ไสหัวไปซะพระชายาบ้านนอก

ตอนที่ 47 : ไสหัวไปซะ

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 7,939
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 738 ครั้ง
    6 เม.ย. 64

สองวันต่อมา หลานฮุ่ยเจินพร้อมด้วยสองสาวรับใช้กำลังเพลิดเพลินกับการเก็บซีหงซื่อ หรือ มะเขือเทศที่ผลกำลังสุกแดงเต็มต้นหลายสิบต้น บุรุษผู้หนึ่งเดินอย่างมาดมั่นตรงมาที่แปลงมะเขือเทศที่สตรีทั้งสามกำลังสาวะวนอยู่กับการเก็บลูกมะเขือเทศลงตะกร้าเพื่อนำไปแจกชาวบ้านที่ยากจน

 

“พวกเจ้าสองคนออกไปก่อน ข้ามีเรื่องจะพูดกับชินหวังเฟย”

 

หลิงหลิงและเม่ยฟูเงยหน้าขึ้นมองเจ้าของเสียงที่พวกนางคุ้นเคยแล้วต้องชะงัก ก่อนจะรีบรับคำพลางถอยออกไป

 

“เพคะ ชินอ๋อง” 

 

เมื่อสาวรับใช้ทั้งสองถอยห่างออกไปแล้ว หลานฮุ่ยเจินซึ่งกำลังเงยหน้าขึ้นจากพุ่มมะเขือเทศจึงได้เอ่ยทักทายออกมา

 

“ชินอ๋องทรงกลับมาถึงตั้งแต่เมื่อไหร่เพคะ เหตุใดไม่ให้คนมาแจ้งแก่หม่อมฉันก่อน หม่อมฉันจะได้อยู่รอต้อนรับ แล้วนี่พระองค์ทรงเสวยอะไรหรือยังเพคะ?” หลานฮุ่ยเจินเอ่ยถามตามหน้าที่ของภรรยา

 

ไป๋เฟยหมิงไม่เอ่ยวาจาใดๆ ใบหน้าของเขาดูเรียบเฉย หลานฮุ่ยเจินเห็นว่าพระสวามีในนามไม่เอ่ยวาจาใดๆจึงเอ่ยถามต่อเพื่อทำลายความเงียบ

 

“ชินอ๋องเพคะ เรื่องนาเกลือ….”

 

“เจ้าจงไปจากที่นี่ซะ” ไป๋เฟยหมิงเอ่ยออกมาด้วยเสียงอันเย็นเยียบ

 

หลานฮุ่ยเจินลมหายใจสะดุด

 

“ว่าอย่างไรนะเพคะ ชินอ๋อง?”

 

นางวางตะกร้าหวายที่บรรจุมะเขือเทศสีส้มสีแดงลงบนพื้นดินข้างๆแปลงมะเขือเทศนั้น

 

“ไสหัวไปจากที่นี่ซะ” ไป๋เฟยหมิงแผดเสียงลั่น หลานฮุ่ยเจินรู้สึกขนลุกเพราะสัมผัสได้ถึงรังสีอำมหิตที่แผ่ออกมา

 

“อะ…อะไรนะ อะไรนะเพคะ อยู่ๆทำไมชินอ๋องถึงไล่หม่อมฉัน หม่อมฉันทำสิ่งใดผิด แล้วจะให้หม่อมฉันไปอยู่ที่ไหน?”

 

“นั่นมันเรื่องของเจ้า แต่นับจากวันพรุ่งนี้เป็นต้นไปเจ้าจะอยู่ที่นี่ไม่ได้ ข้าอยากอยู่อย่างสงบ พรุ่งนี้ข้าจะให้รถม้ามารับเจ้าแต่เช้า วันนี้พวกเจ้าจงเตรียมตัวและเก็บข้าวของให้เรียบร้อย ไปซะให้พ้น ข้าไม่อยากเห็นหน้าเจ้าอีกต่อไป” พูดจบไป๋เฟยหมิงก็เดินฉับๆจากไป ทิ้งไว้เพียงความงุนงงให้กับพระชายาในนามของเขา

 

หลานฮุ่ยเจินอยากจะอุทานออกมาดังๆว่า ‘นี่ท่านเป็นบ้าอะไร? ท่านกินยาผิดเทียบมาใช่หรือไม่?’ 

 

เมื่อถูกพระสวามีไล่ออกจากพระตำหนัก ชินหวังเฟยอย่างหลานฮุ่ยเจินก็เลือกที่จะยอมจำนน นางให้สาวรับใช้ทั้งสองนางเก็บข้าวของทุกอย่างให้เรียบร้อยเพื่อที่จะเตรียมเดินทางในวันรุ่งขึ้น

 

ต้นยามเฉิน(07.00น.) ไป๋เฟยหมิงยืนมองรถม้าที่วิ่งออกไปจนลับสายตา หลานฮุ่ยเจิน สตรีที่พระบิดาของเขาทรงยกย่องว่าเป็นยอดสตรี สตรีเพียงหนึ่งเดียวที่เข้ามาเปลี่ยนแปลงหลายสิ่งหลายอย่างในชีวิตของเขา บัดนี้นางได้ออกไปจากชีวิตของเขาแล้ว นางได้จากเขาไปแล้ว ไป๋เฟยหมิงกำลังคิดว่าจะต้องกราบทูลพระบิดาของเขาว่าอย่างไรจึงจะฟังดูสมเหตุสมผลเพราะหลานฮุ่ยเจินเป็นพระสุณิสาที่ไป๋เฟยฉีโปรดปรานมากกว่าพระโอรสของพระองค์เองซะอีก

 

ที่หมู่บ้านเล็กๆแห่งหนึ่ง ห่างจากไป๋ซ่านลี่ไปทางทิศเหนือประมาณยี่สิบลี้

 

“พี่ชาย ท่านมาแล้ว พวกเรารอท่านอยู่”

 

“พี่ชาย ทำไมคราวนี้ท่านหายไปนานเสียจริง”

 

“ข้านึกว่าท่านจะทิ้งพวกเราไป ไม่มาหาพวกเราอีกแล้ว”

 

“ข้าย่อมไม่ทิ้งพวกเจ้าไปแน่ แต่ที่ข้าหายไปหลายวันเพราะข้าไปทำงาน ช่วงนี้งานของข้าทั้งหนักและทั้งยุ่ง ข้าเลยปลีกตัวมาลำบาก” 

 

“อ้อ! นายท่าน พวกเด็กๆต่างถามหาท่าน คราวนี้ท่านไปเสียนานเลยนะ”ชายชราผู้หนึ่งแบกฟืนเดินผ่านมาจึงทักทายบุรุษที่ใช้ผ้าสีขาวปิดใบหน้าตั้งแต่ส่วนจมูกของเขาลงมาจนถึงคาง

 

“วันนี้ข้ามีเกลือมาแบ่งให้ชาวบ้านทุกครัวเรือนที่นี่ด้วยนะ ส่วนพวกเด็กๆวันนี้ข้ามีลูกผิงกั่วกับถังหูลู่มาฝากทุกคน” ไป๋เฟยหมิงแจกจ่ายขนมและแอปเปิลให้กับเด็กชายหญิงนับสิบคนอย่างทั่วถึง

 

“พี่ชาย ท่านใจดีที่สุดเลย”

 

“พี่ชาย ท่านไม่จำเป็นต้องปิดบังใบหน้าก็ได้ พวกเราไม่กลัวท่านหรอก ท่านใจดี พวกเราชอบท่าน อยากให้ท่านมาบ่อยๆ”

 

ไป๋เฟยหมิงยิ้มบางๆ ให้กับพวกเด็กๆที่กำลังกินขนมและแอปเปิลอย่างเอร็ดอร่อย

 

“ที่นี่คงเป็นที่ที่ชินอ๋องชอบมาที่สุดกระมัง” เสียงที่ดังขึ้นทางด้านหลังทำให้พี่ชายใจดีของพวกเด็กๆเป็นต้องหันไปมอง

 

“หลานฮุ่ยเจิน!” เขาอุทานออกมาเสียงดัง

 

เด็กๆที่กินขนมและเล่นกันอยู่ใกล้ๆพี่ชายใจดีของพวกเขาต่างหันมามองผู้มาใหม่ซึ่งเป็นสตรีสามคน

 

“พี่ชาย พี่สาวพวกนี้รู้จักกับท่านหรือ?” 

 

“ข้าไม่เคยเห็นพวกนางมาก่อนเลย”

 

“เอ่อ…” ไป๋เฟยหมิงอ้ำอึ้ง เขาทำท่าจะตอบแต่โดนหลานฮุ่ยเจินชิงตอบไปซะก่อน

 

“ข้ากับพี่ชายของพวกเจ้าเป็นสหายกัน วันนี้ข้ามาเยี่ยมพวกเจ้ากับเขาด้วย ดูนี่สิข้ามีขนมเยอะแยะเลยมาฝากพวกเจ้าทุกคน มาดูเร็ว มีทั้งเสี่ยวหลงเปา เปาจื่อ เซาปิง เทียนเอ๋อต้าน อิ่วจาก้วย นี่ข้าซื้อมาจากร้านอร่อยในไป๋ซ่านลี่เลยนะ มากินกันเลยเด็กๆ เอ้า…อย่าแย่งกัน ต่อแถวด้วยจ้ะเด็กๆ” หลานฮุ่ยเจินและสาวรับใช้ทั้งสองแจกขนมให้เด็กยากจนในหมู่บ้านแห่งนี้ด้วยหัวใจที่เบ่งบานเต็มที่ ยิ่งเห็นเด็กๆมีความสุขจากการได้รับขนมพวกนางยิ่งดีใจ นี่แหละ…ความสุขของผู้ให้

 

“หลานฮุ่ยเจิน เจ้ามานี่” ไป๋เฟยหมิงกระชากแขนนางให้ห่างออกมาจากพวกเด็กๆที่พากันนั่งกินขนมอย่างเอร็ดอร่อย

 

“โอ๊ย! ชินอ๋อง ท่านเบาๆหน่อยสิ  ช่วยเป็นบุรุษที่รักหยกถนอมบุปผาหน่อยไม่ได้หรือไง?” หลานฮุ่ยเจินพยายามสะบัดแขนให้หลุดจากพันธนาการของชินอ๋องพระสวามีในนาม

 

เมื่อถึงที่ลับตาคน ชายหนุ่มจึงยอมปล่อยแขนนางแต่โดยดี

 

“ข้านึกว่าเจ้าไปไกลแล้ว เหตุใดจึงมาที่นี่  จงรีบไปเสียเดี๋ยวนี้ กลับโจวถิงไปเสีย”

 

“ฮึ! เรื่องอะไรข้าจะกลับไปให้ผู้คนนินทา สตรีที่แต่งออกแล้วถือว่าเป็นคนของสกุลสามี แล้วสกุลสามีข้าเป็นใคร เป็นถึงผู้ครองแผ่นดินไป๋กว๋อ ข้าไม่ใช่คนโง่พอที่จะทิ้งตำแหน่งชินหวังเฟยที่สูงส่งไปหรอก อีกอย่าง…ข้าก็ไม่รู้จะไปไหน ข้าไม่มีที่ไปนั่นแหละ และที่สำคัญ ท่านไม่มีสิทธิ์มาไล่ข้า การแต่งงานของเราคือสมรสพระราชทาน คือราชโองการจากฮ่องเต้ หากข้าหนีไปไม่เท่ากับว่าข้าดูหมิ่นราชโองการหรอกรึ  มีโทษสถานเดียว คือ…ประหารเจ็ดชั่วโคตร รู้เช่นนี้แล้วชินอ๋องคิดว่าสตรีเหนือสตรีอย่างข้าจะยอมจากไปหรอกรึ” หลานฮุ่ยเจินลอยหน้าลอยตาพูด

 

“นี่…จะ เจ้า ข้ารู้นะว่าอันที่จริงแล้ว เจ้าไม่ได้ลุ่มหลงในอำนาจ วาสนา บารมี หรือว่าชื่อเสียงเงินทองที่เป็นสิ่งจอมปลอมพวกนั้น” ไป๋เฟยหมิงแน่ใจว่าหลานฮุ่ยเจินมิใช่สตรีที่ละโมบ ไม่เช่นนั้นนางคงไม่ยอมยกนาเกลือที่สามารถสร้างรายได้มหาศาลให้ตกเป็นของแผ่นดินหรอก

 

“ข้าเองก็รู้นะว่าท่านไม่ได้อยากไล่ข้าไปจริงๆ ที่ท่านไล่ข้าเพราะมีเหตุผลบางอย่าง ขอข้าทราบเหตุผลนั้นได้หรือไม่?” หลักสูตรแพทย์ศาสตร์ทุกระดับที่นางได้ศึกษามานั้นได้สอดแทรกเรื่องจิตวิทยา ,NLP, และศาสตร์การเข้าถึงความรู้สึกของผู้อื่น ซึ่งผู้จะประกอบอาชีพแพทย์ทุกคนต้องได้เรียน ยิ่งนางมีตำแหน่งเป็นถึงอาจารย์แพทย์นางยิ่งต้องแตกฉานในสิ่งเหล่านี้ การรักษาคนไข้มิใช่เป็นเพียงการรักษาทางด้านกาย แต่ยังต้องรวมการรักษาทางด้านจิตใจและจิตวิญญาณเข้าไว้ด้วยกัน

 

 

ไป๋เฟยหมิงมองสตรีตรงหน้าด้วยสายตาที่คาดไม่ถึง นางเก่ง ฉลาด หรือว่าดื้อด้านกันแน่

 

“ข้ารู้ ข้าดูออก ท่าทางของท่านตอนที่พูดกับข้าที่สวนผักนั้น ทั้งน้ำเสียง แววตา  และท่าทางมันดูไม่สอดคล้องกัน  ข้ารู้ว่าท่านมีเหตุผลลึกๆอยู่เบื้องหลังของการไล่ข้าให้ออกไปอยู่ที่อื่นในครั้งนี้”

 

ไป๋เฟยหมิงถอนหายใจแรงอย่างยอมจำนน

 

“หลานฮุ่ยเจิน เจ้าเป็นสตรีประเภทไหนกัน?” เขาพูดเบาๆพลางเดินนำไปนั่งที่ท่อนซุงท่อนใหญ่

 

“ก็เป็นสตรีประเภทดื้อด้าน หน้าด้านหน้าทน และไร้ยางอายอย่างไรล่ะ ถึงท่านไล่ ข้าก็ไม่ไป ข้าไม่มีที่ไป ถึงไปข้าก็อดตาย”

 

 

ไป๋เฟยหมิงส่ายหน้าเบาๆกับความดื้อด้านของนาง

 

“ข้ารู้เรื่องที่ฮองเฮารับสั่งให้เจ้าเข้าเฝ้าจากคนของข้า”

 

“คนของท่าน ผู้ใดกัน?” หลานฮุ่ยเจินเอ่ยถามอย่างสงสัยใคร่รู้

 

“เจ้าไม่จำเป็นต้องรู้ แต่ข้ามีเรื่องต้องเตือนเจ้าว่า จากนี้ไปชีวิตของเจ้าจะไม่ปลอดภัย สู้เจ้าหนีไปให้ไกลจากไป๋ซ่านลี่ยังจะพอมีชีวิตรอดไปได้ ส่วนทางนี้ข้าจะหาทางแก้ต่างกับเสด็จพ่อเอง”

 

หลานฮุ่ยเจินเห็นแววบางอย่างในดวงตาของบุรุษหนุ่มตรงหน้าก็ยิ่งมั่นใจว่านางดูเขาไม่ผิด  เยี่ยหลงหยวนในอีกภพชาติที่นางจากมาก็เป็นนายแพทย์ผู้เชี่ยวชาญทางด้านกุมารเวชศาสตร์ที่มีชื่อเสียงในทางด้านดี เขามักจะอุปการะช่วยเหลือเด็กกำพร้าเสมอๆ

 

“ที่แท้ท่านก็เป็นห่วงข้านี่เอง ทำไมไม่บอกกันตรงๆล่ะเพคะท่านอ๋อง เอ๊ย ชินอ๋อง เล่นไล่ข้า เอ๊ย หม่อมฉัน อย่างกับหมูกับหมาแบบนี้ หม่อมฉันทั้งตกใจทั้งเสียใจนะเพคะ”

 

“หลานฮุ่ยเจิน เจ้ารู้ตัวหรือไม่ ยิ่งเจ้าทำตัวโดดเด่น สร้างผลงานเกินหน้าเกินตาผู้อื่น ไม่ว่าคนผู้นั้นจะเป็นเชื้อพระวงศ์ ขุนนาง หรือว่าหมอหลวง เจ้ายิ่งตกอยู่ในอันตรายมากเท่านั้น”

 

“หม่อมฉันไม่กลัวเพคะ เรื่องตายเรื่องเล็ก แต่หม่อมฉันยังไม่ยอมตายตอนนี้หรอก เพราะหม่อมฉันยังต้องทำการผ่าตัดแก้ไขใบหน้าให้ชินอ๋องเสียก่อน หม่อมฉันรับรองว่าทุกอย่างจะเรียบร้อย ชินอ๋องจะมีใบหน้าที่เป็นปกติเฉกเช่นคนทั่วไป ไม่ต้องกลัวนะเพคะว่าจะเจ็บเพราะหม่อมฉันได้หาวิธีที่จะไม่ให้พระองค์ต้องเจ็บมากเกินไปไว้แล้ว เพียงแค่ไม่เกินหนึ่งเดือนหลังจากนั้นชินอ๋องจะมีใบหน้าที่เปลี่ยนไปจนผู้คนทั้งใต้หล้าตะลึง” หลานฮุ่ยเจินพูดเสียยืดยาวด้วยความภาคภูมิใจในฝีมือของตนเอง ทว่า…สิ่งที่ได้ยินกลับมาจากบุรุษอัปลักษณ์ที่นางตั้งใจจะช่วยเขาทำให้นางแทบจะล้มหงายหลังทั้งยืน

 

“ข้าไม่ผ่า”

 

“หา! ว่าอะไรนะเพคะ?”

 

“ข้าบอกว่า ข้าจะไม่ให้เจ้าผ่าตัดเปลี่ยนแปลงหรือแก้ไขใบหน้าอะไรให้ข้าทั้งนั้น ข้าพอใจที่ข้าเป็นของข้าแบบนี้”

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 738 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

608 ความคิดเห็น

  1. #574 may1935 (จากตอนที่ 47)
    วันที่ 5 พฤษภาคม 2564 / 22:26
    เหนื่อยใจดื้อจริงๆตีสะเลย
    #574
    0
  2. #228 Phathaichan (จากตอนที่ 47)
    วันที่ 10 เมษายน 2564 / 23:25
    ดื้อด้านทั้งคู่
    #228
    2
  3. #125 Peung9999 (จากตอนที่ 47)
    วันที่ 6 เมษายน 2564 / 21:37

    อ่านไม่ได้อะ

    #125
    2
    • #125-1 ๋J.A.J.K.(จากตอนที่ 47)
      7 เมษายน 2564 / 21:36
      ไรท์แจ้งทางเวบให้ช่วยตรวจสอบให้แล้วนะคะ เจอปัญหาเดียวกันนี้หลายคนค่ะ ขออภัยในความขัดข้องด้วยนะคะ
      #125-1
    • #125-2 ๋J.A.J.K.(จากตอนที่ 47)
      7 เมษายน 2564 / 21:36
      ไรท์แจ้งทางเวบให้ช่วยตรวจสอบให้แล้วนะคะ เจอปัญหาเดียวกันนี้หลายคนค่ะ ขออภัยในความขัดข้องด้วยนะคะ
      #125-2