[ Boku no Hero Academia ] : Project White Devil

ตอนที่ 9 : CHAPTER VII งานกีฬายูเอย์ใกล้เข้ามาแล้ว พยายามเข้า คาเนกิ คุง!! [ 100% ]

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 5,581
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 625 ครั้ง
    20 มี.ค. 62

โทโด ชาย                โทโด หญิง


   37                            71


   อาจนับผิดได้เพราะเยอะเกิน  เสียงส่วนมากขอใหัเป็นผู้หญิงนะครับแต่ว่าจริงๆก็ไม่เกี่ยวหรอกผมต้องขอบคุณทุกๆคนมากเลยนะครับที่ส่งความคิดเห็นทั้งหมดมาผมอ่านทุกคอมเมันต์ไม่มีตกหล่นเลยสักนิด คอมเมนต์ที่พิมพ์ส่งกันมาทำให้ผมมีกำลังใจขีันเยอะเลยครับ ผมรับฟังเหตุผลของทุกคนและผมรู้แล้วว่าควรจะเขียนยังไงต่อ แต่ก็ขอแจังข่าวร้ายหน่อยนะครับ เมื่อวานตอนที่กำลังล้างจานไม่รูัเป็นเพราะพลังงานรึเปล่า โทรศัพท์ผมตกไปในอ่าง ม่ายยยยย!!! แต่ว่าผมเอาแช่ในถุงขัาวสารแลัว ทำให้รอดมาได้ แต่ปัญหาคือ แป้นพิมพ์รวนครับ ถัาเกิดเขียนผิดขึันมาต้องขออภัยดัวยนะครับ


+:+:+:+:+:+:+:+:+:+:+:+:+:+:+:+:+:+:+:+:+:+:


      หลังจากที่คาเนกิกล่าวออกไปว่าขออยู่คนเดียวผอ.เนสุก็ไม่ได้ว่าอะไรปล่อยให้คาเนกิอยู่คนเดียวก่อนที่เขาจะเดินออกจากห้องไป คาเนกิกำหมัดแน่นขึันมาด้วยความคับแค้นใจ ที่ไม่อาจเอาชนะเอโตะได้เพราะพลังที่ต่างกันเกินไป


      คาเนกิ ฉันจะบอกความลับให้นะ ทุกคนบนโลกนี้ใครก็ตามที่มีอัตลักษณ์ พวกเขาไม่ต่างกับกูลอย่างเราหรอก พวกเขานั้นมี ค่า Rc cell ที่สูงมาก พยายามกินให้มากที่สุด แล้วก็มาอยู่กับฉันนะ…


       นี่คือสิ่งที่เขาได้ยินก่อนจะหมดสติไปเขาข่มใจฝืนกลั้นความกลัว เพราะเขาไม่อยากที่จะฆ่าใครอีกแล้ว ตอนนี้เป้าหมายเขาคือการเป็นฮีโร่ ที่ทำให้ทุกคนยอมรับ


        “คุณคาเนกิคะ ได้เวลาอาหารแล้วค่ะ”เสียงของหญิงสาวในชุดพยาบาลสีขาวเข็นรถพร้อมถาดอาหารเข้ามาในห้อง คาเนกิสอดตามองไปที่เธอก่อนจะเหลือบมองอาหารที่อยู่ในถาด



         “เอาไปเก็บผมไม่หิว”


         “ไม่ได้ค่ะ ไม่หิวก็ต้องกิน ร่างกายคุณช่วงท้องถูกทำลายจนเสียหายมากถ้าท้องว่างมันจะไม่ได้นะคะ”


         “ก็บอกว่าไม่กินไงฟังไม่รู้เรื่องเหรอ!!”คาเนกิตะคอกไปทางเธอด้วยเสียงที่แข็งกร้าว เธอมองไปที่คาเนกิที่ดวงตาเข้มขึ้นอย่างน่ากลัว


         “ค่ะ เข้าใจแล้วค่ะ!!” เธอหวาดกลัวจนเหงื่อท่วมทำอะไม่ถูกก่อนจะเดินออกจากห้องไป


         “เฮ้อ…”เขาถอนหายใจก่อนจะเหลือบไปมองที่โต๊ะของฝากที่เพื่อนๆเขาส่งมา เขาลุกออกจากเตียงก่อนจะเดินเข้าไป


          “ขอบคุณมากครับทุกคน หื้ม?”คาเนกิแปลกใจขึันมาเมื่อมองไปที่โต๊ะแล้วเห็นหนังสือเล่มนึงที่เป็นหน้าปกพร้อมชื่อเรื่อง คนถูกแขวน ที่เป็นผลงานของ อาจารย์ ทามาสึกิ เซ็น เขาหยิบขี้นมาดูชื่อคนที่ส่งมาพร้อมจดหมาย


          เมื่อหลายวันก่อน ฉันเห็นนายในร้านหนังสือ แล้วมองเล่มนี้อยู่ แทนคำขอโทษที่ฉันว่านาย ว่า เป็นวิลเลินที่ไว้ใจไม่ได้


                                       จาก โทโดโรกิ โชวโกะ


             

             “มาแปลกแฮะ ปกติจะทำตัวเย็นชาและเมินใสเรานิ หรือว่าเพราะ เราบอกว่าจะเป็นฮีโร่ เลยเสียหน้าขึ้นมาเหรอ ฮ่าๆ” ใบหน้าของเขาปรากฏรอยยิ้มจางๆด้วยความดีใจ



             วันต่อมา…

             


              ออลไมท์และเพื่อนของเขาที่เป็นตำรวจชื่อว่า ซึคาอุจิ นาโอมาสะ ได้เดินเข้ามาในโรงพยาบาลก่อนจะหยุดอยู่ที่ห้อง 201


               ก๊อกๆ


             “เชิญครับ”



             

             ทั้งสองเข้าไปเมื่อได้ยินเสียงของเด็กหนุ่มก่อนจะพบคาเนกิในชุดคนไข้กำลังอ่านหนังสืออยู่บนเตียง ซึคาอุจิที่เห็นก็ถอดหมวกลงก่อนจะกล่าวแนะนำตัว


             “สวัสดี คาเนกิคุง ฉันชื่อ ซึคาอุจิ นาโอมาสะยินดีที่ได้รู้จักนะ เป็นตำรวจในฝ่ายสืบสวน”


              “.......” คาเนกิเหลือบมองเขาด้วยสายตาเฉยเมยก่อนจะอ่านหนังสือต่อ


             ซึคาอุจิและออลไมท์มองหน้ากันเมื่อเห็นท่าทีว่าอีกฝ่ายไม่อยากคุยด้วยก่อนที่ซึคาอุจิจะหันไปมองที่เขาอีกครั้งแล้วกล่าวว่า


                           

              “พวกเราได้ตรวจสอบกลุ่มคนร้ายที่เรียกตัวเองว่าสหพันธ์วิลเลินแต่ไม่พบคนที่ใช้ชื่อ ชิการาคิ กับ เอโตะ เลย อัตลักษณ์ของเขาคือ สามารถทำให้สิ่งของที่เขาสัมผัสพังทลายได้ได้ใน 20-30วินาที ส่วนของเธอคือ อัตลักษณ์ แปลงร่างเป็นมอนเตอร์ที่ขนาดตัวใหญ่และพลังโจมตีรุนแรงและการฝื้นตัวก็ดีเยี่ยม ส่วนคนที่ชื่อคุโรกิริมีอัตลักษณ์ วาร์ปเกต ครับ บางทีอาจไม่ใช่ชาวเมืองและใช้ชื่อปลอมด้วย สรุปคือเป็นอัตลักษณ์ที่ไม่ได้ลงทะเบียน เป็นคนที่อยู่ในมุมมืด”


           คาเนกิเหลือบตามองไปที่พวกเขาก่อนจะกล่าวด้วยเสียงสงสัย”มาบอกเรื่องนี้กับผมทำไม?”


            “ฉันได้สอบถามนักเรียนในห้องมาแล้วตอนที่วิลเลินปรากฏตัว เธอได้เรียกชื่อ ของคนที่ชื่อว่าเอโตะออกไป เธอเกี่ยวข้องยังไงกับเขาเหรอ?”ซึคาอุจิมองไปที่นัยน์ตาของคาเนกิอยากจะรู้ว่าเขาจะกล่าวยังไงขึ้นมา


             

             คาเนกิปิดหนังสือในมือลงก่อนจะลุกออกจากเตียงแล้วเดินไปทางหน้าต่างมองดูวิวที่รถติดในเมืองใหญ่ทั้งสองมองไปที่เขาด้วยสายตาสงสัย


             “ที่นี่เป็นเมืองที่ดีนะครับ ทุกคนต่างเดินไปทำงานกันส่วนวันหยุดก็ได้ใช้เวลากับครอบครัว”


             “ใช่แล้ว เป็นเมืองที่ดี แต่ถึงอย่างนั้นก็ยังมีวิลเลินที่คอยคิดทำเรื่องเลวร้ายต่อผู้คนที่นี่อยู่ เพราะงั้นถึงต้องมีฮีโร่อย่างพวกเราไงล่ะ หนุ่มน้อย คาเนกิ” ออลไมล์กล่าวด้วยเสียงที่เป็นกันเองพร้อมยกนิ้วโป่งขึ้นมา


             

                           

             “เมืองที่ผมเคยอยู่มันไม่เคยได้สงบสุขแบบนี้เลย...ทุกๆวันจะมีข่าวคนตายที่เกิดจากฝีมือกูลโผล่ขี้นมาในหน้าจอทีวี ผู้คนต่างแตกตื่นหวาดกลัว” ก่อนที่จะหันกลับมาที่ออลไมท์และซึคาอุจิพวกเขามองไปที่ใบหน้าของคาเนกิที่สงบนิ่งจนมองอารมณ์ไม่ออก


             

             “คาเนกิคุง บอกพวกเราด้วยว่าเธอเกี่ยวข้องยังไงกับวิลเลินคนนั้น”ซึคาอุจิกล่าวไปทางคาเนกิ



                                                       

             คาเนกิมองพวกเขาด้วยสายตาเย็นชาก่อนจะกล่าว”ถ้าผมบอกออกไป พวกคุณก็จะรายงานเรื่องนี้ให้กับทางรัฐบาล จากนั้นพวกเขาก็จะลงมาตรวจสอบมาด้วยตัวเอง จับผมเข้าคุกวิลเลินสินะ”


             

              ออลไมท์กับซึคาอุจิขมวดคิ้วขึ้นมา”ไม่ใช่แบบนั้นหรอกคาเนกิคุง เพราะเรื่องนี้เราจะไม่ไปรายงานกับทางเบื้องบนเด็ดขาด ฉันขอเอาหัวฉันเป็นมประกันเพียงแต่เธอต้องเล่าความจริงออกมาเท่านั้น”ซึคาอุจิกล่าวขึ้นด้วยเสียงที่จริงจังคาเนกิที่ได้ยินก็เดินไปทางเขาก่อนที่ดวงตาจะเปลี่ยนสีเป็นดำแดง

             

             “ถ้าบอกผมจะฆ่าทุกคนที่เกี่ยวข้องกับคุณ”คาเนกิกล่าวไปทางซึคาอุจิที่มองเขาด้วยสีหน้าเรียบเฉยก่อนที่ดวงตาของคาเนกิจะกลับมาเป็นสีดังเดิมออลไมท์ที่เห็นก็โล่งอกทันทีก่อนที่คาเนกิจะกลับไปนั่งที่เตียง


                           

             “เอาล่ะเริ่มเล่าจากตรงไหนดี...อ๋อเคยมีเด็กหนุ่มอยู่คนนึง….”หลังจากนั้นคาเนกิก็เล่าทุกอย่างให้ออลไมท์กับซึคาอุจิฟังทั้งเรื่องที่เขาเคยเป็นมนุษย์ทั้งเรื่องที่โดนพวกccgตามล่าและโดนพวกอาโอกิริจับตัวไป แล้วโดนทรมารโดยเจสัน พวกเขาเบิกตากว้างด้วยความตกตะลึงคาเนกิเล่ารายละเอียดทุกอย่างถึงตอนโดนทรมาน มันได้เปลี่ยนเขาให้กลายเป็นแบบนี้ พอเล่าถึงตรงนี้คาเนกิก็สัมผัสถึงมืออันอ่อนโยนของออลไมท์ที่ลูบหัวเขา

             

               “ขอบคุณครับ ที่รับฟังผม” คาเนกิกล่าวไปทางทั้งสอง พวกเขาที่ได้ยินก็ยิ้มที่มุมปากก่อนที่ซึคาอุจิจะผยักหน้าแล้วหันไปทางออลไมท์

             

              “โทชิโนริ ดูเหมือนว่าคาเนกิคุงจะไม่ได้พูดโกหกออกมาเลยซักคำเดียว”


              “อา เพราะงั้นเรื่องนี้ต้องระวังเป็นพิเศษ นกฮูกอาโอกิริงั้นเหรอ…”ออลไมท์กำหมัดแน่นขี้นมาด้วยความคับแค้นใจ

             

              “งั้นเธอยังจำเป็นต้องกินเนื้อมนุษย์อยู่หรือป่าว?” ซึคาอุจิถามไถ่ขึ้นมาคาเนกิที่ได้ยินก็เบือนหน้าหนี


              ก่อนจะกล่าวด้วยเสียงสั่นๆ”ครับ...ผมยัง..ต้องกินมัน!” ก่อนที่เขาจะสงบลงแล้วกล่าวต่ออย่างใจเย็น”คงจะประหลาดมากเลยสินะครับ ตัวผมน่ะ จากคนปกติที่กินอาหารปกติกลับต้องมากินเนื้อมนุษย์แบบนี้”


มั้บ


        ซึคาอุจิจับไปที่ไหล่ของคาเนกิก่อนจะกล่าวด้วยเสียงจริงจัง”มันไม่ใช่ความผิดของเธอหรอก เธอก็แค่คนที่ถูกลูกหลงก็เท่านั้นเอง ฉันกับออลไมท์จะหาทางให้เธอได้ กินอาหารปกติให้ได้ ฉันสัญญา”


          คาเนกิที่ได้ยินก็เพียงแค่ผยักหน้าไม่อยากจะพูดอะไรมากกว่านี้แล้ว..ซึคาอุจิมองไปที่ออลไมท์ก่อนจะผยักหน้า


           “งั้นพักผ่อนด้วยนะคาเนกิคุง/หนุ่มน้อยคาเนกิ”ทั้งสองกล่าวขึ้นมาคาเนกิเหลือบไปทางพวกเขาที่กำลังเดินออกจากห้องไป


            “ผมอยากจะเตือนพวกคุณ นกฮูกนั้นมันฆ่าคนได้ง่ายๆเธอเป็นตัวอันตรายยิ่งกว่าทั้งหมดยิ่งตอนนี้เธอมีอัตลักษณ์หลายอย่างอยู่ในตัวอยู่แล้ว…”


             “

             ทั้งสองที่ได้ยินก็ยิ้มขึ้นมาออลไมท์ชูนิ้วโป่งไปทางเขาก่อนจะเดินออกจากห้องไปส่วนซึคาอุจิหันมาทางเขาก่อนจะกล่าว”คาเนกิคุง ไม่ต้องเป็นห่วง ฉันจะไม่เปิดเผยเรื่องราวนี้อย่างแน่นอน เพียงแต่ว่า เรื่องของนกฮูก ชั้นขอไปพูดในการประชุมได้รึป่าว?


             

             คาเนกิที่ได้ยินก็ผยักหน้าก่อนจะอ่านหนังสือต่อคนถูกแขวนต่อ



                    [หน้าที่ 2 ]

เด็กน้อยเลือกที่จะพูดความจริงแทนคำโกหกเพื่อให้ทุกคนยอมรับในตัวเธอ เธอรู้สึกดีมากๆเลยที่ไม่ต้องแบกรับคำโกหกที่เธอได้กล่าวออกไป ถ้าขืนพูดโกหกออกไปแล้วพวกชาวเมืองรู้ละก็ พวกเขาต้องจับเธอแขวนคอเป็นแน่


             

             หลังจากออลไมท์และซึคาอุจิออกมาจากโรงพยาบาลซึคาอุจิก็อาสาไปส่งออลไมท์ที่ยูเอย์ระหว่างทางพวกเขาก็พูดถึงเรื่องของคาเนกิ

                          

             “ไม่อยากจะเชื่อเลยว่าฉันจะได้ฟังอะไรที่น่าเหลือเชื่อแบบนี้ เขาไม่ใช่คนของโลกนี้ และเขาก็ไม่ใช่มนุษย์ ถ้าไม่ใช้อัตลักษณ์ของฉันจับโกหกล่ะก็ ฉันคงคิดว่าเขา เสพยาแน่ๆ”ซึคาอุจิกล่าวขึ้นมาพร้อมกับบ่นพึมพัม

             

             “หนุ่มน้อยคาเนกิต้องอดทนมามายเลย ฉันในฐานะอาจารย์คนนึงอยากที่จะช่วยเขาเหลือเกิน” ออลไมท์กล่าวขึ้นมาก่อนที่ร่างกายของเขาจะมีควันขึ้นมาแล้วเปลี่ยนร่างเขาเป็นไอแห้ง


             

             “เราต้องทำสิ่งที่ทำได้ในตอนนี้ก่อนหล่ะนะ”ซึคาอุจิกล่าวด้วยอาการหดหู่



             

เช้าวันต่อมา


             “คาเนกิในชุดนักเรียนยูเอย์ตาซ้ายของเขามีผ้าปิดตาปิดอยู่เพราะอาการบาดเจ็บเขากลืนน้ำลายลงคอก่อนจะเปิดประตูห้องเรียน1-Aเข้าไป









CHAPTER VII งานกีฬายูเอย์ใกล้เข้ามาแล้ว พยายามเข้า คาเนกิ คุง!!






ครืด~


             สายตาสาดส่องไปทั่วเห็นเพื่อนร่วมฉันที่กำคุยกันก่อนจะหันมาเพราะเสียงประตูของเขาก่อนจะวิ่งกรูเข้ามา

             

             “คาเนกิคุง หายดีแล้วเหรอ?” มิโดริยะ


             “เธอไม่มีบาดแผลอะไรใช่มั้ย กินข้าวได้รึป่าว” ซึยุ

             

             “คุณคาเนกิ ไม่ไหวไปนอนก่อนก็ได้นะ”โมโมะ

                           

              ทั้งสามคนกล่าวมาอย่างรวดเร็วจนคาเนกิที่ได้ยินก็ยิ้มเจื่อนๆก่อนจะกล่าว”ผมหายดีแล้วครับ นี่ไงครับ” เขากลัวคนอื่นไม่เชื่อเลยถกเสื้อนักเรียนขึันมาพวกเขาเห็นท้องที่มีซิกแพคของคาเนกิที่ไม่มีบาดแผลอะไรก็สบายใจขึ้นมาโมโมะหน้าขี้นสีก่อนจะกล่าวในใจ’นี่หรอหน้าท้องของคุณคาเนกิ?’


                            

             “เฮ้ยๆ ทำให้พวกฉันเป็นห่วงแล้วไหงมาโชว์หุ่นของนายให้พวกเราดูหล่ะเนี่ย”เดนกิเดินมากอดคอของคาเนกิ

                                          

              “คามินาริคุง? อะ นั่นสินะ”คาเนกิพยักหน้าก่อนจะเอาเสื้อลงโมโมะที่เห็นก็หดหู่ขึ้นมาทันทีพวกเขาหันไปทางเธอ”มีอะไรงั้นเหรอครับ?”

                           

             “เปล่าค่ะ ไม่มีอะไร”เธอกล่าวก่อนจะเดินกลับไปที่โต๊ะของตัวเองในสภาพห่อเหี่ยวคาเนกิยิ้มขึ้นมาก่อนจะหันไปทางมิโดริยะกับสึยุและเดนกิก่อนที่เขาจะบอกให้ทุกคนกลับไปนั่งที่ พวกเขาผยักหน้าก่อนจะนั่งที่เหมือนเดิม คาเนกิที่เห็นก็จะเดินไปที่ของตัวเองเช่นกัน


ผลัก!

             

             เขารู้สึกเหมือนเขาเดินชนอะไรบางอย่างก่อนที่จะมองเป็นชุกนักเรียนหญิงที่ลอยตัวได้ ซึ่งก็คือคนที่คาเนกิไม่เคยคุยด้วยเลย เพราะมองไม่เห็น เธอก็คือ ฮางาคุดระ  โทรุ


              “เอ่อ…”


              “ขอโทษค่ะ! จะไม่ทำอีกแล้ว!!”เธอกล่าวด้วยเสียงหวาดกลัวคาเนกิที่เห็นก็งงทันที



               “ทำอะไรเหรอ?”คาเนกิขมวดคิ้วขึ้นพร้อมยื่นมือไปทางเธอ เธอที่เห็นก็เบิกตากว้างก่อนจะวิ่งไปหลบหลังของ โอจิโร่  มาชิราโอะ อัตลักษณ์ หาง

                           

             โอจิโร่หันมาทางเขาก่อนจะเดินมาแล้วยื่นมือไปทางเขาคาเนกิที่เห็นก็ขมวดคิ้วด้วยความสงสัยก็จับมือของโอจิโร่

             

             “สวัสดีครับ เราไม่ได้แนะนำตัวกันเลย ผม โอจิโร่ มาชิราโอะ ครับ อัตลักษณ์ หาง”

                                          

              คาเนกิที่เห็นก็รู้แล้วว่าหมอนี่มันไก่อ่อนแต่ถ้าไม่แนะนำตัวกลับมันก็จะเสียมารยาทเขาถอนหายใจก่อนจะกล่าวแนะนำตัวออกไป

              

              “คาเนกิ เคน ครับ อัตลักษณ์ กูล”


              ก่อนที่คาเนกิจะปล่อยมือของโอจิโร่ออกเขาที่เห็นก็ยิ้มขึ้นมาก่อนจะกล่าว

            

              ”อัตลักษณ์ของนายเหมือนฉันเลยนะ”

             

             คาเนกิที่ได้ยินก็มองตาขวางก่อนจะกล่าวออกไป”หมายความว่าไง?” โอจิโร่ที่เห็นก็เหงื่อตกขึ้นมาก่อนจะแกว่งหางที่หลังของเขาไปมา


             “นี่ไงหางเหมือนกัน”

                           

             ‘หมอนี่...ปัญหาอ่อนเหรอ?’คาเนกิคิดในใจไม่ได้กล่าวออกไปก่อนจะเหลือบมองที่โทรุที่ยังสั่นอยู่บีบหลังของโอจิโร่แน่น คาเนกิที่เห็นก็เบนสายตาไปทางอื่นก่อนจะไม่สนแล้วไปนั่งที่ของตัวเอง

               

              โทโดโรกิเหลือบมองมาที่เขาก่อนจะกล่าว”ตอนอยู่ในUSJ ฮางาคุระ เขาอยู่ในโซนถล่มนายไปทำอะไรให้เธอกลัวล่ะ?”


              

              คาเนกิที่ได้ยินก็จับที่คางของตัวเองก่อนจะนึกขึ้นมาได้ว่าเขากินเนื้อของสเกลริต้าเข้าไปคงจะเป็นตอนนั้นแหละมั้ง ที่สาวล่องหนมาเห็น เขาถอนหายใจอย่างเหน็ดเหนื่อยก่อนจะกล่าวออกไป


              “ไม่มีอะไรครับ”


              “...................”


               

               คาเนกิเหลือบไปมองโทโดโรกิก่อนจะหยิบหนังสือ คนถูกแขวนขึ้นมา”คือ ขอบคุณสำหรับหนังสือนะครับ”

               

              “ไม่เป็นไร ไม่ต้องใส่ใจหรอก”เธอกล่าวด้วยเสียงเฉยชาก่อนจะนั่งอ่านหนังสือต่อ


                                            

             หลังจากนั้นอาจารย์ไอซาวะก็เข้ามา ทุกคนในห้องเบิกตากว้างเมื่ออาจารย์ไอซาวะไม่ต่างอะไรกับมัมมี่ที่มีผ้าพันแผลรัดเต็มตัวไปหมด

             

              “อาจารย์ไอซาวะ กลับมาเร็วจัง!!”


              “อาจารย์ไม่เป็นไรใช่มั้ยครับ?” อีดะยกมือถามไปที่อาจารย์


              “แบบนั้นเรียกว่าไม่เป็นไรอีกเหรอ?”โอชาโกะกล่าวเมื่อเห็นอาจารย์เดินกระเพกๆ


               “ฉันจะเป็นยังไงก็ช่าง ที่สำคัญการต่อสู้ยังไม่จบ” เมื่ออาจารย์ไอซาวะกล่าวออกไปทุกคนในห้องก็วิตกขึ้นมาว่าเป็นวิลเลินหรือเปล่า?


               

                “งานกีฬายูเอย์ใกล้เข้ามาแล้ว”

 

                “งานโรงเรียนธรรมดาชัดๆเลย!”คิริชิมะตะโกนขึ้นมาก่อนจะหยุดลงเพราะเดนกิผลักหน้าออกไป

                “เดี๋ยวก่อนๆ…”


                “จัดงานกีฬาหลังจากวิลเลินบุกมามันจะดีเหรอค่ะ?” เคียวกะกล่าวขึ้นมาด้วยความสงสัย

             

               “ถ้ามันบุกขึ้นมาอีกจะทำยังไงล่ะครับ”โอจิโร่กล่าวเสริมขึ้นมา

                              

              “เนื่องจากเป็นงานใหญ่ ระบบการทำงานของยูเอย์จะทำงานอย่างมีระบบมากขึ้น ระบบความปลอดภัยก็หนาขึ้นด้วย ที่สำคัญงานกีฬาของพวกเรา ถือเป็นโอกาสใหญ่ นี่ไม่ใช่งานที่จะมายกเลิกเพราะวิลเลินหรอกนะ”


              ‘งานกีฬายูเอย์งั้นเหรอ ก็คงเป็นแค่งานกีฬาทั่วไปล่ะมั้ง’คาเนกิคิดในใจด้วยความสงสัยก่อนที่อาจารย์ไอซาวะจะกล่าวขึ้นมาอีกครั้ง


             “งานกีฬาของเราถือเป็นงานใหญ่ของญี่ปุ่นงานนึงในอดีตโอลิมปิกก็เรียกว่าวานกีฬาเหมือนกันแถมคนทั่วประเทศก็ครั่งไคร้ซักด้วยอย่างที่รู้กันว่า อัตราการเกิดของประชากรต่ำลง ตอนนี้จึงได้แต่ยึดติดกับชัยชนะในอดีต แต่ตอนนี้ญี่ปุ่นมีงานที่ทดแทนโอลิมปิกนั้นแหละ ซึ้งก็คืองานกีฬายูเอย์”

              

              “แน่นอนว่าฮีโร่ชั้นนำทั่วประเทศก็จะดูด้วยเพื่อสอดแนมไงล่ะ”โมโมะกล่าวพร้อมกับความมั่นใจ


              “หลังจากที่เราจบไปก็จะสามารถเข้าร่วมบริษัทอาชีพได้เลย” เดนกิเอ่ยพร้อมกับมองภาพตัวเองได้ไปทำงานพร้อมกับใบปริญญาถ้าไม่โดนขัดซักก่อน


              “แต่คนที่พลาดโอกาสก็ตกอับและก็ไม่มีงานทำตลอดไปเลยนะคามินาริ นายเข้าข่ายนะเพราะนายโง่” เคียวกะที่เอ่ยออกไปทำให้เขารู้สึกหน้าเสียทันที


              “การได้เข้าร่วมกับบริษัทฮีโร่ชื่อดังจะทำให้ได้ประสบการณ์และความนิยมมากขึ้น เวลามีจำกัด ถ้าหวังที่จะเป็นมืออาชีพ เส้นทางสู่อนาคตของพวกเธอจะเปิดในงานนี้ โอกาสครั้งแรก จากทั้งหมดสามครั้งคนที่อยากจะเป็นฮีโร่จะพลาดงานนี้ไม่ได้เด็ดขาด ถ้าเข้าใจก็อย่าขี้เกียจกันล่ะ”

              

              ไอซาวะกล่าวด้วยเสียงจริงนักเรียนทุกคนต่างขานรับเว้นแต่คาเนกิที่เริ่มคิดขึ้นมาเกี่ยวกับสิ่งที่ไอซาวะ และ คนในห้องพูด

              

             ‘ดูเหมือนจะไม่ใช่งานธรรมดาๆซักแล้วแฮะมีทั้งพวกสื่อของญี่ปุ่นและต่างประเทศจับจ้องมาที่งานนี้ รวมทั้งฮีโร่มืออาชีพที่คอยจับตา และผู้คนทั้งจังหวัดอีก แบบนี้มัน...อย่างที่คุณไอซาวะบอกถ้าอยากเป็นฮีโร่ก็ต้องโอกาสนี้เท่านั้น เราจะประกาศให้ทั้งญี่ปุ่นรู้ว่า เราก็สามารถเป็นฮีโร่ได้ ถึงแม้จะเคยทำความผิดก็ตาม’ เขาคิดในใจด้วยท่าที ที่ตื่นเต้นขึ้นมา ถ้าเกิดเขาคว้าที่หนึ่งมาได้ ทุกคนอาจยอมรับตัวเขา ที่เป็นวิลเลิน สามารถ เป็นฮีโร่ได้


กร๊อบ!


พักเที่ยง


             

             “ฉันโครตตื่นเต้นเลย!!”คิริชิมะตะโกนขี้นมาก่อนที่เซโระจะเดินมาแตะไหล่แล้วกล่าว


             “ถ้าพวกเราแสดงฝีมือดีๆล่ะก็อาจได้ก้าวแรกสู่การเป็นมืออาชีพเลย!”


             “พวกเรามีโอกาสไม่มากเพราะงั้นจะพลาดไม่ได้เด็ดขาด”โทโคยามิกล่าวอย่างเด็ดขาด


             คาเนกิเงยตามองไปที่พวกเขาที่มาคุยกันก่อนจะกล่าวออกไป”ช่วยไปคุยที่อื่นไม่ได้เหรอ?”

             

             “ไม่เอาน่าคาเนกิ ถ้าเกิดนายทำผลงานดีๆพวกเขาอาจไม่คิดว่านายเป็นวิลเลินก็ได้นะ”เซโระกล่าวขึ้นก่อนที่คิริชิมะจะเสริมต่อ


             “ใช่แล้ว มาพยายามด้วยกันเถอะ!!”

                        

             “เฮ้อ….ครับๆ” คาเนกิเอ่ยพร้อมถอนหายใจก่อนจะรู้สึกถึงสายตาของเด็กหนุ่มหัวอีกาข้างๆได้”มีอะไร ครับ โทโคยามิคุง?”

           

            “คาเนกินายตั้งใจที่จะชนะในการแข่งกีฬานี่รึป่าว?”

          เขากล่าวด้วยใบหน้าจริงจังคาเนกิที่เห็นก็ขมวดคิ้วขึ้นมาก่อนจะตอบ


          “ไม่รู้สิครับ...เพียงแต่ถ้าเกิดผมชนะขี้นมาอาจทำให้อะไรๆหลายอย่างมันง่ายขึ้นน่ะครับ”


          ขณะที่คาเนกิกำลังคุยกับเพื่อนร่วมชั้นอยู่นั่นเองก็รู้สึกได้ถึงบางอย่างก่อนจะหันไปที่ทางด้านหลังเห็นโอชาโกะฮึกเหิมต่างจากทุกที


          “ฉันจะพยายามให้เต็มที่!!”



          “โอ…”คาเนกิกล่าวพร้อมยกมือเป็นกำลังใจให้เธอ’บ้าจริงเผลอเคลิ้มไปซักได้…แต่ว่าพยายามเต็มที่เหรอ’คาเนกิเบนสายตาไปทางอื่น’ถ้าเกิดเราใช้พลัง เต็มที่ ทุกคนในงานจะรู้ว่า เราเป็น ไวท์เดวิลไหมนะ’เขากล่าวในใจด้วยความไม่สบายใจก่อนจะลุกออกจากเก้าอี้


           “อะ คาเนกิไปโรงอาหารกันเถอะ”

             

           เดนกิเดินเข้ามาพร้อมกับโชจิและโมโมะกับเคียวกะทึ่กำลังไปโรงอาหารพอดี คาเนกิมองไปที่พวกเขาก่อนจะรู้สึกลำบากใจขี้นมา ถ้ากินได้คงจะกินไปแล้วล่ะ เขายกมือขอผ่านก่อนจะบอกเหตุผลที่ฟังขึ้นออกไป


           “คือ ผมกำลังไดเอ็ดอยู่น่ะครับ”


           “ไดเอ็ตนายน่ะเหรอ?”


           เดนกิกล่าวพร้อมองไปที่รูปร่างของคาเนกิที่ผอมแต่มีกล้ามรูปกายสมส่วนติดที่เตี้ยไปหน่อยก่อนที่เขาจะผยักหน้า


            “งั้นเหรอ งั้นพวกฉันไปล่ะ”


            “พวกคุณไปเถอะ ฉันจะไดเอ็ต”


            โมโมะกล่าวขึ้นมาเคียวกะที่ได้ยินก็ผยักหน้าเดนกิขมวดคิ้วทันทีเพราะพวกเธอเป็นผู้หญิงล่ะนะเลยอยากหุ่นดีไว้ก่อน คาเนกิมองไปที่พวกเขาก่อนจะกล่าวในใจ’ไปดีกว่าเรา ขืนอยู่ตรงนี้นานกว่านี้คงไม่ได้มีเวลาส่วนตัวแน่’

             

            คาเนกิออกมาจากในห้องด้วยความเงียบเชียบก่อนจะเดินลงไปชั้นล่างที่เป็นโรงอาหารก่อนที่เขาจะเดินไปที่ตู้กดน้ำอัตโนมัติแล้วเลือกกาแฟเย็นขึ้นมาก่อนที่หยิบดื่มขณะที่ดื่มเขาก็มองดูข้างในอาคารที่เป็นกระจกใส

             

            “สุดยอดไปเลยนะที่นี้ ต้องใช้เงินขนาดไหนในการสร้างเนี่ย”เขากล่าวก่อนจะซดกาแฟกระป๋องต่อแล้วมองขึ้นไปที่ชั้นสองเห็นมิโดริยะเดินตามหลังออลไมท์ไป

             

             “สองคนนั้นสนิทสนมกันงั้นเหรอ..จะว่าไปแล้ว อัตลักษณ์ของสองคนนั่นก็คล้ายๆกันด้วย...”คาเนกิพึมพัมก่อนจะโยนกาแฟกระป๋องลงถังขยะแล้วเดินขึ้นไปช้้นสองเพราะต่อมความอยากรู้อยากเห็นของเขาทำงาน



             “ตอนนี้ฉันคงอยู่ในร่างกล้ามได้ 2.1ชั่วโมง”ออลไมท์กล่าวพร้อมกับซดชาดืมมิโดริยะที่ได้ยินก็รู้สึกผิดขึ้นมาเล็กน้อยก่อนจะกล่าวขอโทษ ทันใดนั้นออลไมท์เลือดก็พุ่งออกมาทางปากทันทีพร้อมหัวเราะลั่น


             “ฮ่าฮ่าๆๆเธอไม่ต้องขอโทษหรอก เหมือนกันจริงๆนะ เธอกับฉันเนี่ย แต่ว่าเพราะ ได้หนุ่มน้อยคาเนกิ เข้ามาช่วยสู้ ทำให้ผ่อนแรงจากเจ้าโนมุไปได้หน่อย”เขากล่าวก่อนจะส่งน้ำชาให้มิโดริยะ มิโดริยะที่เห็นก็ขอบคุณ


              “ที่สำคัญเรื่องงานกีฬานั่น เธอยังควบคุม วันฟอร์ออลไม่ได้ใช่มั้ย? เธอจะทำยังไงล่ะ”


                             

             มิโดริยะที่ได้ยินก็คิดก่อนจะนึกขี้นมาได้”แต่มีครั้งนึงตอนที่ผมเล็งเป้าไปที่เจ้าโนมุผมไม่บาดเจ็บเลยครับ”


           “ห๊า!? เรื่องจริงเหรอ?” ออลไมท์กล่าวด้วยเสียงตกใจก่อนจะกลับมาปกติ”แล้วรู้สึกถึวความต่างบ้างไหม?”


            “ความต่าง...ความแตกต่างที่สุดระหว่างตอนนั้น...กับว้นฟอร์ออลที่ผมใช้..”มิโริยะมือไปที่มือขวาของตัวเองก่อนจะนึกถึงคำพูดของหมายเลข13 พลังนั้นสามารถฆ่าคนได้ง่ายๆ ก่อนที่มิโดริยะจะกำหมัดแน่นขี้นมา”ผมใช้พลังนี้...โจมตีใส่คนอื่นเป็นครั้งแรกเลยครับ”


            ออลไมท์ลูบคางตัวเองก่อนจะเอ่ยออกไป”หืมม…ดูเหมือนเธอจะทำสำเร็จโดยไม่รู้ตัวสินะแต่ยังไงก็พัฒนาขึ้นนะ ค่อยยังชั่ว” ออลไมท์ลุกออกจากโซฟาก่อนจะเดินไปที่หน้าต่าง”พูดตรงๆ ชั้นไม่มีเวลามากพอที่จะอยู่ในฐานะสัญลักษณ์องแห่งสันติภาพแล้ว”


             “ไม่จริง…”มิโดริยะเบือนหน้านี



             “และพวกกลุ่มคนร้ายที่รวมตัวกันขึ้นมา..ก็เริ่มจะรู้ตัวกันแล้ว”


              มิโดริยะลุกออกจากเก้าอี้ก่อนที่ออลไมท์จะหันไปทางเขา


             “ฉันมอบพลังของฉันให้เธอเพราะฉันอยากให้เธอสืบทอดฉัน เธอบอกว่าอยากจะเป็นเหมือนกับฉันใช่ไหม?”


                “ครับ!”


                 “ถ้าอย่างนั้นได้เวลาแสดงให้เห็นแล้วงานกีฬายูเอย์นั้น...ฮีโร่มืออาชีพนั้น…ไม่สิทั่วประเทศกำลังจับตาดูอยู่เป็นบิ๊กอีเว้นท์เลย! ที่ฉันเรียกเธอมาก็เพื่อจะคุยเรื่องนี้แหละ ออลไมท์คนต่อไป...สายเลือดใหม่ของสัญลักษณ์แห่งสันติภาพ มิโดริยะ อิซุกุ ฉันอยากให้เธอบอกให้โลกรู้ว่า เธออยู่ที่นี่ !!”

                

                มิโดริยะที่ได้ยินสิ่งที่ออลไมท์กล่าวออกมาก็รู้สึกถึงแรงกดดันมหาสารได้


นอกห้องรับรอง


             คาเนกิลืมตาขี้นมาเมื่อได้ยินสิ่งที่ออลไมท์กล่าวกับมิโดริยะ’เหมือนรู้เรื่องที่ไม่ควรจะรู้เลยแฮะเรา’เขากล่าวในใจก่อนจะเดินตรงไปที่อาคารเรียนของตนใบหน้าของเขายิ้มอย่างมีเลศนัย





[ เวลา 3:20 น. เลิกเรียน ]


           “กะ เกิดอะไรขึ้นน่ะ!?”


            เสียงของโอชาโกะดังขึ้นมาคาเนกิเหลือบตาไปมองก่อนจะเห็นนักเรียนจากห้องอื่นมารวมตัวกันที่ห้อง1Aสถานการณ์แบบนี้ทำให้รู้ได้ในทันทีว่าพวกเขามาจับตาดูตัวเกร็งที่เคยได้สู้กับพวกวินเลินที่USJ บาคุโกเดินไปที่ประตูทางออก


            “ถอยไปซะ พวกตัวประกอบ!”


            นักเรียนห้องเอแตกตื่นขึ้นมาเมื่อบาคุโกพูดแบบนั้นคนข้างนอกก็ฮือฮาขึ้นมาก่อนจะปรากฏเสียงของเด็กหนุ่มปริศนาคนนึงขึ้นมาเขามีผมสีม่วงพร้อมกับหน้าตายๆ


             “ก็แค่มาดูว่า ห้อง 1-A เป็นยังไงแต่ดูท่าจะหยิ่งน่าดู พวกสาขาฮีโร่เป็นแบบนี้ทุกคนเลยสินะ?”


              บาคุโกที่ได้ยินก็ขึ้นมาทันทีส่วนพวกมิโดริยะที่ได้ยินก็อยากปฏิเสธสุดขีดว่ามันไม่ใช่คาเนกิมองไปที่เด็กหนุ่มปริศนาคนนั้นด้วยสายตาเฉยชา


               “มีพวกคนจำนวนหนึ่งเข้าสาขาฮีโร่ไม่ได้เลยไปเข้าสาขาทั่วไปแทน คงจะรู้สินะ ทางโรงเรียนได้มอบโอกาสนั้นให้อีกครั้ง โดยผลงานในงานกีฬาจะเป็นตัวคิดให้พวกเราย้ายเข้าสาขาฮีโร่และก็ต้องมีคนย้ายออกเช่นกัน”


                 พวกมิโดริยะที่ได้ยินก็สดุ้งขึ้นมาทันทีคาเนกิลุกออกจากเก้าอี้ก่อนจะสพายกระเป๋าข้างเดียวแล้วเดินไปที่หน้าประตูเด็กหนุ่มผมสีม่วงเหลือบมองมาที่เขา

              

              “ช่วยออกไปหน่อย”


              คาเนกิกล่าวด้วยเสียงเย็นชาเขาที่ได้ยินก็กล่าวขึ้นมาด้วยเสียงเฉยชา


               “อย่างน้อยชั้นก็...บอกได้เลยว่าต่อให้พวกนายเป็นสาขาฮีโร่แต่ถ้ามาเกะกะก็จะกวาดให้หมดชั้นมาเพื่อประกาศสงคราม”


                คาเนกิมองไปที่เขาแล้วหักนิ้วขึ้นมาก่อนจะมีเสียงดังขี้นมา


                “เฮ้ๆ! ฉันมาจากห้องบีที่อยู่ข้างๆได้ยินว่าสู้กับวิลเลินก็เลยจะมาฟังซักหน่อย! อย่าได้ใจให้มากนะเฟ้ย!! ถ้าเห่ามากๆตอนแข่งจริงจะเสียหน้าเอานะ!!”


                คาเนกิกับบาคุโกที่ได้ยินก็เบนสายตาไปทางอื่นก่อนจะออกจากห้องไปพร้อมกันพร้อมทั้งได้ยินเสียงตะโกนดังขึ้นมาเป็นพักๆ


                 “เดี๋ยวก่อนสิ บาคุโกแล้วจะทำไงกันล่ะทีนี้เป็นความผิดของนายแกที่ทำให้พวกเราโดนเกลียดนะเฟ้ย!” เสียงของคิริชิมะดังขึ้นมาบาคุโกกับคาเนกิที่ได้ยินก็หยุดเดินก่อนที่บาคุโกจะกล่าวออกไป

                 “ช่างมันดิ”


                 “หา!?”


                 “ถ้าจะขึ้นไปจุดสูงสุดมันก็ไม่เกี่ยวหรอก”ก่อนที่บาคุโกจะเดินออกไปคาเนกิที่ได้ยินคำพูดของเขาก็ผยักหน้าทีนึงก่อนจะเดินออกไปเช่นกัน



                ระหว่างทางออกจากโรงเรียนบาคุโกเหลือบตามองไปที่คาเนกิที่เดินอ่านหนังสือก่อนจะจี๋ปากขี้นมา

              “เฮ้ย!! แกน่ะ จะเดินตามฉันมาทำพระแสงไรวะ ไอหงอก!!”


               “ผมกลับบ้านไม่ได้เดินตามครับ”


               “อ้อเหรอ!! แต่ฉันบอกก่อนว่าคนที่จะได้ที่หนึ่งก็คือฉันเฟ้ย!!...แกน่ะตอนสอบเข้าได้ที่หนึ่งเพราะคะแนนช่วยเหลือ เชอะ เป็นแค่วิลเลินแท้ๆแกน่ะ”

               

             “ขอโทษครับ ผมไม่ฟังเสียงหมาเห่า”เขากล่าวด้วยเสียงเนือยๆก่อนจะเดินออกจากโรงเรียนไปบาคุโกที่ได้ยินก็มีเส้นเลือดตรงขมับทันที


             “แกตายแน่…!!”



             คาเนกิเดินทางมาที่ริมแม่น้ำพร้อมกับกาแฟในมือมองดูท้องฟ้าสีครามกับลมที่พัดโชยเข้ามาเขาหยิบดื่มกาแฟกระป๋องในมือพรางนึกถึงเรื่องราวเก่าๆ


              “ทุกคนที่นั่นจะเป็นยังไงบ้างนะ...โทวกะจัง จะสบายดีไหมนะ?”


               “ว่าไงหนุ่มน้อย”


               เสียงหวานดังขี้นคาเนกิเหลือบตาไปมองก่อนจะเห็นหญิงสาวผมสีเขียว


                “คุณ?”


                “กินแอปเปิ้ลไหม?” เธอกล่าวพร้อมยื่นแอปเปิ้ลสีแดงสดให้คาเนกิ เขาที่เห็นก็รับมันมาแต่โดยดี


                 “ดูนายมีเรื่องกังวลนะ” เธอกล่าวก่อนจะเดินมายืนข้างๆคาเนกิ



                  “คุณเซ็น...ถ้าเกิดคุณไม่ได้เจอคนที่เรารักอีกจะทำยังไง?”


                  เธอเหลือบตามองคาเนกิก่อนจะกล่าวด้วยเสียงแหลมๆ”อะไรน่ะ ปัญหาความรักเหรอ?”


                   “ปะ เปล่าครับ เพียงแต่คนที่เราคิดจะปกป้องพวกเขา แต่เรากลับไม่ได้อยู่ตรงนั้น คอยปกป้องพวกเขาจะทำยังไง” เขากล่าวด้วยเสียงที่ดูเป็นกังวลบนใบหน้าของเขาปรากฏความยุ่งยากใจหญิงสาวที่เห็นก็โอบกอดเด็กหนุ่มแววตาที่ดูเป็นกังวลถูกแทนที่ด้วย ประกายอ่อนโยนอบอุ่น


                     “ก็ไม่ต้องปกป้องสิ มันอาจฟังดูเห็นแก่ตัวไปหน่อยแต่ว่า เชื่อชั้นเถอะ เมื่อคนเราได้ปกป้องบางสิ่ง คนเราก็จะแบกรับเรื่องต่างๆเข้ามา จนตัวเราจะไม่ใช่ตัวเราในที่สุด แต่ถ้าเธอนั้นไม่เหลืออะไรให้ปกป้องอีก ก็จงปกปกป้องคนรอบตัวเธอ”


             คาเนกิที่ได้ยินก็ปลีกตัวจากกอดของหญิงสาวก่อนจะกล่าวออกไป”ขอบคุณมากครับ คุณเซ็น”


              “เคนน้อย อย่าลืมสิว่าตอนนี้คือปัจจุบัน อย่าคิดถึงอดีตสิ เพราะอดีตมันจะทำให้เธอยึดติด”เธอกล่าวพร้อมรอยยิ้มก่อนจะโบกมือ”งั้นฉันไปก่อนแล้วเจอกันนะ”


               คาเนกิขมวดคิ้วมองไปที่เธอที่เดินออกไปอย่างร่าเริงก่อนจะนึกถึงคำพูดของเธอ”อดีตจะทำให้เรายึดติดงั้นเหรอ? มั่นหมายความว่ายังไงกัน?”สายตาของเขาฉายแววสงสัยก่อนจะเขย่าหัวตัวเองให้ลืมสิ่งที่คิดก่อนจะดื่มกาแฟกระป๋องต่อ


               เช้าวันต่อมาคาเนกิได้เข้าไปยูเอย์เพื่อฝึกซ้อมเพราะอีกสองอาทิตย์งานกีฬายูเอย์ใกล้จะเข้ามา เขาในชุดพละยืดตัวก่อนจะปรับลมหายใจให้คงที่ก่อนจะมองไปที่สนามฝึกลูกเบสบอล “ก่อนอื่นเราก็อยากรู้มากว่าตอนนี้เรามีอัตลักษณ์อะไรบ้าง”


                คาเนกิขยับนิ้วทั้วสิบก่อนจะมีเส้นด้ายออกมาเขาผูกเส้นด้าย1เส้นไว้กับบนพนังก่อนจะกระโดดขึ้นไปเหยียบบนเส้นด้ายก่อนจะค่อยๆเดิน การฝึกนี้จะช่วยในการควบคุมบาลานซ์ที่ดีระหว่างที่เดินเขาก็งอกคากุเนะทั้งสี่เส้นออกมา โจมตีใส่ลูกบอลที่โหมกระหน่ำเข้ามา ก่อนที่เขาจะเปลี่ยนคากุเนะเป็นเหล็กแหลมโดยใช้อัตลักษณ์ เหล็ก ก่อนจะเปลี่ยนเป็นกระดูก จากนัันเขาก็ยื่นมือขวาไปข้างหน้าก่อนที่จะมีน้ำพุ่งออกมาเป็นอัตลักษณ์ ที่เขาได้มาจากการกำจัดวิลเลิน ก่อนที่เขาจะยื่นมือด้านซ้ายออกไป ก่อนที่มันจะมีลมออกมา ส่วนอัตลักษณ์นี้คาเนกิได้มาตอนกำจัดวิลเลินเหมือนกัน คาเนกิขยับมือทั้งสองข้างมาพสานกันมันก็ก่อตัวเป็นน้ำแข็ง พุ่งโจมตีใส่เครื่องเล่นเบสบอลด้านหน้าจนมันไม่สามารถยิงลูกบอลออกมาได้อีก


             คาเนกิมองไปที่มือทั้งสองข้างของตัวเอง”ให้ตายเถอะ แบบนี้เอาน้ำแข็งของคุณโทโดโรกิ ยังจะดีซักกว่าเลย” เขาบ่นพึมพัมก่อนจะเดินออกจากโดมแล้วเดินไปที่ตู้กดน้ำก่อนจะเลือกกาแฟขึ้นมาดื่ม


              “ให้ตายเถอะ พวกห้องเอ เยอะชมัด”


             ขณะที่คาเนกิกำลังดื่มกาแฟอยู่เขาก็ได้ยินเสียงคุยกันจากตึกข้างหน้า


               “พวกมันคิดว่าที่นี่เป็นสถานที่ของพวกมันรึไงกัน?”


               “ให้ตายสิ นายอย่าคิดแบบนั้นได้ไหม?”



               คาเนกิย่องไปดูก่อนจะเห็นคนผมสีเปลือกไม้ทองนัยน์ตาสีม่วงกำลังคุยกับคนที่มีอัตลักษณ์เป็นเหล็กทำให้คาเนกิรู้ได้ทันทีว่าพวกนี้นั้นมาจากห้องบี


                 “พวกมันจะต้องแพ้ ฉัน เพราะอัตลักษณ์ของฉันแกร่งสุดๆ”


                 “โมโนมะ เอาอีกแล้วนะแก”


                 “ว่าแต่เท็ตสีนายเคยได้ยินข่าวลือเรื่องนี้ไหม?”


                 “ข่าวลืออะไรของนาย โมโนมะ?”


                 “ก็ที่ว่าห้องเอ มี วิลเลิน เข้ามาเรียนไง”


                 “เฮ้ย!! นายอย่ามากุเรื่องขึ้นแบบนี้สิมันจะไปเป็นแบบนัันได้ไง!?”


                 “แต่ฉันได้ยินมาจากอาจารย์เองเลยนะ เห็นเขาพูดกันว่า ไอเจ้าวิลเลินคนนี้มันจัดการวิลเลินด้วยกันเอง เหอะๆ บ้าสิ้นดี มันจะเป็นแบบนั้นไปได้ไงกัน”โมโนมะกล่าวด้วยท่าท่างเยาะเย้ยถากถาง


                 “แล้วนายรู้เหรอ ว่ามันเป็นใคร?”



                 “ไม่รู้หรอก แต่ว่า พวกประชาชน กับพวกสื่อข้างนอกจะมาถ่ายทอดสดที่นี่ ถ้าพวกเขารู้ว่า มีวิลเลินอยู่ในยูเอย์ละก็ได้แตกตื่นแน่ เพราะว่าเพิ่งมีข่าวที่USJโดนถล่มโดยพวกวิลเลินไป”


                 “ถ้าแบบนััน ยูเอย์จะไม่แย่เอารึไง”เท็ตสึเหงื่อตกขึ้นมาก่อนจะกล่าวอีกครั้ง”ถ้ามันเป็นเรื่องจริง ยูเอย์สถานที่ ที่คอยฝึกฮีโร่ แต่กับเอาวิลเลินเข้ามาด้วย แบบนี้ยูเอย์ได้ไปในทางเสียๆหายๆแน่”


                  “และพวกห้องเอ ก็จะคอยตกที่นั่งลำบากอีกด้วย”โมโนมะแสยะยิ้มขี้นมา



                  คาเนกิที่ได้ยินสิ่งที่พวกเขาพูดก็ถอนหายใจขึ้นมาก่อนจะเดินออกไปจากตรงนั้นพร้อมกับโยนกระป๋องกาแฟลงถังขยะด้วยสีหน้าเงียบเชียบ



2 อาทิตย์ต่อมา…


                  คาเนกิเปลี่ยนเป็นชุดพละก่อนจะอ่านหนังสือด้วยใบหน้าเฉยชา เดนกิที่เห็นก็ขมวดคิ้วทันที


                 “คาเนกิ~ นั่นคือวิธีทำให้นายหายกังวลงั้นเหรอ?” เดนกิกล่าวพร้อมกับชี้ไปที่หนังสือที่คาเนกิอ่าน


                 “........”


                 “อย่าเมินกันสิเฟ้ย--!!”


                 “มิโดริยะ”

           


                 เสียงของโทโดโรกิดังขึันมาทุกคนในห้องมองไปที่เธอรวมถึงคาเนกิด้วย


                 “คุณโทโดโรกิ มีอะไรเหรอ?”


                 “ถ้าดูผิวเผินแล้วฉันแข็งแกร่งกว่านาย”


                 “คะ ครับ…”


              “แต่นายน่ะถูกออลไมท์จับตาดูอยู่สินะ?”


              คาเนกิที่ได้ยินก็เหลือบตามองไปที่มิโดริยะที่เมื่อตอนนั้นเขาคุยกับออลไมท์เรื่องพลังวันฟอร์ออล


              “ฉันก็ไม่อยากสอดอะไรหรอกนะ แต่ฉันจะจัดการนาย”กล่าวจบเธอก็เดินออกไปข้างนอกบรรยากาศในห้องอึมครึมทันทีคาเนกิลุกออกจากเก้าอี้ก่อนจะเก็บหนังสือใส่ในล็อคเกอร์แล้วเดินออกจากห้องรับรอง


               “เอาล่ะ...ได้เวลาเล่นบทตัวร้าย”


กร๊อบ!!



               “เฮ้! กรุณาฟังให้ท่านผู้ชม และสื่อใหญ่ต่างๆ”ฟรีเซนไมค์ปรากฏตัวบนหน้าจอมอนิเตอร์เสียงเฮดังขึ้นมาจากคนดูบนฮอล ส่วนพวกนักข่าวพยายามเก็บภาพให้ได้มากที่สุด”ได้เวลาที่นักเรียนปี 1 จะลงสู่สนามแล้ว”


                ภาพจากกล้องพร้อมเสียงเฮดังขึ้นเมื่อนักเรียนปีนึงที่นำด้วยคาเนกิเดินนำพร้อมกับพวกห้องเอและห้องอื่นๆ ไม่ว่าจะแผนกสาขาฮีโร่ห้อง

1-B ต่อมาก็เป็นสาขาทั่วไปห้อง C D และ E และก็สาขาสนับสนุนห้อง F G และห้อง H นอกจากนั้นก็สาขาธุรกิจห้อง I J และ K


                คาเนกิมองไปรอบได้ด้วยสายตาเย็นชาเหมือนทุกครั้งไม่ได้มีอะไรแตกต่างก่อนจะหยุดเดินเพราะมิดไนท์ที่เป็นกรรมการทุกสายตาต่างจ้องไปทางเธอที่แต่งตัวเซ็กซี่เหลือเกินทเธอสบัดแส้ในมือก่อนจะกล่าว”เงียบ!!”

             

             “ตัวแทนนักเรียนห้อง1-A คาเนกิ เคน!”


             เธอประกาศชื่อของเขาขี้นมาทุกสายตาต่างจ้องมองพร้อมเสียงฮือฮาเพราะว่าเขานั้นสอบเข้าได้ที่หนึ่งของชั้นปี เขาเดินขึ้นไปบนแท่งยืนที่มิดไนท์ยืนอยู่ก่อนจะมองไปที่ไมค์ตรงหน้าของเขาทุกสายตาต่างดูที่การกระทำของคาเนกิ เพราะมันเป็นตัวชี้ชะตาของสาขาฮีโร่ห้อง1-A


              “ขอบอกตอนนี้ไว้ก่อนเลยนะ พวกเด็กนักเรียนปากไม่สิ้นกลิ่นน้ำนม ผมจะเป็นที่หนึ่ง โดยใช้อัตลักษณ์เพียงแค่ครึ่งเดียว จบ”


               “-อะไรวะ!!”


               “-อย่ามาดูถูกนะเว้ย!!”


               “-ไอหงอก!!!”


               “ไอห้อง1-Aไอกากเอ้ย!!”


               “-ไอคาเนชั่น!!”



              หลังจากที่คาเนกิกล่าวออกไปก็มีเสียงประท้วงขึ้นมาทันทีพร้อมกับเสียงที่โคตรไม่พอใจนักเรียนในห้อง1-Aมองไปที่คาเนกิที่เดินลงมาด้วยสายตาแปลกใจ เพราะพวกเขาคิดว่า คาเนกิต้องพูดอะไร ที่เป็นคำพูดปลูกใจ ไม่ใช่คำพูด ยอว่าตัวเองเก่งแบบนี้ โดยใช้คำพูดว่า จะใช้พลังเพียงแค่ครึ้งเดียว


               ‘ใช้พลังเพียงแค่ครึ่งเดียวมันหมายความว่ายังไงกัน?’มิโดริยะคิดในใจพร้อมมองไปที่คาเนกิ ก่อนที่คาเนกิจะเหลือบสายตาเย็นชามองมาที่เขา เขาที่เห็นก็สดุ้งทันที


        “เอาล่ะ งั้นมาเริ่มกันเลยพวกเด็กๆทั้งหลาย!!”















°×°×°×°×°×°×°×°×°×°×°×°×°×°×°×°×°×°×°


จบแล้วนะครับตอนนี้ ขอโทษที่อัพช้ามากๆเพราะว่าผมอัพเลเวลจากนอนตื่นกลางวันกลายเป็นนอนตื่นกลางคืนแทน อิอิ เลยไม่ได้มีแรงเขียนเท่าไหร่พร้อมกับในหัวไม่ค่อยแล่นเท่าไหร่เลย ฮ่าๆ ส่วนโทโดโรกิ ผมอยากให้ นางเป็นเพื่อนกับคาเนกิก่อน หลังจากนั้นจะเป็นยังไงก็ได้แล้ว เพราะตอนนี้ผมอยากได้ความสัมพันธ์แบบเพื่อนก่อนหลังจากนั้นจะพัฒนาเป็นอะไรก็ได้








        




             


















              





             

                 











ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 625 ครั้ง

752 ความคิดเห็น

  1. #591 sarunrath (@sarunrath) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 7 เมษายน 2562 / 23:56
    เดี๋ยว!?’ไอคาเนชั่น’มาจากไหน555555+
    #591
    0
  2. #583 nighto (@nighto) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 7 เมษายน 2562 / 19:37
    ของไรท์ยังน้อยของเรานี่ตกเครื่องซักผ้าฟังยันมือถือและเครื่องซักผ้าไฟฟ้าลัดวงจรบ้านเกือบไฟไหม้มหันตภัยจริงๆๆ
    #583
    0
  3. #459 Fot800 (@Fot800) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 26 มีนาคม 2562 / 23:26
    555เปิดตัว
    #459
    0
  4. #431 แบม (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 22 มีนาคม 2562 / 15:15

    ตต่อๆๆๆๆเหอะนะสนุกมากเลย

    #431
    0
  5. #430 Bloody Empress (@Vongola_Diecimo) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 21 มีนาคม 2562 / 22:17
    ครึ่งเดียวหรอครึ่งร้อยคะ คุณคาเนชั่น
    #430
    0
  6. #427 poomza579 (@poomza579) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 21 มีนาคม 2562 / 14:04
    คาเนกิยังไม่เปิดโหมดหัวขาวก็โดนด่าเป็นคาเนชั่นแล้วอ่ะ555
    #427
    1
  7. #426 SN Sinam (@0807609091) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 21 มีนาคม 2562 / 12:25

    ลั่นตรงคาเนชั่น5555555

    #426
    0
  8. #425 Chanoknan18788 (@Chanoknan18788) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 21 มีนาคม 2562 / 10:19
    เปิดโหมด เทพทรู
    #425
    0
  9. #423 Zerafh Elthania (@za0810925938) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 21 มีนาคม 2562 / 08:44
    เอโตะ ออร่านางเอกจับจริงๆ
    #423
    0
  10. #422 pinnythesong (@pinnythesong) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 21 มีนาคม 2562 / 07:50
    คาเนชั่นพูดได้ร้ายกาจมาก
    #422
    0
  11. #421 SATANGAPA (@SATANGAPA) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 21 มีนาคม 2562 / 02:04
    ครี่งเดียว? มันจะออกมาแบบไหนน้อ~~~ /// ยิ้มร้ายยย
    #421
    0
  12. #420 rodjananuna (@rodjananuna) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 21 มีนาคม 2562 / 01:41

    อยากได้โทโดผู้ชายยยยยยยย ฮือออออออT-T เน้นมิตรภาพได้ใหม เราชอบเรื่องนี้มากนะแต่โทโดผู้หญิงนี่มัน.....

    แงงงงงงงงงงง
    #420
    1
    • #420-1 SATANGAPA (@SATANGAPA) (จากตอนที่ 9)
      21 มีนาคม 2562 / 02:05
      ไม่เป็นไรนะๆ /// ปลอบๆ เราก็อยากได้แบบนี้เหมือนกันแต่...เราน้อมรับหลักประชาธิปไตยนี้ได้!!!
      #420-1
  13. #419 sei4115 (@sei4115) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 21 มีนาคม 2562 / 00:29

    สนุกมากกกกก ....แต่ค้าง
    #419
    0
  14. #418 mine poke (@Diefire) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 21 มีนาคม 2562 / 00:09
    ครั่งเดียวข้องเองนี้ร่างตะครับหรือร่างแม้งมุมละ?
    #418
    0
  15. #417 Earn Waranluk (@w-earn) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 20 มีนาคม 2562 / 23:35

    ค้างอีกละ รอตอนต่อไปค่าา
    #417
    0
  16. #416 55420119 (@55420119) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 20 มีนาคม 2562 / 23:27
    ขอแค่พระเอกโชว์เทพหย่างเดียวไม่มีความรักไม่ความรักมาเกี่ยวข้องเหมือนกันคะ
    #416
    0
  17. #415 Nazzga2 (@Nazzga2) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 20 มีนาคม 2562 / 23:18
    พูดได้แจมแมวมากคาเนชั่น
    #415
    0
  18. #414 DING-DONGS (@MILD-K-PAT) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 20 มีนาคม 2562 / 07:07
    วงวารอะ กินข้าวแบบปกติไม่ได้เลยได้มารู้แจ็คพ็อตแบบไม่ตั้งใจ 55555
    #414
    0
  19. #413 Ri_Ryu (@Ri_Ryu) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 20 มีนาคม 2562 / 00:10
    อย่าเป็นแนวรักเลยค่ะ!!! ขอร้อง!! จะกาว จะออกทะเล ยังไงก็ได้ แต่ไม่เอาความรัก บอกตามตรงนิยายแนวแบบนี้หาง่ายแต่มันมีความรักเข้ามาเกี่ยว นิยายที่พระเอกโชว์เทพทั้งเรื่องแบบไม่มีความรักเข้ามาเกี่ยวมันหายากมากกกกก เเต่ความคิดเห็นของเค้ามันก็สู้กับพวกหิวกระหายในความรักไม่ได้หรอก ยังไงก็จะพยายามอ่านนะ.. ถึงจะเริ่มไม่ไหวแล้วก็เถอะ.-.
    #413
    4
    • #413-2 Mabus (@Mabus) (จากตอนที่ 9)
      20 มีนาคม 2562 / 17:51
      แล้วแต่คนเขียนครับ

      อย่าทำให้คนเขียนเปลี่ยนพล็อทเลยมันจะไม่สนุกเอา
      #413-2
    • #413-3 คนส่วนน้อย (จากตอนที่ 9)
      21 มีนาคม 2562 / 10:47
      เราน้อมรับกับการตัดสินใจของไรท์ (เราแค่ออกความเห็น) เนื้อเรื่องจะไปทางไหนก็ตาม เราก็พร้อมติดตามและให้กำลังใจเสมอ

      #413-3
  20. #412 Mrtaza (@Mrtaza) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 19 มีนาคม 2562 / 16:32
    รออ​ยู​่​นะครับ//ผมก็แต่งมายฮีโร่
    #412
    0
  21. #408 Earn Waranluk (@w-earn) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 18 มีนาคม 2562 / 23:29
    รอดูตอนแข่งกีฬา มันแน่วานนี้ สู้ๆนะคะ
    #408
    0
  22. #407 SN Sinam (@0807609091) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 18 มีนาคม 2562 / 23:25

    อ้ากกกก มาแล้วววว สนุกสุดๆๆ ภาษาเริ่มลื่นจนอ่านสบายแล้วววว อยากให้คาเนกิบู๊ชิบหายตอนนี้55555

    #407
    0
  23. #406 SATANGAPA (@SATANGAPA) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 18 มีนาคม 2562 / 23:19
    เราจะบ่นทุกตอนตั้งแต่แต่นี้ว่า....อยากเห็นทุกคนเปิดวิร์กันแล้ว!!!!!
    #406
    3
    • #406-1 SATANGAPA (@SATANGAPA) (จากตอนที่ 9)
      18 มีนาคม 2562 / 23:20
      เปิดวอร์ๆๆ ผิดๆๆ
      #406-1
  24. #404 CQ Pang (@pangchio) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 18 มีนาคม 2562 / 08:25
    โอเครเลยจร้าาาาาาา
    #404
    0
  25. #403 @''-''@ 555 (@0899026024) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 18 มีนาคม 2562 / 01:57
    ที่จริงควรแกะเครื่องออกมาเป่าให้แห้งนะเพราะข้างในวงจรมันเปียกอยู่ทำให้เครื่องรวนและไม่ควรชาร์จแบตด้วย
    #403
    0
  26. #392 SATANGAPA (@SATANGAPA) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 17 มีนาคม 2562 / 18:52
    เอาจริงๆนะ ความรู้สึกที่เราอ่านมาอ่ะ มันจะมีอยู่อย่างนึงหลังจากที่อ่านฉากบู้และต่อสู้แล้ว คือ....(ขออนุญาติใช้คำหยาบนิดนึง) กุอยากเห็นคาเนกิกินวิลเลิน!!!! อยากเห็นสู้แบบเหนือเทพ อยากให้ไม่แพ้ทุกครั้งที่สู้
    อยากเห็นแบบเป็นคาคุจา!!!!

    คือแบบมันเห็นแบบมีแต่ฉากบู้อ่ะ ไม่รู้ทำไมเหมือนกัน555+
    #392
    3
    • #392-1 Eyeee5928 (@Eye1704) (จากตอนที่ 9)
      17 มีนาคม 2562 / 19:39
      เห็นด้วยค่ะ555
      #392-1
    • #392-3 sei4115 (@sei4115) (จากตอนที่ 9)
      21 มีนาคม 2562 / 00:24

      สนุกมากกกกกกก ...แต่ค้างT^T
      #392-3