ไสหัวไปซะพระชายาบ้านนอก

ตอนที่ 43 : จุดจบของไท่จื่อเฟย หญิงงามอันดับหนึ่งแห่งไป๋ซ่านลี่ (1)

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 9,191
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 742 ครั้ง
    5 เม.ย. 64

 

ที่ตำหนักมู่ซิง ยามจื่อ (23.00-00.59น.)

 

เพล้ง!

 

“ว่าอย่างไรนะ ข้าฟังผิดไปใช่หรือไม่ เสด็จพ่อแต่งตั้งเจ้าอ๋องแปดอัปลักษณ์เป็นชินอ๋องอย่างนั้นหรือ เกิดอะไรขึ้น หรือว่าเสด็จพ่อทรงเสวยยาผิดเทียบ” 

 

เสียงขว้างปาข้าวของจนแตกกระจายและเสียงขององค์รัชทายาทที่แผดดังลั่นก้องพระตำหนักทำเอาพระชายาทั้งสองของไท่จื่อกลัวจนอกสั่นขวัญแขวน องค์รัชทายาทที่ภายนอกดูสุภาพอ่อนโยน ก็มียามที่ร้ายกาจ น่ากลัวดุจสัตว์ร้าย โดยเฉพาะเวลาที่เขาไม่สบอารมณ์

รุ่งเช้า

 

“องค์รัชทายาทพะย่ะค่ะ ฝ่าบาททรงให้ขันทีส่งเทียบนี่มาพะย่ะค่ะ” หัวหน้าขันทีประจำตำหนักรัชทายาทยืนถือเทียบเชิญในมืออยู่ที่หน้าประตู

 

ไป๋เฟยหลงหันมาทางต้นเสียง เห็นหัวหน้าขันทีประจำตำหนักยืนตัวสั่นน้อยๆอยู่ที่ประตูก็พยักหน้าให้เข้ามาใกล้ๆ

 

“เหอกงกง ท่านเข้ามานี่ก่อน ข้ามีเรื่องจะปรึกษา”

 

เหอกงกงเดินเข้ามาใกล้ผู้เป็นนายพร้อมกับส่งเทียบให้ผู้เป็นนายด้วยมืออันสั่นเทา

 

“เทียบเชิญจากฝ่าบาทให้เหล่าราชนิกูลทั้งหลาย อันประกอบไปด้วย ฮองเฮา พระสนมทั้งหลาย บรรดาอ๋องพร้อมพระชายา องค์ชาย องค์หญิงทุกพระองค์ รวมทั้งพระญาติที่ใกล้ชิดเข้าร่วมงานเลี้ยงพะย่ะค่ะ”

 

ไป๋เฟยหลงเลิกคิ้ว

 

“งานเลี้ยง งานเลี้ยงอันใด? ในวังมิได้จัดงานเลี้ยงใดๆมานานแล้วมิใช่รึ ไหนเสด็จพ่อทรงตรัสว่าท้องพระคลังกำลังจะติดลบเลยต้องละเว้นการจัดงานเลี้ยงทุกอย่าง”

 

เหอกงกงก้มหน้ารายงายอย่างหวั่นใจ

 

“ทูลองค์รัชทายาท ฝ่าบาททรงสั่งให้นำเกลือที่ เอ่อ…ที่พระชายาท่านอ๋องแปด อุ๊ย…ชินอ๋อง  นำมาถวายนั้นประกาศขาย เพียงแค่ไม่ถึงหนึ่งชั่วยามก็ขายหมดเกลี้ยง ได้เงินเข้าท้องพระคลังจำนวนมาก ฝ่าบาทเลยต้องการจัดงานเลี้ยงเพื่อฉลองให้กับตำแหน่งของชินอ๋องและชินหวังเฟย  จึงส่งเทียบเชิญเฉพาะราชนิกูลและพระญาติที่สำคัญ เพราะงานนี้จะจัดเล็กๆเฉพาะในครอบครัวและพระญาติพะย่ะค่ะ” เหอกงกงกราบทูลรายงานไป ตาก็แอบชำเลืองขึ้นมองผู้เป็นนายไป เขารู้ว่าเวลานี้ไท่จื่อหนุ่มรู้สึกไม่สบอารมณ์ยิ่งนักที่พี่ชายที่เป็นเหมือนกาดำกำลังได้ดิบได้ดี ได้หน้าได้ตา

 

ไป๋เฟยหลงนิ่งงัน แววตาของเขาล้ำลึกราวกับกำลังขบคิดบางสิ่งบางอย่าง

 

“สั่งให้คนตระเตรียมชุดที่สวยงามที่สุดให้กับไท่จื่อเฟยทั้งสอง อย่าให้น้อยหน้าผู้ใด พระชายาขององค์รัชทายาทต้องโดดเด่นและงดงามที่สุดในงานนี้ ข้าจะทำให้ทุกคนได้เห็นว่า ไม่มีผู้ใดที่สามารถเทียบเคียงหรือเหนือกว่ารัชทายาทอย่างข้าไปได้”

 

      “รับด้วยเกล้าพะย่ะค่ะ เอ่อ…แล้วเรื่องที่..ที่องค์รัชทายาททรงบอกว่าอยากปรึกษากระหม่อม คือเรื่องอันใดหรือพะย่ะค่ะ?” เหอกงกงเอ่ยถาม

 

ไป๋เฟยหลงถอนหายใจพลางส่ายหน้าเบาๆ ถึงแม้ว่าเหอกงกงจะเป็นขันทีขิงแก่ที่รับใช้ใกล้ชิดเขามาตั้งแต่ยังเยาว์วัย แต่เขาก็ไม่อาจแน่ใจได้ว่าขันทีผู้นี้จะคิดหาวิธีกำจัดหลานฮุ่ยเจินที่เป็นสตรีเหนือสตรีและสตรีที่เหนือบุรุษในยามนี้นั้นได้หรือไม่

 

“เรื่องนั้นเอาไว้ก่อนเถอะ ไปจัดการเรื่องชุดออกงานของไท่จื่อเฟยทั้งสองก่อน”

 

“พะย่ะค่ะ” เหอกงกงรับคำสั่งก่อนจะถอยออกไป

 

พระตำหนักชิงสีอันที่เดิมที่เคยใช้จัดงานอภิเสกสมรสของพระโอรสทั้งเก้าพระองค์ของฮ่องเต้บัดนี้ถูกเปลี่ยนเป็นสถานที่จัดงานเลี้ยงฉลองให้กับชินอ๋องและชินหวังเฟย

 

“วันนี้ข้าในฐานะที่เป็นฮ่องเต้ปกครองแคว้นไป๋กว๋อขอประกาศให้ทุกคนที่มางานในวันนี้รับทราบโดยทั่วกันเรื่องแต่งตั้งอ๋องแปดไป๋เฟยหมิงขึ้นเป็นชินอ๋อง และพระชายาหลาน หลานฮุ่ยเจินขึ้นเป็นชินหวังเฟย เนื่องจากทั้งสองได้ทำความดีความชอบอันยิ่งใหญ่ ทุกคนคงได้รู้เรื่องเกลือที่ชินหวังเฟยได้คิดค้นผลิตขึ้นมาจากน้ำทะเลแล้ว เกลือนั้นบัดนี้ได้แปลเปลี่ยนเป็นเงินตราเข้าคลังหลวงจำนวนมาก ข้าขอยกย่องว่านางคือยอดสตรีแห่งไป๋กว๋อ ขอให้ทุกคนดื่มให้กับชินอ๋องและชินหวังเฟย”

 

ไป๋เฟยฉียกจอกเหล้านำขึ้นดื่มเพื่อเป็นการให้เกียรติแก่พระโอรสที่แต่ไหนแต่ไรมาก็ไม่เคยอยู่ในสายตาของเขา และสะใภ้ที่มาจากบ้านนอก

 

ไป๋เฟยหลงเห็นท่าทางพระบิดาที่เปลี่ยนไป เขารู้สึกร้อนใจและไม่สบอารมณ์ยิ่งนัก องค์รัชทายาทหนุ่มลอบสบสายตากับพระมารดาอย่างรู้ใจกัน

 

“ไม่น่าเชื่อ ว่าสตรีที่มาจากเมืองเล็กๆห่างไกลจากไป๋ซ่านลี่ จะมีความฉลาดเฉลียวและมีความสามารถเกินสตรีที่อยู่ในเมืองหลวง ข้าขอคารวะเหล้าหนึ่งจอก” ไป๋เฟยหลงพยายามเน้นว่าหลานฮุ่ยเจินมาจากที่ใด

 

“ขอบพระทัยองค์รัชทายาท คนที่มีความรู้ความสามารถไม่จำเป็นต้องจำกัดว่ามาจากที่ใด มาจากสกุลหรือชนชั้นใด หากบุคคลนั้นมีความสามารถที่จะช่วยแผ่นดินฟื้นฟูความเป็นอยู่ของราษฎรให้อยู่ดีกินดีขึ้นได้ ก็สมควรที่พวกเราทุกคนจะให้โอกาสมิใช่หรือเพคะ เพราะถ้าหากมัวแต่จำกัดอยู่ในวงแคบๆว่าผู้ที่จะสามารถช่วยให้แคว้นไป๋กว๋อผ่านพ้นวิกฤติต่างๆไปได้นั้นต้องเป็นคนที่มาจากชนชั้นสูงเท่านั้น งานนี้เห็นทีว่าแคว้นไป๋กว๋ออาจจะพลาดก็เป็นได้” หลานฮุ่ยเจินพูดไปก็กระหยิ่มยิ้มไป

 

ไป๋เฟยหลงดวงตาวาวโรจน์ เขาจับสังเกตได้ว่าแววตาของหลานฮุ่ยเจินมีแววเย้ยหยัน นางคงจะลำพองใจเป็นแน่ที่ตนเองและสามีอัปลักษณ์กำลังเป็นที่โปรดปรานของฮ่องเต้

 

“เดือนหน้า ข้าจะให้ชินอ๋องและชินหวังเฟยเป็นทูตนำเกลือที่ผลิตได้จากแคว้นของเราไปเป็นของฝากของกำนัลเพื่อเจริญสัมพันธไมตรีกับแคว้นต่างๆ โดยเฉพาะแคว้นเหนียง หวังว่าคราวนี้ปัญหาที่มันคาราคาซังระหว่างไป๋กว๋อและแคว้นเหนียงจะได้ยุติลงเสียที ข้าเองก็ไม่อยากให้เกิดสงคราม เพราะทั้งไป๋กว๋อและแคว้นเหนียงต่างก็ประสบปัญหาเรื่องภัยแล้ง ข้าวยากหมากแพง ราษฎรต่างก็อดอยากเหมือนๆกัน หากต้องมีสงคราม ต้องเสียเลือดเนื้อเห็นทีว่าทั้งสองแคว้นจะมีแต่แย่กับแย่”

 

ไป๋เฟยหลงกำมัดแน่น นี่พระบิดาถึงกับให้หน้าพี่ชายอัปลักษณ์ของเขาให้เป็นทูตเจริญสัมพันธไมตรีเชียวหรือ

 

ไป๋เฟยเทียนและไป๋เฟยหย่าต่างลอบสบตากันอย่างรู้ความหมาย

 

“เสด็จพ่อ การที่ชินอ๋องมีความดีความชอบเรื่องเกลือนั้นลูกไม่อาจโต้แย้ง แต่…เรื่องการให้ชินอ๋องเป็นทูตไปเจริญสัมพันธไมตรีกับต่างแคว้นนั้น  ทรงลองตรองดูอีกทีจะดีหรือไม่พะย่ะค่ะ?”

 

“ทำไมรึ? เพราะเหตุใด เจ้าจึงบอกว่าเฟยหมิงไม่เหมาะที่จะเป็นทูตในครั้งนี้ ข้ากลับเห็นว่าเฟยหมิงและหลานฮุ่ยเจินนั้นเป็นตัวตั้งตัวตีในการหาวิธีผลิตเกลือ พวกเขาทั้งสองจึงสมควรที่จะได้รับเกียรติเป็นตัวแทนของข้าเพื่อเจริญสัมพันธไมตรีกับแคว้นเพื่อนบ้าน?” 

 

“ในส่วนของชินหวังเฟยนั้นลูกไม่ขัดข้อง แต่ในส่วนของชินอ๋องแล้ว ลูกเกรงว่าชินอ๋องจะไม่มีความมั่นใจหากต้องปรากฏตัวต่อหน้าบุคคลสำคัญของแคว้นต่างๆ ด้วยเหตุที่ว่า เอ่อ…” ไป๋เฟยหลงพูดไปก็ทำท่าแอบชำเลืองมองปากของไป๋เฟยหมิงที่อยู่ภายใต้ผ้าสีดำที่เขาใช้ปิดบังส่วนที่บกพร่องของใบหน้าเอาไว้ตั้งแต่ส่วนจมูกลงมาถึงคาง

 

ไป๋เฟยหมิงรู้ตัวว่าถูกน้องชายเย้ยหยัน แต่…เขาก็ชินชาแล้ว เขาโดนไป๋เฟยหลงหาเรื่อง เย้ยหยัน และเหยียดหยามเป็นประจำมาตั้งแต่เด็กๆแล้ว ชินอ๋องหนุ่มทำได้เพียงพยายามสงบจิตสงบใจและเมินมองไปทางอื่น

 

“ชินหวังเฟยฉลาดปราดเปรื่อง อีกทั้งยังมีความสามารถรอบด้าน เรียกได้ว่าหาตัวจับได้ยาก เรื่องใบหน้าของชินอ๋องนั้นน่าจะไม่ยากเกินกำลังของนางกระมัง” เป็นเสียงของเปี๋ยนฮองเฮาที่เฝ้าสังเกตการณ์มานานได้เอ่ยขึ้นมาบ้าง

 

หลานฮุ่ยเจินผ่อนลมหายใจเบาๆ สองแม่ลูกผู้มีทั้งอำนาจวาสนา บารมีคู่นี้เหมือนกันไม่มีผิด เห็นผู้ใดได้หน้าเกินตนเองเป็นไม่ได้ 

 

“ทูลฮองเฮาและองค์รัชทายาทตามตรงเพคะ การผ่าตัดใบหน้าของชินอ๋องให้ดูเป็นปกติเฉกเช่นบุคคลทั่วๆไปนั้น …เอ่อ…”นางเว้นระยะไปชั่วขณะเพื่อเรียกร้องความสนใจ และก็ได้ผลจริงๆ ตอนนี้ ทั้งฮ่องเต้ พระสนมชายาทั้งหลาย บรรดาอ๋องและพระชายา องค์ชาย องค์หญิงทั้งหลายรวมทั้งพระญาติทุกๆคน ต่างหันมามองที่นางเป็นจุดเดียวกัน ทุกคนต่างใจจดใจจ่อรอฟังสิ่งที่ชินหวังเฟยจะเอ่ยออกมา

 

 

 

 

 

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 742 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

620 ความคิดเห็น

  1. #120 sirisiricanthr (จากตอนที่ 43)
    วันที่ 6 เมษายน 2564 / 15:02
    ฮ่องเต้ไม่มีเทียบหรอก มีแต่ราชโองการค่ะ จะออกคำสั่งให้ขันทีมาถ่ายทอดคำพูด หรือจะเขียนก็ได้ แต่เรื่องที่ไม่ใช่ราชการงานเมือง เช่นงานเลี้ยง แค่ถ่ายทอดคำพูดก็พอ #ฮ่องเต้ไม่เขียนเทียบ
    #120
    1
    • #120-1 ๋J.A.J.K.(จากตอนที่ 43)
      7 เมษายน 2564 / 21:38
      ขอบคุณที่ชี้แนะค่ะ
      #120-1
  2. #92 joom999 (จากตอนที่ 43)
    วันที่ 5 เมษายน 2564 / 06:07

    กำลังอินเลย
    #92
    0