ไสหัวไปซะพระชายาบ้านนอก

ตอนที่ 41 : บ่อเกลือ ภูมิปัญญายุคโบราณ (2)

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 8,898
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 754 ครั้ง
    4 เม.ย. 64

ไป๋เฟยหมิงเดินนำหลานฮุ่ยเจินเดินดูขั้นตอนการผลิตเกลือจากบ่อเกลือ หญิงสาวมีท่าทางตื่นตาตื่นใจกับภูมิปัญญาของผู้คนในยุคโบราณ 

 

“ที่นี่เรียกว่าเหมืองเกลือ ดินบริเวณนี้จะมีความเค็มมากเป็นพิเศษเพราะมีสายแร่เกลือ แหล่งน้ำใด้ดินคือวัตถุดิบที่เราจะนำมาทำเกลือ เจ้าเห็นบ่อเหล่านั้นหรือไม่?” ไป๋เฟยหมิงชี้มือไปที่บ่อที่เขาเรียกว่าบ่อเกลือ ลักษณะคล้ายบ่อน้ำ รอบๆขอบบ่อนั้นมีลักษณะเป็นหิน หลานฮุ่ยเจินเดินตามไป๋เฟยหมิงมาถึงปากบ่อ หญิงสาวไม่ลังเลที่จะชะโงกหน้าลงไป

 

“โห! ทำไมมันลึกขนาดนี้?”

 

“เราต้องขุดให้ลึกจนกว่าจะเจอน้ำ น้ำใต้ดินนี้เค็มมาก เราจึงนำน้ำจากในบ่อเหล่านี้มาต้มให้เดือดจนส่วนที่เป็นน้ำระเหยไปเหลือแต่เม็ดเกลือสีขาวขุ่น”

 

หลานฮุ่ยเจินมองดูบุรุษวัยแรงงานนับร้อยคนที่กำลังเดินขวักไขว่ดูวุ่นวายกับงานที่กำลังทำอยู่ คนกลุ่มหนึ่งใช้ถังไม้ที่ถูกมัดด้วยเชือกหย่อนลงไปในบ่อนั้น แล้วตักให้ได้น้ำขึ้นมา จากนั้นก็ใช้รอกดึงเชือกขึ้นมาจนกระทั่งถังน้ำขึ้นมาถึงขอบบ่อ คนอีกกลุ่มหนึ่งก็จะรอหิ้วถังน้ำนั้นเพื่อไปเทลงในกระทะใบใหญ่   คนกลุ่มหนึ่งทำหน้าที่ดูแลไฟ ไม่ให้มอด พวกเขาต้องคอยเติมฟืนให้ไฟลุกโชติช่วงตลอดเวลา คนอีกกลุ่มหนึ่งคอยเคี่ยวน้ำเดือดในกระทะนั้นจนกระทั่งรอบๆขอบกระทะเต็มไปด้วยผลึกสีขาว คนงานอีกกลุ่มหนึ่งใช้กระชอนไม้ไผ่อันใหญ่ตักเกลือใส่ตะกร้าไม้ไผ่แล้วผึ่งเกลือไว้ให้แห้ง 

 

“น้ำในกระทะนี้ต้องเคี่ยวนานแค่ไหนหรือเพคะท่านอ๋องจึงจะได้เกลือออกมา”

 

“ประมาณสองชั่วยามได้” ไป๋เฟยหมิงตอบพลางเดินนำสตรีที่ได้ชื่อว่าเป็นพระชายาเดินดูจุดนั้นจุดนี้

 

“สองชั่วยามเชียวหรือเพคะ เช่นนั้นคนงานที่นี่คงทำงานหนักกันน่าดู มิหนำซ้ำยังต้องอยู่ใกล้ไฟร้อนๆและน้ำเดือดๆตลอดเวลา”

 

“อืม…งานที่บ่อเกลือนี้ถือว่าเป็นงานหนัก แต่คนงานเหล่านั้นก็ได้ค่าแรงมากพอสมควร และยังได้รับแบ่งเกลือบางส่วนกลับบ้านอีกด้วย”

 

“ท่านอ๋องเพคะ หม่อมฉันเห็นว่ามีบ่อน้ำตั้งหลายบ่อ บ่อน้ำเหล่านี้มีความเค็มเท่ากันหรือไม่เพคะ?” หลานฮุ่ยเจินทำตัวอยากรู้อยากเห็นราวกับเป็นนักเรียนชั้นประถมวัย

 

“บ่อน้ำทั้งหมดนี้แม้จะอยู่ในบริเวณใกล้เคียงกัน แต่ความเค็มนั้นย่อมแตกต่างกันไปในแต่ละวัน ขึ้นอยู่กับหลายปัจจัย เช่นหากมีฝนตก จะให้น้ำบ่อมีความเค็มลดลง เพราะฉะนั้นเราจะใช้ไข่เป็ดในการทดสอบ” ไป๋เฟยหมิงเล่าไปโดยที่มิได้รู้สึกว่ารำคาญสตรีช่างซักช่างถามผู้นี้เลยสักนิด

 

“ทอสอบอย่างไรหรือเพคะ?”

 

นำไข่เป็ดดิบมาลอยในน้ำที่ตักขึ้นมาจากบ่อ ถ้าหากไข่เป็ดลอย ไม่จมน้ำ แสดงว่าน้ำนั้นมีความเค็มมากพอและสามารถนำมาต้มได้ เกลือที่ได้ก็จะมีความเค็มพอที่จะนำไปใช้ เช่นการหมักเนื้อ หากเกลือนั้นเค็มไม่พอ เนื้อจะเน่าเสียเร็วกว่าการใช้เกลือที่เค็มมากๆ”

 

“และถ้าหากว่าไข่เป็ดนั้นจมน้ำ ก็แสดงว่าน้ำนั้นใช้ไม่ได้เพราะเค็มไม่พอ”

 

“อืม…เป็นเช่นนั้น” ไป๋เฟยหมิงเดินนำนางไปอีกทางหนึ่ง

 

หลานฮุ่ยเจินสังเกตเห็นว่าพื้นที่ส่วนนี้เป็นคลังเก็บเกลือก็ว่าได้ เกลือหลายร้อยตะกร้าถูกเก็บไว้ในห้องที่มิดชิด

 

“ที่นี่คือห้องเก็บเกลือหรือเพคะ?”

 

“ถูกแล้ว หลังจากที่เราตากเกลือจนแห้งสนิทเราจะนำมาเก็บไว้ที่นี่ มีเวรยามเฝ้าอย่างแน่นหนาเพื่อป้องกันการถูกขโมย”

 

“ท่านอ๋องเพคะ แล้วในแคว้นไป๋กว๋อนี้มีเหมืองเกลือที่อื่นอีกหรือไม่เพคะ?”

 

“ไม่มี ดินสายแร่เกลือมีเฉพาะที่นี่ที่เดียว บริเวณนี้เป็นชายแดนระหว่างแคว้นไป๋กว๋อและแคว้นเหนียง พรมแดนกั้นก็คือเทือกเขาไท่ซานที่เจ้าเห็นอยู่นี้ บริเวณสองฝั่งของเทือกเขาไท่ซานนี้ล้วนมีสินแร่เกลือทั้งสิ้น เมื่อก่อนทั้งสองฝั่งผลิตเกลือได้มากพอกับความต้องการของแต่ละแคว้น จึงไม่เกิดปัญหาอันใด แต่ในระยะสามปีให้หลังมานี้ ผืนแผ่นดินทั้งสองฝั่งของเทือกเขาไท่ซานเกิดความแห้งแล้ง น้ำในบ่อแต่ละบ่อก็เหือดแห้ง จึงทำให้ผลิตเกลือได้น้อยลง จนกระทั่งทั้งสองแคว้นนั้นประสบปัญหาเดียวกันคือขาดแคลนเกลือ ทางเดียวที่จะได้เกลือมากขึ้นคือการแย่งชิงบ่อเกลือ ซึ่งแคว้นเหนียงนั้นมีทีท่าว่าจะเปิดสงครามกับแคว้นไป๋กว๋อได้ทุกเมื่อเชื่อวัน” ไป๋เฟยหมิงเล่า

 

“เพื่อแย่งชิงบ่อเกลือ?” ใบหน้าของหลานฮุ่ยเจินเต็มไปด้วยเครื่องหมายคำถาม

 

ไป๋เฟยหมิงพยักหน้าเบาๆ

 

“ท่านอ๋องเพคะ แล้ววันๆหนึ่งที่เหมืองแห่งนี้ผลิตเกลือได้วันละเท่าไหร่กัน?”

 

“ตอนนี้อยู่ที่ราวๆยี่สิบตะกร้า”

 

“หา!” หลานฮุ่ยเจินอุทานออกมา แคว้นไป๋กว๋อนั้นค่อนข้างใหญ่ ผู้คนก็มากมาย ทั้งหัวเมืองใหญ่ เมืองเล็กๆ แม้กระทั่งเมืองหลวงอย่างไป๋ซ่านลี่ผู้คนล้วนมีความจำเป็นต้องใช้เกลือในการบริโภคอุปโภคทั้งสิ้น แบบนี้มันจะพอได้อย่างไร มิน่าล่ะ…เกลือถึงได้แพงและหายากอย่างนี้

 

ไป๋เฟยหมิงเดินนำหลานฮุ่ยเจินเดินชมจุดนั้นทีจุดนี้ทีโดยมีสองสาวรับใช้เดินตามหลังผู้เป็นนายห่างๆ เหล่าคนงานซึ่งล้วนเป็นบุรุษต่างมีสีหน้าตะลึงงันเมื่อได้เห็นสตรีในเหมืองเกลือแห่งนี้ และที่สำคัญ…สตรีนั้นดูเหมือนจะสนิทสนมกับอ๋องแปดอัปลักษณ์

 

“นั่น พระชายาท่านอ๋องแปด” คนงานผู้หนึ่งกระซิบกระซาบ

 

“จริงรึ? นั่นพระชายาท่านอ๋องแปดอัปลักษณ์จริงๆหรือ ไม่น่าเชื่อว่าจะมีสตรีนางใดยอมแต่งให้เขาด้วย”

 

“ก็เขาเป็นอ๋อง ถ้าเป็นคนงานอย่างเจ้า อย่าได้หวังเลยว่านางจะยอมแต่งให้”

 

“นางกินยาผิดเทียบหรืออย่างไร?” บุรุษผู้หนึ่งเอ่ยขึ้นบ้างขณะที่ฟังเพื่อนคนงานคุยกัน

 

“จุ๊ๆ อย่าพูดเสียงดังไปเกิดท่านอ๋องแปดได้ยินจะกริ้วขึ้นมา”

 

“ฮึ! ท่านอ๋องแปดจะทำอันใดได้ มีแค่ตำแหน่งอ๋องเท่านั้นแหละที่เป็นเปลือก ส่วนอย่างอื่นทั้งเรื่องทรัพย์สินเงินทองหรืออำนาจ เขาล้วนไม่มี เพราะฮ่องเต้ไม่ทรงโปรดปรานยังไม่พอ ยังเกลียดเขาเข้ากระดูกดำอีกด้วย” 

 

“ผู้ใดจะมีทั้งอำนาจวาสนา ทรัพย์สินเงินทองอย่างองค์รัชทายาทของเจ้ากันล่ะ” บุรุษผู้หนึ่งอดเหน็บแนมไม่ได้

 

“เรื่องนั้นมันแน่อยู่แล้วละ” เขาพูดพลางทำท่าลำพองใจ

 

ที่เหมืองเกลือแห่งนี้ไป๋เฟยฉีกำหนดให้อ๋องทั้งแปดและไป๋เฟยหลงได้มีส่วนร่วมในการดูแล โดยให้ทุกคนมีกำหนดมาดูแลเหมืองเกลือที่สำคัญยิ่งนี้คนละเดือน หมุนเวียนสับเปลี่ยนกันไป  เพราะเกลือนั้นสำคัญ หายาก และผลิตได้น้อยลง ไป๋เฟยฉีจึงไม่ไว้วางใจผู้ใดให้เป็นผู้ดูแลทั้งหมด แต่ให้พระโอรสทั้งเก้าของเขามีบทบาทเท่าๆกันเพื่อลดการทุจริต 

 

“ ท่านอ๋องเพคะ แล้วท่านอ๋องจะทรงกลับไปไป๋ซ่านลี่เมื่อใดกันเพคะ?” หลานฮุ่ยเจินเอ่ยถาม

 

“ข้ามีกำหนดอยู่ที่นี่หนึ่งเดือนจึงจะเปลี่ยนให้พี่ใหญ่มาดูต่อ ตอนนี้เกลือขาดแคลนอย่างหนัก ถึงขั้นวิกฤตเลยก็ว่าได้ ฝ่าบาทเลยกำชับให้บรรดาพระโอรสของพระองค์เข้ามาช่วยกันดูแลและเป็นหูเป็นตา เพราะไม่ไว้พระทัยผู้อื่น เรื่องนี้เกี่ยวพันกับแคว้นเหนียงซึ่งมีชายแดนติดกับเราด้วย ข้าและคนอื่นๆต้องเข้มงวดกับคนงานที่นี่ให้มากๆ

 

หลานฮุ่ยเจินนั้นแววตาทอประกายขณะครุ่นคิดบางสิ่งบางอย่าง

ตอนนี้เกลือราคาแพงและขาดแคลนมาก หากเรามีเกลือ นั่นหมายถึงโอกาสที่จะสร้างเงินสร้างทองย่อมมีมากกว่าการขายโสมพันปี เพราะโสมพันปีนั้นนางมีอยู่เพียงหัวเดียวที่จะขายได้ แต่เกลือนั้นสามารถผลิตได้ทุกวันๆ แต่…นางจะเอาเกลือจากไหนมาขาย ที่ผลิตได้จากบ่อเกลือเพียงแห่งเดียวของแคว้นไป๋กว๋อก็จำนวนน้อยนิดและเกลือทั้งหมดก็ถูกควบคุมโดยทางราชสำนักซะอย่างนั้น

 

พลัน…แววตานางสว่างวาบ

 

“ท่านอ๋อง แคว้นไป๋กว๋อมีทะเลหรือไม่ แล้วมีที่ดินที่ติดทะเลที่ต้องการขายหรือไม่เพคะ?”

 

ไป๋เฟยหมิงมองหน้าพระชายาในนาม ในใจก็หวั่นๆว่านางจะคิดอ่านทำอะไรแผลงๆขึ้นมาอีก

“มี อยู่ทางด้านตะวันตกของไป๋ซ่านลี่ เมืองเจิ้งคือเมืองเดียวที่มีพื้นที่ติดทะเล แต่ชายหาดเมืองเจิ้งไม่ใช่ชายหาดที่สวยงาม ที่ดินที่ติดชายหาดล้วนเพาะปลูกพืชชนิดอื่นไม่ได้ นอกจากมะพร้าวแล้วบางที่ก็ปล่อยให้รกร้าง เจ้าถามทำไมรึ?”

 

หลานฮุ่ยเจินแววตาสว่างวาบ ( อีกครั้ง )

 

“ท่านอ๋อง เช่นนั้นพรุ่งนี้หม่อมฉันจะขอทูลลากลับ หม่อมฉันจะไปดูทะเลและที่ดินที่เมืองเจิ้งต่อ ขอให้ท่านอ๋องทรงอนุญาตด้วยเถอะเพคะ”

 

ไป๋เฟยหมิงแทบจะสำลักน้ำชา 

 

“เจ้าต้องขออนุญาตจากข้าด้วย เช่นนั้นรึ?” เขาเอ่ยถามด้วยความสงสัยแกมเหน็บแนม ที่นางมาโผล่ที่นี่ก็ไม่ได้ขออนุญาตเขาสักหน่อย

 

“หม่อมฉัน…เอ่อ…ต้องการทำให้ถูกต้องตามธรรมเนียมน่ะเพคะ หม่อมฉันเป็นพระชายาท่านอ๋อง จะไปไหนมาไหนก็ควรจะบอกกล่าวให้ท่านอ๋องทรงรับทราบ”

 

“ใช้คำว่า บอกกล่าว น่ะถูกต้องแล้ว เพราะเรื่องการขออนุญาตเจ้าคงไม่รอให้ข้าอนุญาตกระมัง มิเช่นนั้นวันนี้เจ้าจะมาอยู่ที่นี่ได้อย่างไร”

 

หลานฮุ่ยเจินรู้ตัวว่าถูกเหน็บแนม แต่…เรื่องอะไรนางจะยอมถูกจำกัดสิทธิเสรีภาพ อิสรภาพได้ล่ะ นางเป็นสตรีจากโลกยุค 2021 นะ หาใช่สตรีในห้องหอยุคโบราณที่วันๆไม่ต้องทำอะไร ดูแลแต่เล็บมือและเท้า นางคิดว่าสิ่งเหล่านี้ล้วนไม่ก่อให้เกิดประโยชน์อันใดต่อมวลมนุษยชาติ

 

“ท่านอ๋องเพคะ หม่อมฉันรับรองด้วยเกียรติของยอดสตรีแห่งไป๋กว๋อที่ฝ่าบาททรงเคยยกย่อง หลังจากที่ท่านอ๋องกลับถึงไป๋ซ่านลี่ หม่อมฉันจะมีผลงานที่ยิ่งใหญ่จนท่านอ๋องเองก็คาดไม่ถึง” 

 

หญิงสาวที่อยู่ตรงหน้าเขาดูท่าทางมั่นอกมั่นใจและทระนงตนจนไป๋เฟยหมิงอดที่จะนึกหมั่นไส้ไม่ได้

 

“เจ้าจะทำสิ่งใดอีก?” เขาเอ่ยถามไปอย่างนั้นแหละ ไป๋เฟยหมิงรู้ดีว่าพระชายาของเขานั้นนางคงไม่ยอมอยู่นิ่ง หรือยอมเป็นสตรีในห้องหออย่างแน่นอน แต่จะแปลกอะไรล่ะ หากนางไม่วิปลาสก็คงไม่ยินยอมมาแต่งงานกับบุรุษอัปลักษณ์เช่นเขาหรอก

 

“หม่อมฉันก็จะแข่งกับท่านอ๋องน่ะซีเพคะ ท่านอ๋องทำบ่อเกลือ ส่วนหม่อมฉันจะทำนาเกลือ” 

 

ไป๋เฟยหมิงพลันลมหายใจสะดุด สตรีวิปลาสผู้นี้ชอบพูดจาพิกล แต่จะเป็นไรไปล่ะ…บางทีนางก็สามารถทำอะไรที่มันเกินความคาดหมายของเขาได้ หลังจากที่เขาพบนางที่บ่อเกลือเมืองเถาชุนแห่งนี้เขาก็รู้ว่า นางนั้นมิใช่พวกที่ไร้น้ำยา ไม่แน่…การมาของนางอาจจะเป็นสัญญาณแห่งการเปลี่ยนแปลงของแคว้นไป๋กว๋อ หรือแม้กระทั่ง ‘ชีวิตของเขาเอง’ ก็เป็นได้

 

“แล้วข้าจะคอยดูว่าฝ่าบาทจะเผลอหลุดปากออกมาว่าเจ้าคือสตรีเหนือสตรี คือยอดสตรีของไป๋กว๋ออีกหรือไม่”

 

หลานฮุ่ยเจินยิ้มกระหยิ่ม แต่ทันทีทันใดนางก็เปลี่ยนเป็นดูรีบร้อนขึ้นมา

 

“ท่านอ๋องเพคะ เช่นนั้นวันนี้หม่อมฉันทูลลา วันนี้พวกเราจะพักที่โรงเตี๊ยมในเมืองเถาชุน พรุ่งนี้เช้าหม่อมฉันต้องรีบออกเดินทาง รอให้ท่านอ๋องกลับถึงไป๋ซ่านลี่แล้วท่านอ๋องต้องได้รับทราบข่าวใหม่ ข่าวใหญ่ที่สุดในไป๋ซ่านลี่ยิ่งกว่าข่าวลือที่ว่าพระชายาของท่านอ๋องแปดเป็นแม่มดหมอผีหรือว่านางมารกลับชาติมาเกิดซะอีกเพคะ หม่อมฉันทูลลานะเพคะ เพราะกว่าจะเดินออกไปถึงประตูใหญ่ด้านหน้าต้องใช้เวลาถึงหนึ่งชั่วยาม” พูดจบหลานฮุ่ยเจินก็ส่งสายตาบอกใบ้ให้สองสาวรับใช้รีบเดินตาม หญิงสาวพาคนของนางเดินมาถึงที่ที่นายทหารคนเดิมที่เคยนำทางมารออยู่ ทันทีที่เห็นสตรีทั้งสามเขาก็รับรู้ด้วยสัญชาตญาณว่าพวกนางคงอยากออกไปจากที่นี่แล้ว ก็ที่นี่ทั้งร้อน อบอ้าว และมีกลิ่นอายของความเค็มนี่นะ สตรีในห้องหอคงไม่สบอารมณ์นักหรอก

 

 

 

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 754 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

645 ความคิดเห็น

  1. #296 นัท (จากตอนที่ 41)
    วันที่ 15 เมษายน 2564 / 15:03

    ไปซื้อที่ติดทะเลเลยจร้า แล้วทำนาเกลือขายเกลือได่เงินเย่อะ แล้วสร้างจวนอีกทีไว้แถบชายทะเลใกล้นาเกลทอ โมดิฟรายด์พื้นทีใกล้เคียงสร้างแรงงานจ้างคนพื้นที่ทำนาเกลือ อิอิ งานนี้เงินที่งนั้น ตำหนักฮ๋อง คราวนี้จะได้ล่ำซำสักที พวกที่ดูถูกเอาให้หงายเงิบเลยจร้า

    #296
    0
  2. #250 Pop_zaza (จากตอนที่ 41)
    วันที่ 11 เมษายน 2564 / 14:48
    ฮุ่ยเจินจะกลับไปทำนาเกลือแล้ว สู้ๆน้า
    #250
    0
  3. #225 Phathaichan (จากตอนที่ 41)
    วันที่ 10 เมษายน 2564 / 21:03
    น้องจะทำนาเกลือ
    แล้วขายเกลือให้ทั่วถิ่น
    #225
    0
  4. #153 kwan-st (จากตอนที่ 41)
    วันที่ 7 เมษายน 2564 / 22:05
    บ่อเกลือรึจะสู้นาเกลือได้
    #153
    1
    • #153-1 ๋J.A.J.K.(จากตอนที่ 41)
      7 เมษายน 2564 / 22:28
      อิอิ
      #153-1
  5. #64 Grayoppa (จากตอนที่ 41)
    วันที่ 4 เมษายน 2564 / 05:45
    น้อนนนนน เอ็นดูมาก ไรท์สู้ๆนะคะ เค้ารออ่านๆๆๆๆ
    #64
    0