ไสหัวไปซะพระชายาบ้านนอก

ตอนที่ 32 : ความวุ่นวายในงานอภิเษกสมรส (1)

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 8,645
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 709 ครั้ง
    2 เม.ย. 64

 

 

วันนี้ประวัติศาสตร์เมืองไป๋ซ่านลี่ แคว้นไป๋กว๋อได้บันทึกไว้ว่า เป็นวันมหามงคลที่ยิ่งใหญ่เพราะเป็นวันอภิเสกสมรสของราชวงศ์ชั้นสูงถึงเก้าพระองค์ คู่แต่งงานที่สำคัญและโดดเด่นที่สุดก็คือคู่ขององค์รัชทายาทไป๋เฟยหลงกับเจ้าสาวถึงสองคนซึ่งล้วนเป็นสตรีจากชนชั้นสูงที่มีความเหมาะสมกับตำแหน่งไท่จื่อเฟยฝ่ายซ้ายและฝ่ายขวาอย่างยิ่ง คราแรกไป๋เฟยหลงตั้งใจว่าจะให้จิวชุนลี่เป็นไท่จื่เฟยหรือพระชายาเอก และให้หยุนชิงเหยียนเป็นพระชายารอง แต่หลังจากวันคัดเลือกพระชายาเพียงไม่กี่วันเขาก็เปลี่ยนใจ เขาตั้งใจที่จะยกฐานะนางทั้งสองให้เท่าเทียมกันเพียงเพื่อจุดประสงค์บางอย่าง อีกคู่ที่ผู้คนในไป๋ซ่านลี่ตั้งตารอคอย รอดู รอชม เกี้ยวเจ้าสาวก็คือคู่ของท่านอ๋องแปดไป๋เฟยหมิง และดูเหมือนคู่ของอ๋องแปดนี้จะดึงความสนใจของผู้คนได้มากกว่าคู่แต่งงานขององค์รัชทายาทซะอีก นักพนันต่างพนันกันว่าในเกี้ยวจะมีเจ้าสาวจริงหรือไม่

 

       ด้วยความที่ยุคสมัยและสถานการณ์เปลี่ยนไป ( โดยเฉพาะเรื่องเงินในท้องพระคลังและทรัพย์สมบัติส่วนพระองค์ที่ร่อยหรอลง ) โอรสสวรรค์จึงประกาศว่าพิธีรีตรองต่างๆนั้นไม่จำเป็นต้องทำให้ครบถ้วนและเคร่งครัดเช่นกาลก่อน สิ่งสำคัญที่สุดของการครองชีวิตคู่คือความรักความเข้าใจ และการมีทายาทสืบสกุล 

 

       การแต่งงานของพระโอรสทั้งเก้าของฮ่องเต้แคว้นไป๋กว๋อในวันนี้นั้นไม่มีพิธีหมั้นก่อนหน้านี้ แต่ของหมั้นจะรวมให้ไปในสินสอดเลย ( ซึ่งฝ่ายเจ้าสาวทั้งหลายต่างเพ้อฝันว่าคงมากมายมหาศาล) ฮ่องเต้ไป๋เฟยฉีบอกว่าเพื่อประหยัดเวลา แต่จริงๆแล้วเพื่อประหยัดของหมั้นซะมากกว่า ลองคิดตามก็เห็นจะจริงอย่างที่พระองค์ว่า พระโอรสของพระองค์นั้นมีตั้งเก้าพระองค์ หากต้องจัดพิธีหมั้นหมายด้วยจะสิ้นเปลืองขนาดไหน

 

เจ้าบ่าวไม่ต้องเดินทางไปรับตัวเจ้าสาวเพราะเจ้าบ่าวมีตั้งเก้าคนหากต้องไปรับเจ้าสาวถึงบ้านจะเกิดความวุ่นวายขึ้นในไป๋ซ่านลี่ ผู้คนก็จะเดินทางสัญจรไม่สะดวก และที่สำคัญคือเรื่องความปลอดภัย การที่เมืองหลวงอย่างไป๋ซ่านลี่เกิดความโกลาหลวุ่นวายมากๆอาจเป็นช่องโหว่ให้ผู้คิดร้ายกระทำการอุกอาจได้

       

        เจ้าสาวทุกคนล้วนอาศัยอยู่ในไป๋ซ่านลี่ทั้งหมด เว้นเสียก็แต่…ว่าที่พระชายาจากบ้านนอกอย่างหลานฮุ่ยเจินนั่นแหละที่ฮ่องเต้ทรงพระกรุณาให้พักที่เรือนรับรองในตรอกที่ที่ดินมีราคาแพงที่สุดในไป๋ซ่านลี่เพื่อให้หน้าแก่นางและท่านตาของนาง อย่างไรเสียนางก็ได้ชื่อว่าเป็นว่าที่พระชายาของพระโอรสพระองค์หนึ่งของฮ่องเต้

 

        เช้านี้เจ้าสาวทุกคนอยู่ในชุดเจ้าสาวสีแดงสด มีผ้าคลุมหน้าสีเดียวกันและเครื่องประดับงดงามที่ทำจากอัญมณีหลากสีประดับบนศีรษะ หลานฮุ่ยเจินหมุนตัวรอบกระจกหลายรอบจนสาวรับใช้ขอให้หยุดเพราะเวียนหัว

 

“คุณหนูงามนักเจ้าค่ะ ใครกันบอกว่าคุณหนูรองเป็นหญิงงามอันดับหนึ่งของโจวถิง ให้มาดูคุณหนูใหญ่ของพวกเราในเวลานี้สิ เรียกว่างามล่มมืองเห็นจะได้” หลิงหลิงวาดสายตามองสำรวจผู้เป็นนายตั้งแต่ศีรษะจรดปลายเท้าอย่างชื่นชม ตั้งแต่หลานฮุ่ยเจินหันมาดูแลตนเอง รับประทานอาหารดีๆมีประโยชน์ บำรุงร่างกายด้วยสมุนไพรร้อยแปดชนิด บัดนี้ร่างกายของหญิงสาวได้เปลี่ยนไป จากคุณหนูผอมแห้งราวกับผีตายซากเปลี่ยนเป็นมีน้ำมีนวล ร่างกายงดงามสมส่วน ผิวพรรณรึก็เปล่งปลั่ง เค้าโครงหน้าก็ดูเปลี่ยนไป หากใครบอกว่าคุณหนูของนางไม่งามสาวรับใช้ผู้นี้พร้อมจะโต้เถียง

 

 

“ต้องขอบคุณฝ่าบาทและฮองเฮาที่ส่งอาภรณ์ชั้นดีพร้อมทั้งช่างแต่งหน้าที่เป็นยอดฝีมือเช่นนี้มาให้ข้า ทำให้ลูกเป็ดขี้เหร่อย่างข้ากลายเป็นนกเป็ดน้ำได้ ฮ่าๆๆ” นางหัวเราะอย่างอารมณ์ดี

 

“ข้าน้อยว่า…เป็นหงส์ น่าจะเหมาะกว่านะเจ้าคะคุณหนู”

 

“จุ๊ๆ อย่าพูดเสียงดังไป หงส์นั้นเขาไว้ใช้เปรียบเทียบฮองเฮาเท่านั้น ตอนนี้เจ้าสาวที่มีสิทธิ์ใช้คำว่าหงส์ได้น่าจะมีเพียงเจ้าสาวทั้งสองขององค์รัชทายาทเท่านั้น” 

 

สาวรับใช้ทำท่าขัดใจ นางรู้สึกได้ด้วยสัญชาตญาณว่าคุณหนูของนางนั้นมีราศีของ ‘หงส์’ จับจริงๆ

 

“คุณหนูเจ้าคะ เกี้ยวจากวังหลวงมาถึงแล้วเจ้าค่ะ” เม่ยฟูรีบร้อนเข้ามาบอก

 

นายอำเภอหลานรอบุตรสาวของเขาที่ด้านนอก เมื่อหลานฮุ่ยเจินในชุดเจ้าสาวสีแดงสดเดินออกมาโดยมีสาวรับใช้คอยจับจูงเขาก็รู้สึกใจหายขึ้นมา

 

‘นี่นางจะต้องแต่งออกแล้วจริงๆหรือ กับ…กับอ๋องแปด’ แม้แต่คิดในใจ ความคิดของหลานยี่หลงยังตะกุกตะกัก จะมีบิดาคนใดบ้างไม่นึกเป็นห่วงบุตรสาวหากว่านางต้องแต่งกับบุรุษที่ได้ชื่อว่าเป็นขยะของราชวงศ์

 

“เจ้าสาวขึ้นเกี้ยว” เสียงขันทีจากวังหลวงประกาศก้อง ในขณะที่คนแบกเกี้ยวเตรียมตัวจะยกเกี้ยวขึ้น 

 

เสียงเอะอะจากด้านนอกทำให้ขันทีผู้นั้นต้องหันไปมอง ภาพที่ปรากฎแก่สายตาคือฝูงชนจำนวนมากต่างพากันมามุงดูอย่างล้นหลามจนทหารที่มาอารักขาขวนเกี้ยวเจ้าสาวต้องคอยดันคอยกันผู้คนเหล่านั้นออกไป

 

“นี่มันเกิดอันใดขึ้น เหตุใดจึงมีผู้คนมาแออัดกันที่นี่มากมาย?”

 

“เรียนท่านกงกง แว่วๆว่าพวกเขามารอดูเจ้าสาวของท่านอ๋องแปดน่ะขอรับ” คนแบกเกี้ยวคนหนึ่งตอบ

 

“ไหนๆ ขอข้าดูหน่อยสิ นางมีตัวตนจริงหรือไม่?”

 

“มีเจ้าสาวในเกี้ยวจริงหรือไม่?”

 

“เห็นนางหรือยัง อ๊ะ! อย่าบังข้า อ๊ะ! อย่าเหยียบเท้าข้า”

 

“นางงดงามหรือไม่ หรือว่าอัปลักษณ์เหมือน…เอ่อ…โอ๊ย! อย่าเบียดมาสิ…”

 

“นี่พวกเจ้าอย่าบังสิ ข้ามองไม่เห็นเจ้าสาวแล้ว”

 

“อ้าว! นั่นเกี้ยวออกไปแล้ว ข้ายังไม่ทันได้เห็นนางเลย”

 

เกี้ยวแปดคนหามได้เคลื่อนออกไปเมื่อเจ้าสาวของท่านอ๋องแปดได้เข้าไปนั่งด้านในเรียบร้อยแล้ว ขันทีจากวังหลวงเป็นผู้เดินนำขบวน ตามด้วยเกี้ยวเจ้าสาวและญาติๆฝั่งเจ้าสาว

 

“ทำไมขบวนเจ้าสาวสั้นจัง สินเจ้าสาวก็เหมือนจะมีไม่มาก”

 

“เจ้าไม่ได้ยินที่เขาร่ำลือกันหรอกหรือ นางเป็นเพียงบุตรสาวนายอำเภอจนๆ”

 

“โธ่เอ๋ย! ถึงจะจน แต่ว่าเป็นถึงนายอำเภอก็คงอยู่ดีกินดีกว่าพวกเราที่ต้องปากกัดตีนถีบ หาเช้ากินค่ำล่ะ”

 

“เจ้าว่า…ในเกี้ยวตอนนี้ เจ้าสาวกำลังยิ้มหรือว่าร้องไห้?”

 

“เรามาพนันกันไหมว่านางจะอยู่ทำพิธีจนเสร็จหรือว่านางจะหนีไปก่อน?”

 

“ฮึ! เรื่องนี้ข้าไปพนันมาแล้ว ในบ่อนนู่น”

 

“ข้าว่า…นางต้องแอบหนีออกมาจากพิธีแน่เลยหากได้เห็นหน้าอ๋องแปด”

 

“ข้าก็ว่าอย่างนั้น”

 

“งั้น…พวกเรามารอชมเรื่องสนุกกัน”

 

สถานที่จัดพิธีไหว้ฟ้าดินถูกจัดขึ้นที่พระตำหนักชิงสีอัน พระตำหนักใหญ่ด้านหน้าที่ใช้สำหรับจัดงานพระราชพิธีต่างๆ ขณะนี้เจ้าบ่าวทั้งเก้าพร้อมแล้ว พวกเขาอยู่ในชุดเจ้าบ่าวสีแดงที่ดูสง่างามแทบจะทุกคน เว้นเสียก็แต่…ไป๋เฟยหมิงที่มีผ้าบางๆสีแดงปิดใบหน้าตั้งแต่ส่วนจมูกลงมาถึงคาง

 

“นี่…พี่เก้า ท่านอยากจะเป็นเจ้าสาวรึถึงได้ใส่ผ้าปิดหน้าเช่นนั้น หึหึ” ไป๋เฟยหลงอดล้อเลียนพี่ชายที่เขามองว่าเป็นตัวตลกไม่ได้

 

“ไป๋…เฟย…หลง..”ไป๋เฟยหมิงนั้นไม่สบอารมณ์นักเมื่อถูกน้องชายล้อเลียนอย่างไม่รู้จักกาลเทศะ

 

“ข้ากำลังรอดูอย่างใจจดใจจ่ออยู่  ว่าในเกี้ยวเจ้าสาวของท่านจะมีคนอยู่หรือไม่ หรือว่ามีเพียงเกี้ยวเปล่าๆ” ไป๋เฟยหลงยังกัดไม่ยอมปล่อย เขารู้สึกสาแก่ใจยิ่งนักที่เหยียบย่ำบรรดาพี่น้องร่วมพระบิดาได้

 

“อย่าให้มันมากไป อย่างไรเสียข้าก็ได้ชื่อว่าเป็นพี่ชายของเจ้า” ไป๋เฟยหมิงเองก็อดกังวลในสิ่งที่ไป๋เฟยหลงพูดเย้ยหยันออกมาไม่ได้

 

‘หากในเกี้ยวไม่มีเจ้าสาว…จะทำอย่างไร’ ไป๋เฟยหมิงได้แต่นิ่งงันคิดในใจ

 

วันนี้องค์รัชทายาทหนุ่มดูสง่าภูมิฐาน สีหน้าเบ่งบานไปด้วยรอยยิ้ม เขาดูมีความสุขและมีชีวิตชีวา ต่างจาก…บุรุษสามคนที่เขาเหยียบย่ำ  ไป๋เฟยเทียนและไป๋เฟยหย่านั้นมีสีหน้าหมองคล้ำ เมื่อคืนพวกเขาแทบจะนอนไม่หลับ ส่วนไป๋เฟยหมิงนั้นก็รู้ๆกันอยู่ ในใจของเขาไม่เคยมีความสงบสุขเลย

 

“เกี้ยวเจ้าสาวมาถึงครบแล้ว” ขันทีผู้ดำเนินพิธีการประกาศก้อง ทุกสายตาหันไปมองเกี้ยวเจ้าสาวทั้งสิบที่จอดเรียงกันตามลำดับ เริ่มจากเกี้ยวเจ้าสาวขององค์รัชทายาท ต่อมาเป็นเกี้ยวเจ้าสาวของท่านอ๋องใหญ่ อ๋องสอง ไปจนกระทั้งถึงอ๋องแปด และเป็นที่แน่นอนว่าเกี้ยวที่ตรึงสายตาผู้คนได้มากที่สุดก็คือเกี้ยวเจ้าสาวของอ๋องแปด หาใช่เกี้ยวเจ้าสาวขององค์รัชทายาทไม่

 

ทุกคนต่างลุ้นว่าจะมีสตรีนางหนึ่งออกมาจากเกี้ยวนั้นหรือไม่ และ นางมีรูปร่าง หน้าตา ท่าทางเป็นเช่นไร

 

วันนี้ฮ่องเต้และฮองเฮาเสด็จเป็นองค์ประธานในพิธีแต่งงานตามธรรมเนียมโบราณ ไป๋เฟยฉีสวมฉลองพระองค์ชุดมังกรสีเหลืองทองอร่าม เคียงคู่มากับฮองเฮาคู่บัลลังก์ที่สวมใส่อาภรณ์ปักลายหงส์ประณีตสีเดียวกันกับพระสวามี ใครๆต่างก็ชื่นชมว่าทั้งสองพระองค์ช่างงดงามเหมาะสมกันโดยแท้

 

“เอาล่ะ เชิญบิดาของเจ้าสาวทั้งสิบมารับสินสอดของหมั้นได้ ฉูกงกงจะเป็นตัวแทนเราส่งมอบสินสอดให้กับบิดาของเจ้าสาวทั้งสิบ” พูดจบไป๋เฟยฉีก็หันไปส่งสายตาให้กับขันทีคู่ใจ

 

“เนื่องจากว่าหลายปีมานี้ไป๋กว๋อประสบปัญหาหลายอย่าง ทั้งภัยแล้ง น้ำท่วม กองโจร โรคระบาด ทำให้เงินในท้องพระคลังร่อยหรอเต็มที ฝ่าบาททรงเห็นแก่ประโยชน์ส่วนรวมและทุกข์สุขของราษฎรมากกว่าความสุขสบายส่วนพระองค์ จึงทรงมอบทรัพย์สินส่วนพระองค์ให้เป็นสินสอดแก่ทางเจ้าสาว อาจจะไม่มากอย่างที่หลายๆคนตั้งความหวัง แต่….”ฉูกงกงหยุดเพื่อกลืนน้ำลาย ในขณะเดียวกันก็กวาดสายตามองไปรอบๆ

 

“แต่อย่างไรก็ตาม การที่บุตรสาวของพวกท่านได้เป็นสะใภ้หลวง มีตำแหน่งเป็นถึงพระชายา ก็นับว่าเป็นวาสนาแล้วมิใช่หรือ เรื่องสินสอดของหมั้น เรื่องเงินทองนั้นหากเทียบกับวาสนาแล้วไม่นับเป็นอะไรได้” ฉูกงกงรู้สึกกระดากอายในทีที่ต้องเป็นผู้แก้ต่างให้กับผู้เป็นนายเหนือหัวของตน

 

ตอนนี้ท้องพระคลังจวนเจียนจะติดลบจริงๆนั่นแหละ ฮ่องเต้ไป๋เฟยฉีกำลังจะได้ชื่อว่าเป็นฮ่องเต้ถังแตก

 

“ต่อไปจะเป็นพิธีกราบไหว้ฟ้าดิน ขอให้เจ้าบ่าวทั้งเก้าคนไปรับเจ้าสาวของพวกท่านเพื่อไหว้ฟ้าดินคู่กัน” สิ้นเสียงของฉูกงกงบรรดาผู้เข้าร่วมงานพิธีซึ่งประกอบไปด้วยบรรดาพระสนมชายา องค์หญิง องค์ชาย ขุนนางระดับสูงพร้อมครอบครัว เชื้อพระวงศ์ทั้งหลายต่างก็เล็งสายตาตรงไปที่เกี้ยวอันสุดท้าย

 

ไป๋เฟยหมิงเดินตรงไปที่ด้านข้างของเกี้ยวก่อนที่จะค่อยๆเปิดผ้าที่กั้นไว้เป็นประตูเกี้ยว เขาส่งมือไปด้านหน้าเกี้ยวเพื่อให้เจ้าสาวจับและเพื่อที่เขาจะได้ประคองตัวเจ้าสาวออกมาจากเกี้ยวได้ง่าย ท่านอ๋องหนุ่มเป็นต้องมือสั่นระริก เขาไม่เคยสัมผัสกายสตรีวัยแรกแย้มมาก่อน

 

หลานฮุ่ยเจินเมื่อเห็นมือหนาของบุรุษตรงหน้า นางรู้ว่านี่คือมือของเจ้าบ่าวของนาง หญิงสาวไม่ลังเลที่จะยื่นมือเรียวบางของนางวางทับบนมือของเขา ไป๋เฟยหมิงช่วยดึงนางเบาๆเพื่อให้นางออกมาจากเกี้ยวได้อย่างสง่างาม เพราะขณะนี้สายตาหลายร้อยคู่กำลังจับจ้องมาที่เจ้าสาวของเขา ไม่เว้นแม้แต่…สายตาขององค์รัชทายาท ไป๋เฟยหลงใคร่รู้นักว่าภายในเกี้ยวนั้นจะมีหญิงสาวออกมาหรือไม่

 

        หลานฮุ่ยเจินเมื่อพยุงตัวออกมาจากเกี้ยวและยืนได้อย่างมั่นคงและสง่างามแล้ว นางอดไม่ได้ที่จะหันไปมองหน้าผู้เป็นเจ้าบ่าวของนาง ทันทีที่สายตาสบประสานกัน หลานฮุ่ยเจินเป็นต้องชะงัก ตาเบิกโพลง ปากอ้าค้างไว้ราวกับโลกทั้งโลกหยุดนิ่งไม่เคลื่อนไหว

 

“นะ…นี่…นี่มัน…” เสียงของนางทั้งเบาและแหบพร่า นางรู้สึกตื่นเต้นจนหัวใจแทบจะเต้นผิดจังหวะ 

 

ไป๋เฟยหมิงเบือนหน้าไปทางอื่น เขารู้สึกเจ็บปวดทุกครั้งที่ถูกสายตาของผู้อื่นมองเขาด้วยอาการตกตะลึง

 

“พิ..พี่…พี่หลงหยวน” เสียงที่ทั้งเบาและแหบของหลานฮุ่ยเจินทำให้ท่านอ๋องอัปลักษณ์ฟังไม่ถนัดนักว่านางพูดว่าอะไร

 

‘นางจะพูดอะไรล่ะ นางคงตกใจกลัวจนควบคุมสติไม่ได้น่ะสิ หึ…ข้าชินเสียแล้วละ’ 

 

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 709 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

616 ความคิดเห็น

  1. #573 may1935 (จากตอนที่ 32)
    วันที่ 5 พฤษภาคม 2564 / 21:11
    สงสารอ๋องแปด
    #573
    0
  2. #533 TripleCute (จากตอนที่ 32)
    วันที่ 2 พฤษภาคม 2564 / 15:05

    เจ้าสาวไม่ได้ใส่ผ้าคลุมหน้าเหรอ ถึงได้ “สายตาสบประสานกัน” กับอ๋องแปดได้

    #533
    0
  3. #440 พรรณภรณ์ (จากตอนที่ 32)
    วันที่ 25 เมษายน 2564 / 12:54

    อภิเษกสมรส ไม่ใช่ อภิเสกสมรส ค่ะ

    ขอให้กำลังใจผู้เขียนค่ะ เขียนได้สนุกอ่านเพลิน ขอบคุณมากค่ะ

    #440
    0
  4. #316 Super小农宝 (จากตอนที่ 32)
    วันที่ 16 เมษายน 2564 / 20:57
    หลงหยวนคือใคร คงไม่ใช่แฟนที่ทรยศหรอกนะเพราะจำได้ว่าน้องมีแฟนเด็กกว่า??????😂
    #316
    0
  5. #298 Sirikanya2524 (จากตอนที่ 32)
    วันที่ 15 เมษายน 2564 / 18:57
    ใคร อะไร ทำไม ยังไง?หลงหยวน????🤔😁
    #298
    0
  6. #244 Pop_zaza (จากตอนที่ 32)
    วันที่ 11 เมษายน 2564 / 13:42
    หลงหยวนคือครายยยยยย
    #244
    0
  7. #219 Phathaichan (จากตอนที่ 32)
    วันที่ 10 เมษายน 2564 / 18:56
    ไผ๋คือหลงหยวน
    #219
    0
  8. #162 munmun (จากตอนที่ 32)
    วันที่ 8 เมษายน 2564 / 08:54
    หลงหยวนคือใคร
    #162
    1
    • #162-1 ๋J.A.J.K.(จากตอนที่ 32)
      8 เมษายน 2564 / 14:17
      ติดตามต่อไปเด้อค่ะ
      #162-1
  9. #30 nuunan (จากตอนที่ 32)
    วันที่ 2 เมษายน 2564 / 06:26

    ค้างเลยมาไวๆนะ
    #30
    0