ไสหัวไปซะพระชายาบ้านนอก

ตอนที่ 51 : วังหลัง กับ สาวรับใช้ทรยศ

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 10,316
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 749 ครั้ง
    10 เม.ย. 64

ความใฝ่ฝันของหลานฮุ่ยเหมยสำเร็จไปอีกหนึ่งขั้นเมื่อนางเป็นหนึ่งในยี่สิบสตรีที่ได้รับเลือกให้เข้าถวายการรับใช้โอรสสวรรค์ในฐานะพระสนม พระสนมใหม่ทั้งยี่สิบคนนั้นต่างอยู่ในฐานะพระสนมขั้นต่ำอันได้แก่ กุ้ยเหริน ฉางจ้าย และตาอิ้ง โดยหลานฮุ่ยเหมยรั้งตำแหน่งพระสนมขั้นกุ้ยเหริน เป็นพระสนมหลานกุ้ยเหริน

 

วังหลวงยิ่งใหญ่ งดงาม สมกับคำร่ำลือ แรกๆหลานฮุ่ยเหมยรู้สึกตื่นตาตื่นใจยิ่งนักที่ได้มีวาสนาเข้ามาอยู่ในสถานที่ที่เหนือคำบรรยายเช่นนี้ นางเฝ้ารอบุรุษเพียงหนึ่งเดียวของวังหลังที่นางหลงเสน่ห์ในรูปโฉมอันเรียกได้ว่า ‘งดงามเป็นเอก’ของเขา แม้ว่าไป๋เฟยฉีจะมีชันษาสี่สิบกว่าปีแล้ว แต่ยังคงดูหล่อเหลามีสง่าราศีหาบุรุษใดเทียบมิได้

 

หลานฮุ่ยเหมยเฝ้ารอคืนวันที่เขาจะเสี่ยงป้ายมาที่ตำหนักของนาง คืนวสันต์ของนางคงดื่มด่ำตรึงตราตรึงใจไปชั่วนิจนิรันดร์เมื่อบุรุษผู้อยู่เหนือผู้คนทั้งใต้หล้านั้นได้ครอบครองนางและนางก็ได้ครอบครองเขา

 

“ฝ่าบาทเสด็จ” ฉูกงกงประกาศการมาของโอรสสวรรค์ คืนนี้เป็นค่ำคืนแรกของการรับขวัญพระสนมใหม่ทั้งหลาย ไป๋เฟยฉีเลือกเสี่ยงป้ายตำหนักพระสนมหลานกุ้ยเหริน

 

หลานฮุ่ยเหมยที่ได้รับแจ้งก่อนหน้านี้ได้ทำการเตรียมตัวรับเสด็จของไป๋เฟยฉีตั้งแต่เย็นแล้ว นางให้นางกำนัล (ซึ่งหนึ่งในนั้นก็คือซานซานที่ได้ติดตามเข้ามารับใช้ในวังในฐานะนางกำนัลคนสนิทของหลานกุ้ยเหริน)ขัดสีฉวีวรรณ อาบน้ำลอยกลีบกุหลาบและใช้แป้งหอมประทินให้กลิ่นกายหอมรวยรื่น จัดแจงแต่งกายด้วยอาภรณ์ลายบงกชมัจฉาสีชมพู ช่วยขับให้ผิวของนางดูผุดผ่องยิ่งขึ้น

 

หลานฮุ่ยเหมยคาดหวังว่าโอรสสวรรค์จะต้องตื่นเต้นที่ได้ร่วมคืนวสันต์กับนางและหลงใหลนางจนหัวปักหัวปำ ทว่า…บุรุษหนึ่งเดียวในวังหลังผู้มากประสบการณ์นั้นในชีวิตของเขามีสาวงามคอยปรนนิบัติและอุ่นเตียงมามากมาย หากหลานฮุ่ยเหมยรู้ความจริงว่าความงดงามของนางนั้นไม่ได้ทำให้ใจของเขาสั่นไหวได้แม้แต่น้อยคงอยากจะกระอักโลหิตออกมาสักคำ  สำหรับโอรสสวรรค์แล้ว หญิงงามย่อมเป็นสิ่งธรรมดาสามัญสำหรับเขา สตรีในวังหลังของเขาล้วนงดงามระดับ  ‘ล่มเมือง’ กันทั้งนั้น

 

“ฮุ่ยเหมย เป็นอย่างไรบ้าง วังหลวงเหมือนกับที่เจ้าคาดคิดไว้หรือไม่?” โอรสสวรรค์ตรัสถามอย่างใคร่รู้

 

“ทูลฝ่าบาท วังหลวงงดงามและยิ่งใหญ่ยิ่งนัก หม่อมฉันรู้สึกตื้นตันที่ตนเองมีวาสนาได้เข้ามาอยู่ที่นี่เพคะ เป็นพระมหากรุณาธิคุณเป็นล้นพ้นเพคะ”

 

ไป๋เฟยฉียิ้มละมุน ช่างเป็นรอยยิ้มที่สามารถกระชากวิญญาณของสตรีวัยกำดัดที่เริ่มอยากรู้จักความรักอย่างนาง

 

“ในชีวิตของเจ้า เจ้าปรารถนาสิ่งใดเป็นที่สุด อะไรคือความใฝ่ฝันของเจ้า?”

 

หลานฮุ่ยเหมยยิ้มพราย

 

“ทูลฝ่าบาท ความใฝ่ฝันที่ยิ่งใหญ่ของหม่อมฉันคือได้มีโอกาสรับใช้ฝ่าบาทเพคะ ความปรารถนาของหม่อมฉันคือ…มีพระโอรสให้ฝ่าบาทเพคะ” หลานฮุ่ยเหมยยิ้มเอียงอาย นางหวังว่าคำตอบนี้จะทำให้โอรสสวรรค์พอใจ

 

ไป๋เฟยฉียิ้มเหมือนไม่ยิ้ม เขาลอบระบายลมหายใจเบาๆ

 

“ฮุ่ยเหมย เจ้าคิดว่าเจ้ามีความสามารถใดที่โดดเด่นและเป็นที่น่าภาคภูมิใจ?”

 

หลานฮุ่ยเหมยพลันนึกไปถึงว่าฮ่องเต้คงจะหมายถึงศิลปะชั้นสูงทั้งสี่ อันได้แก่ พิณ หมากล้อม เขียนอักษรและวาดภาพซึ่งนางมิได้มีความสามารถที่โดดเด่นในศิลปะเหล่านี้เลย แต่สตรีจากชนชั้นสูงทั้งหลายต้องเรียนศิลปะเหล่านี้ตั้งแต่ยังเยาว์วัย  เหล่าสนมทั้งหลายของโอรสสวรรค์อาจจะมีความสามารถโดดเด่นในศาสตร์เหล่านี้ แต่…หลานฮุ่ยเหมยกลับคิดว่า มันซ้ำซาก จำเจ ฮ่องเต้น่าจะพึงพอใจกับสิ่งแปลกใหม่มากกว่า

 

“ทูลฝ่าบาท หม่อมฉันคิดว่าหม่อมฉันน่าจะมีความสามารถที่โดดเด่นในเรื่องการปรนนิบัติฝ่าบาท เรื่องการอุ่นเตียงเพคะ” หญิงสาวตอบออกมาอย่างหน้าไม่อาย มารดานางที่เป็นอดีตนางเอกงิ้วเคยสอนเอาไว้ว่า สตรี ไม่ว่าจะมาจากชนชั้นสูงหรือต่ำ สิ่งที่มัดสามีให้อยู่หมัดได้คือ…เรื่องอุ่นเตียง ดูอย่างมารดาของนางสิ ยังมัดใจบิดาของนางได้ จากอนุยังได้เลื่อนขึ้นมาเป็นฮูหยิน

 

“ไร้ยางอาย!” ไป๋เฟยฉีนึกบริภาษในใจ เขารู้สึกผิดหวังลึกๆที่ได้รับคำตอบแบบนี้จากน้องสาวของยอดสตรีแห่งไป่กว๋อ แต่จะเป็นอะไรไปล่ะ ….พวกนางเป็นคนละคน และเป็นพี่น้องต่างมารดา ขนาดพี่น้องร่วมบิดามารดายังแตกต่างกันสุดขั้วได้เลย

 

“เจ้าเป็นบุตรสาวนายอำเภอเมืองโจวถิงมาก่อน เคยรับรู้เรื่องความทุกข์ยากของราษฎรเมื่อมีภัยแล้งหรือว่าโรคระบาดมาก่อนหรือไม่?”

 

หลานฮุ่ยเหมยนึกแปลกใจว่าเหตุใดโอรสวรรค์จึงสนทนากับนางด้วยคำถามที่น่าเบื่อเหล่านี้ เหตุใดเขาไม่รีบพานางเข้าห้องหอ ทำการปลดเปลื้องเสื้อผ้าพันธนาการต่างๆและร่วมสุขสมในคืนวสันต์นี้เสียที

 

“หม่อมฉันเป็นเพียงสตรี เรื่องการบ้านงานเมืองเป็นเรื่องของบุรุษ สตรีมิควรเข้าไปยุ่งเกี่ยว อย่างไรเสียหม่อมฉันเชื่อว่าท่านพ่อและทางการคงจะหาทางแก้ปัญหาได้เองเพคะ” หลานฮุ่ยเหมยรู้ว่าเรื่องบ้านเมือง เรื่องราชสำนักเป็นเรื่องของบุรุษ สตรีไม่ต้องเข้าไปยุ่มย่าม นางคาดว่าโอรสสวรรค์จะพอใจในคำตอบนี้ที่นางรู้หน้าที่ตนเอง

 

หน้าที่ของนาง หน้าที่ของพระสนม คือ…บำรุงบำเรอกามารมณ์ ให้ความสำเริงสำราญแก่โอรสสวรรค์ และ…มีทายาทให้เขา ตอนนี้นางพร้อมจะอุ่นเตียงแล้ว

 

หลานฮุ่ยเหมยแสร้งดึงเสื้อให้เผยให้เห็นร่องอกอิ่มพอวับๆแวมๆ บุรุษวัยสี่สิบกว่ามีหรือจะไม่หวั่นไหวกับสตรีรุ่นลูกที่เปรียบเสมือนดรุณีแรกแย้ม

 

“ฮึ่ม! เจ้าอยู่สุขสบายดีและชอบที่นี่ก็ดีแล้ว หากมีสิ่งใดขาดเหลือก็บอกขันทีหรือฮองเฮาได้ ที่วังหลังนี้ฮองเฮาคือผู้ปกครอง นางในทุกคนตั้งแต่พระสนมทั้งหลายรวมทั้งนางกำนัลทุกลำดับขั้นต้องเคารพและเชื่อฟังนาง ระหว่างนี้เจ้าก็จงศึกษากฎระเบียบของวังหลวงให้ดีก็แล้วกัน  คืนนี้ข้ามีฎีกากองเต็มโต๊ะรออยู่ ระหว่างพักสายตาก็เลยแวะมาถามไถ่เจ้า เมื่อเห็นว่าเจ้าสำเริงสำราญดีข้าก็เบาใจ คืนนี้ขอให้หลับสบาย อากาศเริ่มเย็น เจ้ามีเตาอุ่นเพียงพอหรือไม่ หากต้องการเพิ่มก็บอกนางกำนัลหรือขันทีให้ไปเบิกเพิ่มได้”

 

พูดจบไป๋เฟยฉีก็ลุกเดินฉับๆจากไป งานของโอรสสวรรค์นั้นมีมากมาย ตอนกลางวันออกว่าราชการ ปรึกษาปัญหาต่างๆกับขุนนางที่ไว้เนื้อเชื่อใจ หลังจากนั้นก็เป็นเวลาของฎีกานับร้อยนับพัน โอรสสวรรค์ใช้เวลาอ่านฎีกาบางครั้งถึงครึ่งค่อนคืน ไป๋เฟยฉีทุ่มเทให้กับการบริหารราชกิจมากกว่าการมีทายาทเพิ่ม เพราะเขามีทายาทจากฮองเฮาและเหล่าสนมที่ถวายการรับใช้ก่อนหน้านี้เพียงพอแล้ว ไป๋เฟยฉีจึงไม่ได้รู้สึกกระเหี้ยนกระหือรือกับการให้สตรีมาอุ่นเตียงมากนัก โดยเฉพาะระยะหลังๆมานี้เขาแทบจะไม่เสี่ยงป้ายหาตำหนักใดเลย หากมีก็แวะไปเพียงชั่วครั้งชั่วคราว อาจจะแค่สนทนา ถามไถ่ แต่ไม่ได้ร่วมเตียง นี่เป็นเรื่องปกติของโอรสสวรรค์ในช่วงนี้ เหล่าขันทีและนางกำนัลทั้งหลายจึงไม่นึกแปลกใจที่เขาไม่นอนค้างกับพระสนมใหม่

 

ชีวิตนกน้อยในกรงทองฝังเพชรของหลานฮุ่ยเหมยในแต่ละวันดำเนินไปอย่างน่าเบื่อหน่าย แรกๆนางก็รู้สึกตื่นเต้น ตื่นตาตื่นใจกับความงดงามยิ่งใหญ่ของวังหลวง สวนอุทยานที่มีบริเวณกว้างใหญ่ มีหมู่มวลบุปผาชาตินับหมื่นๆดอก ชีวิตในแต่ละวันเริ่มจากต้องตื่นแต่เช้าเพื่อไปเข้าเฝ้าฮองเฮาเพื่อถวายพระพร  ต้องพบเจอกับเหล่าพระสนมชายาทั้งพระสนมขั้นสูง ขั้นกลาง และพระสนมขั้นต่ำอย่างนาง เป็นอันรู้กันดีว่าเมื่อสตรีนับร้อยมาอยู่รวมกันโดยมีเป้าประสงค์เดียวกันคือบุรุษเพียงหนึ่งเดียว สิ่งที่มิอาจจะหลีกเลี่ยงได้คือ ความอิจฉาริษยา การแก่งแย่ง แข่งขัน รวมไปถึง…การกำจัด

 

‘ฮองเฮาผู้นี้เมื่อครั้งยังเป็นสาวแรกรุ่นคงจะงดงามมาก นี่ขนาดอายุเลยวัยสี่สิบปีแล้วยังคงดูงดงามไม่สร่าง พระสนมขั้นเฟยทั้งหลายนั่นก็ล้วนงดงามระดับ ‘งามล่มเมือง’ กันทั้งนั้น หึ! แต่ก็ไม่น่าแปลกหรอก สตรีทั้งหลายต่างใฝ่ฝันที่จะได้ถวายการรับใช้ฝ่าบาทนี่นะ’ หลานฮุ่ยเหมยเหลือบมองผู้นั้นทีผู้นี้ทีอย่างประเมิน หญิงสาวที่เคยทระนงในรูปโฉมของตนนักหนามาบัดนี้เมื่อมาอยู่ในดงสตรีที่ทุกคนต่างมีความงดงามในแบบฉบับของตนมาประชันกันก็เล่นเอาหลานฮุ่ยเหมยเสียความมั่นอกมั่นใจไปหลายส่วน

 

“นี่คือ พระสนมหลาน พระสนมใหม่ที่เป็นน้องสาวต่างมารดาของชินหวังเฟยใช่หรือไม่ เจ้าคงเป็นคนเดียวสินะที่มาไกลถึงโจวถิง พระสนมใหม่รอบนี้นอกจากเจ้าแล้วล้วนมีที่พำนักอาศัยในไป๋ซ่านลี่ทั้งสิ้นสินะ หากข้าจำไม่ผิด” น้ำเสียงคล้ายเย้ยเยาะว่านางนั้นมาจาก ‘บ้านนอก’ทำให้หลานฮุ่ยเหมยอดที่จะตวัดสายตาไปทางคนผู้นั้นไม่ได้

 

อ้อ…จื่อหวงกุ้ยเฟยนั่นเอง หวงกุ้ยเฟยเป็นพระสนมชายาขั้นสูงที่มีตำแหน่งรองลงมาจากฮองเฮา สำหรับหลานฮุ่ยเหมยแล้ว หวงกุ้ยเฟย หมายถึง…เมียรักที่มิอาจได้เป็นฮองเฮา เพราะตำแหน่งฮองเฮามีคนเอาไปแล้ว หลานฮุ่ยเหมยซ่อนแววตาแค้นเคืองไว้ให้มิดที่สุด ก่อนจะเอ่ยวาจาเชือดเฉือนความรู้สึกคนฟังออกมา

 

“เพคะ หวงกุ้ยเฟย หม่อมฉัน หลานฮุ่ยเหมยถวายพระพรหวงกุ้ยเฟยเพคะ หม่อมฉันมาจากโจวถิง ห่างไกลเมืองหลวง ห่างไกลความเจริญ อีกทั้งความที่อายุเพิ่งจะพ้นวัยปักปิ่นทำให้ยังไม่ประสีประสา ขอให้หวงกุ้ยเฟยประทานคำชี้แนะหากหม่อมฉันได้ทำสิ่งใดบกพร่องไปเพคะ”

 

สตรีทั้งหลายร่วมร้อยคนต่างพากันตกตะลึง นี่พระสนมหลานกุ้ยเหรินคงไม่ได้พูดกระทบว่าจื่อหวงกุ้ยเฟยทรงแก่หรอกนะ เรื่องแก่ เรื่องอายุนั้นถือว่าเป็นเรื่องเปราะบางสำหรับสตรี โดยเฉพาะสตรีหลากหลายวัยที่มีเป้าหมายคือบุรุษคนเดียวกัน

 

จื่ออวี้หลิน หรือ จื่อหวงกุ้ยเฟยต้องบีบมือตนเองแน่น ริมฝีปากสีแดงชาดเม้มเข้าหากัน

 

‘สตรีนางนี้คงทระนงว่าตนเป็นน้องสาวของชินหวังเฟย ลูกสะใภ้ที่ฝ่าบาททรงโปรดปรานสินะถึงกล้ามาวัดรอยเท้ากับหวงกุ้ยเฟยเช่นข้า’

 

‘หึหึ…งิ้ววังหลังคงกำลังจะเริ่มอีกเรื่องแล้วสินะ ดีล่ะ…รอชมเรื่องสนุกอยู่บนบัลลังก์หงส์เงียบๆดีกว่า’เปี๋ยนลี่อิงนึกสาแก่ใจ นางเลือกที่จะนั่งบนภูดูเสือกัดกัน จะดีกว่า

 

หลังเสร็จจากการถวายพระพรฮองเฮาในตอนเช้าอันแสนน่าเบื่อหน่าย หลานฮุ่ยเหมยจึงเดินนำนางกำนัลรับใช้ทั้งสี่ไปผ่อนคลายอารมณ์ที่สระบัวในสวนอุทยาน ปกติพระสนมขั้นกุ้ยเหรินจะมีขันทีรับใช้สี่คนและนางกำนัลรับใช้อีกสี่คน แต่วันนี้นางให้เพียงนางกำนัลทั้งสี่เท่านั้นที่ตามเสด็จในครั้งนี้ ส่วนพวกขันทีก็ให้อยู่เฝ้าตำหนักไป

 

หลานฮุ่ยเหมยนั่งอยู่ที่ศาลาเล็กริมสระบัว  วันนี้ในอุทยานดูมีคนพลุกพล่านมากกว่าปกติ ดูเหมือนเหล่านางกำนัล ขันที บ่าวรับใช้กำลังชุลมุนวุ่นวายกับการขนข้าวขนของและจัดเตรียมสิ่งของอยู่ที่ศาลาใหญ่กลางสระบัวนั้น

 

“ซานซาน เจ้าไปสืบมาซิ วันนี้จะมีงานเลี้ยงอันใดกัน และเป็นงานเลี้ยงของผู้ใด เหตุใดข้าไม่รู้เรื่องและไม่ได้รับเชิญเลย”

 

“เพคะ พระสนม” ซานซานรับปากแล้วรีบแฝงตัวเข้าไปปะปนกับเหล่านางกำนัลที่กำลังจัดเตรียมงานพวกนั้น ก่อนจะตัดสินใจดึงแขนนางกำนัลขั้นต่ำผู้หนึ่งเอาไว้เพื่อหวังจะไต่ถาม

 

“นี่ นี่เจ้า ที่นี่จะจัดงานอันใดหรือ  อ๊ะ!...”

ซานซานผงะถอยหลังไปก้าวหนึ่ง นางอุทานออกมาเสียงดังพร้อมๆกับกิริยาปากอ้าตาค้าง

 

“อ๊ะ!...นะ…นี่…นี่เจ้า…ซานซานใช่หรือไม่” นางกำนัลผู้ถูกถามเองก็มีอากัปกิริยาไม่ต่างจากซานซาน

 

“ใช่ ส่วนเจ้า…จิ้งอี้ ใช่จิ้งอี้จริงๆด้วย” ซานซานนั้นไม่ทันตั้งตัวที่จู่ๆก็เจอเพื่อนสาวรับใช้ที่เคยอยู่ร่วมกันที่จวนสกุลหลานแบบคาดไม่ถึง

 

“เจ้ามาทำอะไรที่นี่ จิ้งอี้ มิใช่ว่าเจ้ากับมู่หลินทรยศคุณหนูรอง เอ๊ย…พระสนมแล้วหนีไปหรอกรึ?”

 

“คุณหนูรอง? พระสนม?” จิ้งอี้ทำหน้าตื่นระคนประหลาดใจ

 

ซานซานพยักหน้า

 

“ใช่ ตอนนี้คุณหนูรองได้เปลี่ยนฐานะเป็นพระสนมแล้ว อีกทั้งยังเป็นพระสนมที่ฝ่าบาททรงโปรดปรานอย่างยิ่งด้วย”

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 749 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

671 ความคิดเห็น

  1. #563 sirisiricanthr (จากตอนที่ 51)
    วันที่ 5 พฤษภาคม 2564 / 05:11
    ลูกแต่งพี่ พ่อได้คนน้อง/น้องกลายเป็นแม่รองของพี่เขย ไม่มีธรรมเนียมนี้หรอก ถ้ามีแผ่นดินเตรียมป่วน เช่นถังเกาจง(รับอูเม่ยเนียงเมียน้อยพ่อมา)จนสิ้นแผ่นดิน ถังเสวียนจงรับสะไภ้(หยางกุ้ยเฟย)มาจนสุดท้ายถูกบังคับสละบันลังค์//และเรื่องราวของทั้ง2กลายเป็นละครงิ้วมานับพันปี//สูงส่งเป็นฮ่องเต้แต่ถูกกล่าวถึงเป็นงิ้วให้คนขบขัน นับเป็นความอัปยศที่สุด
    #563
    0
  2. #477 Xiaoxue (จากตอนที่ 51)
    วันที่ 28 เมษายน 2564 / 16:42
    ดีนะว่าสัมภาษณ์ก่อน เกือบไปแล้วมั้ยละฝ่าบาท 55555
    #477
    0
  3. #287 Bymee (จากตอนที่ 51)
    วันที่ 14 เมษายน 2564 / 11:26

    5555 ความสามารถโดดเด่นบนเตียง 555 ช่างแรดจริงๆ

    #287
    0
  4. #236 0627600650 (จากตอนที่ 51)
    วันที่ 11 เมษายน 2564 / 12:11

    ขออีกๆๆๆๆๆ
    #236
    0
  5. #231 dokao (จากตอนที่ 51)
    วันที่ 11 เมษายน 2564 / 08:50

    มั่นหน้าต่อปัยเลยจร้า
    #231
    0
  6. #230 นอนหลับฟังเสียงฝน (จากตอนที่ 51)
    วันที่ 11 เมษายน 2564 / 07:32
    อยากเห็นโฉมหน้าพระเอกแล้ว
    น้องเอกจะอยู่ได้กี่ตอนกันนะ
    ทำไมของเราไม่ขึ้นแจ้งเตือน!!!
    #230
    0
  7. #229 Nanny (จากตอนที่ 51)
    วันที่ 11 เมษายน 2564 / 06:54

    เจอพยานปากเอกแล้วคดีวางยาและใช้ให้สาวใช่ทรยศแขวนคอเพื่อฆ่านางเอกจะเปิดเผยไหมนะ ขอให้โดนแฉ

    #229
    0