ไสหัวไปซะพระชายาบ้านนอก

ตอนที่ 40 : บ่อเกลือ ภูมิปัญญายุคโบราณ (1)

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 9,009
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 796 ครั้ง
    4 เม.ย. 64

เสียงฝีเท้าม้าดังกุบกับไปตลอดทางไม่ต่างอะไรกับเสียงจังหวะการบรรเลงดนตรี หลานฮุ่ยเจินนั่งเหม่อมองออกไปนอกหน้าต่างรถม้า พลางใช้ความคิด

 

“บ่อเกลือ เหมืองเกลือ เกลือๆๆๆ”

 

จากไป๋ซ่านลี่ถึงเมืองเถาชุนใช้เวลาเดินทางโดยรถม้าราวๆสามวัน หลานฮุ่ยเจินว่าจ้างรถม้าจากตลาดให้ไปส่งนางและสาวรับใช้ทั้งสองที่เมืองเถาชุน จุดหมายปลายทางคือ ‘เหมืองเกลือ’ ซึ่งประกอบไปด้วยบ่อเกลือจำนวนหลายสิบบ่อ ในตอนเย็นของทุกวันนางให้รถม้าหยุดพักค้างคืนที่โรงเตี๊ยมเล็กๆที่อยู่ระหว่างทาง

 

“ป่านนี้พ่อบ้านโย่วคงร้องโวยวายน่าดู” 

 

 หลานฮุ่ยเจินหัวเราะคิกเมื่อนึกถึงท่าทางของโย่วสือฟง ตอนที่เขาได้อ่านจดหมายที่นางฝากบ่าวรับใช้ผู้หญิงคนหนึ่งเอาไว้

 

‘เรียนท่านพ่อบ้าน ข้า…หลานฮุ่ยเจินต้องขออภัยท่านพ่อบ้านโย่วด้วยที่ข้านั้นรีบร้อนมากจนมิได้กล่าวคำร่ำลา อย่างไรก็ดี ตอนที่ท่านได้อ่านจดหมายฉบับนี้ข้าคงจะกำลังเดินทางไปเมืองเถาชุน เพื่อไปพบท่านอ๋อง เอาเป็นว่าข้าจะกราบทูลท่านอ๋องให้ว่าท่านสบายดี และบ่าวในจวนทุกคนล้วนอยู่ดีมีสุข ที่สำคัญ…ตอนนี้ผักที่จวนของพวกเรางามมาก และมีมากซะจนสามารถแจกจ่ายให้กับชาวบ้านที่ยากจนได้ไม่น้อยโดยมีท่านพ่อบ้านโย่วเป็นหัวเรี่ยวหัวแรงในครั้งนี้ อีกไม่นานเราคงได้เจอกันอีก ขอท่านพ่อบ้านอย่าได้เป็นกังวล ข้าฝากดูแลจวน ดูแลบ่าวและแปลงผักให้ด้วย ที่สำคัญ…อย่าลืมตัดผักไปแจกชาวบ้านที่ยากไร้บ่อยๆล่ะ’

 

 โย่วสือฟงอ่านข้อความในจดหมายจบแล้วก็ไม่รู้ว่าจะหัวเราะ หรือ ร้องไห้ดี พระชายาของท่านอ๋องนั้นทรงมีพระทัยกว้างขวาง เปี่ยมด้วยพระเมตตาและเอื้ออารีก็จริง แต่นางช่างทำตัวแตกต่างจากสตรีในห้องหออย่างสิ้นเชิง ไม่รู้ว่าพอท่านอ๋องแปดเสด็จกลับมาแล้วจะลงโทษเขาอย่างไร

 

สองข้างทางที่รถม้าวิ่งผ่านภูมิประเทศค่อยๆเปลี่ยนไป จากที่ราบ ท้องทุ่งเวิ้งว่างว่างเปล่าอันแห้งแล้งมาเป็นป่าละเมาะ ทิวเขาเตี้ยๆ จนกระทั่งกลายมาเป็นเทือกเขาสลับซับซ้อน

 

“ถึงแล้วขอรับนายหญิง ที่นี่คือเหมืองเกลือเมืองเถาชุน ด้านในนั้นมีบ่อเกลือหลายสิบบ่อ” คนขับรถม้ารายงานเมื่อเขาได้นำส่งผู้โดยสารทั้งสามมาถึงจุดหมายปลายทางอย่างปลอดภัย

 

“อืม…ที่นี่น่ะหรือ เหมืองเกลือ แล้ว…พวกเราสามารถเข้าไปด้านในได้หรือไม่?” หลานฮุ่ยเจินเอ่ยถามคนขับรถม้าเมื่อนางสังเกตเห็นรั้วที่ทำจากหินเป็นแนวยาว ความสูงประมาณสองเมตร ในส่วนของประตูทางเข้าออกนั้นทำด้วยไม้บานใหญ่คล้ายๆประตูทางเข้าเมืองหลวง มีทหารประจำการยืนเฝ้าทางเข้าออกนับสิบคน

 

‘ที่นี่น่าจะมีความสำคัญมาก ถึงขนาดทำรั้วรอบขอบชิดซะแน่นหนา อีกทั้งยังมีทหารคอยเฝ้าหน้าประตูเข้าออกจำนวนมาก’ หลานฮุ่ยเจินนึกในใจ

 

“เรียนนายหญิง เหมืองเกลือนี้เป็นสถานที่หวงห้าม เฉพาะผู้ที่ได้รับอนุญาตจึงจะสามารถเข้านอกออกในได้ ยิ่งตอนนี้เกลือยิ่งหายากและมีราคาแพง การที่จะให้คนเข้าหรือออกยิ่งเข้มงวดมากขึ้นไปอีก”

 

“เช่นนั้นหรือ?” หลานฮุ่ยเจินทำท่านึกพลางมองป้ายหยกที่ฮ่องเต้ทรงพระราชทานให้กับพระชายาเอกของอ๋องทุกพระองค์

 

“ข้าอยากลองดู” หลานฮุ่ยเจินเดินลงจากรถม้าแล้วเดินตรงเข้าไปหาทหารที่เฝ้าประตูทางเข้าเหมืองเกลือ

 

“ไม่ทราบว่าแม่นางผู้นี้มาทำอันใดที่นี่ ที่นี่ไม่อนุญาตให้คนนอกเข้ามา” ทหารนายหนึ่งเอ่ยออกมาเสียงเข้ม

 

หลานฮุ่ยเจินส่งยิ้มละไม พลางยื่นป้ายหยกให้ทหารที่ประจำการที่ประตูทางเข้าออกดู

 

“พระชายาอ๋องแปด” นางเอ่ยขึ้นมาราวกับแนะนำว่าตนเองคือผู้ใด

 

ทหารที่เฝ้าประตูชะงักพลางมองหน้ากันคล้ายขอความเห็น

 

“ตอนนี้ท่านอ๋องแปดพระสวามีของข้าทรงอยู่ที่นี่ใช่หรือไม่ พอดีข้ามีเรื่องด่วนต้องรายงานท่านอ๋องจึงต้องเดินทางจากไป๋ซ่านลี่มาที่เมืองเถาชุนนี้ด้วยตนเอง ใช้เวลาเดินทางกว่าสามวัน”

 

“เอ่อ…เช่นนั้น ทูลเชิญพระชายาพะย่ะค่ะ ตะ…แต่ ระยะทางจากประตูทางเข้านี้ไปถึงบ่อเกลือที่ท่านอ๋องอยู่นั้นค่อนข้างไกลพอสมควร ต้องเดินด้วยเท้าเพราะที่นี่ไม่มีเกี้ยว และหนทางที่คดเคี้ยวเต็มไปด้วยหินทำให้รถม้ามิอาจวิ่งได้ ขอพระชายาได้โปรดอภัย”

 

หลานฮุ่ยเจินลอบถอนหายใจอย่างโล่งอก ป้ายหยกที่ฮ่องเต้พระราชทานนี้เป็นบัตรผ่านตลอดดีๆนี่เอง

 

“นั่นมิใช่ปัญหา ข้าเดินไหว ว่าแต่…มันไกลสักเท่าใดล่ะ?”

 

“ทูลพระชายา จากที่นี่ถึงบ่อเกลือระยะทางประมาณสองลี้พะย่ะค่ะ”

 

หลานฮุ่ยเจินนิ่ง นางกำลังคิดคำนวณในใจ

 

‘สองลี้…หนึ่งกิโลเท่านั้นเอง อืม…เดินเท้าหนึ่งกิโลตอนแดดเปรี้ยงๆอย่างนี้เนี่ยนะ’

 

“ไหวสิ ข้าเดินไหว โธ่! ข้านึกว่าจะไกลกว่านี้สักสิบลี้” หลานฮุ่ยเจินทำท่าทางแข็งขัน

 

“เช่นนั้นทูลเชิญพระชายา กระหม่อมจะนำเสด็จเอง” นายทหารผู้หนึ่งค้อมศีรษะให้สตรีตรงหน้าอย่างเคารพนบนอบ หลานฮุ่ยเจินมองไปที่รถม้า ตอนนี้หลิงหลิงและเม่ยฟูได้หยิบสัมภาระบางส่วน โดยเฉพาะร่มกระดาษสำหรับบังแดดยามบ่ายๆให้แก่ผู้เป็นนาย

 

“ขอให้รถม้าของข้าได้จอดบริเวณด้านหน้านี้ได้หรือไม่?” นางเอ่ยถามเสียงดังให้คนขับรถม้าได้ยินด้วย

 

“ย่อมได้พะย่ะค่ะ กระหม่อมจะให้คนหาหญ้าและน้ำมาให้ม้าทั้งสองตัวนี้ด้วย ท่าทางพวกมันคงเหนื่อยล้าจากการเดินทางไกล”

 

“ขอบคุณเจ้ามาก”

 

หลานฮุ่ยเจินและสาวรับใช้ทั้งสองเดินตามนายทหารที่นำทางนั้นไปตามทางเดินเล็กๆแคบๆที่เต็มไปด้วยโขดหินอย่างทุลักทุเล

 

ผ่านไปราวหนึ่งชั่วยามสตรีทั้งสามก็ได้มาถึงจุดหมายปลายทาง  บ่อเกลือที่ว่านี้ตั้งอยู่ในส่วนของพื้นที่ค่อนข้างราบ ประมาณยี่สิบหมู่ (20 ไร่จีน)หลานฮุ่ยเจินรู้สึกตื่นตาตื่นใจ นางกวาดสายตามองไปรอบๆ บุรุษนับร้อยคนกำลังสาละวนกับการทำหน้าที่ของตนเอง 

 

“พวกเจ้ามาทำอันใดที่นี่?” เสียงเข้มที่ฟังดูดุราวกับเสือนั้นดังขึ้นอยู่ไม่ไกล

 

หลานฮุ่ยเจินไม่ได้รู้สึกตระหนก นางคาดเอาไว้ล่วงหน้าแล้วว่าการณ์จะเป็นเช่นไร

 

“ถวายพระพรท่านอ๋องเพคะ” หลานฮุ่ยเจินยอบกายถวายความเคารพ สองสาวรับใช้ที่กลัวจนตัวสั่นไปหมดหลบอยู่ด้านหลังของผู้เป็นนายยอบกายถวายความเคารพตาม

 

“หลาน…ฮุ่ย…เจิน  เรื่องครั้งก่อนข้ายังไม่ทันได้ชำระความ ไม่ทันไรเจ้าก็มาก่อเรื่องอีกจนได้ ข้าละปวดหัวกับเจ้าจริงๆ”

 

“ท่านอ๋องเพคะ เรื่องคราวก่อน? เรื่องใดกัน? หม่อมฉันทำสิ่งใดที่ไม่ดี ไม่เหมาะ ไม่ควรหรือเพคะ?”นางแสร้งตีหน้าซื่อ

 

“ก็เรื่องที่เจ้าเอาเงินไปแจกชาวบ้านอย่างไรล่ะ” ไป๋เฟยหมิงส่ายหน้าอย่างหัวเสีย

 

“ท่านอ๋อง หม่อมฉันไม่เห็นว่าเรื่องที่หม่อมฉันแจกเงินชาวบ้านมันจะเป็นสิ่งที่ไม่ดีตรงไหน หม่อมฉันเอาโสมพันปีที่ฝ่าบาทพระราชทานให้เป็นรางวัลไปขาย ได้เงินมามากมายก็เลยคิดอยากจะแบ่งปันให้กับชาวบ้านที่เดือดร้อน ถือว่าเป็นการช่วยเหลือเพื่อนมนุษย์ด้วยกัน แบบนี้จะไม่ดีได้อย่างไร?”

 

ไป๋เฟยหมิงถอนหายใจแรงก่อนจะเดินนำนางไปนั่งที่เก้าอี้ที่ถูกจัดไว้ในที่ร่ม

 

“ไม่ใช่ว่าไม่ดี แต่สิ่งที่เจ้าทำมันเกินหน้าราชวงศ์คนอื่นๆ พวกเขาจะเพ่งเล็งและเล่นงานเจ้าได้”

 

“ฮึ! หม่อมฉันหาได้กลัวไม่ หม่อมฉันไม่เข้าใจ ทำไมจะต้องเพ่งเล็งและเล่นงานหม่อมฉัน หม่อมฉันเสียสละเพื่อชาวบ้าน น่าจะได้รับคำชมสิถึงจะถูก”

 

ไป๋เฟยหมิงถอนหายใจอีกครั้ง นับเป็นรอบที่เท่าไหร่ของเขาก็ไม่รู้ตั้งแต่เขาพบหน้าสตรีดื้อด้านผู้นี้

 

“เจ้ายังไม่เข้าใจในเรื่องราชวงศ์ ราชสำนัก เจ้าไม่รู้หรอกว่าภายนอกที่ดูดีน่าเลื่อมใสศรัทธานั้น เบื้องหลังมีแต่ความเลวร้าย แผนการสกปรก การเข่นฆ่าทำลายกัน” ไป๋เฟยหมิงพูดพลางนึกถึงเหลียงจิวซิ่น มารดาของเขา แม้นว่าเขาจะนึกสงสัยเรื่องการตายของพระมารดา แต่ตอนนั้นเขายังเป็นแค่ทารก ไม่มีความสามารถที่จะทำอะไรได้ แค่จะเอาตัวเองให้รอดยังยาก 

 

“ท่านอ๋องโปรดวางพระทัยเถอะเพคะ หลานฮุ่ยเจินคนนี้มิใช่สตรีในห้องหอที่อ่อนแอ  มิใช่ตะเกียงที่ไร้น้ำมัน ฝ่าบาทเองยังทรงแอบชมว่าหม่อมฉันเป็นยอดสตรี หม่อมฉันรู้ว่าท่านอ๋องมีภารกิจมาก หม่อมฉันซึ่งเป็นสตรีเหนือสตรีทั้งปวงอยากจะช่วยงานท่านอ๋องบ้าง ขอได้ทรงโปรดให้โอกาสหม่อมฉันด้วย”

 

ถึงแม้ไป๋เฟยหมิงจะนึกหมั่นไส้สตรีที่อยู่ตรงหน้าเขาหลายส่วน แต่ลึกๆเขาเองก็ยอมรับว่าพระชายาในนามผู้นี้ช่างแตกต่างจากสตรีในห้องหออื่นๆ นางนั้นอยู่เหนือความคาดหมายของเขาไปมากทีเดียว

 

“เช่นนั้นก็ย่อมได้ ข้าขอถามเจ้าตรงๆ เจ้าแอบมาที่นี่มีจุดประสงค์อันใด คงมิใช่แอบมาตามข้าหรอกกระมัง?” ท่านอ๋องแปดอดไม่ได้ที่จะเหน็บแนมสตรีที่หลงตนเองตรงหน้า

 

“หม่อมฉันได้รู้มาว่า เกลือเป็นสินค้าหายากและมีราคาแพง อีกทั้งตอนนี้ก็ผลิตได้น้อยลง และยังทราบจากพ่อบ้านโย่วอีกว่าท่านอ๋องมีภารกิจต้องมาควบคุมการทำงานของคนที่บ่อเกลือ หม่อมฉันเลยแอบตามมา เอ่อ…จะว่าแอบก็ไม่เชิงหรอกเพคะ หม่อมฉันแค่หลอกให้ท่านพ่อบ้านไปแจกผักให้กับชาวบ้านที่ยากจน เออ…หม่อมฉันลืมบอกไป ตอนนี้ผักที่จวนของเรา เอ๊ย…จวนของท่านอ๋องนั้นโตและงามมาก เพราะได้ปุ๋ยคอกดีๆจากมูลวัวและน้ำที่ใสสะอาดจากลำธารมารด ที่ดินที่จวนนั้นถือว่าเป็นที่ดินทองคำเลยนะเพคะ” 

 

ไป๋เฟยหมิงมองดูพระชายาที่ดูร่าเริงยิ่งเมื่อพูดถึงผักที่นางโอ้อวดว่างามนักหนาด้วยสายตาที่เปลี่ยนไป

 

“ข้าขอถามตามตรง เจ้าไม่รู้สึกน้อยเนื้อต่ำใจที่ได้ตำแหน่งเป็นถึงหวางเฟย แต่กลับได้มาอยู่ตำหนักที่ไม่คู่ควรที่จะเรียกว่าตำหนัก แต่กลับเป็นบ้านหลังเก่าๆ ในจวนไม่มีสิ่งสวยงาม ไม่มีสวนดอกไม้ สระบัว เหมือนจวนอ๋องอื่นๆ มิหนำซ้ำยังต้องมาปลูกผักกินเองหรอกหรือ ฟังแล้วดูไม่เหมือนเป็นชีวิตของพระชายาผู้สูงศักดิ์เอาซะเลย”

 

หลานฮุ่ยเจินหัวเราะคิก

 

“ท่านอ๋อง ชีวิตที่สุขสบายจนแทบไม่ต้องทำอันใดนั้นใช่ว่าหม่อมฉันไม่เคยประสบพบเจอ แต่ชีวิตที่ดูเหมือนจะลำบากบ้างแต่ได้ทำประโยชน์เพื่อคนอื่นต่างหากเล่า คือชีวิตที่มีคุณค่าอย่างแท้จริง ท่านอ๋องพูดว่า หม่อมฉันต้องปลูกผักกินเอง แต่หม่อมฉันจะพูดในมุมของตัวเองว่า พวกเรามีที่ดินที่อุดมสมบูรณ์ มีปุ๋ยบำรุงดิน มีแหล่งน้ำที่ได้รับประทานมาจากเทพเซียน พวกเราจึงสามารถปลูกผักเพื่อกินเองในจวนและแบ่งปันให้กับชาวบ้านที่ยากจนได้ นั่นต่างหาก ฟังดูดีกว่าใช่ไหมล่ะเพคะ” หลานฮุ่ยเจินพูดไปพลางนึกถึงความสุขสบายกับการเป็นทายาทเพียงคนเดียวของมหาเศรษฐีหมื่นล้านและความยากลำบากตลอดจนความเหน็ดเหนื่อยในการประกอบอาชีพแพทย์ แต่ความลำบากที่เป็นประโยชย์ต่อผู้อื่นนั้นช่างทรงคุณค่ายิ่งนัก

 

ไป๋เฟยหมิงไม่รู้ตัวว่าเขาแอบยิ้มน้อยๆที่มุมปากตั้งแต่เมื่อใด สตรีวิปลาสผู้นี้ช่างเหนือความคาดหมายของเขาซะจริงๆ

 

“เจ้าบอกว่า เจ้าเป็นยอดสตรี มาสิ..ข้าจะพาไปดูวิธีการผลิตเกลือ เผื่อสตรีเหนือสตรีเช่นเจ้าจะทำผลงานอะไรให้ฮ่องเต้ทรงพอพระทัยได้อีก”

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 796 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

676 ความคิดเห็น

  1. #434 DinDumm (จากตอนที่ 40)
    วันที่ 25 เมษายน 2564 / 00:30

    น่ารัก
    #434
    0
  2. #151 Despair. (จากตอนที่ 40)
    วันที่ 7 เมษายน 2564 / 18:44
    ทำไมไม่ขึ้นเนื้อหาหลายตอนเลยคะ
    #151
    1
    • #151-1 ๋J.A.J.K.(จากตอนที่ 40)
      7 เมษายน 2564 / 21:17
      ไรท์เขียนไปลงไปจ้า เขียนไม่ทัน อยากเขียนได้วันละหลายๆตอนเหมือนกัน
      #151-1
  3. #77 BusabaNA (จากตอนที่ 40)
    วันที่ 4 เมษายน 2564 / 13:59
    สนุกค่ะรอ
    #77
    0
  4. #63 joom999 (จากตอนที่ 40)
    วันที่ 4 เมษายน 2564 / 05:18

    กำลังสนุก
    #63
    0