☾ Nurarihyon no mago ☽ : ทะลุมิติไปเป็นจ้าวแห่งภูติพราย

ตอนที่ 30 : ตอนที่ 26 เปลวไฟสีฟ้า และ เปลวไฟสีแดง [ 100% ]

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 2,824
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 298 ครั้ง
    15 พ.ค. 62







ตอนที่ 26 เปลวไฟสีฟ้า และ เปลวไฟสีแดง



 ณ.ศาลเจ้าร้างในเมืองยัตสึฮาระ


 “อั๊ก...อ๊ากกกก…!!!”นัตสึเมะที่รอดมาจากการต่อสู้ก็ร้องทรมานอย่างทุรนทุรายเหมือนร่างกายที่โดนเปลวไฟเผาทั้งเป็น


 ก่อนที่ร่างของกายของเด็กหนุ่มจะกลับมาเป็นมนุษย์เหมือนเดิมนัตสึเมะหอบแฮกตัวลงไปนอนกับพื้นไม้ที่ผุพังของศาลเจ้าร้างที่ไม่ใครมากราบไหว้บูชา ก่อนจะมีเสียงนึงดังขึ้น


 “เจ้าเป็นอะไรมากมั้ย?”


 นัตสึเมะหันไปตามเสียงก่อนจะพบกับหญิงแก่คนนึง เขาที่เห็นก็ร้องตกใจขึ้นมาเมื่อคิดว่าบุคคลตรงหน้าเป็นภูติผี


 “เหวอ!!! อย่าเข้ามานะ!!”


 “......”


 ‘นี่มันเกิดอะไรขี้นกัน...ทำไมเราถึงได้เป็นแบบนั้น ทำไมเราถึงทำร้ายริคุโตะคุงด้วย ทำไมเราถึงใช้บันทึกแบบนั้นกัน!!...นี่เราไม่ใช่มนุษย์งั้นเหรอ?’นัตสึเมะคิดกับตัวเองในใจก่อนจะมีน้ำตาไหลออกมาในรอบปีของเด็กหนุ่ม เขาคิดจะไม่ร้องไห้อีกแล้ว แต่มันก็ไหลออกมาไม่หยุด เขาไม่สามารถควบคุมตัวเองไม่ให้ร้องไห้ไม่ได้จริงๆ


 “ดื่มนี่ก่อนสิจ๊ะ”หญิงแก่กล่าวพร้อมยื่นน้ำชาให้กับตัวเขา นัตสึเมะมองดูบุคคลตรงหน้าด้วยความสงสัยปนระแวง


 “นี่...คุณเป็นเทพเจ้าของศาลเจ้านี้เหรอ…?”นัตสึเมะถามออกไปก่อนที่หญิงชราตรงหน้าจะยิ้มอย่างอ่อนโยน


 “ใช่จ้ะ เชิญดื่มสิจ๊ะ เดี๋ยวมันจะหายร้อนนะ”


 หญิงชราตรงหน้ายิ้มอย่างอ่อนโยนนั่นทำให้นัตสึเมะวางใจก่อนจะดื่มชาที่เธอนำมาให้ หญิงชรายิ้มก่อนจะลุกขึ้นยืน


 “เมื่อก่อนฉันเคยเป็นเทพที่ให้โชคลาภต่อผู้คนแต่เมื่อกาลเวลาผ่านไปสิ่งใหม่ก็เข้ามาแทนนั่นทำให้ผู้คนเริ่มหมดศรัทธาในตัวของฉัน...จนพวกเขาเริ่มจะลืมเรือนฉันไป...ฉันหิวโหยเหลือเกิน...ฉันต้องการพลังไม่ว่าทางไหนก็ตาม…”


 นัตสึเมะดวงตาเบิกกว้างก่อนจะเขวี้ยงถ้วยน้ำชาทิ้งแล้วอ้วกออกมาก่อนที่เขาจะรู้สึกเหมือนร่างกายของเขาจะเย็นเฉียบขยับเนื้อตัวไม่ได้


 “ทำอะไรของแกน่ะ...ปล่อยนะ!!”นัตสึเมะตวาดไปทางหญิงชราก่อนที่เธอจะหันมาทางเขาเด็กหนุ่มที่เห็นใบหน้าของหญิงชราที่มีแต่หนอนนองเต็มหน้าก็ตกตะลึงขึ้นมา


 “ข้าหิวเหลือเกิน...ขอให้ข้าได้ลิ้มรสหน่อยเถอะ!!”หญิงชรากล่าวพร้อมกระโจนมาทางเขา


 นัตสึเมะที่เห็นก็เบิกตากว้างไม่อาจทำอะไรได้เพราะร่างกายไม่ยอมขยับ’ใครก็ได้...ได้โปรดช่วยฉันด้วย!’


 ‘ทำไมเจ้าถึงต้องให้คนอื่นช่วยด้วย? น่าสมเพชเป็นบ้า!’เสียงนึงดังขึ้นมาซึ่งมันเป็นเสียงของเขาเอง


 นัตสึเมะที่ได้ยินก็ตกใจขึ้นมา’นี่นายทำไมถึง?’


 ‘จงช่วยตัวเองซะ เจ้าคนน่าสมเพช’


 “เนื้อสดๆ ฮา!!!” หญิงชราที่พุ่งมาทางนัตสึเมะก่อนจะมีเปลวไฟสีฟ้าเกิดขึ้นมารอบตัวของเด็กหนุ่ม หญิงแก่ที่โดนเปลวไฟแผดเผาก็ร้อนทุรนทุราย


 นัตสึเมะพยุงตัวเองขึันมาก่อนจะมองไปที่หญิงชราตรงหน้าด้วยแววตาเย็นชา ก่อนที่เปลวไฟสีฟ้าจะหายไป เด็กหนุ่มก็เตะไปที่ร่างของหญิงแก่ตรงหน้าทันที


 “อั๊ก!! แรงเยอะชมัด แกเป็นมนุษย์แน่เหรอ!?”หญิงชรากล่าวก่อนจะโดนเท้าของนัตสึเมะเตะไปที่ปลายคาง


 “ผมเป็นมนุษย์!!”


 หญิงแก่ที่โดนเข้าไปถึงกับสมองเบลอกันเลย ก่อนที่เธอจะพยุงตัวเองขึ้นแล้วรีบวิ่งหนีออกไปจากศาลเจ้า


 “ข้าจะไม่กินเจ้าแล้วขอโทษ!!”


 หลังจากที่หญิงชราหายไปนัตสึเมะก็เข่าทรุดทันทีก่อนจะกุมขมับขี้นมา


 “นี่เรา...เป็นภูติจริงๆงั้นเหรอ?”


 …


 ริคุโตะวิ่งออกมาจากในถ้ำพร้อมกับร่างของแมวอ้วนที่นั่งบนไหล่ของเขา


 “เป็นแค่ลูกครึ่งแท้ๆกล้าดียังไงมาตีหัวข้าที่กำลังหลับฝันดีกันห๊ะ!!”มาดาระโวยวายไปทางเด็กหนุ่มทันที


 “สถานการณ์แบบนึ้ นายยังนอนได้อีกเหรอ ไอแมวผีเอ้ย!”ริคุโตะตวาดใส่สัตว์ขนปุย


 ก่อนที่เด็กหนุ่มจะสัมผัสได้ถึงกลิ่นอายมนุษย์จากทางด้านหน้าของป่า’กลิ่นไอมนุษย์แถมเยอะมากเสียด้วย สงสัยเราต้องอ้อมแล้วล่ะ ถ้าไม่อยากโดนใครพบ’


ทางด้านของกลุ่มนักสืบคิโยจูจิ


 “นี่พวกเรามาทางนี้จะดีเหรอ?”ริคุโอะกล่าวถามไปทางคิโยสึงุที่เดินนำหน้า


 “ดีสิ ถ้าไปตรงๆพวกนักข่าวก็เยอะมากด้วย ทางอ้อมเนี่ยล่ะดีที่สุดแล้ว ว่าแต่ยูระคุงสัมผัสได้ถึงอะไรไหม?”คิโยสึงุกล่าวพร้อมกับถามไปที่ยูระ


 “อืม กลิ่นไอของภูติเริ่มจางลงแล้ว แต่ก็ยังมีหลงเหลืออยู่ ทุกคนระวังตัวด้วยนะ”เด็กสาวเอ่ยออกมาด้วยสีหน้าจริงจัง คนในกลุ่มที่ได้ยินก็หน้าถอดสีขึ้นมา


 “งั้นพวกเรากลับกันเถอะ”มากิพูดขึ้นโทริอิที่เป็นเพื่อนสาวก็หยักหน้าเห็นด้วยเป็นที่สุดก่อนที่คิโยสึงุจะตะโกนขึ้นมาสุดเสียง


 “เอาล่ะ พวกเราไปสำรวจกันเถอะ ระวังตัวด้วย!!”


 ทุกคนในกลุ่มยิ้มเจื่อนทันทีเมื่อได้ยินคำพูดของเขาก่อนที่ริคุโอะจะมีสีหน้าจริงจัง


 ‘กลิ่นภูติเริ่มจางลงไปจริงๆนั่นแหละ แต่ทำไมเราถึงได้กลิ่นของริคุโตะด้วยล่ะ หรือว่าเมื่อคืนเขาออกมาทำอะไรที่นี่งั้นเหรอ ไม่สิ นี่เป็นเขตนอกกลุ่มของนูระ ถึงริคุโตะจะมีนิสัยรักอิสระก็เถอะแต่เขาคงไม่สร้างเรื่องให้กลุ่มของเราหรอก’ริคุโอะกล่าวในใจก่อนที่เด็กสาวผมสีฟ้าอ่อนจะมาเดินข้างๆเขา


 “นายน้อยคะ ข้าว่าสึซึโมะมีท่าทีแปลกๆ”ซึราระกระซิบไปทางเด็กหนุ่มผมสีน้ำตาล


 “อืมตั้งแต่เมื่อกี้แล้ว เธอลุกลี้ลุกลนตลอดเวลาเหมือนกำลังกังวลเรื่องอะไรอยู่”


 “หรือว่าเรื่องนี้จะเกี่ยวกับท่านริคุโตะ งั้นเหรอคะ?”


 “ฉันเองก็ไม่แน่ใจ เมื่อเราเจอเขา เราจะถามเขาตรงๆ ก็เราเป็นพี่น้องกันนิ”ริคุโอะเอ่ยออกไปก่อนจะยิ้มอ่อนขึ้นมาไม่ว่าจะสถานการณ์ไหน ริคุโตะก็คอยช่วยเขาตลอด ถึงเวลาที่เขาจะต้องช่วยพี่ชายจอมซนบ้าง


 ‘เอาไงดี? ทำไงดี? นายท่านจะเป็นอะไรรึเปล่า? เราควรจะบอกเรื่องนี้กับซึราระจังกับท่านริคุโอะดีไหม แต่นายท่านก็กำชับว่าห้ามบอกด้วย ทำไงดีอาฮือ~...นายท่าน ท่านอยู่ที่ไหนกัน ข้าเป็นห่วงท่านเหลือเกิน’สึซึโมะกล่าวในใจด้วยท่าทีกระวนกระวายใจจนยูระที่เดินใกล้ๆเธอจึงสกิดถาม


 “คุณโทบาริ เป็นอะไรน่ะ ตั้งแต่ก่อนจะออกจากโรงแรมก็เป็นแบบนี้ตลอดเลย?”เด็กสาวผมสีดำสั้นถามไปทางเธอด้วยความเป็นห่วง


 “ปะ เปล่าหรอกจ๊ะ...คือฉันขอถามอะไรเธอหน่อยได้ไหม ยูระจัง?”สึซึโมะเอ่ยออกไปยูระที่ได้ยินก็หมวดคิ้วเข้าหากัน


 “มีอะไรเหรอ?”


 “ถ้า ริคุโตะคุง หายตัวไปเธอจะทนได้ไหม?”


 สึซึโมะถามขึ้นมาเด็กสาวที่ได้ยินก็หยุดเดินก่อนจะหันไปทางเธอ


 “ฉัน...ถ้าริคุโตะคุงบอกให้รอ ฉันก็จะรอ ฉันจะไม่บังคับจิตใจของเขาหรอก แต่ถ้าเขาหายไปโดยไม่บอกลา...ฉันจะตามหาหมอนั่นแล้วจัดการจนเขาไม่กล้าหนีไปไหนเลย!”ยูระกล่าวด้วยน้ำเสียงที่เป็นห่วงก่อนจะเปลี่ยนเป็นเย็นชาจนสึซึโมะแทบจะตั้งตัวไม่ทัน


 ‘หวา ยูระจัง น่ากลัว~’


 “จะว่าไปแล้วเธอล่ะ ถ้าเขาหายไปเธอจะทำไง?”ยูระถามกลับไปทางเด็กสาวผมสีน้ำตาลนัยย์ตาสีชมพู


 “ฉันจะรอค่ะ รอจนกว่าเขาจะกลับมา...ถ้าเขากลับมา”สึซึโมะเบิกตากว้างก่อนที่ยูระจะหันไปทางหน้าขบวนก่อนจะเห็นร่างของริคุโตะที่วิ่งออกมาจากป่าอีกฝากนนึงเนื้อตัวของเขามอมแมมพร้อมกับร่างของแมวอ้วนที่นั่งอยู่บนไหล่


 “ริคุโตะคุง? นายหาย—”ยูระเบิกตากว้างทุกคนในกลุ่มเช่นกันเมื่อเห็นสึซึโมะวิ่งเข้าไปโอบกอดร่างของเด็กหนุ่มตรงหน้า


 “นายท่านหายไปไหนมาคะ ข้า…”สึซึโมะกล่าวออกมาด้วยเสียงที่แผ่วเบาเพื่อไม่ให้คนในกลุ่มได้ยิน ริคุโตะถอนหายใจก่อนจะลูบหัวของเด็กสาวอย่างอ่อนโยนด้วยสายตาเอ็นดู


 “ข้าขอโทษนะ ที่หายไปนานเลย”ริคุโตะเอ่ยออกไปก่อนจะถอดกอดของสึซึโมะแล้วหันไปทางเด็กสาวผมสีดำสั้นที่ส่งยิ้มมาทางเขา


 “ริคุโตะ-”


 “-โอ! นูระคนพี่นี่นายแอบไปสำรวจพื้นที่คนเดียวโดยไม่รอพวกเรางั้นเหรอ ฉันในฐานะหัวหน้าของกลุ่มนักสืบคิโยจูจิภูมิใจในตัวนายจริงๆ”


 ริคุโอะที่กำลังพูดไปทางพี่ชายของตนก็โดนคิโยสึงุขัดขึ้นมา ริคุโตะยิ้มไปทางพวกเขาก่อนจะตอบกลับ


 “ใช่ เมื่อคืนฉันวิ่งออกกำลังกายน่ะแล้วพอดีเจอแมวจรจัดข้างทางที่กำลังไปหาปลากินในป่า พอฉันเข้าไป ฉันก็เห็นจ้าวแห่งภูติพรายต่อสู้กับอสูรกายยักษ์ ฉันตกใจมากจนสลบไปตื่นมาอีกทีก็ตอนเช้าเลย”ริคุโตะแถขึ้นมาซึ่งคนในกลุ่มก็เชื่อหมดยกเว้น  ริคุโอะและซึราระ


 พวกเขาสองคนต่างมองไปที่ริคุโตะด้วยสายตาที่สงสัยหนักกว่าเดิม


 ‘แถก็ให้มันเนียนๆหน่อนสิ ดีนะที่คิโยสึงุคุงชอบภูติผีมากขนาดนััน’ริคุโอะเอ่ยในใจ


 “จริงเหรอ!? สงสัยฉันได้สกุ๊ปเด็ดแล้วล่ะ”คิโยสึงุกล่าวตะโกนขึ้นมา


 “จริงเหรอ ฉันว่ามันดูไม่น่าเชื่อเท่าไหร่เลย”มากิพูดขึัน


 “จริงด้วย”โทริอิพูดเสริม


 ก่อนที่ยูระจะเดินไปทางริคุโตะแล้วจับมือของเขาที่มอมแมมเต็มไปด้วยรอยดิน


 “นายไม่ได้โดนเขาทำร้ายใช่มั้ย?”


 “คะ ใครเหรอ?”


 “ก็จ้าวแห่งภูติพรายไง เขาไม่ได้ทำอะไรนายใช่มั้ย?”เธอถามซ้ำขึ้นมาอีกทีด้วยความเป็นห่วง


 “ฉันไม่ได้โดนเขาทำร้ายหรอก ถ้าทำจริงฉันคงสวนด้วยกำปั้นของฉันไปแล้วล่ะ ฮ่าฮ่าๆ”ริคุโตะพูดกลบเกลื่อนเพื่อให้เด็กสาวตรงหน้าเลิกกังวล


 ซึราระมองไปที่ริคุโตะด้วยแววตาเป็นกังวลกลัวว่าถ้ายูระรู้เรื่องที่เขาเป็นปีศาจยูระคงจะเสียใจน่าดูก่อนที่เธอจะเหลือบตามองไปที่แมวอ้วนที่นั่งนิ่งมาตั้งแต่เมื้อกี้แล้ว


 ‘แมวตัวนี้เป็นภูติสินะ เมื่อวานเราก็ไม่ได้ถามยัยองเมียวจิกับสึซึโมะจังด้วยว่า ทำไมถึงพากลับมาด้วย สงสัยเราต้องเค้นข้อมูลจากมันแล้วล่ะ’ซึราระเอ่ยในใจก่อนจะเดินตรงไปทางสัตว์ขนปุยตรงหน้าแต่ก็ต้องชงักทันทีเมื่อสองสาว มากิและโทริอิไปทาง แมวอ้วนซักก่อน


 “น่ารักจังเลย ขนนิ่มมากอะ!”โทริอิกล่าวขึ้นมาหลังจากได้กอดมาดาระโดยปกติเธอก็เป็นคนชอบแมวอยู่แล้วด้วย


 “น่ารักจัง อยากพากลับไปด้วยจัง!”มากิเอ่ยพร้อมกับลูบขนของมาดาระ


 “เหมี้ยว~”สัตว์ขนปุยร้องออกมาด้วยเสียงที่น่ารักก่อนที่มากิจะพูดขึ้นมา


 “คานะ ยูระจัง คุณโออิคาวะ คุณโทบาริ ลองมาดูมันสิ มันน่ารักมากเลย”


 สาวๆที่ได้ยินก็มุงไปทางมาดาระทันทีหลังจากที่ยูระเดินออกไป ริคุโอะก็เดินมาเด็กหนุ่มผมสีดำ ริคุโตะที่เห็นเขา ก็ถอนหายใจออกมา


 “มีอะไรจะพูดกับฉันเหรอ?”


 “พี่ เล่ามาเลยนะ ว่าเกิดอะไรขี้น”




 หลังจากนั้นกลุ่มนักสืบคิโยจูจิก็ตัดสินใจที่จะกลับโรงแรมกัน ริคุโอะกับริคุโตะและซึราระกับสึซึโมะ ตอนนี้พวกเขาอยู่กันบนชั้นด่างฟ้าของโรงแรม เด็กหนุ่มผมสีดำมองท้องฟ้าที่เริ่มจะมืดครึ้ม ก่อนที่น้องชายของเขาจะเริ่มกล่าวขึันมา


 “ริคุโตะ ผมรู้นะว่านายน่ะอยู่ในเหตุการณ์เมื่อคืนอย่างน้อยก็เล่าให้ผมฟังได้ไหมว่าเกิดอะไรขึ้น?”


 ริคุโอะถามมาทางพี่ชายของตนก่อนที่ริคุโตะจะหยิบบุหรี่ขึ้นมาแต่ก็โดนสึซึโมะที่เดินเข้ามาหยิบบุหรี่ออกไปจากมือเขาก่อนจะโยนทิ้ง


 “อย่าสูบสิคะ”


 ริคุโตะเลิกคิ้วขึ้นมาก่อนจะยิ้มที่มุมปากแล้วหันไปทางริคุโอะและซึราระ


 “ฉันมาเพื่อพิสูจน์อะไรบางอย่างที่เมืองแห่งนี้”


 “พิสูจน์…?”


 “เมื่อเดือนก่อนฉันบังเอิญไปเจอรูปของคุณแม่ตอนเด็กกับผู้หญิงคนนึง เธอมีชื่อ ว่า นัตสึเมะ เรย์โกะ”


 ริคุโอะที่ได้ยินก็ขมวดคิ้วเข้าหากัน” นัตสึเมะ เรย์โกะ เธอเป็นใครกัน?”


 ริคุโตะยิ้มขึันมาก่อนจะตอบออกไป”เป็นมนุษย์ที่มีพลังวิญญาณเทียบเท่าภูติผี หรือจะบอกว่า เธอเป็นเหมือนกับพวกเราก็ได้”


 หลังจากที่ริคุโตะอธิบายจบริคุโอะก็ตกตะลึงขึ้นมารวมถึงสองสาวที่อยู่ด้วย


 “งั้นแสดงว่า เธอคือ ลูกที่เกิดจากมนุษย์แล้วก็ปีศาจงั้นเหรอคะ?”ซึราระถามขึ้นมา


 “ตอนแรกฉันก็ไม่แน่ใจ จนฉันได้พบกับ นัตสึเมะ ทาคาชิ หลานชายของ เธอ ผู้ครอบครองบันทึกสหายแห่งเพื่อนคนปัจจุบัน”


 ริคุโอะและซึราระที่ได้ยินก็ขมวดคิ้วเข้าหากันยิ่งกว่าเดิม ก่อนที่สึซึโมะจะกล่าวขี้นมา


 “ค่ะ เรื่องนี้ฉันก็เคยได้ยินมาจาก ยูระจัง เหมือนกัน นัตสึเมะ เรย์โกะ หญิงสาวที่มีเพื่อนเป็นภูติผี เธอเป็นคนทำให้ องเมียวจิต้องปวดหัวกันเลยทีเดียวเพราะบันทึกสหาย แต่พวกเขาไม่ทราบว่า เธอเป็นลูกที่เกิดจากปีศาจและมนุษย์ แต่ทำไมท่าน?”เด็กสาวเอียงคอสงสัย


 “นั่นก็เพราะว่า ฉันเจอกับนัตสึเมะที่แปลงเป็นปีศาจเพราะฝีมือของไทกะโทริเฮบิน่ะสิ”


 “เดี๋ยวก่อน!!”ริคุโอะตะโกนขี้นมา ริคุโตะและสึซึโมะหันไปทางเด็กหนุ่มผมสีน้ำตาลเจ้าของแว่นตาทรงกลม


 “พวกนายพูดเรื่องอะไรกัน ค่อยๆอธิบายสิ ก่อนอื่นเลย นัตสึเมะ ทาคาชิ เป็นใคร แล้วบันทึกสหายคืออะไร?”


 ‘สงสัยจะยาว’ริคุโตะคิดในใจก่อนจะนั่งลงก่อนจะกล่าวขึ้นมา”งั้นฉันจะเล่าล่ะนะ”


 หลังจากนั้นริคุโตะก็เล่าว่า นัตสึเมะ ทาคาชิ เป็นหลานชายของ นัตสึเมะ เรย์โกะ ผู้ที่มีสายเลือดปีศาจ หนึ่งในสี่ ก่อนจะเล่าเรื่องของ พลังของ บันทึกสหายต่อ ทั้งสามที่ได้ยินก็ตกตะลึงในพลังของมัน


 “งั้นแค่มีชื่ออยู่ในบันทึกเล่มนั้น ผู้ที่เป็นเจ้าของสามารถสั่งให้ทำอะไรก็ได้งั้นเหรอ”ริคุโอะเอ่ยพร้อมกับกุมขมับขึ้นมาเพราะมันน่าเหลือเชื่อเกินไป


 “แล้วตอนนี้บันทึกที่ว่านั่นอยู่ไหนเหรอคะ?”สึซึโมะถามขึันมา


 ริคุโตะที่ได้ยินก็ส่ายหัวทันทีก่อนจะตอบออกไป


 “ตอนนี้ มันอยู่ข้างในตัวของ นัตสึเมะแล้ว”


 ทั้งสามที่ได้ยินก็ขมวดคิ้วก่อนจะทวนคำตอบ


 “อะไรนะ?” * 3


 “ทำไมถึงไปอยู่ในตัวของเขาได้งั้นเหรอคะ?”ซึราระถามออกไปด้วยความสงสัย


 “เรื่องนี้ฉันก็ไม่แน่ใจ...ทำไมไม่ลองถามเขาดูล่ะ?”


 “เขาเหรอ?”ซึราระกับริคุโอะขมวดคิ้วก่อนที่เสียงของมาดาระจะดังขึ้นมาจากทางด้านหลังของพวกเขา


 “ริคุโตะ ภูติตนนี้คือ…?”ริคุโอะถามไปทางพี่ชายของตนหลังจากได้เห็นสัตว์ขนปุยที่โผล่ออกมา


 “อาจารย์และผู้พิทักษ์ของ นัตสึเมะ ทาคาชิ ภูติชั้นสูง มาดาระ”ริคุโตะเอ่ยแนะนำตัวให้กับทั้งสองฟัง


 “ภูติชั้นสูง? แมวอ้วนเนี่ยเหรอ?”ซึราระพูดขึ้นมาด้วยความสงสัยดูยังไงสัตว์ขนปุยตรงหน้าของเธอก็ดูไม่แข็งแกร่งซักเท่าไหร่เลย


 แต่พวกเขาก็ต้องเบิกตากว้างเมื่อแมวตรงหน้าแปลงร่างเป็นจิ้งจอกยักษ์สีขาวที่ดูน่าเกรงขาม ก่อนที่มาดาระจะกล่าวขึ้นมา


 “ภายในตอนแรก อสูรกายที่มีชื่อว่า ไทกะโทริเฮบิ ต้องการครอบครองบันทึกสหายจากนัตสึเมะ โดยการรวมเป็นหนึ่งกับบันทึก แต่ มันก็ได้ทำสิ่งที่ไม่ควรทำ คือการกินนัตสึเมะลงไป ถ้าให้ข้าคิดว่า นัตสึเมะตอนอยู่ในท้องของมัน คงจะกินดวงวิญญาณของบันทึกไป  ทำให้ร่างกายของเขาเชื่อมต่อกับบันทึกสหาย นั่นอาจเป็นเหตุผลที่ นัตสึเมะมีพลังของ บันทึกสหายก็ได้”


 มาดาระอธิบายออกมาทั้งสามที่ได้ยินก็เลิกคิ้วขึ้นทันทีก่อนที่ริคุโอะจะเอ่ยออกมาด้วยใบหน้าจริงจัง


 “ถ้าเป็นแบบนั้นจริง เขาก็เป็นตัวอันตรายสินะ”


 “เราควรจะบอกเรื่องนี่ให้กับบ้านใหญ่ดีไหมคะ?”ซึราระถามขึ้นมาด้วยน้ำเสียงกังวล


 “อย่าเด็ดขาด เรื่องนี้คือ เรื่องระหว่าง ฉันกับนัตสึเมะ คนของบ้านใหญ่ไม่เกี่ยว ที่ฉันยอมบอกพวกนาย เพิ่อที่พวกนายจะไม่เป็นปัญหาตามมา”ริคุโตะพูดออกมาด้วยน้ำเสียงเคร่งครัดก่อนที่ริคุโอะจะพูดขึ้นต่อ


 “งั้นสิ่งที่นายจะทำต่อไปนี่คือ...เอาจริงเหรอ?”


 ริคุโตะผยักหน้าก่อนจะตอบ”ใช่ ฉันอยากช่วยนัตสึเมะ เขายังไม่รู้การควบคุมพลังภูติของตัวเอง ถ้าไม่ระวังเขาอาจทำร้ายคนรอบตัวของเขาก็ได้”


 ซึราระเหลือบตามองไปทางริคุโอะที่ก้มหน้าเคร่งเครียดเมื่อได้ยินคำพูดของพี่ชายของตัวเอง ไม่ว่าเขาจะทำยังไง เธอก็ทำตามคำสั่งของเขาอยู่ดี


 “เฮ้อ...เจ้าพี่ชายจอมก่อเรื่องเอ้ย ครั้งนี้ผมจะยอม ไม่บอกเรื่องนี้กับทางบ้านใหญ่ก็แล้วกัน...”


 ริคุโตะที่ได้ยินก็ฉีกยิ้มกว้างทันทีก่อนที่ริคุโอะจะพูดต่อ


 “แต่ว่า ต้องให้ผมช่วยด้วย ดูจากสถานการณ์แล้ว พี่ไม่น่าที่จะทำเรื่องนี้คนเดียวได้”ริคุโอะกล่าวจบก็ยิ้มไปทางเด็กหนุ่มตรงหน้าทันที


 “ข้าด้วยค่ะ”ซึราระเอ่ยขึ้นมาก่อนที่สึซึโมะจะพูดเสริม


 “ข้าด้วยอีกคนค่ะ ตอนที่นายท่านไม่อยู่ รู้ไหมว่าข้าเป็นห่วงท่านเหลือเกิน ที่หลังอย่าทำอีกนะคะ เพราะข้าคือ คนคุ้มกันของท่าน”


 ริคุโตะที่ได้ยินที่ทั้งสามพูดก็เลิกคิ้วก่อนจะเกาแก้มของตัวเองด้วยใบหน้าเขินอายเล็กน้อย เขาไม่คิดเลยว่า การมีครอบครัวที่อบอุ่นมันจะดีแบบนี้


 “ให้ตายสิ ช่วยไม่ได้นะ อยากช่วยก็ช่วยสิ”ริคุโตะพูดด้วยเสียงที่เรียบเฉยพร้อมเบือนหน้าไปทางอื่น ทั้งสามที่ได้ยินก็ยิ้มดีใจขี้นมา


 มาดาระมองภาพพวกเขาทั้งสี่คนก่อนจะนึกถึงนัตสึเมะขึ้นมา’ถ้าพวกเราช่วยเหลือกันมากกว่านี้ก็ดีสินะ นัตสึเมะข้าสัญญาว่าจะช่วยเจ้าให้ได้’


 “แต่ก่อนอื่น ข้าขอถามคนที่มีอายุมากที่สุดในนี้ก็แล้วกัน”ริคุโตะกล่าวขีันมาทุกคนที่ได้ยินก็หันไปมองทางเด็กหนุ่มด้วยสายตาเดียวกันก่อนที่เขาจะพูดต่อ”มาดาระ ไม่สิ อาจารย์เนียนโกะ ช่วยบอกวิธีฝึกเปลวไฟบริสุทธิ์ใหัหน่อย เอาแบบรวดเร็วที่สุดนะ”



 ซ่า...ซ่า…


 นัตสึเมะมองดูฝนที่ตกลงมาเหมือนกับสภาพจิตใตของเขาที่ย่ำแย่ลง สิ่งที่เขากำลังคิดอยู่ตอนนี้คือ ภาพของ โทโกะ กับ โยชิมูระ คนที่เลี้ยงดูเขามาจนถึงตอนนี้


 “เราจะทำยังไงดีนะ...เราจะทำยังไงดี หิวจัง...อยากกินข้าวฝีมือของคุณโทโกะเป็นครั้งสุดท้ายจัง อาเมื่อวานก็ไม่ได้กลับไปด้วย เธอกับคุณโยชิมูระจะเป็นห่วงเราไหมนะ...เราจะขอโทษพวกเขายังไงดี อา...คิดอะไรไม่ออกเลย”นัตสึเมะคร่ำครวญออกมาก่อนที่เปลือกตาของเขาจะปิดลง


เวลา. 23:54 น.


 เด็กหนุ่มลืมตาขึ้นมาก่อนจะเบิกตากว้างเมื่อเห็นกลุ่มปีศาจที่มองดูเขาอยู่ นัตสึเมะตะโกนดังลั่น


 “เหวอ!!! อย่าเข้ามานะ!!!”ก่อนที่ตัวของเขาจะวิ่งหนีออกจากศาลเจ้าไปก่อนจะพบว่าท้องฟ้าข้างนอกมืดค่ำแล้ว


 “อะไรกันมืดแล้วเหรอเนี่ย…”นัตสึเมะเอ่ยออกมาก่อนจะนึกถึงครอบครัวของเขา ก่อนที่เด็กหนุ่มจะตัดสินใจเดินทางไปยังบ้านของตัวเอง


 เด็กหนุ่มเดินอยู่นานจนสุดท้ายเขาก็มาถึงบ้านของตัวเอง เขาแอบมองดูตรงผ่านรูกำแพงก่อนจะเห็นสองสามีภรรยากำลังนั่งกินข้าวกันด้วยใบหน้าที่เรียบเฉย


 “คุณโยชิมูระ คุณโทโกะ ผม...ไม่...ไม่ได้ถ้าเราเข้าไปอาจทำให้พวกเขาต้องลำบากใจแน่ๆ...เราไม่สมควรไปอยู่กับพวกเขา เราเป็นภูติเรา..ไม่...ฮือ..ฮือ”นัตสึเมะกล่าวพร้อมกับน้ำตาที่ไหลออกมาก่อนที่เขาจะพยุงตัวเองขึ้นแล้วรีบเดินออกจากพื้นที่ตรงนั้นทันที



 “เอ๊ะ?”โทโกะตื่นจากการเหม่อลอยก่อนจะหันไปทางหน้าต่างของบ้าน


 “หื้ม? มีอะไรเหรอ?”โยชิมูระเลิกคิ้วถามไปทางภรรยาของตน


 “เปล่าหรอกค่ะ ฉันแค่…”


 “ไม่ต้องห่วงเดี๋ยวตำรวจจะเจอตัวเขาเอง”โยชิมูระกล่าวพร้อมกับกุมมือของเธอ


 “ฉันกลัวแก จะเป็นอันตราย เด็กคนนั้นไม่เคยออกไปไหนนานขนาดนี้โดยไม่บอกกล่าว…”โทโกะเอ่ยพร้อมกับน้ำตาที่ไหลซึมออกมา


 ‘เราไม่ควรให้พวกเขารู้เรื่องของเราเด็ดขาด ไม่ว่าใครก็ตาม ถ้าใครรู้เรื่องนี้จะเป็นอันตราย!’นัตสึเมะพูดในใจกล่าวกับตัวเองก่อนที่เขาจะวิ่งไปทางสถานีรถไฟ”เราควรจะหายไป จากเมืองนี้”


 นัตสึเมะซื้อตั๋วก่อนจะเดินขึ้นรถไฟไปยังที่ไหนซักที่นึง สถานที่ที่ไม่มีใครสามารถพบตัวเขาได้ ก่อนที่รถไฟจะเคลื่อนตัวออกไป ทันใดนั้นก็เกิดการสั่นสะเทือนขึ้นมาอย่างรุนแรงบนตัวรถไฟ


 “นัตสึเมะ ทาคาชิ !!!!!! อย่าคิดว่าแกจะไปไหนได้ ฮา…!!!!!” เสียงของไทกะโทริเฮบิดังลั่นขึ้นมานัตสึเมะเบิกตากว้างก่อนจะลุกจากที่นั่งแล้ววิ่งไปที่อีกโบกี้นึง เขารู้สึกดีนิดหน่อยที่ในรถไฟนี้ไม่มีคนโดยสารเลยสักคน เขาไม่ต้องการให้ใครต้องมาเดือดร้อนเพราะเขาอีกแล้ว


 “ข้าจะกินเจ้า!! เจ้าลูกครึ่งน่าสมเพช!!!!”


 ปัง! ปัง!


 อสูรกายยักษ์กล่าวพร้อมกับต่อยทะลุเพดานรถไฟเพื่อจะคว้าตัวของนัตสึเมะ เขาวิ่งหลบก่อนที่หางของไทกะโทริเฮบิที่เป็นส่วนงูจะดักทางเขาไว้


 ก่อนที่งูตรงหน้าจะพุ่งมาทางเด็กหนุ่ม เขารีบเอามือปิดหน้าของตัวเองทันทีเพราะไม่อยากเห็นอสูรกายตรงหน้ากินตัวเองเข้าไป


 ‘เจ้ากลับมาเป็นเหมือนเดิม อีกแล้ว คนขี้ขลาดตาขาว ที่หนีทุกสิ่งไม่ยอมเผชิญหน้ากับมัน’


 ‘ทำไมเจ้าถึงได้หนีมันกันล่ะ เรียกข้าออกไปสิ...ตัวของข้า’


 “ช่วยฉันด้วย!”


 ฟึ่บ! วูบ--!!


 ร่มคันสีแดงกางออกมาก่อนที่เปลวไฟสีฟ้าจะยิงตรงไปทางปากของงู ก่อนที่ร่างของมันจะสลายไป


 “อ๊ากกกกกก!!!!!” ไทกะโทริเฮบิกรี้ดร้องออกมาก่อนจะมองเห็นหางของตัวเองที่หายไป”นัตสึเมะ!!!”



 เด็กหนุ่มลดร่มในมือลงก่อนที่เขาจะยิ้มที่มุมปากขี้นมา”รสชาติของพลังลูกครึ่งเป็นยังไงบ้างล่ะ เจ้าอสูรกายอัปลักษณ์”รูปลักษณ์ของนัตสึเมะเปลี่ยนเป็นภูติก่อนที่เขาจะพุ่งกระโจนไปทางด้านบนของต้วรถไฟ จ้องมองไปทางอสูรกายตรงหน้าด้วยแววตาและสีหน้าที่เรียบเฉยที่คาดเดาไม่ได้ว่ากำลังคิดอะไรอยู่


 “เจ้าทำให้ข้าสูญเสียอีกครั้ง เจ้าลูกครึ่ง!”


 ไทกะโทริเฮบิกล่าวจบก็พุ่งมาทางนัตสึเมะเด็กหนุ่มหลบกรงเล็บที่เข้ามาก่อนที่เขาจะเอ่ยชื่อออกไป


 “รอปปอนอิเดะ”


 หลังจากที่เด็กหนุ่มเอ่ยชื่อออกไปภูติผีที่มีผิวกายสีดำมีดวงคาใหญ่สีดวงและฟันที่แหลมเหมือนกับฉลามปรากฏตัวพร้อมกับพุ่งไปกัดมือของไทกะโทริเฮบิ ก่อนที่นัตสึเมะจะยิงเปลวไฟออกมาจากร่มไปยังมืออีกข้างของมัน


 “โฮก!!!!”มันคำรามก่อนจะพุ่งชนไปที่ตัวของรถไฟนัตสึเมะที่เห็นแบบนั้นจึงกระโดดหลบออกจากรถไฟ


 “อั๊ก….!!!!”ไทกะโทริเฮบิพุ่งมากัดแขนของเด็กหนุ่มก่อนจะสบัดตัวของเขาออกไปแล้วกล่าวว่า


 “ต่อให้เจ้ามีพลังของบันทึกสหายก็ไม่สามารถที่จะจัดการข้าได้หรอก!!!” สิ้นเสียงมันก็พุ่งมาทางเขาอย่างรวดเร็ว


 นัตสึเมะเบิกตากว้างก่อนจะตะโกนออกมา


 “ปิกโกะ!”


 ฟึ้บ!


 “ปิกโกะ!” สัตว์ขนปุยสีขาวตัวกลมเท่าลูกเบสบอลปรากฏตัวขึันก่อนที่มันจะขยายตัวเองให้ใหญ่เท่าลูกบอลลูนยักษ์


 เมื่ออสูรกายพุ่งชนกับมันก็แตกออกก่อนจะกลายเป็นม่านควันหนาไทกะโทริเฮบิรีบดีดตัวออกจากม่านควันทันทีเมื่อตัวเองได้รับบาดเจ็บ


 ‘ม่านควันนี่ พิษงั้นเหรอ? ริษเยอะนักนะ!’ไทกะโทริเฮบิกล่าวในใจก่อนจะพ่นไฟออกมาจากป่าเพื่อคิดที่จะเผานัตสึเมะให้ตายในนั้น


 เมื่อฝุ่นควันจางลงอสูรกายก็เบิดตากว้างเมื่อร่างของนัตสึเมะหายไป


 “ไอลูกครึ้ง!! โฮกกก!!!”


 “แฮ่ก...แฮ่ก…”นัตสึเมะที่หนีเข้ามาในป่าก็หอบหายใจเหนื่อย’มันมีพลังเยอะเกินไป อีกอย่างสถานที่ไม่เหมาะที่จะสู้กันด้วย’เด็กหนุ่มกล่าวในใจก่อนจะหันไปมองที่สถานีรถไฟที่เริ่มจะมีรถตำรวจและผู้คนที่เข้ามาดู


 “คอยก่อนเถอะ”



 “นั่นแหละ สัมผ้สจิตใจของตัวเอง พยายามมองหาเปลวไฟของตัวเอง”มาดาระกล่าวไปทางเด็กหนุ่มที่นั่งสมาธิ


 ริคุโอะและซึราระกับสึซึโมะมองไปยังริคุโตะมาสักพักก่อนที่เด็กหนุ่มผมสีน้ำตาลจะเริ่มกล่ามขี้นมา


 “นี่มันจะได้ผลจริงเหรอ? ผมได้ยินมาจากปู่ว่า พลังบริสุทธิ์นี้ไม่ใช่ใครก็ทำได้นะ ยิ่งเป็นภูติที่มีพลังด้านมืดเยอะอยู่แล้วด้วย”


 “ข้าก็ไม่แน่ใจเหมือนกันค่ะ”


ซึราระเอ่ยด้วยความท่าทีไม่แน่ใจก่อนที่สึซึโมะจะพูดขึัน


 “มันต้องได้สิคะ เชื่อในตัวนายท่านหน่อยสิคะ!”


 ริคุโตะตื่นขึ้นมาในสถานที่ที่เขาคุ้นเคยเป็นอย่างดี ทั้งทรงของบ้าน ทั้งถนนในย่าน นี่คือ โตเกียวเมืองที่เขาเกิด ในโลกก่อน


 “พ่อทำอะไรอยู่เหรอครับ?”


 เด็กหนุ่มเลิกคิ้วขึ้นมาเมื่อเห็นร่างของเขาในโลกก่อนตอนอายุได้สิบขวบ


 “กำลังเตรียมตัวไปงานเทศกาลไง?” คิริว คิริว กล่าวไปทางลูกชายของตน คิริว อากิระ


 ริคุโตะที่เห็นก็ยิ้มขึันมา”พ่อ...ไม่ได้เจอกันนานนะ ดูหนุ่มขึ้นรึเปล่าเนี่ยฮ่าฮ่าๆ”เด็กหนุ่มเอ่ยขึ้นมาพร้อมกับหัวเราะก่อนจะเบิกตากว้างเมื่อเห็นผู้หญิงคนนึงเดินเข้ามา เธอมีผมสีดำที่ตรงยาวดวงตาสีม่วงไพรินสวมชุดกิโมโนสีม่วงอ่อน


 “หนุ่มเตรียมพร้อมแล้วรึยัง?”


 “ครับ! / โอ้!”


 “แม่…”เขาเอ่ยออกไปก่อนที่จะทำหน้าเหมือนไม่เชื่อสิ่งตรงหน้า ก่อนที่ริคุโตะจะกุมขมับแล้วกล่าวในใจ


 ‘จริงสิ เมื่อตอนนั้นพวกเราสามคนเตรียมตัวไปงานเทศกาลที่จัดขึ้นที่ย่านการค้านี่นาแต่ว่า นั่นคือเหตุการณ์ที่เราลืมไม่ลงจริงๆ’


 “นัตสึมิ!”


 “แม่ครับ!!”


 “อย่าเข้ามา อากิระ!! อร้าย!!!”


 ปั้ง! ปั้ง!


 เมื่อตอนนั้นแก็งคู่อริของพ่อมาที่งานด้วย พวกมันได้จับแม่เป็นตัวประกัน เมื่อตอนนั้นผมยังเด็ก จึงได้ทำสิ่งที่ดีที่สุดออกไป คือเข้าไปหาคนที่จับแม่ของผม แต่นั่นคือสิ่งที่โง่ที่สุดสำหรับสายตาของคนอื่น คนที่จับแม่ผมได้ลั่นไกปืนต่อหน้าต่อผม ศพของแม่ร่วงลงมาตรงหน้าของผมพอดิบพอดี นั่นคืออดีตที่ผมอยากจะลืมที่สุด


 เด็กหนุ่มกล่าวขึ้นมาก่อนที่เขาจะเห็นดวงไฟวิญญาณสีแดงลอยออกมาจากร่างแม่ของเขา ริคุโตะที่เห็นก็ทำหน้าตาจริงจังสิ่งที่เขาต้องทำตอนนี้ก็คือ ไม่ใช่ลืมอดีตแต่ก้าวข้ามมันไป


 “แม่ของผมชื่อ คิริว นัตสึมิ พ่อของผมชื่อ คิริว คิริว ส่วนผมคือ คิริว อากิระ ลูกชายของหัวหน้าแก็งยากูซ่า ไม่ว่าจะยังไงเรื่องนี้ก็ไม่เปลี่ยนแปลง ขอบคุณที่ผ่านมานะครับ…”


 ริคุโตะกล่าวออกไปก่อนที่จะมีน้ำตาไหลออกมาทันใดนั้นดวงไฟสีแดงก็พุ่งมาทางร่างของเขา


 เฮือก!!


 เด็กหนุ่มลืมตาขึ้นมาก่อนจะเห็นมาดาระนั่งอยู่บนหน้าของเขา


 



 “ตื่นแล้วเหรอ?”


 ริคุโตะมองไปที่ประโยคคำถามหน้าตายของสัตว์เบื้องหน้า ก่อนที่เขาจะดึงหูของมาดาระ มาดาระร้องอวดอวนขึ้นมา บอกให้เขาหยุด ก่อนที่เขาจะหยุดดึงหูของมาดาระแล้ววางเขาลง ก่อนจะหันไปทาง ริคุโอะ กับ ซึราระ และสึซึโมะ ที่ยืนรอเขาอยู่


 ริคุโตะไม่รู้ว่าเขาหลับไปนานแค่ไหน แต่น่าจะนานพอดีเพราะสังเกตจากหน้าของซึราระทึ่ยิ้มแยกเขี้ยวออกมา ทำให้เขารู้สึกผิดเล็กน้อย


 “พี่ เป็นยังไงบ้าง?”


 ผู้เป็นน้องชายถามขึ้นมาริคุโตะที่ได้ยินก็ยิ้มมุมปากก่อนจะยกแขนข้างขวาขึ้นมา


 พรึ่บ!


 ทันใดนั้นก็มีเปลวไฟสีแดงลุกโชนมาที่มือของริคุโตะ พวกเขาที่เห็นก็ดวงตาเป็นประกายขึ้นมาด้วยความสวยงามของเปลวไฟที่ดูเป็นสีแดงสดใสเหมือนกับสีแดงเลือด(สดใสตรงไหนวะ?)


 ก่อนที่มาดาระจะกล่าวขึ้นมาทำให้ริคุโตะและคนอื่นๆหันมอง


 “นี่แหละคือ เปลวไฟบริสุทธิ์ ที่เกิดมาจากจิตใจ น่าแปลกที่นายทำได้ ปกติไม่มีใครที่สามารถทำมันได้ในเวลารวดเร็วแบบนี้มาก่อนเลย”


 ริคุโตะที่ได้ยินคำพูดยอของอีกฝ่ายก็ยิ้มพร้อมกับส่ายหน้าแล้วตอบกลับไป


 “นัตสึเมะไง เอาล่ะถึงเวลาที่ฉันจะพาเขากลับมาแล้ว”


 ริคุโตะพูดด้วยน้ำเสียงที่ใจเย็นมจนทำให้ริคุโอะรู้สึกสงสัยขึ้นมาว่าระหว่างที่กำลังฝึกเขาไปเจออะไรมาในจิตใต้สำนึกกันแน่ แต่ริคุโอะก็ไม่อยากจะซักไซ้พี่ชายเขามากเกินไป


 “เอาล่ะ แล้วเราจะทำไงต่อ?”


 ริคุโตะที่ได้ยินคำพูดของน้องชายก็ยกนิ้วชี้ขึันมาเป็นเชิงบอกว่าให้เงียบก่อนที่เขาจะหลับตาลงไม่นานนักก็มีสายลมพัดมาทางพวกเขาทั้งห้าคน ริคุโอะและซึราระรวมถึงสึซึโมะเลิกคิ้วขึ้นมาก่อนที่ริคุโตะจะลืมตาขึ้นมา


 “ข้าได้กลิ่นของอสูรกายที่กำลังเจ็บปวด”


 อีกด้านนึง


 ไทกะโทริเฮบิที่อารมณ์เสียกับการที่นัตสึเมะหายตัวไปก็มาหลบซ่อนในถ้ำแห่งนึง ซึ่งไม่ใช่ถ้ำเฮบิแน่นอน เป็นซักที่เอาอย่างนั้นแล้วกัน ขี้เกียจอธิบาย


 “ข้าจะกินแก นัตสึเมะ ข้าจะสาปแช่งพวกแก รวมถึงเจ้าเด็กลูกครึ่งอีกตัวที่บังอาจมาดูหมิ่นข้า…!”


 ไทกะโทริเฮบิกล่าวด้วยเสียงขุ่นเคืองที่โดนสบประมาทโดยนัตสึเมะและริคุโตะ ก่อนที่เจ้าของอสูรกายยักษ์จะเริ่มรู้สึกหมดแรงขึ้นมา มันรู้สึกหิวโหยเป็นอย่างมาก เมื่อใช้พลังงานมากเกินไป เมื่อคิดได้อย่างนั้นมันก็ออกจากถ้ำและคิดจะจับมนุษย์มากิน



 ไทกะโทริเฮบิที่ลอยอยู่บนท้องฟ้ายามราตีก็คอยสอดส่องหาเหยื่อก่อนมันจะพบกับคู่รักชายหญิงคู่หนึ่งเดินเคียงคู่กันอย่างหวานแหวว มันเลียปากของมันขึ้นมา เมื่อหาอาหารได้แล้ว ก่อนจะพุ่งไปทางชายหญิงคู่นั้น


 ฉัวะ---!! ฉูดดดด!!!


 “โฮกกก!!!!”ไทกะโทริเฮบิร้องออกมาอย่างเจ็บปวดเมื่อจมูดของเขาโดนตัดออกไปอย่างรวดเร็วด้วยฝีมือของใครบางคน มันรีบกวาดสายตามองหาร่างของคนที่ทำร้ายมันทันทีก่อนที่สายตายจะหยุดที่เจ้าของร่างสูงเด็กหนุ่มผมสีดำแซมขาวยาวไม่ตกพิ้นสวมชุดกิโมโนสีดำทับด้วยผ้าครุมสีแดงที่ยืนอยู่บนตัวจิ้งจอกสีขาวเงินพร้อมกับร่างของเด็กสาวผมสีฟ้าอ่อนดวงตาอัมพัมชวนน่าหลงไหลที่ถือหอกน้ำแข็งอยู่


 “นี่แก...เป็นใครถึงรูปลักษณ์จะเหมือนกันแต่กลิ่นไอแตกต่างกันโดนสิ้นเชิง”


 “ข้าเหรอ? ผู้นำกลุ่มนูระ รุ่นที่สาม ผู้ที่จะขึันเป็นเจ้าแห่งภูติพราย ยังไงล่ะ”


 ริคุโอะกล่าวพรางเอาดาบผาดไหล่จ้องมองไปยังอสูรกายตรงหน้าด้วยสายตาที่เย็นชา ไทกะโทริเฮบิ ที่เห็นเขาก็ยิ้มเหยียดขึ้นมา


 “เจ้าน่ะเหรอ? เหอะ! ลำพองตัวเองมากไปแล้ว เด็กอย่างเจ้า ข้าจะกินไม่ให้เหลือเลย---!!!!”


 ไทกะโทริเฮบิพุ่งตัวมาทางริคุโอะกับซึราระก่อนที่มันจะชงักเมื่อโดนรากไม้ดึงส่วนขาของมันไว้ไม่ให้ขยับเขยื้อนไปไหนได้ มันหันไปทางด้านหลัง ก่อนจะเห็นหญิงสาวผมสีน้ำตาลนัยน์ตาสีชมพูอ่อนบนหัวของเธอมีเขาแหลมสีขาวสวมชุดกิโมโนสีชมพูที่มือของเธอเป็นรากไม้พยายามเยื้ออสูรกายตรงหน้าอย่างสุดแรงอยู่ เพราะนึ่เป็นคำสั่งจากคนที่เธอ นับถือมากที่สุด


 ขณะเดียวกัน


 ริคุโตะเดินตรงขึ้นไปยังศาลเจ้าที่อยู่สูงแต่ละก้าวทึ่เขาก้าวขึ้นไปมันดูสงบเงียบแต่ก็แฝงไปด้วยความเกรงขามภูติผีที่อยู่บริเวณนั้นต่างหลบถอยให้กับเขา แล้วจับตาดูว่าเขาคิดจะทำอะไร


 จนสุดท้ายริคุโตะก็เดินมาถึงหน้าศาลเจ้าร้างที่ผุพังพื้นที่โดยรอบเหมือนกับไม่มีคนมาเป็นเวลาหลายสิบปีแล้ว เขามองไปรอบๆก่อนจะเอาดาบพาดไหล่ของตัวเอง เวลานี้เขารู้สึกตื่นเต้นไม่น้อยแต่ก็เก็บอาการเอาไว้


 “นัตสึเมะ! ฉันตามหานายเจอแล้ว!! อย่ามัวหลบซ่อนแน่จริงออกมาสู้กับฉันตัวต่อตัวสิ แล้วกันสัญญาว่าจะไม่มายุ่งย่ามในชีวิตของนายอีก สัญญาด้วยเกียรติของลูกเสือเลย!!!”


 ไม่มีเสียงตอบกลับมา แต่ริคุโตะก็ยังไม่ยอมแพ้ ไม่ว่าจะทำยังไงเขาก็ต้องช่วยนัตสึเมะให้ได้ เพราะเขาคิดว่าที่นัตสึเมะต้องเป็นแบบนี้เพราะส่วนนึงมาจากเขา ถ้าเขาไม่อยู่ในโลกนูระแห่งนี้ สิ่งต่างๆก็คงไม่เป็นแบบนี้ เขาจึงอยากช่วยนัตสึเมะให้หลุดพ้นไม่ว่าด้วยวิธีไหนก็ตาม


 “ถ้านายไม่ออกมาเจอหน้าฉัน...มาดาระอาจจะตายก็ได้”


 โครม!


  เสียงของศาลเจ้าถล่มลงมาพร้อมกับเศษควันฝุ่นละอองเมื่อควันและฝุ่นจางลงก็ปรากฏร่างของเด็กหนุ่มผมสีเหลืองออกไปทางเนื้อในมือถือร่มคันสีแดง


 ริคุโตะคิดจะหลอกล่อ นัตสึเมะ และมันก็ได้ผลจริงๆ คนตรงหน้าเดินตรงมาทางเขาก่อนจะเอ่ยขี้นมา


 “เจ้าหมายความว่าไง?”


 “ยังไงตัวเจ้าก็ยังคงเป็นห่วงอาจารย์ผู้เป็นที่รักอยู่ดีสินะ”ริคุโตะเอ่ยด้วยน้ำเสียงยียวนไปทางเขาก่อนจะสังเกตแผลที่แขนของนัตสึเมะที่มีรอยแผลเหมือนโดนอสูรกายยักษ์กัดมาอย่างนั้น


 “นี่เจ้าหลอกข้าอย่างนั้นเหรอ?”


 ริคุโตะเลิกคิ้วขึ้นมาเมื่อได้ยินเสียงของนัตสึเมะที่พูดขึัน ก่อนจะหันไปมองหน้าของคนตรงหน้า เขาไม่อยากจะทำแบบนี้เลยจริงๆ แต่ก็ช่วยไม่ได้ ร่างสูงโปร่งยกยิ้มที่มุมปากขึ้นเหมือนกับคิดอะไรไว้ในใจก่อนจะกล่าวออกไป


 “ไม่หรอก อีกไม่กี่ชั่วโมง ไม่สิ ไม่กี่นาทีนี้อาจารย์เจ้าจะตายโดยฝีมือของไทกะโทริเฮบิ”


 ว่าจบดวงตาของนัตสึเมะเบิกตากว้างก่อนจะตวาดขึ้นมา”ว่าไงนะ! แล้วทำไมเจ้ายังยืนบื้ออยู่ตรงนี้กัน…!!!”


 ริคุโตะขมวดคิ้วเข้าหากันก่อนจะตอบออกไปด้วยเสียงเย็นชาที่เย็นยะเยือก


 “แล้วเจ้าล่ะ มันทำอะไรอยู่ อาจารย์ของตัวเองทำไมไม่ไปปกป้อง ทั้งๆที่ตอนนี้เจ้าน่ะมีพลังที่จะปกป้องคนอื่นๆอยู่ คนที่เจ้ารักและเป็นห่วงทำไมถึงไม่ทำ?”


 นัตสึเมะกัดฟันกรอดเมื่อได้ยินสิ่งที่ริคุโตะพูดออกมา เขารู้แต่ว่า เขาไม่อยากทำให้คนอื่นเดือดร้อน หากพลังของเขาทำให้คนอื่นเดือดร้อนแทนช่วยเหลือล่ะ เขาไม่อยากจะเห็นภาพนั้น ภาพที่คนที่เขารัก รังเกียจ ไม่มีทาง


 ริคุโตะมองไปทางนัตสึเมะที่ตัวสั่นเขารู้ว่านัตสึเมะรู้สึกยังไงแต่ว่าตอนนี้มันไม่สำคัญสิ่งที่เขาต้องทำคือเตือนสตินัตสึเมะว่าสิ่งที่กำลังทำมันผิดอยู่


 “เจ้ามันก็แค่คนเห็นแก่ตัว! ไม่อยากให้คนที่รักรังเกียจงั้นเหรอ? อย่ามาพูดบ้าๆนะ การจะช่วยเหลือคนที่เรารัก มันจำเป็นต้องแคร์ด้วยรึไง…!!!”


 ริคุโตะกล่าวจบก็พุ่งตัวมาทางนัตสึเมะอย่างรวดเร็วพร้อมกับวาดดาบออกไป นัตสึเมะเบิกตากว้างก่อนจะใช้ร่มคันสีแดงรับดาบที่วาดเข้ามา


 “เอาชนะใจตัวเองซะ สิ่งที่เจ้าควรทำคืออะไร?”


 “....”


 ริคุโตะที่ไม่เห็นการตอบโต้ของอีกฝ่ายก็ใช้ความเกรงขามก่อนที่ร่างของเขาจะปรากฏขึ้นที่ด้านหลังของคนตรงหน้าก่อนจะฟาดดาบออกมา


 “รอปปอนอิเดะ”


 อสูรกายผิวสีดำดวงตาหลายดวงปรากฏตัวขึ้นก่อนจะใช้ฟันแหลมคมรับดาบของเขา ก่อนที่จะฟาดใส่นัตสึเมะ


 “ข้าจะจัดการเจ้า ริคุโตะ” นัตสึเมะพูดพร้อมกับถอยหลังกลับเพื่อตั้งตัวก่อนจะหันร่มมาทางเขา


  อะไรเนี่ย?


 ริคุโตะสงสัยปีศาจตรงหน้าของเขามากเพราะมันกัดดาบของไม่ปล่อยเลยก่อนที่เขาจะเหลือบไปเห็นนัตสึเมะกำลังยิงเปลวไฟออกมาจากร่ม เขาที่เห็นก็หรี่ตาลง


 “เมย์เคียวชิซุยอาเกะโฮโน”ริคุโตะเอ่ยออกมาก่อนที่ตัวดาบของคาเงะโมโนกาตาริจะมีเปลวเพลิงสีแดงฉานออกมา ปีศาจที่คาบดาบอยู่ก็ตัวเผาไหม้ทันทีเมื่อทนความร้อนไม่ไหว ก่อนที่เขาจะตวัดดาบไปทางเปลวไฟสีฟ้าที่พุ่งเข้ามา


 “นี่เจ้า...ทำได้เหมือนกันเหรอ?”นัตสึเมะเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงแปลกใจ


 “ก็นะ มันก็ไม่ได้ยากอะไรขนาดนั้น”


 นัตสึเมะหรี่ตาลงก่อนจะพุ่งตรงทางริคุโตะพร้อมกับฟาดร่มมาทางเขา เขาเอียงตัวหลบก่อนจะฟันดาบไปทางหัวของนัตสึเมะ


 นัตสึเมะย่อตัวหลบก่อนจะกระหน่ำแทงร่มมาทางริคุโตะ เขาหลบหลีกร่มที่พุ่งเข้ามาแต่ก็ยังมีเฉียดอยู่บ้าง ก่อนที่เขาจะถอยหลังกลับไปตั้งหลัก


 “แฮก..ๆ”ริคุโตะเหนื่อยหอบก่อนจะเห็นนัตสึเมะหันร่มมาทางเขา เขารู้เลยว่านัตสึเมะกำลังยิงเปลวไฟมาทางเขา เมื่อคิดได้ก็คิดจะหลบแต่ก็ต้องชงักเมื่อมีปีศาจผิวสีแดงก่ำจับตัวเขาเอาไว้จากทางด้านหลัง


 อะไรกัน! ตั้งแต่เมื่อไหร่?


 ริคุโตะคิดในใจก่อนจะหันไปทางนัตสึเมะที่ยิงเปลวไฟออกมาแล้ว เขาจึงใช้เมย์เคียวชิซุยหลบออกมาก่อนที่เปลวไฟจะโดนร่างกายของปีศาจที่นัตสึเมะเรียกมา


 “พอซะ นัตสึเมะขืนทำแบบนี้ ปีศาจที่เขาคอยรับใช้นาย ได้ตายกันหมดแน่!” ริคุโตะพูดเตือนสติไปทางคนด้านหน้าแต่นัตสึเมะก็ไม่ฟังคอยยิงเปลวไฟมาทางเขาอย่างไม่หยุดยั้ง


 เขาไม่มีทางเลือกนอกจากต้องทำแบบนี้ เขายกดาบขึ้นมาก่อนที่เปลวไฟสีแดงจะห่อหุ้มตัวดาบอีกครั้ง ก่อนที่เขาจะพุ่งไปทางคนตรงหน้าพร้อมกับปัดป้องเปลวไฟสีฟ้าที่พุ่งเข้ามา นัตสึเมะที่เห็นก็กัดฟันกรอดก่อนจะคิดเอ่ยชื่อปีศาจขึ้นมาแต่ก็ต้องชงักเมื่อร่างของคนตรงหน้าหายไป


 ผัวะ!


 ริคุโตะที่อยู่ข้างหลังของนัตสึเมะก็ใช้สันดาบตีไปที่ท้ายทอยของคนตรงหน้า ถึงแม้ นัตสึเมะจะได้เปรียบเพราะมีพลังของบันทึกสหายแต่ก็ไม่อาจสู้กับเขาได้ ที่มีพลังของภูติพรายมาตั้งแต่เกิด


 เมื่อร่างของนัตสึเมะสลบลงไปนอนกับพื้น เขาก็มองไปที่ท้องฟ้าที่เรื่มมีเมษครึ้มก่อนที่สายฟ้าจะฟาดลงมา ไม่รู้ทำไมแต่เขารู้สึกใจคอไม่ดี เกี่ยวกับ ริคุโอะ ซึราระ และผู้ติดตามของเขาสึซึโมะ


 “สงสัยเราคงต้องเร็วกว่านี้แล้วล่ะ”












__________________________________


 เฮ้อ คิดต้้งนานว่าจะเขียนยังไงดี ใกล้จะจบเนื้อเรื่องภาคของนัตสึเมะแล้วนะครับ



 


 









ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 298 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

791 ความคิดเห็น

  1. #785 GUOOM (จากตอนที่ 30)
    วันที่ 14 ธันวาคม 2563 / 16:25

    สู้ไปคับบบบบบบ
    #785
    0
  2. #641 LOST THE ENDWORLD (จากตอนที่ 30)
    วันที่ 16 พฤษภาคม 2562 / 19:22

    ฤทธิ์ เขียนอย่างนี้นะ
    #641
    0
  3. #639 kacu (จากตอนที่ 30)
    วันที่ 16 พฤษภาคม 2562 / 02:11
    รอนะคะ
    #639
    0
  4. #638 Narumi-chan (จากตอนที่ 30)
    วันที่ 13 พฤษภาคม 2562 / 22:30

    รอต่อจ้าาาา
    #638
    0
  5. #637 doraemon-T1X (จากตอนที่ 30)
    วันที่ 13 พฤษภาคม 2562 / 21:55
    ในที่สุดก็รู้เรื่องชาติที่แล้วของริคุโตะซักที แม้จะน้อยนิดก็ตาม ฮ่าๆ
    #637
    1
    • #637-1 Zaza (จากตอนที่ 30)
      15 พฤษภาคม 2562 / 19:14
      ไม่อัพนิยายของตัวเองแล้วหรอครับ
      #637-1
  6. #635 kacu (จากตอนที่ 30)
    วันที่ 13 พฤษภาคม 2562 / 11:04
    รออ่านนะคะ สู้ๆค่ะ
    #635
    0