋?"ริคุโอะหันไปมองตามเสียงก่อนจะพบว่าปู่ของตนนั้นอยู่เพียงแค่เอื้อมมือก่อนที่นูระริเฮียงจะหมุนตัวเตะไปที่ร่างของเขาจนกระเด็นตกบ่อน้ำที่สวนหลังบ้านไป


       ผลั่ก---!


       "เจ้าบ้า แค่ลูกเตะของคนแก่ยังหลบไม่ได้รึไง? แค่จัดการพวกชิโกกุได้คิดว่าเก่งแล้วรึไง? เจ้าในตอนนี้น่ะ แค่เจอลูกกระจ๊อกก็ไม่รอดแล้ว"


       นูระริเฮียงกล่าวเสียงดูถูกไปที่ร่างที่อยู่ในบ่อน้ำก่อนที่ร่างของเด็กหนุ่มผมสีขาวยาวแซมดำนัยย์ตาสีแดงจะโผล่ขึ้นมาจากเหนือน้ำด้วยสภาพเปียกโชกพร้อมจ้องเขม็งไปทางชายแก่เบื้องหน้า


       "กังวลเกินไปรึเปล่า ตาแก่เฮงซวย!"


       "ริคุโอะ ถ้าเจ้ายืนยันจะไปเกียวโตล่ะก็ ชักดาบออกมาเลยสิ"


       ฟู่—


       ณ.หลังคาบ้านกลุ่มนูระ ริคุโตะพ่นควันยาสูบออกมาพรางมองสองตาหลานที่กำลังจะสู้กัน ร่างสูงคลี่ยิ้มขึ้นมาก่อนจะเอ่ย


       "สู่ขั้นถัดไป ริคุโอะ"











:+:+:+:+:+:+:+:+:+:+:+:+:+:+:+:+:+:+:+:+:+:+:+:


จบแล้วนะครับ ช่วงท้ายดูเหมือนริคุโตะคุงจะไม่ค่อยมีบทเท่าไหร่แต่ตอนต่อไปมีแน่ อีกไม่นานก็จะก้าวเข้าสู้หมู่บ้านโทโนะแล้ว





       นิยายที่อยากจะเขียนนะครับ อันนี้เป็นนารูโตะซึ่งมันยากมากเลย เพราะว่าข้อมูลม้นเยอะ ไหนจะกระบวนท่า วิชานินจา คาถา ขีดจำกัดสายเลือด ผมไม่รู้เรื่องพวกนี้เลย แต่เสือกชอบดูนารูโตะ ฮ่าๆ บ้าแล้วตรู อันนี้แค่มาแจ้งนะครับ เขียนนูระให้จบภาค2ก่อนแล้วค่อยเขียนนารูโตะ






ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 311 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

791 ความคิดเห็น

  1. #786 GUOOM (จากตอนที่ 33)
    วันที่ 14 ธันวาคม 2563 / 18:52
    สู้ไปคับ
    #786
    0
  2. #693 Fot800 (จากตอนที่ 33)
    วันที่ 30 พฤษภาคม 2562 / 09:00
    ว้าว รอ ชอบ นารุโตะ
    #693
    0
  3. #692 kacu (จากตอนที่ 33)
    วันที่ 29 พฤษภาคม 2562 / 21:43
    รอนารูโตะเลยค่ะ จบเรื่องนี้เมื่อไหร่จะตามอ่านโตะต่อนะคะไรท์
    #692
    0
  4. #691 Kanthima_28 (จากตอนที่ 33)
    วันที่ 29 พฤษภาคม 2562 / 21:03
    สู้ๆค่ะไรท์ จอบคุณที่อัพค่ะ
    #691
    0
  5. #690 kza007 (จากตอนที่ 33)
    วันที่ 29 พฤษภาคม 2562 / 20:34
    เอานูระให้จบภาค2ก่อนก็ดีนะครับแล้วค่อยเขียนนารูโตะ
    #690
    1
    • #690-1 Belphegor666(จากตอนที่ 33)
      29 พฤษภาคม 2562 / 20:38
      ครับนี่แค่มาแจ้งก่อนไม่ใช่อะไร
      #690-1
  6. #689 kacu (จากตอนที่ 33)
    วันที่ 29 พฤษภาคม 2562 / 09:08
    รออ่านนะคะ
    #689
    0
  7. #688 Fot800 (จากตอนที่ 33)
    วันที่ 28 พฤษภาคม 2562 / 20:16
    ถีบเลย....ความซึนนี้มัน
    #688
    0
  8. #687 Aetep (จากตอนที่ 33)
    วันที่ 28 พฤษภาคม 2562 / 19:36
    เอาอีก
    #687
    0
  9. #686 X-hero (จากตอนที่ 33)
    วันที่ 28 พฤษภาคม 2562 / 11:20
    ค้างคร้าบบบบบบ
    #686
    0
  10. #685 Natsume_Nagi (จากตอนที่ 33)
    วันที่ 27 พฤษภาคม 2562 / 20:31
    30%!!!! //กรีดร้องแบบไม่มีเสียง

    ไรท์มาทำให้อยากและจากไป~~
    #685
    0
  11. #684 NeLorsuzjP (จากตอนที่ 33)
    วันที่ 27 พฤษภาคม 2562 / 10:35
    สนุกโฮ๊กกกกกกก
    #684
    0
  12. #683 kacu (จากตอนที่ 33)
    วันที่ 27 พฤษภาคม 2562 / 02:15
    ค้างงงง
    #683
    0
  13. #682 NewMyLove (จากตอนที่ 33)
    วันที่ 26 พฤษภาคม 2562 / 22:33
    อ้ากกกกกก เสียนโว้ยยยยยยสยย
    #682
    0
  14. #681 Fot800 (จากตอนที่ 33)
    วันที่ 26 พฤษภาคม 2562 / 22:02
    เปิดตัวแบบจริงๆจังๆ
    #681
    0
  15. #679 Creator Happy Invulnerable (จากตอนที่ 33)
    วันที่ 26 พฤษภาคม 2562 / 21:43
    เอาแล้ว~ มากันแล้ว~ มากันครบเลยด้วย ริคุโตะจะทำยังไงต่อไปเน้อ ก่อนหน้านั้นยัยองเมียวจิรู้ตัวเองหรือยัง
    #679
    0
  16. #678 graneliers (จากตอนที่ 33)
    วันที่ 26 พฤษภาคม 2562 / 21:11

    คู่หมั้น เขียนแบบนี้ สู้ๆนะ~
    #678
    1
  17. #677 0954040472 (จากตอนที่ 33)
    วันที่ 26 พฤษภาคม 2562 / 20:58

    ค้างมาก
    #677
    0